Home / แฟนตาซี / วาสนากาฝาก / ตอนที่ 8 เตรียมย้ายบ้าน

Share

ตอนที่ 8 เตรียมย้ายบ้าน

last update publish date: 2026-03-20 10:26:56

“กำนันว่ายังไงบ้างพี่” พุดจีบถามขึ้นเมื่อสามีนั่งลงบนแคร่หน้าบ้านที่เมื่อแปดปีก่อนเป็นกระท่อมมุงหญ้าคา ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น

            “คุณเหนือลูกเขยเขาจะดูให้” 

            “อ้อ คุณเหนือเขาเป็นคนมีน้ำใจนะ”

            “ก็น่าจะอย่างนั้น พอกำนันฝากให้เขาดูงานให้พี่เขาก็รีบรับปากทันที”

            “แล้วนี่เราต้องขายควายสองตัวนี้จริง ๆ เหรอคะ” พุดจีบมองควายคู่ทุกข์คู่ยากด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ปนเศร้าโศก ลูกทั้งสามคงร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรถ้ารู้ว่าต้องขายพวกมันจริง ๆ

            “ก็คงต้องขาย ไปอยู่ที่โน่นเราคงไม่มีเวลาดูแลมัน” เพราะต้องทำงานทั้งวัน จะปลีกตัวไปเลี้ยงควายก็คงไม่ได้ ไหนจะต้องเกี่ยวหญ้าให้มันในยามที่ขาดแคลนหญ้าอีก เพราะเพื่อนร่วมงานจะว่าเอาได้ ถึงเขาจะรู้สึกเสียดายควายสองแม่ลูกนี้มากก็ตาม

            

            ช่วงบ่ายพอทิศเหนือเห็นเถ้าแก่เข้ามาที่โรงสีเขาก็รีบเข้าไปพบทันที วันนี้ภรรยาของเถ้าแก่ไม่ได้มาด้วย

            ทิศเหนือเคาะประตูหน้าห้องก่อนจะเดินเข้ามา เขาก้มหน้าเล็กน้อยยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านาย

            “เถ้าแก่ครับ”

            หาญละสายตาจากเอกสารตรงหน้าแล้วมองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า “มีอะไร” 

            “พอดีคนในหมู่บ้านใกล้เคียงอยากมาทำงานที่นี่น่ะครับ ที่บ้านเขาน้ำท่วมข้าวเสียหายหมดเลยครับ เถ้าแก่พอจะมีตำแหน่งงานให้เขาทำบ้างไหมครับ”

            “กี่คน”

            “สองคนผัวเมียและลูกอีกสามคนครับ”

            “แล้วเอ็งคิดว่ายังไงล่ะ” ในช่วงเวลาสี่ปีที่ทิศเหนือทำงานกับโรงสีม้าสีนิลทำให้หาญค่อนข้างไว้ใจเขา บ่อยครั้งที่ปล่อยให้ทิศเหนือตัดสินใจบางเรื่องแทน และเขาก็รู้ดีว่าเรื่องนี้คงผ่านการไตร่ตรองจากกำนันโย่งมาแล้ว เดิมทีหาญไม่ได้รู้จักกับโย่งเป็นการส่วนตัว แต่เกือบเจ็ดปีแล้วที่กำนันโย่งเป็นคนหาลูกค้าให้กับโรงสีม้าสีนิล เพราะโซนที่กำนันโย่งดูแลส่วนใหญ่ทำนากับอ้อยเป็นหลัก และกำนันโย่งก็เป็นคนแนะนำให้ชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาขายให้กับโรงสีม้าสีนิล ทั้งสองจึงสนิทสนมกัน ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงหาญก็มักจะช่วยเหลือกำนันโย่งเสมอ

            “ผมคิดว่าเขาก็เป็นคนขยันดีนะครับ น่าจะรับไว้” พ่อตาบอกเขาเช่นนั้น และเขาเองก็พอมองออก แววตาดอมดูมุ่งมั่นและมั่นคง เขาคงไม่ใช่คนเหลาะแหละ

            “งั้นก็เอามาทำนาในส่วนที่เอ็งดูแลอยู่นั่นแหละ” ทิศเหนือดูแลในส่วนของนาข้าว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง และข้าวโพดอาหารสัตว์ ตั้งแต่ปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว และปรับปรุงพันธุ์ ซึ่งต้องการคนงานค่อนข้างมาก ถ้าได้ดอมเข้าไปช่วยอีกแรงก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย

            “ขอบคุณมากครับเถ้าแก่”

            “อือ” สิ้นคำเถ้าแก่ก็หันไปตรวจงานต่อ ทิศเหนือก็ปลีกตัวไปตรวจแปลงข้าวเช่นกัน 

ตอนนี้โรงสีม้าสีนิลแบ่งการดูแลออกเป็นสามฝ่าย ฝ่ายบริหารมีเถ้าแก่หาญเป็นผู้ดูแล ฝ่ายบัญชีมีอิ่มภรรยาคนแรกเป็นผู้ดูแล ส่วนฝ่ายขายมีอบเชยภรรยารองเป็นผู้ดูแล เพราะผลผลิตของโรงสีม้าสีนิลในแต่ละปีมีหลายร้อยตัน ทุกฝ่ายจึงต้องทำงานกันอย่างหนัก 

            สองวันต่อมาดอมกลับไปที่บ้านกำนันอีกครั้งเพื่อสอบถามเรื่องงาน และเขาก็ได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจ ทิศเหนือบอกว่าบ้านพักคนงานที่อยู่กันเป็นครอบครัวยังเหลือหนึ่งหลังไม่ต้องเสียค่าเช่าเพียงแต่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟเองเท่านั้น แค่นี้เขาก็ดีใจมากแล้ว ส่วนคนที่โสดก็มีห้องพักที่เป็นห้องแถวให้

            หลายวันต่อมาเขาก็จัดการเรื่องย้ายโรงเรียนให้ลูกเรียบร้อย และเตรียมขายควายสองตัวนั้นเพื่อย้ายไปทำงานที่โรงสีม้าสีนิล พอลูกทั้งสามรู้ว่าพ่อจะขายควายคู่ใจไปต่างก็ร้องไห้กันระงม ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขากับภรรยาคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ถึงจะสงสารลูกมากแค่ไหน เขากับภรรยาก็ต้องทำใจยอมรับมันให้ได้

            ดอมกำลังต่อรองราคากับพ่อค้ารับซื้อควายลูกทั้งสามก็ร้องไห้ไม่หยุด ไอ้ทองกับไอ้ท้อก็ยืนมองเด็กทั้งสามที่เคยผูกพันด้วยสายตาเศร้าหมอง นัยน์ตากลมโตของมันมีน้ำใสเอ่อคลอ สุดท้ายก็ไหลออกมาตรงหางตา เด็ก ๆ เห็นก็ยิ่งอาลัยอาวรณ์

            “ทำไมพ่อต้องขายควายของเราด้วยคะ หนูคิดถึงมัน ฮือ ๆ” ข้าวหอมถามพ่อพร้อมกับร้องไห้เสียงดัง พี่ชายกับพี่สาวก็สะอื้นไห้อยู่ข้าง ๆ “พ่อดูสิคะมันร้องไห้ด้วย ฮึก ฮือ” นิ้วป้อมชี้ให้พ่อมองตามคล้ายอยากให้พ่อใจอ่อนและไม่ขายมัน

            ดอมถอนใจเฮือก “ที่พ่อต้องขายมันก็เพราะถ้าเราย้ายไปทำงานที่อื่นเราจะไม่มีเวลาดูแลมันยังไงล่ะลูก เราแค่เปลี่ยนคนดูแลมันเท่านั้นเอง” ดอมชี้แจงเหตุผลให้ลูกฟัง แต่ดูเหมือนข้าวหอมจะไม่ยอมเข้าใจ

            ควายสองตัวดอมขายได้เงินเก้าพันบาท แต่ควายจากไปหลายชั่วโมงแล้ว ลูก ๆ ก็ยังนั่งร้องไห้กันไม่ยอมหยุด พุดจีบต้องนั่งปลอบลูกอยู่นาน ข้าวหอมนั้นร้องไห้จนหลับไปเพราะความเหนื่อย

            หลายวันต่อมาเขาจึงไปเจรจาขายที่ให้กับพิม ที่ตรงนั้นขนาดหนึ่งร้อยตารางวาเศษซึ่งพิมก็รับซื้อไว้ในราคาสองหมื่นบาท ดอมแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปซื้อรถมอเตอร์ไซด์เพื่อให้ลูกใช้เป็นยานพาหนะในการเดินทางไปโรงเรียน ที่เหลือก็เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและเป็นทุนการศึกษาให้ลูก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 9 บ้านหลังใหม่

    สัปดาห์ต่อมาดอมก็พาครอบครัวย้ายมาทำงานที่โรงสีม้าสีนิล โดยมีทิศเหนือเป็นคนขนย้ายของมาให้ และพาไปที่บ้านพัก ทิศเหนือคอยเหลือบมองดูข้าวหอมตลอด เขารู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาเปล่งประกายระยับคู่นั้นเหลือเกิน แต่คิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน เขาสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป เมื่อคิดแล้วไม่ได้คำตอบจึงไม่อยากคิดให้เปลืองสมองอีก เขาอาจจะคิดมากไปเอง แต่เขาก็ปฏิเสธได้ยากว่าดวงตาของเด็กคนนั้นเหมือนมีมนต์สะกดเหลือเกิน “ขอบคุณมากนะครับคุณเหนือ” ดอมกล่าวขอบคุณพร้อมกับยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เป็นค่าน้ำใจและค่าเหนื่อย ทิศเหนือโบกมือและไม่ยอมรับเงินนั้น “ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ส่วนเงินอาก็เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้เด็ก ๆ เถอะครับ” ทิศเหนือผลักเงินในมือดอมกลับไปอย่างสุภาพ ดอมจำต้องเก็บเงินนั้นไว้ในกระเป๋าตามเดิม “ว่าแต่พรุ่งนี้ผมกับเมียต้องเริ่มงานกี่โมงครับ” “แปดโมงเช้าเริ่มงานที่แปลงนาทางโน้นได้เลยครับ พรุ่งนี้น่าจะถอนหญ้าข้าวกับใส่ปุ๋ย” ทิศเหนือพูดพลางชี้นิ้วไปที่แปลงนาที่คนอื่นกำลังทำงานอยู่ ช่วงนี้เป็นช่วงทดลองปลูกข้าวที่เขาเพิ่งปรับปรุงพันธุ์ให้เจ้านาย “ครับผ

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 8 เตรียมย้ายบ้าน

    “กำนันว่ายังไงบ้างพี่” พุดจีบถามขึ้นเมื่อสามีนั่งลงบนแคร่หน้าบ้านที่เมื่อแปดปีก่อนเป็นกระท่อมมุงหญ้าคา ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น “คุณเหนือลูกเขยเขาจะดูให้” “อ้อ คุณเหนือเขาเป็นคนมีน้ำใจนะ” “ก็น่าจะอย่างนั้น พอกำนันฝากให้เขาดูงานให้พี่เขาก็รีบรับปากทันที” “แล้วนี่เราต้องขายควายสองตัวนี้จริง ๆ เหรอคะ” พุดจีบมองควายคู่ทุกข์คู่ยากด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ปนเศร้าโศก ลูกทั้งสามคงร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรถ้ารู้ว่าต้องขายพวกมันจริง ๆ “ก็คงต้องขาย ไปอยู่ที่โน่นเราคงไม่มีเวลาดูแลมัน” เพราะต้องทำงานทั้งวัน จะปลีกตัวไปเลี้ยงควายก็คงไม่ได้ ไหนจะต้องเกี่ยวหญ้าให้มันในยามที่ขาดแคลนหญ้าอีก เพราะเพื่อนร่วมงานจะว่าเอาได้ ถึงเขาจะรู้สึกเสียดายควายสองแม่ลูกนี้มากก็ตาม ช่วงบ่ายพอทิศเหนือเห็นเถ้าแก่เข้ามาที่โรงสีเขาก็รีบเข้าไปพบทันที วันนี้ภรรยาของเถ้าแก่ไม่ได้มาด้วย ทิศเหนือเคาะประตูหน้าห้องก่อนจะเดินเข้ามา เขาก้มหน้าเล็กน้อยยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านาย “เถ้าแก่ครับ” หาญละสายตาจากเอกสารตรงหน้าแล้วมองคนท

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 7 หางานใหม่

    ปีต่อมาดอมยืนมองทุ่งนาที่มีอยู่กว่าห้าไร่ของตนด้วยสายตาที่อ่านได้ยาก ปีนี้ฝนตกชุกกว่าทุกปีจึงทำให้นาแปลงนี้โดนน้ำท่วมทั้งหมด สิบวันแล้วที่น้ำท่วมข้าว พวกเขาคงหมดหวังที่จะได้ผลผลิตข้าวไปขายและแบ่งไว้ทำกิน นาคนอื่นก็โดนน้ำท่วมแต่พวกเขาก็คงไม่หมดตัวเหมือนกับครอบครัวของดอม “เราจะทำยังไงกันดีคะพี่” พุดจีบถามสามีเสียงแผ่ว แววตาดูเหนื่อยล้า สิ่งที่ทุ่มเททำลงไปปีนี้คงสูญเปล่า เกือบทุกปีที่น้ำท่วมนาข้าวแต่ไม่มีครั้งไหนที่จะท่วมหนักเท่าครั้งนี้ แต่ข้าวเปลือกที่เหลือจากปีที่แล้วก็ยังพอที่จะกินได้อีกเกือบปี “เราย้ายไปทำงานกับโรงสีม้าสีนิลดีไหม” ดอมนอนคิดเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว เขาต้องเริ่มหางานประจำทำ ไม่เช่นนั้นภายหน้าครอบครัวอาจจะขัดสนมากกว่านี้ เมื่อนั้นคงหาทางแก้ไขลำบาก อีกทั้งในวัยเลขสี่เช่นนี้เขาต้องรีบหางานทำก่อนที่ร่างกายจะทำเพื่อครอบครัวไม่ไหว “แล้วเราจะเข้าไปยังไงคะ เราไม่รู้จักใครในนั้นเลย” ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าโรงสีม้าสีนิลมีแต่คนอยากเข้าไปทำงานด้วย อีกอย่างโรงสีก็อยู่ในเขตอำเภอเมือง อย่างไรพวกเขาก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเหมารถขนย้ายของเข้าไป

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 6 วัยเด็ก

    เช้าวันปิดเทอมของฤดูเก็บเกี่ยว เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบกำลังวิ่งตามหลังพี่ชายพี่สาวเพื่อไปขุดแย้กับพ่อแม่ ข้าวหอมเริ่มรู้ว่าเธอจำเรื่องราวในอดีตชาติของตัวเองได้ตั้งแต่อายุครบเจ็ดขวบ แต่เธอก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง จากนั้นก็ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะมีความคิดความอ่านที่โตกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แต่เธอยังอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนหนังสือไม่ได้ เพราะชาติที่แล้วของเธอไม่เคยได้เรียนหนังสือ เหตุการณ์ก่อนที่เธอจะจากมาอยู่ในยุคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่เคยจางหาย ภาพผู้ชายคนนั้นที่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย เธอจำได้ขึ้นใจว่าเขาชื่อวีร์ ข้าวหอมเดินตามหลังพี่กับพ่อแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ชีวิตในชาตินี้ก็ไม่ถือว่าลำบาก เธอยังมีข้าวปลาอาหารได้กินอิ่มทุกมื้อ มีเสื้อผ้าให้สวมใส่ มีน้ำสะอาดให้ดื่มกิน มีที่ให้หลับนอนไม่ต้องเร่ร่อนไปทุกแห่งหน ถึงแม้ครอบครัวจะไม่ค่อยมีเงินแต่ก็ไม่ได้อดมื้อกินมื้อเหมือนชาติที่แล้ว แค่นี้เธอก็ถือว่าพรที่เธอร้องขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านได้ประทานให้แล้ว พ่อกับพี่ชายกำลังใช้เสียมขุดแย้ ส่วนพี่สาวกับแม่กำลังใช้เ

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 5 ตามมีตามเกิด

    พุดจีบจึงถอดสร้อยคอเส้นนั้นออก แล้วมองแหวนทองแบบเรียบ ๆ วงนั้นอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในแล้วกล่าวกับลูกสาว “เมื่อถึงเวลาแม่จะคืนให้หนูนะ” ข้าวหอมยิ้มร่าออกมาเหมือนรู้ความ ผู้เป็นแม่มองแล้วก็ยิ่งเอ็นดูแกมมันเขี้ยว “งั้นฉันวานแกไปซื้อนมผงให้หน่อยสิ”“ได้” พุดจีบรีบหยิบเงินที่พอเหลืออยู่อย่างจำกัดให้สามี ดอมเดินเท้าเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อซื้อนมผงให้ลูกสาวคนเล็ก ก่อนไปภรรยายังกำชับเขาว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครเป็นอันขาดพุดจีบหันไปสั่งลูกชาย “ธันก่อไฟต้มน้ำให้แม่หน่อยลูก” เธอจะต้มน้ำทำความสะอาดลูกน้อยก่อนจะทายาให้ และต้มไว้ให้เด็กดื่มกินด้วย“ครับแม่”“หนูช่วยนะคะ” ธารทิพย์มองน้องจนพอใจแล้วจึงเดินไปก่อไฟช่วยพี่ชาย ฝนตกทั้งคืนทำให้ฟืนที่เก็บไว้ใต้ถุนเรือนหลังเล็กค่อนข้างชื้น พื้นดินที่มีหินวางอยู่สามก้อนที่ใช้เป็นเตาไฟก็ชื้นเช่นเดียวกัน แต่พื้นที่ตรงนั้นแม่เพิ่งก่อไฟทำอาหารเสร็จไฟจึงยังไม่มอดดับ คงทำให้ธันวาก่อไฟได้ง่ายขึ้น ถึงจะอายุแค่เพียงแปดขวบแต่เขาก็ทำสิ่งที่พ่อกับแม่สอนได้เป็นอย่างดีอาบน้ำให้ลูกเสร็จพุดจีบนำปูนที่ใช้กินหมากออกมาทาตุ่มที่โดนมดกัดให้ลูก เด็กคนน

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 4 เด็กทารก

    กลางเดือนสิงหาคมปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยยี่สิบแปดดอมตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูคันนา เมื่อคืนฝนตกหนักตลอดทั้งคืนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หยุดแต่ก็ซาลงไปมาก ช่วงนี้ฝนตกชุก ไม่รู้ว่าคันนาจะขาดไปมากเท่าใดแล้ว ชายร่างใหญ่กำยำ ผิวคล้ำเข้มเพราะกรำแดดเดินแบกจอบเล่มใหญ่ไปตามคันนาเรื่อย ๆ ยังไม่เห็นจุดไหนที่คันนาขาดเลยแม้แต่จุดเดียว จะมีก็เพียงรอยรั่วที่เกิดจากไส้เดือนตัวใหญ่ที่ชอบขุดรูอยู่ตามคันนาจนทำให้คันนารั่วซึมอย่างไรก็ต้องใช้จอบขุดดินอุดรอยรั่วพวกนั้นอยู่ดี ไม่เช่นนั้นน้ำในนาข้าวก็จะเหือดแห้งไปทุกวันจนหมดนาผืนนี้ครอบครัวของเขาขอเช่ากับพิมซึ่งเป็นแค่คนรู้จักกันในหมู่บ้าน เพราะครอบครัวทั้งฝั่งของเขาและฝั่งภรรยาไม่มีสมบัติให้ มีเพียงควายสองตัวแม่ลูกที่ตอนนี้ไถนาได้ทั้งคู่แล้ว อีกทั้งดอมกับภรรยาย้ายมาจากที่อื่นจึงไม่มีญาติอยู่ที่นี่เลย อาศัยว่าอยู่นานเกือบสิบปีจึงพอมีคนรู้จักและสนิทกันอยู่บ้าง ส่วนพิมเป็นสาวโสดอายุราวสี่สิบห้าปี เธอมีอาชีพหลักคือเปิดร้านขายของชำ อาศัยอยู่คนเดียวนาแห่งนี้จึงไม่มีใครทำให้ จากที่ดอมขอเช่าเธอจึงให้เขาทำนาแล้วแบ่งผลผลิตกันคนละครึ่งแทน ซึ่งดอมก็คิดว่าเป็นข้อเสนอที่ดี แต่บา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status