Accueil / รักโบราณ / วาสนานี้เป็นของข้า / ๖ ตกหลุมพลางคนเจ้าเล่ห์

Partager

๖ ตกหลุมพลางคนเจ้าเล่ห์

last update Date de publication: 2025-05-05 23:30:26

ไม่จู่ ๆ เพราะเหตุใดในยามนี้เขามองนางอยู่ถึงมีภาพเหตุการณ์จากค่ำคืนนั้นทับซ้อนขึ้นมากัน

เซียนหยางชินอ๋องไม่พร่ำพูดให้เสียเวลา เขาพลันถอนอาภรณ์กระตุกผ้าคาดเอวออกทันที “ข้ามีเวลาไม่มากนักถอดเสื้อผ้าของเจ้าออกซะ”

!!!!

สีหน้าของนางย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด ฮั่วซูเม่ยตกใจไม่คิดว่าวิธีพิสูจน์ของบุรุษผู้หรือจะหมายความว่าเช่นนี้

“ข้าท้องอยู่ตาบอดหรือไรกัน!” น้ำเสียงหวานตะโกนตอบ

หัวใจดวงน้อยพลันเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ทว่าฮั่วซูเม่ยกับนั่งแน่นิ่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับหรือลุกหนีจากไป สายตาของนางยังคงจับจ้องการกระทำของบุรุษตรงหน้าไม่วางตา

เพียงชั่วพริบตาเท่านั้นเซียนหยางพลันเปลือยเปล่าต่อหน้าสตรีผู้นี้โดนไร้ความเขินอาย

“นี่อย่างไรข้ากำลังพิสูจน์”

ตุบ!!

“เจ้าคนลามก!”

สุดท้ายแล้วความอดทนของนางก็ขาดผึงลง ฮั่วซูเม่ยคว้าหมอนโยนกระแทกใส่เซียนหยางด้วยความโมโห “ใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้!”

มุมปากหนาหยักยกขึ้นเล็กน้อย ยิ่งเห็นนางเดือดดาลโมโหแทบกระอักเลือดเช่นนี้เซียนหยางยิ่งนึกสนุก

“ไฉนคุณหนูฮั่วยังไม่คุ้นชินอีก”

เขาพลางก้าวเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้านาง “ค่ำคืนนั้นทั้งข้าและคุณหนูต่างเปลือยเปล่าทั้งคู่มิใช่หรือ”

จู่ ๆ ผู้ที่เขินอายจนใบหน้าเห่อร้อนก็คือฮั่วซูเม่ย

“หุบปากซะ!” นางขึ้นเสียงไม่พอใจ

เซียนหยางยังคงไล่ต้อนกระต่ายน้อยตกหน้า “ว่าให้ง่ายเชื่อฟังที่ข้าพูดไม่ได้หรือคุณหนู”

“ถุ้ย! ข้าฟังแล้วจะอ้วก”

“เป็นคุณหนูที่เลือกเอง”

สายตาคมกริบเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวเยือกเย็นทันที เซียนหยางพุ่งตรงเข้าไปผลักเรือนร่างของนางให้นอนราบลงไปกับเพียงขณะเดียวกันก็ระมัดระวังท้องของนาง

“เจ้าคนถ่อย!”

ฮั่วซูเม่ยร้องตกใจ มือทั้งสองข้างของนางพลางถูกจับรวบขึ้นเหนือหัวไม่สามารถขัดขืนหรือต่อกรได้

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”

“ปล่อยหรือ…รอประเดี๋ยวเถอะ”

เซียนหยางไล่สายตามองตั้งแต่เนินอกที่ดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นจากคราวก่อนก่อนที่จะหยุดอยู่ที่หน้าท้องนู้นของนาง “ข้าจะเบา” น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้น

ฮั่วซูเม่ยรู้แล้วว่านางคงหมดหนทางหนีได้

“รีบทำแล้วรีบไปให้พ้นหน้าข้าซะ!”

“หึ!” มุมปากหนายักยิ้มร้าย

แม้ค่ำคืนนั้นจะผ่านพ้นมาหลายเดือนแล้วอย่างไร เสมือนว่าภาพในห้วงความทรงจำของเซียนหยางยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจลืมไปด้

กลิ่นกายหอมมิต่างจากดอกไม้

ผิวขาวเนียนนุ่มนิ่มมิต่างจากเด็ก

รูปโฉมอรชรเย้ายวน…

เซียนหยางจดจ้องริมฝีปากอวบอิ่มอยู่ครู่หนึ่งก็จะโน้มใบหน้าเข้าไปประกบจูบสอดแทรกลิ้นร้อยเข้าไปในโพรงปากหวาน

“อื้มม…!!”

นางกลับปิดปากขัดขืนไม่ยอมให้บุรุษผู้นี้ได้รุกล้ำแต่กลับต้องไปพ่ายแพ้เพียงชั่วอึดใจ เมื่อถูกขบกัดริมฝีปากจนพลันได้กลิ่นคาวเลือด

เป็นหมาหรือไร!

ฮั่วซูเม่ยสบถด่าอยู่ภายในใจ

เซียนหยางมีสติดีและครบถ้วน เขารู้ตัวว่าตอนนี้กำลังทำอันใดอยู่

เขาประกบจูบสตรีใต้อย่างรุนแรงด้วยความหื่นกระหายจนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบดังสนั่นก้อง ลิ้นร้อนไล่ต้อนตวัดดูดเลียอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ในและในขณะที่เซียนหยางอาศัยจังหวะที่นางเริ่มคล้อยตามปลดเปลือยอาภรณ์ที่กีดขวางให้พ้นทาง

ฮั่วซูเม่ยหลับตาพริ้มแหงนหน้ารับจูบ “อื้ม..อือ…”

เพราะเหตุใดร่างกายนางถึงไม่ขัดขืนกัน!?

นางเป็นนายหญิงของโรงเตี๊ยมไป๋ชานก็จริงทว่ากลับไม่เคยร่วมหลับนอนกับบุรุษใดมาก่อนนอกจากเซียนหยางชินอ๋อง

“อื้มม! …จ๊วบ!”

เซียหยางผละจูบออกอย่างอ้อยอิ่งเกรงว่าสตรีใต้ร่างจะขาดอากาศหายใจเอาได้

ภายในใจของนางรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ทว่าฮั่วซูเม่ยกลับไม่ได้ร้องเรียกอันใด นางพลางหอบหายใจถี่จนหน้าอกกระเพื่อมสั่นไหวไปตามจังหวะ

“คิดจะยั่วยวนข้าไปถึงเมื่อไหร่กัน”

“ข้าเปล่า!”

!!!!

อารมณ์ของเซียนหยางพลุ่งพล่านจนแทบจะคลั่ง

นางเอ่ยยังไม่ทันจบประโยค จู่ ๆ ก็สัมผัสได้ว่ายอดปทุมทันของนางในตอนนี้กำลังถูกบุรุษผู้นี้ครอบครองดูดเม้มอย่าง เมามัน

“อะ…อ๊ะะ!” น้ำเสียงหวานสะดุ้งครวญครางออกมา

เซียนหยางควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้อีกต่อไป น้ำเสียงของนางที่เล็ดลอดออกมาเมื่อครู่ยิ่งกระตุกปลุกเร้าอารมณ์

ริมฝีปากหนาขบเม้มดูดยอดปทุมทันสีหวานเข้าปากอย่างหื่นกระหาย มืออีกข้างพลันออกแรงบีบนวดคลึงจนทะลักออกมาตามง่ามนิ้ว

นางเจ็บ…

และนางก็รู้สึกดีในคราเดียวกัน

ใบหน้าคนงามเหยเหความเสียวซ่าน ฮั่วซูเม่ยรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง

หากนางมีลูก..ลูกของนางจะดูดนมเช่นนี้ใช่หรือไม่

“อ๊ะ…อ๊ะเซียนหยาง!”

ฮั่วซูเม่ยหวีดร้องเสียงหลงสะดุ้งเมื่อจู่ ๆ บุรุษผู้นี้กับขบกัดยอดปทุมทันของนางจนฟันของขูดเข้าพลันรู้สึกเสียวสะท้านเล็กน้อย

“อื้มมม…” น้ำเสียงทุ้มครางแหบพร่าด้วยความพึงพอใจ

เซียนหยางชินอ๋องผละใบหน้าขึ้นมา สายตายังคงจดจ้องผลงานของตนเองที่กระทำกับหน้าอกอวบอิ่มของนางราวกับตีตราแสดงความเป็นเจ้าของไว้

“หึ! บุรุษพวกนั้นทำให้เจ้าเสียวซ่านได้เท่าข้าหรือไม่”

จู่ ๆ ในความคิดของเขาก็มีภาพของนางร่วมรักกับบุรุษผู้อื่นเขามาในหัว เซียนหยางไม่รู้ว่าในยามนี้ตนเป็นอันใดไปกันแน่

ฮั่วซูเม่ยได้ยินขมวดคิ้วไม่พอใจทันที

“ออกไปซะ!”

“ข้าถามแค่นี้โมโหแล้วหรือ”

“ท่านกำลังดูถูกข้า!” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น นางสบตาบุรุษตรงหน้าด้วยความจริงจัง

เซียนหยางชะงักเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นความรู้สึกวูบหนึ่งผ่านนัยน์ของสตรีใต้ร่าง “หากข้าพิสูจน์ได้ว่าบุตรในครรภ์ของเจ้าไม่ใช่ลูกข้า เมื่อถึงยามนั้นเจ้าได้กลายเป็นร่างไร้ลมหายใจแน่” เขาพลางเฉไฉพูดเรื่องอื่น

ยามนี้จะใช่หรือไม่ใช่อย่างไร

เขาก็ไม่อยากหยุดลงและลุกหนีไปได้ เซียนหยางรู้สึกปวดหนึบแก่นกายเหลือเกิน

ฮั่วซูเม่ยยกยิ้มเยาะ “เหอะ! กลัวว่าจะไม่ได้ร่วมรักกับข้าอย่างงั้นหรือ”

“เจ้า!”

“คิดว่าข้าโง่งมจนดูไม่ออกหรือไร”

นางไม่ได้โง่งมจนถึงขั้นปล่อยเนื้อปล่อยตัวตามอารมณ์ไป ฮั่วซูเม่ยวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว

นางทำกิจการจะยอมขาดทุนได้อย่างไร

พอได้ยินประโยคอวดดีของนาง อารมณ์ขุ่นเคืองในใจของเซียนหยางเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เสมือนว่าการกระทำอ่อนโยนที่แสดงออกกับนางเสมือนเป็นการอ่อนข้อให้นาง “ในสายตาของข้าเจ้าก็เป็นเพียงสตรีไร้ค่าผู้หนึ่งเท่านั้นคุณหนูฮั่ว”

เซียหยางชินอ๋องขยับตัวต่ำลง จับเรียวขาของนางยกขึ้นพาดเอวสอบไว้ก่อนจะสอดแทรกเข้าลึกขึ้น

งดงาม

กลีบดอกไม้ตรงหน้าไฉนถึงแรกแย้มงดงามได้เพียงนี้

เขากัดฟันกรอดด้วยความปวดหนึบ

“ช้าก่อน!” ฮั่วซูเม่ยมองเห็นการกระทำแล้วร้องตกใจ “เบาแรงได้หรือไม่”

“ข้าเคยทำรุนแรงกับเจ้าด้วยหรือ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๖ ครอบครัวพร้อมหน้า

    ผู้ใดกันเอ่ยปากจะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนบุตรสาวให้ดีไม่ตามใจนางจนเสียคนเกรงว่าคงเป็นฮั่วซูเม่ยกระมังที่หูฝาดได้ยินผิดไปเอง หากเอ่ยถึงเซียนหยางคนผู้นั้นน่ะหรือ…นางไม่เคยเห็นเขาปฏิเสธอาหนี่ว์เลยแม้แต่สักครึ่งคำด้วยซ้ำ“ท่านพ่อ!”น้ำเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยขึ้นเสียงดังพลางกระโดดวิ่งเต้นตามหาผู้เป็นบิดาของตน“ท่านพ่ออยู่ที่ใดเพคะ!”“ท่านพ่อเจ้าค่ะ!”ฮั่วซูเม่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ พอนางได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้พลันรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ “อาหนี่ว์! เสียงเจ้าดังจนทำเขาตกใจตื่นแล้ว”“เอะ! แอ้ๆๆ แอ้!” เสียงของเด็กทารกในห่อผ้าสะดุ้งพลันหวีดร้องไห้จ้าด้วยความตกใจเมื่อถูกรบกวน“น้องข้าตื่นแล้วหรือ” ซูหนี่ว์หยุดชะงักก่อนตะโกนถามออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ก็ใช่น่ะซิ!” ฮั่วซูเม่ยตะโกนตอบ“ชู่ว์~~ เข้าใจนางหน่อยอาหยวน พี่สาวของเจ้าก็เป็นคนเสียงดังเช่นนี้” ฮั่วซูเม่ยพลางอุ้มเด็กน้อยในห่อผ้าขึ้นแนบอก เกลี้ยกล่อมให้หยุดร้องไห้“ท่านแม่!”ซูหนี่ว์ปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ตรงหน้ามารดา สายตาของนางมองเลยสอดส่องเข้าไปในห่อผ้าอย่างไม่วางตา “ส่งมาให้ข้าเถอะ”“…..”“แอ้! แอ้ๆๆๆ” ทารกยังคงตะเบ่งเสียงร้องไม่

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๕ บทสรุปของทุกอย่าง

    ‘หนึ่ง…คำนับฟ้าดิน’‘สอง…คำนับบิดามารดา’‘สาม…คำนับกันและกัน’‘ส่งตัวเข้าหอ’เสียงของแม่สื่อร้องตะโกนดังก้องประกาศขั้นตอนพิธีการสำคัญต่าง ๆ ตามหน้าที่ขนบธรรมเนียมผ่านมาเกือบปีแล้วในที่สุดก็ถึงเวลาเหมาะสมสำหรับ งานมงคลสมรสอย่างเป็นทางการเสียทีระหว่างเซียนหยางชินอ๋องและฮั่วซูเม่ยโดยมีฟ่านฮองเฮาจื่อฮ่องเต้เป็นผู้จัดการให้ทั้งสิ้นไม่ว่าจะสามหนังสือหรือหกพิธีการจัดแจงตามให้เหมาะสมในเมื่อฮั่วซูเม่ยตัดขาดไม่เกี่ยวข้องออกจากจวนสกุลฮั่วมานานแล้ว ดังนั้นฟ่านฮองเฮาจึงเป็นแม่งานฝ่ายเจ้าสาวให้ส่วนเซียนหยางชินอ๋องนั้นแม้ตอนแรกเขาเอ่ยปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองทว่ากับถูกจื่อฮ่องเต้ข่มขู่หากไม่ได้ทำให้น้องชายร่วมอุทรผู้เดียวเกรงว่าตอนตายลงโลงไปคงไม่หลับตาแน่เป็นเช่นนี้แล้วคนทั้งคู่จึงไม่สามารถเอ่ยขัดได้เลยแม้แต่สักครึ่งคำจื่อฮ่องเต้นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรสวมใส่อาภรณ์สีทองแล้วยังปักด้วยดิ้นทองเป็นลวดลายมังกรน่าเกรงขามอีกหน เคียงข้างด้วยฟ่านฮองเฮาสวมใส่อาภรณ์ที่ตัดเย็บอย่างประณีตในชุดสีทองประดับลวดลายสวยงามเช่นกันเหล่าขุนนางสูงต่ำทั้งหลายและแขกมากมายต่างรายล้อมอยู่รอชื่นชมความงดงามของคู่บ่า

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๔ บุตรสาวหน้าตาคล้ายนาง

    ต้นฤดูไม้ใบผลิอากาศหนาวเริ่มคลายลงบ้างแล้ว ในขณะที่ช่วงยามนี้จวนชินอ๋องกำลังวุ่นวายบ่าวรับใช้และหมอหญิงหลาย สิบคนต่างกำลังเดินเข้าออกจากเรือนหลักหนึ่งทำหน้าที่ของตนเองเพียงเพราะฮั่วซูเม่ยสตรีของเซียนหยางชินอ๋องเจ็บท้องใกล้จะ คลอดแล้ว“อดทนอีกนิดเพคะ” ชิงอันพลางเอ่ยบอกอาการเป็นระยะฮั่วซูเม่ยนอนอยู่บนเตียง สภาพใบหน้าหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดฝาด “มารดาจะตายแล้ว!”นางรู้สึกหน่วงที่ท้องและเจ็บจริง ๆ“ใจเย็นเถอะ ๆ อีกไม่นาน” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นปลอบใจเซียนหยางยืนอยู่ข้างๆ เตียง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลกระวนกระวายและไม่สามารถทำอะไรได้มากนอกจากจับมือนาง ไว้แน่นราวกับหวังว่าจะช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวดนั้นได้เซียนหยางเห็นสภาพของนางเช่นนี้มาสองชั่วยามได้แล้ว หากเขาเจ็บแทนได้คงดีไม่น้อย“เมื่อไหร่นางจะคลอด”“…..”หมอหญิงสามสี่คนที่ตรวจดูอาการพอได้ยินน้ำเสียงทุ้มของชินอ๋องเอ่ยขึ้นนิ่ง ๆ จึงสะดุ้งตาม ๆ กัน “อีกไม่นานเจ้าค่ะ"อีกไม่นาน?“ข้าถามว่าเมื่อไหร่” สายตาคมกริบพลันปรายไปมอง ฉายความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด“เกรงว่าทารกน้อยผู้นี้คงจะตัวใหญ่ไม่น้อยถึงขั้นไม่ยอมออกเลยทำให้หวางเฟยเจ็บปวดไม่น้อย”

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๓ วันส่งท้ายปี

    พอได้ยินประโยคนี้แล้วฮั่วซูเม่ยตกใจเล็กน้อยก็จะปรายสายตาเหลียวไปมองเซียนหยางอยู่ข้าง ๆ ที่เอ่ยแทรกขึ้น“เกรงว่าคงทำให้พี่สะใภ้ผิดหวังแล้ว” เซียนหยางไม่มีทางยอมแน่ บุตรของเขาที่กำลังเกิดจากฮั่วซูเม่ยสมควรเรียกเขาว่าบิดาแค่เพียงผู้เดียวเท่านั้นสีหน้าของฟ่านฮองเฮาผิดหวังเล็กน้อย “เช่นนั้นหรือ” นางมีความรู้สึกเอ็นดูเด็กน้อยผู้นี้ตั้งแต่ในครรภ์จริง ๆ ดูท่าแล้วออกมาคงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มไม่น้อย“คงไม่เป็นอันใดกระมัง” นางหันไปพูดกับเซียนหยางก่อนจะปรายสายมากลับมามองสตรีตรงหน้าฮั่วซูเม่ยถือวิสาสะจับมือของฟ่านฮองเฮาไว้ก่อนจะวางลงบนท้องของตนเอง “ไฉนเจ้าเด็กนี้เขาจะไม่ดีใจกันมีท่านป้าเป็นถึงฮองเฮางดงามเพียงนี้” นางไม่ได้คิดมากอันใดอยู่แล้ว เพียงแค่มีคนเอ็นดูเจ้าเด็กคนนี้ตั้งแต่ในครรภ์ก็นับว่าเกินไปสักหน่อยแล้วจื่อฮ่องเต้พลางเดินเข้ามาโอบไหล่ภรรยาไว้ “หากเจ้าอยากมีนักเช่นนั้นให้ข้าลงมือได้เลยหรือไม่”ไฉนนางจะไม่อยากมีกัน…ว่ากันตามตรงแล้วเขาและนางก็ตบแต่งกันมาหลายปีแล้ว แต่กลับไม่มีวี่แววเลยว่าผู้เป็นภรรยาจะตั้งครรภ์เสียทีด้วยสุขภาพของนางที่เป็นอยู่ตอนนี้ฟ่านฮองเฮาส่ายหน้าพลางถอนหายใจ “สุขภาพข

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๒ เริ่มเข้าที่เข้าทาง

    “กลับมาแล้วหรือ”ฮั่วซูเม่ยรออยู่ในเรือนไม่ยอมนอนอยู่นานสองนานพอเห็นประตูถูกผลักเข้ามาปรากฏเรือนร่างกำยำคุ้นเคย นางจึงปากถามพลางลุกเดินเข้าไปหาเซียนหยางพลันถอยหลังหนี“ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าไม่ต้องรอ ไฉนยังไม่นอนอีก” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเรียบนิ่ง สายตาคมกริบไล่สำรวจนางตั้งแต่บนลงร่างจงใจยั่วยวนเขาหรอกหรือ?อาภรณ์ชุดนอนผืนบางแนบสนิทไปกับเรือนร่างจนมองเห็นส่วนโค้งเว้าทุกส่วน เรือนผมดำปล่อยสยายยาวอยู่หลัง“บอกแล้วอย่างไรว่าจะรอ” ใบหน้าคนงามระบายยิ้มกว้าง นางมองเข้าไปในนัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจึงเห็นความรู้สึกผิดที่ถูกกลบเกลื่อนเอาไว้เล็กน้อย“……” “ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่” ฮั่วซูเม่ยเดินไปอีกครั้งแต่เซียนหยางก็พลันถอยห่างอีก นางจึงขมวดคิ้วมุ่นทันทีคราแรกที่บุรุษผู้นี้ทำเช่นนี้นางจึงคิดเสียว่าเขาอาจจะตกใจก็ได้ ทว่าพอเป็นเช่นนี่ฮั่วซูเม่ยรู้ว่าเริ่มไม่ปกติแล้ว“เนื้อตัวข้าสกปรกยังไม่ทันได้อาบน้ำ” เซียนหยางเอ่ยอย่างเร่งรีบเกรงว่านางจะเข้าใจผิดเอาได้หาว่าเขารังเกียจฮั่วซูเม่ยไล่สายตาสำรวจสังเกตจึงพบว่าฝ่ามือของบุรุษผู้นี้นั้นมีคราบสีแดงคลายเลือดแห้งติดอยู่ ดวงตาเมล็ดซิ่งค่อย ๆ เงยขึ้นส

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๓๑ เป็นรองเพียงนาง

    การแต่งงานของฮั่วซูเม่ยและเซียนหยางถูกจื่อฮ่องเต้กำหนดไว้ล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงอย่างไรเซียนหยางก็เป็นน้องชายร่วมอุทรผู้เดียวของจื่ออ๋องเต้ย่อมต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ไม่น้อยหน้าผู้ใดแน่จื่ออ๋องเต้นั่งพูดคุยอยู่จวนชินอ๋องต่อราวหนึ่งก้านธูปเห็นว่าคงรบกวนเวลาพักผ่อนของน้องสะใภ้มากเกินไปจึงไม่รั้งอยู่ต่อ “วันหน้าเจ้าก็พานางเข้าวังไปพบพี่สะใภ้เสีย”ฮั่วซูเม่ยระบายยิ้มจาง ๆ “เกรงว่าคงจะรบกวนฝ่าบาทเกินไปแล้วเพคะ”“เหอะ! รบกวนอันใดกันนับว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”ในความคิดของนางจื่อฮ่องเต้ผู้นี้เป็นถึงผู้ปกครองแคว้นเหนือกว่าผู้คนหลายพันหลายหมื่นชีวิตแต่กลับไม่หยิ่งทะนงถือตัวเลยแม้แต่น้อยความรู้สึกประหม่าในคราแรกจึงคลายลงไปหมดสิ้นเซียนหยางกำลังจะอ้าปากปฏิเสธแล้วแต่พอเหลียวเห็นรอยยิ้มของสตรีข้างกายเป็นอันต้องกลืนคำพูดนั้นลงท้องไป เกรงว่าหากนางอยู่แต่จวนคงเบื่อหน่ายไม่น้อยได้พูดคุยกับผู้อื่นคงดี“เจ้าอยากไปหรือไม่”ฮั่วซูเม่ยพลางทำท่าครุ่นคิดสักเล็กน้อย “หากเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วเช่นนั้นข้าสมควรต้องคารวะพี่สะใภ้เสียหน่อยแล้ว”“ดี!” จื่อฮ่องเต้ตอบรับหัวเราะเบา ๆ “นางต้องเอ็นดูเจ้าเหม

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๕ ลงมือจัดการ

    เซียนหยางยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ สตรีผู้นี้ยามนอนหลับช่างไม่ต่างจากเด็กน้อยผู้หนึ่งต่างกันลิบลับกับตอนตื่นขึ้นช่างเป็นสตรีที่ไม่ควรจะเข้าใกล้จริง ๆ “ตายแล้วหรือ!” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างแข็งกร้าว เขาพลางเดินไปตรงหน้าหยุดลงอยู่ข้าง ๆ เตียงจากนั้นจึงโน้มใบหน้าก้มมองใกล้ จู่ ๆ ภายในใจของเซียนห

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๔ ไม่ปล่อยเอาไว้

    ฮั่วซูเม่ยกะพริบตามองบุรุษตรงหน้าปริบ ๆ โดยไร้ความเกรงกลัว ในขณะที่โทสะของเซียนหยางชินอ๋องนั้นเพิ่มขึ้นจนคับอก สายตาคมกริบเพ่งมองสตรีเบื้องหน้าอย่างแข็งกร้าว มุมปากหนาพลันหยักยกขึ้นจากนั้นจึงยกมือขึ้นบีบลำคอนางทันที อึก! “คิดว่าข้าไม่กล้าสังหารเจ้าหรือ” นัยน์ของเซียนหยางในยามนี้มิต่างจากสัตว์ป่าด

  • วาสนานี้เป็นของข้า   ๑ เหตุการณ์ในวันนั้น

    “ถอยออกไปให้ห่างก่อนที่ข้าจะโมโห”เซียนหยางชินอ๋องเพ่งมองสตรีใต้ร่าง ดวงตาสีดำคมกริบในยามนี้ดูลุ่มลึกยากจะคาดเดาได้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ฤทธิ์ของสุราแรงที่ดื่มเข้านั้นยิ่งทำให้เขาขาดสติ แล้วยิ่งมีสตรีงามอยู่ตรงหน้าอีกเขาเองก็หาใช่ก้อนหินแข็งทื่อ“ดอกไม้งามอยู่ในมือแล้วไฉนถึงต้องปล่อยไปโดยไม่ทันได้

  • วาสนานี้เป็นของข้า   บทนำ

    ฮั่วซูเม่ยเดินมาถึงเรือนส่วนหน้าแล้ว สายตาของนางทอดมองเข้าไปข้างในด้วยความแข็งกร้าว มุมปากหยักยิ้มเยาะเล็กน้อย “หากข้าไม่ได้ยินเสียงของพวกบ่าวรับใช้ซุบซิบนินทาเกรงว่าคงไม่มีผู้ใดปริปากบอกข้ากระมังว่ามีบุรุษมาสู่ขอน้องรองแล้วเสียงหัวเราะที่สะท้อนออกมาอย่างสนุกสนานนั้น ทำให้นางทำใจปล่อยผ่านไปไม่ได้จ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status