ログイン“รับไว้เถอะนะคะ คุณคนนี้ไม่ใช่โรคจิตอย่างแน่นอน” พนักงานสาวที่เห็นสีหน้าของเอื้อยจึงช่วยพูดให้เธอวางใจ ว่าคุณศิลาชายหนุ่มรูปหล่อไม่ใช่คนโรคจิต
หากแต่เป็นเทพบุตรเทวดาที่มีเพียบพร้อมทุกอย่างทั้งหน้าตาแก้วแหวนเงินทอง
“เอ่อ จะดีเหรอคะ”
“ฉันมั่นใจค่ะว่าคุณเขาไม่ใช่โรคจิตอย่างแน่นอน” เมื่อเห็นว่าพนักงานมั่นใจแบบนี้ อย่างนั้นเธอจะรับเอาไว้พอเป็นพิธีก็แล้วกัน
แม้ว่าเขาจะให้เบอร์เธอมาแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะติดต่อไป สมัยนี้ไว้ใจใครได้ที่ไหนกัน
.................
ร่างสูงยืนมองร่างเล็กที่กำลังเดินออกไปจากตึก เขาเห็นตำตาว่าเธอโยนบางอย่างทิ้งลงในถังขยะซึ่งหากจะให้เดาก็คงเป็นกระดาษไลน์ติดต่อของเขาที่ให้พนักงานเอาไว้ให้เธอ
“ศิลาลูกมองอะไรเหรอ” ดูจากท่าทางแล้วลูกชายของเธอน่าจะมองลงไปยังชั้นล่างสุดของตึก แต่ว่ามองจากข้างบนลงไปมันเห็นอะไรกัน มันเล็กมากแทบดูไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าเป็นอะไร
คุณหญิงธารดาว หญิงสาวที่มีอายุสี่สิบแปดย่างเข้าสี่สิบเก้าปี ทว่ารูปร่างและหน้าตาของเธอยังคงดูเหมือนหญิงสาววัยสามสิบต้นๆด้วยซ้ำ
ความสวยงามบวกกับความมีเสน่ห์เย้ายวน ทำให้เธอยิ่งน่าหลงใหลเข้าไปอีกแม้ว่าจะเริ่มมีอายุที่มากขึ้นก็ตาม
“เปล่าครับแม่” จะบอกแม่ได้ยังไงว่าเขากำลังมองสาวอยู่ เขาอายเป็นเหมือนกันให้บอกแม่ว่าลูกชายของแม่โดนสาวเมินอย่างนั้นเหรอ?
แม้ว่าศิลาจะเอ่ยวาจาปฏิเสธออกไป ทว่าคุณหญิงธารดาวกลับดูออกว่าคำพูดของลูกชายมันไม่เป็นความจริง แต่เธอก็ไม่อยากจะคาดคั้นอะไร
เธอเข้าใจดีว่าช่วงวัยรุ่นมักจะมีช่วงที่สับสนและไม่เข้าใจอย่างนี้
“เบื่อหรือเปล่าที่ต้องมาดูงานกับพ่อ” น้ำเสียงอ่อนโยนเปล่งออกมาด้วยความเป็นห่วงบุตรชาย ก่อนจะจัดเตรียมน้ำส้มคั้นให้ศิลาได้ดื่ม
“มีบ้างครับ แต่ผมไหว” ศิลาหันมาสนใจคนเป็นแม่ที่กำลังเตรียมน้ำส้มให้เขาเหมือนทุกครั้ง
ภาพแบบนี้เขาจะไม่มีทางให้พวกเพื่อนชายในกลุ่มมาเห็นเด็ดขาด ว่าผู้ชายอกสามศอกอย่างเขา ต้องดื่มน้ำส้มคั้นทุกวันแบบนี้ หากว่าพวกมันรู้มีหวังคงล้อเลียนเขายันมีลูกมีหลานแน่
“ไม่ไหวลูกอย่าฝืนนะ เดี๋ยวแม่คุยกับพ่อให้” ที่จริงลูกชายของเธอยังถือว่าเด็กมาก เขายังเรียนอยู่มัธยมปลายอยู่เลย จะมาเรียนรู้งานในบริษัทคงเป็นอะไรที่เหนื่อยน่าดู
“ไม่ครับผมไหวแน่นอน ผมช่วยพ่อแม่จะได้มีเวลาไปเที่ยวพักผ่อนไงครับ” ศิลายิ้มร่าก่อนจะเดินเข้ามากอดคนเป็นแม่อย่างรักใคร่
“ขี้อ้อน..”
“ผมมีแม่คนเดียวครับ ไม่อ้อนแม่ธารดาวแล้วจะไปอ้อนใคร” ตั้งแต่เรื่องราววันนั้นผ่านมา ทั้งชีวิตของเขาก็มีเพียงแม่ธารดาวกับพ่อเท่านั้น
แม้ว่าแม่ธารดาวจะไม่ใช่แม่แท้ๆของเขา ทว่าเขาไม่ได้รู้สึกว่าเธอเป็นคนอื่นเลย เขารักแม่ธารดาวเหมือนแม่แท้ๆของเขาคนหนึ่ง
“ปากหวานจริงๆเลย ถ้าเกิดว่ามีสาวคงต้องไปอ้อนสาวแน่ๆ” ธารดาวยิ้มอย่างมีความสุขที่ศิลามอบความรักอันบริสุทธิ์นี้ให้เธอ แม้ว่าตัวของเธอจะไม่ได้เบ่งเขาออกมาก็ตาม
“สาวที่ไหนจะสู้แม่ได้กัน”
“ไม่แน่หรอก เผื่อเจอขึ้นมาเกรงว่าลูกคงลืมแม่ลืมพ่อและลืมทางกลับบ้าน” เธอโตมาจนอายุปูนนี้แล้วทำไมจะไม่เข้าใจเรื่องความรักความหลงกัน
“พอเลยศิลา!” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นมาจากมุมหนึ่งของห้อง เขาทำงานมาเหนื่อยๆเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกหงุดหงิดเหมือนโดนลูกชายแย่งความรัก
“พ่อนี่แม่ผม!” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ เขาคิดว่าบางที่พ่ออาจจะลืมไปว่าเขาเป็นลูกของท่านและลูกของแม่ ทำไมต้องทำหน้าตาไม่พอใจแบบนั้นใส่เขาด้วย
“นั้นก็เมียพ่อเหมือนกัน!” คนกลางอย่างธารดาวที่เห็นเหตุการณ์แบบนี้จึงได้แต่ส่ายหน้า
ผ่านมาแล้วหลายปีคนทั้งสองก็ยังคงทำนิสัยหวงของเหมือนเดิม พวกเขาพ่อลูกลืมไปหรือเปล่าว่าพวกเขาเป็นพ่อลูกกัน
“ไม่รู้แหละยังไงแกก็ออกมาให้ห่างๆจากธารดาว” คนเป็นพ่อชี้หน้าลูกชายอย่างเอาเรื่อง
“คุณพิภพ” สามีเด็กคนนี้เกินไปแล้ว ท่าทางที่เขาทำมันไม่เหมือนคนเป็นพ่อที่พึ่งทำกับลูกเลย หรือว่าท่าทางความเป็นผู้ใหญ่ของเขาที่แสดงออกให้เธอเห็นเมื่อหลายสิบปีก่อนจะเป็นเรื่องหลอกลวง
“ธารดาว อย่าเอาใจศิลามากมันจะเสียนิสัย”
เหอะ!สามีของเธอไม่รู้เหรอว่าศิลานิสัยเหมือนใคร มันไม่ใช่เหมือนเขาที่เป็นพ่อหรือไง นิสัยขี้หวงและขี้ระแวงมันเป็นตัวเขาเลย
“พ่อผมกับพ่อไม่ต่างกันหรอกครับ”
“ต่างสิ ทำไมจะไม่ต่างกัน” เจ้าลูกชายของเขามันจะไปรู้อะไร
“ต่างยังไงเราสองคนเหมือนกันจะตาย” พ่อจะมาไม้ไหนอีก เมื่อเห็นว่าคนเป็นพ่อไม่ยอมเลิกรา ร่างสูงของศิลาจึงยอมผละออกห่างจากคนเป็นแม่
ไม่ใช่ว่าเขากลัวพ่อหรอกนะ แต่กลัวว่าแม่จะกลายเป็นหญิงหม้ายหากว่าพ่อของเขาป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองแตกตาย ศิลาคิดในใจอย่างหวงคนเป็นแม่
“ต่างตรงที่ฉันเป็นพ่อ ส่วนแกมันเป็นลูก” บารมีมันต่างกัน เจ้าศิลายังต้องให้เขาบอกอีกอย่างนั้นเหรอ
แม้ว่าพิภพคนเป็นพ่อจะพูดอย่างนั้นเพื่อเตือนสติศิลาให้อยู่ห่างจากภรรยาของเขา แต่ทว่าหน้าตาของเจ้าศิลาที่เขาเห็นมันไม่ได้สลดเลยสักนิด
เขารู้สึกหมั่นไส้ลูกชายตัวเอง...คงต้องหาวิธีให้มันอยู่ให้ห่างจากธารดาวภรรยาของเขาแล้ว
เมื่อคิดได้อย่างนั้นชายวัยกลางคนจึงยกยิ้มอย่างชอบใจเมื่อคิดอะไรบางอย่างออก
“ศิลาช่วงนี้งานบริษัทไม่ค่อยมีอะไรให้แกเรียนรู้แล้ว พ่อมีเรื่องอยากให้แกช่วยหน่อย” หากว่าลูกชายของเขาทำได้ เงินทั้งหมดที่ได้มาเขาจะยกให้ศิลาเลย อีกอย่างงานนี้จะทำให้ลูกชายของเขาอยู่ห่างจากภรรยาของเขาอีกด้วย
“อะไรเหรอครับ” แม้ว่าตอนที่ชายหนุ่มอยู่กับพ่อเขาจะดูเป็นคนกวนๆ ทว่าพอถึงเรื่องงานเขากลับเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคน
“ไปคุยเรื่องที่ดินกับลูกสาวเพื่อนพ่อหน่อย” ได้ข่าวว่าลูกสาวของเพื่อนเขาเดินทางมากรุงเทพ ดีเลยเขาจะใช้โอกาสนี้ให้ลูกชายอยู่ห่างจากภรรยา
หลังจากวันนั้นผ่านมา วันที่ศิลาข่มขู่พ่อตาให้ยอมรับเขา เรื่องทั้งหมดก็ผ่านไปได้ด้วยดี พ่อตายอมที่จะให้เขาคบกับพี่เอื้อยแต่ไม่ยอมให้เขาไปขอหมั้นพี่เอื้อยเขาให้เหตุผลว่าอยากจะดูพฤติกรรมเด็กหนุ่มก่อน หากว่าทำตัวไม่ดีทำให้ลูกสาวของท่านเสียใจ เรื่องการหมั้นหมายเขาจะเก็บไปพิจารณาอีกที“พ่อครับ ผมกับพี่เอื้อยกลับกรุงเทพก่อนนะ” ศิลายกมือไหว้คนเป็นว่าที่พ่อตาและแม่ยาย ทว่าชายวัยกลางคนกลับไม่แม้แต่จะยกมือไหว้ตอบแม้เขาจะยอมรับไอ้เด็กหนุ่มคนนี้แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะหายโกรธที่มันรังแกลูกสาวของเขา“พ่อแม่คะหนูกลับก่อนนะ”“อืม ลูกเดินทางปลอดภัยนะ” ต่างจากหญิงสาวที่เป็นลูกในไส้อย่างเอื้อย ที่คนเป็นพ่ออวยพรให้เดินทางปลอดภัยศิลาที่เห็นท่าทีแบบนี้ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างไร กลับเข้าใจความรู้สึกของว่าที่พ่อตาด้วยซ้ำเมื่ออำลาคนในครอบครัวเสร็จแล้ว ชายหนึ่งหญิงหนึ่งจึงออกเดินทางกลับกรุงเทพเพราะยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีก“ศิลาอย่าโกรธพ่อไปเลยนะ”“ผมไม่โกรธหรอกครับ ผมเข้าใจ” ศิลายิ้มร่าก่อนจะเอี่ยวตัวไปหอมแก้มสาวเจ้า ที่กำลังขับรถอย่างหมั่นเคี้ยว“ฉวยโอกาส” เผลอไม่ได้ตอนที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก็หาแต่โอกาสแตะต้
เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นอย่างที่ศิลาคิดเอาไว้ เมื่อเช้ามาชายวัยกลางคนกลับมองหาบุตรสาวคนสวยรอบบ้านเพราะไม่เห็นเอื้อยเลยตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ปกติยามที่ลูกสาวของเขาอยู่บ้านหญิงสาวจะไม่ตื่นสายแบบนี้“คุณวันนี้จะทำอะไรให้ผมทานเหรอ” เห็นแต่ผู้เป็นภรรยาที่กำลังเข้าครัวทำอาหาร ใจจริงก็อยากถามหาลูกสาวด้วย แต่กลัวว่าภรรยาจะไม่ชอบขี้หน้าเข้าอีกเดี๋ยวก็หาว่าเขาจับผิดลูกสาว......“ของคุณน่ะทานกาแฟดำแก้วเดียวก็พอ” ทว่าผู้เป็นภรรยาก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ ยังคงเมินสามีอยู่กลายๆ“แบบนั้นมันจะไปอิ่มอะไร” เขาว่าพรางก้มหน้าเศร้า ส่งเสียงออดอ้อนอยากให้ผู้เป็นภรรยาเห็นใจ“ถ้าเกิดว่าอยากกินรอศิลาก่อนก็แล้วกัน” ผู้เป็นภรรยาว่าขณะที่ไม่แม้แต่จะหันหน้ามามองสามีด้วยซ้ำ“.........” ชายวัยกลางคนที่ได้ยินชื่อนี้ก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าไอ้เด็กหนุ่มคนนั้นมากขึ้นทว่าพอภรรยาพูดถึงมันแล้วตั้งแต่เช้าเขาก็ยังไม่เห็นมันเลยนิ หนูเอื้อยลูกสาวของเขาก็ยังไม่เจอ.....“หรือว่า....” ชายวัยกลางคนยืนนิ่งสีหน้าตกใจ ก่อนจะกลับหลังหันวิ่งไปยังบันไดบ้านเพื่อไปยังชั้นสองของบ้าน“คุณ!” ผู้เป็นภรรยาที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มเข้าใจแล้ว
“พี่เอื้อย...” เพียงแค่ได้ยินประโยคนี้ศิลาก็ตัวนิ่ง หน้าตาเหม่อลอยไม่กล้าขยับไปไหน เพราะยังตกใจกับคำพูดของคนตัวเล็กที่บอกประมาณว่า เรามาคบกันเถอะ“ทำไมเหรอ? หรือว่านายไม่อยากคบกับพี่แล้ว” หญิงสาวโน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของศิลา ก่อนจะผละออกมาจ้องมองหน้าคมของเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม“เปล่านะครับผมแค่ตกใจ พะพี่เอื้อยพูดจริงเหรอครับ” ที่ถามย้ำแค่ไม่อยากคิดว่าตอนนี้มันเป็นความฝัน แต่ว่าคนตัวเล็กขอเขาคบเป็นแฟนจริงๆ“แล้วหายตกใจหรือยัง” มุมปากบางยกยิ้มระคนอารมณ์ดี คิดไม่ตกว่าศิลาจะมีท่าทีที่ตลกแบบนี้“พี่เอื้อย พี่ยังไม่ตอบเลยว่าพี่พูดจริงหรือเปล่า”“หื้ม? แล้วทำไมพี่จะพูดไม่จริงล่ะ” เรื่องแบบนี้ต้องโกหกด้วยเหรอแล้วจะทำไปเพื่ออะไร“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหมครับ” ศิลาดีใจมากจนแทบเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ มือหนาเขย่าไหล่มนต์อย่างคาดหวังกับคำตอบที่จะได้ยิน“ฮ่าฮ่า!จริงสิ ตอนนี้เราสองคนเป็นแฟนกันแล้ว” เอื้อยว่าก่อนที่เพียงไม่นาน เธอจะจู่โจมเข้าไปจูบศิลาอย่างรวดเร็วเธอน่ะไปหาอ่านมาว่าความรักของคนสองคน จะต้องผลักกันรุกและรับ ในครั้งก่อนที่น้ำตก ศิลาเป็นคนจูบและจู่โจ
ตกดึกมาทั้งสองคนแม่ลูกไม่ยอมคุยกับชายวัยกลางคนเลย หลังจากที่สองแม่ลูกรู้ว่าคนเป็นพ่อและสามีกลั่นแกล้งศิลา จนทำให้เด็กหนุ่มเป็นลมเป็นแล้งไปคนงานที่ไร่เล่าว่าไปเจอศิลานอนสลบอยู่กลางทุ่งไร่ พร้อมกับวัวที่ยืนอยู่ตรงนั้นหลายร้อยตัวพอเค้นถามชายวัยกลางคนจึงรู้ว่า ศิลาถูกใช้ให้แบกน้ำในถังไปให้วัวในไร่จนเป็นลมไป คนเป็นภรรยาที่รู้ว่าสามีทำแบบนี้ยิ่งไม่พอใจเขาทำเกินไปศิลาเองก็ไม่ได้ผิดอะไรด้วยซ้ำ ทำไมสามีของเธอถึงได้ใจดำแบบนี้ เขาแค่รักและชอบลูกสาวของเธอมันผิดด้วยเหรอ ดีอีกที่ลูกสาวของเธอมีคนรักคนดูแล เธอจะได้หายห่วงยามที่เอื้อยต้องอยู่ไกลบ้าน“เอ่อ เราไม่กินข้าวแล้วเหรอ” เสียงราบเรียบว่าอย่างสลดไม่คิดว่าภรรยาและลูกสาวจะโกรธมากขนาดนี้ โกรธจนไม่ตั้งโต๊ะกินข้าวเลยกระทั่งของโปรดที่เขาชอบ ภรรยาสุดที่รักก็เทมันทิ้งลงถังขยะต่อหน้าเขา เหลือไว้ก็แต่ผัดเปรี้ยวหวานกับต้มซุปเอ็นร้อยหวายซึ่งเขามารู้ทีหลังว่ากับข้าวทั้งสองอย่างนี้เป็นของโปรดของไอ้เด็กหน้าจืดนั้น“คุณยังต้องกินข้าวด้วยเหรอ งานการก็ไม่ทำจะกินทำไมให้เสียข้าวสุก” ภรรยาสวนกลับผู้เป็นสามี โทษฐานที่ปล่อยให้ศิลาทำงานอยู่คนเดียวจนไม่สบาย“โถ่ว!อ
“เอ่อจะให้ผมทำอะไรครับ” ทำไมเขาถึงได้รู้สึกถึงรางไม่ดี พ่อของพี่เอื้อยจะให้เขาทำอะไรกันแน่“เอ็งไปเอาน้ำให้วัวพวกนั้นสิ” นิ้วมือหนาชี้ไปยังวัวที่ถูกปล่อยให้เดินกินหญ้ากลางทุ่งหลายร้อยตัว พร้อมกับเอาถังสีส่งให้เด็กหนุ่ม“นั้นสายยางเปิดน้ำ เอาให้มันกินทุกตัวล่ะ” ชายวัยกลางคนว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ศิลาที่มองตามนิ้วชี้ของชายวัยกลางคนได้แต่ตาโตตกใจกับงานที่ว่าที่พ่อตาให้เขาทำ“แต่พ่อครับ!” เขาตายแน่ๆ ถ้าเกิดว่าต้องเอาน้ำให้วัวพวกนั้นกินทั้งหมด“เอ็งมีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยเหรอ?” หึ เอาสิตอนนี้ไหนล่ะสีหน้ายิ้มระรื่นนั้นมันหายไปไหนแล้ว หน้าตาอวดดีแบบนั้นมันหายไปไหนกันพ่อหนุ่มน้อยเขาล่ะอยากจะถ่ายรูปของไอ้เด็กหนุ่มคนนี้ไปให้พ่อมันดูจังเลย อยากเห็นสีหน้าของไอ้พิภพว่ามันจะเป็นยังไง ยามที่เห็นเขารังแกลูกชายสุดที่รักของมัน“เอ้า!จะยื่นนิ่งอยู่ทำไมรีบไปเอาน้ำให้ลูกๆของข้าสิ เดี๋ยวมันหิวน้ำตาย” ชายวัยกลางคนไล่เด็กหนุ่มให้เร่งมือ ก่อนที่ภรรยาและลูกสาวของเขาจะกลับมาเห็นเดี๋ยวจะหาว่าพ่อและสามีคนนี้ใจร้ายใจดำอีก ที่ไปรังแกเด็กมัน แต่ก็น่ะ.....ช่วยไม่ได้มันมาทำหน้าตากวนๆ ให้เขาหมั่นไส้เองชายวัยกลางคนนั่งมอ
ยังไม่ทันที่รถยนต์คันหรูจะจอดอยู่หน้าบ้าน เอื้อยก็เห็นคนเป็นพ่อยืนกอดอกรอแล้ว เธอใช้เวลาขับรถไม่นานเท่าไหร่ เพราะต่างจังหวัดหากไม่ใช่ช่วงเทศกาลรถจะไม่ติดทำให้หลังจากที่ไปดูที่ดินกับศิลาแล้ว ก็ขับรถมาที่บ้านที่ขอนแก่นได้เลย“พี่เอื้อย พี่ทะเลาะกับพ่อเหรอครับ” คนที่กล้ายืนกอดอกจ้องมองรถของพี่เอื้อยขนาดนี้ คงมีแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็เป็นพ่อของพี่เอื้อยแต่ทำไมคุณพ่อต้องทำท่าทางและสีหน้าแบบนี้ด้วย เขากับพี่เอื้อยทะเลาะกันเหรอ ศิลาคิดในใจเมื่อได้ลองย้อนไปเมื่อคืนถึงสีหน้าของพี่เอื้อย ที่ไม่ค่อยสู้ดีหนักหลังจากคุยโทรศัพท์กับคนเป็นพ่อ“ไม่ใช่ พ่อพี่นิสัยเป็นแบบนี้เอง” เธอหันไปมองศิลาอดเป็นห่วงเด็กหนุ่มไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าพ่อจะรังแกเด็กหนุ่มหรือเปล่า และก็ไม่รู้ว่าศิลาจะรับมือกับพ่อยังไง“ครับ” เขาก็พอจะรู้หรอก ว่าพ่อพี่เอื้อยเป็นคนยังไงเพราะพ่อของเขาก็เตือนมาเหมือนกัน ว่าพ่อพี่เอื้อยหวงลูกสาวมากยิ่งเป็นลูกสาวคนเดียวยิ่งหวง“ศิลาเราลงไปกันเถอะ” เอื้อยพาเด็กหนุ่มเดินเข้าไปทักทายคนเป็นพ่อและแม่ของเธอ ที่กำลังเดินออกมารับเธอที่หน้าบ้านด้วยความที่เป็นบ้านนาบ้านของเอื้อยจึงแตกต่างจากที่บ้านขอ







