تسجيل الدخولเมื่อได้ฟังรายละเอียดจากคนเป็นพ่อศิลาจึงได้แต่เจ็บใจ พ่อรู้ทั้งรู้ว่าเพื่อนของตัวเองหวงที่ดินแต่ก็ยังอยากจะซื้อ ขนาดพ่อที่เป็นเพื่อนกันกับคุณลุงเจ้าของที่ดินยังคุยกันไม่ได้เลย และตัวเขาล่ะเป็นใคร?
พ่อตั้งใจกลั่นแกล้งเขาชัดๆเลยแบบนี้ หนำซ้ำยังส่งให้เขาไปเข้าหาลูกสาวของคุณลุงอีก พ่อของเขาช่างเป็นคนจริงใจต่อเพื่อนรักจริงๆ
“ทำไม? หรือว่าแกไม่มีปัญญา” ที่ดินตรงนั้นเป็นทำเลทองของจังหวัดนครราชสีมาหรือโคราช เพราะอีกไม่กี่ปีข้างหน้ารัฐบาลจะสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงผ่านตรงนั้น
หากว่าซื้อที่มาได้กำไรทั้งหมดหลังจากที่หักค่าใช้จ่ายจากการลงทุนแล้วเขาจะยกให้เจ้าศิลาทั้งหมดเลย
“พ่อ ที่ดินดีแบบนั้นหากว่าผมเป็นคุณลุงผมลงทุนเองไม่ดีกว่าเหรอ” มันค่อนข้างยากที่ท่านจะขายให้
“ศิลาแกถามฉันอย่างนั้นเหรอ?”
“........” ร่างสูงของเด็กหนุ่มพยักหน้า เรื่องนี้พ่อเป็นคนต้นคิดดังนั้นเรื่องรายละเอียดทั้งหมดพ่อก็น่าจะรู้
“นั้นมันเป็นปัญหาของแก ฉันมอบงานให้แกแล้ว” เรื่องอะไรเขาจะช่วยมัน ให้เจ้าลูกชายไปยุ่งอยู่กับงานนั่นแหละดีแล้ว จะได้ไม่มีเวลามายุ่งกับภรรยาของเขา
มันอยากมีคนดูแลมันต้องหาเมียเอง จะมาอ้อนภรรยาของเขาทำไม มันใช่เรื่องไหม? พิภพพ่อของศิลาคิดในใจ
“แม่ครับ” มีแม่คนเดียวที่สามารถช่วยเขาได้
“เอ่อ ศิลา” เธอจะช่วยศิลาได้ยังไงแค่นี้สามีของเธอก็ดูจะน้อยใจมากแล้ว เขายิ่งเป็นคนแบบนี้ด้วยลองให้เธอเข้าข้างศิลาสิ มีหวังเขาคงโกรธและน้อยใจเธอมากกว่าเดิม
คุณหญิงธารดาวมองหน้าสามีและลูกชายด้วยความวิตกกังวลไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไง
“หึ แม่ไม่ว่างหรอกพ่อจะพาแม่ไปทำสวย” เขารู้ดีว่าภรรยาของเขารักสวยรักงาม หากจะให้เธอยอมเขาจะต้องเอาเรื่องนี้มาอ้าง
“จะจริงเหรอคะ” ดวงตาสวยเบิกกว้างหรือว่าสามีของเธอจะนัดช่างทำสวยคนนั้น คนที่แต่งหน้าทำสปาให้นักแสดงฮอลลีวูด
“อืม ผมนัดไว้นานแล้วกว่าจะได้คิวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
“อย่างนั้น...ศิลาลูกทำอย่างที่พ่อบอกเถอะ พ่อจะได้ว่างพาแม่ไปทำสวยไง” หญิงสาวยิ้มร่า ลืมเรื่องทุกข์ใจของลูกชายไปเลย
ส่วนชายหนุ่มอย่างศิลาในตอนนี้ เขารู้ชะตากรรมของตัวเองแล้วเขามันสู้พ่อไม่ได้
“อย่ามาทำหน้าแบบนั้น ข้อมูลทุกอย่างพ่อให้เลขาส่งไปให้แล้ว” พิภพว่าอย่างไม่หนักใจ ก่อนจะเดินอ้อมไปหาธารดาวโอบกอดเธอพร้อมกับพาเธอไปหาอะไรอร่อยทาน
“ไปที่รัก ผมนัดร้านอาหารที่คุณชอบเอาไว้ด้วย”
“แล้วเค้กที่ลูกซื้อมาให้ล่ะ” หากว่าเธอไปกับสามีศิลาจะไม่น้อยใจแย่เหรอ
“นั้นสิครับพ่อ แม่อยากกินเค้กมากกว่า” ศิลากล่าวแย้ง เค้กนั้นเขาอุตส่าห์ไปนั่งรอตั้งนานพ่อจะทำเหมือนมันไม่มีค่าแบบนี้ไม่ได้
“เดี๋ยวให้แม่บ้านมาเอาไปแช่ตู้เย็นพรุ่งนี้คุณค่อยกินก็ได้”
“เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ”
ศิลามองพ่อกับแม่ทั้งสองสลับกันไปมา เผื่อว่าท่านทั้งสองจะลืมว่าเขายังเป็นลูกชายของท่านทั้งสองยังคงอยู่ในห้อง จะสวีทหวานอะไรก็อายเขาบ้าง
“พ่อแม่ครับอย่างนั้นผมไปทำงานก่อนนะครับ” ศิลาว่าด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำซากตรงหน้า
“อ้าว!นี่ลูกยังอยู่อีกเหรอ?” พิภพคนเป็นพ่อว่าอย่างไม่มีเยื่อใย ก่อนจะเดินไปถือกระเป๋าหรูให้ภรรยาคนสวย
ตาคมเข้มได้แต่มองตามหลังของคนที่เขารักทั้งสองล่ะคนเคยชิน แม้จะรู้สึกเหมือนถูกแกล้งแต่ศิลาก็ชอบบรรยากาศครอบครัวแบบนี้ มันอบอุ่นและไม่อ้างว้างอย่างวัยเด็กที่เขาเคยพบเจอ
อีกด้านหนึ่ง
“พ่อหนูเข้าใจแล้ว” ร่างบางว่าอย่างจำใจเพราะพึ่งได้รับสายโทรศัพท์จากคนเป็นพ่อเกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนของท่านมาขอซื้อที่ดิน ทว่าพ่อกลับไม่สะดวกขึ้นมาในกรุงเทพ
แต่ให้เธอไปคุยธุระแทน ส่วนการตัดสินใจพ่อยกให้เป็นหน้าที่ของเธอเลย
“ดี อย่าไปทำตัวให้พ่อขายขี้หน้าล่ะ”
“พ่อเห็นหนูเป็นคนแบบไหนกัน” พ่อมักจะเอ่ยแซวเธอเรื่องแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง เห็นว่าเธอเป็นสาวบ้านนอกแล้วเธอจะทำตัวให้พ่อขายหน้าหรือไง
“ดีเข้าใจแล้วก็ดี มีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษาคุณลุงเพื่อนพ่อได้เลยน่ะ” ที่จริงเขาไม่ได้อยากจะคุยเรื่องที่ดินอะไรเลย
เพียงแต่ที่ทำแบบนี้เพราะต้องการให้ลูกสาวคนเดียวของตัวเองรู้จักมักคุ้นกับเพื่อนและครอบครัวของเพื่อนเขา เอื้อยเข้าไปอยู่ในกรุงเทพคนเดียว จะไม่ให้เขาอดเป็นห่วงลูกได้ยังไง
เศรษฐีภูธรอย่างธนนท์จะใช้ชีวิตสุขสบายได้ยังไงเมื่อลูกสาวสุดที่รักยังอยู่ห่างอกแบบนี้
“ค่ะพ่อไม่ต้องห่วงนะ หนูจัดการได้แน่นอน” แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อก็ตาม เธอสู้อุตส่าห์คิดว่าตอนเย็นจะพักผ่อนแต่กลับมีงานอะไรก็ไม่รู้
ไม่รู้ว่าเพื่อนพ่อสนใจที่ดินตรงไหนทำไมไม่คุยกับพ่อเอง เธอเป็นเพียงลูกสาวของท่านรู้เรื่องรายละเอียดไม่เยอะหรอกนะ
หากว่าพวกเขายื่นขอเสนอที่ถูกใจเธอจะพิจารณาก็แล้วกัน บางทีเก็บที่ดินไว้มากมายก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร สู้ขายไปเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า ร่างบางคิดในใจก่อนจะเข้าไปแต่งตัวเพื่อออกไปข้างนอกอีกครั้ง
โชคยังดีที่คอนโดหรูแห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานที่นัดเจอของแขกคนสำคัญของพ่อ เธอจึงไม่ได้เร่งรีบอะไร
‘ขอโทษนะครับที่นัดด่วน’ ก่อนที่เธอจะออกไปตามนัด ก็มีข้อความหนึ่งถูกส่งเข้ามา หญิงสาวสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นแขกที่พ่อให้เธอไปคุยธุระด้วย
‘ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยู่ใกล้ๆอีกไม่นานก็ถึง’ เขาน่าจะได้เบอร์ของเธอมาจากคุณพ่อ เพราะเบอร์ส่วนตัวของเธอรู้เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
‘ครับ ผมรออยู่ที่........’ ดูเหมือนเขาจะเป็นคนย้อนแย้งนะ อุตส่าห์ทักมาขอโทษเธอที่นัดด่วน แต่ว่าตัวเองกลับไปถึงสถานที่นัดก่อนเธอแล้ว นี่เขาไม่กดดันเธอเลย ไม่เลยสักนิดเป็นเธอเองที่ชักช้า
สงสัยคงเป็นตาแก่วัยกลางคนที่กำลังเข้าสู่ช่วงวัยทองแน่ ถึงได้มีนิสัยย้อนแย้งแบบนี้ แล้วเธอจะคุยกับเขารู้เรื่องไหม
ทำไมนะเพื่อนของพ่อแต่ล่ะคน ถึงได้มีนิสัยเหมือนพ่อของเธอเหมือนกับเป็นฝาแฝดกันเลย เอื้อยคิดในใจในขณะที่กำลังเดินทางไปที่จุดนัดพบ
หลังจากวันนั้นผ่านมา วันที่ศิลาข่มขู่พ่อตาให้ยอมรับเขา เรื่องทั้งหมดก็ผ่านไปได้ด้วยดี พ่อตายอมที่จะให้เขาคบกับพี่เอื้อยแต่ไม่ยอมให้เขาไปขอหมั้นพี่เอื้อยเขาให้เหตุผลว่าอยากจะดูพฤติกรรมเด็กหนุ่มก่อน หากว่าทำตัวไม่ดีทำให้ลูกสาวของท่านเสียใจ เรื่องการหมั้นหมายเขาจะเก็บไปพิจารณาอีกที“พ่อครับ ผมกับพี่เอื้อยกลับกรุงเทพก่อนนะ” ศิลายกมือไหว้คนเป็นว่าที่พ่อตาและแม่ยาย ทว่าชายวัยกลางคนกลับไม่แม้แต่จะยกมือไหว้ตอบแม้เขาจะยอมรับไอ้เด็กหนุ่มคนนี้แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะหายโกรธที่มันรังแกลูกสาวของเขา“พ่อแม่คะหนูกลับก่อนนะ”“อืม ลูกเดินทางปลอดภัยนะ” ต่างจากหญิงสาวที่เป็นลูกในไส้อย่างเอื้อย ที่คนเป็นพ่ออวยพรให้เดินทางปลอดภัยศิลาที่เห็นท่าทีแบบนี้ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างไร กลับเข้าใจความรู้สึกของว่าที่พ่อตาด้วยซ้ำเมื่ออำลาคนในครอบครัวเสร็จแล้ว ชายหนึ่งหญิงหนึ่งจึงออกเดินทางกลับกรุงเทพเพราะยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีก“ศิลาอย่าโกรธพ่อไปเลยนะ”“ผมไม่โกรธหรอกครับ ผมเข้าใจ” ศิลายิ้มร่าก่อนจะเอี่ยวตัวไปหอมแก้มสาวเจ้า ที่กำลังขับรถอย่างหมั่นเคี้ยว“ฉวยโอกาส” เผลอไม่ได้ตอนที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก็หาแต่โอกาสแตะต้
เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นอย่างที่ศิลาคิดเอาไว้ เมื่อเช้ามาชายวัยกลางคนกลับมองหาบุตรสาวคนสวยรอบบ้านเพราะไม่เห็นเอื้อยเลยตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ปกติยามที่ลูกสาวของเขาอยู่บ้านหญิงสาวจะไม่ตื่นสายแบบนี้“คุณวันนี้จะทำอะไรให้ผมทานเหรอ” เห็นแต่ผู้เป็นภรรยาที่กำลังเข้าครัวทำอาหาร ใจจริงก็อยากถามหาลูกสาวด้วย แต่กลัวว่าภรรยาจะไม่ชอบขี้หน้าเข้าอีกเดี๋ยวก็หาว่าเขาจับผิดลูกสาว......“ของคุณน่ะทานกาแฟดำแก้วเดียวก็พอ” ทว่าผู้เป็นภรรยาก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ ยังคงเมินสามีอยู่กลายๆ“แบบนั้นมันจะไปอิ่มอะไร” เขาว่าพรางก้มหน้าเศร้า ส่งเสียงออดอ้อนอยากให้ผู้เป็นภรรยาเห็นใจ“ถ้าเกิดว่าอยากกินรอศิลาก่อนก็แล้วกัน” ผู้เป็นภรรยาว่าขณะที่ไม่แม้แต่จะหันหน้ามามองสามีด้วยซ้ำ“.........” ชายวัยกลางคนที่ได้ยินชื่อนี้ก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าไอ้เด็กหนุ่มคนนั้นมากขึ้นทว่าพอภรรยาพูดถึงมันแล้วตั้งแต่เช้าเขาก็ยังไม่เห็นมันเลยนิ หนูเอื้อยลูกสาวของเขาก็ยังไม่เจอ.....“หรือว่า....” ชายวัยกลางคนยืนนิ่งสีหน้าตกใจ ก่อนจะกลับหลังหันวิ่งไปยังบันไดบ้านเพื่อไปยังชั้นสองของบ้าน“คุณ!” ผู้เป็นภรรยาที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มเข้าใจแล้ว
“พี่เอื้อย...” เพียงแค่ได้ยินประโยคนี้ศิลาก็ตัวนิ่ง หน้าตาเหม่อลอยไม่กล้าขยับไปไหน เพราะยังตกใจกับคำพูดของคนตัวเล็กที่บอกประมาณว่า เรามาคบกันเถอะ“ทำไมเหรอ? หรือว่านายไม่อยากคบกับพี่แล้ว” หญิงสาวโน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของศิลา ก่อนจะผละออกมาจ้องมองหน้าคมของเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม“เปล่านะครับผมแค่ตกใจ พะพี่เอื้อยพูดจริงเหรอครับ” ที่ถามย้ำแค่ไม่อยากคิดว่าตอนนี้มันเป็นความฝัน แต่ว่าคนตัวเล็กขอเขาคบเป็นแฟนจริงๆ“แล้วหายตกใจหรือยัง” มุมปากบางยกยิ้มระคนอารมณ์ดี คิดไม่ตกว่าศิลาจะมีท่าทีที่ตลกแบบนี้“พี่เอื้อย พี่ยังไม่ตอบเลยว่าพี่พูดจริงหรือเปล่า”“หื้ม? แล้วทำไมพี่จะพูดไม่จริงล่ะ” เรื่องแบบนี้ต้องโกหกด้วยเหรอแล้วจะทำไปเพื่ออะไร“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหมครับ” ศิลาดีใจมากจนแทบเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ มือหนาเขย่าไหล่มนต์อย่างคาดหวังกับคำตอบที่จะได้ยิน“ฮ่าฮ่า!จริงสิ ตอนนี้เราสองคนเป็นแฟนกันแล้ว” เอื้อยว่าก่อนที่เพียงไม่นาน เธอจะจู่โจมเข้าไปจูบศิลาอย่างรวดเร็วเธอน่ะไปหาอ่านมาว่าความรักของคนสองคน จะต้องผลักกันรุกและรับ ในครั้งก่อนที่น้ำตก ศิลาเป็นคนจูบและจู่โจ
ตกดึกมาทั้งสองคนแม่ลูกไม่ยอมคุยกับชายวัยกลางคนเลย หลังจากที่สองแม่ลูกรู้ว่าคนเป็นพ่อและสามีกลั่นแกล้งศิลา จนทำให้เด็กหนุ่มเป็นลมเป็นแล้งไปคนงานที่ไร่เล่าว่าไปเจอศิลานอนสลบอยู่กลางทุ่งไร่ พร้อมกับวัวที่ยืนอยู่ตรงนั้นหลายร้อยตัวพอเค้นถามชายวัยกลางคนจึงรู้ว่า ศิลาถูกใช้ให้แบกน้ำในถังไปให้วัวในไร่จนเป็นลมไป คนเป็นภรรยาที่รู้ว่าสามีทำแบบนี้ยิ่งไม่พอใจเขาทำเกินไปศิลาเองก็ไม่ได้ผิดอะไรด้วยซ้ำ ทำไมสามีของเธอถึงได้ใจดำแบบนี้ เขาแค่รักและชอบลูกสาวของเธอมันผิดด้วยเหรอ ดีอีกที่ลูกสาวของเธอมีคนรักคนดูแล เธอจะได้หายห่วงยามที่เอื้อยต้องอยู่ไกลบ้าน“เอ่อ เราไม่กินข้าวแล้วเหรอ” เสียงราบเรียบว่าอย่างสลดไม่คิดว่าภรรยาและลูกสาวจะโกรธมากขนาดนี้ โกรธจนไม่ตั้งโต๊ะกินข้าวเลยกระทั่งของโปรดที่เขาชอบ ภรรยาสุดที่รักก็เทมันทิ้งลงถังขยะต่อหน้าเขา เหลือไว้ก็แต่ผัดเปรี้ยวหวานกับต้มซุปเอ็นร้อยหวายซึ่งเขามารู้ทีหลังว่ากับข้าวทั้งสองอย่างนี้เป็นของโปรดของไอ้เด็กหน้าจืดนั้น“คุณยังต้องกินข้าวด้วยเหรอ งานการก็ไม่ทำจะกินทำไมให้เสียข้าวสุก” ภรรยาสวนกลับผู้เป็นสามี โทษฐานที่ปล่อยให้ศิลาทำงานอยู่คนเดียวจนไม่สบาย“โถ่ว!อ
“เอ่อจะให้ผมทำอะไรครับ” ทำไมเขาถึงได้รู้สึกถึงรางไม่ดี พ่อของพี่เอื้อยจะให้เขาทำอะไรกันแน่“เอ็งไปเอาน้ำให้วัวพวกนั้นสิ” นิ้วมือหนาชี้ไปยังวัวที่ถูกปล่อยให้เดินกินหญ้ากลางทุ่งหลายร้อยตัว พร้อมกับเอาถังสีส่งให้เด็กหนุ่ม“นั้นสายยางเปิดน้ำ เอาให้มันกินทุกตัวล่ะ” ชายวัยกลางคนว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ศิลาที่มองตามนิ้วชี้ของชายวัยกลางคนได้แต่ตาโตตกใจกับงานที่ว่าที่พ่อตาให้เขาทำ“แต่พ่อครับ!” เขาตายแน่ๆ ถ้าเกิดว่าต้องเอาน้ำให้วัวพวกนั้นกินทั้งหมด“เอ็งมีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยเหรอ?” หึ เอาสิตอนนี้ไหนล่ะสีหน้ายิ้มระรื่นนั้นมันหายไปไหนแล้ว หน้าตาอวดดีแบบนั้นมันหายไปไหนกันพ่อหนุ่มน้อยเขาล่ะอยากจะถ่ายรูปของไอ้เด็กหนุ่มคนนี้ไปให้พ่อมันดูจังเลย อยากเห็นสีหน้าของไอ้พิภพว่ามันจะเป็นยังไง ยามที่เห็นเขารังแกลูกชายสุดที่รักของมัน“เอ้า!จะยื่นนิ่งอยู่ทำไมรีบไปเอาน้ำให้ลูกๆของข้าสิ เดี๋ยวมันหิวน้ำตาย” ชายวัยกลางคนไล่เด็กหนุ่มให้เร่งมือ ก่อนที่ภรรยาและลูกสาวของเขาจะกลับมาเห็นเดี๋ยวจะหาว่าพ่อและสามีคนนี้ใจร้ายใจดำอีก ที่ไปรังแกเด็กมัน แต่ก็น่ะ.....ช่วยไม่ได้มันมาทำหน้าตากวนๆ ให้เขาหมั่นไส้เองชายวัยกลางคนนั่งมอ
ยังไม่ทันที่รถยนต์คันหรูจะจอดอยู่หน้าบ้าน เอื้อยก็เห็นคนเป็นพ่อยืนกอดอกรอแล้ว เธอใช้เวลาขับรถไม่นานเท่าไหร่ เพราะต่างจังหวัดหากไม่ใช่ช่วงเทศกาลรถจะไม่ติดทำให้หลังจากที่ไปดูที่ดินกับศิลาแล้ว ก็ขับรถมาที่บ้านที่ขอนแก่นได้เลย“พี่เอื้อย พี่ทะเลาะกับพ่อเหรอครับ” คนที่กล้ายืนกอดอกจ้องมองรถของพี่เอื้อยขนาดนี้ คงมีแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็เป็นพ่อของพี่เอื้อยแต่ทำไมคุณพ่อต้องทำท่าทางและสีหน้าแบบนี้ด้วย เขากับพี่เอื้อยทะเลาะกันเหรอ ศิลาคิดในใจเมื่อได้ลองย้อนไปเมื่อคืนถึงสีหน้าของพี่เอื้อย ที่ไม่ค่อยสู้ดีหนักหลังจากคุยโทรศัพท์กับคนเป็นพ่อ“ไม่ใช่ พ่อพี่นิสัยเป็นแบบนี้เอง” เธอหันไปมองศิลาอดเป็นห่วงเด็กหนุ่มไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าพ่อจะรังแกเด็กหนุ่มหรือเปล่า และก็ไม่รู้ว่าศิลาจะรับมือกับพ่อยังไง“ครับ” เขาก็พอจะรู้หรอก ว่าพ่อพี่เอื้อยเป็นคนยังไงเพราะพ่อของเขาก็เตือนมาเหมือนกัน ว่าพ่อพี่เอื้อยหวงลูกสาวมากยิ่งเป็นลูกสาวคนเดียวยิ่งหวง“ศิลาเราลงไปกันเถอะ” เอื้อยพาเด็กหนุ่มเดินเข้าไปทักทายคนเป็นพ่อและแม่ของเธอ ที่กำลังเดินออกมารับเธอที่หน้าบ้านด้วยความที่เป็นบ้านนาบ้านของเอื้อยจึงแตกต่างจากที่บ้านขอ







![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)