Partager

บทที่ 3

last update Date de publication: 2026-07-17 00:09:17

3

          ยามซื่อ

          หลังจากอยู่ร่างวิญญาณมานาน หนิงอันก็เริ่มที่จะยอมรับความเป็นอยู่ของตนเองได้

ถึงกระนั้นนางก็ยังคงอยู่ข้างในของกำแพงเมือง เร่ร่อนไปตามความต้องการของตนเอง เพราะหลังจากนี้คงจะไม่ได้กลับจวนอีกนาน

          “ท่านซือซงบอกว่าอีกไม่นานข้าจะพบกับคนที่มองเห็นข้า”

          ถามตนเองพรางมองลงไปยังพื้นดินที่มีคนเดินสัญจรไปมา หนิงอันยังคงล่องลอยขึ้นไปยังบนท้องฟ้า เพราะบนท้องฟ้านั้นทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายไม่ต้องคิดอะไรที่ทำให้เป็นกังวล

          ขณะที่กำลังล่อยลอยอย่างอิสระ หนิงอันรู้สึกว่ามีใครบางคนมองขึ้นมาจากพื้นดิน พอสังเกตดูก็พบกับเด็กอายุไม่กี่ขวบกำลังชี้นิ้วมาที่นางอย่างตื่นเต้นดีใจที่ได้เห็น

          “ท่านแม่ ข้าเห็นคนลอยบนท้องฟ้า”

          “พูดอะไรของเจ้า มาเร็ว เดี๋ยวแม่ทิ้งไว้ที่นี่หรอกนะ”

          หนิงอันคิดว่าคนที่มองเห็นวิญญาณได้คงจะไม่ใช่เด็กที่ยังไม่รู้จักความคนนี้ น่าจะเป็นคนอื่นเสียมากกว่า

          เป็นเรื่องน่าแปลกยิ่งที่เด็กอายุไม่กี่ขวบมองเห็นหนิงอัน ทว่าผู้ใหญ่หรือเด็กโตกลับมองไม่เห็นนาง

          ล่องลอยในเมืองครู่หนึ่ง หนิงอันก็ได้ล่องลอยออกไปยังนอกกำแพง

          พื้นที่รอบเมืองส่วนใหญ่จะเป็นป่ารกหญ้าและมีต้นไม้โตขึ้นไม่สามารถมองเห็นพื้นดินได้ นอกจากนี้ก็ยังมีพื้นที่การเกษตรอยู่หลายพื้นที่

หากดูจากข้างลงพื้นดินก็คงจะมองเห็นพื้นที่ได้ไม่เท่ากับมองเห็นจากบนท้องฟ้าซึ่งพอมองจากบนท้องฟ้านั้นทำให้แปลงพืชผักดูเป็นธรรมชาติและสวยงามราวกับสวรรค์บนดิน

          เมื่อออกจากตัวเมือง หนิงอันก็พบกับบ้านเรือนหลังหนึ่งบนภูเขาซึ่งห่างจากตัวเมืองไกลอยู่พอสมควร

          “เรือนของผู้ใดกันหนอ”

          พอล่องลอยเข้ามาใกล ๆ ก็พบว่าเรือนหลังนี้อยู่ติดกับธารน้ำตกที่ไหลผ่านตลอดเวลา แล้วข้างเรือนก็มีแปลกผักพื้นที่ขนาดเล็กด้วยกัน มีพื้นที่เลี้ยงสัตว์อีกด้วย เป็นบ้านเรือนอยู่ติดกับธรรมชาติ

หากผู้ใดได้พักอยู่อาศัยคงทำให้จิตใจสงบนิ่งราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

          บ้านเรือนแห่งนี้ทำจากไม้ไผ่ชั้นดีที่มีความแข็งแรงทนต่อสภาพอากาศและพายุ หลังคาทำมาจากหญ้าคาที่เรียงต่อติดกันหนาแน่นดูแข็งแรงและยังสามารถป้องกันน้ำฝนรั่วซึมทะลุเข้ามาภายในบ้านได้ดี

          หนิงอันลอยลงมาเหยียบพื้นดินก่อนชำเลืองเพื่อดูภายในเรือนว่ามีผู้ใดอยู่หรือไม่

          “ไม่มีผู้ใดอยู่หรือ”

          ประตูมันถูกเปิดเอาไว้เพื่ออะไรนั้นไม่มีผู้ใดรู้ หนิงอันถือวิสาสะเข้าไปข้างในโดยไม่ได้รับอนุญาต พอเข้ามาก็พบกับภาพวาดหลายร้อยภาพแขวนอยู่ภายในเรือน คาดว่าเจ้าของเรือนแห่งนี้คงจะเป็นจิตรกร แล้วแต่ละภาพที่นางได้เข้าไปดูอย่างใกล้ชิดนั้นมันก็สวยเอาเรื่อง

          “สวยจัง”

          ขณะที่กำลังชื่นชมวาดภาพอยู่นั้น เจ้าของเรือนก็เดินเข้ามาจากทางด้านหลัง หนิงอันได้เสียงฝีเท้าจึงหันหลังกลับแล้วก็จ๊ะเอ๋กับชายหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่ง แล้วคาดว่าเขาคงเป็นเจ้าของเรือนแห่งนี้

          .

          .

          .

          สายตาทั้งคู่จับจ้องกันเป็นมันวาว ทว่าคนที่ตกใจมากที่สุดไม่ใช่ผู้ใดนอกจากชายหนุ่มรูปหล่อผู้นี้

          “เจ้าเป็นใคร”

          น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาด้วยความฉงนนี้ทำให้ผู้ถูกไถ่ถามเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ ร่างวิญญาณที่มีแต่เด็กไม่รู้ประสีประสาเท่านั้นที่เห็น ทว่าชายหนุ่มคนนี้กลับมองเห็นหนิงอันที่อยู่ตรงหน้า

          “ข้าเป็นใครก็ช่าง เจ้าน่ะมองเห็นข้าหรือ”

          “พูดอะไรของเจ้า ข้าก็มองเห็นเจ้าน่ะสิ เจ้านี่ถามแปลกผู้แปลกคน”

          หนิงอันนึกถึงคำพูดของซือซงผู้ที่ทำให้ความปรารถนาของนางเป็นจริง นางได้กลายเป็นวิญญาณเพื่อหนีการหมั้นหมายกับคนที่นางไม่ได้รัก

          (คนที่ท่านซือซงพูดถึงคงจะเป็นคนคนนี้สินะ)

          ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความฉงนใจว่าหญิงงามผู้นี้เข้ามาเรือนได้อย่างไร ทำให้ชายหนุ่มพูดกับนางต่อ

          “ตกลงแล้วเจ้าน่ะเป็นใคร มาทำอะไรที่เรือนของข้ากันแน่”

          “คือว่า ข้ามีนามว่าหนิงอัน ข้าเป็นวิญญาณเร่ร่อน”

          เป็นการแนะนำตัวที่คนทั่วไปไม่ทำอย่างแน่นอน

          พอชายหนุ่มได้ฟังถึงกับเอามือกุมศีรษะตนเองพร้อมถอนหายใจออกมาให้เห็นและให้ได้ยิน

          “เข้าใจแล้ว ข้ามีนามว่าจื่อหยวน ดูเหมือนว่าเจ้าคงจะพูดไม่รู้เรื่องสินะ”

          “หมายความว่าอย่างไร เจ้าว่าข้าพูดไม่รู้เรื่องงั้นหรือ”

          “นอกจากเจ้าแล้วจะมีผู้ใดอีกล่ะ”

          “งั้นหรือ ก็ได้ ข้าจะแสดงให้เจ้าได้เห็นว่าข้าเป็นวิญญาณเร่ร่อน จงดูไว้เสียเถิด”

          ร่างอันบอบบางวิ่งออกไปนอกเรือนก่อนจะแสดงให้อีกฝ่ายได้เห็นเป็นขวัญตา แล้วร่างอันบอบบางไม้ตะเกียบก็ล่องลอยให้ชายหนุ่มได้เห็น

          “นี่ไง ข้าน่ะเป็นวิญญาณเร่รอน เจ้าเห็นข้าหรือไม่ ข้าในตอนนี้น่ะกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า ดูสิ”

          จื่อหยวนไม่ได้ตกใจหรือกลัวหนิงอันแม้แต่น้อยนิด ทว่าตอนนี้เขาอยากจะพักผ่อนและนอนลงบนเตียงในเรือนเนื่องจากเขาเดินทางไปยังเมืองด้วยเท้าเพื่อนำภาพวาดไปส่งให้กับลูกค้าในเมือง

บวกกับไม่ค่อยได้พักผ่อนเพราะวาดภาพตามที่ลูกค้าสั่ง ไม่ว่าเขาจะเห็นวิญญาณหรือสิ่งแปลกประหลาดเขาก็คงไม่ตกใจอะไรทั้งนั้น

          ร่างกายอันใหญ่โตดูแข็งแรงในตอนนี้พร้อมที่จะทรุดลงเมื่อใดก็ได้

          “เจ้าอยากจะทำอะไรก็แล้วแต่เจ้าอยากทำเถิด”

          จื่อหยวนเดินเข้าเรือนก่อนปิดประตู ร่างของเขาทิ้งตัวลงเตียงไม้ไผ่ทันที ไม่สามารถลุกขึ้นมาพูดคุยกับผู้ใดได้ตอนนี้ หนิงอันมองลงไปยังเรือนก็พบว่าประตูถูกปิด ไม่เห็นร่างของจื่อหยวนแล้ว นางจึงลอยลงพื้นแล้วเดินทะลุเข้าไปข้างในบ้านเรือน

          เมื่อเข้ามาก็พบจื่อหยวนนอนคว่ำหน้าพร้อมกับเสียงกรนดังลั่น ไม่น่าเชื่อว่าเพียงชั่วครู่ทำให้เขากรนได้ถึงเพียงนี้

          “อย่ามาทำเมินกันนะ”

          …

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 17 จบ

    17 หลังจากปลอมตัวได้สำเร็จที่เหลือก็รอโอกาสเพื่อที่จะเข้าไปข้างในจวน แต่ก่อนหน้านั้นจะต้องจัดการทหารยามอีกนายเสียก่อน ทหารยามเห็นว่ารุ่นน้องของตนเองออกมาช้าผิดปกติของจึงเดินไปดูว่ากำลังทำอะไร เล่นกับแมวอยู่หรือเปล่า “มัวทำอะไรอยู่ ช้าจริง” “…” ไม่มีเสียงตอบรับจากพรรคพวกของตนเอง จะมีก็แต่เสียงแมวทิพย์ ด้วยความโมโหจึงเดินเข้าไปยังต้นไม้ใหญ่ดูรุ่นน้องตัวเองทำไมถึงไม่ออกมา “ให้ตายเถอะ ออกมาได้แล้ว” ทันใดนั้นทหารรุ่นพี่ก็ถูกลากเข้าไปหลังต้นไม้ ปิดปากให้สนิทก่อนจะเตะต่อยให้สลบเหมือด ทำให้เส้นทางเข้าไปยัง

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 16

    16 หนิงอันที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ได้แต่ฟังไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ ไม่ว่าจะพูดยังไงพวกเขาก็ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น การเป็นวิญญาณมันไม่ได้สะดวกอย่างที่คิด (ท่านจินเยว่ก็คงจะเหมือนกับเรา) จินเยว่เป็นขุนนางที่มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม หากหญิงใดได้เป็นสามีคงจะมีชีวิตที่สุขสบายเป็นแน่ แต่หากคนที่ไม่ได้รักต่อให้รักปานจะกลืนกินก็คงไม่รักอยู่ดี พอได้เห็นพ่อแม่ของตนเองไม่สามารถตอบคำถามได้ ทำให้พวกเขาเริ่มเข้าใจลูกสาวตนเองขึ้นมาบ้าง แล้วคงจะกำลังโทษตัวเองอยู่ก็ได้ว่าเป็นเพราะพวกเขาเองนั่นแหละที่ทำให้หนิงอันกลายเป็นเช่นนี้ “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะยกเลิกการหมั้นหมายกับนาง ส่วนเรื่องที่เหลือข้าจะจัดการเอง อย่างน้อยพวกท่านก็ไม่ต้องเสียชื่อเสียง”&n

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 15

    15 จินเยว่ไม่เชื่อว่าจื่อหยวนพูดความจริง นั่นก็เพราะจื่อหยวนเล่นหลบสายตาจินเยว่ขณะที่ถูกถามอยู่ แต่จินเยว่ก็ไม่ได้ถามอะไรมากมาย พอรู้ว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะพูดความจริงจินเยว่ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้ “เข้าใจแล้ว บอกตามตรงว่าข้าน่ะไม่เชื่อที่เจ้าพูดหรอกนะ วาดภาพเหมือนของเจ้าน่ะมันดันไปเหมือนกับคู่หมั้นของข้าน่ะสิ” “หมายถึงลูกสาวของขุนนางเมืองแคว้นหนานท่านหนิงอันใช่ไหมครับ” “ตามที่เจ้าว่ามานั่นแหละ” “…” จื่อหยวนในตอนนี้ไม่กล้าเผชิญหน้ากับจินเยว่ขุนนางผู้มีชื่อเสียงและจื่อ

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 14

    14 ยามอู่ นี่ไม่ใช่งานชุมนุมหรืออะไรทั้งนั้นที่ต้องแสดงความยินดีเหมือนกับเทศกาล แต่มันเป็นเรื่องเหนือความเป็นจริงที่ต้องใช้ความเชื่อเข้ามาช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว “เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว” ผู้มีวิชาอาคมได้กล่าวก่อนทำบางอย่างที่พื้น เขาเขียนอักขระตัวหนังสืออ่านไม่ออกล้อมรอบร่างไร้วิญญาณของหนิงอันที่ไม่รู้สึกตัว อักขระตัวอักษรถูกวาดขนาดออกไปจนเต็มห้องไปหมดทำให้ภายในห้องมีความรู้สึกที่ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก พอวาดเสร็จเข้าก็ใช้ร่ายวิชาบางอย่างเหมือนเป็นการโชว์แสดง การร่ายวิชาของเขาในตอนนี้มีออร่าหลุดลอยออกมาจากร่างกายของเขาแล้วรวมเข้ากับฝ่ามือ เมื่อได้รวบรวมออร่าเข้ามาฝ่ามือจนหมดเขาก็ใช้ฝ่ามือไปแตะที่หน้าผากร่างไร้วิญญาณด้วยแรงที่พอจะทำให้คนหนึ่งคนกระเด็นถอยหลังออกไปได้เลย&nbs

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 13

    13 ความรู้สึกของหนิงอันเหมือนถูกสะกดเอาไว้ไม่ให้พูดสิ่งใดออกมา ทำได้เพียงพูดออกมาในใจเพื่อไม่ให้ความรู้สึกนี้อัดอั้นเอาไว้ แล้วหากปล่อยไว้นานมันอาจจะทำให้นางกลั้นเอาไว้ไม่อยู่เป็นแน่ (จื่อหยวน บอกรักข้าหรือ ทำไมกันล่ะ นี่เขาไม่ได้ล้อเล่นกับข้านะ) สายตาของทั้งคู่จับจ้องกันเป็นมันวาวราวกับดวงดาวระยิบระยับสวยงามในช่วงยามดึก ทั้งสองไม่สามารถละสายตาออกจากกันได้ “จื่อหยวน ข้าขอถามอีกครั้งหนึ่งนะ เจ้าบอกรักข้าใช่หรือไม่” “ใช่ ข้าบอกรักเจ้า” คราวนี้ฟังไม่ผิดอย่างแน่นอน นี่เป็นการสารภาพรักครั้งแรกในชีวิตของจื่อหยวน การส

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 12

    12 “ที่พูดออกมามันเป็นความรู้สึกของข้า ข้าจะวาดภาพเหมือนก็ต่อเมื่อข้ารักเขาคนนั้นแล้วเขาก็ต้องเป็นคนที่รักข้าด้วยเช่นกัน หนิงอัน” “…” ในตอนนี้ไม่ว่าจื่อหยวนจะพูดอย่างไรออกไปก็ไม่เข้าโสตประสาทของหนิงอัน (ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเราถึงรู้สึกเจ็บปวดที่กลางอก) หากอยู่ต่อไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดคงทำให้บ้าเป็นแน่ หนิงอันจึงผลักประตูออกจากเรือนไปทั้งอย่างนั้น ทำให้จื่อหยวนสงสัยแล้วเรียกนางเอาไว้ ทว่านางกลับหายไปแล้ว “เป็นอะไรของเจ้ากันนะ ข้ายังพูดไม่จบเลย” หนิงอันล่องลอยขึ้นสู่บนท้องฟ้าที่สูงด้วยความเร็วย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status