LOGIN
ณ คอนโดมิเนียมหรูกลางกรุง
"ขออนุญาตครับ" เสียงคมชัดดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนที่ร่างสูงเจ้าของเสียง จะรีบเดินไวๆ เข้ามาหาคนที่เป็นเจ้านาย ที่เหมือนจะกำลังนั่งรอคอยเขาอยู่เช่นกัน "ข้อมูลของคุณ 'ชนัญชิดา' พร้อมรูปถ่าย อยู่ในซองเอกสารใบนี้แล้วครับ" "อืม.." ผู้เป็นนายตอบรับในลำคอเบาๆ จากนั้นเขาก็หยิบซองสีน้ำตาลเพื่อมองข่าวสารที่อยู่ในนั้นทันที ตาคมสีน้ำตาลเข้ม เพ่งมองรูปถ่ายบนมุมด้านขวาเป็นอันดับแรก จากนั้น เขาก็เพ่งสนใจรายละเอียดตรงประวัติเพียงเล็กน้อย เพียงครู่เดียว ตาคมคู่นั้นก็ตวัดมองที่รูปถ่ายใบเล็กๆนั่นดังเดิม "ข้อมูลนี้กรองมาอย่างดี นี่คือข้อมูลของคุณชนัญชิดาถูกต้องและครบถ้วนครับคุณเลอสรร" "อืม จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยด้วย" "ครับ" ผู้ตอบรับ รับเอกสารซองสีน้ำตาลจากเจ้านายมาถือไว้อย่างเดิม เขาโค้งศีรษะเพียงเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขาออกจากห้องทำงานอันเป็นส่วนตัวห้องนี้ไป.. . . . "พี่นัญ.. ขันหมากมาแล้วค่ะ" ผู้ที่นั่งมองตัวเองที่หน้ากระจกใส หันขวับไปมองโดยไว 'ชนัญชิดา' ฉีกยิ้มกว้าง โชว์ความงามที่บนใบหน้า จากนั้นผู้ที่เข้ามาส่งข่าว ก็รีบเข้ามาสำรวจความเรียบร้อยของนายสาวโดยไว "พี่นัญสวยมากค่ะ สวยที่สุดเท่าที่หนูเคยเห็นมา สวยเหมือนดารา คนทั้งงานรอคอยที่จะเห็นหน้าเจ้าสาวกันทั้งงานเลยค่ะ" "หึ.." คนฟังแค่นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ คนพวกนั้นน่ะเหรอจะจริงใจ แค่อยากมาเห็น ว่างานแต่งของเธอจะใหญ่จริงไหม ก็คงจะแค่นั้นเอง "คุณผู้หญิงไม่พอใจมากนะคะ ที่ขบวนขันหมาก มาไม่ตรงตามเวลาที่นัดหมาย บางคนก็แอบนินทากันยกใหญ่ คุณผู้หญิงก็เลยไม่ชอบใจ เหมือนจะอารมณ์เสียอยู่มากเหมือนกันค่ะ" "อืม ช่างเถอะ ไหนๆเขาก็มาแล้วนี่ ลงไปข้างล่างได้แล้วไป ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ ก็ให้ขึ้นมาตามฉัน" "ได้ค่ะ" สาวใช้ ที่อายุอานามไม่ได้ห่างจากเธอเท่าไหร่ รับคำโดยไว จากนั้นก็ขยับกายออกจากห้องในทันที เหลือทิ้งไว้เพียงคนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาว ที่ยืนมองตัวเองผ่านกระจกใสด้วยความพอใจ.. วันนี้เป็นวันแต่งงานระหว่างเธอ กับ ณัฐวัฒน์ คนรักที่คบหากันมาหลายปี เรามีแพลนที่จะแต่งงานกันมาค่อนข้างจะนาน จนกระทั่งฝ่ายชายพาผู้ใหญ่มาสู่ขอเธอตามประเพณี และเธอก็พร้อมที่จะแต่งงานทันที พร้อมที่จะเผชิญหน้า กับผู้หญิงที่พยายามจะเข้ามายุ่งกับว่าที่สามีของเธอ ไม่ว่ามันจะมีเยอะแค่ไหนก็ตาม เสียงแห่ของขบวนขันหมากด่านล่างเงียบเสียงไป ก่อนที่ประตูห้องที่เธอพักอยู่ในตอนนี้ จะถูกคนมือดีผลักเข้ามา ร่างที่อยู่ในชุดเจ้าสาว หันกลับไปเผชิญหน้า เธอคงจะด่าเข้าให้ เมื่อคนที่เข้ามา ไม่มีมารยาทแม้กระทั่งเคาะประตู แต่อยู่ๆ คิ้วสวยได้รูปก็นิ่วเข้าหากัน จากนั้นเธอก็ตวาดออกไป "เข้ามาทำไม" "มารับตัวเจ้าสาว.." คำพูดของเขา ทำให้คนที่อยู่ในชุดเจ้าสาว งุนงงมากกว่าเก่า "ใครสั่งไม่ทราบ!" "เจ้าบ่าว ก็ต้องมารับตัวเจ้าสาวสิ" "นายไม่ใช่เจ้าบ่าวของฉัน.." เธอรีบตวาดไปทันควัน จากนั้นก็ใช้สายตาดุจนางพญาเหยี่ยว มองบุคคลตรงหน้าอย่างไม่พอใจ รูปร่างสูงโปร่งดูดี กับใบหน้าคมคายที่เห็น การแต่งตัว ท่าทีและบุคลิก แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ ทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ แม้จะมองเพียงแค่ผ่านๆ แต่เธอกลับเกิดมีความรู้สึกบางอย่าง ได้มากเช่นกัน "แต่ขบวนขันหมากที่ยกมาวันนี้ เป็นของฉัน.." "เข้าใจอะไรผิดไหม โรงแรมนี้ เป็นที่จัดงานแต่งของฉัน! เอาขบวนขันหมากของนายกลับไป.. เอาเจ้าบ่าวของฉันคืนมา.." "แต่นายณัฐวัฒน์คงไม่มา!" ชนัญชิดานิ่วหน้าทันที "หมายความว่ายังไง นายรู้จักเจ้าบ่าวของฉันได้ยังไง.." "หมายความว่า.. นายณัฐวัฒิไม่แต่งยังไงล่ะ" "ไม่จริง!" "จริง!" แล้วเธอก็หันขวับไปมองเจ้าของเสียงที่พูดข่มทับตามหลังเธอ ที่กำลังเดินหน้าตึงเข้ามา "คุณแม่หมายความว่ายังไงคะ ขบวนขันหมากที่อยู่ด้านล่างไม่ใช่ของณัฐเหรอคะ.." "ไม่ใช่ ไม่มีขันหมากของนายณัฐวัฒน์ทั้งนั้น มีแต่ของคนนี้ ที่เขาหอบมาแต่งแก" "มาแต่งทำไมคะ เราไม่รู้จักกัน" แน่นอนว่า เธอปฏิเสธทันที "แต่ผมรู้จักคุณ ผมมาสู่ขอคุณตามประเพณีทุกอย่าง สินสอดวางให้ผู้ใหญ่ที่ด้านล่าง แล้วผมก็ต้องการตัวเจ้าสาวของผมกลับไปด้วยกัน!" "ไม่มีทาง เอาของๆนายกลับไป เอาเจ้าบ่าวของฉันคืนมา!" "มันไม่มีวันมา จะยอมเสียหน้า.. ยกเลิกงานแต่งไหมล่ะ" เขาพูดเหมือนเหนือกว่า รอยยิ้มหยันปรากฎที่ใบหน้า แล้วในขณะที่เธอส่ายหน้าไปมา มารดาของเธอก็รีบพูดแทรกทันที "ไม่มีทางยกเลิก เขาวางสินสอดที่ด้านล่างแล้ว ต้องแต่ง แกจะมาทำให้พ่อกับแม่เสียหน้าไม่ได้นะชนัญชิดา" "แต่คุณแม่คะ นัญจะแต่งกับณัฐนะคะ นัญต้องการแต่งกับคนรักของนัญ" "แต่นายณัฐวัฒิมีภรรยาอยู่แล้ว และเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย" แล้วหลักฐานที่เขานำมาแสดง ก็ทำให้เธอใจหาย หัวใจดวงน้อยกระตุกวาบ ตากลมโตสั่นระริก กวาดมองรายชื่อที่อยู่ในกระดาษแผ่นนั้น ก่อนที่เธอจะขย้ำและปามันลงพื้นโดยไว "เห็นแล้วใช่ไหม ว่าทำไมมันถึงมาแต่งกับคุณไม่ได้ หนทางที่จะไม่ทำให้คุณเสียหาย คือคุณต้องแต่งงานกับผม เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหายและอับอาย"สิ้นเสียงที่เขาบอกกล่าว หมัดหนักๆก็ซัดที่ใบหน้าของชายที่อยู่ตรงหน้าเขา"จำเอาไว้ ว่าอย่าทำน้องของฉันเสียใจ" พลั่ก! "ถ้าลดานิลช้ำใจเมื่อไหร่ วันนั้นเป็นวันตายของแก!" พลั่ก! พลั่ก! เสียงโอดครวญเล็ดออกมาจากปากของผู้ชายขี้ขลาด ไม่ลังเลที่จะทำในเรื่องที่ทำให้เด็กบริสุทธิ์สามารถเกิดได้ แต่กลับปฏิเสธการยอมรับอย่างหน้าไม่อาย คนประเภทนี้ มันต้องเอาให้ตาย"พี่เลอ.. พี่เลอทำอะไรณัฐรึเปล่าคะ.." ลดานิลรีบเดินเข้ามาหา สองมือแตะลงที่แขนของเขาทั้งสองข้าง สีหน้าของเธอมีอาการหวาดหวั่น ดูออกก็รู้ ว่าเธอห่วงมัน"จะต้องให้พี่ขอดูสมุดฝากครรภ์อีกกี่รอบ หรือต้องให้พี่ลากคอมัน และพาเธอไปฝากครรภ์ด้วยตัวพี่เอง" "อย่าทำถึงขนาดนั้นนะคะพี่เลอ คนเขาก็คงจะนินทาลดาไปกันใหญ่ ลดาไม่อยากอับอาย" เธอบอกเหตุผลด้วยสีหน้าที่อ่อนลงไป และใช้คำพูดแบบขอไปที่อีกอย่างเดิม"ลดาจะไปเองค่ะ ลดาจะให้ณัฐเคลียงานภายในอาทิตย์นี้ อาทิตย์หน้า ลดาจะไปโรงพยาบาลค่ะ" "เป็นเจ้าของบริษัท ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอะไรขนาดนั้นไหม ถ้ามันให้ความสนใจ มันจะไปพรุ่งนี้ก็ยังได้เลย มีอะไรที่พี่ควรรู้มากกว่านี้ไหมลดา.." เขามองที่หน้าของน้องสาวเพียงคนเดี
ขาแข็งแรงไต่ระดับตามขั้นบันได ในขณะที่ดวงตาแข็งกร้าว มองไปข้างหน้าอย่างมาดมั่น กรามของเขาบดเข้าหากัน แขนแข็งแรงถูกยื่นออกไปข้างหน้า มือหนาผลักประตูบานใหญ่โดยไม่ส่งสัญญาณเตือนให้รู้ว่ามา ก่อนที่ตาคมจะเพ่งเล็งไปที่ร่างบอบบางที่นั่งหันหลัง ชุดนอนแบบเสื้อแขนตุ๊กตาที่เธอชอบใส่ ช่างขัดกับการกระทำที่เหมือนนางมารร้าย เธอไม่ได้น่าทะนุถนอมแบบที่เห็นภายนอก ข้างนอกที่ดูสวย สดใส ไม่น่าจะมีพิษสงร้ายแรงอะไร แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ เธอมันเป็นผู้หญิงใจร้าย ทำร้ายผู้หญิงที่กำลังท้องกำลังไส้ได้ลงคอ ผู้หญิงแบบเธอ มันต้องเจอคนแบบเขาเขาแตะมือลงที่ไหล่บาง ก่อนจะกระชากมันเข้ามาหา จนผู้ถูกกระทำต้องหันกลับมา ก่อนที่คิ้วหนาของเขา จะนิ่วเข้าหากันทันทีรอยแดงๆเหมือนรอยฝ่ามือที่ประทับอยู่บนแก้มขวา ทำให้เขาเพ่งมองนานกว่าปกติ ก่อนจะไล่ระดับสายตา ไปมองตาสวยคู่นั้นแทนตากลมโตกระพริบถี่ มีความเศร้าบางอย่างฉายออกมาในนั้น และดูมีพิรุธเช่นกัน และเขาก็เดาว่า เธอกำลังแกล้งทำ"อ๊ะ.. โอ๊ะ.." ปากอิ่มร้องหลง เมื่อเขาลงมือบีบที่ต้นแขนข้างที่จับ พลางขยับมืออีกข้าง ไปคว้าต้นแขนของเธอมาจับเอาไว้มั่น"จะ.. เจ็บ.." หญิงสาวที่ถูกก
"นายเลอสรร.." คำพูดที่หลุดจากปากคนรัก ทำให้เธอหันกลับไปมองที่เขาอีกครั้ง จากนั้นก็ตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาบอกออกมา"พี่ชายของลดานิลชื่อเลอสรร ลูกน้องของนายคนนั้นเอาปืนมาจี้ที่หัว.. แล้วขู่ว่าจะฆ่าผม ถ้าผมไม่กลับไปรับผิดชอบน้องสาวของมัน เพราะแบบนั้น จึงทำให้ผมไม่ได้ไปสู่ขอคุณตามที่ตกลงกัน ทั้งๆที่ฝั่งผมเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ขอโทษนะครับนัญ.. แต่ผมรักแค่คุณคนเดียวจริงๆนะ.." เขาถ่ายทอดอารมณ์ออกมาทางสีหน้า ความจริงใครๆก็รู้ ว่าณัฐวัฒน์เป็นผู้ชายเจ้าชู้มากแค่ไหน ด้วยความที่โปรไฟล์หรู หน้าตาดูดี ไม่แปลกเลย ที่ใครต่อใครจะยอมพลีกายให้กับเขาง่ายๆ จะมีก็เพียงเธอ ที่คนอย่างเขาเก็บไว้สูงกว่าใคร และสัญญาว่านิสัยแบบนั้นจะเลิกใช้ หลังจากที่เราแต่งงานกัน"ถ้าคุณรักนัญ คุณต้องพิสูจน์ให้นัญเห็นนะคะณัฐ ว่าลดานิลไม่ได้ท้อง แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ท้อง คุณก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรเลย.." "ผมสัญญา ว่าผมจะหาทางพิสูจน์ให้ได้ ผมรักคุณมากนะนัญ.." ริมฝีปากของชายคนรัก ประทับลงที่หลังมือของเธอแรงๆ ก่อนที่เสียงของพวกอีแร้งอีกา จะโผล่เข้ามาในเวลาที่เธอต้องการพอดิบพอดี"รักใครมากนะ.. ไหนบอกว่ามาพบลูกค้า
เสียงร้องของเธอไม่ได้หลุดหาย เช่นเดียวกับการกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหล เจ็บแค่ไหนก็จะไม่ร้องออกไป เสียใจแค่ไหน เธอก็จะไม่วิงวอนให้อับอาย เธอจะยอมให้เขากระทำจนสาแก่ใจ ถึงคราวเธอเมื่อไหร่ เธอก็จะไม่ยั้งมือเช่นเดียวกันร่างหนาโหมกาย กระหน่ำใส่เธอจากทางด้านหลัง มือหนากดที่แผ่นหลังของเธอให้ราบไปกับเตียงกว้าง และมือหนาทั้งสองข้างก็ยึดเอวของเธอไว้มั่น วางตำแหน่งให้อยู่ในท่าที่เขาต้องการ ก่อนที่เขาจะกระแทกแก่นกายเข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งเขาเร่งจังหวะแรงๆในช่วงโค้งสุดท้าย เสียงทุ่มต่ำคำรามออกมาเมื่อเขาถึงฝังฝัน ก่อนที่จะปล่อยหลังฐานแห่งความสุขสม เข้าใส่กายเธอ สะโพกงอนที่ถูกยึดไว้ในตอนแรกถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ทุกสัดส่วนของร่างกายปะทะกับเตียงกว้าง ในขณะที่เธอเกือบกลั้นรอยน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว เจ็บกาย เจ็บใจ เจ็บจนอยากจะฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น"ฉันขอเตือนเธออีกครั้ง อย่าทำแบบที่คนโง่เลือกทำ เพราะจุดจบของมัน ไม่ได้สวยงาม.." เขาพาดต้นขามาเกยทับขาของเธอเอาไว้ พลางใช้มือสัมผัสที่แผ่นหลังของเธอไปมา ก่อนที่เธอจะใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย สะบัดกายออกห่าง หวังจะลงมายืนข้างเตียงทั้งๆที่ยืนแทบจะไม่ไหวแล้วเหม
ชนัญชิดาจ้องตากับซาตานแบบไม่หวาดหวั่น เขาจะรักคนนั้น รักคนนี้ แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาย่ำยีเธอ เขามาในคราบเทพบุตร ทำทีเป็นช่วยเหลือ เหมือนรู้มาก่อน ว่าสิ่งที่เธอและครอบครัวกำลังจะเผชิญในงานแต่งเมื่อเจ้าบ่าวหายไป เป็นสิ่งที่เธอและครอบครัวไม่มีทางปล่อยให้เกิดได้ ใครบ้างจะอยากถูกทิ้ง ใครบ้างจะอยากถูกตราหน้า ว่าถูกเจ้าบ่าวทิ้งกลางงาน ใครบ้างจะอยากให้ครอบครัวตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน แล้วสิ่งที่ณัฐวัฒน์พูดในงานประโยคนั้น เธอได้ยินชัดเจนว่าเขาถูกบังคับ เธอไม่รู้ ว่าเจ้าบ่าวที่เธอคบหา ได้ไปไข่ทิ้งไว้กับผู้หญิงคนไหนหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เข้าใจ และไม่มีวันจะเข้าใจ คือซาตานตนนั้น รักครอบครัวของตัวเอง จนถึงขนาดทำลายชีวิตของเธอได้ เขาทำแบบนั้นได้ยังไง"ฉันยินดีชดเชยทุกอย่างให้ เธอต้องการสิ่งไหน อยากได้อะไร ฉันยินดีให้ทุกอย่าง ขอแค่เธออยู่กับฉัน และรับปากว่าจะไม่ไปยุ่งกับสามีของน้องฉัน.." "เหอะ.. ทำเป็นพูดเหมือนดูดี แต่โทษที สิ่งที่นายจะให้. ฉันไม่ต้องการ นายยัดเยียดความสกปรกให้ตัวฉัน แล้วคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้พวกนายลอยนวลอย่างนั้นหรอ ไม่มีทาง บอกไว้เลยว่าไม่มีทาง!" เธอตะโกนดังลั่น และเริ่มรั
ร่างสูงโปรงดูดีของเจ้าบ้าน กวาดสายตาโดยรอบเพื่อมองหา หลังจากที่เขาไม่ได้มาบ้านหลังนี้สองวัน หลังจากเหตุการณ์ของค่ำคืนนั้น ที่เขาต้องมาในวันนี้ สาเหตุหนึ่งก็มาจากเหตุผลที่ถูกกล่าวอ้าง ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่สบายตั้งสองวัน เธอไม่ไปไหนทั้งนั้น แม้แต่ทานข้าว ก็ยังทานที่บนห้อง ซึ่งเขาไม่แน่ใจ ว่าเธอเป็นอะไรร้ายแรงมากแค่ไหน ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุ ก็คืออยากมาดูให้แน่ใจ เพราะลางสังหรณ์บอกว่า บางทีเธออาจจะไม่ได้เป็นอะไรเลย เขาผลักประตูบานใหญ่ ซึ่งเป็นห้องที่เขาเคยนอน เข้าไปทันทีโดยไม่คิดจะส่งสัญญาณเตือนก่อน และสิ่งแรกที่เขารู้สึกได้ ก็คือกลิ่นน้ำหอมที่ลอยคลุ้งไปทั่วห้องอย่างเดิมทีที่เคยก้าวเข้ามาตาคมหยุดนิ่ง มองคนบางคนที่เบื้องหน้า เมื่อเห็นว่า ชนัญชิดานอนพิงหลังอยู่กับเตียง ในขณะที่สายตา จับจ้องที่ทีวีจอยักษ์ ที่กำลังถ่ายทอดละครน้ำเน่าหางตาของเธอมองมาที่เขาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะมองไปยังทีวีจอยักษ์อย่างเดิม"ได้ข่าวว่าไม่สบาย.. เป็นอะไร.." คำถามของเขาถูกกลืนหาย เมื่อเธอเลือกที่จะเงียบเสียงใส่ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้ล่วงผ่านไปง่ายๆ และเขาก็กำลังพินิจมองเธอให้แน่ใจ ว่าเธอไม่สบายจริงๆ







