Masukบทที่ 3 การทำงาน /คนละคน
กลับมาเข้าสู่ปัจจุบัน
อีกแค่เก้าเดือน ฉันต้องแต่งงานกับพี่ฉัตรแล้วสินะ เห้อ!
“ ดูทำหน้าเข้า เป็นอะไร แฟนไม่โทรหาหรือไง! ”
“ เปล่า ก็แค่ไม่อยากจะแต่งงานนะ ” ฉันพูดออกไปให้เพื่อนทั้งสามฟัง
ตั้งแต่มาฝึกทหารพรานจนตอนนี้เข้ารับราชการแล้ว ฉันก็มีเพื่อนสนิทมากๆ ในกรมสามคน มี ฟ้า ฝน ฝ้าย เราคุยกันถูกคอมากเลยสนิทกัน ขนาดเพิ่งเข้ามาเป็นทหารพรานเองนะ เหมือนสนิทกันมาจากชาติปางก่อนแหนะ พูดจับเล่นได้ทุกเรื่อง
ในค่ายทหารพรานที่ฉันอยู่คือค่ายXX มีทหารพรานชายประมาณห้าคนเป็นคนที่มียศใหญ่คอยสั่งการพวกเรา ที่เหลือเป็นหญิงทั้งหมดสามสิบคน การทำงานจะแบ่งกัน อยู่ในห้องธุรการหน้าคอมแอร์เย็นๆ สิบคน เข้าป่าลาดตะเวรสิบคนและอีกสิบคนจะหยุดพัก การทำงานและวันหยุดพักจะมีแค่สิบวัน คือสลับวนเวียนไป แต่ละกลุ่มจะเรียกเป็น หมู่หนึ่ง หมู่สอง หมู่สาม
ก่อนออกลาดตะเวรทุกครั้งจะมีการเซ็นหนังสือยินยอม เพราะแค่ก้าวออกจากค่ายก็อันตรายแล้ว ถ้ามีหนังสือยินยอมมันจะไม่ต้องมีปัญหาภายหลัง หากเกิดการสูญเสียใดๆ แต่มันจะมีค่าชดเชยให้นะ และให้เราบอกว่าต้องการยกให้ใคร คนที่ไม่มีครอบครัวก็ยกให้แฟน คนที่มีครอบครัวก็ยกให้พ่อแม่
ส่วนมากทหารพรานหญิงจะไม่มีที่ผ่านการมีลูกมาแล้ว จะมีแค่คนโสด คนมีแฟน และแต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีบุตร ในค่ายXX นะ แต่ค่ายอื่นอาจจะมีเพราะทำงานสบายๆในห้องแอร์เย็นๆ แต่ค่ายของเรานั้นมันตั้งอยู่ข้างในป่า ไม่ได้ติดถนนใหญ่ เส้นทางขรุขระ รอบๆ เป็นป่าทึบ อยู่ใกล้หมู่บ้านแห่งหนึ่ง คนต้องพร้อมตลอดเวลา เลยเลือกเอาคนที่แข็งแกร่งมา
ตอนสมัครมีคนเยอะมากและพวกเขาก็รับมาก แต่พอเข้าบรรจุใช่ว่าทุกคนจะอยู่ที่เดียวกัน เขาจะแบ่งให้แค่ละค่าย ค่ายทหารพรานหญิงจะน้อยกว่าทหารพรานชาย ทหารพรานหญิงจะรับน้อยกว่าทหารนพรานชายเหมือนกัน
***ที่พิมพ์เกี่ยวกับทหารพราน ในค่ายทหาร การปฎิบัติหน้าที่ทุกอย่างที่พิมพ์ไป ไม่ได้อ้างมาจากความจริง แค่เสริมเติมแต่งไปเอง มันคือการสมมุติขึ้นมาแต่ทางค่ายทหารพรานชายมันจะมีจริงๆ นะถ้าจำไม่ผิด เรื่องนี้แต่งมาไม่ได้อ้างอิงจากความจริง พิมพ์ขึ้นมาเองล้วนๆ คนที่รู้จริงในเรื่องทหารอย่าว่ากันนะคะ ไม่ใช่ว่าไม่อยากเอาข้อมูลจริงๆ มาเผยแพร่นะคะเพราะในกูเกิลจะมีให้คันหาอยู่แล้ว แต่ไรต์ไม่ได้แต่งเน้นความจริงหรือเกี่ยวกับทางราชการเยอะและกลัวจะไม่เป็นผลดีเลยเลือกจะสร้างขึ้นมาเอง เป็นเพียงการสมมุตินะคะ***
***ขอแทนสามจังหวัดว่า จังหวัดA จังหวัดB จังหวัดC นะคะ ***
“ คู่หมั้นแกดูดีขนาดนั้นมีอะไรต้องให้กังวลอีก ” ฝนพูดขึ้น
ใช่ว่าพวกเธอจะเคยเห็นพี่เขาตัวจริงๆสักหน่อย ก็แค่เห็นผ่านๆในเฟซบุ๊กเอง
“ ก็เราทั้งคู่ไม่ได้รักกันไง ”
“ อยู่ไปก็รักกันเองแหละ ”
“ ขนาดคุยกันมาปีกว่าแล้วนะ ยังไม่รู้สึกผูกพันธ์อะไรเลย ” ฉันพูดพร้อมยักไหล่
“ จะผูกพันธ์บ้าบออะไรกัน โทรคุยกันแค่หนึ่งถึงสองนาทีนี่อะนะ ” ฝ้ายพูดขึ้น
ทั้งสามคนจะรู้เพราะเราสี่คนพักห้องเดียวกัน เพื่อนคุยโทรศัพท์กับแฟนกันเป็นชั่วโมงๆ ก็มีแต่คู่ฉันที่คุยกันทุกวัน วันละสามนาทีมากสุดอะ
แล้วเมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งจะนัดไปคุยกันเรื่องที่จะทำความคุ้นเคยให้มากกว่านี้ที่สวนสาธารณะของจังหวัดB ซึ่งนัดกันคนละครี่งทาง พี่เขาบรรจุอยู่ในค่ายทหารYY ที่จังหวัดC และฉันทำงานอยู่ในค่ายทหารพรานหญิงXX อยู่จังหวัดA
“ แล้วที่ขอลาครึ่งวันไปนัดพบคู่หมั้นอะ แกยังไม่เล่าเลยนะ สรุปว่ายังไง ” ฟ้าพูด
“ ก็แค่แลกเปลี่ยนอะไรกันเล็กน้อยเพื่อต้องการความคุ้นชิน ต่อไปแต่งงานกันจะไม่ได้เกร็ง ”
“ แต่นี่มันก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ ฉันก็ไม่เห็นว่าพวกแกจะคุยกันเยอะกว่าเก่าเลย ” เพื่อนใส่ใจแหละดูออก ไม่งั้นจะจับตามองเหรอ? จะรู้ได้ไง!!
“ อืม ก็ใช่ ” ฉันพยักหน้า
วันนี้หมู่สองอย่างพวกเราทำงานในห้องธุรการมาครบสิบวันแล้ว พรุ่งนี้ต้องออกลาดตะเวนในป่า หมู่สามที่หยุดพักก็จะกลับมาทำงานในห้องธุรการแทน แล้วหมู่หนึ่งที่ออกจากลาดตะเวรในป่าจะได้ลาหยุดพักสิบวัน มันก็จะวนเวียนอยู่แบบนี้
“ งั้นฉันขอไปคุยกับแฟนก่อนนะ พรุ่งนี้เข้าป่าไม่ค่อยไม่สัญญาณอะ ”
คงเห็นว่าฉันเงียบไม่ค่อยอยากจะพูดถึงคู่หมั้น เพื่อนๆเลยต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง
พอเริ่มคุยกัน ฉันจะแทนตัวเองว่าหนูกับพี่ฉัตร ส่วนพี่เขาจะแทนตัวเองว่าพี่ปกติและจะเรียกฉันว่ามุก แต่เวลาพี่เขาอารมณ์ไม่ดีหรือแบบโกรธเพราะฉันดื้อ พี่เขาจะเรียกแทนว่า เธอ แทนตัวเองว่า ฉัน พอได้ยินแบบนี้คือรู้เลยแหละ ตัวฉันก็เงียบปากไปชั่วขณะ
ครืดๆๆ
( โทรเข้า >> พี่ฉัตรคนเย็นชา )
มาแปลกแฮะ วันนี้โทรมาตอนเที่ยง ปกติจะโทรค่ำๆ ไม่ก็ดึก หรือบางวันตอนเช้าตรู่
พอเห็นว่ามันดังอยู่นานแล้วกลัวสายจะตัดไป นิ้วเรียวกดรับสายพร้อมส่งเสียงห้วนออกไปทันที เนื่องด้วยมาจากการที่ไม่สบอารมณ์ เห็นเบอร์เขาแล้วหงุดหงิดใจขึ้นมาทันที
( ฉัน : ว่าไง )
( พี่ฉัตร : พูดใหม่สิ! )
( ฉัน : เหอะ! )
( พี่ฉัตร : พูดใหม่! )
( ฉัน : ว่าไงคะ )
( พี่ฉัตร : ค่อยหน้าฟังหน่อย ทำอะไรอยู่ )
( ฉัน : ทำงาน )
( พี่ฉัตร : สอนไม่เคยจำ บอกว่าให้พูดมีหางเสียงด้วยไง )
( ฉัน : ค่ะ ทำงานอยู่ค่ะ )
( พี่ฉัตร : กินข้าวยัง )
( ฉัน : ยัง…ค่ะ )
( พี่ฉัตร : ทำไมต้องพูดทิ้งระยะห่างด้วย หัดพูดบ่อยๆสิจะได้ชิน แต่ก็สอนมาปีกว่าแล้วนะ ทำไมไม่รู้จักจำ )
( ฉัน : เฮ้อ! พี่โทรมาทำไม หรือจะโทรมาคุยแค่เรื่องนี้ จะสอนกริยามารยาทอีกหรือไง )
( พี่ฉัตร : ดูพูดเข้า! พี่โทรหาคู่หมั้นตัวเองไม่ได้เหรอ )
( ฉัน : ก็ได้ )
( พี่ฉัตร : มุกทำไมสอนยากจัง )
( ฉัน : เห้อ! ฟังข้ามๆบ้างก็ได้พี่ เชอะ! จับผิดอยู่นั้นแหละ )
( พี่ฉัตร : ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนี้เลยนะ.. ว่าแต่พรุ่งนี้กลับบ้านไหม เพื่อนพี่แต่งงานน่ะ )
( ฉัน : เพื่อนพี่ ไม่ใช่เพื่อนหนูสักหน่อย จะให้กลับไปทำไมอะ )
( พี่ฉัตร : ยัยเด็กคนนี้ดูพูดเข้า ก็มุกเป็นคู่หมั้นพี่ไง จะพาไปงานแต่งเพื่อนพี่ก็ไม่เห็นแปลก )
( ฉัน : มันแปลกตั้งแต่พี่เอ่ยชวนหนูแล้วนะ ปกติไปคนเดียวไม่ใช่หรือไง )
( พี่ฉัตร : มุก! เราคุยกันว่ายังไง ลืมแล้วเหรอ )
( ฉัน : ก็รู้ แต่หนูก็เห็นว่าคุยกันปกติเหมือนหนึ่งปีที่ผ่านมานะ พอคุยกันได้ไม่กี่คำพี่ก็จะวางสายทุกครั้ง จะเอาอะไรมาสนิท จะเอาอะไรมาคุ้นเคยกัน )
( พี่ฉัตร : ก็นี่ไง พี่พยายามทำแล้ว ชวนมุกไปออกงานไง )
( ฉัน : หนูไม่ว่าง พรุ่งนี้ต้องเข้าป่าสิบวันหลังจากนั้นถึงจะพัก )
( พี่ฉัตร : ลาได้ไหม )
( ฉัน : ไม่ได้หรอก )
( พี่ฉัตร : ทำไมไม่ได้ )
( ฉัน : จะไปรู้เหรอ? )
( พี่ฉัตร : ทำไมต้องใส่อารมณ์เวลาพูด )
( ฉัน : หงุดหงิดตั้งแต่พี่โทรมาแล้วแหละ )
( พี่ฉัตร : … )
พอพูดแบบนี้ออกไป คนปลายสายก็เงียบไปเลย ทำให้ฉันรู้สึกผิด รีบเอามือตีปากทันที แต่ฉันมันเป็นคนที่คิดอะไรได้ก็จะพูดทันทีโดยที่ยังไม่ทันไตร่ตรอง แล้วมารู้สึกผิดทีหลัง และมาคิดได้ว่าพูดแรงไป
( ฉัน : เอ่อ…ว่าแต่พี่กินข้าวยัง )
( พี่ฉัตร : กินแล้ว )
(ฉัน : แล้วไม่ทำงานเหรอวันนี้ )
( พี่ฉัตร : ทำแต่ตอนนี้พักเที่ยง งั้นแค่นี้ก่อนนะ )
( ฉัน : เดี๋ยวๆ นี่โกรธใช่ไหม )
( พี่ฉัตร : เปล่า พี่รู้ว่าตัวเองมันน่ารำคาญ แต่ไม่เป็นไรหรอกพี่เข้าใจมุกดี )
( ฉัน : ขอโทษ ก็มันหงุดหงิดอะ คนอื่นเค้าคุยกับแฟนกันเป็นชั่วโมง แล้วนี่เราสองคนก็หมั้นกันแล้ว คุยกันทีเหมือนคนแปลกหน้าอะ อีกไม่กี่เดือนก็จะแต่งงานกันแล้วด้วย )
( พี่ฉัตร : แล้วจะให้พี่ทำไง )
( ฉัน : พี่เคยมีแฟนมาก่อนหนิ ต้องรู้อยู่แล้วว่าควรคุยอะไรกันบ้าง ควรทำยังไง หาเรื่องอะไรมาคุย ทำนองนี้ )
( พี่ฉัตร : แต่เราทั้งคู่หมั้นกันโดยที่ยังไม่คบ ยังไม่รัก ยังไม่เป็นแฟนกันเลยนะ พี่ก็ทำตัวไม่ถูกสิ )
( ฉัน : พี่ก็คิดว่าหนูเป็นพี่เพลงก็ได้ )
( พี่ฉัตร : มุก! ทำไมถึงต้องโยงเพลงมาเกี่ยวด้วย ถ้าเธอพูดแบบนี้อีก ไม่ต้องมาคุยกันเลย มุกกับเพลงจะแทนกันได้ไง มันคนละคนกันนะ มุกก็คือมุก เพลงก็คือเพลง ความรู้สึกมันต่างกันนะ มันเรื่องของเราสองคนไม่ต้องเอาคนอื่นมาเกี่ยวได้ไหมอะ )
( ฉัน : ขอโทษ ๆ พูดไปแบบไม่ทันได้คิดอะ )
( พี่ฉัตร : แบบนี้ประจำแหละ ก่อนพูดควรไตร่ตรองให้ดีก่อนนะ แล้วมันไม่ใช่ครั้งแรกด้วยนะ มุกพูดแบบไม่คิดมาหลายรอบแล้ว )
( ฉัน : หนูขอโทษไปแล้วนะ ทำไมพี่ยังพูดใส่อารมณ์อยู่อีก เหอะ หนูรู้ว่าคนละคน ก็ใช่หนูกับพี่ได้หมั้นกันแบบสายฟ้าแลบ ความรู้สึกดี ๆ ต่อกันเลยไม่มี ทุกครั้งที่คุยกันก็ฝืนใจ ไม่ใช่พี่เพลงที่เป็นอดีตคนรักพี่อะ ที่รักกันปานจะกลืน แค่่ก็พูดถึงไม่ได้เลยนะ )
( พี่ฉัตร : มุก พี่ว่ายิ่งคุยกันมันยิ่งบานปลาย เอาไว้พี่จะโทรหาอีกทีนะ )
แล้วพี่เขาก็กดวางสายไป โดยที่ฉันไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เชอะ พอพูดถึงแฟนเก่า อารมณ์เสียใส่เราทันที ก็รู้ว่ามันแทนกันไม่ได้ แต่แค่บอกว่าทำให้เหมือนตอนคุยกับพี่เพลงเอง …. ฉันพูดอะไรผิดไป ไอ้คนเย็นชา เจ้าระเบียบ ไอ้คนไม่มีหัวใจ
❤️_________❤️
นามปากกาผกายมาส
ตอนพิเศษ 4 ลูกดกNc20+ 22 : 40 น. หลังจากที่คุยกันตอนนั้นมุกก็หลับไป เขาก็เข้าไปอาบน้ำ ออกมาสี่ทุ่มกว่าแล้ว…เขาได้หาผ้าผืนเล็กไปซับน้ำเพื่อมาเช็ดตัวอีกคน ถ้านอนสภาพนี้คงไม่สบายตัวเท่าที่ควร “ งื้อๆ ~ ” พอโดนน้ำก็ส่งเสียงงัวเงียขึ้นมาทันที “ นี่ๆ จะเสร็จแล้ว พี่ขอเช็ดที่ใบหน้าหน่อยนะ ” อีกคนใช้มือปัดออก น้ำคงจะเย็นแหละ “ งิ้อๆ เช็ดที่หน้าอกหน่อย ” จู่ๆ เสื้อก็ถูกถกขึ้นด้วยมือของเจ้าตัว ล่อตาล่อใจเหลือเกิน หรือนี่เธออาจจะอ่อยเขาหรือเปล่า? “ อะ…อื้ม~ หนาวจัง ” เมื่อผ้าโดนที่หน้าอกอวบ อีกคนห่อตัวทันที แล้วค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองเขา “ พี่ฉัตรคะ…” “ คะ…ครับ ” พยายามข่มอารมณ์สุดๆ อ่อยไม่พอน้ำเสียงยังหวานอีก “ น้องหิวงะ ” “ อ๋อ…งั้นพี่ไปหาของกินให้นะ รอพี่ได้ไหม รอคนเดียวได้นะ ” “ ไม่ๆ ไม่หิวแล้ว น้องไม่อยากอยู่คนเดียว อื้อ~ พี่เพิ่งอาบน้ำมาเหรอคะ เย็นจัง ” คนตัวเล็กโผเข้ากอดเขาที่ยืนชิดเตียงยังไม่ได้นั่ง “ ครับ น้องจะอาบน้ำไหม เผื่อจะสร่างเมาได้บ้าง! ” “ ใครเมา…ไม่มี๊ ” “ แหนะ…เสียงสูงไปนะ ” “ 555+ น้องมีความสุขจัง แค่มีพี่อยู่ใกล้ๆ ก็อุ่นใจแล้วอะ ” คนตัวเล็กพยายามหาที่ซุก
ตอนพิเศษ 3 มีแฟนแล้ว / ไม่อยากเข้าถ้ำเหรอ “ ชนมาได้ ไม่คิดจะขอโทษบ้างหรือไง อะ…โอ๊ย ” ด้วยความมึนเมาและโดนชนทำให้ล้ม พยายามลุก หัวก็หมุน มันเลยหงุดหงิดใจและเจ็บแผลถลอกที่หัวเข่าด้วย “ มุกๆ เป็นไงบ้าง มาๆ เราช่วยพยุง ” เสียงนี้…เหมือนจะได้ยินมาไม่นาน พยายามครุ่นคิด…อ๋อ ตี๋นี่เอง “ ขอบใจนะตี๋ ว่าแต่นายยังไม่กลับเหรอ? ” “ วันเกิดเพื่อนเรานะ คงอีกนานกว่าจะกลับ แล้วเป็นไงมาไงถึงมานั่งอยู่หน้าห้องน้ำ อย่าบอกนะว่าเมาเกิ๊น! ” ดูทำเสียงเข้า พอเขาช่วยพยุงขึ้นแล้วปล่อยให้เป็นอิสระ รู้สึกว่าโลกกำลังจะหมุน ทรงตัวไม่อยู่ ก็เลยกะจะเซไปหาที่ยึดเหนี่ยวไว้…แต่ก็เผลอสะดุดขาตัวเอง แล้วโอนตัวไปทางตี๋ เขาก็รับไว้ทัน สรุปยืนกอดกันเฉย ‘ ว้าย ’ ฉันอุทานเสียงดัง ใจตี๋เต้น ตึกตัก ตึกตัก สัมผัสได้ตอนที่หน้าไปปะทะอกแกร่ง “ อะ…เอ่อ…ขอบใจนายนะที่รับเราไว้ ” ปากก็พูดไป แล้วพยายามยันกายออกจากอ้อมกอดเขา “ มุก มุก ” เสียงเรียกตะโกนดังและจำได้ขึ้นใจว่าเป็นเสียงใคร แต่ก็อยากแกล้งให้เจ็บบ้าง “ อุ้ย! ” แกล้งทิ้งตัวไปซบตี๋อีกครั้ง ไม่รู้ว่าคนที่ตะโกนเรียกเมื่อกี้จะรู้สึกและทำหน้ายังไง แต่ที่รู้ๆ เสียงเงียบไปแล้ว
ตอนพิเศษ 2 ถ้าอยากให้อภัย…ก็หย่าสิ 19:00 น. “ ข่าวด่วน…ขณะนี้หัวหน้าโจรใต้ได้ถูกจับแล้ว พวกสมุนถูกวิสามัญ… รังโจรได้ราบเป็นหน้ากอง ทหารที่แฝงตัวเข้าไป ได้ทำการยึดค่ายโจร กว้างล้างทุกอย่างจนเสร็จสิ้นไปแล้ว จบแล้วนะคะ โจรใต้ ต่อไปนี้สามจังหวัดภาคใต้คงมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามานะคะ ” เสียงของผู้ประกาศข่าวดังขึ้น ในโทรทัศน์ที่ทางร้านเหล้าเปิดดู ทำให้ฉันพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว แต่ก็ดี ปราบโจรกบฏต่อบ้านเมืองให้สูญสิ้นไป ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องผวากันอีกแล้ว ในใจตอนนี้ไม่ได้คิดถึงลูกสาวเลย เพราะคิดว่าน่าจะมีคนดูแลเยอะ แต่ที่รู้ๆ ทางบ้านกระหน่ำโทรเข้ามารัวๆ พร้อมสายเข้าจากเพื่อนๆ เช่นกัน แต่ฉันนั้นไม่ได้กดรับสายใครเลยเอาแต่กระดกเหล้า ไม่มองไม่คุยกับใคร นอกจากจ้องเหล้าตรงหน้า ที่ตอนแรกเต็มขวดแต่ตอนนี้เหลืออยู่แค่ก้นขวดแล้ว นั่งกินมาตั้งแต่ตอนหกโมงเย็นยันหนึ่งทุ่ม ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเมาเท่าไร แต่รู้ว่ามึนๆ กรึมๆ แล้ว แต่ยังไหวอยู่! “ เฮ้ย! มุก ” เสียงทักทายดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่คุ้นหูเอาสะเลย พยายามมองตามเสียงจนเจอ เป็นผู้ชายตาตี๋ใส่แว่นตาหนาเตอะ! แปลกนะ ปกติคนประเภทนี้น่าจะอยู่อ่านหนังสือท
ตอนพิเศษ 1 หลอกลวง หนึ่งเดือนต่อมา… อยู่โดยที่ไม่มีเขา เหมือนอยู่ไปวันๆ เวลาจะคอยเยียวยาทุกสิ่งมันอาจจะสำหรับคนอื่น สำหรับฉันหนึ่งเดือนที่จากไปก็ยังคร่ำครวญเรียกหาแต่พี่เขา สิ่งแทนใจที่ได้เห็นต่างหน้ามีแค่ แหวนเท่านั้น สร้อยคอไม่มีนะ ไม่รู้ว่าตกหายไปไหนแล้ว ส่วนของฉันก็ได้รับคืนแล้ว แหวนแต่งงานสองวง ฉันใส่ไว้ในสร้อยคอ แล้วสวมมันไว้ที่คอตลอดเวลา ในยามคิดถึงก็แค่จับมัน ทำให้อุ่นใจเหมือนพี่เขาอยู่ข้างๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพียงความคิดที่คิดไปเองหรือเปล่า!? ที่น่าแปลกและทำให้แปลกใจนั้นก็คือ พี่ธีร์มีจดหมายพี่ฉัตรด้วย ซึ่งพี่เขาบอกเพียงว่า “ ไอ้ฉัตรมันเอามาให้พี่ก่อนแล้ว หากมันไม่อยู่ก็เอาให้มุก เหมือนเป็นลางบอกเหตุ ว่าจะมีเกิดเรื่องขึ้นกับมันเลย ” แต่ก็นั้นแหละ ไม่ได้มีแค่ฉบับเดียวนี่สิ งงใจมาก เพราะฉบับที่สองพี่ธีร์เพิ่งเอามาให้เมื่อวาน ซึ่งฉันก็ถามกลับไปว่า ทำไมไม่ให้ทีเดียวให้หมด ได้คำตอบกลับมาว่า “ ไอ้ฉัตรมันบอกเพียงว่าให้เพียงเดือนละหนึ่งฉบับ มันจะให้มุกตระหนักได้ว่ายังมีมันอยู่ข้างๆ กายเสมอ ถึงตัวไม่อยู่ก็เถอะ และมุกจะไม่ได้ลืมเลือนมันไป ” ความเป็นจริงนะ เขาแค่ย้ายจากใจไปอยู่ใ
บทที่ 47 มาช่วย / ขอโทษ 🖤วันต่อมา…โรงพยาบาลจังหวัดD“ เฮือก~ ”“ ฉัตรเป็นไงบ้าง! ” “ เพลง!...แล้วมุกล่ะ ยังไม่มาเหรอ? นี่ฉัตรหลับไปกี่วัน ” “ มุกเหรอ? …นี่ฉัตรจำมุกได้แล้วใช่ไหม? ฉัตรหลับไปแค่วันเดียวเอง รู้งี้เอาไม้หน้าสามฟาดตั้งนานแล้ว ถ้ารู้ว่าความจำจะกลับมา ” เพลงพูดยิ้มๆ“ ใช่ จำได้แล้ว จำทุกอย่างได้หมด ทุกเรื่องที่ผ่านมาสองเดือนด้วย แล้วนี่ไม่โทรบอกมุกให้มาหาฉัตรบ้างเหรอ? ” ทั้งที่เขาเจ็บ ไม่ว่าใครที่เฝ้าก็ต้องโทรบอกเมียเขาสิ! จู่ๆ ความทรงจำก็กลับมา แต่ความทรงจำตอนนั้นก็จำได้หมด ตอนที่พูดจาไม่ดีใส่มุก ตอนที่ไม่ได้ดูแลมุก ตอนที่ร้องหาแต่เพลง จำได้หมดและอยากจะทึ้งหัวตัวเองมากๆ ในตอนนี้ ทำอะไรลงไปวะ ป่านนี้ไม่รู้มุกจะเป็นไงบ้าง! ทั้งที่ตอนนั้นเพิ่งจะดีกันแท้ๆ สวรรค์กลั่นแกล้งกันชัดๆใบหน้าหวานที่ดูเศร้า ทุกครั้งที่เขาพูดและจำได้แค่เพลง ดวงตาคู่นั้นที่ดูเศร้าสร้อยมีแต่น้ำตาที่ไหลแอบอาบทุกครั้งที่เจอ ยิ่งคิดหัวใจมันยิ่งหน่วงไม่ได้การล่ะ ตั้งแต่วันนั้นที่มุกถอดแหวนวางไวั และบอกว่าถ้าว่างจะมาหย่า มุกก็ไม่มาให้เห็นหน้าอีกเลย ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างจำได้ว่ามีข่าวเกี่ยวกับท
บทที่ 46 ความเป็นมาของโจร (เรื่องสมมุติ)บ้านพัก…ตั้งแต่ยัยเด็กนั้นจากไป ทิ้งจดหมายและแหวนแต่งงานไว้หน้าบ้าน สมองของเขามันมีภาพซ้อนที่โผล่ขึ้นมาทุกวัน จนเขาไม่เป็นอันทำงาน เพราะมันเจ็บปวดร้าวไปหมดพี่ฉลามก็กลับไปทำงานแล้ว เขาไม่อยากเป็นภาระให้พ่อแม่ก็เลยให้เพลงมาดูแลตอนกลางวันคนเดียว พอเอาเข้าจริงๆ ทำไมรู้สึกว่าหัวใจตัวเองไม่ได้ต้องการเพลงแล้ว ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ความผูกพันธ์ก็เริ่มหายไป งงใจมากเวลาผ่านมาเดือนหนึ่งที่เขาต้องหยุดพักงานต่อ เพราะสภาพย่ำแย่ ทุกครั้งที่มีภาพซ้อนเขาก็พยายามนึกคิดให้ออกว่ามันคืออะไร แต่รู้สึกสัมผัสถึงผู้หญิงอีกคนได้เหมือนกันวันนั้นที่มุกโดนจับไป เขาให้พี่ฉลามไปส่งเพลงกลับและตัวเขาเองไปตามหามุก แต่ทหารที่รู้ทาง ดันพาไปดักจับทางลัด ซึ่งไม่ผ่านถนนใหญ่ พอไปถึงก็จับพวกโจรได้ ตามจีพีเอสในโทรศัพท์ของมุก แต่กลับไม่เห็นเจ้าตัวตอนนั้นเขาก็เลือดขึ้นหน้า ไม่เข้าใจตัวเองเลย พยายามเค้นความจริงจากปากพวกโจร ก็ได้รู้ว่า พวกมันปล่อยมุกลงจากรถไปนานแล้ว พอได้ยินดังนั้น เขากับเพื่อนๆ ต่างพากันขับรถกลับทางถนนใหญ่เพื่อหวังจะเจอเธอ แต่ไม่เจอตามถนน เลยกลับบ้านคิดว่าเธอน่าจะม







