LOGINพรศักดิ์ไปรับลูกสาวกลับพร้อมกับจ่ายเงินค่าอาหารให้ พรนับพันนำอาหารพวกนั้นไปแจกจ่ายให้พนักงาน แล้วเอาขวดไวน์ราคาเหยียบหมื่นมาตั้งที่โต๊ะของตัวเองแล้วมองมันด้วยความเจ็บใจน้ำตาพานจะไหลแต่ก็ต้องทำเป็นว่าเธอไม่รู้สึกอะไรเพื่อความสบายใจของบิดา
“พ่อว่าเขาตั้งใจแกล้งเค้ก พ่อดูออก”
“ไม่หรอกค่ะพ่อ เขารีบกลับไปทำงานด่วน เค้กผิดเองที่ลืมไปว่าตัวเองไม่ได้เอากระเป๋าไป เลยให้เขากลับไปทั้งอย่างนั้น ขอโทษนะคะที่ต้องรบกวนให้พ่อไปจ่ายให้” หญิงสาวบอกบิดารับความผิดเอาไว้เอง
“เฮ้อ ช่างเถอะ” พรศักดิ์ถอนหายใจออกมา แม้ว่าพรนับพันจะลืมว่าตัวเองไม่ได้พกกระเป๋าไปก็จริง แต่เขาควรฝากเงินไว้ให้เธอจ่ายค่าอาหารให้
กานดาที่ออกไปทำบุญกับเพื่อนกลับมาในตอนบ่าย เธอเข้ามาที่ห้องทำงานของลูกสาวหลังจากได้ยินเลขานุการของสามีบอกว่าเขาออกไปรับเธอกลับมาเพราะถูกภัสกรทิ้งไว้ที่ร้านอาหาร
“เกิดอะไรขึ้นลูก” กานดาเข้ามาก็ถามในประเด็นที่ตนสงสัย
พรนับพันจึงเล่าเรื่องที่เกิดให้มารดาฟังให้เข้าใจแบบเดียวกันกับบิดา
“เขาคงไม่ตั้งใจหรอก ถึงจะเคียดแค้นแค่ไหน แต่เป็นถึงนักธุรกิจใหญ่โตอายุอานามก็จะสี่สิบ เขาไม่เอาเวลามากลั่นแกล้งกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้หรอก” กานดาบอกให้สามีสบายใจ ทั้งๆ ที่เธอรู้แก่ใจว่าลูกสาวพูดให้เขาสบายใจเท่านั้น
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ดี ผมกลัวแต่ว่ามันจะไม่ใช่นะสิ”
กานดามองหน้าพรนับพันที่หลบสายตาแล้วเธอก็นิ่งเงียบไป
“งั้นผมกลับไปทำงานก่อนนะ คุณอยู่คุยกับลูกไปก่อนก็แล้วกัน” พรศักดิ์ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเดินกลับออกไป
“แม่รู้นะว่าเขาตั้งใจจะแกล้งลูก” กานดาบอกอย่างรู้ทันเมื่อสามีเดินพ้นประตูไปแล้ว
พรนับพันถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอรู้ว่าไม่สามารถโกหกมารดาได้แน่
“เค้กต้องขอโทษนะคะที่ต้องโกหกไปอย่างนั้น เค้กแค่ไม่อยากให้พ่อคิดมาก”
“ดีแล้วล่ะลูก อย่างน้อยพ่อเขาก็จะได้ไม่ต้องกังวลมากไปกว่านี้ รู้หรือเปล่าพ่อเขาเป็นห่วงเค้กมากเลยไม่อยากให้เค้กรับข้อเสนอบ้าๆ นั้นด้วยซ้ำ ยอมปิดโรงงานดีกว่าจะให้ลูกต้องไปทนตกนรกกับเขา”
“เค้กรู้ค่ะแม่ว่าพ่อกับแม่เป็นห่วงเค้กแค่ไหน แต่เค้กคิดว่าเค้กรับมือไหว ถ้าเขาจะเล่นสกปรกแบบนี้เค้กก็คงต้องหาวิธีรับมือต่อไป” เธอบอกให้มารดาวางใจ
“แต่อย่าตอบโต้กลับเด็ดขาดนะรู้หรือเปล่า”
“เค้กทราบดีค่ะแม่ ผู้ชายอย่างนั้นถ้าเราโต้กลับเขาก็ยิ่งจะโกรธแล้วมาหาเรื่องเราหนักกว่าเดิม แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้มาวุ่นวายกับโรงงานของเรา ถือว่าเขาเป็นคนรักษาคำพูดในระดับหนึ่ง” พรนับพันพูดแล้วถอนหายใจหนัก
เธออยากรีบท้องให้มันจบๆ จะได้หลุดพ้นจากวังวนนี้เสียที
“แม่เชื่อว่าลูกสาวแม่จะทำให้ผู้ชายคนนั้นลืมความโกรธแค้นไปได้” กานดาพูดสิ่งที่คิดในใจออกมา
“ไม่มีวันหรอกค่ะแม่ มีแต่ในละครเท่านั้นแหละค่ะที่เกลียดกันแล้วได้ลงเอยกันแบบนั้น”
“แต่ละครก็เอามาจากชีวิตจริงไม่ใช่เหรอลูก แต่ก็เอาเถอะถ้าลูกไม่อยากอยู่กับเขาอย่างน้อยเขาก็คงไม่ผิดคำพูดเรื่องที่จะหย่าหลังจากที่ลูกมีทายาทให้เขาแล้ว แต่..”
“อะไรคะแม่” พรนับพันถามเมื่อเห็นว่ามารดานิ่งไป
กานดาไม่กล้าพูดต่อว่าหากเธอตั้งครรภ์ได้อุ้มลูกในท้องของตนเองแล้วจะมีแม่ที่ไหนทิ้งลูกของตัวเองได้ลงคอ ความผูกพันในช่วงระยะเวลาเก้าเดือนมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่พรนับพันจะคิด หัวอกคนเป็นแม่อย่างเธอรู้ดีจึงอยากให้เธอกับภัสกรตกล่องปล่องชิ้นกันเพราะไหนๆ ก็แต่งงานกันแล้ว
“ไม่มีอะไรหรอก แม่แค่อยากให้ลูกทำดีกับเขาให้มากๆ อย่างน้อยก็เพื่อตัวลูกเอง ทำให้เขาเอ็นดูเข้าไว้ก็ไม่เสียหายทำให้รักให้หลงได้ยิ่งดี” กานดาพูดทีเล่นทีจริงในตอนท้ายแล้วอมยิ้มเป็นนัยว่าอยากเห็นลูกสาวทำให้ภัสกรเปลี่ยนใจมารักเธอ
“เค้กแค่อยากท้องให้จบๆ ไป แต่ปัญหาคือเขาแยกห้องนอนกับเค้กน่ะสิคะ เหมือนกับว่าตั้งใจจะแกล้งเค้กก่อนจนกว่าจะพอใจยังไม่ยอมทำให้เค้กท้องง่ายๆ ในตอนนี้” หญิงสาวถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
กานดาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มขึ้นมาแล้วส่ายหัวเบาๆ
“เชื่อแม่สิ ขึ้นชื่อว่าผู้ชายมีผู้หญิงอยู่ใกล้ๆ ทนได้ไม่นานหรอก ลูกเองก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเอาไว้ แต่ถ้าเขาไม่เริ่มลูกก็เริ่มก่อนทุกอย่างจะได้จบเร็วๆ”
“เริ่มก่อนเหรอคะ” เธอทวนคำของมารดาแล้วนึกภาพไม่ออกเลยว่าตนเองจะเริ่มด้วยวิธีไหน
“นั่นไงล่ะสิ่งที่จะทำให้ลูกสามารถเริ่มก่อนได้” กานดามองไปยังขวดไวน์ที่ตั้งอยู่แล้วพยักพเยิดไปให้พรนับพันดูเหมือนรู้ทันความคิดของหญิงสาว
พรนับพันมองไปที่ขวดไวน์ราคาแพงนั้นแล้วคิดตามในสิ่งที่มารดาพูด
“ถ้าเขาไม่ทำเราก็ลงมือเอง รีบท้องจะได้รีบจบปัญหา” เธอพูดขึ้นมาอย่างชั่งใจกึ่งประชดตัวเอง ยิ่งคิดถึงคำพูดที่เขาดูถูกเธอในคืนเข้าหอก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจ
“สมัยนี้ใครเริ่มก่อนก็ไม่ผิดหรอก ไม่แน่นะเขาอาจจะชอบลูกแล้วเกิดเปลี่ยนใจมารักลูกสาวแม่ก็ได้ ไหนๆ ก็จดทะเบียนแต่งงานกันแล้วนี่ ก็ทำให้เขารักหนูไปเลย”
“ทำให้รักงั้นเลยเหรอคะ แม่พูดแต่แบบนี้อีกแล้ว เค้กไม่เอาด้วยหรอกค่ะ ผู้ชายใจร้ายเจ้าอารมณ์อย่างเขาใครอยู่ด้วยก็คงไม่มีความสุข อีกอย่างหน้าเค้กเขาก็ยังไม่อยากจะมองด้วยซ้ำ คงยากค่ะ” พรนับพันนึกถึงเวลาที่ตนเองต้องออดอ้อนผู้ชายใจร้ายคนนั้นเธอก็ขนลุกแล้ว
“เอาเถอะ เค้กจะทำยังไงก็ขึ้นอยู่กับเค้ก แม่ก็เตือนได้เท่านี้แหละ” กานดาไม่อยากบังคับลูกสาว เธอเดินไปแตะไหล่พรนับพันเบาๆ ด้วยความห่วงใย ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องลูกสาวไป
พรนับพันนั่งมองขวดไวน์ตรงหน้า เธอคิดทบทวนในสิ่งที่มารดาบอกแล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้ม
“ทำให้รักอย่างนั้นเหรอ คนเถื่อนๆ อย่างงั้นรักใครไม่เป็นหรอก”
หญิงสาวนึกถึงตอนที่เขาถูกรัตติกาลต่อว่าและบอกเลิก ในตอนนั้นเขาดูทุกข์ใจและเสียใจมาก ทั้งสูญเสียลูกแล้วคนรักก็เอาแต่โทษเขาว่าเป็นต้นเหตุบอกเลิกเขาไป
ตอนแรกเธอก็คิดว่าคู่กรณีสาวแค่พูดไปตามอารมณ์ของความสูญเสีย แต่พอรู้ข่าวอีกทีเธอก็หนีออกจากห้องฉุกเฉินในขณะที่จะซักประวัติเพื่อย้ายไปยังห้องพักฟื้น พอเธอกลับไปถามหาคนไข้ชื่อรัตติกาลเพื่อจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางโรงพยาบาลก็บอกว่าไม่มีคนไข้ชื่อนี้คงเป็นเพราะเธอหนีไปก่อน
และตอนที่เกิดเหตุ พรศักดิ์เล่าว่าเธอโทรเรียกคนรักให้มาหาเธอก่อนที่จะไปถึงโรงพยาบาลด้วยซ้ำ บัตรประจำตัวหรือเอกสารต่างๆ ก็ไม่ได้พกมาไม่เหมือนคนที่ตั้งใจจะไปหาหมอเลย
ตอนนั้นเหตุการณ์มันวุ่นวายมากเลยไม่ได้เอะใจอะไร แต่พอมานั่งคิดย้อนหลังดูก็มีอะไรแปลกๆ อยู่มาก แต่พรนับพันก็หยุดความคิดนั้นลง ตอนนี้เธอไม่อยากเปลืองสมองกับเรื่องคนอื่นแล้ว
************************
ในค่ำคืนวันเสาร์ที่ภัสกรและพรนับพันจัดให้เป็นค่ำคืนพิเศษของพวกเขา ทั้งสองรอจนถึงกลางดึกที่ลูกสาววัยขวบกว่าหลับสนิทแล้วเริ่มเล้าโลมกันด้วยความปรารถนาฝ่ายสามีคร่อมทับภรรยาสาวเอาไว้หลวมๆ แล้วเริ่มจูบริมฝีปากของเธออย่างดูดดื่ม เบียดสะโพกโยกเข้าหาเธอเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ให้ยิ่งเพิ่มขึ้นแล้วซุกไซ้ที่ซอกคอระหงสูดดมกลิ่นหอมจากอีกฝ่ายในขณะที่ฝ่ามือลูบไล้ที่สะโพกงามอย่างหลงใหลเขาค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้กระโปรงชุดนอนของภรรยา ในขณะที่เลื่อนตัวลงมาหมายจะมุดเข้าไปเชยชมที่เนินสวาทด้านล่างให้ชื่นใจภัสพรมองดูพ่อกับแม่ที่กำลังหยอกล้อกันตาแป๋ว เมื่อเห็นว่ามารดามีสีหน้าเหยเกเพราะบิดากำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ก็คลานจากที่ตนเองไปยังฝั่งของทั้งคู่พร้อมกับขยุ้มกลุ่มผมของภัสกรให้ออกห่างจากมารดาของตน“โอ๊ย น้องครีม” ผู้เป็นพ่อร้องลั่นแล้วหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าลูกสาวนั้นปีนขึ้นไปนอนบนตัวมารดาเพื่อปกป้อง“คืนนี้พ่ออดอีกแล้วใช่ไหมครับ” เขาหัวเราะเบาๆ ไม่รู้ว่าขำหรือว่ากำลังหัวเราะเยาะวาสนาของตนเอง“สงสัยต้องเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะคะ” พรนับพันดึงกระโปรงลงให้เรียบร้อย แล้วขยับพาภัสพรไปนอนที่ฝั่งของเธอ“เฮ้อ!” เขาถอนหายใจ
ในตอนเช้าพรนับพันปลุกสามีด้วยการขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวเขาแล้วใช้พรมจูบเขาทั้งใบหน้าและลำคอจนภัสกรต้องลืมตาขึ้นมาแล้วยิ้มให้เธอด้วยความอ่อนเพลีย“ไหนบอกว่าเมื่อคืนจะไม่ปล่อยให้เค้กรอดมือไงคะ”“พี่โดนเพื่อนมอมนะสิ ตอนนี้เวียนหัวมากเลย” เขาตอบเสียงเบาแล้วดึงเธอให้ทิ้งตัวลงมานอนกอดกัน“นอนต่ออีกนิดนะ พี่ยังไม่อยากลุกเลย” เขาพูดแล้วหลับตาลงซุกใบหน้าที่เรือนผมหอมนุ่มของเธอ“รัดแน่นไปแล้วค่ะเค้กหายใจไม่ออก” ภรรยาสาวดันตัวออกจากอ้อมกอดของสามี พอมองกลับไปในตอนนี้ภัสกรได้หลับต่อไปแล้ว เธอจึงปล่อยให้เขานอนหลับต่อแล้วอมยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อคืนนี้เขาเหมือนได้ปลดปล่อย นั่งดื่มกับเพื่อนร่วมรุ่นของตนแล้วท้าทายกันว่าแต่ละคนอย่างไรก็ไม่มีใครยอมเมา โดยเฉพาะประธานหนุ่มที่กระซิบบอกภรรยาอย่างมาดมั่นว่าเขาจะไม่เมาแล้วกลับมาจัดหนักเธอทั้งคืนแต่เขากลับดื่มอย่างสนุกสนาน ทั้งภัสกรและเพื่อนๆ ของเขาในงานเลี้ยงรุ่นต่างตกอยู่ในสภาพที่เมามาย แต่โชคดีที่ทุกคนมีคนรักมาด้วยและพากลับบ้านเธอมองเขาอยู่อย่างนั้น นานๆ ทีสามีจะเมาหลับได้แบบนี้ เธอจึงไม่อยากรบกวนเขาแล้วเดินไปดูเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่เตียงเสริมที่ต่อออกมาจากเตีย
บรรยากาศที่แสนโรแมนติกของเมืองที่ทั้งคู่กำลังท่องเที่ยวด้วยกันนั้น ทำให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมากทุกๆ สามวันภัสกรจะพาภรรยาย้ายเมืองเพื่อเปลี่ยนสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวให้ทั่ว จนตอนนี้เธอเริ่มเหนื่อยจากการเดินทางและขออยู่ที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ต่ออีกหลายวัน ภัสกรจึงต้องตามใจเธอ“ให้เค้กดื่มเถอะนะคะ” เธออ้อนสามีเพื่อที่จะสั่งกาแฟแต่ภัสกรไม่อนุญาต“เค้กท้องอยู่นะ อย่าลืมสิ ดื่มน้ำผลไม้ดีกว่า”“แก้วเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ภรรยาสาวยังคงอ้อนขอเขาไม่หยุดด้วยแววตาที่ดูเหมือนว่าจะร้องไห้ ทำให้เขาต้องตามใจเธอ“แค่วันนี้วันเดียวนะ วันอื่นพี่ไม่ให้อีกแล้ว” เขาบอกเธอแล้วสั่งกาแฟให้หญิงสาวด้วยตนเอง พร้อมกับสั่งซุปเห็ดทรัฟเฟิลกับมินิครัวซองค์มาทานพอพรนับพันเห็นเธอก็มองตามแล้วขอแลกเมนูกับสามีทันทีภัสกรยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เขายอมแลกเมนูกับเธอแล้วดื่มกาแฟอย่างอารมณ์ดี“จะไปเที่ยวไหนต่ออีกไหม”“วันนี้พอก่อนค่ะ เค้กปวดเท้ามากเลย” เธออ้อนสามีแล้วทานซุปราคาแพงนั้นอย่างเอร็ดอร่อยพรนับพันสังเกตว่าขนาดเขามาเที่ยวในทวีปอื่นที่มีความแตกต่างกันทางกายภาพอย่างชัดเจน แต่ว่าก็ยังมีสา
ภัสกรเดินหิ้วของตามภรรยาที่ตอนนี้มาเลือกซื้อชุดที่จะใส่ไปฮันนีมูนด้วยกันที่ต่างประเทศ สายตาที่มองดูเธอนั้นดูอบอุ่นจนพนักงานต้องมองตามด้วยความอิจฉา“ตัวนี้กับตัวนี้เอาตัวไหนดีคะ” เธอหันมาถามสามีพร้อมกับชูเสื้อทั้งสองตัวให้เขาช่วยเลือก“ถ้าเลือกไม่ได้ก็เอาทั้งสองตัวเลย” เขาพูดโดยไม่ได้มองที่เสื้อเลย ทำให้ภรรยาสาวยิ้มเขินที่สามีเอาแต่จ้องหน้า ก่อนจะหันไปเลือกเสื้อผ้าแบบอื่นต่อในตอนนั้นเองซอนญ่าก็เดินควงแขนสามีวัยกลางคนของเธอผ่านมาที่ร้านนั้น เธอมองดูทั้งสองจ้องมองกันด้วยความรักก็รู้สึกน้อยใจวาสนาของตนที่ต้องยอมเป็นเมียของคนรุ่นพ่อเพื่อที่จะหนีจากบิดาของตนเอง“ไปร้านอื่นเถอะค่ะ” หญิงสาวเดินควงแขนสามีของตนเดินไปยังอีกร้าน อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็รักและตามใจเธอทุกอย่างแม้แต่สิรินาถลูกสาวของเขาที่ต่อต้านการแต่งงานเขาก็จัดการจนอีกฝ่ายยอมเปิดทางให้ภัสกรหันไปมองหญิงสาวเดินผ่านไป เขาเผยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจและยินดีที่เธอมีคนที่รักและเข้าใจแม้วัยจะต่างกันหลังจากที่เลือกซื้อเสื้อผ้าเสร็จแล้ว สามีหนุ่มก็พาภรรยาไปที่คลินิกฝากครรภ์ของเพื่อนเธอทั้งคู่เข้าไปที่ห้องตรวจด้วยกันเพื่อที่จะดูเพศของลูกตามพั
ขบวนแห่ขันหมากที่นำโดยอาของภัสกรและบิดาของวิรากานต์ที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวให้แก่เขาเดินจากหน้าโรงแรมเข้ามาในห้องบอลรูมตามฤกษ์ที่วางเอาไว้ซองเงินสดจำนวนซองละสามพันบาทถูกเตรียมไว้จ่ายให้แก่ประตูเงินประตูทองและเพื่อนของเจ้าสาวหลายคนที่มาขวางทางเอาไว้ เรียกได้ว่าห้าสิบซองที่เตรียมมาแทบไม่พอเพราะบางคนก็มาหลายด่านเสียเหลือเกินพรนับพันอยู่ในชุดไทยประยุกต์สีชมพูอ่อนประดับด้วยลายดิ้นทองที่ชายผ้าเป็นลวดลายที่งามตา นั่งชะเง้อดูเจ้าบ่าวว่าจะเข้ามาตอนไหน หัวใจเธอเต้นรัวทั้งตื่นเต้นและตื้นตันกับงานแต่งงานสุดอลังการของตนที่ใครๆ ต่างก็อิจฉาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานในตอนเช้าส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีอายุแล้วและเป็นญาติของบ่าวสาวกับเพื่อนของทั้งสองฝ่ายที่มาช่วยงานกันตั้งแต่เช้ามืดเป็นพอเจ้าบ่าวผ่านพ้นด่านเข้ามาได้ทั้งสองก็ถูกพามานั่งที่พื้นต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสินสอดเป็นเงินสดจำนวนสามสิบเก้าล้านถูกนำมาวางไว้ด้านหน้า พร้อมกับทองคำแท่งเก้าแท่ง โฉนดที่ดินอีกสองใบ ทำให้กานดายิ้มกว้างจนแก้มแทบฉีกเพราะพอใจกับค่าสินสอดที่มากกว่าที่ตนเรียกเอาไว้หลังนับสินสอดเสร็จเจ้าบ่าวเจ้าสาวก
พรนับพันที่ตั้งใจจะมาพูดดีๆ กับเขาพอเจอท่าทางที่ลุกลี้ลุกลน และคำตอบที่กำกวมไม่ยอมพูดให้ชัดเจนก็คิดว่าคงมีอะไรผิดปกติแน่แล้ว“ถ้าคุณยอมบอกฉัน ฉันจะมีค่าเสียเวลาให้คุณ” เธอใช้วิธีของสามียื่นหมูยื่นแมวให้อีกฝ่ายสนใจ ทำให้เขาชะงักมือที่กำลังเก็บของ ดูมีท่าทางลังเลเป็นอย่างมากเหมือนจะสนใจข้อเสนอของเธอไม่น้อย“ผมไม่อยากมีปัญหากับร้านนั้น ผมก็แค่รีวิวตามจริง คุณจะมาคาดคั้นเอาอะไรจากผม” นักรีวิวหนุ่มตัดสินใจปกป้องร้านจนพรนับพันมั่นใจแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่“ได้เรื่องหรือเปล่าเค้ก” เสียงของภัสกรดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้เธอต้องหันกลับไปดู พบว่าสามียืนล้วงกระเป๋าจ้องมองนักรีวิวหนุ่มด้วยสายตาที่เยือกเย็น โดยมีวาทินยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับชายอีกสองคนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นคนของสามี“พี่ภัสมาได้ยังไงคะ” เธอถามแล้วมองวาทินด้วยสายตาที่ตำหนิเขาเล็กน้อย“เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก รู้แค่ว่าพี่รู้เรื่องทุกอย่างแล้ว ใครทำเมียพี่ไม่พอใจ พี่จะไม่เอาไว้แน่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่กระด้าง หรี่ตามองนักรีวิวหนุ่มที่ตอนนี้น่าจะรู้ชะตากรรมของตัวเองแล้ว“เอ่อ ผะ ผมแค่รับเงินให้มารีวิวตามที่เขาบอกเท่านั้นนะค







