LOGINเช้าวันต่อมา...
บ้านของปิ่นมุกเงียบกว่าทุกวัน หญิงสาวนั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วยท่าทางสงบ แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวล วันนี้คือวันที่เธอต้องเซ็นเอกสารการแต่งงานอย่างเป็นทางการ เอกสารที่หมายความว่า...อีกไม่นานเธอจะต้องออกจากบ้านหลังนี้ และไปใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายที่เธอแทบไม่รู้จัก ปิ่นมุกก้มมองมือตัวเองที่วางอยู่บนตัก นิ้วเรียวขยับเข้าหากันอย่างประหม่า อิงอรที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สังเกตเห็นสีหน้าของน้องสาว จึงเอื้อมมือมาจับมือเธอเบา ๆ “ปิ่น ยังกลัวอยู่หรือเปล่า?” น้ำเสียงของอิงอรอ่อนโยน ขณะมองน้องสาวด้วยสายตาเป็นห่วง ปิ่นมุกฝืนยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “นิดหน่อยค่ะ” เธอพยายามทำเสียงให้ปกติ แต่ปลายนิ้วกลับยังเกร็งอยู่ อิงอรบีบมือเธอเบา ๆ “ถ้าเธอไม่อยากแต่งจริง ๆ บอกพี่ได้นะ” ปิ่นมุกเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุบตาลง “พี่ก็รู้ว่าปิ่นทำไม่ได้” น้ำเสียงของเธอเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ อิงอรเม้มริมฝีปาก สีหน้าสงสารน้องสาวอย่างเห็นได้ชัด “พี่รู้...” “ปิ่นจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ” ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แม้ดวงตายังคงมีความเศร้าซ่อนอยู่ “พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” อิงอรมองรอยยิ้มนั้นแล้วถอนหายใจเบา ๆ เธอรู้ดีว่าน้องสาวกำลังพยายามเข้มแข็ง ทั้งที่จริง ๆ แล้วกำลังกลัวมาก ไม่นานนัก เสียงรถก็ดังขึ้นหน้าบ้าน ปิ่นมุกสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจที่พยายามสงบมาตลอดเช้ากลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ อิงอรหันไปมองทางประตู “คงมาแล้ว” ปิ่นมุกสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพยายามตั้งสติ ไม่นาน กฤษตินก็เดินเข้ามาพร้อมภาคภูมิ วันนี้ชายหนุ่มยังคงแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงยีนส์ รองเท้าบูตคู่เดิม ทำให้เขาดูเหมือนเจ้าของฟาร์มมากกว่าจะเป็นเจ้าบ่าว สายตาคมมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดที่ปิ่นมุกหญิงสาวลุกขึ้นยืนทันที “สวัสดีค่ะ” เธอพูดพร้อมยกมือไหว้ สีหน้าสุภาพ แต่แววตายังมีความประหม่า กฤษตินพยักหน้ารับ “สวัสดี” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ปิ่นมุกนั่งลงอีกครั้ง กฤษตินเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม โดยมีภาคภูมินั่งลงข้าง ๆ บรรยากาศเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ภาคภูมิจะหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาวางบนโต๊ะ “วันนี้เราจะมาคุยเรื่องรายละเอียดของสัญญาการแต่งงานครับ” ปิ่นมุกมองแฟ้มตรงหน้าด้วยหัวใจที่หนักอึ้งกฤษตินเปิดเอกสารอย่างใจเย็น “ฉันจะพูดตรง ๆ ตั้งแต่แรก” เขามองปิ่นมุกด้วยสีหน้าจริงจัง “การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก” ปิ่นมุกนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ” คำตอบของเธอทำให้กฤษตินชะงักเล็กน้อย เขาคิดว่าเธออาจเสียใจ แต่หญิงสาวกลับยอมรับมันอย่างง่ายดาย “ฉันไม่อยากให้เธอคาดหวังอะไรจากฉัน” กฤษตินพูดต่อ น้ำเสียงยังคงหนักแน่น ปิ่นมุกก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “ปิ่นเข้าใจค่ะ” แม้เสียงจะฟังดูสงบ แต่แววตากลับไหววูบ กฤษตินเห็น แต่ไม่ได้พูดอะไร เขาเลื่อนเอกสารมาตรงหน้าเธอ “ในสัญญาระบุว่าเราจะแต่งงานกันเป็นเวลา 2 ปี” ปิ่นมุกก้มลงอ่านรายละเอียดอย่างตั้งใจ “ถ้าครบสองปีแล้วไม่มีลูก เราจะหย่ากันทันที” กฤษตินพูดช้า ๆ เพื่อให้เธอเข้าใจทุกอย่างปิ่นมุกชะงัก มือที่กำลังจับกระดาษหยุดนิ่ง “ถ้า...ไม่มีลูกภายในสองปี ก็ต้องหย่าใช่ไหมคะ?” เธอถามย้ำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล “ใช่” กฤษตินตอบสั้น ๆ พร้อมพยักหน้า ปิ่นมุกก้มมองเอกสารอีกครั้ง สองปี... เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกอย่างไร บางทีการมีวันสิ้นสุดที่ชัดเจนอาจทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก็ได้อย่างน้อย...เธอก็รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ยาวนานตลอดชีวิต เมื่อครบสองปี เธอจะได้เป็นอิสระ กฤษตินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “ถ้าเธอไม่เต็มใจ เธอไม่ต้องเซ็น” น้ำเสียงของเขาจริงจังกว่าครั้งก่อน ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน “ถ้าปิ่นไม่เซ็น...จะเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” กฤษตินนิ่งไปเล็กน้อย “ฉันไม่รู้” คำตอบนั้นทำให้ปิ่นมุกเม้มริมฝีปาก เธอรู้คำตอบของตัวเองดีอยู่แล้ว ถ้าเธอไม่เซ็น...เธอก็ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับครอบครัวและเธอรู้ดีว่าคงไม่มีใครยอมให้เธอปฏิเสธง่าย ๆ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าช้า ๆก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมา มือของเธอสั่นเล็กน้อย อิงอรมองน้องสาวด้วยสีหน้าเป็นห่วง แต่ไม่ได้ห้าม เพราะรู้ดีว่าปิ่นมุกตัดสินใจแล้ว ปิ่นมุกก้มหน้าลงและเซ็นชื่อของตัวเองลงบนสัญญาลายเซ็นเล็ก ๆ ปรากฏอยู่บนกระดาษ เพียงไม่กี่วินาที...ชีวิตของเธอก็เหมือนเดินไปอีกทางหนึ่งแล้ว กฤษตินมองชื่อของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมา เขาเซ็นชื่อลงข้าง ๆ อย่างมั่นคง ภาคภูมิมองเอกสารตรงหน้า ก่อนจะเก็บมันเข้าแฟ้มอย่างเรียบร้อย “เรียบร้อยครับ” ปิ่นมุกมองสัญญาตรงหน้าเงียบ ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมองเส้นทางชีวิตของตัวเองอยู่ สองปี... หลังจากนั้นเธอจะเป็นอิสระ กฤษตินปิดแฟ้มแล้วมองเธอ “หลังแต่งงาน เราต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง” สีหน้าของเขาเรียบเฉย “ฉันจะไม่ยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเธอมากเกินไป และเธอก็ไม่ต้องเข้ามายุ่งกับชีวิตของฉัน” ปิ่นมุกพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะพูดด้วยเสียงสุภาพ “ปิ่นจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุดค่ะ” คำพูดนั้นทำให้กฤษตินนิ่งไปชั่วขณะ เขามองหญิงสาวตรงหน้า เธอไม่ได้เรียกร้องอะไร ไม่ได้ถามว่าเขาจะรักเธอหรือไม่ ไม่ได้ขอสิ่งใดจากเขา เพียงแค่ยอมรับทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ กฤษตินเบือนหน้าหนีเล็กน้อย “ก็ดี” เขาลุกขึ้นยืน ภาคภูมิลุกตาม ก่อนเดินออกจากบ้าน กฤษตินหันกลับมามองปิ่นมุกอีกครั้ง หญิงสาวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าสงบนิ่ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความกังวล เขาไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกไป เสียงประตูปิดลง ปิ่นมุกมองตามเขาไป อิงอรขยับเข้ามานั่งใกล้ ๆ ก่อนจะจับมือเธอ “ปิ่น...” หญิงสาวหันมามองพี่สาว “คะ?” อิงอรยิ้มบาง ๆ แม้แววตายังมีความห่วงใย “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าลืมว่าพี่ยังอยู่ข้างเธอ” ปิ่นมุกพยายามยิ้ม ก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ” เธอก้มมองมือของตัวเอง อีกสองเดือน...เธอจะกลายเป็นภรรยาของกฤษตินอย่างสมบูรณ์ แต่สำหรับเขา...เธอเป็นเพียงผู้หญิงที่เข้ามาแทนที่เจ้าสาวคนเดิมและสำหรับเธอ...เขาคือสามีที่เธอไม่ได้เลือก การแต่งงานครั้งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นจากคำว่า “จำใจ” ไม่มีคำว่ารัก ไม่มีความหวัง มีเพียงสัญญาสองปีที่ทั้งคู่เซ็นร่วมกัน โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า...เมื่อเวลาผ่านไป สัญญาฉบับนี้จะกลายเป็นสิ่งที่คนหนึ่งอยากรักษาไว้ที่สุด ในขณะที่อีกคน...อาจเป็นฝ่ายต้องการฉีกมันทิ้งก่อนครบกำหนดหลังจากภาคภูมิออกจากห้องทำงานไปแล้ว กฤษตินยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับปิ่นมุกวางอยู่ตรงหน้า แต่เขากลับไม่ได้เปิดอ่านอีกคำพูดของภาคภูมิยังคงดังอยู่ในหัว“เธออาจแค่ทำในสิ่งที่ตัวเองถูกสั่งมาตลอดชีวิต”กฤษตินหลุบตาลง สีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามองการแต่งงานครั้งนี้จากมุมของตัวเอง เขาถูกบังคับให้แต่งงานเพราะเงื่อนไขของคุณปู่เขาไม่ต้องการผู้หญิงที่ครอบครัวเลือก และเมื่อเจ้าสาวเปลี่ยนตัว เขาก็ยิ่งไม่พอใจ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพียงคนเดียวแต่ตอนนี้...เขากลับเริ่มมองเห็นอีกด้านหนึ่งปิ่นมุกก็ถูกบังคับเหมือนกัน บางทีอาจมากกว่าเขาด้วยซ้ำกฤษตินเปิดแฟ้มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาอ่านทุกบรรทัดอย่างตั้งใจ ข้อมูลไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ปิ่นมุกสูญเสียแม่ตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากนั้นเธอก็เติบโตอยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัว ชีวิตของเธอถูกกำหนดจากคนอื่นมาตลอด เธอไม่เคยเป็นคนที่เรียกร้องอะไร ไม่เคยโต้เถียง ไม่เคยแย่งชิงสิ่งใดกับใครแม้กระทั่งตอนที่ปัทมาปฏิเสธการแต่งงาน เธอก็ยังยอมเดินเข้ามาแทนกฤษตินปิดแฟ้มลงช้า ๆ“ทำไมเธอถึงยอมทุกอย่างขนาดนั้น
หลังจากคืนที่กฤษตินได้ยินเสียงร้องไห้ของปิ่นมุก ความรู้สึกบางอย่างก็ยังคงติดอยู่ในใจของเขาไม่ยอมจางหายชายหนุ่มนั่งอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่เช้า เอกสารตรงหน้าถูกเปิดค้างไว้นานแล้ว แต่สายตาของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวหนังสือแม้แต่น้อย ภาพหญิงสาวที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเมื่อคืนยังวนเวียนอยู่ในหัวคำพูดของเธอที่บอกว่าไม่เคยมีสิทธิ์เลือกอะไรในชีวิต ยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ ที่ผ่านมาเขาเอาแต่คิดว่าเธอเต็มใจแต่งงานกับเขาแต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ?ถ้าการมายืนอยู่ข้างเขาในวันแต่งงานไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการตั้งแต่แรก...กฤษตินถอนหายใจยาว ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้ เขายกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วด้วยสีหน้าครุ่นคิดเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก๊อก...ก๊อก...“เข้ามา”ประตูเปิดออก ภาคภูมิเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ เขามองเจ้านายที่นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย“คุณกฤษติน วันนี้มีงานที่ต้องเซ็นอีกหลายอย่างนะครับ”ภาคภูมิพูดพลางวางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเป็นกันเอง แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังเงียบ เขาก็ชะงัก“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”กฤษตินเงยหน้าขึ้น สีหน้าของเขายังคงนิ่ง แต่แววตากลับมีความลังเลอย่างที่ภาคภูมิ
คืนนั้นหลังจากรับประทานอาหารเย็น กฤษตินกลับขึ้นห้องทำงานตามปกติ ส่วนปิ่นมุกยังคงอยู่ชั้นล่างเพื่อจัดการเก็บโต๊ะอาหารและล้างจานบ้านทั้งหลังเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำไหลจากก๊อกและเสียงจานกระทบกันเบา ๆปิ่นมุกวางจานใบสุดท้ายลงบนชั้น ก่อนถอนหายใจยาว ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ตื่นแต่เช้า ทำงานบ้าน ช่วยงานในฟาร์ม ทำตามคำสั่งของกฤษตินทุกอย่างโดยไม่เคยปริปากบ่นแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน...เธอก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงคนที่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ชั่วคราวเพราะเธอรู้ดีว่า กฤษตินไม่ได้เลือกเธอ เขาไม่ได้รักเธอและตั้งแต่วันแรกที่พบกัน เขาก็ไม่เคยปิดบังเรื่องนั้นหญิงสาวเดินกลับขึ้นห้องอย่างเงียบ ๆเมื่อเปิดประตูเข้าไป เธอเห็นกฤษตินกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานเล็ก ๆ ภายในห้องเขาเหลือบมองเธอเพียงครู่เดียว ก่อนก้มกลับไปอ่านเอกสารต่อ“เสร็จแล้ว?”เสียงทุ้มถามขึ้นโดยไม่เงยหน้า“ค่ะ”ปิ่นมุกตอบเบา ๆ พลางเดินไปหยิบเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ กฤษตินเหลือบมองเธออีกครั้ง“วันนี้เหนื่อยไหม?”คำถามนั้นทำให้มือของหญิงสาวหยุดชะงัก เธอหันกลับมามองเขาอย่างไม่แน่ใจ
เช้าวันต่อมา ปิ่นมุกตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเหมือนเช่นทุกวันหลังจากจัดการงานในบ้านเสร็จเรียบร้อย เธอก็เดินออกไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กฤษติน แม้เมื่อคืนจะร้องไห้จนเกือบหลับไปทั้งน้ำตา แต่เมื่อเช้ามาถึง เธอก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเธอไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วง โดยเฉพาะกฤษติน...ชายหนุ่มเดินลงมาจากชั้นบนในเวลาต่อมา ใบหน้าคมยังคงเรียบเฉยเหมือนทุกวันเขาหยุดเล็กน้อยเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ“ทำเองทั้งหมด?”น้ำเสียงของเขาเรียบ ๆ ขณะดึงเก้าอี้ออกนั่ง ปิ่นมุกที่กำลังจัดจานอยู่หันมายิ้มบาง ๆ“ค่ะ ฉันคิดว่าคุณคงต้องออกไปทำงานแต่เช้า เลยเตรียมไว้ให้”กฤษตินไม่ได้ตอบ เขามองอาหารตรงหน้า ก่อนหยิบช้อนขึ้นมาตักกิน ปิ่นมุกยืนอยู่ข้างโต๊ะอย่างเงียบ ๆ“วันนี้เธอไม่ไปฟาร์มหรือ?”เขาถามขึ้นโดยไม่เงยหน้า“ไปค่ะ”หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ ก่อนก้มมองมือของตัวเอง“หลังจากเก็บโต๊ะเสร็จ ฉันจะไปช่วยงาน”กฤษตินชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยแดงบนมือของเธอ“มือเป็นอะไร?”ปิ่นมุกก้มมองมือของตัวเอง ก่อนตอบด้วยสีหน้าเป็นปกติ“นิดหน่อยค่ะ คงเพราะยกของเมื่อวาน”“แล้วทำไมไม่บอก?”คำถามนั้นทำให้หญ
หลังจากวันแรกผ่านไป ปิ่นมุกก็เริ่มคุ้นเคยกับชีวิตในฟาร์มมากขึ้นทุกเช้าเธอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จัดการงานในบ้านให้เรียบร้อย ก่อนออกไปช่วยคนงานในฟาร์มตามที่กฤษตินมอบหมาย แม้งานจะหนักและแตกต่างจากชีวิตที่เธอเคยรู้จัก แต่หญิงสาวไม่เคยบ่นออกมาแม้แต่คำเดียวเธอเพียงบอกตัวเองว่า...ในเมื่อเธอเลือกไม่ได้ ก็มีเพียงต้องทำให้ดีที่สุดเช้าวันนี้ก็เช่นกัน ปิ่นมุกกำลังช่วยจัดเรียงตะกร้าผักที่เก็บจากแปลง ก่อนจะยกตะกร้าใบหนึ่งขึ้นด้วยสองมือ“เดี๋ยวครับคุณปิ่นมุก”เสียงภาคภูมิทำให้เธอหยุด เขารีบเดินเข้ามาช่วยยกตะกร้าจากมือเธอ สีหน้าเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าเธอต้องออกแรงมาก“ใบนี้หนักเกินไปครับ”ปิ่นมุกยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า“ฉันยกไหวค่ะ”“ผมรู้ว่าคุณยกไหวครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำทุกอย่างเอง”ภาคภูมิพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางวางตะกร้าลงอย่างระมัดระวัง ปิ่นมุกมองเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ“คุณภาคภูมิใจดีกับฉันเกินไปแล้วนะคะ”ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย“ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ”เสียงรถยนต์ดังเข้ามาใกล้ ก่อนจะจอดอยู่ด้านหน้าโรงเก็บของกฤษตินก้าวลงจากรถพร้อมสีหน้าเคร่งขรึม วันนี้เขามีงานต้องตรวจหลายอย่าง จึงดู
แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน ปิ่นมุกค่อย ๆ ลืมตาขึ้นหลังจากหลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองพื้นที่ข้างกายกฤษตินไม่อยู่แล้ว เตียงฝั่งของเขาเรียบร้อยราวกับเมื่อคืนไม่ได้มีใครนอนอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำปิ่นมุกถอนหายใจเบา ๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียง เธอจัดที่นอนให้เรียบร้อย ก่อนเดินเข้าไปล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเรียบง่ายสำหรับทำงานในฟาร์มเมื่อคืนกฤษตินบอกเอาไว้ชัดเจนว่า หลังจากแต่งงาน เธอต้องเรียนรู้ชีวิตที่นี่และเธอจะไม่เป็นภรรยาที่สร้างปัญหาให้เขา เมื่อเดินลงมาชั้นล่าง ปิ่นมุกเห็นภาคภูมิกำลังพูดคุยกับคนงานอยู่บริเวณหน้าบ้าน ชายหนุ่มหันมาเห็นเธอเข้าพอดีจึงยกมือไหว้ด้วยความสุภาพ“คุณปิ่นมุก ตื่นเช้าจังเลยครับ” ภาคภูมิเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ พลางมองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจดเท้าอย่างแปลกใจที่เห็นเธอแต่งตัวพร้อมทำงานตั้งแต่เช้าปิ่นมุกยิ้มเจื่อน ๆ และก้มหน้าลงเล็กน้อย“คุณกฤษตินบอกว่าฉันต้องช่วยงานที่ฟาร์มค่ะ ฉันเลยคิดว่าควรเริ่มตั้งแต่วันนี้”น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล แต่แฝงความเกรงใจจนภาคภูมิอดรู้สึกสงสารไม่ได้“คุณไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนั้นก็







