Masukหลังจากกลับออกมาจากบ้านของปัทมา กฤษตินนั่งอยู่บนเบาะหลังของรถด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สายตาของเขามอง ออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ภาพทิวทัศน์สองข้างทางเคลื่อนผ่านไปเรื่อย ๆ โดยไม่พูดอะไร แต่ในหัวกลับมีภาพของผู้หญิงคนหนึ่งวนเวียนอยู่ไม่หยุด
ผู้หญิงที่นั่งเงียบอยู่ข้างพี่สาว ผู้หญิงที่พูดน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น และที่สำคัญ...ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะกลายเป็นเจ้าสาวของเขา ภาคภูมิที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันมามองเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง เมื่อเห็นกฤษตินเงียบผิดปกติ เขาก็อดถามไม่ได้ “คุณกฤษตินคิดอะไรอยู่ครับ?” กฤษตินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองภาคภูมิด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “ฉันกำลังคิดว่าทำไมเรื่องแต่งงานถึงวุ่นวายขนาดนี้” น้ำเสียงของเขาแฝงความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ภาคภูมิยิ้มบาง ๆ อย่างรู้ทัน ก่อนจะหันกลับไปมองถนน “ผมว่ามันก็ไม่ได้วุ่นวายขนาดนั้นนะครับ” กฤษตินขมวดคิ้วทันที “นายยังจะบอกว่าไม่วุ่นวายอีกเหรอ?” “ครับ” ภาคภูมิตอบอย่างใจเย็น ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “คุณปู่ให้คุณแต่งงาน คุณไปพบเจ้าสาว เจ้าสาวตัวจริงไม่แต่ง แล้วส่งน้องสาวมาแทน” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ผมว่ามันวุ่นวายพอสมควรนะครับ” กฤษตินเงียบไป ก่อนจะถอนหายใจแรง “แล้วนายยังจะพูดให้ฉันหงุดหงิดอีก” ภาคภูมิหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านาย “ผมแค่พูดตามความจริงครับ” กฤษตินเอนหลังพิงเบาะ พลางหลับตาลงครู่หนึ่ง ภาพของปัทมายังคงติดอยู่ในความคิด เธอสวย มั่นใจ กล้าพูดและที่สำคัญ เธอเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกตรงกับผู้หญิงที่เขาเคยคบหา แต่สุดท้าย...เธอกลับเป็นคนปฏิเสธเขา “ผู้หญิงคนนั้นไม่อยากแต่งกับฉัน” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ภาคภูมิเหลือบมองผ่านกระจก “ปัทมาเหรอครับ?” “อืม” กฤษตินลืมตาขึ้น ก่อนจะหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ “เธอบอกว่าไม่ชอบฉัน ไม่ชอบฟาร์ม ไม่ชอบการใช้ชีวิตต่างจังหวัด” ใบหน้าของเขายังคงนิ่ง แต่แววตากลับมีความไม่พอใจอยู่ลึก ๆ “ฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าเธอจะชอบหรือไม่ชอบ” ภาคภูมิพยักหน้า “แล้วคุณปิ่นมุกล่ะครับ?” คำถามนั้นทำให้กฤษตินนิ่งไปทันที เขาหันไปมองภาคภูมิด้วยสายตาแข็งขึ้น “ทำไม?” “ผมแค่ถามครับ” ภาคภูมิพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่สีหน้ากลับเหมือนกำลังรอฟังคำตอบ กฤษตินถอนหายใจ ก่อนตอบตรง ๆ “ฉันไม่ได้ชอบเธอ” คำตอบนั้นชัดเจนและไม่มีความลังเล “เธอไม่ใช่สเปกฉัน” ภาคภูมิเลิกคิ้วเล็กน้อย “เพราะเธอไม่เหมือนผู้หญิงที่คุณเคยคบ?” “ใช่” กฤษตินตอบทันที พลางกอดอกและมองออกไปนอกหน้าต่าง “ฉันชอบผู้หญิงที่มีความมั่นใจ ดูดี เข้าสังคมเก่ง ไม่ใช่ผู้หญิงที่เอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบ ๆ” เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ “ปิ่นมุกดูเรียบร้อยเกินไป” ภาคภูมินิ่งฟัง “เธอไม่เหมือนผู้หญิงที่คุณกฤษตินเคยคบจริง ๆ ครับ” “เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวังว่าฉันจะรู้สึกอะไรกับเธอ” กฤษตินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ภาคภูมิไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงมองเจ้านายผ่านกระจก ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “ครับ” กฤษตินขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น “นายยิ้มอะไร?” ภาคภูมิรีบเก็บสีหน้า แต่แววตายังมีความขบขัน “เปล่าครับ” “ถ้ามีอะไรก็พูด” กฤษตินจ้องเขม็งด้วยสีหน้าเอาจริง ภาคภูมิจึงยอมพูดออกมา “ผมแค่คิดว่า บางครั้งคนที่เราไม่ชอบตั้งแต่แรก อาจเป็นคนที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดทีหลังก็ได้ครับ” กฤษตินหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เห็นด้วย “ไม่มีทาง” เขาพูดพลางส่ายหน้า “ฉันรู้จักตัวเองดี” ภาคภูมิไม่ได้เถียง “ครับ” เพียงคำสั้น ๆ เท่านั้น แต่กลับทำให้กฤษตินรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก --- ในเวลาเดียวกันนั้น ปิ่นมุกยังคงอยู่ที่บ้าน หลังจากอิงอรกลับออกไปแล้ว หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องนอนอย่างเงียบ ๆ เธอเปิดตู้เสื้อผ้าและมองเสื้อผ้าของตัวเอง มีเพียงชุดเรียบง่ายไม่กี่ชุด ไม่มีเสื้อผ้าราคาแพง ไม่มีเครื่องประดับ ไม่มีของฟุ่มเฟือยเหมือนพี่สาว ปิ่นมุกเอื้อมมือไปแตะเสื้อผ้าเบา ๆ ก่อนถอนหายใจ “เราต้องไปอยู่ที่นั่นจริง ๆ เหรอ...” เธอพึมพำกับตัวเอง คำถามนั้นไม่มีใครตอบ ปิ่นมุกจึงได้แต่ก้มหน้าลง เธอไม่รู้จักกฤษติน ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร ไม่รู้ว่าเขาจะยอมรับเธอในฐานะภรรยาหรือไม่ และที่สำคัญ...เธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้เลือกเธอ เขาเองก็ไม่ได้เต็มใจให้เธอเป็นเจ้าสาว ปิ่นมุกเม้มริมฝีปาก ก่อนจะนั่งลงบนขอบเตียง ความรู้สึกน้อยใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เธอกลับต้องเป็นคนรับผลจากการตัดสินใจของคนอื่น เธอหลุบตาลง “ไม่เป็นไร...” หญิงสาวพยายามปลอบตัวเองด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “ถ้าต้องแต่ง ก็แค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” เธอพูดเหมือนต้องการให้ตัวเองเชื่อในสิ่งนั้น --- สองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว บ้านของกฤษตินเริ่มเตรียมงานแต่งงานตามกำหนด ชายหนุ่มไม่ได้มีความตื่นเต้นแม้แต่น้อย สำหรับเขา การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงสิ่งที่ต้องทำ เขายังคงใช้ ชีวิตเหมือนเดิม ทำงานที่ฟาร์ม ดูแลกิจการ พบปะผู้คน และกลับบ้านในช่วงเย็น เพียงแต่ช่วงนี้...ภาคภูมิมักจะเห็นเจ้านายนั่งเงียบมากขึ้น “คุณกฤษตินครับ” ภาคภูมิเดินเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ สีหน้าจริงจัง กฤษตินเงยหน้าจากเอกสารตรงหน้า “อะไร?” “เอกสารเกี่ยวกับการแต่งงานครับ” เมื่อได้ยินคำว่าแต่งงาน สีหน้าของกฤษตินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย “วางไว้ตรงนั้น” เขาพูดพร้อมชี้ไปยังโต๊ะด้านข้าง ภาคภูมิวางเอกสารลง ก่อนจะยืนนิ่ง “มีอะไรอีก?” กฤษตินเงยหน้ามองด้วยสีหน้าสงสัย ภาคภูมิลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถาม “คุณแน่ใจนะครับว่าจะทำแบบนี้ต่อไป?” กฤษตินขมวดคิ้ว “หมายถึงอะไร?” “แต่งงานทั้งที่ไม่ได้รัก” ภาคภูมิพูดอย่างตรงไปตรงมา กฤษตินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ฉันไม่จำเป็นต้องรัก” “แต่เธอจะเป็นภรรยาคุณนะครับ” ภาคภูมิพูดด้วยสีหน้าจริงจัง กฤษตินหลุบตาลงมองเอกสารตรงหน้า “ฉันรู้” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “และฉันจะทำหน้าที่ของตัวเอง” ภาคภูมิพยักหน้าอย่างช้า ๆ “ครับ” กฤษตินหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่าน สายตาของเขาหยุดอยู่กับข้อความบางส่วน ก่อนจะขมวดคิ้ว “นี่คืออะไร?” ภาคภูมิมองเอกสารนั้น ก่อนตอบ “สัญญาที่คุณปู่เตรียมไว้ครับ รายละเอียดเรื่องชีวิตหลังแต่งงาน” กฤษตินอ่านต่อด้วยสีหน้าจริงจัง ยิ่งอ่าน สีหน้าของเขาก็ยิ่งเคร่งขรึม “สองปี?” เขาเงยหน้าขึ้น ภาคภูมิพยักหน้า “ครับ” “หมายความว่าแต่งงานกันสองปี?” “ครับ” กฤษตินนิ่งไป ก่อนจะอ่านรายละเอียดต่อ จากนั้นเขาก็พบเงื่อนไขสำคัญที่ระบุเอาไว้ หากภายในสองปีไม่มีบุตร การแต่งงานจะสิ้นสุดลงและทั้งสองต้องหย่ากัน ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้ สีหน้าครุ่นคิด “คุณปู่วางแผนไว้หมดแล้วสินะ” ภาคภูมิถอนหายใจเบา ๆ “ท่านคงอยากให้คุณมีครอบครัวจริง ๆ ครับ” กฤษตินหัวเราะในลำคอ “ครอบครัวที่เกิดจากสัญญาเนี่ยนะ?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ภาคภูมิไม่ได้ตอบ เพราะเขารู้ดีว่า เจ้านายของตัวเองยังไม่พร้อมเปิดใจให้ใคร กฤษตินปิดเอกสารลง “สองปี...” เขาพึมพำเบา ๆ สองปีไม่ใช่เวลาที่นานเกินไป ถ้าทุกอย่างเป็นเพียงหน้าที่ เมื่อครบกำหนด...ต่างคนต่างก็กลับไปใช้ชีวิตของตัวเองชายหนุ่มคิดเช่นนั้น โดยไม่รู้เลยว่า...ผู้หญิงที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตของเขา จะไม่ได้เป็นเพียงชื่อในสัญญาอย่างที่เขาคิด และการแต่งงานที่เขามองว่าเป็นเพียง “หน้าที่”กำลังจะค่อย ๆ เปลี่ยนหัวใจของเขาไปทีละน้อย แต่ก่อนจะถึงวันนั้น...เขากับเธอยังต้องเดินเข้าสู่ชีวิตคู่ด้วยความไม่เต็มใจเสียก่อน และในวันพรุ่งนี้...เขาจะต้องพบกับปิ่นมุกอีกครั้ง ในฐานะ...ว่าที่ภรรยาของเขาหลังจากภาคภูมิออกจากห้องทำงานไปแล้ว กฤษตินยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับปิ่นมุกวางอยู่ตรงหน้า แต่เขากลับไม่ได้เปิดอ่านอีกคำพูดของภาคภูมิยังคงดังอยู่ในหัว“เธออาจแค่ทำในสิ่งที่ตัวเองถูกสั่งมาตลอดชีวิต”กฤษตินหลุบตาลง สีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามองการแต่งงานครั้งนี้จากมุมของตัวเอง เขาถูกบังคับให้แต่งงานเพราะเงื่อนไขของคุณปู่เขาไม่ต้องการผู้หญิงที่ครอบครัวเลือก และเมื่อเจ้าสาวเปลี่ยนตัว เขาก็ยิ่งไม่พอใจ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพียงคนเดียวแต่ตอนนี้...เขากลับเริ่มมองเห็นอีกด้านหนึ่งปิ่นมุกก็ถูกบังคับเหมือนกัน บางทีอาจมากกว่าเขาด้วยซ้ำกฤษตินเปิดแฟ้มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาอ่านทุกบรรทัดอย่างตั้งใจ ข้อมูลไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ปิ่นมุกสูญเสียแม่ตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากนั้นเธอก็เติบโตอยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัว ชีวิตของเธอถูกกำหนดจากคนอื่นมาตลอด เธอไม่เคยเป็นคนที่เรียกร้องอะไร ไม่เคยโต้เถียง ไม่เคยแย่งชิงสิ่งใดกับใครแม้กระทั่งตอนที่ปัทมาปฏิเสธการแต่งงาน เธอก็ยังยอมเดินเข้ามาแทนกฤษตินปิดแฟ้มลงช้า ๆ“ทำไมเธอถึงยอมทุกอย่างขนาดนั้น
หลังจากคืนที่กฤษตินได้ยินเสียงร้องไห้ของปิ่นมุก ความรู้สึกบางอย่างก็ยังคงติดอยู่ในใจของเขาไม่ยอมจางหายชายหนุ่มนั่งอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่เช้า เอกสารตรงหน้าถูกเปิดค้างไว้นานแล้ว แต่สายตาของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวหนังสือแม้แต่น้อย ภาพหญิงสาวที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเมื่อคืนยังวนเวียนอยู่ในหัวคำพูดของเธอที่บอกว่าไม่เคยมีสิทธิ์เลือกอะไรในชีวิต ยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ ที่ผ่านมาเขาเอาแต่คิดว่าเธอเต็มใจแต่งงานกับเขาแต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ?ถ้าการมายืนอยู่ข้างเขาในวันแต่งงานไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการตั้งแต่แรก...กฤษตินถอนหายใจยาว ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้ เขายกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วด้วยสีหน้าครุ่นคิดเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก๊อก...ก๊อก...“เข้ามา”ประตูเปิดออก ภาคภูมิเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ เขามองเจ้านายที่นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย“คุณกฤษติน วันนี้มีงานที่ต้องเซ็นอีกหลายอย่างนะครับ”ภาคภูมิพูดพลางวางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเป็นกันเอง แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังเงียบ เขาก็ชะงัก“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”กฤษตินเงยหน้าขึ้น สีหน้าของเขายังคงนิ่ง แต่แววตากลับมีความลังเลอย่างที่ภาคภูมิ
คืนนั้นหลังจากรับประทานอาหารเย็น กฤษตินกลับขึ้นห้องทำงานตามปกติ ส่วนปิ่นมุกยังคงอยู่ชั้นล่างเพื่อจัดการเก็บโต๊ะอาหารและล้างจาน บ้านทั้งหลังเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำไหลจากก๊อกและเสียงจานกระทบกันเบา ๆ ปิ่นมุกวางจานใบสุดท้ายลงบนชั้น ก่อนถอนหายใจยาว ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ตื่นแต่เช้า ทำงานบ้าน ช่วยงานในฟาร์ม ทำตามคำสั่งของกฤษตินทุกอย่างโดยไม่เคยปริปากบ่นแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน...เธอก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงคนที่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ชั่วคราว เพราะเธอรู้ดีว่า กฤษตินไม่ได้เลือกเธอ เขาไม่ได้รักเธอและตั้งแต่วันแรกที่พบกัน เขาก็ไม่เคยปิดบังเรื่องนั้น หญิงสาวเดินกลับขึ้นห้องอย่างเงียบ ๆเมื่อเปิดประตูเข้าไป เธอเห็นกฤษตินกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานเล็ก ๆ ภายในห้อง เขาเหลือบมองเธอเพียงครู่เดียว ก่อนก้มกลับไปอ่านเอกสารต่อ “เสร็จแล้ว?” เสียงทุ้มถามขึ้นโดยไม่เงยหน้า “ค่ะ” ปิ่นมุกตอบเบา ๆ พลางเดินไปหยิบเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ กฤษตินเหลือบมองเธออีกครั้ง “วันนี้เหนื่อยไหม?” คำถามนั้นทำให้มือของหญิงสาวหยุดชะงัก เธอหันกลับมามองเขา
เช้าวันต่อมา ปิ่นมุกตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเหมือนเช่นทุกวันหลังจากจัดการงานในบ้านเสร็จเรียบร้อย เธอก็เดินออกไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กฤษติน แม้เมื่อคืนจะร้องไห้จนเกือบหลับไปทั้งน้ำตา แต่เมื่อเช้ามาถึง เธอก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเธอไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วง โดยเฉพาะกฤษติน...ชายหนุ่มเดินลงมาจากชั้นบนในเวลาต่อมา ใบหน้าคมยังคงเรียบเฉยเหมือนทุกวันเขาหยุดเล็กน้อยเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ“ทำเองทั้งหมด?”น้ำเสียงของเขาเรียบ ๆ ขณะดึงเก้าอี้ออกนั่ง ปิ่นมุกที่กำลังจัดจานอยู่หันมายิ้มบาง ๆ“ค่ะ ฉันคิดว่าคุณคงต้องออกไปทำงานแต่เช้า เลยเตรียมไว้ให้”กฤษตินไม่ได้ตอบ เขามองอาหารตรงหน้า ก่อนหยิบช้อนขึ้นมาตักกิน ปิ่นมุกยืนอยู่ข้างโต๊ะอย่างเงียบ ๆ“วันนี้เธอไม่ไปฟาร์มหรือ?”เขาถามขึ้นโดยไม่เงยหน้า“ไปค่ะ”หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ ก่อนก้มมองมือของตัวเอง“หลังจากเก็บโต๊ะเสร็จ ฉันจะไปช่วยงาน”กฤษตินชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยแดงบนมือของเธอ“มือเป็นอะไร?”ปิ่นมุกก้มมองมือของตัวเอง ก่อนตอบด้วยสีหน้าเป็นปกติ“นิดหน่อยค่ะ คงเพราะยกของเมื่อวาน”“แล้วทำไมไม่บอก?”คำถามนั้นทำให้หญ
หลังจากวันแรกผ่านไป ปิ่นมุกก็เริ่มคุ้นเคยกับชีวิตในฟาร์มมากขึ้นทุกเช้าเธอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จัดการงานในบ้านให้เรียบร้อย ก่อนออกไปช่วยคนงานในฟาร์มตามที่กฤษตินมอบหมาย แม้งานจะหนักและแตกต่างจากชีวิตที่เธอเคยรู้จัก แต่หญิงสาวไม่เคยบ่นออกมาแม้แต่คำเดียวเธอเพียงบอกตัวเองว่า...ในเมื่อเธอเลือกไม่ได้ ก็มีเพียงต้องทำให้ดีที่สุดเช้าวันนี้ก็เช่นกัน ปิ่นมุกกำลังช่วยจัดเรียงตะกร้าผักที่เก็บจากแปลง ก่อนจะยกตะกร้าใบหนึ่งขึ้นด้วยสองมือ“เดี๋ยวครับคุณปิ่นมุก”เสียงภาคภูมิทำให้เธอหยุด เขารีบเดินเข้ามาช่วยยกตะกร้าจากมือเธอ สีหน้าเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าเธอต้องออกแรงมาก“ใบนี้หนักเกินไปครับ”ปิ่นมุกยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า“ฉันยกไหวค่ะ”“ผมรู้ว่าคุณยกไหวครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำทุกอย่างเอง”ภาคภูมิพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางวางตะกร้าลงอย่างระมัดระวัง ปิ่นมุกมองเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ“คุณภาคภูมิใจดีกับฉันเกินไปแล้วนะคะ”ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย“ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ”เสียงรถยนต์ดังเข้ามาใกล้ ก่อนจะจอดอยู่ด้านหน้าโรงเก็บของกฤษตินก้าวลงจากรถพร้อมสีหน้าเคร่งขรึม วันนี้เขามีงานต้องตรวจหลายอย่าง จึงดู
แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน ปิ่นมุกค่อย ๆ ลืมตาขึ้นหลังจากหลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองพื้นที่ข้างกายกฤษตินไม่อยู่แล้ว เตียงฝั่งของเขาเรียบร้อยราวกับเมื่อคืนไม่ได้มีใครนอนอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำปิ่นมุกถอนหายใจเบา ๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียง เธอจัดที่นอนให้เรียบร้อย ก่อนเดินเข้าไปล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเรียบง่ายสำหรับทำงานในฟาร์มเมื่อคืนกฤษตินบอกเอาไว้ชัดเจนว่า หลังจากแต่งงาน เธอต้องเรียนรู้ชีวิตที่นี่และเธอจะไม่เป็นภรรยาที่สร้างปัญหาให้เขา เมื่อเดินลงมาชั้นล่าง ปิ่นมุกเห็นภาคภูมิกำลังพูดคุยกับคนงานอยู่บริเวณหน้าบ้าน ชายหนุ่มหันมาเห็นเธอเข้าพอดีจึงยกมือไหว้ด้วยความสุภาพ“คุณปิ่นมุก ตื่นเช้าจังเลยครับ” ภาคภูมิเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ พลางมองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจดเท้าอย่างแปลกใจที่เห็นเธอแต่งตัวพร้อมทำงานตั้งแต่เช้าปิ่นมุกยิ้มเจื่อน ๆ และก้มหน้าลงเล็กน้อย“คุณกฤษตินบอกว่าฉันต้องช่วยงานที่ฟาร์มค่ะ ฉันเลยคิดว่าควรเริ่มตั้งแต่วันนี้”น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล แต่แฝงความเกรงใจจนภาคภูมิอดรู้สึกสงสารไม่ได้“คุณไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนั้นก็







![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)