Accueil / โรแมนติก / วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์ / บทที่ 4 คนร้ายในชุดไว้ทุกข์

Partager

บทที่ 4 คนร้ายในชุดไว้ทุกข์

Auteur: Ladyporn
last update Date de publication: 2026-09-16 11:48:49

เปลวเพลิงซึ่งลุกไหม้ศาลบรรพชนถูกดับลงก่อนฟ้าสาง ทว่าสิ่งที่เคยถูกซ่อนอยู่ใต้แท่นบูชากลับถูกเผาทำลายจนแทบไม่เหลือร่องรอย

กลิ่นควันยังลอยคลุ้งไปทั่วจวนฉางเย่อ๋อง คนรับใช้ต่างวิ่งวุ่นขนน้ำและตรวจสอบความเสียหาย ไม่มีผู้ใดรู้ว่าภายใต้เถ้าถ่านเหล่านั้นเคยมีห้องลับซึ่งเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของอดีตรัชทายาท

ฉู่เยว่หลันรู้ดีว่า หากนางกลับเข้าเรือนหอโดยไม่มีคำอธิบาย คนร้ายย่อมสงสัยว่าผู้ใดหนีออกมาจากกองเพลิง นางจึงให้เซียวจิ่นเหิงกลับไปซ่อนในห้องลับหลังผนัง ส่วนตนเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่และลบรอยเขม่าบนใบหน้าอย่างเร่งรีบ

จากนั้นนางจึงเดินออกไปทางลานด้านหลัง ก่อนแสร้งหมดสติอยู่ใกล้ทางเดินไปศาลบรรพชน

คนที่พบเยว่หลันเป็นคนแรกคือหลัวมามา

เสียงร้องเรียกพระชายาทำให้คนรับใช้หลายคนพากันวิ่งเข้ามา เยว่หลันถูกพากลับเรือนท่ามกลางความโกลาหล และแสร้งฟื้นขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน

“พระชายา เหตุใดจึงไปอยู่ใกล้ศาลบรรพชนได้เจ้าคะ” หลัวมามาถามอย่างร้อนใจ

เยว่หลันใช้มือกุมขมับ ทำสีหน้าสับสน “ข้าได้ยินเสียงคนตะโกนว่าไฟไหม้ จึงคิดจะออกไปดู แต่เมื่อคืนแทบไม่ได้นอน ร่างกายจึงไม่มีแรง จำได้เพียงว่าเดินไปถึงทางแยก หลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีก”

“แล้วรอยไหม้ตรงแขนเล่าเจ้าคะ”

สายตาของหญิงสูงวัยหยุดอยู่ตรงท่อนแขนซึ่งพันผ้าเอาไว้

เยว่หลันดึงแขนเสื้อลงปิดโดยไม่รีบร้อน “เมื่อคืนข้าทำตะเกียงล้มในห้องจึงถูกน้ำมันร้อนลวก โชคดีที่ดับไฟได้ทัน ไม่คิดว่าศาลบรรพชนจะเกิดเหตุคล้ายกันในเวลาไล่เลี่ย”

คำอธิบายอาจไม่สมบูรณ์นัก แต่ไม่มีผู้ใดกล้าคาดคั้นพระชายาผู้เพิ่งแต่งเข้าจวน อีกทั้งเยว่หลันยังเป็นหญิงม่ายซึ่งเพิ่งผ่านพิธีสมรสกับป้ายวิญญาณ การอดหลับอดนอนจนหมดสติจึงไม่ใช่เรื่องน่าสงสัย

กู้เหยียนสั่งให้ตรวจสอบศาลบรรพชนอย่างละเอียด ก่อนสรุปว่าต้นเพลิงมาจากตะเกียงน้ำมันซึ่งตกลงบนผ้าม่าน เมื่อไฟลุกลามไปถึงแท่นบูชาซึ่งทำจากไม้เก่า จึงไม่สามารถควบคุมได้ทัน

“เหตุใดตะเกียงจึงตกลงมาได้” เยว่หลันถาม

“อาจเป็นเพราะลมพ่ะย่ะค่ะ หน้าต่างด้านหลังเปิดทิ้งไว้”

“เมื่อคืนไม่มีลมแรงถึงขั้นพัดตะเกียงตก”

กู้เหยียนนิ่งไป “พระชายาสงสัยว่ามีผู้จงใจวางเพลิงหรือ”

หลัวมามารีบกล่าวแทรก “ศาลบรรพชนเป็นเขตต้องห้าม คนรับใช้ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกิน อีกทั้งเวรยามก็ไม่พบคนแปลกหน้า บางทีอาจเป็นเพียงอุบัติเหตุจริง ๆ”

เยว่หลันมองหญิงสูงวัยครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับอย่างไม่คิดโต้แย้ง

“ในเมื่อไม่มีหลักฐานก็อย่าเพิ่งทำให้ผู้คนแตกตื่น ท่านอ๋องเพิ่งสิ้นพระชนม์ หากมีข่าวว่าเกิดเหตุร้ายในศาลบรรพชนอีก เกรงว่าจะถูกนำไปเล่าลือว่าเป็นลางไม่ดี”

ทุกคนจึงรับคำและแยกย้ายไปทำหน้าที่

เมื่อเหลืออยู่เพียงลำพัง เยว่หลันจึงกลับเข้าไปในห้องลับ เซียวจิ่นเหิงนั่งพิงหัวเตียง สีหน้าซีดเซียวกว่าเมื่อคืน บาดแผลที่ปริได้รับการพันใหม่แล้ว แต่เขายังมีไข้และเคลื่อนไหวอย่างลำบาก

“คนในจวนเชื่อหรือไม่” เขาถาม

“อย่างน้อยก็ยังไม่มีผู้ใดกล้าถามต่อหน้าข้า แต่ผู้วางเพลิงน่าจะรู้ว่ามีคนหนีออกมาจากห้องลับ เพราะเอกสารบางส่วนหายไป”

เยว่หลันวางกระดาษเปล่าซึ่งนำออกมาจากห้องใต้ดินลงบนโต๊ะ เอกสารเหล่านี้ยังคงไม่มีข้อความปรากฏขึ้น แม้ทดลองด้วยความร้อน น้ำส้มสายชู และสมุนไพรหลายชนิดแล้วก็ตาม

“ต้องเก็บไว้ให้มิดชิดก่อนหาทางพบบิดาข้า”

เซียวจิ่นเหิงมองหีบไม้ใบเล็กใต้โต๊ะ “สถานที่ซึ่งคิดว่าปลอดภัยที่สุดมักเป็นที่แรกที่ศัตรูค้นหา”

“เพราะฉะนั้นข้าจึงซ่อนของจริงไว้ที่อื่น”

สิ่งซึ่งอยู่ภายในหีบเป็นเพียงกระดาษเปล่าที่นางนำมาสับเปลี่ยน ส่วนเอกสารจากห้องลับถูกห่อด้วยผ้ากันน้ำและซ่อนไว้ใต้กระถางต้นกล้วยไม้ริมหน้าต่าง

เซียวจิ่นเหิงพยักหน้าเล็กน้อย “อย่างน้อยเจ้าก็ไม่ได้ประมาทจนเกินไป”

“นี่คือคำชมจากท่านอ๋องหรือ”

“อย่าเพิ่งภูมิใจ ข้ายังไม่รู้ว่าที่ซ่อนของเจ้าปลอดภัยจริงหรือไม่”

เยว่หลันกำลังจะตอบ เสียงเสี่ยวเถาก็ดังขึ้นจากด้านนอก นางจึงปิดทางเข้าห้องลับก่อนอนุญาตให้สาวใช้เข้ามา

เสี่ยวเถารายงานว่า หลังออกจากเรือนเมื่อคืน ชิงอวี้กลับไปยังที่พักทันทีและไม่ได้พบผู้ใด แต่ระหว่างทางนางแวะคุยกับสาวใช้จากห้องครัวชั่วครู่ โดยถามถึงขันทีซึ่งนำยาบำรุงมาส่ง

ห้องครัวยืนยันว่าไม่เคยได้รับยาจากตำหนักฮองเฮา อีกทั้งไม่มีใครเห็นขันทีตามคำกล่าวของชิงอวี้

“นางอาจพูดความจริง หรืออาจจัดฉากถามเพื่อให้ตนพ้นจากความสงสัยก็ได้” เยว่หลันกล่าว

“จะให้บ่าวตามต่อหรือไม่เจ้าคะ”

“ตาม แต่อย่าให้นางรู้ตัว”

หลังเสี่ยวเถาออกไป เยว่หลันตรวจสอบห้องและพบสิ่งผิดปกติใหม่ เส้นผมซึ่งนางสอดไว้ระหว่างฝากับตัวหีบไม้ขาดออก แสดงว่ามีผู้เปิดหีบระหว่างที่นางออกไปพบคนในจวน

คนร้ายไม่ได้ค้นอย่างสะเปะสะปะ ข้าวของอื่นไม่ถูกรื้อ มีเพียงหีบใต้โต๊ะเท่านั้นที่ถูกเปิด

“เขารู้ว่าเรานำเอกสารออกมาได้” เยว่หลันกล่าว “และรู้ว่าข้าซ่อนมันไว้ในเรือน”

“คนร้ายอาจเฝ้ามองเจ้าตั้งแต่เมื่อคืน”

“แต่เขายังไม่รู้ว่าเอกสารอยู่ที่ใดจริง”

นางจึงคิดใช้ความเข้าใจผิดนี้ดึงคนร้ายออกมา

ช่วงบ่าย เยว่หลันเรียกเสี่ยวเถากับชิงอวี้เข้ามาช่วยจัดห้อง นางจงใจเปิดหีบไม้ให้ทั้งสองเห็นว่าภายในมีกระดาษอยู่หลายฉบับ ก่อนปิดฝาและลงกลอนต่อหน้าพวกนาง

จากนั้นจึงประกาศว่าจะไปสวดมนต์ที่หอพระเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม และห้ามผู้ใดเข้าเรือนโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังสาวใช้ทั้งสองออกไป เยว่หลันขึงเส้นไหมบางจนแทบมองไม่เห็นไว้ด้านในประตู หากมีผู้เปิดเข้ามา เส้นไหมจะขาดและติดอยู่กับชายเสื้อ นางยังโรยผงสมุนไพรสีอ่อนบนพื้นกับขอบหีบ ผงชนิดนี้ไม่สามารถมองเห็นได้ในแสงธรรมดา แต่เมื่อสัมผัสน้ำดอกอัญชันจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม

เยว่หลันออกจากเรือนตามที่ประกาศ แต่ไม่ได้ไปหอพระ นางอ้อมไปซ่อนอยู่หลังแนวต้นไผ่ซึ่งสามารถมองเห็นประตูห้องนอนได้อย่างชัดเจน

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม เงาหนึ่งจึงปรากฏขึ้นตรงปลายระเบียง

ผู้มาเยือนสวมชุดไว้ทุกข์สีขาวเหมือนสาวใช้ทั่วไป ใบหน้าถูกก้มต่ำและมีตะกร้าใส่ผ้าอยู่ในมือ นางมองซ้ายขวาจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใด ก่อนใช้กุญแจเปิดประตูเรือนอย่างรวดเร็ว

เยว่หลันจำได้ว่านางคือสาวใช้ผู้ดูแลธูปเทียนในศาลบรรพชน

ไม่นานนัก คนผู้นั้นก็ออกมาพร้อมสีหน้าร้อนรน นางปิดประตูแล้วรีบเดินไปทางเรือนพักคนใช้ โดยไม่รู้ว่าชายกระโปรงมีเส้นไหมสีแดงติดอยู่

เยว่หลันตามไปห่าง ๆ จนถึงห้องเก็บฟืนด้านหลังจวน สาวใช้เปิดประตูเข้าไปก่อนทรุดนั่งลงกับพื้น นางยกมือขึ้นดูจึงพบผงสมุนไพรติดอยู่ตามนิ้วและเริ่มพยายามเช็ดออก

“ต่อให้เช็ดตอนนี้ก็สายไปแล้ว”

เสียงของเยว่หลันทำให้นางสะดุ้งสุดตัว

สาวใช้รีบคุกเข่า “พระชายา!”

“เจ้าเข้าไปทำอะไรในห้องของข้า”

“บ่าว…บ่าวเพียงเข้าไปเก็บเสื้อผ้าเจ้าค่ะ”

“คนดูแลศาลบรรพชนมีหน้าที่เก็บเสื้อผ้าในเรือนพระชายาตั้งแต่เมื่อใด”

สีหน้าของสาวใช้ซีดเผือด เยว่หลันนำขวดน้ำดอกอัญชันออกมา หยดลงบนมือของอีกฝ่าย ร่องรอยซึ่งติดอยู่ตามปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินทันที

“ผงชนิดเดียวกันนี้อยู่บนหีบใต้โต๊ะของข้า หากเจ้ายังโกหก ข้าจะส่งตัวให้รองแม่ทัพกู้สอบสวน”

“พระชายาไว้ชีวิตด้วย!”

สาวใช้โขกศีรษะกับพื้นซ้ำหลายครั้ง

“บ่าวไม่ได้คิดทำร้ายพระองค์ มีผู้หนึ่งสั่งให้บ่าวเข้าไปค้นหากระดาษ บอกเพียงว่าเป็นกระดาษเปล่าหลายแผ่นซึ่งพระชายานำออกมาจากศาลบรรพชน”

“ผู้ใดสั่งเจ้า”

“บ่าวไม่รู้ชื่อเจ้าค่ะ”

เยว่หลันย่อตัวลงตรงหน้า “คนผู้นั้นติดต่อเจ้าอย่างไร”

“เขานำจดหมายมาวางไว้ใต้กระถางธูป พร้อมเงินสำหรับรักษามารดาของบ่าว บอกว่าหากทำสำเร็จจะมอบเงินให้อีกก้อนหนึ่ง บ่าวไม่รู้จริง ๆ ว่ากระดาษเหล่านั้นคือสิ่งใด”

“ผู้ที่นำจดหมายมาวางเป็นบุรุษหรือสตรี”

สาวใช้ลังเล ดวงตาเหลือบมองไปทางหน้าต่างห้องเก็บฟืนราวกับหวาดกลัวว่าจะมีใครแอบฟังอยู่

“บ่าวเคยเห็นเขาครั้งหนึ่ง แม้จะสวมชุดคนรับใช้ แต่ตรงเอวมีป้าย…”

เสียงแหลมของสิ่งหนึ่งแหวกผ่านอากาศ

เยว่หลันเห็นเพียงประกายสีดำพุ่งเข้ามาจากหน้าต่าง นางรีบเอียงตัวหลบ ทว่าสาวใช้ซึ่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้ากลับไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้อง

เข็มสีดำปักลงกลางลำคอ

ดวงตาของนางเบิกกว้าง มือทั้งสองยกขึ้นกุมคอ ร่างกายกระตุกเพียงไม่กี่ครั้งก่อนล้มลงกับพื้น

เยว่หลันรีบวิ่งไปยังหน้าต่าง เงาชุดดำกระโดดข้ามกำแพงหลังจวนไปอย่างรวดเร็ว นางไม่อาจตามทัน อีกทั้งยังไม่กล้าส่งเสียงเรียกคน เพราะอาจทำให้ผู้ร้ายรู้ว่าเอกสารของจริงยังอยู่กับนาง

เมื่อกลับมาดูสาวใช้ ริมฝีปากของอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำและไม่มีลมหายใจแล้ว

พิษออกฤทธิ์ภายในไม่กี่ลมหายใจ

เยว่หลันดึงเข็มออกด้วยผ้า ก่อนนำศพไปซ่อนหลังหีบฟืนชั่วคราว จากนั้นรีบกลับไปตามเซียวจิ่นเหิงผ่านทางลับ

ชายหนุ่มฝืนอาการบาดเจ็บมาถึงห้องเก็บฟืนในเวลาไม่นาน เขารับเข็มไปตรวจสอบ เพียงเห็นลวดลายตรงโคนเข็ม สีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้น

“ท่านเคยเห็นหรือ”

“อาวุธชนิดนี้เรียกว่าเข็มเงาจันทร์ เป็นของหน่วยองครักษ์ลับในวัง”

“มีเพียงคนในวังใช้ได้หรือ”

“ทุกเล่มถูกสร้างขึ้นเป็นชุดและจดบันทึกจำนวนไว้ ไม่มีทางหลุดออกมาง่าย ๆ ผู้ที่สั่งการหน่วยนี้ต้องมีฐานะสูงพอสมควร”

เยว่หลันมองศพตรงหน้า “เชื้อพระวงศ์?”

“หรือคนที่ทำงานให้เชื้อพระวงศ์”

คนร้ายสามารถวางเพลิงในจวนอ๋อง แทรกซึมเข้ามาในหมู่คนรับใช้ และใช้อาวุธขององครักษ์ลับปิดปากพยานได้ แสดงว่าเครือข่ายของอีกฝ่ายใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดการณ์ไว้มาก

ทั้งสองตัดสินใจสร้างเรื่องว่าสาวใช้ขโมยของแล้วหลบหนี โดยให้คนของเซียวจิ่นเหิงนำศพออกไปซ่อนและตรวจสอบภายหลัง หากประกาศว่านางถูกฆ่าตาย คนร้ายย่อมรู้ว่าเยว่หลันสอบสวนได้ข้อมูลแล้ว

เช้าวันต่อมา ขบวนของเชื้อพระวงศ์ก็มาถึงจวนฉางเย่อ๋อง

องค์ชายสี่เซียวหย่งเซวียน เดินทางมาร่วมไว้อาลัยด้วยพระองค์เอง

พระองค์สวมชุดสีขาวปักลายเมฆเงิน ท่วงท่าสง่างามแต่ไม่เย่อหยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยนและมีรอยยิ้มบางอยู่เสมอ แตกต่างจากบรรยากาศเย็นชาแข็งกร้าวซึ่งเซียวจิ่นเหิงทิ้งไว้ทั่วทั้งจวน

เยว่หลันออกไปต้อนรับตามธรรมเนียม เมื่อเห็นบุรุษตรงหน้า ความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนก็ย้อนกลับมา

ตอนอายุสิบห้าปี นางเคยติดอยู่ในวัดร้างซึ่งเกิดไฟไหม้ เซียวหย่งเซวียนซึ่งเดินทางผ่านมาพร้อมขบวนเสด็จเป็นผู้ย้อนเข้าไปช่วยพานางออกมา แม้พระองค์จะได้รับบาดเจ็บตรงแขน แต่กลับไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทน

นับจากนั้นเยว่หลันจึงนับถือองค์ชายสี่ในฐานะผู้มีพระคุณ

“ถวายพระพรองค์ชายสี่เพคะ”

“ไม่ต้องมากพิธี”

เซียวหย่งเซวียนรีบยื่นมือมาคล้ายต้องการประคอง แต่หยุดก่อนสัมผัสแขนนางเพื่อรักษามารยาท

“ข้ามาช้าไปหนึ่งวัน หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา”

“เพียงพระองค์เสด็จมา จวนอ๋องก็นับว่าได้รับเกียรติแล้วเพคะ”

สายตาของพระองค์มองผ่านนางไปยังป้ายวิญญาณในห้องโถง แววเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างเหมาะสม

“เสด็จพี่ฉางเย่ใช้ชีวิตอยู่ในสนามรบมาตลอด ข้าไม่คิดว่างานมงคลซึ่งพระองค์ทรงรอคอยจะลงเอยเช่นนี้”

เยว่หลันชะงักกับคำว่า ‘รอคอย’ แต่ยังไม่ทันถาม องค์ชายสี่ก็หันกลับมามองนาง

“เจ้าคงลำบากมาก”

“หม่อมฉันเพียงทำตามพระราชโองการเพคะ”

“ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งต่อหน้าข้า” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน

“เรื่องบิดาเจ้าข้าได้ยินแล้ว หากมีสิ่งใดช่วยได้ ข้าจะลองทูลขอเสด็จพ่อให้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไปอีก”

คำพูดนั้นทำให้เยว่หลันรู้สึกซาบซึ้ง แม้ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายช่วยได้มากเพียงใด แต่อย่างน้อยก็เป็นคนแรกในราชสำนักที่กล่าวว่าจะช่วยบิดานางอย่างตรงไปตรงมา

“ขอบพระทัยองค์ชายสี่เพคะ”

“หลังครบช่วงไว้ทุกข์ หากเจ้าไม่ต้องการใช้ชีวิตอยู่กับป้ายวิญญาณ ข้าจะช่วยทูลขอยกเลิกการสมรสครั้งนี้ให้ เจ้ายังอายุน้อย ไม่ควรถูกผูกไว้ในจวนอันเงียบเหงาไปตลอดชีวิต”

เยว่หลันไม่ทันตอบ เสียงลมก็พัดให้ม่านด้านหลังขยับเล็กน้อย

เซียวจิ่นเหิงซ่อนอยู่หลังฉากกั้นในห้องด้านข้าง เนื่องจากต้องการมองผู้มาเยือนด้วยตนเอง ทุกถ้อยคำขององค์ชายสี่จึงตกไปถึงหูของเขาอย่างชัดเจน

“พระเมตตาขององค์ชาย หม่อมฉันจะจดจำไว้” เยว่หลันตอบอย่างระมัดระวัง

“แต่เวลานี้พิธีศพยังไม่สิ้นสุด หม่อมฉันไม่เหมาะจะกล่าวถึงเรื่องยกเลิกสมรส”

เซียวหย่งเซวียนไม่ได้บังคับ เขาเพียงยิ้มบาง “ข้าจะรอจนกว่าเจ้าพร้อม”

หลังถวายธูป พระองค์กลับกล่าวขึ้นคล้ายบังเอิญว่า

“ข้าได้ยินว่าศาลบรรพชนเกิดไฟไหม้เมื่อคืน เจ้าได้รับบาดเจ็บด้วยหรือ”

เยว่หลันชะงัก

ข่าวเพลิงไหม้ถูกกู้เหยียนสั่งปิดไว้ตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง ประตูจวนถูกควบคุมและยังไม่มีคนรับใช้ได้รับอนุญาตให้ออกไปด้านนอก องค์ชายสี่เพิ่งเดินทางมาถึง แต่กลับรู้ไม่เพียงว่าเกิดไฟไหม้ หากยังรู้ว่านางได้รับบาดเจ็บด้วย

“เป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อยเพคะ” นางดึงแขนเสื้อลงปิดรอยไหม้ “พระองค์ทราบข่าวรวดเร็วยิ่งนัก”

แววตาของเซียวหย่งเซวียนเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนกลับมาอ่อนโยนดังเดิม

“ข้าให้คนมาสอบถามอาการเจ้าตั้งแต่เช้า คงได้ยินมาจากคนหน้าจวน”

คำอธิบายฟังดูเป็นไปได้ แต่ความสงสัยได้ก่อตัวขึ้นในใจเยว่หลันแล้ว

หลังองค์ชายสี่เสด็จกลับ นางจึงเข้าไปหาเซียวจิ่นเหิงในห้องลับ

ชายหนุ่มนั่งอยู่ริมโต๊ะ สีหน้าเย็นชากว่าทุกครั้ง

“องค์ชายสี่รู้เรื่องเพลิงไหม้เร็วผิดปกติ” นางกล่าว “ข้าจะให้เสี่ยวเถาตรวจสอบว่ามีผู้ใดส่งข่าวออกจากจวน”

“เจ้าสังเกตเห็นด้วยหรือ”

“แน่นอน”

“แต่ยังพูดคุยกับเขาอย่างซาบซึ้ง”

เยว่หลันขมวดคิ้ว “พระองค์เคยช่วยชีวิตข้า อีกทั้งยังเสนอช่วยบิดา ข้าควรแสดงท่าทีเย็นชาใส่หรือ”

“เขายังเสนอช่วยยกเลิกการสมรสของเราด้วย”

“ท่านได้ยินทั้งหมด?”

“เจ้าพูดเสียงดังพอให้คนตายได้ยิน”

เยว่หลันมองสีหน้าแข็งกระด้างของเขา ก่อนนึกอยากยั่วให้บุรุษผู้ชอบปิดบังความรู้สึกเผยสิ่งที่อยู่ในใจออกมาบ้าง

“หากองค์ชายสี่ช่วยบิดาข้าได้จริง ข้าอาจรับข้อเสนอก็ได้”

มือของเซียวจิ่นเหิงซึ่งวางอยู่บนโต๊ะกำแน่น “ข้อเสนอใด”

“ยกเลิกการสมรส”

“แล้วหลังจากนั้นเล่า เจ้าจะไปอยู่ที่ใด”

“องค์ชายสี่เป็นผู้มีพระคุณของข้า อีกทั้งยังอ่อนโยนและจริงใจ หากพระองค์ยินดีรับข้า…”

เยว่หลันยังกล่าวไม่จบ เซียวจิ่นเหิงก็ลุกขึ้นและดึงข้อมือนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว

ร่างของนางปะทะแผงอกกว้าง มือข้างหนึ่งของเขารัดอยู่ตรงเอว ใบหน้าคมอยู่ใกล้จนลมหายใจร้อนจัดสัมผัสผิวแก้ม

“เจ้าคิดจะแต่งกับเขาหรือ”

“อย่างน้อยองค์ชายสี่ก็เป็นบุรุษที่ยังมีชีวิต ไม่ต้องซ่อนอยู่หลังผนังแล้วใช้ภรรยาออกไปสืบคดีแทนตนเอง”

ดวงตาของเซียวจิ่นเหิงมืดลง

“ต่อให้คนทั้งเมืองเชื่อว่าข้าตาย เจ้าก็ยังเป็นพระชายาฉางเย่ เป็นภรรยาของข้า”

“ภรรยาที่ท่านเลือกมาใช้เข้าถึงบิดา”

ประโยคนั้นทำให้แรงรัดบริเวณเอวคลายลง

เซียวจิ่นเหิงมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยมือและถอยออกไป เขารู้ดีว่าตนเป็นผู้ดึงนางเข้าสู่การสมรสครั้งนี้ด้วยจุดประสงค์ซ่อนเร้น จึงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้นางอยู่ข้างกายโดยอาศัยเพียงราชโองการ

“หากคดีสิ้นสุดและเจ้าต้องการไป ข้าจะไม่ขวาง”

คำตอบนั้นควรทำให้เยว่หลันพอใจ แต่กลับมีความรู้สึกขุ่นมัวบางอย่างเกิดขึ้นในอก

“ดี เช่นนั้นเราก็เข้าใจตรงกัน”

นางหันหลังหมายจะออกจากห้อง ทว่ากลับได้ยินเสียงของหนักตกกระแทกพื้นดังขึ้นด้านหลัง

เมื่อหันกลับไป เซียวจิ่นเหิงกำลังใช้มือยันโต๊ะ ร่างสูงโอนเอนอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าซึ่งเคยซีดอยู่แล้วกลับไร้สีเลือด ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ

เยว่หลันรีบเข้าไปประคอง “ท่านเป็นอะไร”

“เพียงวิงเวียน”

“นี่ไม่ใช่เพียงอาการวิงเวียน”

นางช่วยให้เขานั่งลง ก่อนแกะผ้าพันแผลบริเวณชายโครงออก

สิ่งที่ปรากฏทำให้หัวใจของนางตกวูบ

เนื้อรอบบาดแผลซึ่งเมื่อเช้ายังเป็นสีม่วงคล้ำ บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีดำ เส้นเลือดสีเข้มแผ่ขึ้นไปถึงกลางอก เลือดซึ่งซึมออกมามีกลิ่นหวานฉุนกว่าก่อนอย่างชัดเจน

เยว่หลันรีบตรวจชีพจร พบว่ามันเต้นเร็วและสับสน พิษซึ่งเคยแฝงตัวอยู่ในร่างกำลังถูกกระตุ้นให้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

“เหตุใดจึงกำเริบเร็วเช่นนี้”

เซียวจิ่นเหิงกำข้อมือนางไว้ “อย่าให้คนอื่นรู้”

“เวลานี้ยังจะห่วงความลับอีกหรือ”

นางนำเข็มเงินแทงลงตามจุดต่าง ๆ เพื่อชะลอการไหลเวียนของพิษ แต่ปลายเข็มทุกเล่มเปลี่ยนเป็นสีดำแทบจะทันที อาการของเขารุนแรงเกินกว่าจะใช้เพียงยาห้ามพิษทั่วไป

เยว่หลันคำนวณเวลาในใจ ก่อนใบหน้าจะเคร่งเครียดขึ้น

“พิษกำลังเข้าสู่หัวใจ หากไม่ถอนออกภายในคืนนี้…”

เซียวจิ่นเหิงพยายามมองนาง แต่เปลือกตาหนักอึ้งขึ้นทุกขณะ

“จะเกิดสิ่งใด”

เยว่หลันประคองใบหน้าเขาให้มีสติ ก่อนตอบอย่างชัดเจน

“ท่านจะไม่รอดถึงรุ่งเช้า”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 15 วิวาห์ของคนเป็น NC

    หนึ่งปีหลังเหตุการณ์ก่อกบฏ เมืองหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้งร่องรอยความเสียหายบนกำแพงวังได้รับการซ่อมแซม ตำหนักซึ่งถูกเพลิงเผาถูกสร้างขึ้นใหม่ ขุนนางที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของอดีตฮองเฮาถูกลงโทษตามความผิด ส่วนทหารชั้นผู้น้อยซึ่งถูกหลอกใช้และยอมวางอาวุธได้รับการละเว้นโทษตามคำร้องของเซียวจิ่นเหิงฮ่องเต้แต่งตั้งองค์ชายหก ผู้มีความสามารถและไม่เกี่ยวข้องกับการแย่งชิงอำนาจ เป็นรัชทายาทพระองค์ใหม่ อีกทั้งยังปรับระบบควบคุมกำลังทหารทั้งหมดนับจากนั้น การเคลื่อนกองทัพจำนวนมากต้องได้รับตรารับรองจากสามฝ่าย ได้แก่ ฮ่องเต้ กรมทหาร และแม่ทัพผู้ควบคุมกำลัง ไม่อนุญาตให้บุคคลเพียงผู้เดียวถือครองอำนาจสั่งการทั้งหมดอีกต่อไปสำหรับเซียวจิ่นเหิง แม้จะได้รับการคืนตำแหน่งและได้รับข้อเสนอให้กลับไปควบคุมกองทัพชายแดนเหนือ แต่เขากลับยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแม่ทัพเมื่อฮ่องเต้ถามเหตุผล เขาตอบเพียงว่าใช้ชีวิตในสนามรบมานานเกินไป ถึงเวลาที่ควรคืนอำนาจให้แก่คนรุ่นใหม่ และใช้สิ่งที่ตนเรียนรู้มาสะสางความอยุติธรรมซึ่งยังหลงเหลืออยู่ในราชสำนักเขาจึงได้รับแต่งตั้งให้ดูแลหน่วยตรวจสอบพิเศษ มีอำนาจรื้อฟื้นคดีซึ่งอาจถู

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 14 ผู้ชนะที่สูญเสียทุกสิ่ง

    คมมีดเย็นเฉียบกดแนบอยู่บนลำคอของฉู่เยว่หลันฮองเฮาประทับอยู่ด้านหลัง มือข้างหนึ่งจับไหล่นางไว้แน่น อีกข้างถือมีดอาบพิษ หากพระนางขยับเพียงเล็กน้อย เส้นเลือดบริเวณลำคออาจถูกตัดขาดในทันทีรอบท้องพระโรงเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นน้ำมันซึ่งไหลออกมาจากช่องใต้พื้น องครักษ์ของฮองเฮายืนถือคบเพลิงอยู่ใกล้สายชนวน หากเปลวไฟสัมผัสลงไปแม้แต่นิดเดียว น้ำมันและดินระเบิดซึ่งฝังอยู่ใต้เสาหลายต้นจะลุกไหม้พร้อมกันฮ่องเต้ ขุนนาง ทหาร และคนทั้งหมดในบริเวณนี้จะไม่มีผู้ใดหนีออกไปทันเซียวจิ่นเหิงยืนอยู่ตรงลานหน้าท้องพระโรง ดาบในมือยังเปื้อนเลือดจากการต่อสู้ ข้างกายมีทหารรักษาเมืองซึ่งเพิ่งเปลี่ยนฝ่ายมาสนับสนุนเขาแม้กองกำลังของฮองเฮากำลังพ่ายแพ้ แต่พระนางกลับถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง เพราะชีวิตของเยว่หลันกับผู้คนจำนวนมากอยู่ในมือ“วางดาบ”เสียงของฮองเฮาดังมาจากบันไดท้องพระโรงเซียวจิ่นเหิงไม่ได้ขยับ ดวงตาคมจับอยู่ตรงรอยเลือดบาง ๆ บนลำคอภรรยา คมมีดกดลึกจนผิวถูกบาดแล้ว“ปล่อยนางก่อน”“เวลานี้เจ้ายังมีสิทธิ์ต่อรองกับข้าอีกหรือ”ฮองเฮาออกแรงกดมีดเพิ่ม ของเหลวสีแดงไหลลงมาตามลำคอของเยว่หลันเซียวจิ่นเหิงโยนดาบล

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 13 คืนที่ประตูวังเปิดออก

    เสียงระฆังเตือนภัยดังกึกก้องไปทั่ววังหลวงเปลวเพลิงลุกขึ้นจากหอเฝ้าระวังทางทิศใต้ พร้อมเสียงอาวุธปะทะและเสียงตะโกนของทหารซึ่งดังกระทบกำแพงสูงไปทุกทิศทางขบวนเสบียงที่ผ่านเข้ามาก่อนประตูวังปิดเผยตัวตนที่แท้จริง คนงานนับร้อยถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออก ด้านในเป็นชุดทหารติดเกราะพร้อมรบ พวกเขาเปิดลังซึ่งควรบรรจุอาหารและเครื่องเซ่น แจกจ่ายดาบ ธนู กับหน้าไม้ให้แก่พรรคพวกซึ่งแฝงตัวอยู่ตามตำหนักต่าง ๆทหารเวรยามบริเวณประตูทิศใต้ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว คนขององค์ชายสี่สังหารหัวหน้าเวร ยึดกลไกประตู และจุดคบเพลิงเป็นสัญญาณให้กองกำลังซึ่งซ่อนอยู่นอกกำแพงบุกเข้ามาภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ประตูวังสามแห่งก็ตกอยู่ในการควบคุมของฝ่ายกบฏขุนนางซึ่งพักอยู่ในวังเพื่อเตรียมร่วมพิธีบวงสรวงถูกลากตัวออกจากที่พัก ผู้ใดประกาศภักดีต่อฮ่องเต้จะถูกปลดอาวุธและควบคุมตัว ส่วนผู้ที่เตรียมเข้าร่วมกับองค์ชายสี่อยู่แล้วต่างเปลี่ยนมาสวมผ้าสีครามตรงต้นแขน เพื่อให้ฝ่ายเดียวกันจดจำได้ฉู่เยว่หลันถูกขังอยู่ในเรือนชั้นในของตำหนักองค์ชายสี่ นางได้ยินเสียงการต่อสู้ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ แต่ไม่รู้ว่ากองกำลังฝ่ายใดกำลังได้เปรียบประตูห

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 12 หมากที่อยากเป็นผู้เล่น

    คำสารภาพของหลัวมามาทำให้ทุกคนในศาลาร้างตกอยู่ในความเงียบหญิงผู้เลี้ยงดูเซียวจิ่นเหิงมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ไม่เพียงเป็นสายลับของฮองเฮา หากยังเป็นผู้ผสมพิษลงในอาหารของเขาทีละน้อย และนำตราทหารปลอมไปซ่อนไว้ในห้องหนังสือเพื่อสร้างหลักฐานว่าท่านอ๋องเตรียมก่อกบฏกู้เหยียนกำด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นตามหลังมือ ดวงตาของเขาแดงก่ำทั้งจากความโกรธและความผิดหวัง“ท่านอ๋องเคารพท่านไม่ต่างจากมารดา” เขากล่าว “เหตุใดจึงทำกับพระองค์ได้ลงคอ”หลัวมามายังคงยืนสงบนิ่งอยู่กลางวงล้อม ราวกับคำถามนั้นไม่อาจทำร้ายความรู้สึกของนางได้อีกแล้ว“ข้ามีหน้าที่ของข้า”“หน้าที่ซึ่งต้องวางยาคนที่ท่านเลี้ยงมากับมือหรือ”“หากข้าไม่ทำ คนอื่นก็จะทำอยู่ดี อย่างน้อยข้ายังควบคุมปริมาณให้เขามีชีวิตอยู่ได้นานถึงเพียงนี้”คำแก้ตัวนั้นยิ่งทำให้กู้เหยียนโกรธ เขาก้าวเข้าไปหมายจะจับตัวนาง แต่ฉู่เยว่หลันกลับยกมือห้าม“ตราทหารซึ่งพบในห้องหนังสือเป็นของจริงหรือไม่”จากการตรวจสอบเบื้องต้น ตราที่ทหารหลวงค้นพบมีรูปลักษณ์เหมือนของจริงทุกประการ ทว่าเมื่อกู้เหยียนลองใช้คู่กับตราอีกครึ่งซึ่งเก็บอยู่ในกรมทหาร กลไกภายในกลับไม่เชื่อมเข้าหากัน

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 11 คำให้การของคนตาย

    ชิงอวี้ยังคงคุกเข่าอยู่ใต้เงาต้นไม้ แม้พื้นดินจะชื้นเย็นและชายกระโปรงเปรอะเปื้อนโคลน นางก็ไม่กล้าขยับจนกว่าฉู่เยว่หลันจะอนุญาต“ครอบครัวของเจ้าอยู่ในมือองค์ชายสี่ หมายความว่าอย่างไร”เยว่หลันไม่ได้รีบเชื่อคำสารภาพ นางยืนห่างออกไปหลายก้าวและซ่อนมือข้างหนึ่งไว้ใกล้ถุงเข็มเงินใต้แขนเสื้อ“บิดาของบ่าวเคยเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลคลังเสบียงทางใต้เจ้าค่ะ” ชิงอวี้ตอบ “เมื่อห้าปีก่อนเขาพบว่ามีข้าวจำนวนมากถูกนำออกจากคลังโดยใช้ตราประทับปลอม จึงคิดจะรายงานราชสำนัก แต่คนขององค์ชายสี่พบเรื่องเสียก่อน”“จากนั้นเล่า”“พวกเขาสร้างหลักฐานกล่าวหาว่าบิดาบ่าวเป็นผู้ยักยอกเสบียง หากไม่ยอมทำงานให้ พระองค์จะส่งหลักฐานเหล่านั้นให้กรมอาญา คนทั้งครอบครัวอาจถูกประหาร”“ดังนั้นเจ้าจึงถูกส่งมาอยู่ข้างกายข้า”ชิงอวี้พยักหน้า น้ำตาไหลลงตามแก้มหน้าที่ของนางคือรายงานทุกสิ่งที่เยว่หลันทำ ค้นหากุญแจทองแดง และหาตำแหน่งของหลักฐานจากห้องลับ ยาพิษในคืนแรกไม่ได้มีเป้าหมายฆ่าเยว่หลัน หากใช้ทำให้ร่างกายอ่อนแรงและความทรงจำสับสน เพื่อให้คำพูดของนางหมดความน่าเชื่อถือ“แล้วสาวใช้ในศาลบรรพชนเล่า เจ้าเป็นคนส่งนางมาค้นห้องหรือไม่”“ไม่ใช่

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 10 คืนก่อนลานประหาร NC

    ฉู่เยว่หลันเผาจดหมายของเซียวหย่งเซวียนทันทีหลังอ่านจบเปลวไฟลามจากมุมกระดาษเข้าสู่ข้อความอย่างรวดเร็ว ถ้อยคำซึ่งเสนอแลกชีวิตบิดากับหลักฐานค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเถ้าสีดำอยู่ภายในกระถางทองเหลืองนางไม่คิดนำหลักฐานจากห้องลับไปแลกเปลี่ยนหากยอมทำตามข้อเสนอ องค์ชายสี่อาจปล่อยบิดาหรือช่วยเซียวจิ่นเหิงจริง แต่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะไม่มีวันได้รับความยุติธรรม แผนก่อกบฏจะดำเนินต่อ และชีวิตของคนทั้งเมืองหลวงอาจต้องสูญเสียเพราะการตัดสินใจของนางที่สำคัญ คนซึ่งจับตัวฉู่เหวินซานไปย่อมไม่มีสิทธิ์ใช้คำว่าเมตตามาต่อรองเยว่หลันเรียกเสี่ยวเถาเข้ามาช่วยแต่งตัว นางเปลี่ยนเป็นชุดแพทย์ชาย เก็บเส้นผมทั้งหมดไว้ใต้หมวก ใช้ผงสมุนไพรทำให้ผิวคล้ำและแต้มหนวดบางเหนือริมฝีปากกู้เหยียนจัดเตรียมป้ายของหมอหลวงซึ่งถูกเรียกไปตรวจอาการนักโทษให้ ส่วนแผนหลบหนีถูกซ่อนอยู่ใต้กล่องเข็มเงิน“รถม้าจะรออยู่หลังศาลต้าหลี่” กู้เหยียนอธิบาย “กระหม่อมเตรียมม้าฝีเท้าดีไว้สามตัว หากท่านอ๋องออกจากคุกได้ เราจะใช้ทางน้ำหลบออกจากเมืองก่อนรุ่งสาง”“ทหารชายแดนเล่า”“มีกำลังส่วนหนึ่งรออยู่ที่เมืองชิงเหอ สามารถคุ้มกันท่านอ๋องเดินทางกลับเหนือได้”

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status