Beranda / โรแมนติก / วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์ / บทที่ 3 ห้องลับไร้ประตู

Share

บทที่ 3 ห้องลับไร้ประตู

Penulis: Ladyporn
last update Tanggal publikasi: 2026-09-16 11:48:30

ปลายเข็มเงินเปลี่ยนเป็นสีดำต่อหน้าต่อตา

ฉู่เยว่หลันก้มมองยาต้มที่ไหลนองอยู่บนพื้น ก่อนเงยหน้าขึ้นมองชิงอวี้ซึ่งยืนหน้าซีดอยู่ตรงประตู สาวใช้มองชามกระเบื้องที่แตกเป็นเสี่ยงสลับกับใบหน้าของนาง ริมฝีปากขยับคล้ายต้องการอธิบาย แต่ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา

ยานี้มาจากที่ใด”

น้ำเสียงของเยว่หลันไม่ได้ดัง หากความเย็นเยียบกลับทำให้ชิงอวี้รีบคุกเข่าลง

บ่าวรับมาจากห้องครัวเจ้าค่ะ คนของห้องยาบอกว่าเป็นยาบำรุงซึ่งฮองเฮาทรงมีพระบัญชาให้จัดเตรียม บ่าวไม่รู้จริง ๆ ว่าข้างในมีสิ่งใด”

คนของห้องยาผู้ใดเป็นคนส่งให้เจ้า”

เป็นขันทีผู้หนึ่งเจ้าค่ะ บ่าวไม่เคยพบเขามาก่อน เขานำป้ายจากตำหนักฮองเฮามาแสดง บ่าวจึงไม่กล้าสงสัย”

แล้วเหตุใดจึงต้องนำมาให้ข้าดื่มในยามนี้”

ชิงอวี้ก้มหน้าจนหน้าผากแทบแตะพื้น “เขาบอกว่ายาต้องดื่มตอนยังร้อนจึงจะได้ผล บ่าวเพียงทำตามคำสั่ง ไม่ได้คิดทำร้ายพระชายา หากพระชายาไม่เชื่อ สามารถให้คนไปสอบถามที่ห้องครัวได้เลยเจ้าค่ะ”

เยว่หลันพิจารณาท่าทางของอีกฝ่ายอย่างละเอียด ความตกใจของชิงอวี้ดูเหมือนเกิดขึ้นจริง แต่สาวใช้ผู้นี้ถูกส่งมาจากวัง ย่อมผ่านการฝึกให้ควบคุมสีหน้ามาเป็นอย่างดี นางจึงไม่อาจตัดสินได้จากท่าทางเพียงอย่างเดียว

เงยหน้าขึ้น”

ชิงอวี้ทำตาม ดวงตาของนางแดงก่ำและมีน้ำตาคลออยู่ภายใน

คืนนี้เจ้าไม่ต้องรับใช้อยู่ในเรือน กลับไปพักเสีย พรุ่งนี้ข้าจะสอบถามเรื่องนี้ด้วยตนเอง”

พระชายาจะไม่ลงโทษบ่าวหรือเจ้าคะ”

ข้ายังไม่มีหลักฐานว่าเจ้าเป็นผู้ใส่พิษ เหตุใดต้องลงโทษ”

ชิงอวี้มองนางอย่างประหลาดใจ เพราะหากเป็นเจ้านายทั่วไป เพียงสาวใช้นำยาพิษมาให้ก็คงถูกโบยจนปางตายแล้ว ไม่ว่าเจ้าตัวจะรู้เห็นหรือไม่ก็ตาม

ขอบพระทัยพระชายาที่เมตตา บ่าวจะตามหาขันทีผู้นั้นมาให้ได้เจ้าค่ะ”

ยังไม่ต้องทำอะไร” เยว่หลันเตือน “อย่าให้ผู้ใดรู้ว่าเราพบสิ่งผิดปกติในยา เก็บเรื่องคืนนี้ไว้เป็นความลับและทำตัวตามปกติ”

ชิงอวี้ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนรับคำแล้วเก็บเศษชามใส่ถาด เยว่หลันจงใจปล่อยให้นางนำเศษส่วนใหญ่กลับไป แต่แอบใช้ผ้าเช็ดของเหลวบางส่วนเก็บไว้ในแขนเสื้อ

เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าชิงอวี้เดินออกจากลานไปแล้ว นางจึงปิดประตู ลงกลอน และเปิดทางเข้าสู่ห้องลับหลังผนัง

เซียวจิ่นเหิงยืนรออยู่ด้านใน มือหนึ่งกดบาดแผลบริเวณชายโครง สีหน้าของเขาเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด

เหตุใดเจ้าจึงปล่อยนางไป”

เพราะเรายังไม่รู้ว่านางเป็นคนวางยาหรือเพียงถูกใช้เป็นเครื่องมือ”

เพียงนำยาพิษมาให้พระชายาก็เพียงพอจะจับสอบสวน”

หากจับนางตอนนี้ คนเบื้องหลังจะรู้ทันทีว่าเราพบพิษแล้ว จากนั้นเขาจะเปลี่ยนวิธีหรือกำจัดชิงอวี้ทิ้งเสีย เราจะไม่ได้อะไรนอกจากศพเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งศพ”

เซียวจิ่นเหิงมองนางนิ่ง “เจ้าตั้งใจใช้สาวใช้เป็นเหยื่อล่อ”

ข้าเพียงอยากรู้ว่านางจะไปพบใครหลังออกจากเรือน”

เยว่หลันเดินไปยังหน้าต่างด้านหลัง เปิดออกเล็กน้อยแล้วเป่านกหวีดเสียงสั้น ไม่นานเงาของหญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏอยู่หลังพุ่มไม้ นางคือ เสี่ยวเถา สาวใช้จากจวนฉู่ซึ่งติดตามเยว่หลันมาด้วย แต่ถูกสั่งให้พักอยู่เรือนด้านนอกเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต

ติดตามชิงอวี้ อย่าเข้าใกล้เกินไป ไม่ว่านางไปพบผู้ใดก็ห้ามเปิดเผยตัว”

เสี่ยวเถารับคำแล้วหายเข้าไปในความมืด

เซียวจิ่นเหิงมองตาม ก่อนกล่าวว่า “คนของเจ้าดูเชื่อฟังมาก”

เพราะข้าไม่เคยใช้ดาบพาดคอนางแล้วเรียกสิ่งนั้นว่าการขอความร่วมมือ”

น้ำเสียงประชดทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้โต้ตอบ

เยว่หลันนำผ้าที่ใช้ซับยาพิษเข้าไปในห้องลับ วางลงบนแผ่นกระเบื้องแล้วหยดน้ำส้มสายชูตามด้วยผงสมุนไพรบดละเอียด ของเหลวสีน้ำตาลค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงหม่น ส่งกลิ่นหวานขมออกมา

นางทดสอบซ้ำอีกหลายวิธี ก่อนสรุปผล

พิษถูกผสมมาในปริมาณน้อยมาก หากดื่มเพียงครั้งเดียวจะไม่ถึงตาย อย่างมากคงรู้สึกอ่อนเพลีย วิงเวียน และจำเหตุการณ์บางช่วงไม่ได้”

แต่หากดื่มทุกวันเล่า”

พิษจะสะสมในร่างกาย ทำให้มือเท้าอ่อนแรง นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน และความทรงจำสับสน เมื่ออาการรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยจะเห็นภาพหลอนและพูดจาไม่รู้เรื่อง”

เยว่หลันสบตาเขา

ภายในเวลาไม่กี่เดือน ข้าจะกลายเป็นหญิงวิกลจริตในสายตาผู้อื่น”

คำตอบทำให้บรรยากาศในห้องลับหนักอึ้งขึ้น

เซียวจิ่นเหิงขมวดคิ้ว “คนร้ายไม่ได้ต้องการชีวิตเจ้าในทันที”

เขาต้องการทำให้คำพูดของข้าหมดความน่าเชื่อถือ หากวันหนึ่งข้าประกาศว่าศพในโลงไม่ใช่ท่าน ทุกคนจะคิดว่าเป็นเพียงคำเพ้อของหญิงเสียสติซึ่งรับความตายของสามีไม่ได้”

แสดงว่าคนผู้นั้นรู้ว่าเจ้าตรวจสอบศพแล้ว”

หรือรู้ตั้งแต่แรกว่าข้ามีความสามารถด้านการชันสูตร”

คนที่รู้เรื่องนี้มีไม่มากนัก ฉู่เหวินซานปิดบังความสามารถของบุตรสาวมาตลอด เพราะไม่ต้องการให้นางถูกผู้คนดูแคลน บุคคลภายนอกส่วนใหญ่รู้เพียงว่าเยว่หลันอ่านเขียนได้และสนใจตำรายา ไม่มีใครรู้ว่านางเคยช่วยบิดาตรวจศพและวิเคราะห์คดีตั้งแต่ยังเด็ก

หากศัตรูรู้เรื่องนี้ แสดงว่ามีคนจับตามองตระกูลฉู่มานานแล้ว

ความคิดนั้นทำให้นางนึกถึงกุญแจทองแดงซึ่งบิดามอบให้ในวันแต่งงาน

เยว่หลันหยิบมันออกจากช่องลับในสายคาดเอวแล้ววางลงบนโต๊ะ

ท่านเคยเห็นกุญแจดอกนี้หรือไม่”

เซียวจิ่นเหิงชะงักทันที ดวงตาคมจับจ้องกุญแจรูปทรงประหลาด ราวกับกำลังเห็นสิ่งที่ไม่ควรปรากฏอยู่ตรงหน้า

เขาหยิบมันขึ้นมาพิจารณา นิ้วโป้งลูบผ่านรูปดอกเหมยครึ่งหนึ่งตรงปลายด้ามอย่างแผ่วเบา

เจ้าได้มาจากที่ใด”

บิดาข้ามอบให้ก่อนขึ้นเกี้ยว”

เป็นไปไม่ได้”

เหตุใดจึงเป็นไปไม่ได้”

เซียวจิ่นเหิงพลิกกุญแจดูด้านหลัง ตรงมุมหนึ่งมีอักษรคำว่า ‘หลิง’ ซึ่งเล็กจนแทบมองไม่เห็น

กุญแจนี้เคยเป็นของพระมารดาข้า ข้าจำรอยบิ่นตรงปลายได้ เมื่อตอนเด็กข้าเคยเห็นพระนางพกติดตัวตลอดเวลา หลังพระมารดาสิ้นพระชนม์ มันกลับหายไปพร้อมข้าวของบางส่วน”

บิดาของข้าเกี่ยวข้องกับพระมารดาของท่านหรือ”

ข้าไม่เคยเห็นทั้งสองพูดคุยกัน”

เยว่หลันนึกถึงคำสั่งเสียของบิดา “ท่านพ่อบอกว่าในจวนแห่งนี้มีห้องหนึ่งซึ่งไม่มีประตู หากต้องการช่วยตระกูลฉู่ ข้าต้องตามหาห้องนั้นให้พบ”

เซียวจิ่นเหิงกำกุญแจแน่นขึ้น “พระมารดาเคยพูดถึงห้องเช่นนั้น”

อยู่ที่ใด”

ข้าไม่รู้ ก่อนสิ้นพระชนม์ นางมีอาการความจำสับสน พูดถึงประตูล่องหนกับเสียงคนใต้พื้น ทุกคนคิดว่าเป็นเพราะพิษไข้ ไม่มีผู้ใดเชื่อ”

ทั้งสองสบตากัน ความเป็นไปได้เดียวกันปรากฏขึ้นในความคิด

บางทีพระมารดาของเซียวจิ่นเหิงอาจไม่ได้เพ้อเพราะพิษไข้ หากกำลังพยายามบอกตำแหน่งของบางสิ่ง

เซียวจิ่นเหิงเดินไปหยิบแผนผังจวนออกจากชั้นเก็บเอกสาร แม้บาดแผลยังไม่หายดี แต่เขาไม่ยอมพัก เยว่หลันจึงช่วยคลี่แผนผังลงบนโต๊ะ

หากเป็นห้องซึ่งไม่มีประตู มันต้องถูกซ่อนอยู่ในช่องว่างระหว่างอาคาร หรือมีทางเข้าเชื่อมจากใต้ดิน

ทั้งสองเริ่มตรวจสอบขนาดของเรือนแต่ละหลัง เซียวจิ่นเหิงคุ้นเคยกับจวนจึงรู้ตำแหน่งกำแพงเก่าและพื้นที่ซึ่งถูกต่อเติม ส่วนเยว่หลันใช้วิธีเปรียบเทียบมาตราส่วนระหว่างแผนผังภายในกับแนวกำแพงด้านนอก

หลังพิจารณาอยู่นาน นางจึงชี้ไปยังตำแหน่งหนึ่ง

ศาลบรรพชน”

เซียวจิ่นเหิงมองตาม “มีสิ่งใดผิดปกติ”

จากแผนผัง ความกว้างของศาลบรรพชนจากภายนอกควรอยู่ที่สิบห้าจั้ง แต่ห้องด้านในกว้างเพียงสิบสองจั้ง”

อาจเป็นความหนาของกำแพง”

กำแพงหนาถึงสามจั้งย่อมไม่ใช่กำแพงธรรมดา”

ด้านหลังศาลบรรพชนจึงน่าจะมีห้องหนึ่งซ่อนอยู่ระหว่างผนัง และอาจเป็นห้องเดียวกับที่ฉู่เหวินซานกล่าวถึง

ทั้งสองตัดสินใจไปตรวจสอบในคืนเดียวกัน เพราะหากรอจนรุ่งเช้า คนในจวนจะพลุกพล่านเกินไป

เซียวจิ่นเหิงเปลี่ยนเป็นชุดดำและใช้ผ้าปิดบาดแผลให้แน่นขึ้น เยว่หลันคัดค้านเพราะเขายังไม่ควรเคลื่อนไหวมาก แต่เขายืนยันว่าศาลบรรพชนมีองครักษ์เฝ้า หากเกิดอันตราย นางไปเพียงลำพังคงรับมือไม่ได้

ก่อนออกจากห้อง เยว่หลันตรวจสอบด้านนอกจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใด ก่อนให้เขาใช้ทางลับไปโผล่ยังห้องเก็บอาวุธ ส่วนนางเดินออกจากเรือนตามปกติโดยถือกระถางธูปอยู่ในมือ

หากพบคนระหว่างทาง นางจะอ้างว่าต้องการไปสวดส่งวิญญาณให้สามี

ค่ำคืนนั้นไร้แสงจันทร์ ลมเย็นพัดผ่านกิ่งไม้จนเกิดเสียงเสียดสีน่าขนลุก โคมสีขาวซึ่งแขวนอยู่ตามทางแกว่งไกว ราวกับมีดวงวิญญาณนับสิบกำลังจ้องมองผู้บุกรุก

เยว่หลันเดินเข้าไปในศาลบรรพชนก่อน หลังจุดธูปและปิดประตู นางจึงเคาะผนังด้านข้างสามครั้งตามที่ตกลงกัน

ไม่นานช่องหน้าต่างด้านหลังก็เปิดออก เซียวจิ่นเหิงปีนเข้ามาอย่างเงียบเชียบ

บนแท่นบูชามีป้ายวิญญาณของบรรพชนตระกูลเซียวเรียงรายอยู่หลายชั้น ป้ายของพระมารดาเซียวจิ่นเหิงตั้งอยู่ทางขวา มีผ้าไหมสีขาวคลุมอยู่เหนือกระถางธูป

ทั้งสองเริ่มตรวจสอบผนัง พื้น และแท่นบูชา แต่ไม่พบช่องสำหรับเสียบกุญแจ

เซียวจิ่นเหิงลองกดกลไกใต้เชิงเทียนหลายจุด ทว่าไม่มีสิ่งใดขยับ เยว่หลันจึงหยิบกุญแจมาวางเทียบกับลวดลายต่าง ๆ บนแท่น แต่ยังไม่พบตำแหน่งที่สอดคล้องกัน

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม เสียงฝีเท้าของเวรยามดังผ่านหน้าศาลบรรพชนเป็นระยะ

บางทีห้องอาจไม่ได้อยู่ที่นี่” เซียวจิ่นเหิงกล่าว

เยว่หลันไม่ได้ตอบ สายตาของนางหยุดอยู่ตรงฐานป้ายวิญญาณพระมารดาของเขา บนพื้นไม้มีรอยขีดบาง ๆ คล้ายเคยถูกโลหะเสียดสีซ้ำหลายครั้ง

นางยกป้ายวิญญาณขึ้นอย่างระมัดระวัง จึงพบแผ่นทองแดงรูปดอกเหมยซ่อนอยู่ด้านล่าง ส่วนหนึ่งของดอกเหมยถูกเจาะเป็นร่องซึ่งมีรูปร่างพอดีกับปลายกุญแจ

พบแล้ว”

เยว่หลันเสียบกุญแจเข้าไปแล้วหมุนไปทางขวา

เสียงกลไกหนักหน่วงดังขึ้นใต้พื้น แท่นบูชาทั้งแท่นค่อย ๆ เลื่อนไปด้านข้าง ฝุ่นซึ่งสะสมมาหลายปีฟุ้งกระจาย เผยบันไดหินทอดลงสู่ความมืด

เซียวจิ่นเหิงจุดตะเกียง ก่อนเดินนำลงไป เยว่หลันตามหลังและไม่ลืมดึงแท่นบูชากลับมาปิดทางเข้า

บันไดสิ้นสุดตรงห้องใต้ดินซึ่งอับชื้น ภายในมีโต๊ะไม้ ชั้นเอกสาร และหีบหลายใบ แม้ถูกทิ้งไว้นานนับสิบปี แต่สิ่งของส่วนใหญ่ยังถูกเก็บรักษาอย่างเป็นระเบียบ

บนผนังแขวนแผนผังตำหนักของอดีตรัชทายาท มีจุดสีแดงทำเครื่องหมายตรงห้องครัว ห้องยา และห้องบรรทม

เยว่หลันเปิดหีบใบแรก ภายในเต็มไปด้วยจดหมายลับซึ่งเขียนถึงพระมารดาของเซียวจิ่นเหิง เนื้อหากล่าวถึงการส่งยาหลายชนิดเข้าไปในตำหนักบูรพา ชื่อผู้ส่งและผู้รับถูกแทนด้วยรูปดอกไม้ นก และสัตว์ ไม่สามารถระบุตัวตนได้ทันที

หีบอีกใบมีรายชื่อขุนนางหลายสิบคน ข้างชื่อแต่ละคนมีตัวเลขกับสัญลักษณ์ประหลาด บ้างถูกขีดฆ่า บ้างเขียนคำว่า “ย้าย” หรือ “ปิดปาก” เอาไว้

เซียวจิ่นเหิงหยิบรายงานอาการของอดีตรัชทายาทขึ้นมาอ่าน พระเชษฐาของเขาเริ่มจากมีอาการชาปลายนิ้ว จากนั้นกล้ามเนื้ออ่อนแรง หายใจติดขัด ความทรงจำสับสน และสิ้นพระชนม์หลังอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว

ตรงกับอาการพิษในร่างของเขาทุกประการ

คนร้ายใช้พิษชนิดเดียวกัน” เยว่หลันกล่าว “เพียงเปลี่ยนปริมาณและวิธีเร่งฤทธิ์”

เซียวจิ่นเหิงกำกระดาษแน่นจนยับ “ตลอดสิบปี ข้าอยู่ใกล้ตัวคนที่สังหารพระเชษฐามาโดยไม่รู้เลยว่าเป็นผู้ใด”

เยว่หลันค้นเอกสารต่อ ก่อนพบรายงานชันสูตรฉบับหนึ่งซ่อนอยู่ใต้กล่องไม้ เนื้อหาเดิมระบุชัดว่าพบสีผิดปกติในอวัยวะภายใน รวมถึงรอยคล้ำตามปลายนิ้ว สันนิษฐานว่าเกิดจากพิษสะสม

แต่ข้อความส่วนหลังกลับถูกขีดทับ และมีข้อความใหม่เขียนแทนว่า

สิ้นพระชนม์จากพระหทัยล้มเหลวซึ่งเกิดจากโรคประจำพระองค์ มิพบร่องรอยการวางยาหรือการทำร้าย”

ใต้รายงานมีตราประทับสีแดงของผู้ร่วมชันสูตร

เยว่หลันจำลวดลายบนตรานั้นได้ทันที

เป็นตราของฉู่เหวินซาน

เซียวจิ่นเหิงดึงเอกสารไปจากมือนาง ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธซึ่งถูกเก็บกดมานานหลายปี

บิดาเจ้าเป็นผู้แก้ผลชันสูตรจริง”

ตราประทับอาจถูกปลอมได้”

ลายมือในข้อความส่วนหลังตรงกับบันทึกของเขา”

ต่อให้เป็นลายมือจริงก็ไม่ได้หมายความว่าเขาทำด้วยความสมัครใจ”

ผลชันสูตรที่ถูกแก้ทำให้ฆาตกรลอยนวล ทำให้พยานถูกกำจัด และทำให้การตายของพระเชษฐาข้าถูกปกปิดมาสิบปี!”

น้ำเสียงของเขาดังขึ้นจนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน

เยว่หลันไม่ยอมถอย “หากบิดาข้าต้องการทำลายหลักฐาน เหตุใดจึงเก็บรายงานฉบับเดิมไว้ เหตุใดจึงนำกุญแจห้องนี้ออกไปซ่อน และเหตุใดก่อนข้าจะแต่งเข้าจวนจึงยอมส่งกุญแจคืนมา”

เซียวจิ่นเหิงชะงัก แต่ความโกรธยังไม่จางไปจากดวงตา

บางทีเขาอาจเก็บมันไว้เพื่อใช้ต่อรอง”

หรืออาจเก็บไว้เพราะต้องการเปิดเผยความจริงเมื่อมีโอกาส”

เจ้ายังปกป้องเขาทั้งที่หลักฐานอยู่ตรงหน้า”

เพราะข้ารู้จักบิดาดีกว่าท่าน”

แต่เจ้าอาจไม่เคยรู้จักอีกด้านของเขาเลยก็ได้”

คำพูดนั้นแทงลึกเข้าไปในใจของเยว่หลัน ทว่านางยังคงยืนกราน “จนกว่าจะรู้เหตุผล ข้าจะไม่ยอมให้ท่านตัดสินว่าเขามีความผิด”

ทั้งสองสบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ทันใดนั้น กลิ่นฉุนบางอย่างก็ลอยเข้ามาแทรกกลางความตึงเครียด

เยว่หลันหันไปทางบันได “ท่านได้กลิ่นหรือไม่”

เซียวจิ่นเหิงสูดลมหายใจ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที

น้ำมัน”

ยังไม่ทันกล่าวจบ เสียงของหนักถูกลากมาปิดอยู่เหนือทางเข้า ตามมาด้วยเสียงไม้กระทบกันหลายครั้ง

มีคนรู้ว่าพวกเขาอยู่ภายในและกำลังปิดทางหนี

เซียวจิ่นเหิงรีบวิ่งขึ้นบันได แต่เมื่อดันแท่นบูชากลับพบว่ามันไม่ขยับ มีสิ่งของหนักกดทับอยู่ด้านบน

เปลวไฟลุกลอดผ่านช่องแคบลงมาอย่างรวดเร็ว ควันสีดำเริ่มไหลตามบันไดเข้าสู่ห้องใต้ดิน

คนร้ายคงไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่นี่” เยว่หลันกล่าว “เป้าหมายอาจเป็นข้าหรือเอกสารทั้งหมด”

เวลานี้ไม่สำคัญแล้วว่าเป้าหมายเป็นผู้ใด”

เซียวจิ่นเหิงดึงชายแขนเสื้อขึ้นปิดจมูก จากนั้นค้นไปตามผนังห้อง เขาจำได้ว่าห้องลับใต้จวนส่วนใหญ่มักมีทางระบายอากาศหรืออุโมงค์สำหรับหลบหนี

เยว่หลันรีบเลือกเอกสารสำคัญใส่ลงในห่อผ้า ทั้งรายชื่อขุนนาง บันทึกการส่งยา และรายงานชันสูตรฉบับจริง

ทิ้งมันเสียแล้วมาช่วยกันหาทางออก” เขาสั่ง

หากเอกสารเหล่านี้ถูกเผาทั้งหมด เราจะไม่มีวันรู้ความจริง”

หากเจ้าตายอยู่ที่นี่ ต่อให้รู้ความจริงแล้วมีประโยชน์ใด”

เซียวจิ่นเหิงใช้ด้ามดาบเคาะผนังไปทีละส่วน จนพบจุดหนึ่งซึ่งมีเสียงกลวง เขาออกแรงเตะซ้ำหลายครั้ง ก้อนอิฐจึงพังลง เผยช่องทางแคบพอให้คนหนึ่งคนคลานผ่าน

อากาศเย็นพัดออกมาจากด้านใน แสดงว่ามีทางเชื่อมไปภายนอก

เจ้าเข้าไปก่อน”

เยว่หลันมองช่องทางซึ่งมืดสนิท “แล้วท่านเล่า”

ข้าจะตามไป”

เปลวไฟลามลงมาถึงชั้นเอกสารแล้ว กระดาษเก่าแห้งติดไฟอย่างรวดเร็ว ควันหนาทึบทำให้มองสิ่งรอบตัวแทบไม่เห็น

เยว่หลันคลานเข้าไปในอุโมงค์พร้อมห่อเอกสาร เซียวจิ่นเหิงตามเข้ามาด้านหลัง แต่เมื่อเดินทางไปได้ไม่ไกล พวกเขากลับพบว่าปลายอุโมงค์ถูกท่อนไม้กับก้อนหินปิดขวาง

มีคนจงใจปิดทางนี้ไว้” เยว่หลันกล่าว

เซียวจิ่นเหิงใช้ไหล่ดันท่อนไม้ แต่บาดแผลทำให้แรงของเขาลดลง ทันทีที่ออกแรง เลือดก็ซึมผ่านผ้าพันแผลอีกครั้ง

ถอยไป”

ท่านเพิ่งบาดเจ็บ”

หากไม่เปิดทาง เราจะสำลักควันตายทั้งคู่”

เยว่หลันจึงวางเอกสารลงแล้วช่วยเขาดันท่อนไม้ พวกเขาออกแรงพร้อมกันหลายครั้งจนก้อนหินด้านบนเริ่มขยับ แต่ในขณะเดียวกันเสียงแตกหักก็ดังขึ้นจากห้องด้านหลัง

คานไม้ซึ่งถูกไฟเผาล้มพังเข้ามาในอุโมงค์

เซียวจิ่นเหิงหันกลับไปเห็นเปลวไฟพุ่งเข้าหา เขาจึงดึงเยว่หลันเข้ามากอดและใช้แผ่นหลังของตนบังร่างนางไว้

เสียงคานตกกระแทกดังสนั่น เศษไม้ติดไฟกระเด็นถูกไหล่ของเขา กลิ่นผ้าไหม้ลอยปะปนกับควัน

เซียวจิ่นเหิง!”

เยว่หลันรีบปัดไฟออกจากเสื้อเขา ชายหนุ่มกัดฟันไม่ส่งเสียง แต่ใบหน้าซีดขาวกว่าเดิม บาดแผลตรงชายโครงปริจนเลือดไหลเป็นทาง

ข้าบอกให้เจ้าไปก่อน” เขากล่าวหอบ ๆ “เหตุใดยังย้อนกลับมา”

เพราะท่านยังไม่ตามมา”

ข้าบาดเจ็บเช่นนี้อาจกลายเป็นภาระ เจ้าควรเอาตัวรอดไปคนเดียว”

เยว่หลันจ้องเขาด้วยความโมโห “หากข้าทิ้งสามีให้ตายในคืนที่สองหลังแต่งงาน ผู้คนคงกล่าวว่าดวงข้ากินสามีจริง ๆ”

แม้ตกอยู่ท่ามกลางอันตราย มุมปากของเซียวจิ่นเหิงกลับขยับขึ้นเล็กน้อย

ยังหัวเราะได้อีกหรือ” นางตำหนิ “หากมีแรงหัวเราะก็ช่วยกันดันท่อนไม้”

ทั้งสองรวบรวมกำลังอีกครั้ง ในที่สุดท่อนไม้ก็หลุดออก อากาศเย็นกับกลิ่นดินชื้นพัดเข้ามา พวกเขาจึงรีบคลานผ่านช่องแคบไปยังอีกด้าน

ปลายอุโมงค์เชื่อมกับผนังของบ่อน้ำร้างหลังจวน พื้นด้านล่างมีน้ำตื้นเพียงระดับข้อเท้า เซียวจิ่นเหิงกระโดดลงไปก่อนแล้วรับตัวเยว่หลันตามลงมา

ทันทีที่เท้าแตะพื้น ชายหนุ่มก็ทรุดลงกับขอบบ่อ

เยว่หลันรีบประคองเขาออกไปซ่อนหลังพุ่มไม้ ทั้งสองเปียกชื้นและเปรอะเปื้อนเขม่าควันตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เสียงตะโกนของคนรับใช้ดังมาจากศาลบรรพชน เมื่อทุกคนพบเพลิงไหม้และเริ่มช่วยกันดับไฟ

ท่านต้องกลับห้องลับก่อนมีคนพบ”

เยว่หลันพยายามดึงแขนเขาพาดบ่า แต่เซียวจิ่นเหิงกลับจับข้อมือนางไว้

เมื่อครู่เหตุใดไม่ออกไปก่อน”

ข้าตอบไปแล้ว”

คำล้อเล่นไม่นับ”

แล้วท่านเล่า” นางย้อนถาม “หากกลัวข้าตายนัก เหตุใดจึงเลือกข้าเป็นเจ้าสาว เหตุใดจึงดึงข้าเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ตั้งแต่แรก”

เขานิ่งไป ไม่มีคำตอบใดหลุดออกมา

แสงจากโคมของคนรับใช้กำลังเคลื่อนเข้าใกล้ เยว่หลันจึงไม่รอคำตอบ นางพยุงเขาไปตามเงามืดจนกลับถึงทางเข้าห้องเก็บอาวุธ แล้วพาไปซ่อนในห้องลับหลังเรือนหออย่างยากลำบาก

เมื่อกลับมาถึง นางจึงเห็นว่าท่อนแขนของตนมีรอยไหม้เป็นทางยาว ผิวหนังแดงจัดและเริ่มพองบางส่วน

เซียวจิ่นเหิงดึงมือนางไปดูทันที สีหน้าของเขาเคร่งเครียดราวกับนางได้รับบาดเจ็บร้ายแรงกว่าตนเอง

เหตุใดไม่บอกว่าเจ้าถูกไฟลวก”

แผลเพียงเท่านี้ไม่ถึงตาย”

อย่าขยับ”

เขาหยิบยาทาแผลไฟไหม้จากกล่อง ใช้นิ้วแตะเนื้อยาแล้วทาลงบนแขนของนางอย่างระมัดระวัง ความเย็นจากตัวยาช่วยบรรเทาอาการแสบร้อน แต่สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาดกลับเป็นมือใหญ่ซึ่งจับข้อมือไว้แน่นเกินความจำเป็น

ท่านอ๋อง” นางเรียกเบา ๆ “หากยังจับเช่นนี้ ข้อมือข้าคงช้ำก่อนแผลไฟลวกจะหาย”

เซียวจิ่นเหิงจึงคลายมือ แต่ไม่ได้ปล่อยอย่างสมบูรณ์

สายตาของเขายังคงจับอยู่ตรงรอยไหม้ ราวกับกำลังโกรธตนเองมากกว่าคนวางเพลิง

เยว่หลันไม่ได้ซักถามถึงเหตุผล นางหันไปเปิดห่อเอกสารซึ่งอุตส่าห์นำออกมาจากห้องลับ ทว่าทันทีที่คลี่กระดาษออก สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป

จดหมาย รายชื่อขุนนาง และบันทึกการส่งยาซึ่งเคยมีข้อความเต็มแผ่น บัดนี้กลับเหลือเพียงกระดาษว่างเปล่า

นางรีบตรวจเอกสารทุกฉบับ แต่ผลลัพธ์เหมือนกันทั้งหมด มีเพียงรอยหมึกบางส่วนบนรายงานชันสูตรที่ยังหลงเหลืออยู่

เป็นไปได้อย่างไร” เซียวจิ่นเหิงขมวดคิ้ว “ข้าเห็นข้อความกับตา”

เยว่หลันยกกระดาษขึ้นดม กลิ่นจาง ๆ ของสารบางชนิดยังติดอยู่บนเนื้อกระดาษ เมื่อนึกถึงอากาศชื้นในบ่อน้ำ นางจึงเข้าใจความจริง

ข้อความเหล่านั้นถูกเขียนด้วยหมึกลับ เมื่อสัมผัสความชื้นหรืออากาศภายนอก สีจึงเลือนหายไป”

ทำให้กลับมาได้หรือไม่”

นางทดลองใช้ความร้อนจากตะเกียง แต่กระดาษยังคงว่างเปล่า หากเพิ่มความร้อนมากกว่านี้อาจทำให้หลักฐานไหม้เสียหาย

ต้องรู้ก่อนว่าหมึกทำมาจากสิ่งใด หากใช้วิธีผิด ข้อความอาจหายไปตลอดกาล”

เซียวจิ่นเหิงมองกุญแจทองแดงบนโต๊ะ “ผู้ที่นำกุญแจออกจากห้องนั้นอาจรู้วิธีอ่านข้อความ”

เยว่หลันกำกระดาษเปล่าไว้ในมือ

คนผู้นั้นคือฉู่เหวินซาน

บิดาของนางไม่เพียงรู้ว่าห้องลับอยู่ที่ใด แต่อาจเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้หลักฐานทั้งหมดปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

ทว่าขณะนี้เขากำลังถูกกักตัวอยู่ในจวนฉู่ ภายใต้การจับตามองของราชสำนัก

และหลังเหตุเพลิงไหม้ในคืนนี้ ศัตรูย่อมรู้แล้วว่าความลับซึ่งถูกฝังมานานสิบปีมีผู้ค้นพบมันเข้าให้แล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 15 วิวาห์ของคนเป็น NC

    หนึ่งปีหลังเหตุการณ์ก่อกบฏ เมืองหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้งร่องรอยความเสียหายบนกำแพงวังได้รับการซ่อมแซม ตำหนักซึ่งถูกเพลิงเผาถูกสร้างขึ้นใหม่ ขุนนางที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของอดีตฮองเฮาถูกลงโทษตามความผิด ส่วนทหารชั้นผู้น้อยซึ่งถูกหลอกใช้และยอมวางอาวุธได้รับการละเว้นโทษตามคำร้องของเซียวจิ่นเหิงฮ่องเต้แต่งตั้งองค์ชายหก ผู้มีความสามารถและไม่เกี่ยวข้องกับการแย่งชิงอำนาจ เป็นรัชทายาทพระองค์ใหม่ อีกทั้งยังปรับระบบควบคุมกำลังทหารทั้งหมดนับจากนั้น การเคลื่อนกองทัพจำนวนมากต้องได้รับตรารับรองจากสามฝ่าย ได้แก่ ฮ่องเต้ กรมทหาร และแม่ทัพผู้ควบคุมกำลัง ไม่อนุญาตให้บุคคลเพียงผู้เดียวถือครองอำนาจสั่งการทั้งหมดอีกต่อไปสำหรับเซียวจิ่นเหิง แม้จะได้รับการคืนตำแหน่งและได้รับข้อเสนอให้กลับไปควบคุมกองทัพชายแดนเหนือ แต่เขากลับยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแม่ทัพเมื่อฮ่องเต้ถามเหตุผล เขาตอบเพียงว่าใช้ชีวิตในสนามรบมานานเกินไป ถึงเวลาที่ควรคืนอำนาจให้แก่คนรุ่นใหม่ และใช้สิ่งที่ตนเรียนรู้มาสะสางความอยุติธรรมซึ่งยังหลงเหลืออยู่ในราชสำนักเขาจึงได้รับแต่งตั้งให้ดูแลหน่วยตรวจสอบพิเศษ มีอำนาจรื้อฟื้นคดีซึ่งอาจถู

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 14 ผู้ชนะที่สูญเสียทุกสิ่ง

    คมมีดเย็นเฉียบกดแนบอยู่บนลำคอของฉู่เยว่หลันฮองเฮาประทับอยู่ด้านหลัง มือข้างหนึ่งจับไหล่นางไว้แน่น อีกข้างถือมีดอาบพิษ หากพระนางขยับเพียงเล็กน้อย เส้นเลือดบริเวณลำคออาจถูกตัดขาดในทันทีรอบท้องพระโรงเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นน้ำมันซึ่งไหลออกมาจากช่องใต้พื้น องครักษ์ของฮองเฮายืนถือคบเพลิงอยู่ใกล้สายชนวน หากเปลวไฟสัมผัสลงไปแม้แต่นิดเดียว น้ำมันและดินระเบิดซึ่งฝังอยู่ใต้เสาหลายต้นจะลุกไหม้พร้อมกันฮ่องเต้ ขุนนาง ทหาร และคนทั้งหมดในบริเวณนี้จะไม่มีผู้ใดหนีออกไปทันเซียวจิ่นเหิงยืนอยู่ตรงลานหน้าท้องพระโรง ดาบในมือยังเปื้อนเลือดจากการต่อสู้ ข้างกายมีทหารรักษาเมืองซึ่งเพิ่งเปลี่ยนฝ่ายมาสนับสนุนเขาแม้กองกำลังของฮองเฮากำลังพ่ายแพ้ แต่พระนางกลับถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง เพราะชีวิตของเยว่หลันกับผู้คนจำนวนมากอยู่ในมือ“วางดาบ”เสียงของฮองเฮาดังมาจากบันไดท้องพระโรงเซียวจิ่นเหิงไม่ได้ขยับ ดวงตาคมจับอยู่ตรงรอยเลือดบาง ๆ บนลำคอภรรยา คมมีดกดลึกจนผิวถูกบาดแล้ว“ปล่อยนางก่อน”“เวลานี้เจ้ายังมีสิทธิ์ต่อรองกับข้าอีกหรือ”ฮองเฮาออกแรงกดมีดเพิ่ม ของเหลวสีแดงไหลลงมาตามลำคอของเยว่หลันเซียวจิ่นเหิงโยนดาบล

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 13 คืนที่ประตูวังเปิดออก

    เสียงระฆังเตือนภัยดังกึกก้องไปทั่ววังหลวงเปลวเพลิงลุกขึ้นจากหอเฝ้าระวังทางทิศใต้ พร้อมเสียงอาวุธปะทะและเสียงตะโกนของทหารซึ่งดังกระทบกำแพงสูงไปทุกทิศทางขบวนเสบียงที่ผ่านเข้ามาก่อนประตูวังปิดเผยตัวตนที่แท้จริง คนงานนับร้อยถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออก ด้านในเป็นชุดทหารติดเกราะพร้อมรบ พวกเขาเปิดลังซึ่งควรบรรจุอาหารและเครื่องเซ่น แจกจ่ายดาบ ธนู กับหน้าไม้ให้แก่พรรคพวกซึ่งแฝงตัวอยู่ตามตำหนักต่าง ๆทหารเวรยามบริเวณประตูทิศใต้ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว คนขององค์ชายสี่สังหารหัวหน้าเวร ยึดกลไกประตู และจุดคบเพลิงเป็นสัญญาณให้กองกำลังซึ่งซ่อนอยู่นอกกำแพงบุกเข้ามาภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ประตูวังสามแห่งก็ตกอยู่ในการควบคุมของฝ่ายกบฏขุนนางซึ่งพักอยู่ในวังเพื่อเตรียมร่วมพิธีบวงสรวงถูกลากตัวออกจากที่พัก ผู้ใดประกาศภักดีต่อฮ่องเต้จะถูกปลดอาวุธและควบคุมตัว ส่วนผู้ที่เตรียมเข้าร่วมกับองค์ชายสี่อยู่แล้วต่างเปลี่ยนมาสวมผ้าสีครามตรงต้นแขน เพื่อให้ฝ่ายเดียวกันจดจำได้ฉู่เยว่หลันถูกขังอยู่ในเรือนชั้นในของตำหนักองค์ชายสี่ นางได้ยินเสียงการต่อสู้ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ แต่ไม่รู้ว่ากองกำลังฝ่ายใดกำลังได้เปรียบประตูห

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 12 หมากที่อยากเป็นผู้เล่น

    คำสารภาพของหลัวมามาทำให้ทุกคนในศาลาร้างตกอยู่ในความเงียบหญิงผู้เลี้ยงดูเซียวจิ่นเหิงมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ไม่เพียงเป็นสายลับของฮองเฮา หากยังเป็นผู้ผสมพิษลงในอาหารของเขาทีละน้อย และนำตราทหารปลอมไปซ่อนไว้ในห้องหนังสือเพื่อสร้างหลักฐานว่าท่านอ๋องเตรียมก่อกบฏกู้เหยียนกำด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นตามหลังมือ ดวงตาของเขาแดงก่ำทั้งจากความโกรธและความผิดหวัง“ท่านอ๋องเคารพท่านไม่ต่างจากมารดา” เขากล่าว “เหตุใดจึงทำกับพระองค์ได้ลงคอ”หลัวมามายังคงยืนสงบนิ่งอยู่กลางวงล้อม ราวกับคำถามนั้นไม่อาจทำร้ายความรู้สึกของนางได้อีกแล้ว“ข้ามีหน้าที่ของข้า”“หน้าที่ซึ่งต้องวางยาคนที่ท่านเลี้ยงมากับมือหรือ”“หากข้าไม่ทำ คนอื่นก็จะทำอยู่ดี อย่างน้อยข้ายังควบคุมปริมาณให้เขามีชีวิตอยู่ได้นานถึงเพียงนี้”คำแก้ตัวนั้นยิ่งทำให้กู้เหยียนโกรธ เขาก้าวเข้าไปหมายจะจับตัวนาง แต่ฉู่เยว่หลันกลับยกมือห้าม“ตราทหารซึ่งพบในห้องหนังสือเป็นของจริงหรือไม่”จากการตรวจสอบเบื้องต้น ตราที่ทหารหลวงค้นพบมีรูปลักษณ์เหมือนของจริงทุกประการ ทว่าเมื่อกู้เหยียนลองใช้คู่กับตราอีกครึ่งซึ่งเก็บอยู่ในกรมทหาร กลไกภายในกลับไม่เชื่อมเข้าหากัน

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 11 คำให้การของคนตาย

    ชิงอวี้ยังคงคุกเข่าอยู่ใต้เงาต้นไม้ แม้พื้นดินจะชื้นเย็นและชายกระโปรงเปรอะเปื้อนโคลน นางก็ไม่กล้าขยับจนกว่าฉู่เยว่หลันจะอนุญาต“ครอบครัวของเจ้าอยู่ในมือองค์ชายสี่ หมายความว่าอย่างไร”เยว่หลันไม่ได้รีบเชื่อคำสารภาพ นางยืนห่างออกไปหลายก้าวและซ่อนมือข้างหนึ่งไว้ใกล้ถุงเข็มเงินใต้แขนเสื้อ“บิดาของบ่าวเคยเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลคลังเสบียงทางใต้เจ้าค่ะ” ชิงอวี้ตอบ “เมื่อห้าปีก่อนเขาพบว่ามีข้าวจำนวนมากถูกนำออกจากคลังโดยใช้ตราประทับปลอม จึงคิดจะรายงานราชสำนัก แต่คนขององค์ชายสี่พบเรื่องเสียก่อน”“จากนั้นเล่า”“พวกเขาสร้างหลักฐานกล่าวหาว่าบิดาบ่าวเป็นผู้ยักยอกเสบียง หากไม่ยอมทำงานให้ พระองค์จะส่งหลักฐานเหล่านั้นให้กรมอาญา คนทั้งครอบครัวอาจถูกประหาร”“ดังนั้นเจ้าจึงถูกส่งมาอยู่ข้างกายข้า”ชิงอวี้พยักหน้า น้ำตาไหลลงตามแก้มหน้าที่ของนางคือรายงานทุกสิ่งที่เยว่หลันทำ ค้นหากุญแจทองแดง และหาตำแหน่งของหลักฐานจากห้องลับ ยาพิษในคืนแรกไม่ได้มีเป้าหมายฆ่าเยว่หลัน หากใช้ทำให้ร่างกายอ่อนแรงและความทรงจำสับสน เพื่อให้คำพูดของนางหมดความน่าเชื่อถือ“แล้วสาวใช้ในศาลบรรพชนเล่า เจ้าเป็นคนส่งนางมาค้นห้องหรือไม่”“ไม่ใช่

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 10 คืนก่อนลานประหาร NC

    ฉู่เยว่หลันเผาจดหมายของเซียวหย่งเซวียนทันทีหลังอ่านจบเปลวไฟลามจากมุมกระดาษเข้าสู่ข้อความอย่างรวดเร็ว ถ้อยคำซึ่งเสนอแลกชีวิตบิดากับหลักฐานค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเถ้าสีดำอยู่ภายในกระถางทองเหลืองนางไม่คิดนำหลักฐานจากห้องลับไปแลกเปลี่ยนหากยอมทำตามข้อเสนอ องค์ชายสี่อาจปล่อยบิดาหรือช่วยเซียวจิ่นเหิงจริง แต่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะไม่มีวันได้รับความยุติธรรม แผนก่อกบฏจะดำเนินต่อ และชีวิตของคนทั้งเมืองหลวงอาจต้องสูญเสียเพราะการตัดสินใจของนางที่สำคัญ คนซึ่งจับตัวฉู่เหวินซานไปย่อมไม่มีสิทธิ์ใช้คำว่าเมตตามาต่อรองเยว่หลันเรียกเสี่ยวเถาเข้ามาช่วยแต่งตัว นางเปลี่ยนเป็นชุดแพทย์ชาย เก็บเส้นผมทั้งหมดไว้ใต้หมวก ใช้ผงสมุนไพรทำให้ผิวคล้ำและแต้มหนวดบางเหนือริมฝีปากกู้เหยียนจัดเตรียมป้ายของหมอหลวงซึ่งถูกเรียกไปตรวจอาการนักโทษให้ ส่วนแผนหลบหนีถูกซ่อนอยู่ใต้กล่องเข็มเงิน“รถม้าจะรออยู่หลังศาลต้าหลี่” กู้เหยียนอธิบาย “กระหม่อมเตรียมม้าฝีเท้าดีไว้สามตัว หากท่านอ๋องออกจากคุกได้ เราจะใช้ทางน้ำหลบออกจากเมืองก่อนรุ่งสาง”“ทหารชายแดนเล่า”“มีกำลังส่วนหนึ่งรออยู่ที่เมืองชิงเหอ สามารถคุ้มกันท่านอ๋องเดินทางกลับเหนือได้”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status