Mag-log in“คนในครอบครัวของคุณกฤตินเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับแม่ฉันจริง ๆ เหรอคะ”
ลลินถามเสียงสั่น หลังวางสายจากแพรไหม กฤตินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันไม่รู้ว่าแพรไหมพูดความจริงหรือกำลังหลอกเรา แต่ฉันจะไม่ปิดบังเธออีกแล้ว” “แล้วข้อความที่บอกว่าอย่าเชื่อแพรไหมล่ะคะ” “คนที่ส่งข้อความต้องการให้เราสับสน เราต้องฟังจากปากแพรไหมด้วยตัวเอง” ลลินพยักหน้า แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เธอไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องกลับมาเผชิญหน้ากับน้องสาวที่เคยทำลายความรักของเธอ และอาจรู้ความลับเกี่ยวกับการตายของแม่ด้วย ไม่นาน แพรไหมก็ส่งข้อความนัดพบที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง ลลินเดินทางไปพร้อมกฤติน เมื่อมาถึง เธอก็เห็นแพรไหมนั่งก้มหน้าอยู่มุมร้าน ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสวยงามกลับซีดเซียว ดวงตาบวมแดงเหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน “พูดมาเถอะ แพรไหม เธอรู้อะไรเกี่ยวกับแม่” แพรไหมเงยหน้าขึ้นมองพี่สาว ก่อนน้ำตาจะไหลลงมา “พี่ลิน หนูขอโทษ” “ฉันไม่ได้มาฟังคำขอโทษ ฉันอยากรู้ความจริง!” เสียงของลลินทำให้คนในร้านหันมามอง แต่เธอไม่สนใจอีกต่อไป แพรไหมกำมือแน่น ก่อนเริ่มเล่าเรื่องที่เก็บซ่อนมานาน “เมื่อหลายปีก่อน หนูเคยได้ยินพ่อคุยโทรศัพท์กับผู้ชายคนหนึ่ง เขาพูดถึงเอกสารของแม่ แล้วก็บอกว่าถ้าแม่เปิดเผยความจริง ทุกคนจะต้องพังไปด้วยกัน” “แล้วทำไมเธอไม่เคยบอกฉัน” “เพราะหนูกลัวค่ะ” แพรไหมก้มหน้าลง “ตอนนั้นหนูยังเด็ก หนูไม่รู้ว่าพวกเขาพูดถึงอะไร จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ หนูได้รับจดหมายจากคนที่ไม่รู้จัก เขาบอกว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับแม่ และถ้าหนูไม่ทำตามคำสั่ง ความลับของหนูก็จะถูกเปิดเผย” ลลินขมวดคิ้ว “ความลับอะไร” แพรไหมเม้มริมฝีปาก ก่อนหยิบซองเอกสารจากกระเป๋าออกมาวางบนโต๊ะ “เรื่องภาคินค่ะ” ชื่อของอดีตคนรักทำให้ลลินชะงัก “ภาคินเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้” “บริษัทของเขาได้รับเงินจากบัญชีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวคุณกฤติน หนูเคยเห็นเอกสารตอนที่คบกับเขา เขาบอกว่าเป็นเงินลงทุนตามปกติ แต่พอหนูถามมากขึ้น เขากลับขู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องที่หนูเคยทำ” ลลินเปิดซองดู พบสำเนารายการโอนเงินหลายรายการ มีชื่อบริษัทของภาคินปรากฏอยู่จริง แต่เอกสารยังไม่เพียงพอจะยืนยันว่าเงินเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการตายของแม่ “เธอเอาเอกสารพวกนี้มาให้ฉันทำไม” แพรไหมมองพี่สาวทั้งน้ำตา “เพราะหนูไม่อยากถูกใช้เป็นเครื่องมืออีกแล้วค่ะ หนูรู้ว่าหนูทำผิดกับพี่ หนูแย่งภาคินไปจากพี่ ทั้งที่รู้ว่าพี่รักเขามากแค่ไหน แต่เรื่องนี้... หนูไม่ได้เป็นคนทำให้คุณแม่ตาย” ลลินนิ่งเงียบ ความเจ็บปวดจากการทรยศในอดีตยังฝังอยู่ในใจ เธอไม่อาจให้อภัยทุกอย่างได้เพียงเพราะแพรไหมร้องไห้ “ฉันยังไม่เชื่อเธอทั้งหมด แต่ถ้าเธออยากแก้ไขสิ่งที่ทำ เธอต้องบอกทุกอย่างที่รู้ ห้ามปิดบังอีกแม้แต่เรื่องเดียว” แพรไหมพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “มีอีกเรื่องค่ะ ก่อนที่คุณแม่จะเสีย หนูเคยเห็นท่านทะเลาะกับผู้ชายคนหนึ่งที่บ้านพักเก่าของตระกูลวัฒนากุล” กฤตินที่นั่งฟังเงียบ ๆ อยู่ข้างลลินเงยหน้าขึ้นทันที “ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” “หนูไม่เห็นหน้าชัด ๆ แต่จำแหวนที่เขาสวมได้ เป็นแหวนตราประจำตระกูลของคุณค่ะ” สีหน้าของกฤตินเปลี่ยนไป แหวนตราประจำตระกูลมีเพียงสมาชิกผู้ใหญ่ไม่กี่คนที่ครอบครอง หนึ่งในนั้นคือบิดาของเขา ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วหลายปีก่อน “เธอแน่ใจหรือเปล่า” “หนูจำได้ค่ะ เพราะตอนนั้นหนูแอบอยู่หลังประตู แล้วผู้ชายคนนั้นพูดกับคุณแม่ว่า ถ้าไม่อยากให้ลูกสาวต้องรับเคราะห์แทน ก็อย่าพยายามเปิดเผยความจริง” ลลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว “แล้วแม่ตอบว่าอะไร” แพรไหมหลับตา น้ำตาไหลอาบแก้ม “คุณแม่บอกว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ท่านก็จะไม่ยอมให้ความผิดของคนบางคนตกอยู่กับลูก” ความเงียบปกคลุมโต๊ะของพวกเขา คำพูดนั้นทำให้ลลินยิ่งมั่นใจว่าแม่พยายามปกป้องเธอจากความลับบางอย่างมาตลอด แต่เธอยังไม่รู้ว่าความผิดที่แม่พูดถึงคืออะไร กฤตินหยิบเอกสารการโอนเงินขึ้นมาดูอีกครั้ง “เราต้องตรวจสอบเส้นทางเงินทั้งหมด และตามหาคนที่ส่งจดหมายให้แพรไหม” ทันใดนั้น โทรศัพท์ของแพรไหมก็ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อผู้โทร เธอก็หน้าซีดเผือดและรีบกดตัดสาย “ใครโทรมา” ลลินถาม “ภาคินค่ะ” ยังไม่ทันพูดจบ โทรศัพท์ของลลินก็มีข้อความเข้ามาจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก เป็นภาพของอธิคมกำลังนั่งอยู่ในห้องมืด โดยมีชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลัง ข้อความใต้ภาพระบุว่า ‘พวกเธอมีเวลาถึงเที่ยงคืน นำเอกสารต้นฉบับมาแลกกับตัวอธิคม ถ้าแจ้งตำรวจ เขาจะไม่ได้กลับบ้านอีก’ ลลินรีบลุกขึ้นยืน “เราต้องไปช่วยพ่อ!” กฤตินจับมือเธอไว้ “เราไปแน่ แต่ครั้งนี้เราจะไม่เดินเข้าไปตามเกมของพวกมัน” เขาหันไปสั่งคนของตัวเองให้ตรวจสอบสถานที่จากภาพ และติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อวางแผนช่วยเหลืออย่างปลอดภัย แพรไหมลุกขึ้นตาม “หนูจะไปด้วยค่ะ” ลลินหันกลับมามองน้องสาว “เธอแน่ใจเหรอ” “หนูเป็นคนหนึ่งที่ทำให้พี่ต้องเจ็บปวด หนูรู้ว่าคำขอโทษไม่สามารถลบสิ่งที่ทำได้ แต่ครั้งนี้หนูจะไม่หนีอีกแล้ว” ลลินไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เธอเพียงมองแพรไหมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินตามกฤตินออกจากร้าน ระหว่างทาง กฤตินเอื้อมมือมาจับมือเธอไว้ “ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ฉันจะอยู่ข้างเธอ” ลลินมองเขาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ “ถ้าความจริงเกี่ยวข้องกับพ่อของคุณ คุณจะยังอยู่ข้างฉันไหมคะ” กฤตินบีบมือเธอเบา ๆ “ฉันไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่พ่อทำในอดีตได้ แต่ฉันเลือกได้ว่าจะทำอะไรในวันนี้ และฉันจะไม่ปล่อยให้ความผิดของใครมาทำลายชีวิตเธออีก” คำพูดนั้นทำให้ลลินน้ำตาคลอ เธอเริ่มรู้สึกว่าผู้ชายที่แต่งงานกับเธอเพราะข้อตกลง อาจกลายเป็นคนที่เธอไม่อยากสูญเสียไป แต่ความหวังของเธออยู่ได้ไม่นาน โทรศัพท์ของกฤตินดังขึ้น เขารับสายจากคนที่ส่งไปตรวจสอบสถานที่ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด “เกิดอะไรขึ้นคะ” กฤตินหันมามองเธอ “เราเจอสถานที่ในภาพแล้ว แต่พ่อเธอไม่ได้อยู่ที่นั่น” ลลินใจหายวาบ “แล้วพ่ออยู่ไหนคะ” กฤตินเงียบไปชั่วขณะ ก่อนยื่นโทรศัพท์ให้เธอดูข้อความล่าสุด ‘ถ้าอยากช่วยอธิคม ให้มาที่บ้านพักเก่าคนเดียว’ ลลินกำโทรศัพท์แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บ้านพักเก่า... สถานที่ซึ่งซ่อนความลับเกี่ยวกับคืนสุดท้ายของแม่เธอ คนที่อยู่เบื้องหลังกำลังบีบให้เธอกลับไปยังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง และครั้งนี้ พวกมันอาจไม่ได้ต้องการเพียงเอกสาร แต่ต้องการให้เธอรู้ความจริงด้วยตาของตัวเองตอนที่ 1: คืนที่เจ้าสาวถูกทรยศ เสียงดนตรีบรรเลงหวานซึ้งดังก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรู แสงไฟระยิบระยับสะท้อนแก้วคริสตัลนับร้อยใบ แขกเหรื่อในชุดราคาแพงต่างยิ้มแย้มแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า เจ้าสาวในชุดสีขาวกำลังยืนตัวสั่นอยู่หลังประตูห้องพัก ลลินลดสายตาลงมองโทรศัพท์มือถือในมือ ข้อความจากเพื่อนสนิทที่เพิ่งส่งเข้ามาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ‘ลิน อย่าเพิ่งออกไปนะ ฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอก เธอต้องดูคลิปนี้ก่อน!’ ใต้ข้อความมีวิดีโอแนบมาหนึ่งไฟล์ เธอกดเปิดมันด้วยมือที่เย็นเฉียบ ภาพในวิดีโอปรากฏเป็นห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั่งอยู่บนเตียง โดยมีหญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำกอดแขนเขาอยู่ ชายคนนั้นคือภาคิน ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ ส่วนผู้หญิงคนนั้นคือแพรไหม น้องสาวต่างแม่ที่เธอรักและไว้ใจมาตลอด “พี่ลินคงยังไม่รู้สินะคะว่าพี่ภาคินเป็นของแพรมานานแล้ว” เสียงหวานของแพรไหมดังออกมาจากโทรศัพท์ ภาคินหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอื้อมมือไปแตะแก้มอีกฝ่าย “อดทนอีกหน่อย หลังแต่งงานกับลิน ฉันก็จะได้หุ้นของบริษ
เวลาเก้าโมงห้าสิบห้านาทีลลินยืนอยู่หน้าตึกระฟ้าสูงตระหง่าน ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นมองป้ายชื่อบริษัทสีทองที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าอัครเดชกรุ๊ปบริษัทที่มีมูลค่าหุ้นมหาศาล และเป็นเจ้าของกิจการหลายประเภท ทั้งโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการเงินเธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีโอกาสเดินเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะหลังจากเมื่อคืนที่เธอกลายเป็นเจ้าสาวที่ถูกทรยศต่อหน้าคนทั้งงานตอนนี้เธอไม่มีแม้แต่เงินพอจะเช่าห้องพักดี ๆ สักคืนด้วยซ้ำหลังออกจากโรงแรม เธอกลับไปยังคอนโดที่เคยอยู่กับภาคินเพื่อเก็บเสื้อผ้า แต่กลับพบว่ารหัสประตูถูกเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อโทรหาเขา อีกฝ่ายก็ปิดเครื่องหนี ส่วนพ่อของเธอส่งข้อความมาสั่งห้ามกลับบ้านจนกว่าเธอจะยอมไปขอโทษภาคินลลินอ่านข้อความนั้นแล้วหัวเราะทั้งน้ำตาคนที่ควรขอโทษกลับเป็นเธออย่างนั้นหรือ?เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เธอแน่ใจคือ เธอจะไม่ยอมกลับไปเป็นผู้หญิงที่ยอมให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไป“คุณลลินใช่ไหมครับ?”เสียงชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาดังขึ้นจากด้านข้างเธอหันไปมอง ก่อนพยักหน้า“ใช่ค่ะ”“ผมธนกฤต
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณต้องอยู่ที่นี่” เสียงทุ้มต่ำของกฤตินดังขึ้นทันทีที่รถยนต์คันหรูแล่นผ่านประตูเหล็กของคฤหาสน์หลังใหญ่ ลลินหันไปมองบ้านตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง อาคารสไตล์โมเดิร์นตั้งอยู่ท่ามกลางสวนกว้างขวาง มีน้ำพุอยู่กลางลานและกระจกบานสูงสะท้อนแสงแดดยามบ่าย สถานที่แห่งนี้หรูหราจนเธอรู้สึกเหมือนกำลังหลุดเข้ามาอยู่ในโลกอีกใบ “ฉันต้องอยู่ที่นี่จริง ๆ เหรอคะ?” “คุณคิดว่าผมจะให้ภรรยาของผมไปนอนข้างถนนหรือไง” “เรายังไม่ได้แต่งงานกันค่ะ!” กฤตินหันมามองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง “อีกสองวันก็แต่งแล้ว จะต่างกันตรงไหน” ลลินเม้มปากแน่น พยายามระงับความหงุดหงิดที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งเมื่อได้ยินเขาพูด ผู้ชายคนนี้มีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง คือสามารถทำให้ประโยคธรรมดาฟังดูเหมือนกำลังออกคำสั่งได้เสมอ “อย่างน้อยคุณก็ควรถามความสมัครใจฉันก่อน” “ถ้าคุณไม่สมัครใจ คุณคงไม่เซ็นสัญญา” “ฉันเซ็นเพราะต้องการแก้แค้น ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมให้คุณสั่งทุกอย่างนะคะ” มุมปากของกฤตินยกขึ้นเล็กน้อย “ดี ผมไม่ชอบคนที่เอาแต่ก้มหน้ารับคำสั่งอยู่แล้ว” ลลินชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนหันหน้าหนีอย่างไม่อยากต่อความยาวสาวคว
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความเงียบของห้องนอนลลินจ้องหน้าจอโทรศัพท์ หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้‘ถ้าคุณอยากรู้ว่าแม่ของคุณตายเพราะอะไร อย่าเชื่อผู้ชายที่คุณเพิ่งแต่งงานด้วย’ข้อความจากหมายเลขปริศนายังคงปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอหญิงสาวกำโทรศัพท์แน่น ความคิดมากมายแล่นเข้ามาในหัว กฤตินรู้จักแม่ของเธอจริง ๆ และเขายังแสดงท่าทีผิดปกติทุกครั้งที่เห็นสร้อยจี้ดอกลิลลี่ที่แม่ทิ้งไว้ให้หากเขาไม่มีอะไรปิดบัง เหตุใดจึงไม่ยอมตอบคำถามของเธอ?ลลินตัดสินใจโทรกลับไปยังหมายเลขนั้น แต่ปลายสายกลับแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อเธอลองส่งข้อความถามว่าผู้ส่งเป็นใคร ก็ไม่มีคำตอบกลับมาอีกเธอจึงเปิดลิ้นชัก หยิบกล่องเครื่องประดับของแม่ออกมา แล้วพลิกจี้เงินดูอย่างละเอียดใต้แสงไฟสลัว เธอสังเกตเห็นรอยขีดเล็ก ๆ บริเวณขอบจี้ที่ไม่เคยใส่ใจมาก่อน มันดูคล้ายตัวอักษร แต่เล็กเกินกว่าจะอ่านได้ด้วยตาเปล่า“แม่คะ...แม่กำลังพยายามบอกอะไรหนูอยู่หรือเปล่า”น้ำเสียงแผ่วเบาสั่นเครือเธอไม่เคยคิดว่าการเสียชีวิตของแม่เมื่อสิบแปดปีก่อนจะมีเงื่อนงำ เพราะตอนนั้นทุกคนบอกว่าแม่ป่วยหนักและจากไปอย่างสงบแต่ตอนนี้ เธอไม่
“คุณกำลังจะทำอะไรคะ?” ลลินถามขึ้นขณะมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของกฤติน หลังกลับจากงานเลี้ยงเมื่อคืน เธอก็ได้รับข้อความจากเลขานุการของเขาให้นำเอกสารชุดนี้มาตรวจสอบด้วยตัวเอง ภายในแฟ้มมีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทของภาคิน รายการโอนเงิน และสำเนาข้อความสนทนาที่แสดงให้เห็นว่าเขากำลังพยายามยักย้ายเงินทุนก่อนที่เจ้าหนี้จะตรวจสอบบัญชี “ผมกำลังจะทำให้คนที่คิดว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมายรู้ว่าเขาไม่ได้มีอำนาจมากอย่างที่คิด” กฤตินตอบโดยไม่เงยหน้าจากเอกสาร “คุณจะเปิดโปงภาคินเหรอคะ?” “ถ้าหลักฐานยืนยันว่าเขาทำผิดจริง ผมจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย” ลลินเลื่อนอ่านเอกสารต่อไปอย่างตั้งใจ ยิ่งอ่าน สีหน้าของเธอก็ยิ่งเคร่งเครียด ภาคินไม่ได้เพียงแค่มีชู้กับแพรไหม แต่เขายังใช้ชื่อบริษัทที่เธอเคยช่วยงานเป็นทางผ่านในการทำธุรกรรมหลายรายการ บางรายการมีชื่อเธอปรากฏอยู่ในเอกสารด้วย “นี่มันอะไรกันคะ ทำไมถึงมีชื่อฉันอยู่ตรงนี้?” กฤตินลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมาหยุดข้างเธอ “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ เอกสารบางส่วนอาจถูกนำไปใช้โดยที่คุณไม่รู้ตัว” “ถ้าคนอื่นเห็นเอกสารพวกนี้ พวกเขาจะคิดว่าฉันมีส่วนร่วมด้วยหรือเปล่าคะ?” “นั่
เสียงฝนตกกระทบกระจกดังไม่ขาดสาย ขณะที่รถของลลินจอดลงหน้าคฤหาสน์วัฒนากุล บ้านที่เธอเคยเรียกว่าบ้านอย่างเต็มหัวใจ แต่วันนี้กลับทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นอย่างประหลาด เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าถือใบเล็ก ข้อความของพ่อเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ‘พ่อมีเรื่องสำคัญจะบอก’ เธอไม่รู้ว่าพ่อจะพูดเรื่องอะไร แต่หลังจากเห็นชื่อของเขาในเอกสารธุรกรรมที่น่าสงสัย เธอก็ไม่อาจเชื่อใจใครได้เต็มร้อยอีกต่อไป “คุณหนูลลินกลับมาแล้วหรือคะ” ป้าสาย แม่บ้านเก่าแก่ รีบเดินออกมาต้อนรับ สีหน้าของเธอดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด “คุณพ่ออยู่ไหนคะป้าสาย?” “อยู่ในห้องทำงานค่ะ ตั้งแต่เช้าท่านก็ไม่ยอมออกมาเลย” ลลินพยักหน้า ก่อนเดินตรงไปยังห้องทำงานของบิดา เมื่อเปิดประตูเข้าไป เธอพบอธิคมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าของชายวัยกลางคนดูเหนื่อยล้าและแก่ลงกว่าที่เธอจำได้ บนโต๊ะมีแฟ้มเอกสารหลายชุดวางกระจัดกระจาย “ลิน มาแล้วเหรอลูก” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงทันทีที่เห็นเธอ “นั่งก่อนสิ พ่อมีเรื่องอยากคุยด้วย” ลลินนั่งลงตรงข้ามบิดา แต่ไม่ได้ยิ้มเหมือนทุกครั้ง “พ่อคะ หนูขอถามตรง ๆ เลยนะคะ พ่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงิ







