Share

บทที่ 5 รักแรก (100%)

Penulis: เอริณ
last update Tanggal publikasi: 2026-05-26 19:30:25

(ต่อ)

เด็กนั่น!

มาวินแทบจะตะโกนเสียงดังเมื่อแผ่นหลังคุ้นตากำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่บนแปลงผักหลังบ้าน ทั้ง ๆ ที่รอบกายเคยเป็นสวนสวยที่เขาลงมือตกแต่งเองเมื่อหลายปีก่อน

“นี่ปลูกผักในสวนทรอปิคอลของฉันจริง ๆ งั้นหรือ” เขาเลิกคิ้วมอง ก่อนพ่นลมหายใจออกมา แล้วเดินกระแทกเท้าเข้าไปในห้อง ทิ้งกายลงบนเตียงกว้างอย่างเบื่อหน่าย ทว่าพอล้มตัวลงปิดเปลือกตาเพื่อพักผ่อน ภาพใบหน้าเย็นชายิ่งกว่าเขาก็สะท้อนไปมาในหัว

“เฮ้อ!” เขากระเด้งกายลุกขึ้นยืน เดินออกมาพิงขอบประตูระเบียงมอง ‘เด็กคนนั้น’ อย่างสนอกสนใจ

ในขณะที่ทุกคนยิ้มแย้ม ทักทายเขาอย่างยินดี แต่เด็กคนนั้นกลับเขม่นมองราวกับจะจับผิดผู้ร้ายฆ่าคนตายอย่างไรอย่างนั้น

โอเค เขายอมรับว่าตัวเองไม่ค่อยกลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่อยากกลับเสียหน่อย ตั้งแต่ลงจากเครื่องสถานที่แรกที่เขาไปก็คือ… บ้านหลังหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา บ้านที่เขากำลังตัดสินใจจะซื้อเป็นสมบัติของตัวเองชิ้นแรก ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน

ทว่าหลังจากอยู่ที่นั่น เดินดูสวนสวยที่ไม่มีแปลงผักรก ๆ สายลมเย็นช่ำที่พัดไปมารอบบ้าน อากาศดีจนเขานึกว่าตนเองอยู่ต่างจังหวัดเสียอีก ชายหนุ่มตัดสินใจซื้อบ้านหลังนั้นเงียบ ๆ นัดวันเวลาพูดคุยเรื่องสัญญากับเจ้าของคนเก่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากยังไม่ได้โอนเงินมัดจำไป

หลังจากอยู่ที่นั่นเกือบสามชั่วโมง เขาก็แวะไปที่บ้านของกลอยใจ หอบของฝาก และความคิดถึงมากมายไปให้หญิงสาวที่ตนรัก จึงค่อยกลับมาที่นี่

กลับมายังบ้าน… ที่เขาไม่อยากกลับนัก

ชายหนุ่มครุ่นคิดพลางถอนหายใจ อยากจะหายตัวไปที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่บ้านหลังนี้

ร่างสูงนอนเหยียดยาวบนเตียงกว้างอย่างอ้างว้าง จากนั้นจึงผิดเปลือกตาลงพักสมอง และหัวใจจากเรื่องราวมากมายที่ไหล่บ่าเข้ามา

คืนนั้นคนที่ไม่อยากกลับบ้านก็ออกไปเที่ยวเตร่โดยไม่สนใจน้ำตาแห่งความห่วงใยของมารดา มาวินเริ่มทำตัวออกนอกลู่นอกทางตามกรอบที่คุณหญิงวารีวางเอาไว้ ความจริงต้องใช้คำว่าทำอย่างที่เขาเคยทำตอนอยู่เมืองนอกเสียมากกว่า เพียงแต่ภาพจำของมารดา เขาคือเด็กที่เอาแต่พยักหน้ารับ เชื่อฟังทุกอย่าง กลับกลายเป็นคนละคนจากวันวานโดยสิ้นเชิง ทว่าแม้จะพยายามแข็งข้อแค่ไหน

สุดท้าย ‘ลูก’ ก็ยังคงพ่ายแพ้ให้น้ำตาของผู้ให้กำเนิดในที่สุด

“เตรียมตัวแต่งงานซะ!” คุณเตชินเดินทางมาหาบุตรชายทันทีในวันรุ่งขึ้น สีหน้าของชายสูงวัยเคร่งเครียด ไม่พอใจเรื่องความประพฤติของลูกชายมาก จากที่เคยคิดว่ามาวินเปลี่ยนไปเพราะคบเพื่อนไม่ดี แต่พอมาถึงวันนี้ ท่านเริ่มไม่แน่ใจ

หลังจากไต่ตรองมามากมาย ก็ได้ข้อสรุปทันที

มาวินถึงเวลาต้องมีครอบครัวเป็นของตัวเอง บุตรชายของท่านจะได้รู้จักการเสียสละ และรักใครสักคนเสียที

หากแต่ประกาศิตนั้นดูเหมือนจะส่งผลต่อความรู้สึกของมาวินพอสมควร ชายหนุ่มขบกรามแน่น กำมือระงับอารมณ์ของตนจนเส้นเลือดเขียวเข้ม เพราะหลังจากออกคำสั่ง บิดาก็จากไปทันที

เขาปึงปังกลับขึ้นมาบนห้อง ทุบทำลายข้าวของด้วยความกรุ่นโกรธ เจ็บปวดกับทุกอย่าง สับสน และหมดสิ้นหนทางจนต้องเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเภทที่เพิ่งดีขึ้นตอนอยู่ที่อเมริกา แน่นอนว่าเรื่องนี้ชายหนุ่มไม่ได้ปริปากบอกใคร เขาทุกข์ใจในทุกเรื่องเพียงลำพัง จนกระทั่งหมดหวังจริง ๆ

สุดท้ายเมื่อค้นพบความว่างเปล่ากับความพยายาม ‘เป็นอิสระ’ มาวินก็กลับมาพยักหน้า เชื่อฟังทุกคนดังเดิม

สิ้นสุดการพยายามต่อต้าน ก้าวขาเดินตามเส้นที่มารดาขีดเขียนให้อย่างไม่ปริปากบ่น ก้มหน้าเดินไปเงียบ ๆ อย่างที่เคยทำ

“พี่วิน!” เสียงร้องเรียกดังมาพร้อมร่างระหง ใบหน้างดงามแต่งแต้มมาอย่างดีพร้อมรอยยิ้มฉีกกว้าง ทว่าแววตาคู่นั้นกลับถือดี และหยิ่งผยองจนเขาลอบถอนหายใจ ปิดประตูรถ แล้วเดินตรงเข้าไปหา รับร่างที่โถมทับเข้ามาเอาไว้ลวก ๆ ก่อนดันออกอย่างให้เกียรติ

“มาแล้วเหรอลูกวิน” คุณหญิงรจเรศเดินตามออกมา ใบหน้าสะสวยสมกับเป็นอดีตนางงามคล้ายคลึงกับบุตรสาวราวกับคนคนเดียว แม้กระทั่งแววตายังหยิ่งผยองไม่ต่างกันด้วย

มาวินเพียงยิ้มบาง ๆ ผละจากร่างของกวินตรา เดินตรงไปหาผู้ใหญ่อย่างมีสัมมาคารวะ ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะยกมือพนมไหว้ สองแขนของบุตรสาวเจ้าของบ้านก็ฉวยกอดเต็มแรง ชายหนุ่มไม่ได้ตั้งตัวจึงเซไปเล็กน้อย ขบกรามด้วยความอึดอัดใจ หากก็ยังปั้นรอยยิ้มขึ้นมาต่อได้

“สวัสดีครับคุณน้า”

คุณหญิงรจเรศรับไหว้ด้วยใบหน้าอิ่มเอิบ แกล้งส่งสายตา และเอ่ยตำหนิบุตรสาวสั้น ๆ อย่างไม่ให้ดูเกินงามนัก

“ยายวินนี่คงคิดถึงพี่วินของเขามากไปหน่อย วินอย่าถือสาน้องเลยนะลูก”

มาวินไม่ได้ตอบสิ่งใด เพียงปั้นยิ้มอบอุ่นส่งไปให้เท่านั้น แม้ลึก ๆ จะไม่ชอบใจในกิริยาไม่สงวนท่าทีของสองแม่ลูก แต่เขาก็ไม่อาจตัดสินใจเอ่ยคำพูดรุนแรงออกไปได้ อย่างไรหญิงสาวที่กอดแขนของเขาแน่นก็เป็นเพียงเด็กสาวที่เพิ่งเติบใหญ่ หากจะต้องโทษก็คงต้องโทษที่การเลี้ยงดู

กวินตราเป็นบุตรสาวของคุณหญิงรจเรศ วรโชติพงศ์ นามสกุลเดิมคือ เลิศสกุล ครอบครัวเป็นมหาเศรษฐีที่ใคร ๆ ก็อยากเกี่ยวดอง เพราะเหตุนี้ครอบครัวของคุณชินกรจึงบีบคั้นให้บุตรชายคนเดียวแต่งงาน

คนในวงสังคมต่างรับรู้การ ‘ได้มา’ ของสามีที่ไม่ชอบธรรมของคุณหญิงรจเรศ การพรากผัวพรากเมีย พรากแม่พรากลูกในครั้งนั้นส่งผลให้คุณหญิงอับอายขายหน้าพอสมควร แต่ท่านใช้คำว่า ‘ความรัก’ กลบฝังความผิดชอบชั่วดีไปจนหมด

อดีตภรรยาทางพฤตินัยของคุณชินกรตรอมใจตาย เพราะรับไม่ได้ที่สามีต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวหาให้หลังจากคลอดบุตรสาวได้เพียงห้าเดือน คุณหญิงกลัวข้อครหาในวงสังคมหนักขึ้นจึงรับเด็กคนนั้นเข้ามาในบ้าน และเด็กคนนั้นก็คือ… กลอยใจ เด็กหญิงผู้มีรอยยิ้มจริงใจให้แก่เขาเพียงคนเดียว คนที่รับฟังเขาเงียบ ๆ และปลอบใจด้วยรอยยิ้มเดียวที่แสนพิเศษเสมอมา

ทว่าความสัมพันธ์ของเขา และเธอไม่อาจเป็นไปได้ ตราบใดที่เขายังเป็นทายาทของเลิศวรานนท์ แม้ยังไม่ได้ใช้นามสกุลนั้น แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร วอนขอมากแค่ไหน สุดท้ายคำตอบของมารดาก็คือ…

“ถ้าแกคิดจะแต่งงานกับคนอื่น แกต้องรอให้แม่ตายก่อน!”

มารดาของเขามีอาการซึมเศร้าระยะแรก เขาจึงไม่อาจทำสิ่งใดให้กระทบกระเทือนจิตใจของท่าน เพราะอาการป่วยจิตเภทของมารดามีผลมาจาก… การหย่าร้างกับสามี และการถือกำเนิดของวาคิน

ท่านสนับสนุนกวินตราให้เป็นคู่หมายของเขาตั้งแต่อีกฝ่ายยังไม่เกิดด้วยซ้ำ แม้ตอนนี้กวินตราจะเป็นเพียงเด็กสาวมัธยมปลาย ในขณะที่เขาอายุใกล้สามสิบ ทว่าแผนที่วางเอาไว้ อย่างไรก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง มิหนำซ้ำกวินตรายังดูเหมือนจะชื่นชอบเขามาก แทบจะแต่งงานกับเขาทันทีที่อีกฝ่ายใช้นางสาวด้วยซ้ำ

แม้จะยังไม่ได้หมั้นหมายกันอย่างเป็นทางการ แต่ข่าวของเธอกับทายาทคนเดียวของเลิศวรานนท์ก็ไม่ใช่ข่าวลือ จะอย่างไรสักวันเขาก็คงต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ต่อให้ไม่เต็มใจแค่ไหน แต่เจ้าสาวที่เขาต้องสวมแหวนให้ในวันสำคัญของชีวิตก็คงเป็นกวินตรา ไม่อาจ… เป็นกลอยใจไปได้อย่างแน่นอน

มาวินแค่นยิ้ม ก้มหน้าลงมองมือที่กอดแขนตนเองเอาไว้แน่น แล้วเงยหน้าขึ้น

ร่างผอมบางคุ้นตา ใบหน้าอ่อนหวาน และดวงตากลมโศกคู่เดิมอยู่ใกล้ในระยะสายตา

ทว่า… สิ่งที่เขาทำได้ก็คือเดินผ่านเลยไปอย่างไม่อาจไขว่คว้าเธอมาไว้ในอ้อมแขนได้ ไม่ว่าจะวันนี้ พรุ่งนี้ หรืออีกหลายปีผ่านไป

เขายังคง ‘ไม่กล้า’ แสดงออกถึงความรู้สึกที่มีต่อเด็กหญิงตัวน้อยในความทรงจำที่คอยยิ้มแย้มให้ มองมาอย่างชื่นชมบูชา และ… ห่วงใย

เด็กหญิงตัวน้อยผู้เป็นรักแรกของเขา…

กลอยใจ

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ 

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด 

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ

รัก... เอริณ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 33 อ่อนใจหรือ… ใจอ่อน (100%)

    (ต่อ) ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะกระจกตอนเช้ามืดเสียงดังกว่าปกติ มาวินจึงสะดุ้งตื่น เห็นใบหน้าคุ้นตาในความสลัวราง ใบหน้าหล่อเหลาอิดโรยจึงค่อยๆ ระบายยิ้มกว้าง เลื่อนกระจกลงทันที “หนูอัยย์” อัยรินหยัดกายขึ้นยืน ถอนหายใจเบาๆ ก่อนเอ่ย “เข้าไปนอนข้างในเถอะค่ะ” ชายหนุ่มผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าไปนอนในบ้านโดยไม่ทันตั้งตัว เบิกตาโต แต่รอยยิ้มกลับกว้างขึ้นอีก “อะ เอ่อ ให้พี่เข้าไปนอนในบ้านเหรอครับ” เห็นสีหน้าตื่นเต้นดีใจเกินกว่าเหตุก็อยากจะถอนหายใจ

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 33 อ่อนใจหรือ… ใจอ่อน (50%) รีไรท์

    บทที่33 “ฉันก็แค่อยากหาโอกาสได้อยู่กับลูกกับเมีย” ตอนแรกคริสยังนึกสงสัยกับคำพูดเศร้าสร้อยของเจ้านาย ทว่าหลังจากขนกระเป๋าข้าวของขึ้นหลังรถแล้วขับออกมาจากโรงแรมทันที โดยไม่รอให้ถึงเช้า จอดเทียบที่รั้วข้างบ้านของอัยรินอย่างไม่กลัวอีกฝ่ายจะเห็นเช่นเคยอีก หนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าจึงค่อยๆ กระจ่างใจ “ก็คือมาขอที่นอนแบบไม่เอ่ยบอก แต่แสดงออกอย่างชัดเจน?” มาวินไม่ได้ตอบ เพียงกระแอมในลำคอ เสหลบสายตาด้วยการเหม่อออกไปนอกกระจกรถ เห็นบ้านหลังน้อยของอัยรินกับลูกอยู่เพียงระยะสายตา จึงถอนหายใจแผ่วเบา คิดถึงอุ้งมือน้อยๆ ของมิลินทรา สายตาเยือกเย็น แต่แฝงเร้นความคุ้นเคยของอัยรินแล้วถอนหายใจซ้ำอีกครั้ง ก่

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 32 ปะปะของมิลิน (100%)

    (ต่อ) “งั้นวันนี้พี่กลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้บ่ายๆ พี่เข้ามา จะได้ไม่รบกวนหนูอัยย์” อัยรินพยักหน้าตอบ ใบหน้ายังไม่มีรอยยิ้มแย้มสดใสเช่นวันวาน แต่แววตาไม่กร้าวกระด้างห่างเหินนักแล้ว หากคำตอบก็ยังสั้นกระชับเหมือนเดิม “ค่ะ” มาวินไม่ได้ว่าอะไร เพียงยิ้มกว้างขึ้น หันไปมองใบหน้ากลม เอื้อมมือไปลูบแก้มอิ่มเบาๆ แล้วเอ่ยลาเจ้าตัวน้อยด้วย “วันนี้ปะป๊ากลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้ปะป๊ามาหาใหม่” คราวนี้ไม่รู้มิลินทราเข้าใจหรือไม่อีกเช่นเคย แต่เจ้าตัวเล็กก็ลุกจากม้าเด้งดึ๋ง เดินเตาะแตะเข้ามา สวมกอดบิดาเต็มรัก

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 32 ปะปะของมิลิน (50%)

    บทที่32ปะปะของมิลิน ไม่ว่าสุดท้ายในใจของอัยรินจะสะใจหรือประทับใจ หญิงสาวก็ยังคงเดินเข้าบ้าน มองอดีตสามีเตรียมมื้อเย็น ตั้งโต๊ะ ทั้งยังช่วยขนข้าวของที่ซื้อมาจากตลาดเข้าไว้ในตู้เย็นอย่างขมีขมัน หญิงสาวทอดถอนหายใจ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด มาวินในฉบับ ‘คนดี’ ดูไม่ค่อยคุ้นเคยอย่างไรก็ไม่รู้ แต่สุดท้ายเธอก็ยังเดินเข้าไปช่วยเขาแกะถุงกับข้าวใส่ถ้วย ตักข้าวจากหม้อใส่จาน รวมถึงเตรียมโต๊ะกินข้าวของมิลินทรา ก่อนหันไปบอกคริสให้พาลูกสาวมานั่งรอ “คุณคริสพามิลินมานั่งรอก่อนนะคะ” กล่าวพลางกางโต๊ะญี่ปุ่นขนาดใหญ่ พลางเดินกลับเข้าครัวไปยกกับข้าวออกมาวาง คริสเห็นสองคน ‘สามีภรรยา’ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 31 สายใย (100%)

    (ต่อ) “กลับมาแล้วเหรอ” อัยรินพยักหน้าตอบ ก่อนหันไปมองบุตรสาว จากนั้นเหลือบมองเจ้าสี่ขาที่กำลังนั่งนิ่งข้างขาของมาวิน เห็นชัดว่าชายหนุ่มทำหน้าที่บิดาได้ดีพอสมควร นอกจากจะปลอบลูกได้ ยังทำให้เจ้ามอมแมมเชื่อฟังได้อีกด้วย หากแต่หญิงสาวไม่ได้เอ่ยความคิดในใจ เพียงเหลือบตาขึ้นมองอดีตสามี เห็นเขายังอุ้มลูกอยู่คาอกก็นึกรู้ว่าน่าจะใกล้ได้เวลากินข้าวเย็นของลูกสาวก็เลยถือโอกาสออกไปซื้อกับข้าวอีกครั้ง “ถ้ามิลินไม่งอแงแล้ว ฉันขอออกไปซื้อกับข้าวหน่อยนะคะ” มาวินชะงัก เม้มปากเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยังพยักหน้าตกลง “ได้” ครุ่นคิดอีกครู่ใหญ่จึงอ้อมแอ้มเอ่ยถามออกไปเสียงเบา “เอ่อ พะ พี่ขอฝากท้องไว้อีกสักคนสองคนได้ไหมครับ” &nbs

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 31 สายใย (50%)

    บทที่31 มาวินไม่รู้หรอกว่าในอนาคตสถานะของเขาจะเป็นเช่นไร หากแต่วันนี้เขารู้เพียงว่าต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด มีสติที่สุด และจะไม่ยอมให้ตัวเองทำร้ายอัยรินกับลูกอีก ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าอัยรินต้องการออกไปดูร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอ โดยจะให้เขากับคริสอยู่ดูแลลูกจนกว่าจะตื่น มาวินจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับพร้อมกลืนน้ำลายลงคอ กระนั้นตอนที่หญิงสาวกำลังจะขับรถจักรยานยนต์คู่ใจของเธอออกไป เขาก็ยังเผลอเอ่ยปากรั้งเอาไว้เสียงเบา “หนะ หนูอัยย์” อัยรินชะงัก ผินหน้ากลับมาพร้อมถอนหายใจตอบ “เดี๋ยวก็กลับค่ะ ถ้าลูกตื่นก็พาเล่นหรืออาบน้ำก็ได้ค่ะ จะได้สดชื่น” กล่าวจบก็ควบขี่จักรยานยนต์ขาวแดงคันนั้นจากไปทันที มาวินกับคริสยืนมองส่งจนเงาหลังร่างบอบบางลับสายตาจึงหันกลับมาสบตากัน

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 22 รอยร้าว (50%)

    บทที่22รอยร้าว“หรือคุณอัยย์จะท้อง!”

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 1 อัยริน (100%)

    (ต่อ)เด็กหญิงนารี วงษ์ศิลป์คือชื่อของเด็กน้อยผู้น่าเวทนาทว่าตอนนี้เธอได้กลายเป็นเด็กหญิงอัยริน

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 1 อัยริน (50%)

    บทที่1อัยริน“ไป!”เสียงแหบพร่าไล่ส่งพร้อมผลักแผ่นหลังเล็กให้เดินเซไปข้างหน้าดวงตากลมโตบวมเป่ง ตาขาวมีเส้นเลือดฝอยสีแดงกระจัดกระจาย รอบดวงตามีรอยเขียวช้ำ หลายแ

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทนำ

    บทนำ“วินลูก” เสียงเรียกชื่อบุตรชายคนโตเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ เมื่อร่างสูงโปร่งถูกแบกเข้ามาในสภาพเมามายพร้อมผู้หญิงขนาบข้างซ้ายขวา คนรับใช้ผู้ชายเดินเข้ามารับร่างของมาวินไปพยุงไว้ คุณหญิงวารีไม่สนใจผู้หญิงที่แบกบุตรชายมาแม้กระทั่งหางตา ท่านส่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status