Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2026-02-18 00:10:19

แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่สาดส่องผ่านรอยแตกของหน้าต่างไม้ ส่องกระทบฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศ ให้ความรู้สึกเหมือนเวลากำลังเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ซู่ชิงลืมตาตื่นขึ้นก่อนที่เสียงไก่ขันระลอกแรกจะดังเสียอีก ร่างกายของเธอยังคงปวดร้าวระบมจากบาดแผลฟกช้ำ โดยเฉพาะบริเวณศีรษะที่ยังคงเต้นตุบๆ ตามจังหวะชีพจร แต่สมองของเธอกลับตื่นตัวเต็มที่ด้วยสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอด

วันนี้คือวันแรกของสงครามชีวิตจริง... วันที่เธอต้องออกไปเปลี่ยนชะตากรรมด้วยสองมือเปล่า

ซู่ชิงลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบ พยายามไม่ให้สปริงเก่าๆ ของเตียงส่งเสียงดังรบกวนการนอนของอาอวี๋ เธอเดินไปที่มุมห้องเพื่อจัดการธุระส่วนตัวและแต่งตัว เสื้อผ้าที่เธอมีติดตัวมานั้นมีน้อยชิ้นเหลือเกิน และทุกชิ้นล้วนเก่าซีด ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักจนเนื้อผ้าบางเฉียบ

เธอเลือกเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีตุ่นๆ ตัวหนึ่งที่มีรอยปะชุนน้อยที่สุด พยายามรีดมันด้วยมือให้เรียบตึงเท่าที่จะทำได้ แล้วสวมทับด้วยกางเกงขายาวสีดำที่ดูทะมัดทะแมง เธอพับขากางเกงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้คล่องตัว ในโลกยุค 80 การแต่งกายคือใบเบิกทาง" ด่านแรก หากเธอแต่งตัวมอซอเหมือนขอทาน ไม่มีใครจะยอมเสียเวลาคุยด้วย แต่หากแต่งตัวดูดีเกินไปในย่านสลัม ก็จะกลายเป็นเป้าล่อโจร เธอต้องหาสมดุลระหว่างความยากจนที่น่ายกย่องกับความน่าเชื่อถือ

ซู่ชิงใช้เชือกผูกรองเท้าเก่าๆ รวบผมยาวสลวยของเธอขึ้นเป็นหางม้าสูง เปิดเผยใบหน้าที่แม้จะซีดเซียวแต่ก็ฉายแววมุ่งมั่น เธอใช้น้ำลูบหน้าเพื่อเรียกความสดชื่นและตบแก้มเบาๆ ให้มีเลือดฝาด

"อาอวี๋... ตื่นหรือยังลูก?" ซู่ชิงกระซิบปลุกลูกสาว

เด็กน้อยขยี้ตาตื่นขึ้นมาอย่างว่าง่าย ซู่ชิงแบ่งซาลาเปาที่เหลือจากเมื่อวานให้ลูกกินรองท้อง แล้วกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจังที่สุด

"ฟังแม่นะ... วันนี้แม่ต้องออกไปหางานทำ หนูต้องสัญญาว่าจะรออยู่ในห้องนี้ ห้ามเปิดประตูให้ใครเด็ดขาด ไม่ว่าคนนั้นจะอ้างว่าเป็นใคร แม้แต่ป้าเจ้าของตึก เข้าใจไหม?"

อาอวี๋พยักหน้าหงึกหงัก แววตาฉายความกังวล

"แม่จะกลับมาใช่ไหม?"

"แน่นอนจ้ะ แม่จะกลับมาพร้อมข่าวดี"

ซู่ชิงเดินออกมาจากห้อง บรรจงคล้องแม่กุญแจลงบนสายยู เธอตรวจสอบความแน่นหนาด้วยการกระตุกเบาๆ สองสามครั้ง ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับลงที่หน้าอก การขังลูกไว้ในห้องแคบๆ ตามลำพังเป็นเรื่องที่บีบหัวใจคนเป็นแม่ แต่ในสภาพสังคมที่ไร้ความปลอดภัยและเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน นี่คือทางเลือกเดียวที่เธอมี

เป้าหมายแรกของซู่ชิงคือเขตอุตสาหกรรมชานเมืองจือปั๋ว ในความทรงจำของร่างเดิมและจากความรู้ทางประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ช่วงปี 1985 อุตสาหกรรมสิ่งทอกำลังเฟื่องฟูอย่างมากในจีน โรงงานทอผ้าผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดเพื่อรองรับความต้องการทั้งในและต่างประเทศ ที่นี่น่าจะต้องการแรงงานจำนวนมาก

ซู่ชิงเดินเท้ากว่า 5 กิโลเมตรเพื่อประหยัดค่ารถเมล์ จนมาถึงหน้าประตูเหล็กบานใหญ่ของโรงงานทอผ้าที่ 3 แห่งจือปั๋ว เสียงเครื่องจักรทอผ้าดังกระหึ่มออกมาถึงด้านนอก กลิ่นฝ้ายดิบและสารฟอกขาวลอยคละคลุ้ง

เธอเห็นป้ายประกาศรับสมัครพนักงานฝ่ายผลิตติดอยู่ที่ป้อมยาม หัวใจของเธอพองโตด้วยความหวัง ซู่ชิงเดินตรงเข้าไปติดต่อที่สำนักงานฝ่ายบุคคล

ภายในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยตู้เอกสารเหล็กสีเขียวขี้ม้า หัวหน้าฝ่ายบุคคลชายวัยกลางคนสวมแว่นตากรอบหนากำลังนั่งจิบชาและอ่านหนังสือพิมพ์ เขาเหลือบตามองซู่ชิงลอดแว่นด้วยสายตาพิจารณา

"มาสมัครงานเหรอ? มีประสบการณ์ไหม?" เขาถามเสียงห้วน

"ไม่มีประสบการณ์โดยตรงค่ะ แต่ฉันเรียนรู้ไว อ่านออกเขียนได้ และแข็งแรงพอจะทำงานกะดึกได้ค่ะ" ซู่ชิงตอบอย่างฉะฉาน พยายามนำเสนอจุดแข็งเรื่องการรู้หนังสือ ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติพิเศษสำหรับแรงงานในยุคนั้น

หัวหน้าฝ่ายบุคคลพยักหน้าเล็กน้อยอย่างพอใจ

"อ่านออกเขียนได้ก็ดี... งั้นขอดูเอกสารหน่อย ทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชนและจดหมายรับรองจากหน่วยงานเดิม หรือใบรับรองความประพฤติจากคอมมูน"

คำขอเหล่านั้นเหมือนกำแพงคอนกรีตที่พังครืนลงมาทับซู่ชิง

"เอ่อ... คือฉัน..." ซู่ชิงอึกอัก เธอมีแค่ทะเบียนสมรสเก่าๆ กับสูติบัตรลูก ซึ่งใช้สมัครงานไม่ได้

"ฉันเพิ่งย้ายมาจากต่างเมืองค่ะ เอกสารยังอยู่ระหว่างการโอนย้าย... แต่ฉันทำงานได้จริงๆ นะคะ ให้ฉันทดลองงานก่อนก็ได้ ไม่ต้องจ่ายค่าแรงก็ได้ค่ะ"

สีหน้าของหัวหน้าฝ่ายบุคคลเปลี่ยนจากเรียบเฉยเป็นบึ้งตึงทันที เขาโบกมือไล่เหมือนไล่แมลงวัน

"ไม่มีเอกสารก็รับไม่ได้! นี่มันโรงงานของรัฐวิสาหกิจนะคุณ ไม่ใช่โรงเตี๊ยมเถื่อน เราต้องทำตามระเบียบ ถ้าไม่มีฮู่โข่วในพื้นที่ ไม่มีจดหมายรับรอง ใครจะกล้ารับ? เกิดคุณเป็นอาชญากรหนีคดีมา หรือเป็นสายลับบ่อนทำลายล่ะ?"

"ฉันไม่ใช่คนไม่ดีนะคะ! ฉันแค่ต้องการงานทำเพื่อเลี้ยงลูก!" ซู่ชิงพยายามอ้อนวอน

"ออกไปๆ! อย่ามาเกะกะ ถ้าไม่ไปฉันจะเรียก รปภ. มาลากออกไป!"

ซู่ชิงถูกดันออกมาจากห้องนั้น ประตูถูกปิดใส่หน้าดังปัง เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความสามารถของเธอ สติปัญญาของเธอ ไม่มีค่าอะไรเลยหากปราศจากกระดาษเปื้อนหมึกไม่กี่ใบที่เรียกว่า "ระบบราชการ"

เมื่อประตูโรงงานปิดตาย ซู่ชิงไม่ยอมแพ้ เธอเปลี่ยนเป้าหมายไปยังภาคธุรกิจเอกชนรายย่อย ร้านอาหารน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะมักจะไม่เคร่งเรื่องเอกสารและรับจ่ายเงินสดรายวัน

เธอเดินเข้าไปในย่านตลาดสดที่พลุกพล่าน กลิ่นน้ำมันทอดและควันไฟตลบอบอวล ซู่ชิงหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารตามสั่งขนาดใหญ่ที่มีลูกค้าแน่นร้าน เสียงจานชามกระทบกันและเสียงตะโกนสั่งอาหารดังลั่น

เธอมองเข้าไปเห็นพนักงานเสิร์ฟวิ่งวุ่น และกองจานชามที่รอการล้างสูงเป็นพะเนิน นี่คือโอกาส! งานล้างจานเป็นงานที่หนักและสกปรก คนส่วนใหญ่ไม่ชอบทำ แต่มันคือโอกาสสำหรับคนที่ไม่มีทางเลือก

ซู่ชิงเดินเข้าไปหาเถ้าแก่ร้านร่างท้วมที่กำลังยืนคุมเชิงอยู่หน้าเตา

"เถ้าแก่คะ... รับคนล้างจานเพิ่มไหมคะ? ฉันเห็นงานยุ่งมาก ฉันช่วยได้นะ"

เถ้าแก่หันมามองซู่ชิงตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วขมวดคิ้ว

"ล้างจาน? ดูสภาพหล่อนสิ ผอมแห้งแรงน้อยอย่างกับไม้เสียบผี แขนเล็กนิดเดียวจะยกกะละมังไหวเหรอ?"

"ไหวค่ะ! ฉันแข็งแรงกว่าที่เห็นนะ" ซู่ชิงรีบยืนยัน

"ฉันทำงานบ้านมาตลอด ล้างจานแค่นี้สบายมากค่ะ"

"มันไม่ใช่แค่ล้างจานนะนังหนู" เถ้าแก่ชี้ไปที่หลังร้าน "ต้องขัดกระทะเหล็กใบใหญ่ ต้องยกถังน้ำ ต้องเทเศษอาหาร งานมันหนักนะ แล้วดูมือเธอสิ..."

เถ้าแก่ดึงมือซู่ชิงขึ้นมาดู แม้มือของร่างเดิมจะหยาบกร้านจากการทำงานบ้าน แต่ก็ยังดูบอบบางเกินไปสำหรับงานหนักในร้านอาหารระดับนี้

"ผิวพรรณแบบนี้ เคยเป็นคุณนายมาก่อนล่ะสิ หนีตามผู้ชายมาหรือไง?" เถ้าแก่พูดด้วยน้ำเสียงดูถูกแกมสมเพช

"กลับไปเถอะ งานพวกนี้มันไม่เหมาะกับเธอหรอก เดี๋ยวทำจานแตก ล้มพับไป ฉันจะซวยเปล่าๆ ไปๆ ไปหาอย่างอื่นทำ"

ซู่ชิงพยายามจะอธิบาย พยายามจะขอโอกาสทดสอบงาน แต่เถ้าแก่หันหลังกลับไปผัดกับข้าวต่อ ไม่สนใจฟังคำขอร้องของเธออีก ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะงานหนัก แต่เพราะถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก

พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ความกดดันในใจซู่ชิงเพิ่มสูงขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป เงิน 100 หยวนในกระเป๋าอาจจะอยู่ได้สักพัก แต่ความรู้สึกไร้ค่าจากการไม่มีรายได้มันกัดกินใจเธอยิ่งกว่าความหิว

เธอเดินมาถึงท่ารถขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าของเมือง ที่นี่เต็มไปด้วยรถบรรทุกและกรรมกรแบกหามที่กำลังขนกระสอบข้าวสารและลังสินค้าขึ้นลงอย่างขะมักเขม้น

"ที่นี่ใช้แรงแลกเงิน ไม่ต้องใช้วุฒิ ไม่ต้องใช้หน้าตา" ซู่ชิงคิดในใจ

เธอเดินเข้าไปหากลุ่มหัวหน้าคนงานที่กำลังคุมงานอยู่

"พี่ชายคะ... รับคนยกของเพิ่มไหม? ฉันแบกได้นะ คิดค่าแรงครึ่งเดียวก็ได้"

สิ้นเสียงของเธอ เสียงหัวเราะครืนก็ดังขึ้นจากกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ถอดเสื้อโชว์กล้ามเนื้อชุ่มเหยื่อ

"ฮ่าๆๆๆ! เฮ้ยพวกเราดูนี่สิ มีแม่สาวน้อยอยากมาแบกกระสอบว่ะ!" หัวหน้าคนงานหัวเราะจนตัวงอ

"น้องสาว... กลับไปเลี้ยงลูกเถอะ หรือไม่ก็ไปหางานสบายๆ ทำ อย่างเช่น... งานกลางคืน"

สายตาแทะโลมและคำพูดสองแง่สองง่ามพุ่งเข้าใส่ซู่ชิงเหมือนลูกธนูอาบยาพิษ

"ฉันพูดจริงนะ ฉันยกได้จริงๆ!" ซู่ชิงพยายามพิสูจน์ เธอเดินไปที่กระสอบข้าวสารน้ำหนัก 50 กิโลกรัมที่วางอยู่ พยายามรวบรวมแรงทั้งหมดก้มลงไปยกมันขึ้น

เธอเกร็งกล้ามเนื้อทุกส่วน ออกแรงฮึดสู้จนหน้าแดงก่ำ กระสอบข้าวขยับขึ้นจากพื้นเพียงเล็กน้อย แต่ความหนักอึ้งของมันเกินกว่าที่ร่างกายผอมโซของเหวินซู่ชิงจะรับไหว แขนของเธอสั่นระริก ขาเริ่มทรุด

ตุบ!

กระสอบข้าวหล่นกระแทกพื้น ฝุ่นแป้งฟุ้งกระจาย เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง

"เห็นไหมล่ะ! บอกแล้วว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัว แรงเท่ามดจะมาริแบกช้าง กลับไปซะไป๊! เกะกะคนทำงาน!"

ซู่ชิงยืนหอบหายใจ หน้าชาด้วยความอับอาย ไม่ใช่ความอายที่ทำงานไม่ได้ แต่เป็นความอายที่ต้องมายืนให้คนพวกนี้ดูถูก ความรู้ทางเคมีฟิสิกส์ในหัวเธอ ความฉลาดระดับอัจฉริยะที่เคยสร้างนวัตกรรมระดับโลกในอนาคต ไม่มีค่าเลยที่นี่... ที่นี่ต้องการแค่กล้ามเนื้อและความเป็นผู้ชาย

ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง แสงสุดท้ายของวันกำลังจะหมดลง ซู่ชิงเดินลากขาที่หนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยตะกั่วกลับมาตามทางเดินในสลัม รองเท้าผ้าใบเก่าๆ กัดเท้าจนเป็นแผลพุพอง ทุกย่างก้าวคือความเจ็บปวด

ท้องไส้ของเธอเริ่มร้องประท้วง ความหิวโหยกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือความล้มเหลว วันนี้เธอถูกปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วน ถูกดูถูก ถูกเหยียดหยาม และถูกมองข้าม

ซู่ชิงหยุดยืนหน้าตึกแถวเก่าๆ ที่เธอเช่าอยู่ มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสัมผัสธนบัตร 100 หยวนที่ยังอยู่ครบ แต่มูลค่าทางจิตใจของมันเริ่มลดลง เธรู้ดีว่าเงินจำนวนนี้เป็นเพียงระเบิดเวลา หากเธอหาทางเติมมันไม่ได้ สักวันมันก็จะหมดไป และวันนั้น... นรกก็จะกลับมา

ความมั่นใจที่เปี่ยมล้นเมื่อตอนเช้าถูกกัดเซาะจนเกือบหมดสิ้น เธอเงยหน้ามองหน้าต่างชั้นสอง เห็นแสงไฟสลัวๆ ลอดออกมา อาอวี๋คงกำลังรอเธออยู่ อาจจะกำลังหิว หรือกำลังกลัว

"ไม่ได้... ฉันจะยอมแพ้ไม่ได้" ซู่ชิงตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ

"วันนี้อาจจะพ่ายแพ้ แต่พรุ่งนี้ยังมี... สมองของฉันยังอยู่ สองมือของฉันยังอยู่ ตราบใดที่ยังไม่ตาย ฉันต้องหาทางได้สิ"

เธอสูดลมหายใจลึกๆ ปรับสีหน้าให้ดูสดใสขึ้น แม้ข้างในจะเหนื่อยล้าแทบขาดใจ เธอไม่อยากให้ลูกเห็นความอ่อนแอ

ซู่ชิงก้าวเท้าขึ้นบันไดตึกแถวด้วยความมุ่งมั่นเฮือกสุดท้าย ไม่ว่าโลกข้างนอกจะโหดร้ายแค่ไหน แต่หลังประตูบานนั้น เธอคือเสาหลักเดียวของลูก และเธอจะไม่มีวันล้มลงให้ใครเห็นเด็ดขาด พรุ่งนี้... เธอจะต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ จากการเป็นแรงงานมาเป็นผู้ประกอบการให้ได้
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (1)
goodnovel comment avatar
Piyapatta Samungkun
ซูชิงไม่ใช่ไม่มีเงินไม่ถึงขนาดจะต้องไปทำงานจับกังหนักๆค่อยๆหาหาไม่ได้ก็แค่หาวิธีกลับบ้านที่พ่อเก็บไว้ให้แล้วลองหาช่องทางหาเงินแถวบ้านก็ได้อย่างน้อยก็มีผู้ใหญ่บ้านรับรองทำไมจะต้องพยายามหาเงินทำงานในสถานที่ที่อันตรายอยู่ไม่ไกลจากสกุลเจียงและอดีตคู่หมั้นของสามีงงอ่ะ
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Dernier chapitre

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 205

    "ขอโทษนะคุณนาย... เราไม่ปล่อยกู้ให้ธุรกิจที่ เพ้อเจ้อ แบบนี้หรอก พลาสติกรักษ์โลก? ไร้สาระ! ไปขายเต้าหู้เถอะไป๊!"ธนาคารแห่งที่ 3 ธนาคารเพื่อการเกษตรที่นี่แย่ยิ่งกว่า ซู่ชิงยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้ ทันทีที่ยื่นบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ก็โยนบัตรคืนให้ทันที"คุณติด Blacklist ของสมาคมนักธุรกิจจือปั๋วนะรู้

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 204

    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของเมืองจือปั๋ว สาดส่องผ่านม่านหมอกควันจางๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม เป็นสัญญาณเริ่มต้นวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เหวินซู่ชิง ยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องเช่า เธอไม่ใช่แม่หม้ายลูกติดที่น่าสงสารอีกต่อไป ในกระจกสะท้อนภาพของนักธุรกิจหญิงผู้มุ่งมั่น สวมชุดสูทกระโปรงสีเทาเข้มตัดเย็บเ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 203

    ซู่ชิงส่ายหน้า ยิ้มอย่างมีเลศนัย "พี่เข่อฮ่าว... เราไม่ได้มองแค่ปีนี้หรือปีหน้า เรากำลังมองไปอีก 10 ปีข้างหน้า ตอนนี้รัฐบาลเริ่มตระหนักเรื่องมลพิษแล้ว อีกไม่นานกฎหมายสิ่งแวดล้อมจะเข้มงวดขึ้น โรงงานที่สกปรกจะถูกสั่งปิด แต่ถ้าเราเริ่มทำระบบระบบบำบัดของเสียเป็นศูนย์ตั้งแต่ตอนนี้ เราจะเป็นผู้นำที่รัฐบา

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 202

    ภายในห้องเช่าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของเมืองจือปั๋ว บรรยากาศเงียบสงัดในยามค่ำคืนถูกรบกวนเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงขีดเขียนของปากกาหมึกซึม แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะเก่าคร่ำคร่าสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยเอกสาร แผนที่ และหนังสือสถิติรายปีทางอุตสาหกรรมที่กางแผ่หราอยู่เ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 201

    พลาสติกคือคำตอบ... มันเบา ทนทาน แปรรูปง่าย และต้นทุนต่ำแต่ซู่ชิงไม่ได้จะทำแค่กะละมังหรือถังน้ำ... ความรู้ระดับเธอต้องไปไกลกว่านั้นเธอเริ่มเขียนสูตรเคมีและแผนผังกระบวนการผลิตลงไปอย่างรวดเร็วเม็ดพลาสติก Polyethylene และ Polypropylene ซึ่งสามารถหาได้จากโรงกลั่นปิโตรเคมีทั่วไป และเธอรู้วิธีตรวจสอบคุณ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 200

    ความเงียบสงัดของค่ำคืนในฤดูหนาวกลับมาปกคลุมห้องเช่าเล็กๆ อีกครั้ง หลังจากเสียงสะอื้นไห้ของ เหวินซู่ชิง ค่อยๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้ามาทางรอยแตกของผนังไม้เก่าๆ ซู่ชิงนั่งกอดเข่าพิงประตูอยู่นานนับชั่วโมง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ จ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 154

    เขาหันไปมองลูกสาว เกาเยว่หมิง ที่นั่งยืดอกด้วยความภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ"เยว่หมิง! พ่อต้องการให้ลูกเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด! เราจะเปิดตัว Super Octane Booster ในงานนี้ เราจะเอาถังจำลองปฏิกิริยาไปตั้งโชว์! เราจะเอาน้ำมันสูตรพิเศษไปเติมให้รถของท่านผู้ว่าดู! เราจะทำให้นักลงทุนฝรั่งต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินให

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-05
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 152

    "คุณ... ตั้งใจ? หมายความว่ายังไง?""การที่ฉันมาอยู่ที่นี่... มันคือส่วนหนึ่งของแผนการ" ซู่ชิงปล่อยมือเขา แล้วยืนกอดอกพิงกองลังไม้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย "ฉันต้องการสร้างหลักฐานและตัดตัวเองออกจากความรับผิดชอบทั้งหมดในโปรเจกต์ใหม่ของคุณหนูเกาเยว่หมิง""โปรเจกต์ Super Octane Booster นั่น..." เข่อฮ่าวขมวดคิ้

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-05
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 71

    "นี่ไม่ใช่สบู่กวนเองในกะละมังหลังบ้านแน่นอนครับท่าน หรือถ้าใช่... คนกวนต้องเป็นอัจฉริยะทางเคมีระดับดอกเตอร์ครับ!"เจียงมู่หยางวางหูโทรศัพท์ลงช้าๆ ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด เสียงรายงานของนักเคมีตำรวจยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของเขาอัจฉริยะทางเคมีระดับดอกเตอร์?เทคโนโลยีระดับสินค้านำเข้า?เขาเปิดลิ้นช

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 32

    กลุ่มควันสีขาวขุ่นของก๊าซคลอรามีนที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีรุนแรงระหว่างแอมโมเนียกับสารฟอกขาว ค่อยๆ เจือจางลงไปตามกระแสลมยามบ่าย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นฉุนกึกคล้ายกับกลิ่นสระว่ายน้ำที่เข้มข้นจนแสบโพรงจมูก บรรยากาศรอบแผงขายของที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและการค้าขาย บัดนี้เงียบสงัดลงจนน่าใจหาย ราวกับพายุลูก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status