ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงสู่ขอบฟ้า ทอแสงสีส้มอมแดงอาบไล้ไปทั่วเมืองจือปั๋ว เงาของตึกรามบ้านช่องทอดยาวพาดผ่านถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง ซู่ชิงก้าวเดินด้วยจังหวะที่เชื่องช้าลงกว่าเมื่อตอนเช้าอย่างเห็นได้ชัด ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่เคยพกพาไปเต็มกระเป๋าเมื่อรุ่งสาง บัดนี้ถูกกัดกร่อนด้วยความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเหลือเพียงความว่างเปล่าและความอ่อนล้าทางกายภาพ
รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ที่พื้นบางเฉียบแทบจะไม่ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากพื้นถนนขรุขระ ทุกย่างก้าวส่งผ่านความเจ็บปวดขึ้นมาจากฝ่าเท้าสู่ปลีน่องที่ตึงเขม็ง ท้องที่ว่างเปล่ามาตั้งแต่บ่ายเริ่มประท้วงด้วยอาการปวดบิดเกร็ง ซู่ชิงรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนคว้าง ร่างกายที่ยังไม่หายดีจากอาการบาดเจ็บเรียกร้องการพักผ่อนอย่างรุนแรง
ขณะที่เธอกำลังเดินผ่านย่านอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงรถยนต์ กลิ่นฉุนกึกของน้ำมันเครื่องเก่า กลิ่นยางไหม้ และกลิ่นไอเสียจากท่อไอเสียรถบรรทุก ลอยมาปะทะจมูกอย่างจัง สำหรับคนทั่วไป กลิ่นเหล่านี้อาจชวนให้เวียนหัวคลื่นไส้ แต่สำหรับซู่ชิง อดีตนักวิจัยเคมีปิโตรเลียม กลิ่นเหล่านี้กลับคุ้นเคยอย่างประหลาด มันคือกลิ่นของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เธอขลุกอยู่กับมันมาทั้งชีวิตในโลกอนาคต
เธอหยุดฝีเท้าลงที่หน้าอู่ซ่อมรถบรรทุกขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ร่างกายสั่งการให้หยุดพักก่อนที่จะล้มพับลงไป ซู่ชิงพิงหลังพิงกับเสาไฟฟ้าคอนกรีตต้นใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมทาง หอบหายใจถี่เพื่อกอบโกยออกซิเจนเข้าปอด สายตาที่พร่ามัวเล็กน้อยทอดมองเข้าไปในอู่ซ่อมรถอย่างเลื่อนลอย
ภายในอู่ พื้นซีเมนต์เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันสีดำเมี่ยมที่ทับถมกันมานานปี เครื่องยนต์ดีเซลขนาดมหึมาถูกรื้อออกมาวางกองอยู่บนแท่น เสียงประแจเหล็กกระทบกับน็อตโลหะดัง แก๊ง! แก๊ง! ผสานกับเสียงเครื่องลมยิงน็อต เป็นท่วงทำนองแห่งความวุ่นวายของยุคอุตสาหกรรมที่กำลังก่อร่างสร้างตัว
สายตาของซู่ชิงไปสะดุดเข้ากับมุมหนึ่งของอู่ บริเวณก๊อกน้ำรวมที่เป็นรางปูนยาวสำหรับล้างมือ กลุ่มช่างซ่อมรถชายฉกรรจ์ประมาณ 4-5 คนกำลังยืนเบียดเสียดกันอยู่เพื่อชำระล้างร่างกายหลังเลิกงาน
สภาพของพวกเขาดูมอมแมมสุดขีด โดยเฉพาะที่มือและแขนซึ่งดำสนิทราวกับเพิ่งจุ่มลงไปในถังน้ำมันดิบ คราบจาระบีเหนียวหนืดและน้ำมันเครื่องเก่าฝังแน่นตามร่องนิ้ว เล็บมือ และข้อพับ จนมองไม่เห็นสีผิวเดิม
ซู่ชิงเฝ้ามองดูพฤติกรรมของพวกเขาด้วยความสนใจโดยไม่รู้ตัว ช่างคนหนึ่งหยิบถุงพลาสติกบรรจุผงซักฟอกยี่ห้อราคาถูกเทลงบนฝ่ามือจำนวนมากจนพูนล้น ก่อนจะเปิดน้ำใส่เล็กน้อยแล้วเริ่มถูมือเข้าหากันอย่างรุนแรง
ครืด... ครืด...
เธอมองเห็นความพยายามที่จะขัดถูอย่างเอาเป็นเอาตาย ฟองสีขาวของผงซักฟอกทำปฏิกิริยากับน้ำมันจนกลายเป็นสีเทาขุ่นข้นคลั่ก แต่ทว่า... มันไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
น้ำมันเครื่องที่ผ่านการใช้งานในความร้อนสูง จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโมเลกุล เกิดการออกซิเดชันและมีเขม่าคาร์บอนรวมถึงเศษโลหะปะปนอยู่ ทำให้มีความหนืดและเกาะติดผิวหนังแน่นยิ่งกว่าน้ำมันพืชทั่วไปหลายเท่าตัว ผงซักฟอกซักผ้าทั่วไปที่มีฤทธิ์เป็นด่างสูง ทำได้เพียงชะล้างคราบไขมันชั้นนอก แต่ไม่สามารถเจาะทะลุชั้นฟิล์มน้ำมันที่ฝังลึกตามรอยแตกของผิวหนังได้
ช่างเหล่านั้นต้องเทผงซักฟอกเพิ่มอีกรอบ แล้วใช้แปรงขัดพื้นแข็งๆ มาขัดที่มือตัวเองอย่างโหดร้าย ผิวหนังถูกขัดจนแดงเถือก เลือดซิบซึมออกมาผสมกับคราบน้ำมัน แต่สีดำที่เล็บและร่องนิ้วก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ราวกับเป็นรอยสักที่ลบไม่ออก
"โว้ย! บ้าเอ๊ย!"
เสียงตะโกนด้วยความหงุดหงิดดังมาจากช่างคนหนึ่ง ร่างท้วมหนา เขาขว้างแปรงขัดทิ้งลงในอ่างน้ำอย่างหัวเสีย สะบัดมือที่แดงก่ำและบวมเป่งไปมา
"มือเปื่อยหมดแล้วเนี่ย! ล้างยังไงก็ไม่ออก แสบมือชะมัดเลยโว้ย!" เขาบ่นเสียงดังพลางยกมือขึ้นมาเป่าลมใส่ "ผงซักฟอกบ้านี่มันกัดมือจนหนังลอกหมดแล้ว ดูสิ!"
เพื่อนช่างอีกคนวัยหนุ่มกว่าที่ยืนข้างๆ ยื่นมือของตัวเองออกมาให้ดู สภาพมือนั้นน่าเวทนายิ่งกว่า ผิวหนังบริเวณฝ่ามือและนิ้วลอกออกเป็นแผ่นๆ เผยให้เห็นเนื้ออ่อนสีชมพูแดงที่ไวต่อความรู้สึก รอยแตกตามข้อนิ้วมีคราบน้ำมันฝังอยู่และดูอักเสบ
"ของฉันก็เหมือนกันพี่..." ช่างหนุ่มโอดครวญหน้าเบ้
"หน้าหนาวทีไรมือแตกเลือดซิบทุกที ยิ่งโดนผงซักฟอกกัด ยิ่งแสบจนจับช้อนกินข้าวแทบไม่ได้ เมียที่บ้านก็บ่นว่ามือสากเหมือนกระดาษทราย จับตัวลูกทีลูกร้องไห้เลย"
"จะทำไงได้วะ ก็มันไม่มีอะไรใช้นี่หว่า สบู่ก้อนก็เอาไม่ออก น้ำมันก๊าดก็เหม็นบรรลัยแถมกัดมือพอกัน" ช่างอาวุโสอีกคนถอนหายใจ เอามือเช็ดกางเกงส่งๆ
"ทนๆ เอาหน่อยวะ เป็นช่างก็ต้องมือดำ เป็นเรื่องธรรมดา"
บทสนทนาเหล่านั้นลอยเข้าหูซู่ชิงทุกประโยค คำว่าเจ็บ แสบ ล้างไม่ออกและไม่มีอะไรใช้ วนเวียนอยู่ในหัวของเธอ มันไม่ใช่แค่เสียงบ่นธรรมดา แต่มันคือเสียงเรียกร้องของตลาดที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง
ทันใดนั้น ความเหนื่อยล้าที่กดทับร่างกายของซู่ชิงดูเหมือนจะระเหยหายไปในพริบตา สัญชาตญาณความเป็นนักวิจัยเคมีที่หลับใหลอยู่ภายในถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มตัว
เธอยืนตัวตรงขึ้น จ้องมองไปที่มือของช่างเหล่านั้น ไม่ใช่ด้วยสายตาของคนทั่วไป แต่ด้วยสายตาที่มองทะลุลงไปถึงระดับโมเลกุล
ในหัวของซู่ชิง ปรากฏภาพจำลองโครงสร้างทางเคมีลอยขึ้นมาซ้อนทับภาพความเป็นจริง
ปัญหา คราบน้ำมันเครื่องคือน้ำมันหล่อลื่นฐานปิโตรเลียมผสมกับเขม่าคาร์บอนและโลหะหนัก ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ชอบน้ำอย่างรุนแรง และมีแรงยึดเกาะผิวสูง
ข้อผิดพลาด ผงซักฟอกซักผ้าใช้สารลดแรงตึงผิวที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดคราบโปรตีนและไขมันบนเส้นใยผ้า ซึ่งต้องใช้ความเป็นด่างสูงในการทำงาน ผลข้างเคียงคือมันทำลายเกราะไขมันธรรมชาติที่ปกป้องผิวหนังมนุษย์ ทำให้ผิวแห้ง แตก และระคายเคือง
ทางแก้ ตามหลักการเคมี "สิ่งที่เหมือนกันย่อมละลายซึ่งกันและกัน"
"การจะเอาน้ำมันออก... ต้องใช้น้ำมัน" ซู่ชิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ สมองของเธอประมวลผลสูตรเคมีอย่างรวดเร็วราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์
เธอต้องการตัวทำละลายที่เป็นมิตรต่อผิวหนังเพื่อละลายน้ำมันเครื่อง แต่อย่างเดียวไม่พอ เธอต้องการตัวขัดเพื่อเพิ่มแรงเสียดทานเชิงกลในการดึงคราบสกปรกออกจากร่องลายนิ้วมือ และสุดท้ายคืออิมัลซิไฟเออร์ เพื่อทำให้น้ำมันที่ละลายแล้วรวมตัวกับน้ำและถูกล้างออกไปได้
สูตรเคมีง่ายๆ สูตรหนึ่งผุดขึ้นมาในความทรงจำ... สูตรที่คนในยุค 2026 อาจมองข้ามเพราะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า แต่สำหรับยุค 1985 นี่คือนวัตกรรม!
ขี้เลื่อยไม้ สารลดแรงตึงผิว น้ำมันตัวทำละลาย สารให้ความชุ่มชื้น
ขี้เลื่อยไม้... วัสดุเหลือทิ้งที่หาได้ฟรีตามโรงเลื่อย จะทำหน้าที่เป็นเม็ดบีดส์ธรรมชาติช่วยขัดคราบฝังลึกโดยไม่บาดผิวเหมือนทราย และยังมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำมันได้ดีเยี่ยม เมื่อผสมกับสูตรน้ำยาที่ถูกต้อง มันจะกลายเป็นครีมล้างมือช่างที่ทรงประสิทธิภาพ!
ดวงตาของซู่ชิงที่เคยหม่นหมองเพราะความสิ้นหวัง บัดนี้เปล่งประกายวาวโรจน์ดั่งดวงดาวในคืนมืดมิด มุมปากของเธอหยักยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ มันคือรอยยิ้มของผู้ชนะที่เพิ่งค้นพบขุมทรัพย์ลายแทง
"ใช่แล้ว..." เธอพูดเสียงกระซิบที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
"ในยุคนี้... ปี 1985 ในเมืองเล็กๆ แบบนี้ ยังไม่มีใครผลิตครีมล้างมือสำหรับช่างขายเลย!"
คนส่วนใหญ่ยังใช้ผงซักฟอก หรือไม่ก็ใช้น้ำมันก๊าดล้างมือ ซึ่งทั้งเหม็น ทั้งอันตราย และทำลายสุขภาพ ตลาดนี้คือน่านน้ำสีครามที่กว้างใหญ่ไพศาลและไร้คู่แข่ง
เธอมีต้นทุนน้อยนิดเพียง 100 หยวน แต่สูตรนี้ใช้วัตถุดิบราคาถูกแสนถูก ขี้เลื่อยไม้หาได้ฟรีหรือซื้อได้ในราคาเศษเงิน สารเคมีพื้นฐานหาซื้อได้ทั่วไป ต้นทุนการผลิตต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่สามารถแก้ปัญหาความเจ็บปวดของลูกค้าได้อย่างตรงจุด
"นี่แหละ... ช่องทางรอดของฉัน!"
ซู่ชิงกำหมัดแน่น หัวใจเต้นแรงระรัวด้วยความหวังที่เปี่ยมล้น เธอไม่ได้เห็นแค่ครีมล้างมือกระปุกหนึ่ง แต่เธอมองเห็นโอกาสที่จะเปลี่ยนเงิน 100 หยวน ให้กลายเป็นทุนก้อนโต มองเห็นโรงงานผลิตเคมีภัณฑ์ของตัวเอง และมองเห็นอนาคตที่อาอวี๋จะได้อยู่อย่างสุขสบาย
ความเหนื่อยล้าที่ขาหายไปเป็นปลิดทิ้ง ซู่ชิงดีดตัวออกจากเสาไฟฟ้า ก้าวเท้าเดินมุ่งหน้ากลับบ้านพักด้วยฝีเท้าที่รวดเร็วและมั่นคง แผนการธุรกิจเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวเป็นฉากๆ
"รอก่อนนะอาอวี๋... แม่เจอวิธีที่จะทำให้เรารวยแล้ว!”