ANMELDEN01:30 น. บนรถ SUV สีดำที่แล่นฉิวไปบนถนนสายเปลี่ยว
ความเงียบในรถ SUV สีดำสนิทมันกดดันจนพิมพริมาแทบหายใจไม่ออก มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางต่ำและการทำงานของที่ปัดน้ำฝนที่ดัง ฟึ่บ-ฟึ่บ สม่ำเสมอ พิมพริมานั่งเบียดตัวติดประตูรถที่ล็อกตายสนิท หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอจ้องมองชายชุดดำที่นั่งเบาะหน้าอย่างหวาดระแวง ขุนทัพ มือขวาจอมเคร่งครัดที่ตอนนี้กำลังกดมือถือพิมพ์รายงานบางอย่างด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน
เธอตวัดสายตาไปมองร่างสูงของอคินที่เอนหลังหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่วาดผ่านใบหน้าเขาเป็นระยะ เผยให้เห็นรอยเลือดที่เริ่มแห้งกรังบนเสื้อช็อป
“อคิน ฟังฉันนะ” เธอพยายามใช้น้ำเสียงที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะสั่นจนควบคุมยาก “นายบาดเจ็บ ถ้านายปล่อยฉันลงตอนนี้ ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกใครเรื่องที่เกิดขึ้น นายไปโรงพยาบาลที่ไว้ใจได้ ส่วนฉันก็จะไปสอบ เราต่างคนต่างอยู่ ดีไหม? ถือว่านายไม่เคยเจอฉัน และฉันไม่เคยช่วยนาย”
อคินไม่ลืมตา แต่กลับเอื้อมมือหนาที่ร้อนผ่าวเพราะพิษไข้มาคว้าข้อมือของพิมพริมาไว้แน่น แรงบีบที่มั่นคงและทรงพลังนั้นทำให้เธอรู้ว่าเขายังมีสติครบถ้วนเกินร้อย
“โลกของฉันไม่มีคำว่า ‘ต่างคนต่างอยู่’ สำหรับคนที่กุมความลับ” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นแหบพร่า “และตอนนี้ความลับของฉันมันเปื้อนอยู่บนเสื้อกาวน์ของเธอแล้วพิมพริมา”เขาลืมตาขึ้นจ้องมองเธอ แววตาคมกริบนั้นดูสงบแต่แฝงไปด้วยรังสีการทำลายล้าง จนพิมพริมาต้องเบือนหน้าหนีด้วยความขัดใจ นายมันคนไม่มีเหตุผล!
01:50 น. ณ วิลล่าหรูส่วนตัวตระกูลสิงหราช
รถจอดสนิทหน้าวิลล่าทรงโมเดิร์นสีดาร์กชาร์โคลที่ตั้งโดดเดี่ยวท่ามกลางป่าชายน้ำ รั้วเหล็กสีดำสูงตระหง่านและชายชุดดำที่ยืนคุมอยู่ทุกมุมทำให้พิมพริมาหน้าซีดเผือด ที่นี่ไม่ใช่บ้านคนปกติ แต่มันคือป้อมปราการชัดๆ
“นายครับ ถึงแล้วครับ” ขุนทัพบอกพลางก้าวลงมาเปิดประตูรถ
อคินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาลงจากรถแล้วกระชากร่างเล็กให้ลงตามมา พิมพริมาพยายามขืนตัวแต่ก็สู้แรงมหาศาลไม่ได้ อคินรวบตัวเธออุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ออมแรง จนหัวเธอห้อยตกลงมาเห็นพื้นหญ้าที่เปียกฝน
“ปล่อย! ช่วยด้วย! อคิน นายมันปิศาจ! ไอ้คนบ้าอำนาจ!” พิมพริมาทั้งทุบทั้งตีแผ่นหลังแกร่ง แต่เขากลับไม่สะทกสะท้านประหนึ่งโดนยุงกัด
ที่หน้าประตูวิลล่า มีชายหนุ่มอีกคนยืนรออยู่ เขาคือ 'เพลิง' เพื่อนร่วมกลุ่มวิศวะและหนึ่งในหัวกะทิฝ่ายไอทีของ อคิน เพลิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นอคินแบกผู้หญิงในชุดสครับสีเขียวขี้ม้าปนคราบเลือดเข้ามา
"เฮ้ยอคิน... นี่มึงไปฉุดหมอที่ไหนมาวะ? แล้วแผลมึงน่ะ ไหวเปล่า?" เพลิงถามพลางเหลือบมองพิมพริมาที่กำลังดิ้นพล่าน
"ยุ่งน่าเพลิง ไปเช็กกล้องวงจรปิดรอบๆ แล้วสั่งปิดสัญญาณกวนกระแสไฟซะ อย่าให้ใครตามพิกัดรถเจอ" อคินสั่งเสียงเย็นโดยไม่หยุดเดิน
"เออๆ รับทราบครับนายท่าน ดุฉิบหาย" เพลิงไหวไหล่ก่อนจะหันไปทางพิมพริมา"สู้ๆ นะคุณหมอ ไอ้คนนี้มันบทจะโหดก็คือที่สุด แนะนำว่าอย่าดื้อจะดีกว่า"
อคินพาเธอเดินทะลุห้องโถงกว้างที่ตกแต่งด้วยโทนดำ-เทาอันเคร่งขรึม กลิ่นไอของความตายและความรุนแรงที่แฝงอยู่ในบรรยากาศทำให้พิมพริมาสั่นไปทั้งตัว เขาพาเธอขึ้นไปยังชั้นบนและเหวี่ยงเธอลงบนเตียงกว้างในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว
ปัง! เขาล็อกประตูห้องทันทีด้วยระบบดิจิทัลล็อก
พิมพริมารีบถดตัวหนีไปจนหลังชนหัวเตียง เธอจ้องมองชายหนุ่มที่เริ่มถอดเสื้อช็อปสีแดงที่ชุ่มเลือดออกด้วยความหวาดระแวง แผ่นหลังกว้างของเขามีรอยสักรูปสิงโตขยับตามมัดกล้ามเนื้อ และตอนนี้มันเปื้อนไปด้วยเลือดแดงฉานจากแผลกระสุน
“ทำแผลให้ฉันซะ” อคินสั่งเสียงเรียบ ทว่ามีอำนาจกดดันอย่างรุนแรง เขาทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง เผยให้เห็นแผลกระสุนถากที่เริ่มอักเสบแดงตรงข้างลำตัว
“ไม่! ฉันจะไม่ทำอะไรให้คนบ้าอำนาจอย่างนายทั้งนั้น!” พิมพริมาตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความเหลืออด
“นายลักพาตัวฉันมา นายขังฉันไว้... นายมันไม่ใช่คน!”
อคินนิ่งไปชั่วครู่ บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตา เขาขยับตัวเข้าหาเธออย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คนเจ็บควรจะเป็น เขาใช้มือทั้งสองข้างยันฟูกเตียงไว้ คร่อมร่างเล็กให้จมลงไปในกองหมอน ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน พิมพริมาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่พุ่งสูงจากร่างกายเขาและกลิ่นเลือดที่ฉุนจมูก
“ฟังนะพิมพริมา ฉันไม่ได้ขอร้อง แต่ฉันสั่ง” อคินกระซิบเสียงต่ำพร่าอยู่ชิดริมฝีปากเธอ “เธอเป็นว่าที่หมอไม่ใช่เหรอ? หน้าที่ของเธอคือรักษาคน และตอนนี้คนเจ็บอยู่ตรงหน้าเธอ ถ้าเธอไม่ทำ ฉันจะขังเธอไว้ในห้องนี้ ไม่ใช่แค่คืนเดียว แต่จะขังจนกว่าเธอจะลืมไปเลยว่าโลกภายนอกหน้าตาเป็นยังไง!”
“นายมัน ” พิมพริมาเม้มปากแน่นจนห้อเลือด น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตลอดหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือของอคิน เมื่อเห็นน้ำตาของเธอ แววตาที่แข็งกร้าวของอคินวูบไหวไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกถึงความเปียกชื้นที่หลังมือและมันเหมือนน้ำกรดที่กรีดหัวใจเขาโดยไม่ตั้งใจ อคินผละออกมานั่งที่เดิมแล้วโยนกล่องปฐมพยาบาลระดับพรีเมียมลงบนเตียงข้างตัวเธอ
“เช็ดน้ำตาซะ แล้วทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด ถ้าฉันพอใจ พรุ่งนี้เช้าฉันอาจจะพิจารณาส่งเธอไปเข้าสอบ”พิมพริมาสะอื้นไห้อย่างไร้ทางเลือก เธอค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ด้วยมือที่สั่นเทา เธอหยิบน้ำเกลือ สำลี และอุปกรณ์ทำแผลออกมาอย่างจำยอม ทุกสัมผัสที่เธอแตะลงบนผิวเนื้อแกร่งของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งโกรธแค้น เกลียดชัง และความรู้สึกแปลกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางพันธนาการที่เธอไม่ได้ยินยอม
"เจ็บก็บอกนะ ฉันไม่มียาชา" เธอพูดเสียงเบาขณะใช้สำลีซับเลือดรอบปากแผล อคินไม่ตอบ เขานั่งนิ่งเป็นหิน มองดูมือเล็กๆ ที่กำลังทำแผลให้เขาอย่างตั้งใจแม้จะร้องไห้ไปด้วย เขามองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาภายใต้แสงโคมไฟสลัว เขารู้ดีว่าเขากำลังทำลายโลกสีขาวที่สะอาดสะอ้านของเธอ แต่ในโลกสีดำที่เต็มไปด้วยอันตรายของเขา เขาจะไม่มีวันปล่อยให้สิ่งที่สวยงามและบริสุทธิ์ที่สุดอย่างเธอต้องหลุดมือไปเด็ดขาด
"นายมันบ้าที่สุด อคิน " เธอพึมพำขณะพันผ้าพันแผลรอบเอวเขา
"ฉันบอกแล้วไง ว่าเธอหนีฉันไม่พ้นหรอก" อคินตอบพร้อมกับคว้ามือเธอมาจุมพิตเบาๆ ที่หลังมือโดยที่พิมพริมาไม่ทันตั้งตัว มันเป็นสัมผัสที่แผ่วเบาแต่กลับทรงพลังจนทำให้โลกทั้งใบของเธอดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ
Chapter 18 : กลิ่นกาแฟและแสงตะวันยามเช้า ท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีที่เพิ่งผ่านพ้น พายุแห่งอารมณ์ที่เคยโหมกระหน่ำในใจของคนทั้งสองถูกแทนที่ด้วยความสงบเงียบอันแสนหวาน แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าตรู่เริ่มทอแสงรำไร ลอดผ่านม่านสีขาวบางเบาที่พลิ้วไหวตามแรงลมทะเลเข้ามาในห้องนอนกว้าง กลิ่นไอเค็มของทะเลจางๆ ที่พัดพาความสดชื่นมาปะทะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ราคาแพง และกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน กลิ่นไม้โอ๊คผสมยาสูบจางๆ ที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยอย่างประหลาด พิมพริมาค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นมาท่ามกลางความนุ่มนวลของเตียงนอนขนาดคิงไซส์ เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่โอบรัดอยู่รอบเอวบาง เม
Chapter 17: รอยร้าวในใจและการปลอบโลมใต้แสงดาว NC18++ แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่คำรามต่ำท่ามกลางความเงียบของราตรี เปรียบเสมือนเสียงสะท้อนของพายุอารมณ์ที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่ในอกของอคิน สิงหราชเขาเหยียบคันเร่งพารถทะยานไปตามถนนเลียบชายฝั่งที่ตัดผ่านหน้าผาสูงชัน เส้นทางคดเคี้ยวถูกแสงไฟหน้าจากสัตว์ร้ายสีดำสนิทสาดส่องจนเห็นเพียงหน้าผาหินและผืนน้ำทะเลที่มืดมิดสุดลูกหูลูกตา นิ้วมือที่กุมพวงมาลัยสั่นระริกด้วยโทสะที่ยังไม่มอดดับ ภาพรอยแดงที่ข้อมือขาวและการสั่นเทาของพิมพริมาในห้องน้ำนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่หยุด อคินเหลือบมองร่างเล็กที่นั่งกอดตัวเองอยู่บนเบาะข้างคนขับ พิมพริมาในชุดสครับสีเขียวเข้มที่บัดนี้มีรอยยับย่นและคราบด่างจากน้ำอัดลม เธอนิ่งงันราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่แตกสลาย ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยมองออ
Chapter 16: กุหลาบอาบพิษ แรงสั่นสะเทือนจากเสียงเชียร์กึกก้องที่สนามบาสเกตบอลคณะวิศวกรรมศาสตร์อาจจะมอดดับไปตามกาลเวลาของเมื่อวาน ทว่าคลื่นความอิจฉาริษยาที่ถูกจุดขึ้นจากภาพการ "ฝากเกียร์" กลางสนามกลับไม่ได้มอดดับลงไปด้วย แต่มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงและก่อตัวเป็นพายุหมุนเงียบๆ ภายใต้หลังคาตึกแดงอันทรงพลัง สำหรับพิมพริมา เกียร์สีทองแดงที่ห้อยอยู่บนคอ คือพันธสัญญาที่ทำให้อุ่นใจท่ามกลางพายุรอบตัว แต่สำหรับหญิงสาวคนอื่นๆ ในถิ่นลานเกียร์แห่งนี้ มันคือ "การหยามเกียรติ" และ "การประกาศสงคราม" อย่างรุนแรง เมเบลดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาคเครื่องกล ผู้มีใบหน้าสวยคมโฉบเฉี่ยวและฐานะทางบ้านที่ไม่ธรรมดา เจ้าของฉายา "กุหลาบเหล็ก" ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าเนื้ออยู่หลังเสาปูนต้นใหญ่ สายตาคม
Chapter 15 : เสียงเชียร์ใต้ลานเกียร์ และเกียร์ที่ฝากไว้ NC18+++ ช่วงพักเที่ยง ณ หน้าตึกคณะแพทยศาสตร์ รถ SUV หุ้มเกราะสีดำสนิทชะลอตัวลงจอดนิ่งสนิทตรงหน้าพิมพริมาที่กำลังเดินถือสมุดโน้ตเตรียมไปเข้าแล็บ กระจกฟิล์มมืดทึบค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มของอคินในชุดนักศึกษาวิศวะที่สวมเสื้อช็อปสีแดงทับอยู่ แววตาของเขาดูมีพลังและเจ้าเล่ห์กว่าทุกวัน "เย็นนี้ห้าโมง... ไปที่สนามบาสคณะวิศวะ" อคินเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ฉันไปไม่ได้อคิน เย็นนี้ฉันต้องอ่านบท Cardiovascular ต่อ" พิมพริมาปฏิเสธทันควัน 
Chapter 14 : คิดถึง NC 18++ แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มจัด ทาบรัศมีอาบไล้ตึกคณะแพทยศาสตร์จนดูราวกับภาพวาด บรรยากาศรอบข้างคราคร่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาแพทย์ในชุดสครับที่ใช้ชีวิตแข่งกับเวลา บ้างเร่งรีบไปราวด์วอร์ด บ้างแบกตำราเล่มยักษ์มุ่งหน้าสู่หอสมุด ทว่าท่ามกลางความโกลาหลสีขาวบริสุทธิ์นั้น จุดรวมสายตาของทุกคนกลับถูกสะกดไว้ที่รถซูเปอร์คาร์สีดำสนิทที่จอดนิ่งราวกับสัตว์ร้ายซุ่มหมอบอยู่หน้าทางเข้า พร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีแดงเลือดนกที่แผ่กลิ่นอายความดุดันและแปลกแยกจากโลกอันสงบเงียบแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง อคินยืนพิงรถคันหรูด้วยท่าทีสงบนิ่ง มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือหนีบบุหรี่ที่ไม่ได้จุดไว้เพียงเพื่อสัมผัสกลิ่นอายที่คุ้นชิน สายตาคมกริบจดจ่อแน่วนิ่งอยู่ที่ประตูอัตโนมัติของอาคาร จนกระทั่งร่างเล็กในชุดสครับสีเขียวเข้มที่สวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวเดิน
Chapter 13 : อาณาเขตและพันธนาการ เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง บรรยากาศควรจะเต็มไปด้วยความเร่งรีบของการเตรียมนึกถึงบทเรียน ทว่าสำหรับพิมพริมา มันคือการพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของตัวตนที่กระจัดกระจายให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง พิมพริมาเดินก้มหน้าก้มตาเข้าตึกเรียนด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอสวมชุดสครับและเสื้อกาวน์ที่รีดจนเรียบกริบ รวบผมหางม้าดูสะอาดตาตามแบบฉบับว่าที่คุณหมอ ทว่าความซ่านสยิวและความเจ็บแปลบที่จุดกึ่งกลางกายยังคงคอยย้ำเตือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกครั้งที่ก้าวเดิน ความรู้สึกนั้นจะแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอเพียงคนเดียวอีกต่อไป ความหนักอึ้งในอกเพิ่มขึ้นทุกขณะเมื่อเธอก้าวเข้าสู่เขตอาคารเรียน กลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่







