ANMELDEN02:30 น. ณ ห้องนอนมาสเตอร์เบดรูม เซฟเฮาส์ริมน้ำ
ภายในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีมืดมิดประหนึ่งถ้ำของสัตว์ร้ายถูกปิดตายด้วยระบบดิจิทัลล็อกชั้นสูง พิมพริมานั่งกำหมัดนิ่งอยู่บนปลายเตียงกว้าง สายตาของเธอจับจ้องไปที่อุปกรณ์การแพทย์ที่วางแผ่หลุยอยู่บนผ้าปูที่นอนสีเข้ม สมองของนักศึกษาแพทย์ปี 4 กำลังทำงานหนักยิ่งกว่าตอนสอบควิซ เธอกำลังคำนวณ 'โอกาสรอด' ที่มีอยู่เพียงน้อยนิด
เธอรู้ดีว่าการจะใช้กำลังขัดขืนผู้ชายที่แค่ยืนเฉยๆ ก็ข่มขวัญคนได้ทั้งมหาลัยอย่างอคินนั้นเป็นเรื่องโง่เง่า แต่ในฐานะว่าที่หมอ เธอมี "อาวุธ" ที่แนบเนียนและอันตรายกว่ากำลังกายอยู่ในมือ อคินนอนพิงพนักเตียงหลับตาพริ้ม ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดูซูบซีดลงจากการเสียเลือดหนักหน่วงตลอดทั้งคืน แต่ถึงอย่างนั้นรังสีคุกคามและความกดดันรอบตัวเขาก็ยังไม่จางหายไปแม้แต่นิดเดียว
"เสร็จหรือยัง?" อคินถามเสียงพร่า น้ำเสียงนั้นแหบแห้งจนดูน่าสงสาร แต่เธอก็เตือนตัวเองว่าห้ามใจอ่อนเด็ดขาด
"แผลนายอักเสบมากนะอคิน ฉันต้องล้างแผลให้สะอาดกว่านี้ แล้วนายต้องกินยาฆ่าเชื้อกับยาแก้ปวดชนิดแรง ไม่งั้นนายได้ช็อกเพราะติดเชื้อในกระแสเลือดแน่" พิมพริมาตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุดเท่าที่เธอจะบังคับได้ ทั้งที่หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมาข้างนอก
มือเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อยขยับไปหยิบ 'ยาคลายเครียดชนิดออกฤทธิ์รุนแรง' ที่เธอแอบหยิบมาจากวอร์ดฉุกเฉิน ยาตัวนี้ปกติจะใช้กับคนไข้ที่มีอาการคลุ้มคลั่งขั้นสุด หากใช้ปริมาณที่พอเหมาะ มันจะทำให้คนกินหลับลึกเหมือนถูกสวิตช์ปิดระบบร่างกายไปหลายชั่วโมง
'ฉันไม่ได้จะฆ่านายนะอคิน ฉันแค่จะหนีไปสอบ' เธอท่องในใจขณะบดเม็ดยาผสมลงในน้ำเปล่าอย่างระมัดระวัง พิมพริมาเริ่มลงมือล้างแผลให้เขาอย่างเบามือ สัมผัสจากปลายนิ้วที่อ่อนโยนและนุ่มนวลทำให้ท่าทีแข็งกร้าวของ อคินค่อยๆ อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเผลอผ่อนลมหายใจออกมาเหมือนคนเพิ่งได้พักเมื่อความเจ็บปวดถูกบรรเทาด้วยวิชาชีพของเธอ
"ดื่มน้ำซะ... แล้วกินยานี่" เธอยื่นแก้วน้ำมรณะให้เขา อคินลืมตาขึ้นมองแก้วน้ำสลับกับใบหน้าของพิมพริมา นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะสแกนหาความจริง
"หมออย่างเธอ ไม่คิดจะวางยาฆ่าปิดปากคนอย่างฉันใช่ไหม?"
"ถ้าฉันจะฆ่านาย ฉันแค่ปล่อยให้นายเลือดออกจนตายในตรอกนั่นก็พอแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาแบกนายมาถึงนี่หรอก!" พิมพริมาสวนกลับทันควันด้วยสีหน้าจริงจังประหนึ่งกำลังรายงานเคสให้อาจารย์หมอฟัง
อคินยกยิ้มมุมปากอย่างพึงใจในความใจกล้าของเธอ เขาคว้าแก้วน้ำจากมือเธอแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด พิมพริลอบกลืนน้ำลายลงคอ หัวใจเต้นรัวเป็นกลองรบ เธอเฝ้านับวินาทีในใจ หนึ่ง สอง สาม
ไม่ถึงสิบนาที ยาเริ่มทำงาน อคินที่เคยพูดจายียวนเริ่มหนังตาหนักอึ้ง ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ เอนกายลงแนบกับหมอน ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมือหนาที่เคยกำข้อมือเธอไว้แน่นคลายออกและทิ้งลงข้างตัว
พิมพริมารอจนแน่ใจว่าเขาหลับลึกชนิดที่ฟ้าถล่มก็ไม่ตื่น เธอค่อยๆ ย่องไปที่ประตูห้องนอนแล้วลองแตะหน้าจอสัมผัส 'Locked' เธอกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ อคินไม่ได้ใช้กุญแจกระจอกๆ แต่เป็นระบบความปลอดภัยที่ต้องใช้รหัสผ่านหรือลายนิ้วมือเท่านั้น
เธอตัดสินใจเดินกลับมาที่ร่างของอคินที่นอนไม่ได้สติ มือเล็กๆ ค่อยๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อช็อปและกระเป๋ากางเกงของเขาอย่างเบามือที่สุด เธอพบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูและคีย์การ์ดสีดำขลับใบหนึ่ง แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะดึงมือออก อคินกลับละเมอคว้าเอวเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวจนเธอเกือบจะล้มทับลงบนแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล
"จะไปไหน " เสียงละเมอทุ้มต่ำทำเอาพิมพริมาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอหยุดหายใจไปหลายวินาที จนแน่ใจว่าเขาแค่ละเมอตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า เธอจึงค่อยๆ แกะมือเขาออกแล้วคว้าคีย์การ์ดวิ่งตรงไปที่ประตู
ติ๊ด! — Confirmed
ประตูเปิดออกอย่างเงียบเชียบ พิมพริมารู้สึกเหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เธอวิ่งเท้าเปล่าไปตามโถงทางเดินที่มืดสนิท พยายามเลี่ยงสายตาของชายชุดดำที่เดินตรวจตราอยู่ชั้นล่าง เธอจำได้ว่าด้านหลังวิลล่ามีระเบียงที่เชื่อมกับทางลงแม่น้ำซึ่งน่าจะเป็นจุดที่ระบบรักษาความปลอดภัยเบาบางที่สุด
พิมพริมาแฝงตัวผ่านเงามืดจนไปถึงรั้วด้านหลังบ้านที่ติดกับท่าน้ำ ลมหนาวพัดเอาไอชื้นจากน้ำมาปะทะหน้า เธอเตรียมจะปีนข้ามพุ่มไม้เพื่อหนีออกไปทางถนนเล็กๆ ด้านข้าง แต่ทว่า แสงไฟสปอร์ตไลท์จากหอคอยรักษาความปลอดภัยกลับสาดเปรี้ยงตรงมาที่จุดที่เธอยืนอยู่พอดี!
"นั่นใคร!" เสียง ขุนทัพ ตะโกนก้องดังกังวานไปทั่วบริเวณ
พิมพริมาไม่สนอะไรทั้งสิ้น เธอทุ่มแรงทั้งหมดวิ่งไปที่ประตูรั้ว แต่ในจังหวะที่เท้าเธอกำลังจะพ้นเขตบ้าน ร่างสูงสง่าในชุดช็อปสีแดงที่ควรจะนอนหลับใหลอยู่บนเตียง กลับปรากฏตัวขึ้นขวางหน้าเธอราวกับภูตผี แสงจันทร์อาบไล้ใบหน้าคมเข้มที่บัดนี้ดูเยือกเย็นและน่ากลัวกว่าทุกครั้งที่เคยเจอ
"ยาของเธอ รสชาติดีนะพิมพริมา" อคินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยโทสะที่พร้อมจะระเบิด
"แต่เสียใจด้วยที่ฉันไหวตัวทัน ดื่มมันลงไปแค่อึกเดียว พิมพริมาอ้าปากค้างด้วยความช็อก "นะ นาย เป็นไปไม่ได้ นายกินไปตั้งเยอะ!"
"ฉันโตมาในดงกระสุนและสารเคมี ยาเด็กน้อยของเธอทำอะไรฉันไม่ได้หรอก" อคินก้าวเข้ามาประชิดตัว เขาคว้าต้นแขนเธอไว้แน่นก่อนจะกระชากร่างเล็กเข้าหาอกแกร่ง แววตาของเขาไม่มีความขี้เล่นหรือความประทับใจเหลืออยู่อีกต่อไป มันมีเพียงความโกรธจัดที่ถูกลูบคม
"ในเมื่อชอบเล่นเกมหนีเที่ยว งั้นจากนี้ไป เธอต้อง 'ถูกล่าม' ไว้กับฉันตลอดเวลาจริงๆ แล้วล่ะ!" อคินไม่พูดเปล่า เขาล้วงเอาโซ่เส้นเล็กที่ทำจากโลหะสีเงินวาววับออกมาจากกระเป๋า มันคือสร้อยข้อมือที่มีตัว ล็อกพิเศษที่เขาทำขึ้นมาเอง เขาจัดการล็อกข้อมือของเธอเข้ากับข้อมือของเขาในพริบตา
"อคิน! นายจะบ้าเหรอ! ปล่อยนะ!" พิมพริมาดิ้นรนสุดแรง แต่มันกลับยิ่งทำให้โซ่รัดแน่นขึ้น
"ดิ้นไปเถอะพิมพริมา เพราะจากวินาทีนี้ไป เธอกับฉันคือคนคนเดียวกัน ใครที่กล้าคิดจะหนีฉัน มันต้องได้รับการสั่งสอนอย่างสาสม!" อคินกระชากร่างเล็กให้เดินกลับเข้าไปในวิลล่าท่ามกลางสายตาของขุนทัพและลูกน้องที่ยืนเรียงแถว พิมพริมาน้ำตาไหลพรากด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวัง โลกสีขาวของเธอพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ และดูเหมือนว่า 'นรก' ของจริงกำลังรอเธออยู่ในห้องนอนนั้น
Chapter 18 : กลิ่นกาแฟและแสงตะวันยามเช้า ท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีที่เพิ่งผ่านพ้น พายุแห่งอารมณ์ที่เคยโหมกระหน่ำในใจของคนทั้งสองถูกแทนที่ด้วยความสงบเงียบอันแสนหวาน แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าตรู่เริ่มทอแสงรำไร ลอดผ่านม่านสีขาวบางเบาที่พลิ้วไหวตามแรงลมทะเลเข้ามาในห้องนอนกว้าง กลิ่นไอเค็มของทะเลจางๆ ที่พัดพาความสดชื่นมาปะทะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ราคาแพง และกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน กลิ่นไม้โอ๊คผสมยาสูบจางๆ ที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยอย่างประหลาด พิมพริมาค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นมาท่ามกลางความนุ่มนวลของเตียงนอนขนาดคิงไซส์ เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่โอบรัดอยู่รอบเอวบาง เม
Chapter 17: รอยร้าวในใจและการปลอบโลมใต้แสงดาว NC18++ แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่คำรามต่ำท่ามกลางความเงียบของราตรี เปรียบเสมือนเสียงสะท้อนของพายุอารมณ์ที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่ในอกของอคิน สิงหราชเขาเหยียบคันเร่งพารถทะยานไปตามถนนเลียบชายฝั่งที่ตัดผ่านหน้าผาสูงชัน เส้นทางคดเคี้ยวถูกแสงไฟหน้าจากสัตว์ร้ายสีดำสนิทสาดส่องจนเห็นเพียงหน้าผาหินและผืนน้ำทะเลที่มืดมิดสุดลูกหูลูกตา นิ้วมือที่กุมพวงมาลัยสั่นระริกด้วยโทสะที่ยังไม่มอดดับ ภาพรอยแดงที่ข้อมือขาวและการสั่นเทาของพิมพริมาในห้องน้ำนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่หยุด อคินเหลือบมองร่างเล็กที่นั่งกอดตัวเองอยู่บนเบาะข้างคนขับ พิมพริมาในชุดสครับสีเขียวเข้มที่บัดนี้มีรอยยับย่นและคราบด่างจากน้ำอัดลม เธอนิ่งงันราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่แตกสลาย ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยมองออ
Chapter 16: กุหลาบอาบพิษ แรงสั่นสะเทือนจากเสียงเชียร์กึกก้องที่สนามบาสเกตบอลคณะวิศวกรรมศาสตร์อาจจะมอดดับไปตามกาลเวลาของเมื่อวาน ทว่าคลื่นความอิจฉาริษยาที่ถูกจุดขึ้นจากภาพการ "ฝากเกียร์" กลางสนามกลับไม่ได้มอดดับลงไปด้วย แต่มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงและก่อตัวเป็นพายุหมุนเงียบๆ ภายใต้หลังคาตึกแดงอันทรงพลัง สำหรับพิมพริมา เกียร์สีทองแดงที่ห้อยอยู่บนคอ คือพันธสัญญาที่ทำให้อุ่นใจท่ามกลางพายุรอบตัว แต่สำหรับหญิงสาวคนอื่นๆ ในถิ่นลานเกียร์แห่งนี้ มันคือ "การหยามเกียรติ" และ "การประกาศสงคราม" อย่างรุนแรง เมเบลดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาคเครื่องกล ผู้มีใบหน้าสวยคมโฉบเฉี่ยวและฐานะทางบ้านที่ไม่ธรรมดา เจ้าของฉายา "กุหลาบเหล็ก" ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าเนื้ออยู่หลังเสาปูนต้นใหญ่ สายตาคม
Chapter 15 : เสียงเชียร์ใต้ลานเกียร์ และเกียร์ที่ฝากไว้ NC18+++ ช่วงพักเที่ยง ณ หน้าตึกคณะแพทยศาสตร์ รถ SUV หุ้มเกราะสีดำสนิทชะลอตัวลงจอดนิ่งสนิทตรงหน้าพิมพริมาที่กำลังเดินถือสมุดโน้ตเตรียมไปเข้าแล็บ กระจกฟิล์มมืดทึบค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มของอคินในชุดนักศึกษาวิศวะที่สวมเสื้อช็อปสีแดงทับอยู่ แววตาของเขาดูมีพลังและเจ้าเล่ห์กว่าทุกวัน "เย็นนี้ห้าโมง... ไปที่สนามบาสคณะวิศวะ" อคินเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ฉันไปไม่ได้อคิน เย็นนี้ฉันต้องอ่านบท Cardiovascular ต่อ" พิมพริมาปฏิเสธทันควัน 
Chapter 14 : คิดถึง NC 18++ แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มจัด ทาบรัศมีอาบไล้ตึกคณะแพทยศาสตร์จนดูราวกับภาพวาด บรรยากาศรอบข้างคราคร่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาแพทย์ในชุดสครับที่ใช้ชีวิตแข่งกับเวลา บ้างเร่งรีบไปราวด์วอร์ด บ้างแบกตำราเล่มยักษ์มุ่งหน้าสู่หอสมุด ทว่าท่ามกลางความโกลาหลสีขาวบริสุทธิ์นั้น จุดรวมสายตาของทุกคนกลับถูกสะกดไว้ที่รถซูเปอร์คาร์สีดำสนิทที่จอดนิ่งราวกับสัตว์ร้ายซุ่มหมอบอยู่หน้าทางเข้า พร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีแดงเลือดนกที่แผ่กลิ่นอายความดุดันและแปลกแยกจากโลกอันสงบเงียบแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง อคินยืนพิงรถคันหรูด้วยท่าทีสงบนิ่ง มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือหนีบบุหรี่ที่ไม่ได้จุดไว้เพียงเพื่อสัมผัสกลิ่นอายที่คุ้นชิน สายตาคมกริบจดจ่อแน่วนิ่งอยู่ที่ประตูอัตโนมัติของอาคาร จนกระทั่งร่างเล็กในชุดสครับสีเขียวเข้มที่สวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวเดิน
Chapter 13 : อาณาเขตและพันธนาการ เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง บรรยากาศควรจะเต็มไปด้วยความเร่งรีบของการเตรียมนึกถึงบทเรียน ทว่าสำหรับพิมพริมา มันคือการพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของตัวตนที่กระจัดกระจายให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง พิมพริมาเดินก้มหน้าก้มตาเข้าตึกเรียนด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอสวมชุดสครับและเสื้อกาวน์ที่รีดจนเรียบกริบ รวบผมหางม้าดูสะอาดตาตามแบบฉบับว่าที่คุณหมอ ทว่าความซ่านสยิวและความเจ็บแปลบที่จุดกึ่งกลางกายยังคงคอยย้ำเตือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกครั้งที่ก้าวเดิน ความรู้สึกนั้นจะแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอเพียงคนเดียวอีกต่อไป ความหนักอึ้งในอกเพิ่มขึ้นทุกขณะเมื่อเธอก้าวเข้าสู่เขตอาคารเรียน กลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่







