ANMELDEN18:00 น. ณ ห้องติวสโมสรนิสิตแพทย์
ในขณะที่เด็กคณะอื่นกำลังแต่งตัวออกไปแฮงเอาต์ที่สยาม หรือเตรียมตัวเข้าผับแถวทองหล่อ ชีวิตของ พิมพริมา กลับมีแค่แสงไฟจากโคมไฟอ่านหนังสือและกลิ่นกาแฟกระป๋องที่เย็นชืดมาหลายชั่วโมง
"พิม เธอดูเส้นเลือดแดง (Artery) ตรงนี้ดิ ถ้าสอบผ่าจริงฉันตัดพลาดคือคนไข้ตายเลยนะ" เจน เพื่อนสนิทคนดีคนเดิมบ่นกระปอดกระแปดพลางเอาหัวไถโต๊ะติว สภาพตอนนี้คือตาโหลยิ่งกว่าซอมบี้
"ก็เพราะเธอมัวแต่ดูซีรีส์ไง เจน ตั้งใจหน่อย พรุ่งนี้อาจารย์หมอจะเข้าเช็กวอร์ด ถ้าตอบไม่ได้โดนสับเละแน่" พิมพริมาตอบน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ในใจเธอก็แทบจะไม่ไหวเหมือนกันพิมพริมาเป็นประเภท 'เด็กหน้าห้อง' ที่แท้จริง เธอไม่ได้เรียนเก่งเพราะพรสวรรค์ แต่เก่งเพราะความกดดันที่แบกไว้บนบ่า ตระกูลหมอที่สืบทอดกันมาทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะสอบตกสักวิชาเดียว เธอขยับแว่นสายตาที่เริ่มไหลลงมาตรงสันจมูก กวาดสายตามองตำราศัลยศาสตร์เล่มยักษ์ที่มีโพสต์อิทแปะยุ่งเหยิงไปหมด
"ฉันไปล้างหน้าก่อนนะ พิม เธอจะเอาไรป่ะ?" เจนถามพลางลุกขึ้นบิดขี้เกียจ
"ไม่เอาอ่ะ รีบมานะ เดี๋ยวเราต้องทวนเรื่องระบบประสาทต่อ" พิมพริมาพึมพำโดยไม่เงยหน้าจากกองหนังสือ ความเงียบในห้องติวทำให้เธอเผลอคิดถึงเรื่องเมื่อกลางวัน ใบหน้าคมคายของ อคิน ตอนที่เดินเข้ามาทักเธอที่โรงอาหารวิศวะ 'บอกแล้วไงว่าห้ามโดนน้ำสามวัน' คำพูดเรียบๆ นั่นยังวนเวียนอยู่ในหัวจนเธอนึกรำคาญตัวเอง 'นายมันก็แค่พวกมาเฟียอัพเกรดพิม อย่าไปสนใจนักเลย' เธอเตือนตัวเองเบาๆ ก่อนจะสะบัดหัวไล่ภาพนั้นออกไป
เวลาล่วงเลยไปจนถึงสองทุ่มเศษ เจนและเพื่อนคนอื่นๆ ทยอยกลับไปพักผ่อน แต่พิมพริมายังคงนั่งจมอยู่กับกองเอกสารเพียงคนเดียว
19:30 น. ณ ชั้นใต้ดินของตึกวิศวะ (พื้นที่ส่วนตัวสิงหราช)
ในมุมที่ลึกที่สุดของคณะวิศวะ ที่ที่ไม่มีนักศึกษาคนไหนกล้าย่างกรายเข้าไปนอกจากสมาชิกแก๊งช็อปแดงระดับหัวกะทิ กลิ่นน้ำมันเครื่องและควันบุหรี่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าของ อคิน ที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอไอแพดที่โชว์พิกัดท่าเรือและการเคลื่อนไหวของศัตรู
"นายครับ พวก 'มังกรใต้' มันเริ่มล้ำเส้น คืนนี้มันนัดแลกของกันที่โกดังหลังมหาลัย แหล่งข่าวบอกว่ามันกะจะใช้ทางลัดผ่านตรอกข้างตึกเราเพื่อหนีตำรวจ" ขุนทัพ รายงานด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม มือใหญ่ขยับเช็กความเรียบร้อยของปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอว อคินพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างช้าๆ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนนักศึกษาปี 4 แม้แต่นิดเดียว มันคือแววตาของสิงโตที่กำลังมองหาจุดที่อ่อนที่สุดของเหยื่อ
"มันคงคิดว่ามหาลัยคือพื้นที่ปลอดภัยสินะ" อคินแค่นยิ้มร้าย "ขุนทัพ มึงเตรียมคนไว้ทางเข้าหลัก กูจะเข้าไป 'ต้อน' มันเองที่ตรอกหลังตึก"
"แต่นายครับ พวกมันมีกันเยอะเกินไป ให้น้องๆ ตามไปด้วยไหมครับ?" ขุนทัพถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่ต้อง... กูอยากรู้ว่าพวกมังกรใต้จะมีน้ำยาแค่ไหน" อคินหยิบเสื้อช็อปสีแดงเลือดนกขึ้นมาสวมทับเชิ้ตดำ เขาหยิบสนับมือโลหะขึ้นมาใส่ช้าๆ ราวกับเป็นเครื่องประดับราคาแพง เขาก้าวออกจากตึกวิศวะท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปราย ลมหนาวปะทะเข้าที่ใบหน้าคมคาย แต่อคินกลับรู้สึกร้อนระอุอยู่ในอก เขาเกลียดพวกที่มาทำสกปรกในถิ่นของเขา และคืนนี้เขาจะทำให้พวกมันรู้ว่า 'นรก' ที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นยังไง
20:15 น. พิมพริมาเก็บของใส่เป้อย่างเร่งรีบเมื่อเห็นฝนเริ่มตกหนัก เธอสวมเสื้อกาวน์สั้นทับชุดนักศึกษาไว้หลวมๆ เพื่อกันลมหนาว มือเรียวคว้าไอแพดและตำราเดินออกจากตึกคณะแพทย์ เธอเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านตรอกหลังมหาลัยเพื่อไปขึ้นรถเมล์ที่ป้ายหน้าถนนใหญ่ เพราะคิดว่ามันน่าจะเร็วกว่าทางหลักที่น้ำมักจะท่วมขัง
'ทำไมวันนี้มันมืดจังวะ' เธอพึมพำกับตัวเองขณะเดินก้าวยาวๆ ผ่านหลอดไฟถนนที่กะพริบถี่ๆ เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นแฉะๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจเธอเริ่มเต้นผิดจังหวะเพราะบรรยากาศที่ดูเงียบผิดปกติ ในขณะที่พิมพริมากำลังเดินเข้าสู่กึ่งกลางของตรอก
ปัง! ปัง! เสียงระเบิดแหวกอากาศดังสนั่นจนเธอหูอื้อ พิมพริมาสะดุ้งสุดตัวจนเป้เกือบหลุดจากไหล่ เธอไม่เคยได้ยินเสียงปืนของจริงมาก่อน แต่มันรุนแรงจนสัญชาตญาณเตือนว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
"หยุดนะโว้ย! อย่าให้มันหนีไปได้!" เสียงตะโกนจากกลุ่มชายฉกรรจ์ดังตามมาติดๆ พิมพริมาหน้าซีดเผือด เธอไม่มีทางเลือกนอกจากถอยกรูดไปหลบหลังถังขยะใบใหญ่ที่มุมมืดของตรอก เธอตัวสั่นเป็นลูกนก พยายามกลั้นหายใจไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกมา ทันใดนั้น ร่างของชายคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในวิถีสายตาของเธอ เขาเดินโซเซ มือข้างหนึ่งกุมที่ข้างลำตัวที่มีเลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด
แสงไฟที่ติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่เธอเพิ่งคิดถึงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนอคิน เขาล้มทรุดลงห่างจากเธอไม่กี่ก้าว สภาพของเดือนคณะวิศวะผู้ทรงอิทธิพลตอนนี้ดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เสื้อช็อปสีแดงเปียกโชกไปด้วยเลือดและน้ำฝน อคินพยายามจะหยิบปืนขึ้นมาสู้ต่อแต่เรี่ยวแรงกลับเหือดหายไปจนปืนร่วงลงพื้นเสียงดัง เคร้ง!
"อคิน " พิมพริมาหลุดเรียกชื่อเขาออกมาด้วยความตกใจลืมความกลัวไปชั่วขณะ
นัยน์ตาคมกริบของอคินตวัดมองมาทางเธอทันที มันเป็นสายตาที่เจ็บปวดแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความดุดัน "อย่า เข้ามา " เขากระซิบด้วยเสียงแหบพร่า "หนีไป ยัยหมอ พวกมันกำลังมา "
พิมพริมามองไปที่ทางเข้าตรอก เห็นแสงไฟฉายหลายดวงสาดไปมาเหมือนนักล่าที่กำลังตามรอยเลือด เธอหันกลับมามองอคินที่ไอออกมาเป็นลิ่มเลือด แววตาที่เคยนิ่งสงบของเขาวูบไหวเหมือนแสงเทียนที่ใกล้จะดับ ในวินาทีนั้นสมองของพิมพริมาประมวลผลอย่างหนัก 'ถ้าช่วยเขา เธออาจตาย แต่ถ้าไม่ช่วย เขาตายแน่' จรรยาบรรณแพทย์ที่ถูกปลูกฝังมาตลอดชีวิตกำลังต่อสู้กับสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
"บ้าเอ๊ย!" เธอสบถออกมาอย่างที่ไม่เคยทำในชีวิต พิมพริมาตัดสินใจพุ่งเข้าไปหาอคิน แทนที่จะวิ่งหนีไปทางออก เธอคว้าปืนของเขาขว้างทิ้งไปซ่อนใต้กองขยะอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดที่มีประคองร่างหนาหนักของเขาขึ้นมา
"นิ่งๆ นะอคิน! ถ้าอยากรอดก็เงียบปากซะ" เธอกระซิบเสียงเฉียบขาดจนอคินที่กึ่งหมดสติยังต้องแปลกใจ เธอดึงแขนแกร่งของเขาขึ้นพาดบ่า แบกเอาน้ำหนักตัวที่มากกว่าเธอเกือบเท่าตัวฝ่าพายุฝนเข้าไปในเงามืดที่ลึกขึ้น พิมพริมาไม่รู้หรอกว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไง เธอรู้แค่ว่าคืนนี้ เธอจะไม่ยอมให้ใครมาตายต่อหน้าเธอเด็ดขาด
เสียงฝีเท้ากลุ่มใหญ่ดังใกล้เข้ามาทุกที พิมพริมาพยายามประคองร่างอคินหลบเข้าไปในซอกตึกที่ลึกที่สุด เธอใจเต้นรัวจนแทบระเบิด มือที่โอบเอวอคินไว้เปียกโชกไปด้วยเลือดอุ่นร้อนของเขาที่ยังไหลไม่หยุด
เอี๊ยดดดด! รถ SUV สีดำฟิล์มมืดทึบสองคันพุ่งเข้ามาในตรอกด้วยความเร็วสูงก่อนจะเบรกสะบัดจนน้ำกระจาย พิมพริมาตัวสั่นเทิ้ม เธอพยายามกอดร่างอคินไว้แน่นเพื่อปกป้องเขา "อย่า อย่าทำอะไรเราเลย!" เธอกรีดร้องออกมาด้วยความกลัวถึงขีดสุด แต่แล้ว ประตูรถก็เปิดออก ชายชุดดำมาดขรึมพุ่งลงมา หนึ่งในนั้นคือคนที่เธอจำได้ ขุนทัพ
"นายครับ! รถพร้อมแล้ว เราต้องไปเดี๋ยวนี้!" ขุนทัพพูดเสียงเคร่งเครียด ก่อนจะหันมามองพิมพริมาด้วยสายตาเย็นชา "ปล่อยมือจากนายผมซะคุณหมอ ที่เหลือพวกผมจัดการเอง" ขุนทัพสั่งลูกน้องให้ช้อนตัวอคินไปที่รถอย่างรวดเร็ว พิมพริมาใจชื้นขึ้นมาวูบหนึ่งที่คนพวกนี้คือพวกของเขา เธอเตรียมจะหมุนตัวเดินหนีไปทางป้ายรถเมล์ตามแผนเดิม แต่ขุนทัพกลับคว้าแขนเธอไว้แน่น
"คุณก็ต้องไปด้วย นายสั่งไว้ว่าใครที่เห็นแผลของเขาคืนนี้ ห้ามปล่อยไปเด็ดขาด"
"อะไรนะ! ไม่! ฉันไม่ไป! ฉันช่วยเขาแล้วไง ฉันจะกลับหอ!" พิมพริมาดิ้นรนแต่สู้แรงมหาศาลของบอดี้การ์ดไม่ได้
"ขอโทษครับคุณหมอ แต่นี่เป็นคำสั่ง" ขุนทัพพยักหน้าให้ลูกน้อง
"ปล่อยนะ! ช่วยด้วย! อื้อ " ฝ่ามือหนาปิดปากเธอไว้สนิท พิมพริมาถูกหิ้วปีกกึ่งลากกึ่งอุ้มเข้าไปในรถ SUV อย่างทุลักทุเล ปัง! ประตูรถปิดกระแทกลงพร้อมระบบล็อกอัตโนมัติ พิมพริมาถูกเหวี่ยงลงบนเบาะหลังข้างๆ อคินที่กึ่งนั่งกึ่งนอนหมดสติอยู่ ขุนทัพก้าวขึ้นมานั่งเบาะหน้าคู่คนขับ รถทั้งสองคันพุ่งทะยานออกนอกมหาวิทยาลัยไปในทันที ฝ่าสายฝนและสายตาของกลุ่มคนร้ายที่ตามมาไม่ทัน
"พวกนายจะบ้าเหรอ! นี่มันลักพาตัวนะ! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!" พิมพริมาทุบกระจกรถอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยความโกรธแค้น
"เงียบ!" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากคนข้างๆ พิมพริมาชะงักเมื่อเห็นอคินลืมตาขึ้นมา แววตาของเขายังคงความดุดันจนน่าขนลุกแม้จะอยู่ในสภาพปางตาย "ถ้าเธอไม่หยุดโวยวาย ฉันจะสั่งให้ลูกน้องโยนเป้มือถือเธอทิ้งข้างทางซะ"
"อคิน! นายมันคนใจร้าย ฉันเพิ่งช่วยชีวิตนายนะ!"
"เพราะเธอช่วยฉันไง เธอถึงต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด" อคินแค่นยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก ก่อนจะหลับตาลงพิงเบาะ "ยินดีต้อนรับสู่โลกของฉันนะ พิมพริมา จากนี้ไป เธอจะไม่ได้เห็นแค่เลือด แต่มันคือความลับที่เธอจะลืมไม่ลงเลยล่ะ"
พิมพริมานั่งกอดเป้แน่น ตัวสั่นสะท้าน รถ SUV สีดำพาทั้งคู่หายลับไปในเงามืด มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่เธอไม่เคยรู้จัก
Chapter 18 : กลิ่นกาแฟและแสงตะวันยามเช้า ท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีที่เพิ่งผ่านพ้น พายุแห่งอารมณ์ที่เคยโหมกระหน่ำในใจของคนทั้งสองถูกแทนที่ด้วยความสงบเงียบอันแสนหวาน แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าตรู่เริ่มทอแสงรำไร ลอดผ่านม่านสีขาวบางเบาที่พลิ้วไหวตามแรงลมทะเลเข้ามาในห้องนอนกว้าง กลิ่นไอเค็มของทะเลจางๆ ที่พัดพาความสดชื่นมาปะทะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ราคาแพง และกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน กลิ่นไม้โอ๊คผสมยาสูบจางๆ ที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยอย่างประหลาด พิมพริมาค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นมาท่ามกลางความนุ่มนวลของเตียงนอนขนาดคิงไซส์ เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่โอบรัดอยู่รอบเอวบาง เม
Chapter 17: รอยร้าวในใจและการปลอบโลมใต้แสงดาว NC18++ แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่คำรามต่ำท่ามกลางความเงียบของราตรี เปรียบเสมือนเสียงสะท้อนของพายุอารมณ์ที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่ในอกของอคิน สิงหราชเขาเหยียบคันเร่งพารถทะยานไปตามถนนเลียบชายฝั่งที่ตัดผ่านหน้าผาสูงชัน เส้นทางคดเคี้ยวถูกแสงไฟหน้าจากสัตว์ร้ายสีดำสนิทสาดส่องจนเห็นเพียงหน้าผาหินและผืนน้ำทะเลที่มืดมิดสุดลูกหูลูกตา นิ้วมือที่กุมพวงมาลัยสั่นระริกด้วยโทสะที่ยังไม่มอดดับ ภาพรอยแดงที่ข้อมือขาวและการสั่นเทาของพิมพริมาในห้องน้ำนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่หยุด อคินเหลือบมองร่างเล็กที่นั่งกอดตัวเองอยู่บนเบาะข้างคนขับ พิมพริมาในชุดสครับสีเขียวเข้มที่บัดนี้มีรอยยับย่นและคราบด่างจากน้ำอัดลม เธอนิ่งงันราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่แตกสลาย ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยมองออ
Chapter 16: กุหลาบอาบพิษ แรงสั่นสะเทือนจากเสียงเชียร์กึกก้องที่สนามบาสเกตบอลคณะวิศวกรรมศาสตร์อาจจะมอดดับไปตามกาลเวลาของเมื่อวาน ทว่าคลื่นความอิจฉาริษยาที่ถูกจุดขึ้นจากภาพการ "ฝากเกียร์" กลางสนามกลับไม่ได้มอดดับลงไปด้วย แต่มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงและก่อตัวเป็นพายุหมุนเงียบๆ ภายใต้หลังคาตึกแดงอันทรงพลัง สำหรับพิมพริมา เกียร์สีทองแดงที่ห้อยอยู่บนคอ คือพันธสัญญาที่ทำให้อุ่นใจท่ามกลางพายุรอบตัว แต่สำหรับหญิงสาวคนอื่นๆ ในถิ่นลานเกียร์แห่งนี้ มันคือ "การหยามเกียรติ" และ "การประกาศสงคราม" อย่างรุนแรง เมเบลดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาคเครื่องกล ผู้มีใบหน้าสวยคมโฉบเฉี่ยวและฐานะทางบ้านที่ไม่ธรรมดา เจ้าของฉายา "กุหลาบเหล็ก" ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าเนื้ออยู่หลังเสาปูนต้นใหญ่ สายตาคม
Chapter 15 : เสียงเชียร์ใต้ลานเกียร์ และเกียร์ที่ฝากไว้ NC18+++ ช่วงพักเที่ยง ณ หน้าตึกคณะแพทยศาสตร์ รถ SUV หุ้มเกราะสีดำสนิทชะลอตัวลงจอดนิ่งสนิทตรงหน้าพิมพริมาที่กำลังเดินถือสมุดโน้ตเตรียมไปเข้าแล็บ กระจกฟิล์มมืดทึบค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มของอคินในชุดนักศึกษาวิศวะที่สวมเสื้อช็อปสีแดงทับอยู่ แววตาของเขาดูมีพลังและเจ้าเล่ห์กว่าทุกวัน "เย็นนี้ห้าโมง... ไปที่สนามบาสคณะวิศวะ" อคินเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ฉันไปไม่ได้อคิน เย็นนี้ฉันต้องอ่านบท Cardiovascular ต่อ" พิมพริมาปฏิเสธทันควัน 
Chapter 14 : คิดถึง NC 18++ แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มจัด ทาบรัศมีอาบไล้ตึกคณะแพทยศาสตร์จนดูราวกับภาพวาด บรรยากาศรอบข้างคราคร่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาแพทย์ในชุดสครับที่ใช้ชีวิตแข่งกับเวลา บ้างเร่งรีบไปราวด์วอร์ด บ้างแบกตำราเล่มยักษ์มุ่งหน้าสู่หอสมุด ทว่าท่ามกลางความโกลาหลสีขาวบริสุทธิ์นั้น จุดรวมสายตาของทุกคนกลับถูกสะกดไว้ที่รถซูเปอร์คาร์สีดำสนิทที่จอดนิ่งราวกับสัตว์ร้ายซุ่มหมอบอยู่หน้าทางเข้า พร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีแดงเลือดนกที่แผ่กลิ่นอายความดุดันและแปลกแยกจากโลกอันสงบเงียบแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง อคินยืนพิงรถคันหรูด้วยท่าทีสงบนิ่ง มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือหนีบบุหรี่ที่ไม่ได้จุดไว้เพียงเพื่อสัมผัสกลิ่นอายที่คุ้นชิน สายตาคมกริบจดจ่อแน่วนิ่งอยู่ที่ประตูอัตโนมัติของอาคาร จนกระทั่งร่างเล็กในชุดสครับสีเขียวเข้มที่สวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวเดิน
Chapter 13 : อาณาเขตและพันธนาการ เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง บรรยากาศควรจะเต็มไปด้วยความเร่งรีบของการเตรียมนึกถึงบทเรียน ทว่าสำหรับพิมพริมา มันคือการพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของตัวตนที่กระจัดกระจายให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง พิมพริมาเดินก้มหน้าก้มตาเข้าตึกเรียนด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอสวมชุดสครับและเสื้อกาวน์ที่รีดจนเรียบกริบ รวบผมหางม้าดูสะอาดตาตามแบบฉบับว่าที่คุณหมอ ทว่าความซ่านสยิวและความเจ็บแปลบที่จุดกึ่งกลางกายยังคงคอยย้ำเตือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกครั้งที่ก้าวเดิน ความรู้สึกนั้นจะแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอเพียงคนเดียวอีกต่อไป ความหนักอึ้งในอกเพิ่มขึ้นทุกขณะเมื่อเธอก้าวเข้าสู่เขตอาคารเรียน กลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่







