LOGINบทที่ 2
เจ้าหนี้ERA “ไม่เอาละพี่ ผมจะหาคืนจากไหนวะดอกโหดขนาดนั้น” “มึงโผล่มาตอนตีสามต่อยตีกับการ์ดกูเพื่อจะบอกกูว่าไม่เอาแล้ว?” เต็นท์มองท่าทางคุกคามของอีกฝ่าย เมื่ออีกคนก้าวเท้าเข้ามากดดันให้เขาต้องถอยหลังหนี “นี่มึงกวนส้นตีนกูเหรอวะ” ตึก แผ่นหลังของเขาปะทะเข้ากับประตู ฝ่ามือความหาลูกบิด...ฉิบหายละเปิดไม่ออก ประตูเหี้ยอะไรล็อคข้างนอกวะ “ใจเย็นนะพี่นะ มีไรค่อย ๆ พูดกัน ปืนที่เอวนั้นก็อย่าควักออกมาเลยนะ” “มึงเรียนม. K ใช่ไหม” “ครับ” เต็นท์มองอีกฝ่ายก่อนหลบสายตาที่จ้องเขม็งมาราวกับจะจับเขาฉีกเป็นชิ้น ๆ ไม่รู้ว่าอีกคนนั้นรู้ได้อย่างไรแต่เต็นท์ไม่อยากหาคำตอบในเวลานี้ กลัวครับกลัว “เรียนคณะอะไรวะ” คำถามถัดไปเอ่ยออกมา น้ำเสียงของเขาไม่น่าฟังนักดูก็รู้ว่ายังโกรธเกรี้ยวอยู่ “วิศวะครับ” “แทงสนุ๊กเป็นไหม” “นิดหน่อยครับ” อีกฝ่ายพยักหน้าคล้ายพึงพอใจในคำตอบ “หลบ แล้วตามมา” ประตูถูกเปิดออกอีกครั้งเต็นท์ไม่กล้าอิดออดรีบเดินตามคนข้างหน้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่คิดว่าตึกเก่า ๆ ซอมซ่อที่มองจากด้านนอกนั้นข้างในจะหรูหราและซับซ้อนขนาดนี้ ผ้าขี้ริ้วห่อทองแท้ ๆ โต๊ะสนุ๊กหรูหราถูกดึงผ้าคลุมออกอย่างไม่ใส่ใจ อีกคนโยนไม้มาให้เขาอย่างส่ง ๆ ไม่ได้คิดกังวลถึงค่าเสียหายของมันถ้าเกิดมันพังขึ้นมา “มึงก่อน” เต็นท์สูดหายกลบความประหม่าก่อนเริ่มเปิดโต๊ะ ยิงลูกสีแดงลูกแรกลงหลุมไปอย่างง่ายดาย ตามมาด้วยลูกสีเขียวลูกแล้วลูกเล่าที่ทั้งคู่ผลัดกันดวล จนในที่สุดลูกสีแดงก็หมดจากโต๊ะ “ถ้ากูแพ้กูจะให้มึงยืมเงิน…แต่ถ้ากูชนะมึงน้องมาทำงานให้กู” เจ้าตัวพูดพลางยิงลูกเรียงสีทีละลูก ทีละลูกอย่างใจเย็น “ผมไม่ทำได้ไหม ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่เอาแล้ว” “คำพูดของกูไม่ใช่คำถาม มันเป็นคำสั่งมึงไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น” เต็นท์นิ่งอึ้งมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความไม่สบอารมณ์ แม่งเอาแต่ใจฉิบหาย “กูชนะแล้ว” พูดจบก็หยิบเงินจากที่ไหนไม่รู้มาปึกหนึ่ง เต็นท์มองตามเงินปึกนั้นที่ถูกโยนลงมากลางโต๊ะ “แล้วผมต้องใช้คืนยังไง” “ทำงานให้กู เงินนั่นไม่ต้องคืน” “…” “กลับไปได้แล้ว” “…” “อ้อ ขอคอนแท็กต์ให้กูด้วย” พูดแล้วก็ยื่นโทรศัพท์มาให้เขา เต็นท์รับมากรอกเบอร์มั่ว ๆ ลงไปก่อนส่งคืนเจ้าของ “...” “ห้ามบิด ห้ามหนี เพราะกูหามึงเจอแน่นอน” เอาแต่ใจจังเลยโว้ย อย่ากูได้มีโอกาสเอาคืนนะมึง หนุ่มวิศวะได้แต่เข่นเขี้ยวในใจก่อนเดินฟึดฟัดออกไป ไม่ต้องห่วงหรอกกูบิดมึงแน่นอน! . กว่าจะกลับมาถึงห้องได้ก็เกือบจะหกโมงเช้าแล้ว เต็นท์เองก็ไม่ใช่พวกรักเรียนเสียขนาดนั้นเขาจึงเลือกที่จะอาบน้ำแล้วนอนแทนที่จะออกไปเรียน แต่หัวถึงหมอนยังไม่ทันไรเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา มือของเขาควานหาโทรศัพท์ที่โยนทิ้งส่ง ๆ เอาไว้อย่างหงุดหงิด [ฮัลโหล] เสียงทุ้มคุ้นเคยจนเต็นท์ต้องยกหน้าจอขึ้นมาดูชื่อที่โทรเข้ามา ‘เบอร์ที่ไม่รู้จัก’ เต็นท์รีบกดวางสายก่อนจะกดบล็อกเบอร์นั้นทันที ด้วยใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น เขาลูบหน้าแรง ๆ ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่และหลับตาลงอีกครั้ง ใครตายช่างแม่ง กูขอนอนก่อนแล้วกัน แต่เขาดันลืมคิดไปอยู่อย่างหนึ่งเมื่อคืนเข้าให้เบอร์ที่ผิดไปแล้วอีกฝ่ายนั้นโทรมาหาเขาได้ยังไงกัน ช่วงบ่ายสามเต็นท์มีเรียนอีกหนึ่งวิชา เขาลุกขึ้นมาเตรียมตัวอย่างอารมณ์ดีตามปกติ แต่ดูเหมือนจะไม่ปกติก็ตอนที่เขาลงมาเห็นรถตัวเองล้มอยู่ “ใครทำลูกกูวะ” เดินพลางบ่นอุบ แต่พอเดินเข้าไปใกล้ก็ทำให้เขาได้รู้ว่ารถได้แค่ล้ม แต่มันถูกแยกชิ้นส่วนออกต่างหาก เขาอ้าปากค้างอยากด่าแต่ในหัวมีคำมากมายเกินกว่าจะพูดออกมาได้ ไม่ทันให้เขาได้ทำความเข้าใจสถานการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์สามคนก็เดินออกมาก่อนจะพูดข่มขู่เขาอย่างเป็นธรรมชาติ ชาติเปรต… “มึงเห็นรถมึงนั่นไหมถ้ามึงคิดจะบิดนายกู อย่างต่อไปที่พวกกูจะแยกชิ้นส่วนมันจะเป็นมึง” พูดจบหมัดหนัก ๆ ก็ถูกส่งลงมาที่แก้มซ้ายทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คนที่ไม่ทันตั้งตัวและมัวอาลัยอาวรณ์กับรถคันโปรดถึงกับล้มลงไปกองกับพื้น รสเลือดคาวคลุ้งเต็มปากเสียจนรู้สึกคลื่นเหียน “ถุย ใครส่งพวกมึงมา” คนที่นอนอยู่บนพื้นถ่มเลือดทิ้งก่อนเค้นเสียงถาม “คิดดูดี ๆ ว่ามึงไปทำอะไรมา” “ไอ้ฝรั่งนั่นส่งพวกมึงมาเหรอ” “ใช่กูส่งพวกมันมาเอง” ขายาวก้าวออกมาจากข้างหลังของลูกน้องตน ก่อนเอ่ยตอบคำถามนั้นของเต็นท์ “มึงรู้ที่อยู่กูได้ไง” เขาเงยหน้ามองคนที่เคยเอ่ยชมว่าหล่อเหลาปานนายแบบ ตอนนี้ไม่หล่อละ สันดานติดลบขนาดนี้… มือของชายหนุ่มขยับลงมาที่หัวของเต็นท์ในตอนแรกที่ลูบเบา ๆ คล้ายปลอบใจแต่พออีกฝ่ายออกแรกจิกผมของเขาแล้วดึงขึ้นไปมองหน้ากันเขาก็รู้สึกได้ทันที ว่าใบหน้านี้ไม่ใช่เทพบุตรใจดีแบบที่เขาเข้าใจ แต่เป็น…ไอ้พวกซาตานเอาแต่ใจ “กูเจ็บ ปล่อย” “นี่กูแค่สั่งสอน ยังไม่ได้เอาจริงเลยนะ” “…” “อย่าคิดจะบิดกูอีก ไม่งั้นมึงโดนหนักกว่านี้แน่” คนตัวสูงออกคำสั่งด้วยใบหน้าเรียบเฉย “มึงรู้ได้ไงว่ากูอยู่ที่ไหน” “กูก็รู้ทุกเรื่องของมึงนั่นแหละ” “โม้” แม้จะเจ็บและอายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแต่ด้วยนิสัยแล้วเขาก็อดที่จะยอกย้อนอีกคนกลับไปไม่ได้ “อยากรู้ไหมล่ะว่ากูรู้อะไรบ้าง” “ก็ลองดู เผื่อข้อมูลไม่ถูกกูจะได้แก้ให้น่ะ” “งั้นเอาเป็นบ้านมึงอยู่ปทุม เรียนม.ปลายที่โรงเรียนS แม่ชื่อนิตยา พ่อตายตั้งแต่ยังเด็กมีเพื่อนสนิทชื่อโยธา” พูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ พอเอ่ยจบแล้วเห็นคนที่นอนกองบนพื้นนิ่งเงียบไม่มีปฏิกิริยายตอบกลับเขาก็พูดต่อ “มีตรงไหนผิดไหม” “ไม่มี” เสียงของเต็นท์เบาหวิว ตอนนี้เขาไม่กล้าสบตากับอีกฝ่ายแล้วด้วยซ้ำ “พรุ่งนี้เช้ากูจะมารอที่นี่ มึงมาขับรถให้กู รู้ใช่ไหมว่าถ้าหนีอีกจะต้องโดนอะไร” “เออ กูไม่หนีแล้วน่า” หนุ่มลูกครึ่งยกยิ้มเล็กน้อยด้วยความพอใจ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับคนของตัวเอง … เบญจเพสก็ยังไม่ถึงกูไปทำกรรมอะไรหนอ… เต็นท์คิดในใจพลางใช้เบตาดีนปาด ๆ ให้ทั่วแผลที่โดนต่อย จากตั้งใจว่าจะออกไปเรียนกลายเป็นว่าต้องกลับมาหมกตัวอยู่ในห้องด้วยความเคียดแค้นแทนเสียอย่างนั้น เขาเหลือบมองเงินที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก่อนจิ๊ปากออกมา ปัญหามาจากไอ้เงินก้อนนี้น่ะเหรอ เขาเพียงแค่คิด แต่พอย้อนคิดดูแล้วเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการเงินจากเขาสิ่งที่อีกคนย้ำมาตลอดคือเรื่องที่เขาต้องทำงานให้มัน ไม่รู้ว่าถูกถูกใจอะไรกันนัก เจอกันพรุ่งนี้ขอถามให้หายสงสัยหน่อยเถอะ คิดไปพลางทำแผลไปพลางอย่างหงุดหงิด [Hatsadin56 – ป๋าไปไหนไม่มาเรียนวะ] ข้อความจากเพื่อนสนิทในสาขาเด้งขึ้นมา เต็นท์รีบกดโนติเข้าไปตอบทันที [Tent3ing – โดนต่อย] [Hatsadin56 – ผัวใครต่อยอะคร้าบ] [Tent3ing - เจ้าหนี้ว่ะ ลองกู้เงินครั้งแรกเจอดีเลย] [Hatsadin56 - โห ๆ กู้เท่าไรน่ะ] [Tent3ing – ห้าหมื่น] [Hatsadin56 - ชิลดิพี่ พี่รวยจะตาย] [Tent3ing - ก็เหี้ยละ ตอนนี้รวยแต่เขือ มันให้กูทำงานให้มันเนี่ย] [Hatsadin56 - ตายห่าละ จาร์ยป้าสั่งงานนา ในทีมอะอย่าลืมดู] [Tent3ing - เออขอบใจมาก เจอกัน] [Hatsadin56 – เจอกันคร้าบ] เต็นท์ขำให้กับข้อความในแชท ดีที่เขาเป็นพวกเฟรนด์ลี่เข้ากับคนง่าย หายไปแค่วันเดียวยังมีคนตาม อย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่าตัวเองจะต้องไม่เป็นศพไร้ญาติแน่นอน โดยนิสัยส่วนตัวแล้วเต็นท์เป็นพวกเข้าสังคมเก่งสนิทกับคนง่าย เลยมีคนรู้จักไปทั่ว มีทั้งที่เคารพกันจริงบ้างเคารพเป็นมารยาทบ้าง ส่วนดินหรือหัสดินทร์นั้นก็ไม่ใช่รุ่นน้องของเขาแต่อย่างใด ทั้งคู่เรียนอยู่ปีเดียวกันแต่ด้วยความที่หัสดินทร์นั้นเข้าเรียนก่อนเกณฑ์ทำให้เขาอายุน้อยกว่าเต็นท์อยู่ปีกว่า อีกฝ่ายจึงชอบปั่นเขาด้วยการเรียกเขาว่าพี่ เลี้ยงเหล้าทีก็เรียกว่าป๋า อยู่เป็นกว่าทุกคนที่เขาสนิท พูดถึงเพื่อนสนิทแล้วเต็นท์ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเพื่อนสนิทอย่างโยธา เพื่อนซี้ที่ข้างบ้านที่สนิทกันมาตั้งแต่ยังเด็ก [Tent3ing – ทำไรวะ] [kvin_YT- พาจีนมาเล่นบอล] [Tent3ing – ติดเมียชิบ] [kvin_YT- เออ ยอมรับ มึงอะเป็นไงบ้างรับน้อง] [Tent3ing - สนุกดีกูเข้ากับคนง่ายอยู่ละ เพื่อนเป็นกอง] [kvin_YT- ก็ดีละ ละทักมาทำไม] [Tent3ing - คือกูทักหาไม่ได้แล้ว?] [kvin_YT- กวนตีน] [Tent3ing - ไม่มีไรหรอกกูแค่อยากทักเฉย ๆ คิดถึ๊งคิดถึงเพื่อน] [kvin_YT- กูสบายดี] [Tent3ing - เออดีละ กูหาหนังดูดีกว่า ชีวิตคนโสด ๆ แบบเรา] เต็นท์ขำกับข้อความที่ตัวเองส่งให้เพื่อน จากตอนแรกตั้งใจจะไปบ่นเรื่องที่โดนต่อยให้ฟังแต่พอเห็นเพื่อนมีความสุขดีแล้วเขาเองก็ไม่อยากจะสร้างความลำบากใจให้ใคร บวกกับถ้าโยธารู้แม่เขาก็ต้องรู้แน่นอน พอได้จับโทรศัพท์แล้วก็เหมือนจะคิดได้ว่ามีเรื่องที่ต้องทำ เขาปลดบล็อกให้กับเบอร์แปลกเมื่อเช้าก่อนจะเมมเบอร์เอาไว้ ‘ไอ้หรั่งหน้าตาดีแต่สันดานอาจจะยัง’ เหมือนว่าการได้พิมพ์ชื่ออีกฝ่ายเป็นการด่าไปในตัวเต็นท์เลยอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วลองโทรไปดีกว่าเผื่อว่าอีกฝ่ายจะรับ จะปั่นให้มันสาแก่ใจที่มาต่อยกู [โทรมามีไร] “คิดถึง” [กวนส้นตีน มีไรก็รีบพูด ๆ มา กูไม่ได้มีเวลาว่างมาเล่นกับมึง] “โห ใจร้ายจังอะหน้าตาก็ดี๊ดี” เต็นท์หัวเราะคิกคัก [...] “เงียบเลย เขินอะดิ๊” [มึงไม่เจ็บปากเลยใช่ไหม] “ไม่นะ แสบ ๆ คัน ๆ ตอนมัธยมกูเจอมาหนักกว่านี้” [ได้ งั้นเดี๋ยวกูไปซ้ำให้เอาไหม จะได้สงบปากสงบคำ] ปลายสายกดเสียงต่ำลง ฟังดูอดกลั้นเป็นอย่างมากที่จะไม่ด่าออกมาอีก “โอ้ย กูหยอกน่า มึงให้กูเริ่มงานพรุ่งนี้ใช่ไหม” [ใช่ อย่าคิดหนี] “กูทราบละจ้า” [ตอนเจอหน้ากูไมไม่เก่งงี้วะ] “อยู่ต่อหน้าปากมากงี้กูก็โดนดิ” [รู้ตัวนี่] “กูถามไรหน่อยดิ” น้ำเสียงของเต็นท์จริงจังขึ้นมา [ว่ามา] “ถ้ากูคืนเงินมึงจะเลิกยุ่งกับกูปะ” [เลิก แต่มึงต้องคืนพร้อมดอกหมื่นนึง] ” คืนเดียวดอกเหี้ยไรงอกขนาดนั้น “ [ไม่เอาก็ตามใจแค่ทำงานให้กูสบายจะตาย] ” โอเค๊ ลองดูก็ได้” เต็นท์ยังยังพูดไม่ทันจะร่ำลาปลายสายก็ตัดไปแทบจะทันที ไม่รู้ว่าทางนั้นจะยุ่งอะไรหนักหนา ไม่รู้ว่ายุ่งเรียนหรือยุ่งเรื่องธุรกิจ แต่เต็นท์ก็ไม่ได้สนใจมากนัก เปิดทีมดูงานที่อาจารย์สั่งไว้ก่อนเริ่มลงมือทำ สูตรของคนขี้เกียจแบบเขาคือรีบทำให้มันเสร็จ ๆ ไป ไม่ใช่ว่าขยันแต่รีบทำเพราะจะได้เอาเวลาว่างไปทำอะไรไร้สาระ บอลเอย เกมเอย มีแต่ของล่อตาล่อใจ น่าสนุกกว่าทำงานเป็นไหน ๆ คิด ๆ ดูแล้วถ้าไม่โลภมาจนผีพนันเข้าสิงหลับหูหลับตาใช้เงินของทั้งเดือนจนหมดก็คงไม่ต้องมานั่งลำบากเป็นเบี้ยรองล่างให้พวกมาเฟียแบบนี้ เวรกรรมทำไมตามทันกันเร็วขนาดนี้เต็นท์เครียดบทที่ 30ตัวอันตรายบรรยากาศเงียบสงบของชานเมืองต่างจากในเมืองหรือแถวมหา’ ลัยมากกว่าที่เจโรมคิด เขายืนรอเต็นท์อยู่ใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่เคยทะเลาะกันเมื่อครั้งก่อน จ้องมองบ้านหลังขนาดกลางของโครงการ แม้จะมีคนอยู่เพียงสองคนแต่มันกลับดูวุ่นวายไม่น้อย“มาแต่เช้าเลย” เต็นท์เดินข้ามถนนมาก่อนจะกอดคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบเดือน“ก็คิดถึง เลยรีบมา”“อัปเวลว่ะเดี๋ยวนี้” เต็นท์แซวก่อนผละออกมา เห็นคนตรงข้ามหรี่ตามองเขาอย่างสงสัย “มีไร”“ทำไมหนวดดกกว่าในกล้อง”“เมียสวย ก็ต้องดุ ๆ”“สวยกับผี”“หล่อด้วยเอ้า เค้าหึงหมดแหละกับผู้หญิงหรือผู้ชาย” เต็นท์หัวเราะแก้เขิน “เข้าไปกัน วันนี้อยู่บ้านไอ้โยเดี๋ยวพาไปรู้จักแฟนมัน แล้วบี๋จะรู้ว่าคนพูดมากจริง ๆ เป็นยังไง”เต็นท์เป็นประเภทที่ถ้ามีคนพูดด้วยถึงจะพูดมากหรือพูดมากกับคนที่สนิท แต่กับจีนนั่นเป็นประเภทที่พูดแม้ไม่มีใครฟัง พูดคนเดียวมันก็ทำได้“มาละ” เต็นท์บอกกับเพื่อนทั้งสองที่นั่งหัวเราะกันอยู่สองคนบนพื้น ด้านหน้ามีเตาไฟฟ้าวางอยู่พร้อมอาหารเต็มเตาเจโรมที่ยืนแอบหลังได้ความรู้สึกตื่นเต้นก้าวเท้าออกมา มองหน้าเพื่อนของเต็นท์ทั้งสองคน เขาขอเดาว่าคนที่ยิ้มกว้างจน
บทที่ 29กำลังก้าวผ่านความกลัว“อยากเข้าไปคุยกับพ่อมึงบ้างไหม” เต็นท์ถามคนที่กำลังจดจ่อกับการต่อเลโก้อย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่าสรุปแล้วสองพ่อลูกนั้นลงรอยกันจริง ๆ หรือไม่ เพราะหลังจากเจโรมติดต่อพ่อของตนให้เขาเสร็จ อีกฝ่ายก็ไม่ใส่ใจอีกต่อไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น“ขี้เกียจ”“ขี้แค้นจัด” เต็นท์แซวด้วยความเข้าใจ “กูไม่ได้จะยัดเยียดมุมมองกตัญญูอะไรให้มึงนะ แต่ถ้าเขาทำดีก็ขอบคุณเขาบ้าง ในฐานะคนมีบุญคุณก็ได้”“วันหลัง” เจโรมตอบทั้งที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากเลโก้ดอกไม้นั่น“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอบี๋”“ขี้เกียจ เลี้ยงผมบ้างสิ” เจโรมเงยหน้าขึ้นมาก่อนยิ้มให้เขา ดูท่าว่าฟ้าหลังฝนมันสวยอย่างที่เขาว่าจริง ๆ“จบไปเค้าก็เงินเดือนหมื่นห้า จะเลี้ยงคุณชายแบบบี๋ไหวเหรอ”“ผมกินข้าววันละมื้อ”“งั้นเดี๋ยวหางานเพิ่ม จะได้กินให้ครบสามมื้อ” เต็นท์ลูบหัวคนรักอย่างเอ็นดู ตอนนี้เปิดเทอมมาได้สองเดือนกว่าแล้ว งานที่เคยมีก็เพลาลงไปเยอะ ที่สำคัญเขาปฏิเสธเพื่อนไปอย่างหนักแน่นว่าจะขอไม่ทำงานอีกต่อไปแล้วในเทอมหน้า“เวอร์ งั้นเดี๋ยวโทรหาพ่อ ขอสมบัติทั้งหมดถึงจะยอมกลับบ้าน”“เอางั้นเลยดิ” เต็นท์หัวเราะออกมา นาน ๆ ทีถึงจะโดนตบมุกกับเขาบ
บทที่ 28แก้แค้นเต็นท์ตาแจ้งตั้งนานแล้วตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยซ้ำ เขามองคนรักที่กำลังร้องไห้จนตัวสั่นก่อนจะรวบอีกคนเข้ามากอด เขารู้ว่าเรื่องราวพวกนี้เจโรมต้องใช้เวลามากมายขนาดไหนในการผ่านมันมา เพียงแค่ปีเดียวไม่สามารถให้แผลพวกนั้นหายไปได้อย่างไร้ร่องรอยเขามีคำถามมากมายแต่ไม่กล้าถามออกไป“สรุปคลิปพวกนั้น เขาก็ปล่อยมันออกไป แม่งเห็นแค่กูด้วยซ้ำอะ กูไม่กล้าทำอะไรเขาเพราะกูโคตรจะกลัวเขาเลย”“แต่มึงก็ใช้ชีวิตได้อย่างดีเลยนี่”“ไม่เลย กูแม่ง...เครียดจนต้องหาหมอจิตเวชแล้วเรื่องที่ชนคนนั่นอีก กูไม่คิดว่าคนที่ทำเหมือนรักกูขนาดนั้นจะทำร้ายกูได้ลง” เจโรมพูดพร้อมเสียงสะอื้น คำพูดขาดห้วงเป็นบางจังหวะ “เขาเอาจากกูไปหมดเลย เงินก็ให้กูขอจากพ่อเพิ่ม รถ กระเป๋ากูก็ซื้อให้หมด เขาให้ความอบอุ่นกับกูในตอนที่ไม่มีใครสนใจการมีอยู่ของกูด้วยซ้ำ”“...”“แต่พอกูเริ่มโตเริ่มมีปากเสียงกับเขาได้เขาก็ทำแบบนั้นกับกูอะ”เต็นท์ลูบหลังคนรักเบา ๆ เจโรมเป็นทั้งเหยื่อและผู้ร้ายในคราวเดียวกัน เขาเองก็ไม่รู้จะผ่านไปได้ยังไงถ้าเจอเรื่องแบบนั้น“มึงกลัวเขามากเลยเหรอ”“อือ แค่เห็นหน้าเขากูก็แทบจะขยับตัวหนีไม่ได้ เขาปั่นหัวเก่งขน
บทที่ 27ให้อารมณ์มันพาไปเจโรมได้แต่มองคนรักเดินจากไปด้วยความรู้สึกหลากหลายจากเหตุการณ์ที่ประเดประดังเข้ามาตลอดช่วงบ่าย ทั้งเรื่องธุรกิจที่เจรจาไม่ลงตัว ไหนจะเรื่องแฟนเก่าอย่างพี่แองเจลที่กลับมารังควานเขาอีกในรอบสองปี...ที่ไม่รู้จะกลับมาทำไมอีกถ้าเต็นท์สังเกตกันสักนิดจะรู้ว่าสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ถ้าเป็นตัวเขาเองเห็นสภาพท่าทางของตัวเองและคำพูดของผู้หญิงคนนั้นก็คงจะคิดไปทางอื่นไม่ได้อีก ฝ่ามือของลูกครึ่งหนุ่มยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ร่างกายที่พอมีแรงขึ้นมาเริ่มคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาคนรัก แต่ทั้งโทรทั้งส่งข้อความก็ไม่มีทีท่าว่าทางนั้นจะยอมรับโทรศัพท์ของเขาเขาเข้าใจดีแต่เขาก็มีเหตุผลของตัวเอง...ขอแค่รับฟังกันบ้างสักครั้งร่างสูงของเจโรมพาตัวเองมายืนอยู่หน้าหอของเต็นท์ที่เขาไม่ได้มาบ่อย ๆ การรักษาความปลอดภัยหละหลวมทำให้เขาขึ้นมาถึงห้องของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องพยายามเลยแม้แต่นิดเดียวก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้น ๆ ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก เต็นท์ในสภาพที่กลิ่นเหล้าหึ่งเดินออกมา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงทันทีที่เห็นหน้าคนอีกด้านของประตู“มาทำไม”“มาอธ
บทที่ 26 มันเป็นใคร วันอาทิตย์ที่ควรจะได้หยุดแต่ดูเหมือนวิศวะอย่างเต็นท์จะไม่ได้พัก ศักดิ์ศรีของการเป็นพี่ปีสองถูกพ่วงมาด้วยกิจกรรมรับน้อง เขาเองก็ปฏิเสธเพื่อนไม่เก่งเลยได้แต่มานั่งตัดไม้ทำฐานให้น้องอย่างเซ็ง ๆ ทั้งที่นัดกับเจโรมอย่างดิบดีว่าจะไปดูหนังด้วยกัน “ดูทำหน้าอย่างกับจะแดกหัวใคร” ดินพูดขึ้นพร้อมกับยื่นกระป๋องน้ำอัดลมมาตรงหน้าของเต็นท์ “สัตว์ เวลาตั้งเยอะไม่บอกกู บอกวันนี้จะเอาวันนี้” เต็นท์บ่นขึ้นมาเบา ๆ อดเขม่นเพื่อนร่วมคณะไม่ได้ ถ้าตอนที่โสดนั่นเขาก็เต็มใจทำอยู่หรอก แต่พอมีแฟนแล้วยอมรับตรง ๆ ว่าเขาติดแฟนมากเป็นพิเศษ “วีนจัด บอกเมียมึงเอาน้ำตาลมาเติมด่วน” “แล้วคนตั้งเยอะ ดันมาใช้กู” “ก็มึงไม่บอกเขาไปล่ะ ว่าไม่ว่าง” “กูบอกแล้ว มันบอกว่าไงล่ะ ‘มาทำหน่อยนะเต็นท์ไม่ทำก็ไม่มีใครช่วยเราแล้ว’ ” ดินหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน นาน ๆ ทีเพื่อนที่เฟรนด์ลี่ยิ้มแย้มเหมือนเมายาเป็นกิจวัตรจะทำหน้าเหมือนกินแตนมาทั้งรัง “เอาน่ะ มาก็มาแล้วรีบทำจะได้รีบกลับ” “พรุ่งนี้อีกวัน กูท้อจ้า” เต็นท์บ่นแต่ก็กดเลื่อยในมือตัดไม้ออกเป็นทรงตามแบบ “เอาน่ะ เผื่อได้อวยยศ” “ลาก่อน กูไม่ทำละจ
บทที่ 25แค่ได้รักเธอหลังจากโดนสารภาพรักพวกเขาก็ขลุกกันอยู่แต่ในห้อง ร่วมรักกันไปหลายรอบจนหมดแรงได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงทั้งคู่ จนวันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนบินกลับไทย พวกเขาก็ยังไม่ได้ไปที่ไหนแบบจริงจังสักทีจนเต็นท์พูดขึ้นมา“ไปศาลเจ้าไหม ขอพรเรื่องความรักงี้” เต็นท์ตะแคงมองคนที่นอนอยู่ข้างกันเจโรมเขี่ยนิ้วมือของคนตัวเตี้ยกว่าอย่างเหม่อลอย เขาคิดอะไรไม่ออกเพราะใช้แรงเยอะเกินไป อาจจะเป็นการขยับตัวเยอะที่สุดในชีวิตของเขาแล้วก็ได้ ออกกำลังกายก็ยังไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเหมือนจะตายแบบนี้“เหนื่อย”“เมื่อคืนนอนจับมือมาเหนื่อยไร” เต็นท์ผลักหัว แฟน ของตัวเองด้วยความมันเขี้ยว อยากจะฟัดคนตัวขาวนี่ตลอดเวลามีแฟนแล้วโว้ย มีแฟนแล้วครับ มีแฟนแล้วจั๊ฟ มีแฟนแล้วจ้า มีแฟนแล้วคับ มีแฟนแล้วงื้อเขาแทบรอไม่ไหวที่จะทำอะไรสักอย่างให้โลกรู้ว่าเขามีแฟนแล้ว“เหนื่อยสะสมอะมึงรู้จักปะ”“ไม่รู้ ลุก ๆ กูอยากถ่ายรูปคู่กับมึงตอนเที่ยวด้วยกัน แล้วโพสต์ไอจีได้ปะ”“เอาดิ แท็กกูด้วย” เจโรมยิ้มร้าย ๆ แอบดีใจไม่น้อยที่มีคนกระตือรือร้นในความภูมิใจที่มีเขาเป็นแฟน“ถ่ายตอนเอากันเลยได้ปะ”“จังไร” เจโรมโยนหมอนใส่แฟนหมาด ๆ ของตัว



![ผัวแฝดของผมเป็นมาเฟีย [YAOI] + [BDSM] + [3P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



