LOGINบทที่ 3
หน้าที่ที่หนีไม่พ้น ตอนเช้าเจ้าหนี้หนุ่มมาพร้อมกับรถหรูของตัวเอง เขาจ้องมองคนที่หันซ้ายหันขวาไปมาข้างหน้าหอพักของตัวเองด้วยอารมณ์เรียบเฉยผ่านกระจกรถ ก่อนจะกลายเป็นหงุดหงิดจนต้องคว้ามือถือขึ้นมาโทรหาอีกฝ่าย “เดินมากูมีเรียนเช้า” [พูดมาได้เนาะ อยู่ไหนล่ะครับคุณมึง] “หน้าหอมึง กูรออยู่” [หอกู?] อีกฝ่ายหันซ้ายหันขวาก่อนจะหยุดสายตาลงที่รถของเขา สายถูกตัดไปพร้อมกับคนที่ใส่เสื้อสีแดงช็อปสีแดงสดที่กำลังเดินเข้ามา เจ้าของรถลดกระจกลง คนที่เพิ่งจะเดินมาก็เอ่ยทักทายทันที “โหรถโคตรหรูอะพี่” เต็นท์เดินมายืนข้างตัวรถใช้มือลูบคลำรถของเขาด้วยท่าทางพิลึกพิลั่น “มาขับ” พอสลับที่กันเสร็จสรรพ เจ้าของรถที่เปลี่ยนที่เป็นนั่งข้าง ๆ ก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อคนขับมือใหม่ของเขาไม่มีทีท่าว่าจะออกรถเสียที คิ้วเรียวไหลมารวมกันกลางหน้าผากจนแทบติดกัน “รออะไร ขับไม่เป็นหรือไง” เจ้าหนี้หนุ่มถามซ้ำ “ไอ้เป็นน่ะมันก็เป็นแหละพี่ แต่ดูแต่ละฟังก์ชันดิ เกิดกดผิดขึ้นมารถพี่พังผมไม่มีปัญญาชดใช้หรอกนะโว้ย” เขากลอกตามองบนก่อนสอนอีกฝ่ายใช้ฟังก์ชันที่จำเป็น ดูเหมือนว่าอีกคนจะหัวไวพอสมควรสอนแค่ครั้งเดียวก็สามารถขับออกมาจากหอนั้นได้สักทีหลังจากที่รออยู่นาน “บริหาร” “ฮะ” คนขับหันมามองหน้าเขาแวบหนึ่งก่อนจะทำหน้างง “ไปคณะบริหาร” “พี่เรียนบริหารเหรอ” “อือ” “พี่แบบประหยัดคำพูดไปไหนวะ พูดเยอะ ๆ ได้ไหมอะ” เต็นท์หันไปมองคนที่ทำหน้าเบื่อโลกอยู่ข้าง ๆ ในตอนที่ติดไฟแดง แม้จะไม่ได้ทำหน้าดุร้ายเหมือนเมื่อคืนแต่ก็ไม่ได้ดูน่าคบหาอยู่ดี “ขี้เกียจ มึงมีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่ของมึงไป ไม่ต้องยุ่งกับกูให้มันมาก” “อยู่เงียบ ๆ แล้วผมจะขาดใจ” “ก็ให้มันตายไปซะ” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ “แล้วเลิกเรียกกูว่าพี่สักที อายุเท่ากัน มึงชื่อเต็นท์เรียนเครื่องกล ปีหนึ่ง บ้านอยู่ปทุม แม่ชื่อ…” “เฮ้ยพอแล้ว ๆ” เต็นท์เอ่ยห้ามเมื่อฟังอีกฝ่ายร่ายยาวถึงประวัติส่วนตัวของเขาอีกรอบ รู้ยันบ้านแบบนี้หมดโอกาสหนีแน่นอน “ถ้ามึงคิดจะบิดกู กูตามทวงยันแม่มึงแน่นอน” “ขู่กูซะ อำนาจล้นฟ้าเลยมั้ง” เต็นท์พูดเบา ๆ กับตัวเอง “กูได้ยิน” “แหม แซวนิดแซวหน่อยไม่ได้เลยน้า มึงชื่อไรอะ อย่าเอาแต่ถามคำตอบคำดิ” เต็นท์พูดรัว ๆ ตามความเคยชิน “กูแค่ไม่อยากคุยกับมึง” “คุยบ้างนะ กูทำงานกับมึงนี่มึงจะไม่ให้กูรู้อะไรเลยเหรอ” เสียงคนข้าง ๆ ถอนหายใจแรงก่อนตอบ “ชื่อเจโรม เรียกว่าเจหรือโรมก็ได้เอาสักคำ” น้ำเสียงของเขายืดยาด ทั้งยังหลับตาพูดราวกับตอบไปส่ง ๆ อย่างนั้น เต็นท์ก็พอเข้าใจอีกฝ่ายที่กลางคืนไม่หลับไม่นอนแบบนั้นเช้ามาจะง่วงก็ไม่แปลก “ปกติคนอื่นเรียกมึงว่าอะไรอะ” “นาย” “งั้นนั่นเก็บไว้ให้ลูกน้องมึงเรียกเถอะ โวะ คุยด้วยแล้วหงุดหงิด” พอจบคำอีกฝ่ายก็เงียบไป รถยังเคลื่อนตัวไปช้า ๆ เจโรมลืมตามองอีกฝ่ายที่กำลังขับรถก่อนหลับตาลงอีกครั้งแล้วพูด “ปกติคนอื่นเรียกเจ” “งั้นกูเรียกโรม ไม่อยากเหมือนใคร เคปะ” “ตามใจ” “ถึงละมึง” เจโรมลืมตามองตามที่เสียงบอกก็เห็นว่าตัวเองมาถึงตึกคณะแล้วจริง ๆ เขายกมือปิดปากก่อนหาวออกมา ได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะดับเครื่องรถแล้วดึงกุญแจออกก่อนยื่นมาให้เจโรมที่เป็นเจ้าของรถตัวจริง “ต้องเปิดรถให้ปะ” เต็นท์ถามคนที่ยังอยู่ในอาการงัวเงียด้วยความกวน “ไม่ต้อง” “แล้วกุญแจนี่อะ” “เก็บไว้กับมึง วันนี้กูเลิกห้าโมงมารับกูด้วย” “คือให้กูขับรถนี่ไปคณะตัวเองอะเหรอ” “อือ” “ไม่กลัวกูขโมยเหรอ” “แล้วคิดว่ากูกลัวไหม” เจ้าของรถทำหน้านิ่ง เต็นท์ยิ้มออกมา “โหย ใจดีว่ะ ขอกอดที” ไม่ว่าเปล่าเต็นท์ทำท่าจะโผเข้ากอดเจโรมจริง ๆ เจโรมผงะถอยหลังเข้าชิดกระจกแล้วเอ่ยห้าม “อย่าลามปาม” “ลืมตัว” “กูไปละ ถ้าจารย์มึงปล่อยเลตทักมาบอกกูด้วย” “เคครับ” เต็นท์มองอีกฝ่ายเปิดประตูรถก่อนเดินหายเข้าไปในฝูงชน เขาสตาร์ตรถอีกครั้งเพื่อพาตัวเองไปเข้าเรียน แย่หน่อยที่เขาดันลงรถมาเจออริเก่าพอดี เธอไม่วายที่จะเดินเข้ามากระแนะกระแหนเขาถึงที่ “เอารถหรูจากไหนมาขับอะ” “ยุ่งอะไรด้วย” “พูดให้มันดี ๆ เหมือนตอนมาวอแวได้ปะ” “รำคาญว่ะแจมมี่ เราไม่อะไรกับเธอแล้วเธอก็เลิกอะไรกับเราเหอะ หรือว่ายังรู้สึกเสียหน้าหรือวะที่เราไม่ยอมเธออะ” เขาถลึงตาใส่อีกฝ่าย แสดงท่าทางคุกคามเล็กน้อยเพื่อจบบทสนทนาไร้สาระนี่สักที “นี่” หล่อนขึ้นเสียงใส่เขา เต็นท์กลอกตามองบนตั้งใจจะเดินหนีให้มันสิ้นเรื่องแต่หล่อนก็คว้าข้อมือของเขาเอาไว้ “อะไรอีก” “ขอลองนั่งรถได้ไหม” “ไม่ได้ รถเพื่อน” “ไม่รู้แหละ เลิกเรียนเย็นใช่ปะเราจะไปด้วย” “ควย” เต็นท์ไม่ได้หันไปด่าหล่อนแต่คิดในใจ ให้เขาด่าผู้หญิงนี่เขาไม่ทำหรอก (ถึงจะอยากทำก็เหอะ) เดินมาถึงหน้าตึกเรียนรวมก็เห็นไอ้เพื่อนตัวดียืนรอเขาอยู่แต่ไม่ยอมเข้าไปช่วยกัน “ไอ้โต้ง ไม่เข้าไปช่วยกู” “นึกว่ามาด้วยกัน แบบรีเทิร์นไรงี้” ไก่โต้งหัวเราะประกอบคำพูด “รีเทิร์นก็เหี้ยละ ประสาทขนาดนั้น” “ตัวแรงก็งี้ ครั้งหน้าหาดี ๆ หน่อยนะครับพี่” เต็นท์ส่ายหัวไปมาแล้วเดินเลยไปกดลิฟต์ ตอนนี้เลยเวลาเข้าเรียนไปมากแล้ว โชคดีที่วิชานี้เช็กชื่อท้ายคาบแค่เข้าไปหลับก็ได้คะแนนแล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวลมากมาย “แล้วมึงไปเอารถไหนมาขับวะ” “เพื่อน” “แน่ดิ มึงไปรู้จักเศรษฐีจากไหนมาวะ” เต็นท์เอียงคอทำท่าครุ่นคิด ก่อนตอบคำถาม “เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง” ยังไงเขากับไอ้โต้งและเพื่อนอีกสองคน ก็แทบจะไม่มีความลับอะไรต่อกัน แถมเรื่องนี้ก็คงไม่ต้องเป็นความลับก็ได้ (ไม่นับว่าถ้าเขาไม่อายที่จะเล่าว่าตัวเองไปทำอะไรโง่ ๆ มา) “กูรอฟัง” “แล้วไอ้ดินกับไอ้เก้าล่ะ ไม่เข้าเหรอวะ” “ตามสเต็ปมันอะ” “เมาน็อกอะนะ” “เออ” ไก่โต้งพูดกลั้วหัวเราะ ลิฟต์พาพวกเขามาหยุดที่ชั้น 6 ของตึกก่อนจะเปิดออก วันนี้เต็มไปด้วยความน่าเบื่อเหมือนเคย เต็นท์เรียนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง สุดท้ายก็ขอยอมแพ้กดเข้าเกมเล่นฆ่าเวลา ได้แต่ภาวนาให้คาบนี้มันผ่านไปเร็ว ๆ เสียที ค่าเทอมหลักหมื่นเรียนหลักสิบ แม้รู้สึกอกตัญญูต่อค่าเทอมที่แม่ส่งเสียแต่ทำไงได้เขาไม่ได้เก่งเทพแบบไอ้โยธา แค่พอถู ๆ ไถ ๆ แบบไอ้จีนที่ไม่ได้ต่างกัน จะว่าไปก็ต่างตรงที่ไอ้จีนมีแฟนเก่งนั่นแหละ พูดถึงสองคนนี้เต็นท์ก็อดที่จะใส่อารมณ์ลงไปไม่ได้ ความรู้สึกเหมือนโดนแย่งเพื่อนรักนี่มันเจ็บกว่าโดนบอกเลิกเสียอีก ตั้งแต่มีแฟนทั้งคู่มันก็แทบไม่ทักมาคุยเล่นกับเขาเลย “มึงจะเล่าให้กูฟังได้ยังอะ” “เล่าอะไร” “เอ้าก็ที่มึงบอกเรื่องรถอะ” “อ๋อ” เต็นท์พับหน้าจอเกมไปหันมองหน้าห้องก็เห็นว่าอาจารย์พูดอยู่คนเดียวไม่สนใจใครก็หันมาคุยกับไก่โต้งอย่างออกรส “เมื่อคืนก่อนกูไปดูบอลที่ร้านพี่ศิน แล้วเสียยับรวมกับครั้งก่อน ๆ ด้วย แล้วนี่เพิ่งต้นเดือนกูก็เลยไปกู้เงินมา” “แล้วไงวะ มึงกู้มาซื้อรถ?” “เปล่า คือกูเมาไงพอไปทะเลาะกับพวกการ์ดที่มันเฝ้าเจ้าของเงินอะกูก็สร่าง ไม่อยากได้ละ แต่เจ้าของมันบังคับให้กูทำงานให้มันแล้วให้เงินมาก้อนหนึ่ง” “มึงก็ตกลง” “กูไม่มีทางเลือก มันสืบจนรู้หมดว่ากูเป็นใครมาจากไหน กูจะหนีมันยังไงพ้นวะ รถกูแม่งก็แยกชิ้นส่วนให้กูเรียบร้อยแถมยังต่อยกูอีก” “ทำตัวเองแท้ ๆ” ไก่โต้งส่ายหน้าไปมา ไม่ได้อยากจะซ้ำเติมแต่ก็อดไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าคนที่เป็นเจ้าของเรื่องจะไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรมากนัก เขาเองเป็นคนนอกก็ไม่ควรที่จะไปตัดสินใคร “กูยอมรับ แต่ถ้ามันไม่ได้ให้กูทำอะไรผิดกฎหมายกูก็ยอมได้แหละว่ะ สบายดีมีเงินใช้อีก” “มันถูกใจอะไรมึง เออ ผู้หญิงหรือผู้ชาย” “ผู้ชาย ลูกครึ่งมั้ง หล่อสัตว์ เรียน ม. เดียวกับเรานี่แหละ” “เชี่ย ชื่อเจโรมใช่ปะ” “ใช่ มึงรู้ได้ไง” เต็นท์มองหน้าเพื่อนด้วยความงุนงง “โอ๊ย มึงมัวแต่ติดหอยอะดิช่วงนั้น แม่งตอนรับน้องรุ่นพี่รุมกันตรึม” ไก่โต้ง ตาโตเมื่อนึกถึงเพื่อนร่วมชั้นปีที่หล่อเหมือนดารา “กูพลาดได้ไง ก็เข้าทุกวันกับพวกมึง” “เออน่ะ นี่ไอจี” ไก่โต้งหันหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดหน้าแอ็กเคานต์อินสตราแกรมของคนที่เขาเพิ่งเจอเมื่อเช้าให้ดู ...คนฟอลโลว์เป็นหมื่นเชียว ก็สมควรอยู่หรอกหล่อลากไส้ซะขนาดนั้น ถ้าไม่ติดว่าเขาเห็นสันดานดิบ ๆ ของมันมาก่อนเขาก็คงมองเป็นไอดอลเหมือนกัน ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนหน้าตาธรรมดา ๆ คนหนึ่งถ้าเทียบกับคนอื่นเป็นประเภทที่หน้าตาพอใช้หาได้เกลื่อนกลาด แต่เป็นคนคารมดีก็เลยมีคนคุยไม่ขาด แต่ตั้งแต่เจอยัยแจมมี่จอมประสาทไปเขาก็แทบจะไม่ได้คุยกับใครอีก “ไหนมึงฟอลไปดิ๊” “ไม่เอาอะ มึงก็เอาแอ็กมึงมาฟอลดิวะ” ไก่โต้งโยกหน้าจอโทรศัพท์หนีแล้วชูไว้ห่าง ๆ เพื่อนข้างหน้าหันมามองก่อนทำท่าจุปากใส่ ทั้งคู่ผงกหัวเป็นเชิงขอโทษที่เสียงดังทำให้เพื่อนหันกลับไปแต่โดยดี “เออ ๆ เอามาดูดี ๆ” เต็นท์ค้นหาตามนั้นก่อนกดฟอลไปแบบไม่ต้องคิด คิดว่าพวกมาเฟียจะต้องเงียบ ๆ ซะอีกไม่คิดว่าจะทำตัวเป็นจุดสนใจขนาดนี้ “เที่ยงกินข้าวไหน” “ทางไหนก็ได้ที่จะไม่เจอแจมมี่อะ” “แค้นมึงจัด” ไก่โต้งหัวเราะร่าเมื่อคิดถึงวีรกรรมของเพื่อน เล่นแหกหน้าเขาขนาดนั้นไม่แปลกที่จะโดนโกรธ “กูยังงงว่ากูผิดอะไร ทำเป็นลีลานักคิดว่ากูชอบมากมั้ง สวยตายห่า” “พูดจาปากหมาฉิบหาย ผู้หญิงมาหลงได้ไงวะ” “อะ กับคนดี ๆ ผมก็ดีครับ กับคนประสาทจะดีเพื่ออะไรเสียเวลาชีวิต” เต็นท์บ่นพลางเก็บแท็บเล็ตเข้ากระเป๋า มองเพื่อนทยอยเดินออกไปจนหมดห้องถึงค่อยลุกตาม “บ่ายกูไม่เข้า” “เออกูก็ไม่น่าเข้า แค่ชั่วโมงเดียวเอามาสอนตั้งแต่บ่ายก็จบ เสือกจะสอนสี่โมง หลับแล้วหลับเลยว่ะกู” ไก่โต้งขยี้หัวเบา ๆ เดินนำไปและไม่ได้พูดอะไรอีก เต็นท์เดินลงมาข้างล่างก็ตอนที่คนแทบวายไปหมดแล้ว มองรอบ ๆ ไม่เห็นอริเก่าก็โล่งใจรีบเดินไปเปิดประตูรถ ใครจะคิดว่าคนที่เขาคิดว่าไปแล้วอย่างแจมมี่จะเปิดประตูแทรกเข้ามานั่งแบบนี้ “เหี้ยเอ๊ย ลงไป” “ทำไม ขอถ่ายรูปหน่อยไม่ได้หรือไง” “ทำตัวติดแกรมปลอม ๆ นั่นหรือไง จนก็ยอมรับว่าจนไม่ต้องพยายามขนาดนั้นหรอก” “แกจะไปเข้าใจอะไร” “เออไม่เข้าใจหรอก แต่มึงก็ทำตัวดี ๆ ดิแจม คนดี ๆ เข้ามาจนมึงก็เขี่ยทิ้งแบบกูเงี้ย พอเห็นเขามั่งเขามีหน่อยก็มาเร่ขายให้เขาแบบนี้ โคตรน่าสมเพช” “ไอ้ทุเรศ กูอยากเจอมึงมากมั้ง” พูดจบหล่อนก็ตบหน้าเต็นท์เข้าฉาดใหญ่ก่อนเดินลงจากรถไป เต็นท์รู้ตัวดีว่าคำพูดเมื่อครู่นั้นรุนแรงแต่เขาก็เบื่อเกินกว่าจะต้องมานั่งทะเลาะกับคนเดิม ๆ กับอีแค่ยอมรับว่าโดนเขาเทมันคงไม่ยากขนาดนั้นหรอกมั้ง แจมมี่คงคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเธอบทที่ 30ตัวอันตรายบรรยากาศเงียบสงบของชานเมืองต่างจากในเมืองหรือแถวมหา’ ลัยมากกว่าที่เจโรมคิด เขายืนรอเต็นท์อยู่ใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่เคยทะเลาะกันเมื่อครั้งก่อน จ้องมองบ้านหลังขนาดกลางของโครงการ แม้จะมีคนอยู่เพียงสองคนแต่มันกลับดูวุ่นวายไม่น้อย“มาแต่เช้าเลย” เต็นท์เดินข้ามถนนมาก่อนจะกอดคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบเดือน“ก็คิดถึง เลยรีบมา”“อัปเวลว่ะเดี๋ยวนี้” เต็นท์แซวก่อนผละออกมา เห็นคนตรงข้ามหรี่ตามองเขาอย่างสงสัย “มีไร”“ทำไมหนวดดกกว่าในกล้อง”“เมียสวย ก็ต้องดุ ๆ”“สวยกับผี”“หล่อด้วยเอ้า เค้าหึงหมดแหละกับผู้หญิงหรือผู้ชาย” เต็นท์หัวเราะแก้เขิน “เข้าไปกัน วันนี้อยู่บ้านไอ้โยเดี๋ยวพาไปรู้จักแฟนมัน แล้วบี๋จะรู้ว่าคนพูดมากจริง ๆ เป็นยังไง”เต็นท์เป็นประเภทที่ถ้ามีคนพูดด้วยถึงจะพูดมากหรือพูดมากกับคนที่สนิท แต่กับจีนนั่นเป็นประเภทที่พูดแม้ไม่มีใครฟัง พูดคนเดียวมันก็ทำได้“มาละ” เต็นท์บอกกับเพื่อนทั้งสองที่นั่งหัวเราะกันอยู่สองคนบนพื้น ด้านหน้ามีเตาไฟฟ้าวางอยู่พร้อมอาหารเต็มเตาเจโรมที่ยืนแอบหลังได้ความรู้สึกตื่นเต้นก้าวเท้าออกมา มองหน้าเพื่อนของเต็นท์ทั้งสองคน เขาขอเดาว่าคนที่ยิ้มกว้างจน
บทที่ 29กำลังก้าวผ่านความกลัว“อยากเข้าไปคุยกับพ่อมึงบ้างไหม” เต็นท์ถามคนที่กำลังจดจ่อกับการต่อเลโก้อย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่าสรุปแล้วสองพ่อลูกนั้นลงรอยกันจริง ๆ หรือไม่ เพราะหลังจากเจโรมติดต่อพ่อของตนให้เขาเสร็จ อีกฝ่ายก็ไม่ใส่ใจอีกต่อไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น“ขี้เกียจ”“ขี้แค้นจัด” เต็นท์แซวด้วยความเข้าใจ “กูไม่ได้จะยัดเยียดมุมมองกตัญญูอะไรให้มึงนะ แต่ถ้าเขาทำดีก็ขอบคุณเขาบ้าง ในฐานะคนมีบุญคุณก็ได้”“วันหลัง” เจโรมตอบทั้งที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากเลโก้ดอกไม้นั่น“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอบี๋”“ขี้เกียจ เลี้ยงผมบ้างสิ” เจโรมเงยหน้าขึ้นมาก่อนยิ้มให้เขา ดูท่าว่าฟ้าหลังฝนมันสวยอย่างที่เขาว่าจริง ๆ“จบไปเค้าก็เงินเดือนหมื่นห้า จะเลี้ยงคุณชายแบบบี๋ไหวเหรอ”“ผมกินข้าววันละมื้อ”“งั้นเดี๋ยวหางานเพิ่ม จะได้กินให้ครบสามมื้อ” เต็นท์ลูบหัวคนรักอย่างเอ็นดู ตอนนี้เปิดเทอมมาได้สองเดือนกว่าแล้ว งานที่เคยมีก็เพลาลงไปเยอะ ที่สำคัญเขาปฏิเสธเพื่อนไปอย่างหนักแน่นว่าจะขอไม่ทำงานอีกต่อไปแล้วในเทอมหน้า“เวอร์ งั้นเดี๋ยวโทรหาพ่อ ขอสมบัติทั้งหมดถึงจะยอมกลับบ้าน”“เอางั้นเลยดิ” เต็นท์หัวเราะออกมา นาน ๆ ทีถึงจะโดนตบมุกกับเขาบ
บทที่ 28แก้แค้นเต็นท์ตาแจ้งตั้งนานแล้วตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยซ้ำ เขามองคนรักที่กำลังร้องไห้จนตัวสั่นก่อนจะรวบอีกคนเข้ามากอด เขารู้ว่าเรื่องราวพวกนี้เจโรมต้องใช้เวลามากมายขนาดไหนในการผ่านมันมา เพียงแค่ปีเดียวไม่สามารถให้แผลพวกนั้นหายไปได้อย่างไร้ร่องรอยเขามีคำถามมากมายแต่ไม่กล้าถามออกไป“สรุปคลิปพวกนั้น เขาก็ปล่อยมันออกไป แม่งเห็นแค่กูด้วยซ้ำอะ กูไม่กล้าทำอะไรเขาเพราะกูโคตรจะกลัวเขาเลย”“แต่มึงก็ใช้ชีวิตได้อย่างดีเลยนี่”“ไม่เลย กูแม่ง...เครียดจนต้องหาหมอจิตเวชแล้วเรื่องที่ชนคนนั่นอีก กูไม่คิดว่าคนที่ทำเหมือนรักกูขนาดนั้นจะทำร้ายกูได้ลง” เจโรมพูดพร้อมเสียงสะอื้น คำพูดขาดห้วงเป็นบางจังหวะ “เขาเอาจากกูไปหมดเลย เงินก็ให้กูขอจากพ่อเพิ่ม รถ กระเป๋ากูก็ซื้อให้หมด เขาให้ความอบอุ่นกับกูในตอนที่ไม่มีใครสนใจการมีอยู่ของกูด้วยซ้ำ”“...”“แต่พอกูเริ่มโตเริ่มมีปากเสียงกับเขาได้เขาก็ทำแบบนั้นกับกูอะ”เต็นท์ลูบหลังคนรักเบา ๆ เจโรมเป็นทั้งเหยื่อและผู้ร้ายในคราวเดียวกัน เขาเองก็ไม่รู้จะผ่านไปได้ยังไงถ้าเจอเรื่องแบบนั้น“มึงกลัวเขามากเลยเหรอ”“อือ แค่เห็นหน้าเขากูก็แทบจะขยับตัวหนีไม่ได้ เขาปั่นหัวเก่งขน
บทที่ 27ให้อารมณ์มันพาไปเจโรมได้แต่มองคนรักเดินจากไปด้วยความรู้สึกหลากหลายจากเหตุการณ์ที่ประเดประดังเข้ามาตลอดช่วงบ่าย ทั้งเรื่องธุรกิจที่เจรจาไม่ลงตัว ไหนจะเรื่องแฟนเก่าอย่างพี่แองเจลที่กลับมารังควานเขาอีกในรอบสองปี...ที่ไม่รู้จะกลับมาทำไมอีกถ้าเต็นท์สังเกตกันสักนิดจะรู้ว่าสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ถ้าเป็นตัวเขาเองเห็นสภาพท่าทางของตัวเองและคำพูดของผู้หญิงคนนั้นก็คงจะคิดไปทางอื่นไม่ได้อีก ฝ่ามือของลูกครึ่งหนุ่มยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ร่างกายที่พอมีแรงขึ้นมาเริ่มคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาคนรัก แต่ทั้งโทรทั้งส่งข้อความก็ไม่มีทีท่าว่าทางนั้นจะยอมรับโทรศัพท์ของเขาเขาเข้าใจดีแต่เขาก็มีเหตุผลของตัวเอง...ขอแค่รับฟังกันบ้างสักครั้งร่างสูงของเจโรมพาตัวเองมายืนอยู่หน้าหอของเต็นท์ที่เขาไม่ได้มาบ่อย ๆ การรักษาความปลอดภัยหละหลวมทำให้เขาขึ้นมาถึงห้องของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องพยายามเลยแม้แต่นิดเดียวก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้น ๆ ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก เต็นท์ในสภาพที่กลิ่นเหล้าหึ่งเดินออกมา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงทันทีที่เห็นหน้าคนอีกด้านของประตู“มาทำไม”“มาอธ
บทที่ 26 มันเป็นใคร วันอาทิตย์ที่ควรจะได้หยุดแต่ดูเหมือนวิศวะอย่างเต็นท์จะไม่ได้พัก ศักดิ์ศรีของการเป็นพี่ปีสองถูกพ่วงมาด้วยกิจกรรมรับน้อง เขาเองก็ปฏิเสธเพื่อนไม่เก่งเลยได้แต่มานั่งตัดไม้ทำฐานให้น้องอย่างเซ็ง ๆ ทั้งที่นัดกับเจโรมอย่างดิบดีว่าจะไปดูหนังด้วยกัน “ดูทำหน้าอย่างกับจะแดกหัวใคร” ดินพูดขึ้นพร้อมกับยื่นกระป๋องน้ำอัดลมมาตรงหน้าของเต็นท์ “สัตว์ เวลาตั้งเยอะไม่บอกกู บอกวันนี้จะเอาวันนี้” เต็นท์บ่นขึ้นมาเบา ๆ อดเขม่นเพื่อนร่วมคณะไม่ได้ ถ้าตอนที่โสดนั่นเขาก็เต็มใจทำอยู่หรอก แต่พอมีแฟนแล้วยอมรับตรง ๆ ว่าเขาติดแฟนมากเป็นพิเศษ “วีนจัด บอกเมียมึงเอาน้ำตาลมาเติมด่วน” “แล้วคนตั้งเยอะ ดันมาใช้กู” “ก็มึงไม่บอกเขาไปล่ะ ว่าไม่ว่าง” “กูบอกแล้ว มันบอกว่าไงล่ะ ‘มาทำหน่อยนะเต็นท์ไม่ทำก็ไม่มีใครช่วยเราแล้ว’ ” ดินหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน นาน ๆ ทีเพื่อนที่เฟรนด์ลี่ยิ้มแย้มเหมือนเมายาเป็นกิจวัตรจะทำหน้าเหมือนกินแตนมาทั้งรัง “เอาน่ะ มาก็มาแล้วรีบทำจะได้รีบกลับ” “พรุ่งนี้อีกวัน กูท้อจ้า” เต็นท์บ่นแต่ก็กดเลื่อยในมือตัดไม้ออกเป็นทรงตามแบบ “เอาน่ะ เผื่อได้อวยยศ” “ลาก่อน กูไม่ทำละจ
บทที่ 25แค่ได้รักเธอหลังจากโดนสารภาพรักพวกเขาก็ขลุกกันอยู่แต่ในห้อง ร่วมรักกันไปหลายรอบจนหมดแรงได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงทั้งคู่ จนวันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนบินกลับไทย พวกเขาก็ยังไม่ได้ไปที่ไหนแบบจริงจังสักทีจนเต็นท์พูดขึ้นมา“ไปศาลเจ้าไหม ขอพรเรื่องความรักงี้” เต็นท์ตะแคงมองคนที่นอนอยู่ข้างกันเจโรมเขี่ยนิ้วมือของคนตัวเตี้ยกว่าอย่างเหม่อลอย เขาคิดอะไรไม่ออกเพราะใช้แรงเยอะเกินไป อาจจะเป็นการขยับตัวเยอะที่สุดในชีวิตของเขาแล้วก็ได้ ออกกำลังกายก็ยังไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเหมือนจะตายแบบนี้“เหนื่อย”“เมื่อคืนนอนจับมือมาเหนื่อยไร” เต็นท์ผลักหัว แฟน ของตัวเองด้วยความมันเขี้ยว อยากจะฟัดคนตัวขาวนี่ตลอดเวลามีแฟนแล้วโว้ย มีแฟนแล้วครับ มีแฟนแล้วจั๊ฟ มีแฟนแล้วจ้า มีแฟนแล้วคับ มีแฟนแล้วงื้อเขาแทบรอไม่ไหวที่จะทำอะไรสักอย่างให้โลกรู้ว่าเขามีแฟนแล้ว“เหนื่อยสะสมอะมึงรู้จักปะ”“ไม่รู้ ลุก ๆ กูอยากถ่ายรูปคู่กับมึงตอนเที่ยวด้วยกัน แล้วโพสต์ไอจีได้ปะ”“เอาดิ แท็กกูด้วย” เจโรมยิ้มร้าย ๆ แอบดีใจไม่น้อยที่มีคนกระตือรือร้นในความภูมิใจที่มีเขาเป็นแฟน“ถ่ายตอนเอากันเลยได้ปะ”“จังไร” เจโรมโยนหมอนใส่แฟนหมาด ๆ ของตัว


![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




