Share

EP.2

Penulis: Camellia.ma
last update Tanggal publikasi: 2026-07-11 11:04:49

           งานอินเตอร์เนชันแนลเซสชันในช่วงค่ำเริ่มขึ้นต่อทันที ช่างภาพและสปอนเซอร์รายใหญ่เดินวุ่นเต็มพิตเลน ฉันต้องสลับไปยืนหน้าบูธรถคลาสสิกฝั่งซ้าย คอยประคองป้ายไฟและขยับตัวตามจังหวะชัตเตอร์ที่กดรัวไม่หยุด ขาและหลังเริ่มตึงจนชา แต่รอยยิ้มบนหน้าต้องนิ่งสนิทเหมือนเดิม ไม่มีสิทธิ์หลุดโฟกัสหรือแสดงความล้าออกมาให้ใครเห็น ตากล้องหลายกลุ่มเดินสลับหน้าเข้ามาขอคิวถ่ายเดี่ยว ฉันจัดการเวลาและขยับส้นสูงก้าวหลบไลน์เดินเครื่องจักรของช่างได้อย่างพอดี หมุนองศาตัวให้เข้ากับแสงแฟลชที่สาดเข้ามาทุกทิศทาง

            เสียงฝูงชนและเสียงเครื่องยนต์รอบข้างเริ่มซาลงทีละน้อยเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านเที่ยงคืน ไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่บนหลังคาพิตถูกปิดลงทีละแถว เหลือเพียงแสงสีส้มสลัวจากเสาไฟทางเดินส่องสว่างเป็นจุด ๆ แฟนคลับและตากล้องพากันทยอยเดินออกจากแทร็กจนสนามตกอยู่ในความสงบ ฉันลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เดินกลับเข้าห้องพัก สตาฟฟ์เพื่อเปลี่ยนชุด

            พอก้าวพ้นสายตาคนด้านนอกมาในห้องพักแคบ ๆ กำแพงความฝืนเมื่อครู่ก็พังลงทันที ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอย่างหมดแรง ปล่อยแผ่นหลังพิงพนักพลาสติกนิ่ง ๆ ยื่นมือที่สั่นน้อย ๆ ไปปลดสายรัดรองเท้าส้นสูงออกช้า ๆ ผิวข้อเท้าขึ้นรอยแดงจัดเป็นปื้น นวดคลึงอุ้งเท้าที่ระบมไปหมดจากการยืนเขย่งค้างอยู่หลายชั่วโมง ความล้าที่สะสมมาตั้งแต่ตื่นตีห้าไปเรียนเลกเชอร์ที่คณะแล่นริ้วจนหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน สมองเบลอจนต้องหลับตาลงนิ่ง ๆ สักพักใหญ่เพื่อเรียกสติ

            ความเงียบในห้องพักสตาฟฟ์ทำให้ได้ยินเสียงถอนหายใจของตัวเองชัดเจน ฉันลุกขึ้นไปหยิบเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์ธรรมดามาเปลี่ยน สลัดหน้ากากเรซควีนตัวท็อปทิ้งไป เหลือเพียงนักศึกษาปีสองที่ร่างจะพังแหล่ไม่พังแหล่ รวบผมขึ้นมัดเป็นก้อนลน ๆ เก็บข้าวของที่กระจัดกระจาย ยัดแผ่นตารางงานลงกระเป๋าสะพายใบเก่ง แล้วหอบเอาเอกสารใบบันทึกเวลากับสรุปตารางคิวงานวันพรุ่งนี้ขึ้นมากอดไว้ ก้าวขาเดินออกจากห้องพักตรงไปทางหน้าพิตเพื่อเคลียร์งานขั้นสุดท้ายให้จบ

            พี่เซย์ ผู้จัดการเรซควีนในชุดสูทสีดำเรียบหรูกำลังยืนตรวจเช็กความเรียบร้อยของเอกสารกองโตอยู่กับช่างภาพตรงโต๊ะลงทะเบียน หน้าตาดูอ่อนล้าแต่ยังคงความเนี้ยบเป๊ะ

            "คืนนี้เวลาดีมากเลยนะคะพี่เซย์" ฉันส่งเอกสารในมือให้พลางพูดทักเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเงียบเกินไป

            "เออ ขุนทัพแม่งทำเรื่องอีกแล้ว สปอนเซอร์ยิ้มแก้มปริเลยมั้ง" พี่เซย์รับกระดาษไปพลางขีดฆ่าตารางในมือ

            "ขอบใจมากนะเมษา วันนี้ทำดีมาก กลับไปพักผ่อนเถอะ"

            "ค่ะพี่เซย์ พี่ก็กลับดี ๆ นะคะ" ฉันยิ้มบาง ๆ ตอบกลับ

            ฉันกระชับสายกระเป๋าสะพายเข้าหาตัว สายตามองไปที่เวลาบนหน้าจอมือถือ เกือบตีหนึ่งแล้ว พรุ่งนี้เช้ามีควิซสำคัญที่คณะอีก ฉันสูดลมหายใจยาว ขยับฝีเท้าที่ยังปวดระบมเดินแยกออกมาทางประตูเหล็กด้านหลังอู่ซ่อมบำรุง ซึ่งเป็นทางเดินแคบ ๆ ที่มืดและเงียบที่สุดเพื่อลัดออกไปสู่บริเวณลานจอดรถด้านนอกสนาม ไม่อยากเดินอ้อมไปด้านหน้าให้ต้องเจอหน้าใครอีก

            บริเวณด้านหลังพิทในเวลานี้ตกอยู่ในความเงียบสงบแตกต่างจากด้านหน้าอย่างสิ้นเชิง แสงไฟสีส้มสลัวจากเสาไฟปลายทางส่องให้เห็นพื้นปูนที่มีรอยคราบน้ำมันเครื่องจาง ๆ เหลือเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ของอู่ซ่อมรถที่ยังคงหมุนส่งเสียงหึ่ง ๆ กับเสียงเครื่องมือช่างที่กระทบกันเบา ๆ จากอู่ท้ายแถวที่ยังเคลียร์ของไม่เสร็จ

            ฉันก้าวเท้าเดินไปตามทางแคบช้า ๆ ร่างกายมันประท้วงความล้าจนความเร็วของฝีเท้าตกลงเรื่อย ๆ สายตามองต่ำอยู่บนพื้นปูน แต่แล้วฝ่าเท้าของฉันก็ต้องหยุดชะงักลงกะทันหันเมื่อมีร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาบดบังแสงไฟสีส้มตรงหน้า

            ร่างสูงใหญ่ของขุนทัพยืนพิงหลังอยู่กับตัวถังรถซ่อมบำรุงที่จอดทิ้งไว้ริมทางเดินแคบ ๆ เส้นนี้พอดี เขาเพิ่งถอดหมวกกันน็อกใบโตออกวางไว้บนฝากระโปรงรถ แสงไฟสลัวจากสปอตไลท์เหนือหัวตกกระทบใบหน้าด้านข้าง เผยให้เห็นเส้นผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อนิด ๆ และรอยเหนื่อยล้าที่เกาะกุมอยู่ตรงหางตาจากการใช้สมาธิบนแทร็กแข่งเมื่อครู่

            แล้วสายตาเรียบนิ่งคู่นั้นก็เบนกลับมาสบเข้ากับดวงตาของฉันพอดี

            ฉันเผลอกำสายกระเป๋าสะพายในมือแน่นขึ้นนิดหนึ่ง

            ต่างคนต่างตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมาก่อน และไม่มีใครขยับขาก้าวเดินหนี ลมกลางคืนพัดผ่านซอกตึกมากระทบผิวเนื้อจนรู้สึกเย็นวาบ แต่กระแสความอึดอัดที่อบอวลอยู่ระหว่างเรากลับทวีความรุนแรงขึ้นในความสงัด

            สุดท้ายฉันเป็นฝ่ายก้าวขาเดินต่อ ตั้งใจจะเดินผ่านร่างสูงใหญ่ตรงหน้าไปเฉย ๆ ทำเหมือนเป็นแค่คนร่วมสนามที่ไม่รู้จักกันจริง ๆ

            ทว่าในจังหวะที่กำลังจะเดินผ่านไป ขุนทัพกลับขยับร่างกายสูงใหญ่ก้าวออกมาขวางทางเดินแคบ ๆ นั้นไว้ดื้อ ๆ จนระยะห่างระหว่างเราลดลงเหลือเพียงไม่ถึงสองช่วงแขน กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ผสมกับกลิ่นไอความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในประสาทสัมผัส

            ฉันหยุดกึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบคู่นั้นตรง ๆ

            "หลบทางด้วยค่ะ" ฉันเอ่ยเสียงเบา น้ำเสียงของฉันที่ส่งออกไปนิ่งและราบเรียบ

            ขุนทัพไม่ได้ขยับเขยื้อนหลบไปไหน เขาทำเพียงแค่ยืนนิ่งสนิท สายตาคมดุกดต่ำลงมาจับจ้องใบหน้าของฉันเงียบ ๆ แววตาของเขาเรียบนิ่งและลึกล้ำ คล้ายกำลังเฝ้าสังเกตดูว่าคนตรงหน้าจะฝืนแสดงท่าทีเป็นปกติได้นานแค่ไหน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะขยับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

            "ทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันเลยนะ"

            ฉันเม้มริมฝีปากแน่นเข้าหากันเล็กน้อย พยายามซ่อนความปั่นป่วนไว้ข้างในอย่างมิดชิด "ก็ไม่สนิทนี่คะ"

            ขุนทัพหลุดหัวเราะในลำคอออกมาเบา ๆ เขาไม่ได้แสดงท่าทีกวนประสาทอย่างที่คนอื่นชอบทำ แต่ยิ่งเขาวางท่าทางเรียบเฉยและวางตัวปกติมากเท่าไหร่ มันยิ่งกระตุ้นกระแสความอึดอัดระหว่างเราให้ปั่นป่วน ขุนทัพมองปฏิกิริยาตอบกลับของฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมขยับตัวเบี่ยงเปิดทางเดินแคบ ๆ ให้ช้า ๆ

            ฉันรีบก้าวเท้าเดินผ่านร่างของเขาไปทันทีโดยไม่คิดจะหันกลับไปมองซ้ำ พยายามเร่งฝีเท้าให้ออกห่างจากบริเวณนั้นให้เร็วที่สุด แต่เพิ่งเดินคล้อยหลังไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงทุ้มต่ำราบเรียบก็ดังตามหลังฝ่าความมืดออกมาอีกครั้ง

            "ยังนอนละเมอเหมือนเดิมไหม"

            ฝ่าเท้าของฉันชะงักกึกอยู่กับพื้นปูนทันที หัวใจตกลงไปชั่วขณะ อาการหน้าชาแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องขบกรามแน่น ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ บังคับขาตัวเองไม่ให้สั่น แล้วรีบก้าวเท้าเดินต่อไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันหลังกลับไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่เบื้องหลังอีกเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิศวะร้ายพ่ายรัก Race Queen สายเนิร์ด    Special Chapter 2— The New Pit Crew

    Special Chapter 2— The New Pit Crew “พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายกของหนัก” เสียงทุ้มดุแฝงความหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่ฉันพยายามจะช่วยยกกล่องลังกระดาษใส่น้ำดื่มในพิตเลน พี่ขุนทัพเดินดิ่งเข้ามาแย่งกล่องในมือฉันไปถือเองทันทีโดยที่ฉันยังไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเหล็กอย่างระมัดระวังคล้ายกลัวว่าแรงสะเทือนจะกระทบมาถึงคนข้าง ๆ แล้วหันกลับมามองฉันด้วยสายตาคาดโทษ ดวงตาคมกริบคู่ที่เคยทำให้คู่แข่งในสนามแข่งต้องหวาดหวั่น ตอนนี้กลับจ้องฉันเขม็งนิ่งสนิทราวกับกำลังจะเรียกเข้าห้องสอบสวนขัดกับท่าทางผ่อนลมหายใจยาวหน่วงเพื่อระงับอารมณ์ “มันไม่ได้หนักขนาดนั้นสักหน่อยค่ะพี่ขุน หนูแค่อยากช่วย ไม่อยากนั่งเฉย ๆ” ฉันบ่นอุบ ย่นจมูกใส่เขา พลางลูบท้องตัวเองเบา ๆ อย่างคนไม่สำนึกผิดเพื่อเอาใจช่วยตัวเอง ตอนนี้ฉันท้องได้เกือบห้าเดือนแล้ว หน้าท้องเริ่มนูนชัดขึ้นจนเสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์ที่ใส่มาวันนี้ปิดไม่มิด อาการแพ้ท้องในช่วงแรกหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความหิวบ่อยกับพลังงานล้นเหลือจนคนรอบตัวเริ่มปวดหัวยามที่เห็นฉันขยับตัวทำนู่นทำนี่ไม่หยุด

  • วิศวะร้ายพ่ายรัก Race Queen สายเนิร์ด    Special Chapter 1 — Midnight Shift

    Special Chapter 1 — Midnight Shift ตีสองสิบห้านาที… ประตูห้องฉุกเฉินปิดลงด้านหลังพร้อมเสียงดังแกร๊กเบา ๆ ฉันยืนนิ่งอยู่หน้าประตูแปบหนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นกดบ่าและต้นคอที่ปวดตึงจนแทบขยับไม่ได้ ความเหนื่อยล้าสะสมจากเวรยาวกว่าสิบหกชั่วโมงเต็มทำเอาร่างกายประท้วงจนโลกทั้งใบดูช้าลงไปหมด แสงไฟนีออนสีขาวในทางเดินของโรงพยาบาลสว่างจ้าจนแสบตา กลิ่นแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อโชยติดเสื้อผ้าขยับตามทิศทางลมไม่หาย “หมอเมษา กลับบ้านดี ๆ นะคะ” พยาบาลรุ่นพี่ที่กำลังนั่งเคลียร์เอกสารโบกมือให้จากหน้าเคาน์เตอร์ “ค่ะพี่อร เจอกันพรุ่งนี้นะคะ” ฉันฝืนยิ้มตาปรือพยักหน้ารับ “พรุ่งนี้อีกแล้วเหรอ” “เวรเช้าค่ะ…” “โหดเกินคนแล้วลูก พักผ่อนบ้างนะ” เสียงหัวเราะเอ็นดูดังตามหลังมาเบา ๆ ฉันยิ้มแห้งตอบ ก่อนจะก้าวขาเดินไปตามทางเดินยาวพลางหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดู หน้าจอสว่างวาบปรากฏข้อความสั้น ๆ ที่ส่งมาเมื่อสามสิบนาทีก่อน ‘เลิกเวรหรือยัง พี่จอดรถอยู่ใต้ตึก’ แค่นึกภาพคนส่ง หัวใจที่แห้งเหี่ยวและ

  • วิศวะร้ายพ่ายรัก Race Queen สายเนิร์ด    EP.98

    “ตั้งใจเป็นหมอดี ๆ ล่ะ อย่าหักโหมเกินไป” “ค่ะ เมษาจะจำไว้” ดึกสงัดของคืนวันเดียวกัน… แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าในกรุงเทพมหานครค่อย ๆ ดับลงทีละดวงตามกาลเวลา ถนนหลายสายที่เคยพลุกพล่านเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า ทว่าเสียงคำรามต่ำทรงพลังของเครื่องยนต์รถสปอร์ตสีดำคันคุ้นเคยยังคงดังก้องทะลุผ่านความเงียบงันยามราตรี พี่ขุนทัพขับรถพาฉันกลับมายัง MIDNIGHT CIRCUIT สถานที่ที่มีความหมายกับเราสองคนมาก เพราะมันเป็นที่ที่เปลี่ยนชีวิตพัง ๆ ของฉันให้ดีขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้มาอยู่ด้วยกันจนถึงทุกวันนี้ เมื่อรถจอดสนิทตรงพิตเลน… เขาดับเครื่องยนต์จนความเงียบเข้าปกคลุม ร่างสูงใหญ่ก้าวลงจากรถเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับให้ฉันช้า ๆ สองมือหนาประคองจับประตูย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อรอรับเหมือนที่เขาตั้งใจทำเสมอมา “มองอะไร” เสียงทุ้มห้วนติดดุถามขึ้นเบา ๆ เมื่อเห็นฉันยังคงนั่งนิ่งสบตาเขาแล้วอมยิ้มไม่ยอมก้าวลงจากรถ “มองว่ากัปตันทีมแชมป์ระดับเอเชีย ผู้ชายที่ดุดันที่สุดในสนามแข่ง ยังยอมลงมาเปิดประตูรถให้แฟนอยู่เลยค่

  • วิศวะร้ายพ่ายรัก Race Queen สายเนิร์ด    EP.97

    มา 5 ปีต่อมา… “ยินดีด้วยนะคุณหมอเมษา!” เสียงของจีน่ากับเรย์ดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะพุ่งเข้ามากอดฉันคนละข้างจนแทบเสียหลัก แรงกอดแน่น ๆ นำพาเอาความตื้นตันใจมาสู่ฉันจนก้อนสะอื้นแล่นมาจุกที่คอ เสียงหัวเราะ เสียงแสดงความยินดี และเสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายรูปดังไปทั่วลานหน้าหอประชุมใหญ่ในช่วงบ่ายของวันสำคัญ วันนี้คือวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วันแห่งความสำเร็จที่นิสิตแพทย์ทุกคนเฝ้าเพียรพยายามมาตลอด 6 ปีเต็ม วันที่ฉันจะได้ก้าวเข้าสู่การเป็นแพทย์หญิงอย่างภาคภูมิใจ ฉันยืนมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณซุ้มดอกไม้ของคณะ ดวงตาไล่มองภาพสะท้อนของตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดครุยวิทยฐานะที่สวมทับอยู่บนร่างกายดูแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา มันทั้งงดงาม ทรงเกียรติ และดูหนักอึ้งไปด้วยความรับผิดชอบของคำว่า ‘ผู้รักษา’ ห้าปีหลังจากคืนฝนตกวันนั้น… และอีกหนึ่งปีเต็มในฐานะอินเทิร์น เพียงแค่คิดถึงคำนี้ หัวใจก็สั่นไหวอย่างรุนแรง หกปีเต็ม ๆ ที่ต้องแลกมาด้วยการหยิบยืมเวลานอน แลกมาด้วยหยาดน้ำตาและความกดด

  • วิศวะร้ายพ่ายรัก Race Queen สายเนิร์ด    EP.96

    “ก็หนูดีใจนี่” “รู้” “แล้วจะว่าอะไร” “ไม่ได้ว่า” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “แค่รู้สึกดี” “ดีอะไร” “มีคนดีใจให้ขนาดนี้” หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนจะยิ่งหนักกว่าเดิมเมื่อเสียงพิธีกรดังขึ้นจากเวที “เชิญผู้ชนะขึ้นรับถ้วยรางวัลครับ!” ขุนทัพถอนหายใจเบา ๆ “ไปทำหน้าที่ก่อน” “ค่ะ กัปตัน” “เดี๋ยวกลับมา” “เมษารออยู่แล้ว” ดวงตาคมสบตาฉันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาบีบปลายนิ้วเบา ๆ แล้วเดินขึ้นเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง แสงสปอร์ตไลต์สาดส่องลงบนร่างสูงสง่า ถ้วยรางวัลแชมป์ถูกชูขึ้นเหนือศีรษะ พลุสีทองพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเย็น เสียงเพลงแห่งชัยชนะดังกระหึ่มไปทั่วสนาม ฉันยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม เพราะรู้ดีว่า… ผู้ชายคนนี้สมควรได้รับทุกอย่างแล้วจริง ๆ หลังจบพิธีมอบรางวัล ทีม RED ENGINEERING จัดการฉลองกันเล็ก ๆ ภายในพิต เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสาย จอมขวัญเปิดแชมเปญจนฟองกระจายไปทั่ว รามโดนทีมช่างจับยกขึ้นบ่า ส่วนวินทร์กำลังโดนล้อเรื่องหน้าตาเครียดตลอ

  • วิศวะร้ายพ่ายรัก Race Queen สายเนิร์ด    EP.95

    หลังจากผ่านพ้นมรสุมเรื่องครอบครัวของฉันไปได้ โลกทั้งใบก็เหมือนจะกลับมาสงบสุขอีกครั้ง พี่ขุนทัพทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ทุกอย่าง เขาดูแลฉันดีมากจนบางครั้งฉันยังแอบคิดว่าผู้ชายดุดันในสนามแข่งคนนั้นหายไปไหน ปัญหาเรื่องพ่อเลี้ยงกับแม่เงียบหายไปสนิทราวกับไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตฉันอีกเลย แต่สำหรับพี่ขุนทัพ... งานใหญ่ที่แท้จริงของเขากำลังจะเริ่มขึ้น ไทม์ไลน์ของชีวิตเราหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งมาถึงวันสำคัญที่สุดในฤดูกาล ศึกตัดสินแชมป์ King’s Cup นัดสุดท้ายที่ทุกคนรอคอย สมรภูมิที่สนาม MIDNIGHT CIRCUIT ในวันนี้แน่นขนัดไปด้วยผู้คนจนแทบไม่มีที่เดิน เสียงเครื่องยนต์จากพิตต่าง ๆ คำรามสลับกันจนแผ่นดินสะเทือน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและความตื่นเต้น ฉันยืนอยู่กลางแทร็กในพิตเลน สวมชุด Race Queen ของทีม RED ENGINEERING ตัวเสื้อสีขาวตัดกับกระโปรงสั้นสีแดงสด ยืนเคียงข้างรถแข่งสีแดงดำเบอร์ 7ของกัปตันทีม พี่ขุนทัพในชุดแข่งเต็มยศเดินเข้ามาหาฉัน ใบหน้าหล่อเหลาดูจริงจังและนิ่งขรึมกว่าทุกวัน สายตาของเขาจับจ้องไปที่แทร็กข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ทว่าพอหันมาสบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status