Masuk“ทำไม” ท่านทูตขบกรามถาม “เพราะมันไร้ค่าสำหรับผม” “...!!!” ท่านทูตจ้องเขม็ง นัยน์ตาฉายแววทึ่งปนข่มขวัญ “ไม่มีความกลัวจริงๆ สินะ” จินจ้องกลับโดยไม่หลบสายตา แม้อีกฝ่ายจะเป็นถึงท่านทูตผู้ทรงอิทธิพลที่สุดที่เคยมีมา “ผมควรกลัวอะไร?” “O_O!!” คำถามย้อนกลับนั้นทำเอาไตเติลกับช้างกลั้นหายใจจนหน้าดำหน้าแดง
“ง่ายๆ แบบนี้เลย?” ช้างหันขวับมาถามไตเติลพลางเบิกตาโต “แล้วลุงคนนี้เป็นใครวะ” “เอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่น พ่อของเอมิโกะ” ไตเติลเอียงหน้ามากระซิบตอบเบาๆ “เย็ดโด้ กูต้องถอนสายบัวไหม” ช้างทำหน้าอึ้งเหวอจนเก็บทรงไม่อยู่ “ถอนทำเหี้ยไร มึงเป็นผู้หญิงรึไง อีกอย่าง ถึงจะเป็นท่านทูต แต่ไม่มีเชื้อพระวงศ์
“....” จินก็เงียบอยู่พักหนึ่ง “คงต้องลองเสี่ยงดู” “หมายความว่าไงวะ?” ไตเติลกับช้างหันมองหน้ากันทันที “....” จินไม่ได้ตอบ ก่อนจะขับรถแล่นออกจากหน้าร้านอาหารไปตามถนนโดยไม่มีใครรู้จุดหมาย จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหนึ่ง ทิศเหนือมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนสายตาจะค่อย ๆ หันกลับมาหาจิน “หรือว่า…” ไ
“แต่ว่า…วันนี้คุณช่วยอยู่ทานข้าวกับลูกสาวผมสักหน่อยได้ไหม...ถือว่าแลกกับสิบล้าน” ความเงียบเข้าครอบงำทันที ไตเติลกับช้างและทิศเหนือพร้อมใจกันเบิกตากว้าง หันไปมองจินเพื่อลุ้นคำตอบ จินมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ก่อนมุมปากจะกระตุกขึ้น ซึ่งนั่นไม่ใช่รอยยิ้มยินดี แต่เป็นยิ้มเหยียดเย้ยหยันในเงื่อนไขไร้สาระ “แม้ ได
“แต่พ่อ” หญิงสาวชะงัก “คุยเรื่องธุรกิจ” คำสั่งของผู้เป็นพ่อทำให้หงส์หยกเม้มปาก ก่อนยอมเงียบ ชายวัยกลางคนก็หันกลับมาหาจิน “โครงการที่คุณเสนอมาผมสนใจนะครับ” คำพูดนั้นทำให้จินนั่งตัวตรงขึ้นเล็กน้อย สีหน้าก็สุขุมเป็นทางการขึ้นมาทันที “ผมอยากขอรายละเอียดเพิ่มเติม คุณว่ายังไง” ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม จินก็
ช้างทำหน้าสยองขวัญพลางขนลุกซู่ ไตเติลก็กุมขมับ อับอายแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี คืนนั้นไฟในผับมันสลัวบวกกับเหล้าเข้าปาก มองผ่านๆ จึงนึกว่าพอไปวัดไปวาได้ แต่พอมาเจอตอนกลางวันแสกๆ แบบนี้ ไตเติลถึงกับถามตัวเองในใจว่า กูเอาลงได้ยังไงวะ กับอีช้างนี่เนี่ยนะ วอดส์!!! “คืนนั้นเมา” ไตเติลหันมากระซิบตอบเบาๆ พลางเ
ไอมิเอะก้มหน้าลงเล็กน้อย พวงแก้มร้อนขึ้นมาจนไม่กล้าเงยหน้ามองคุณแม่ มือบางยังคงลูบขนเจ้าก้อนขนไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว ราวกับใช้เป็นข้ออ้างเพื่อซ่อนความเขินที่ใจเต้นแรง “ฮงโตะนิ จินคุงโนะ อิเอนิ อิคุโน” (เราจะไปอยู่บ้านของจินจริงๆ เหรอคะ) “อืม ฮงโตะวะ โอกาซัง โมะอิคิทาคุนะอินะดาเกะโดะ เดะโมะ โจเกียวงา
แต่ยังไม่ทันได้หายใจ เขาก็กระแทกแก่นกายสวนเข้ามาอย่างหนักหน่วง ไม่ยั้งแรงแม้แต่น้อย แรงกระแทกแต่ละครั้งทำให้รถสั่นสะเทือน จังหวะถี่และแรงจนรถยนต์โยกไหวเป็นจังหวะอย่างชัดเจน ไอมิเอะกัดฟันพยายามทน เสียงสะอื้นติดอยู่ในลำคอ มือเล็กจิกกับเบาะเพื่อหาที่เกาะ แต่จินกลับเอื้อมมือใหญ่มาบีบแก้มทั้งสองข้างของเ
“เฮ็ดไปทั่วน้อคูบา เป็นได๋ปานหนิ จื่อบ่” ช้างเอ่ยพลางเช็ดเลือดออกจากเสื้อให้เสือ โดยคำพูดของช้างแทบจะไม่ได้เข้าหูเสือเลย ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความโกรธ มือยังกำแน่นเหมือนพร้อมจะลุยต่อทุกเมื่อ “นั่นล่ะ อย่าไปกวนเพิ่นอีก เพิ่นเป็นคนใจฮ้าย ต่อไปกะอยู่สื่อๆ คือแข่วทางเทิงเด้อ” “...!!!!” เสือเพียงขมวด
“กูพูดไม่ดีตรงไหน มันเป็นคนเดินเข้ามาหาเรื่องกูก่อน จะให้กูยอม เรื่องอะไรกูต้องยอม มันเป็นพ่อกูรึไง” “แกก็เป็นซะแบบนี้” เธอพูดเสียงเบาราวกับสิ้นหวัง “กูเป็นแบบนี้แล้วจะทำไม กูต้องทำตัวเป็นคนดี ยอมมันเหรอ กูถึงจะได้ใจมึง” คำพูดสุดท้ายหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้เต็นท์ทั้งหลังเหมือนเงียบกริบ ไอม







