Masukความหมายแรกคือ ‘จิน’ เขาไม่ได้เพิ่งมาเริ่มเป็นวิศวกรตอนจะเข้ามหาวิทยาลัย แต่เขาเป็นอัจฉริยะด้านวิศวะในรอบร้อยปีที่มีความสามารถและทำงานระดับวิศวกรมานานแล้ว และความหมายที่สองคือ ก่อนหน้านี้แม้ทั้งคู่จะคบหากัน แต่สถานะและขอบเขตในสายตาคนรอบข้างก็ยังมีความเหลื่อมล้ำเหมือนเป็นเพื่อนกันอยู่ และก็ยังไม่ได้เ
คำว่า ‘แฟน’ จากปากของผู้เป็นพ่อทำเอาไอมิเอะแก้มร้อนฉ่า หัวใจพองโตด้วยความอบอุ่นและเขินอายเมื่อรู้ว่าคุณพ่อยอมรับจินแล้วจริงๆ เธอรับแหวนมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะค่อยๆ บรรจงสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของจิน จินรวบจับมือนุ่มของเธอขึ้นมาประทับจูบเบาๆ ต่อหน้าผู้ใหญ่และสักขีพยานทุกคน นัยน์ตาคู่คมจ้องลึกเ
“เราไม่ได้เข้มแข็งเหมือนแกหนิ” “ไม่มีอะไรหรอก ลงมาเถอะ” ไอมิเอะทำใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมวางมือบนฝ่ามือหนา แล้วก้าวลงมาจากรถ จินโอบประคองร่างบางเดินเข้าไปภายในตัวบ้าน ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องรับแขก ภาพตรงหน้าก็ทำเอาไอมิเอะอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก เพราะคุณพ่อของจินนั่งสง่าอยู่บนโซฟา โดยมีครอบครัวของเธอ
“เพราะงั้น... อย่าคิดจะถอนหมั้นฉันเพราะอารมณ์ชั่ววูบเด็ดขาด เพราะถ้าเธอคิดจะหนี ฉันจะใช้กฎหมายทุกข้อ และสิทธิ์ทั้งหมดในฐานะคู่หมั้น จัดการกับเธอ” “...จ...จะผูกมัดเราเหรอ” “ใช่ อย่าได้คิดลองดีล่ะ เพราะฉันไม่มีวันปล่อยเธอไป เธอจะไปจากฉันได้ ต้องรอให้ฉันตายก่อน” จินกระชับมือเรียวบางแน่นขึ้น ก่อนจะดึง
“ใส่ใจดีจัง” ไอมิเอะอมยิ้มแก้มปริ มองจินด้วยสายตาพราวระยับ “หึ” จินกระตุกยิ้มรับในลำคอหนา สายตาที่มองคนตัวเล็กยังคงเต็มไปด้วยความหวงแหนอย่างลึกซึ้ง พร้อมจะสร้างทุกอย่างและจัดการทุกเรื่องให้อยู่ใต้การควบคุมของเขาเพียงคนเดียว จังหวะที่สายตาคมสบเข้ากับดวงตาคู่สวยในระยะประชิด กระแสอารมณ์บางอย่างพลันจุ
“อะไร เราเสนอชื่อเรื่อง...ไม่ได้หมายถึงแก” “หึ” “แล้วชื่อนี้ล่ะแกคิดว่าไง วิศวะ(หน้าดุ)ล้ำเส้นเพื่อน” “แค่หน้าเหรอที่ดุ” “งั้นเปลี่ยนเป็น วิศวะ(ดุ)ล้ำเส้นเพื่อน ตัดคำว่าหน้าออก แกคิดว่าไง” ไอมิเอะหน้าผ่าวร้อนระอุเมื่อโดนขัดขยี้ จึงรีบเปลี่ยนคำในชื่อเรื่องทันควัน “วิศวะเอวดุแทงเสยยัยลูกครึ่ง ใช้
บทที่ 27 “…เข้ากับมิเอะดี” จินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ย ราศีกับไทป์ของเธอมันเข้ากันได้ดีมาก หวานทั้งไทป์ หวานทั้งราศี ผู้หญิงราศีนี้ จะออกแนวสวยหวาน แบบเจ้าหญิง อ่อนไหว จินตนาการสูง ช่างฝัน แต่สายตาบางทีก็ฆ่าคนได้ คำพูดก็เฉือนใจได้ลึกกว่ามีด เป็นพวกที่ไม่ชอบพูด แต่ว่าจะพูดด้วยสายตาเก่ง บางทียังไม่ทั
ไอมิเอะก้มมองก่อนจะเหลือบไปข้างหลัง โดยจินยังนั่งอยู่เหมือนเดิม เขาไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ แค่เอนหลังพิงเก้าอี้ มองไปที่กระดาน ก่อนจะก้มหน้าลงมาทำแบบฝึกหัดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอค่อย ๆ คลี่กระดาษออกช้า ๆ ในนั้นเขียนว่า (คิดถึง) ซึ่งเป็นลายมือของจิน เขียนเรียบ ๆ ขีดเส้นใต้เอาไว้ แต่กลับทำให้ใจเธอส
ป้ายห้องน้ำหญิงปรากฏตรงหน้า จินหยุดยืนเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนหน้าประตู เขายื่นมือไปเปิดประตู ทว่าประตูถูกล็อกจากด้านใน ทำเอาเขาขบกรามเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิดมากขึ้นอีก ปึงๆๆๆ แล้วมือหนาก็ยกขึ้นเคาะประตูดังสนั่น เคาะแรงจนแผ่นประตูสั่น “มาคุยให้รู้เรื่อง” “ฮึก!” เสียงนั้นทำให้ไ
“กลิ่นเหล้าหึ่งเลยนะ” อาจารย์ก็เอ่ยแซวปนเอ็ด แล้วอาจารย์ก็หันไปมองที่ไตเติลทันที “ลำก่อเจ้า” “ลำขนาดครับ” ไตเติลก็ตอบติดตลกนิดๆ พยายามทำบรรยากาศให้เบาลง ทั้งที่ความจริงแล้วเมื่อคืนพวกเขาเหนื่อยจนแทบล้มตายเพราะจินเพียงคนเดียว จินเดินตรงไปยังโต๊ะของตนเองด้วยท่าทางไม่แคร์ใครสักนิด เขานั่งลงข้างไอมิเ







