เข้าสู่ระบบ“ผมไม่เคยโกหก” “นั่นแหละที่น่าปวดหัว” คนเป็นพ่อประสานมือเข้าด้วยกัน “เอมิโกะร้องไห้กลับบ้าน หุ้นของสองตระกูลผันผวนตั้งแต่เมื่อวาน นักข่าวกำลังตามเรื่องนี้อยู่ รวมถึงเรื่องที่แกต่อยไอ้เด็กนั่นกลางงาน มันยืนยันจะเอาเรื่องแกให้ถึงที่สุด” “....” ท่านรองนายกจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของจิน “แล้วไหนจะเรื่อง
“.…” “แล้วจะมาแปลกใจอะไร” จินหัวเราะเย็น ๆ “หรือพ่อลืมไปแล้ว ว่าตอนวัยรุ่นพ่อบ้ามากกว่าผม” “อย่ามายอกย้อนฉันนะจิน แกคิดว่าทุกคนจะโชคดีเหมือนฉันงั้นเหรอ? คิดว่าเกเร ใช้กำลังแก้ปัญหา แล้ววันหนึ่งจะได้ขึ้นไปนั่งอยู่จุดสูงสุดเหมือนกันหมด ถ้าแกคิดแบบนั้น แกคิดผิด สมัยฉันกับสมัยแกมันไม่เหมือนกัน ยุคนี้ค
“เปราะบาง…” เสียงทุ้มพึมพำเบา ๆ สายตามองใบหน้าคนหลับราวกับมองสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต ก่อนโน้มตัวลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ นานกว่าปกติ ราวกับไม่อยากลุกไปไหน “เธอนอนเถอะ เดี๋ยวฉันกลับมา” แม้รู้ว่าเธอไม่ได้ยิน แต่เขาก็ยังอยากบอก เขามองอยู่แบบนั้นอีกหลายวินาที ก่อนจะฝืนตัวเองลุกขึ้น เดินออกจากห้องนอน “น
“.…” “ฉันมองเธออยู่ตลอด” ประโยคนั้นทำให้ไอมิเอะนิ่งไปเลย ไม่มีแรงแม้แต่จะถามอะไรต่อ เธอได้แต่นอนซบอยู่กับอกเขา ฟังเสียงหัวใจที่เต้นสม่ำเสมอ สมองเธอยังมึนไปหมด ทั้งเรื่องที่บ้าน ทั้งเรื่องเด็กในท้อง แล้วก็เรื่องที่เขาบอกว่ารู้มานานแล้ว “…แล้วทำไมแกไม่บอกเรา” เธอเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอ
“อ๊ะ! เจ็บนะจิน!” ไอมิเอะเบ้หน้าพลางอุทานประท้วงเสียงสั่น ร่างเล็กกระตุกเฮือกด้วยความเจ็บปนเสียวซ่านที่แล่นริ้วขึ้นสมอง ทว่าเธอกลับไม่ได้ขยับหนีหรือปัดป่ายเรียวแขนขัดขืนแม้แต่น้อย เธอทำเพียงแค่นอนคว่ำหน้านิ่ง ซุกพวงแก้มแดงแจ๋ลงกับหมอนนุ่ม ก่อนที่ใบหน้าหวานจะแอบชำเลืองหางตาหันกลับมามองค้อนคนที่อยู่ด
บทที่ 262 ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าคร่อมทับช่วงสะโพกและเรียวขาของไอมิเอะเอาไว้ แต่เขาระวังตัวเต็มที่โดยการทิ้งน้ำหนักลงบนเข่าทั้งสองข้าง ไม่ได้กดทับลงไปบนตัวเธอเลยสักนิด เพราะรู้ดีว่าร่างบางยังระบมกับแผลอยู่ สายตาคมกริบเลื่อนลงมองกระโปรงส่วนที่เหลือซึ่งยังพันธนาการช่วงล่างของเธอไว้ อารมณ์ดิบปนความหงุดหง
เธอเลือกที่จะไม่ขึ้นไป ไม่ใช่วันนี้ แล้วหันหลังเปลี่ยนเส้นทาง เดินออกจากอาคารเรียน กลับบ้านแทน ปล่อยให้จินรออยู่ตรงนั้น ซึ่งบนดาดฟ้า จินยืนพิงราวเหล็ก สูบบุหรี่ค้างไว้ในมือ ดวงตาจับจ้องประตูทางขึ้นราวกับมั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องมา เขาเช็กโทรศัพท์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่มีข้อความใหม่ ไม่มีแม้แต่สายเรียกเ
คำว่าย้ายผู้หญิง ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที จินชะงัก มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นจนเส้นเอ็นปูด “ถ้าไม่เซ็นก็ลาออกจากโรงเรียนนี้ไปซะ นี่คือคำสั่งจากเบื้องบน” คำว่าเบื้องบน ไม่ต้องอธิบายต่อ ทุกคนในห้องรู้ดีว่าหมายถึงใคร เสือเหลือบหางตามองจิน ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้น แล้วหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่ออย่าง
“เมียมึงมันไม่เป็นอะไรหรอก ไปนอนก่อน พรุ่งนี้ตื่นแล้วค่อยไปหามัน” “เออ ยังไงพรุ่งนี้มันก็ต้องไปโรงเรียนอยู่แล้ว” “มึงขับ” แต่จินไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เขายังคงดื้อด้าน หยิบกุญแจรถ แล้วโยนไปให้เพื่อน เพื่อให้เพื่อนขับพาออกไปหาไอมิเอะให้ได้ “ขับเหี้ยอะไรอีก ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมียมึงอยู่ไหน มึงจะให
(ฮัลโหล คนสวยขา) เสียงของเสือดังออกมาจากสาย ทำให้กรามของจินแข็งขึ้นทันที เขาหันขวับกลับมามองไอมิเอะอย่างเอาเรื่อง ไอมิเอะก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอพยายามขยับตัว พยายามลุกจากเตียงทั้งที่แรงแทบไม่เหลือ ปลายนิ้วเกาะผ้าปูแน่น คอก็หดลงโดยไม่รู้ตัว “คืนโทรศัพท์มา…” เสียงเธอแหบพร่า สั่นจนแทบไม่ได้ยิน