Mag-log inช้างที่เดินรั้งท้ายสุดยกมือขึ้นตบอกตัวเองเบาๆ ทำหน้าซาบซึ้งเกินเบอร์ “กูเป็นสาวก กูจะพูดอะไรได้” ช้างมองแผ่นหลังจินแล้วสับเท้าวิ่งตามไปติดๆ “กูต้องตามศาสดาอยู่แล้ว” • • • บินกลับถึงเชียงใหม่ตอนสามทุ่ม จินก็ตรงดิ่งไปที่โกดังทันทีโดยไม่แวะพัก เงินสองร้อยล้านถูกโอนเข้าบัญชีบริษัทเรียบร้อย และเขาไม่ป
“ขอบพระทัย ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท” จินเอ่ยขอบคุณเป็นคำราชาศัพท์เต็มยศด้วยน้ำเสียงเรียบประชดประชัน ไร้ซึ่งความเคารพยำเกรง “ที่จริงต้องใต้ฝ่าพระบาท ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท สงวนไว้สำหรับจักรพรรดิเท่านั้น” เจ้าชายคาร์ไลล์ตรัสแก้ให้ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ มุมปากกระตุกยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า “ขอบคุณที่บอก ใต้
“ในเมื่อรู้อยู่แล้ว งั้นก็…สองร้อยล้าน” จินก็พูดความต้องการออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม “ฮะ? ไหนบอกมาเอาร้อยล้าน อยู่ๆ ทำไมถึง” ช้างอุทานขึ้นมาเสียงหลง พลางเบิกตาโต เพราะตัวเลขไม่เหมือนที่คุยกันไว้ในรถเลยสักนิด ไอ้นี่มันเหลี่ยมใส่เจ้าชายตรงๆ เลยนี่หว่า ความเงียบตกลงปกคลุมทั่วทั้งห้อง เจ้าชายคาร์ไลล์นิ่ง
ทหารนาวิกโยธินที่ยืนเฝ้าเวรอยู่ด้านหน้า พลันยืนตรงและยกมือขึ้นทำความเคารพด้วยท่าวันทายาหัตถ์อย่างเข้มแข็งทันทีที่เห็นหน้าจิน “ท่านนาวาอากาศโทพงศ์พิชญ์ ท่านจอมพลรออยู่ด้านในแล้วครับ” คำพูดนั้นทำเอาจินชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ยังไม่ทันได้ถามด้วยซ้ำว่าใครอยู่ที่ไหน และยังไม่ได้บอกด้วยซ้ำ
“ถ้าตาย ก็น่าจะเป็นคนแถวนี้ทำให้ตาย” เป็นทิศเหนือพูดขึ้นติดตลกพลางมองไปที่จิน ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “สาวน้อยอังคารที่สิบสามกับหนุ่มสิงห์ INTJ มึงคิดว่าใครจะตายก่อนกันล่ะ” “นี่มึงเกิดราศีสิงห์เหรอเนี่ย เท่จัด” ช้างหันไปมองจินด้วยสายตาทึ่ง เพราะถ้าพูดถึงคำว่าเท่ ในชีวิตนี้ ดูเหมือนจินจะกินเรียบไปหมดทุก
“ยัยคุณหนูนั่น แสบเอาเรื่อง แสบๆ แบบนี้ต้องเจอกู เป็นไง ถึงกับลงไปดิ้นกับพื้น” ไตเติลหัวเราะชอบใจ “หน้าก็สวย ไม่น่าเป็นเด็กเปรตเลย” ช้างที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “สวยแต่รูปจูบไม่หอม อย่าไปชม” “แต่สวยจริง สวยโคตรๆ ผิวอย่างขาว หน้าก็คล้ายไอมิจัด นี่ถ้าไม่บอกว่าอีคุณหนูนั่นมีแม่เป็นเจ้
เธอเม้มปากแน่น พยายามกลั้นเสียงครางไว้ ดวงตาก็ปรือพยายามปิดแน่น แสร้งทำเป็นหลับ แต่ร่างกายกลับโอนอ่อนรับสัมผัสทุกจังหวะอย่างปฏิเสธไม่ได้ “อื้ม…อ๊า” เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาในที่สุด ปลายนิ้วเล็กกำผ้าปูที่นอนแน่น สะโพกพลอยยกขึ้นตอบสนองแรงลิ้นอย่างไม่รู้ตัว จินก็เร่งจังหวะลิ้นแรงขึ้น กวาดลึกลงไปทุกซอ
“เฮ็ดไปทั่วน้อคูบา เป็นได๋ปานหนิ จื่อบ่” ช้างเอ่ยพลางเช็ดเลือดออกจากเสื้อให้เสือ โดยคำพูดของช้างแทบจะไม่ได้เข้าหูเสือเลย ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความโกรธ มือยังกำแน่นเหมือนพร้อมจะลุยต่อทุกเมื่อ “นั่นล่ะ อย่าไปกวนเพิ่นอีก เพิ่นเป็นคนใจฮ้าย ต่อไปกะอยู่สื่อๆ คือแข่วทางเทิงเด้อ” “...!!!!” เสือเพียงขมวด
ไอมิเอะก้มหน้าลงเล็กน้อย พวงแก้มร้อนขึ้นมาจนไม่กล้าเงยหน้ามองคุณแม่ มือบางยังคงลูบขนเจ้าก้อนขนไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว ราวกับใช้เป็นข้ออ้างเพื่อซ่อนความเขินที่ใจเต้นแรง “ฮงโตะนิ จินคุงโนะ อิเอนิ อิคุโน” (เราจะไปอยู่บ้านของจินจริงๆ เหรอคะ) “อืม ฮงโตะวะ โอกาซัง โมะอิคิทาคุนะอินะดาเกะโดะ เดะโมะ โจเกียวงา
แต่ยังไม่ทันได้หายใจ เขาก็กระแทกแก่นกายสวนเข้ามาอย่างหนักหน่วง ไม่ยั้งแรงแม้แต่น้อย แรงกระแทกแต่ละครั้งทำให้รถสั่นสะเทือน จังหวะถี่และแรงจนรถยนต์โยกไหวเป็นจังหวะอย่างชัดเจน ไอมิเอะกัดฟันพยายามทน เสียงสะอื้นติดอยู่ในลำคอ มือเล็กจิกกับเบาะเพื่อหาที่เกาะ แต่จินกลับเอื้อมมือใหญ่มาบีบแก้มทั้งสองข้างของเ







