LOGIN“กำไรเหี้ยไร ยุให้เพื่อนใจแตก อีควาย” เส้นด้ายหันขวับไปแว้ดแก้มยุ้ย “มันตามมาวอแวถึงที่ขนาดนี้แล้ว ไปอยู่กับมันสักหกเดือนก็ไม่ขาดทุนหรอก!” ยี่หวาก็ตะโกนตามหลังไป ทำเอาไอมิเอะหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก “หึ” จินหัวเราะหึเบา ๆ ในลำคอหนาอีกครั้ง หลังจากได้ยินคำตะโกนของเพื่อนเธอ ก่อนจะเดินต่อไปที่รถอย่างไม
บทที่ 224 “จะทำร้ายผู้หญิงกลางวันแสก ๆ เหรอ” ดวงตากลมใสจ้องเขาอย่างดื้อรั้น ราวกับกำลังท้าทายอยู่กลาย ๆ “ทำร้ายเหรอ ถ้าฉันทำ เธอตายไปตั้งนานแล้ว” “....” คำพูดนั้นทำให้เธอสะดุ้งตกใจเล็กน้อย “ไปอยู่กับฉัน อย่าให้ต้องพูดซ้ำ” “...เราอยากได้ของคืน” “....” จินกวาดตามองใบหน้าแดงจัดของเธออย่างช้า ๆ
“ช่างเถอะ วันนี้ฉันไม่อยากทะเลาะ” เขาหันหน้ากลับมามองเธออีกครั้ง แววตานั้นยังคงเย็น แต่ลึกลงไปเหมือนมีอะไรบางอย่างที่กำลังปะทะกันอยู่ข้างใน “เรื่องนี้…ไว้คิดบัญชีกันทีหลัง” “...ถ...ถ้ารู้ตั้งแต่แรก...ทำไมถึงไม่พูดตั้งแต่ตอนนั้น” “เอาเรื่องตรงหน้าก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที” “…เรื่องตรงหน้าเหร
บทที่ 223 “ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย แกทำอะไรกับของของเรา” “ก็บอกว่าไม่ได้ทำ ลูกน้องทำ” “เลิกกวนสักทีได้มั้ย ถ้าแกไม่สั่ง ลูกน้องแกจะกล้าเอาของเราไปเหรอ แกเอาของเราไปทำไม เอาของเราคืนมานะ” “จะคืนให้ มันก็ได้อยู่หรอก แต่ต้องไปเอาที่คอนโดฉัน แล้วก็ต้องไปคนเดียวด้วย” “...ระ...เราไม่ไป...เราจะอยู่ที่นี
“ทั้งหมด” พนักงานยังพูดไม่ทันจบ จินก็หยิบบัตรสีดำสนิทขอบทองวาววับออกมา มันคือบัตรเครดิตระดับสูงสุดสำหรับมหาเศรษฐี ที่มีเพียงคนไม่กี่คนบนโลกเท่านั้นที่ถือได้ จินวางบัตรเครดิตสีดำลงบนเคาน์เตอร์ แล้วพนักงานก็เงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบรับไปแตะเครื่องอย่างรวดเร็ว “เรียบร้อยค่ะ” เครื่องส่งเสียงติ๊ดเบ
กรามของจินค่อย ๆ กัดแน่นขึ้นอีกครั้ง มือที่จับพวงมาลัยบีบแน่นขึ้นเล็กน้อย ถ้าเธอรู้เรื่องนี้ขึ้นมา คงไม่มีทางโอเค เธอคงไม่พอใจเขา และเธอก็มีสิทธิ์จะรู้สึกแบบนั้น เพราะเขาเป็นคนพูดเอง เป็นคนสัญญากับเธอเองว่าเขาจะแต่งงานกับเธอ แต่วันนี้กลับมีข่าวว่าจะหมั้นกับผู้หญิงอีกคน ลมหายใจหนัก ๆ ถูกปล่อยออกมาช้
(ไม่มีอะไร แล้วร้องไห้ทำไม) “....” เธอนิ่ง ไม่ตอบ แค่เงียบอยู่อย่างนั้น แล้วฝืนยิ้มอีกครั้งเหมือนเดิม แต่รอบนี้กลับได้ยินเสียงจินขบฟันเบา ๆ เหมือนหงุดหงิด (ไม่เซ้าซี้แล้ว) เขาพูดเสียงต่ำเหมือนตัดบท แต่ก็ไม่วางสาย “....” (มิเอะ) เสียงของเขาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เบาลง แต่เข้มขึ้นจนเธอสะดุ้งเล็กน
จะพูดว่ายังไงดีล่ะ พรุ่งนี้จะบอกว่าไม่รับเพราะมันแพงเกินไป แล้วจินจะคิดยังไงกับเธอ เธอก้มหน้าลงช้า ๆ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเงียบงันบนถุงกระดาษเนื้อดี ก่อนที่มือบางจะยื่นออกไปสัมผัสมันอย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการยืดช่วงเวลานี้ไว้ให้เนิ่นนานอีกหน่อย ทันทีที่ประตูห้องปิดลงตามหลัง เธอก็พุ่งตรงไปล็อกประตูแน่น
มิ่งหล้าหันไปมองห้างโดยบังเอิญ แล้วเหลือบไปเห็นเงาใครบางคนที่คุ้นตา “นั่นหลานสาวคุณปิ่นงามหรือเปล่าคะ?” มิ่งหล้าเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย สีหน้าก็เริ่มเปลี่ยน “ดูเหมือนน้องไอมิเลยค่ะ…แต่มากับผู้ชาย…หล่อมากด้วยนะคะ...แต่หน้าตาคุ้นมากเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยค่ะ” คุณป้าปิ่นงามก็หันไปมองตามทันที แววตาคม
“เต้นแป๊บเดียวเอง เอาไว้เป็นที่ระลึกไง~” แก้มยุ้ยเอ่ยกล่อมเสียงหวาน “พวกกูไม่เอาลงเฟซหรอกน่า” (แต่เอาลงติ๊กต็อก) ยี่หวาเอ่ยเสริม แล้วหันมากะพริบตาใส่รัว ๆ “ไม่เอา เราเต้นไม่เป็น เราขอดูอย่างเดียวก็พอ” “มึงงงง มาเต้นด้วยกันเถอะ แค่นี้เอง ขอแค่เพลงเดียว ไม่นานหรอก ไม่ถึงหนึ่งนาที!” เส้นด้ายก็ไม่ยอ







