Mag-log in“กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคำพูดแบบนั้นจะออกมาจากปากมัน...” ทิศเหนือที่นั่งพาดขาอยู่บนโซฟาหนังราคาแพงเอ่ยขึ้น ก่อนจะหมุนแก้วบรั่นดีในมือเบา ๆ สายตาจดจ้องไปที่ดวงตาของจินในจอโทรทัศน์ “คงโดนพ่อกดดันมาหนัก ถึงได้ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ปฏิเสธเสียงแข็งขนาดนั้น” ทิศเหนือเอ่ยพึมพำอย่างอ่านเกมขาด เพราะเขารู้ดีว่า
“….” “ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ” “....” “อย่าลืมว่าหลังเลือกตั้ง แกต้องไปชายแดน” “พูดอย่างกับจะชนะเลือกตั้ง” “นี่แก...” ผู้เป็นพ่อกำลังจะอ้าปากด่า “ชนะให้ได้ก่อน” ทว่าจินก็พูดขัดจังหวะขึ้นมาก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปก่อน ไม่มีแม้แต่แววจะหันกลับมามอง ทิ้งให้ท่านรองนายกยืนมองแผ่นหลังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อ
แต่ยังพูดไม่ทันจบ กล้องในงานก็ดันซูมเข้าที่ใบหน้าของจินพอดี ทำให้เห็นภาพใบหน้าหล่อคมเต็มจอทีวีทันที ไอมิเอะนิ่งไป ก่อนจะรีบยกหมอนขึ้นมาฟาดใส่หน้าจอทีวีเบา ๆ “คนบ้า…” เธองึมงำ “จะหล่อไปไหน…” (กรี๊ดดดดดด!!! หล่อไส้แตกมากแม่!!) แล้วพอเห็นหญิงสาวในสนามกีฬากรี๊ดอีกครั้ง ไอมิเอะก็ยิ่งหน้ามุ่ย “แล้วจะย
ยิ่งจินยืนนิ่ง คนก็ยิ่งกรี๊ด กรี๊ดจนแทบไม่ได้ยินเสียงท่านรองนายกที่กำลังพูดอยู่หน้าไมโครโฟน ทำให้จากตอนแรกที่สถานการณ์คลี่คลายเมื่อจินปรากฏตัว ตอนนี้เหล่าบรรดาผู้หญิงเริ่มควบคุมยากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ทีมงานหลังเวทีเริ่มส่งสัญญาณกันวุ่นวาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนหันมามองหน้ากันอย่างลำบากใจ เ
“ไม่มีเวลาแล้ว คนรอก็รอไปดิ ร้อนจะตายห่า อีกห้านาที ถ้าลูกชายของท่านยังไม่มา พวกหนูจะกลับแล้วนะ” แต่แล้ว ในจังหวะที่ความอึดอัดกำลังพุ่งสู่จุดวิกฤต “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!” เสียงกรี๊ดแหลมสูงก็ดังขึ้นจากด้านหน้าสนาม “กรี๊ดดดดดดดด!!!” ตอนแรกมีแค่ไม่กี่คนที่กรี๊ด แต่เพียงพริบตาเดียว ก็เพิ่มขึ้นเป็นสิบค
“ยังไงก็ต้องมา ถ้าไม่มากูสาป” ทั่วสนามกีฬาเต็มไปด้วยเสียงบ่นอุบอิบ หลายคนเริ่มหยิบพัดขึ้นมาโบก บางคนเริ่มซับเหงื่อ บางคนเริ่มเติมลิปเป็นรอบที่สาม บางคนเริ่มตบแป้งจนหน้าขาวกว่าเดิมไปสองเฉด บางคนก็หน้าฉันคอใคร แต่ถึงจะบ่นยังไง ก็ไม่มีใครยอมกลับ เพราะทุกคนอยากเจอตัวจริงของจินมากๆ และถ้าจินโผล่มาจริง
“จิน…” เสียงหวานสั่นเครือดังขึ้น ไอมิเอะรีบวิ่งเข้าหาเขา ร่างบางยังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งผ่านฝันร้าย เธอกวาดตามองทั่วทั้งร่างสูงของเขาด้วยความร้อนรน กลัวว่าจะเห็นเลือดหรือบาดแผล แต่สิ่งที่พบกลับทำให้เธอเบิกตากว้าง เพราะจินไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเดียว ถึงจะไม่มีรอยขีดข่วน หรื
“ขอดูดปากหน่อย” ไอมิเอะเลื่อนใบหน้ามากระซิบแนบชิดที่ข้างหู เสียงหวานนั่นทำให้ความร้อนแล่นวูบขึ้นมาที่ปลายหูของจินทันที “มาดูดปากอะไร ดูคนหน่อย” เขาเอ็ดเสียงห้วน แต่แก้มสากกลับขึ้นสีแดงจัดมากขึ้นอีก เขารีบเบือนหน้าไปอีกทาง ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างพยายามกลั้น ยิ่งพอรู้ว่ามุมปากตัวเองเผลอคลี่ยิ้มเล็กๆ
“คาเระวะ ฮอนโตนิ ฟุริเนะ. นามิจาไนวะ. โคะเค็นนิ ทะอิเตะวะ วาตาชิทาจิ, ยูคุริ ฮานาซาไน โตะเนะ” (เขาอันธพาลมาก ไม่ธรรมดาเลย เรื่องนี้เราคงต้องคุยกันยาว) “....” คำพูดของคุณแม่ ทำให้ไอมิเอะหน้าเจื่อนทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจและกังวลไปพร้อม ๆ กัน ปกติคุณแม่ไม่เคยพูดถึงใครในลักษณะนี้มาก่อน
ใช่! ที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่ญี่ปุ่น! ทันใดนั้น เธอเปลี่ยนโหมดทันที ไม่แม้แต่จะเสียเวลาหยิบเสื้อผ้าให้เรียบร้อยดีด้วยซ้ำ รีบใส่ชุดนักเรียนกลับเข้าไปอย่างลวกๆ แล้ว วิ่งออกจากห้องลองชุดด้วยสปีดเกียร์หมา แซงเพื่อนสนิทที่ยังยืนค้างด้วยความตกใจไปอย่างไม่เหลียวหลัง “เอ้า! อีญี่ปุ่น” เพื่อนๆ ถึงกับตะลึงกัน







