เข้าสู่ระบบ
คณะวิศวกรรมศาสตร์วันแรกเต็มไปด้วยความกดดัน เสียงกลองและความตึงเครียดจากเหล่านักศึกษาปีสองและปีสามที่ยืนล้อมรอบ ทำเอาเด็กปีหนึ่งหลายคนเริ่มเหงื่อตก
"แก... ฉันอยากกลับบ้านแล้วอ่ะ น่ากลัวชะมัด" มีนา เพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ กระซิบพลางดึงเสื้อเซลีนแน่น "ใจเย็นยัยมีน ไม่มีอะไรหรอก" เซลีนกระซิบตอบ ด้านหน้าซึ่งมีพี่ว้ากปีสามยืนอยู่สี่คน แต่ท่าทางของพวกเขาดูกังวลแปลก ๆ เหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่ "เฮ้ย... ตกลงว่าไงวะ เฮียจะเข้าไหม" รุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งหันไปกระซิบถามเพื่อนเสียงเบา แต่เพราะลานเชียร์เงียบสนิท เซลีนที่นั่งแถวหน้าสุดเลยได้ยินชัดเจน "ไม่รู้ว่ะ มึงโทรตามดิ่" เพื่อนอีกคนเอ่ยขึ้นพลางส่ายหน้าเล็กน้อย "มึงจะบ้าเหรอ? ใครจะกล้าโทรตามพี่โรมวะ? วันก่อนมีคนไปกวนตอนเฮียอยู่ที่อู่ กูได้ยินว่าแม่งโดนสั่งให้ออกจากมหาลัยเฉย" "เออ! พ่อพี่แกเป็นถึงระดับมหาเศรษฐีของประเทศเลยนะเว้ย อธิการบดีภาษียังต้องเกรงใจเลย" "เออ...แต่กูงงตรงที่ว่า เฮียแม่งไม่เคยเข้าเรียน แต่ได้เกรดเฉลี่ยสี่จุดศูนย์ได้ไงวะ?" "คนอัจฉริยะไง มึงไม่เคยได้ยินอ่อ? ไม่เข้าเรียน แต่เกรดแม่งก็ไม่เคยตก" "ตกลงจะเอาไง... จะตาม? หรือจะว้ากเอง?" "อาจารย์ยังไม่กล้าว่าที่แกโดดเรียนเลย แล้วพวกเราเป็นใครจะกล้าไปสั่งให้พี่แกมาว้ากปีหนึ่งวะ" "เออว่ะ... บารมีเฮียโรมมันค้ำคอจริง ๆ ตัวไม่อยู่ แต่ชื่อก็ทำคนขวัญเสียได้ละ บ่นไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี" เซลีนที่นั่งฟังอยู่ได้ยินทุกรายละเอียดที่รุ่นพี่คุยกัน โรม งั้นเหรอ? รุ่นพี่ปีสี่ที่ชอบโดดกิจกรรมไปนอนเล่นที่อู่รถตัวเอง แต่ทุกคนกลับยอมก้มหัวให้เพราะความรวยและอิทธิพลเนี่ยนะ? เหอะ...! น่าหมั่นไส้ชะมัด คนอะไรทำตัวเหนือกฎเกณฑ์อยู่คนเดียว! ตึง!! เฮดว้ากปีสามทุบโต๊ะเพื่อเรียกสติ และซ่อนความอึดอัดของตัวเอง ก่อนจะแสร้งตะโกนใส่ปีหนึ่งเสียงดัง "จริง ๆ แล้ววันนี้พวกคุณต้องเจอพี่ปีสี่มาเปิดเชียร์ แต่... เพราะพี่เขามีภารกิจด่วน เออ... หมายถึงภารกิจสำคัญระดับคณะ พวกผมเลยต้องมาทำหน้าที่แทน" น้ำเสียงของพี่ปีสามดูอ้อมแอ้มอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพูดถึงรุ่นพี่ว้ากปีสี่ บ่นก็บ่นได้ไม่เต็มปากนัก เพราะเขาเอง ก็กลัวอิทธิพลมากเช่นกัน "และในเมื่อพวกคุณมากันครบแล้ว แต่พี่ปีสี่เขาไม่ว่าง... พวกคุณปีหนึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ลุกขึ้นยืนแล้วกอดคอ ลุกนั่งห้าสิบครั้ง ปฏิบัติ!!" "โห้ยยยยย! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราเนี่ย!" "ใช่ ๆ โมโหให้รุ่นพี่ปีสี่ แต่มาลงกับรุ่นน้องปีหนึ่งเนี่ยนะ? โครตจะเริ่ดเลยละ!" เด็กปีหนึ่งเริ่มครางประท้วงเบา ๆ แต่ด้วยความกลัวระบบระเบียบ ทุกคนจึงทำท่าจะยันตัวลุกขึ้นด้วยความจำยอม... ยกเว้นก็แต่เซลีน "ขออนุญาตค่ะรุ่นพี่!" เสียงหวานของเซลีนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอไม่ได้ลุกขึ้นยืน แต่จ้องหน้าพี่ว้ากปีสามตรงๆ "มีอะไรปีหนึ่ง!" พี่ว้ากเดินเข้ามาหา ท่าทางถมึงทึง "หนูอยากทราบว่า ภารกิจสำคัญระดับคณะที่พี่พูดถึง คือการที่พี่ปีสี่เขาโดดเชียร์ไปอยู่แต่อู่รถของตัวเองใช่ไหมคะ?" คำถามตรงประเด็นของเซลีนทำเอาพี่ว้ากปีสามถึงกับหน้าถอดสี พวกเขาต่างหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่มีใครคิดว่าเด็กปีหนึ่งจะใจกล้าขนาดกล้าพาดพิงถึงบุคคลผู้อยู่เหนือห่วงโซ่อาหารของคณะขนาดนี้ "ปีหนึ่ง! อย่ามาพูดจาลามปามถึงรุ่นพี่ปีสี่นะ!" พี่ว้ากพยายามขู่เสียงเข้ม แต่ซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด "หนูไม่ได้ลามปามค่ะ หนูแค่พูดตามความจริง" เซลีนเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อพี่ปีสี่คนนั้นเขายังโดดเชียร์ได้ตามใจชอบเพราะมีอิทธิพล แล้วทำไมพวกหนูที่มาตรงเวลา และไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงต้องมารับบทลงโทษไร้สาระนี่ด้วยคะ? ถ้าคนผิดไม่โดนลงโทษ... พวกหนูก็ขอปฏิเสธที่จะลุกนั่งค่ะ!" "..." เสียงเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ... เพื่อนปีหนึ่งหลายร้อยชีวิตต่างพากันหันมามองเซลีนเป็นตาเดียว แววตาของทุกคนผสมปนเปไปด้วยความอึ้ง และนับถือในความใจเด็ดของเธอ ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กปีหนึ่งจะใจกล้าบ้าบิ่นพอที่จะลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจมืด และห่วงโซ่อาหารสูงสุดของคณะได้ขนาดนี้ "น้องปีหนึ่ง! หุบปากเดี๋ยวนี้!" พี่เฮดว้ากปีสามหน้าถอดสี เดินดิ่งเข้ามาหยุดตรงหน้าเซลีนทันที น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนก "..." "รู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดถึงใครอยู่? อย่ามาปากดีพูดจาลามปาม! ถ้าเรื่องนี้เข้าหูเขาขึ้นมา... ไม่ใช่แค่เธอหรอกนะที่จะเดือดร้อน แต่พวกฉันก็จะซวยไปด้วย!" คำเตือนที่หลุดออกมาจากปากรุ่นพี่ ยิ่งตอกย้ำความน่าเกรงขามและอิทธิพลอันล้นพ้นของโรม จนคนในลานเชียร์พากันหน้าซีดลงไปอีก แต่สำหรับเซลีน... มันยิ่งจุดประกายความไม่พอใจในใจเธอให้ลุกโชน "แล้วทำไมหนูจะพูดไม่ได้คะ ในเมื่อมันคือเรื่องจริง!" เซลีนเชิดหน้าตอบโต้กลับไปอย่างไม่ยอม ดวงตากลมโตสบสายตากับพี่ว้ากตรง ๆ "..." "กฎของคณะบอกว่าทุกคนต้องเข้าเชียร์อย่างเท่าเทียม แต่ทำไมรุ่นพี่ปีสี่คนนั้นถึงมีสิทธิ์โดดไปนอนเล่นที่อู่รถตัวเองได้ตามใจชอบ โดยที่ไม่มีใครกล้าทำอะไร ในขณะที่พวกหนูเป็นรุ่นน้อง... นอกจากจะต้องมานั่งตากแดดร้อน ๆ ยังต้องมารับบทลงโทษไร้สาระแทนคนที่ไม่มีความรับผิดชอบคนนั้นอีก ระบบแบบนี้มันยุติธรรมแล้วเหรอคะ?!" "เซลีน... พอเถอะแก" มีนา เพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ หน้าซีดเผือด พยายามดึงชายเสื้อเธอสุดชีวิตด้วยความกลัวว่าเรื่องจะบานปลาย "หยุดเดี๋ยวนี้!! ปีหนึ่ง!!" พี่เฮดว้ากตะโกนลั่นลานเชียร์จนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าถมึงทึงดุดันจนบรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที "..." "ที่นี่คือคณะวิศวะ! มีระบบ มีระเบียบ! ถ้าเธอยังคิดจะอยู่ที่นี่ ก็ไม่มีสิทธิ์มาตั้งคำถาม หรือกล่าวล่วงเกินรุ่นพี่คนไหนทั้งนั้น! ในเมื่อเธอปากดีนัก... ทุกคนลุกขึ้นยืน!! กอดคอ ลุกนั่งเพิ่มเป็นหนึ่งร้อยครั้ง!! ปฏิบัติ!!" คำสั่งลงโทษเพิ่มเป็นสองเท่าทำให้เกิดเสียงครางระงมด้วยความทรมาน สายตาของเพื่อนปีหนึ่งบางส่วนเริ่มเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจและตัดพ้อส่งมาทางเซลีน เพราะความอวดดีของเธอแท้ ๆ ที่ทำให้ทุกคนต้องมารับกรรมหนักกว่าเดิม แต่สุดท้าย... ด้วยอำนาจและแรงกดดันที่ค้ำคอ ทุกคนจึงจำต้องยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มกอดคอกันลุกนั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ เซลีนเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือบางกำหมัดแน่นจนสั่นเทาด้วยความโกรธจัดและเจ็บใจอย่างที่สุด ทั้งที่เธอพูดความจริง ทั้งที่เธอพยายามเรียกร้องความถูกต้อง แต่สุดท้ายเธอกลับต้องยอมจำนนให้กับอำนาจที่มองไม่เห็น โรม... โรมัน... เซลีนท่องชื่อผู้ชายสารเลวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ไว้ในใจด้วยความเคียดแค้น แดดที่เผาลงมาจนเหงื่อท่วมตัวเทียบไม่ได้เลยกับไฟแค้นในอกเธอ เธอได้กาหัวคาดโทษไอ้รุ่นพี่อภิสิทธิ์ชนคนนั้นไว้แล้ว... ว่าถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ เธอจัดการเขาแน่!พอโรมันเดินกลับมาที่โต๊ะ สงครามกับเรย์ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เมื่อเห็นรอยช้ำกับเลือดสดๆ ที่ยังซึมอยู่ตรงมุมปากของเพื่อนสนิท"ไปโดนหมาตัวไหนฟัดมาวะไอ้โรม?" เรย์ถามขึ้นทว่าโรมันกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง ชายหนุ่มนั่งนิ่ง คว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกต่อหน้าตาเฉย สงครามเหลือบมองสภาพเลือดกลบปากของเพื่อนแล้วแอบสะกิดแขนเรย์เบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงเตือน"ช่างแม่งเถอะ... ปล่อยมัน มึงถามตอนนี้ก็ไม่ได้คำตอบหรอก"หลังจากนั้น โรมันก็ก้มหน้าก้มตาเทเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า จนเวลาล่วงเลยไปดึกดื่น ปริมาณแอลกอฮอล์ที่กรอกลงกระเพาะหนักหน่วง บวกกับความเครียดในหัวทำให้คนคอแข็งอย่างเขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่ อาการเมาเข้าครอบงำจนตาเริ่มปรือ และก้าวขาแทบไม่ไหว สุดท้ายเพื่อนรักทั้งสองคนเลยต้องช่วยกันหิ้วปีกพยุงร่างสูงโซซัดโซเซออกจากผับแต่พอพ้นประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าออกมา ลมดึกที่พัดวูบเข้ามาปะทะหน้าก็ต้องชะงักไป พร้อมกับบรรยากาศที่เปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันตากลุ่มวัยรุ่นและชายฉกรรจ์เกือบยี่สิบคนยืนออดักหน้าผับเป็นแถวหน้ากระดาน ในมือแต่ละคนถืออาวุธครบมือ ทั้งไม้เบสบอล ท่อนเหล็ก และมีดพกสั้น ท่าทางคุกคามพร้อมเปิ
โรมันก้าวผ่านประตูด้านหน้าเข้ามาในผับด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่านจนแทบจะระเบิด แสงเลเซอร์วูบวาบกับเสียงเบสหนักๆ ไม่ได้ช่วยให้ความหงุดหงิดในหัวเบาลงเลยสักนิดชายหนุ่มเดินผ่านฟลอร์ที่แน่นขนัด ไหล่เขากระแทกชนเข้ากับคนที่กำลังโยกย้ายตามจังหวะเพลงไปหลายคน แต่เขากลับไม่แม้แต่จะเหลือบแลหรือเอ่ยปากขอโทษ สายตาคมดุดัน จับจ้องตรงไปยังโซนโต๊ะด้านล่างที่เพื่อนสนิทนั่งรออยู่"เป็นเหี้ยอะไรของมึงวะไอ้โรม ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะนั่งโซนข้างล่าง วันนี้ผีตัวไหนเข้าสิงมึง?"สงครามตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงทันที ที่เห็นร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โรมันไม่ตอบ ชายหนุ่มเพียงแค่ปรายตาเย็นชาขึ้นมามอง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าขวดเหล้าเพียวๆ มารินใส่แก้วแล้วยกขึ้นกระดกท่าทางกระแทกกระทั้นกับใบหน้าถมึงทึง ที่ดูพร้อมจะหักคอคนได้ทุกเมื่อ ทำเอาบรรยากาศรอบโต๊ะเย็นจัด จนเรย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องรีบยื่นมือไปจับแขนเขาไว้ก่อนที่แก้วที่สองจะแตะริมฝีปาก"จิ๊!"โรมันจิ๊ปากในลำคอด้วยความขัดใจ ตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตมองเพื่อนสนิท"...""ปล่อยมือ... อย่ามายุ่งกับกู""กูไม่ปล่อย" เรย์ไม่สะทกสะท้าน ยังคงจับข้อมือเพื่อนไว้แน่นพร
โรมันที่ได้ยินดังนั้น ก็หันไปจ้องหน้าเดี่ยวทันที คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงสั่ง คล้ายจะบอกว่า หาวิธีให้กูไปส่งให้ได้ ไม่งั้นพวกมึงตาย! เดี่ยวสะดุ้ง เมื่อเห็นสายตาของเจ้านาย"เอ่อ... คุณลีนครับ! ทางออกจากซอยนี้มันเปลี่ยวมากเลยนะครับ แท็กซี่ก็ไม่มีผ่านเข้ามาเลย เดินออกไปมันอันตรายมากครับ... พอดีผมยังไม่ว่างไปส่ง งั้น... ให้คุณลูกค้าท่านนี้ช่วยไปส่งปากทางไหมครับ? ทางเดียวกันพอดีเลย""ไม่ต้องค่ะ ลีนเรียกแกร็บหรือเดินออกไปเองได้ ไม่รบกวนใครดีกว่า" เซลีนปฏิเสธเสียงแข็งอย่างไม่ไยดีเดี่ยวหน้าซีดเผือด รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากมีนา โรมันเองก็ส่งสายตากดดันมาที่เธอ จนมีนาเริ่มทำตัวไม่ถูก หญิงสาวจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ"เอ่อ... ฉันยังไงก็ได้นะแก ถ้าพี่เขาผ่านไปทางนั้น...""มีนนน!" เซลีนหันไปเอ็ดเพื่อน ก่อนจะหันมามองข้ามหัวโรมัน "ลีนจะกลับเองค่ะ ไม่ต้องให้ใครไปส่งทั้งนั้น"พูดจบ เซลีนก็ดึงแขนมีนาแล้วหมุนตัวเพื่อเดินหนี ท่าทีรังเกียจและหมางเมินนั้น ทำให้โรมันใจหาย แววตาของเขาตัดพ้อและเจ็บปวดทว่าความต้องการที่จะปกป้องและอยู่ใกล้เธอมันมีมากกว่า เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ก่อนจะเดินขึ้นไปดักหน้าพวกเธอไว้ทัน
รถยนต์เลี้ยวเข้าสู่ซอยลึกก่อนจะหยุดลงที่อู่ซ่อมรถ ทันทีที่สองสาวก้าวเท้าลงมาจากรถ บรรดาช่างซ่อมและลูกน้องหลายคนก็พากันยืนตัวตรง รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับ ทว่าท่าทางของแต่ละคนกลับดูเกร็งๆ เหมือนคนกลัวความผิดอยู่ตลอดเวลาพวกเขาจัดแจงพาเซลีนและมีนามานั่งพักตรงชุดโต๊ะเก้าอี้รับรองแขกด้านหน้า แม้จะเป็นมุมที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้แต่เนื่องจากทั่วทั้งอู่ ไม่มีห้องกระจกติดเครื่องปรับอากาศเลยสักห้อง มีเพียงพัดลมตั้งพื้นตัวเก่าที่หมุนส่ายไปมาอย่างเชื่องช้า บรรยากาศรอบกายจึงค่อนข้างร้อนอบอ้าว ไอร้อนระอุของแดดผสมกับไอน้ำมันเครื่องลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ"น้ำเย็นๆ ครับคุณหนู... เอ้ย คุณลีน ดื่มให้ชื่นใจก่อนนะครับ" คิมรีบนำแก้วน้ำสแตนเลสใส่น้ำเย็น จนมีหยดน้ำเกาะมาเสิร์ฟให้ถึงมือ"ขอบคุณมากนะคะพี่คิม" เซลีนและมีนายกมือไหว้รับมาดื่มแก้กระหายเมื่อคิมค้อมหัวแล้วรีบถอยห่างออกไป มีนาก็ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้ามากระซิบกับเพื่อนรักทันทีด้วยความสงสัย"นี่ลีน... แกแอบรู้จักคนกลุ่มนี้เป็นการส่วนตัวหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมแต่ละคนดูเกรงใจแกแปลกๆ เลิ่กลั่กเหมือนกลัวแกยังไงชอบกล""เปล่า ฉันไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อนหรอก แต่ป๊าเป
เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลงมากระทบหน้าตึกคณะ ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับหม่นหมองไร้ชีวิตชีวาดวงตากลมโตบวมช้ำและแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ผลพวงมาจากการร้องไห้อย่างหนักตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสาง เธอทำได้เพียงฝืนพาร่างอันอ่อนล้า ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมาเรียนตามหน้าที่"ลีน! แกไปทำอะไรมาเนี่ย?!"เสียงของมีนา ร้องทักขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสภาพเพื่อนรัก ที่ก้าวเท้าลงจากรถด้วยท่าทางอิดโรยราวกับร่างไร้วิญญาณ ผิวหน้าขาวผ่องดูซีดเซียว ขอบตาคล้ำอย่างคนอดนอน"ฉัน... ไม่ได้นอน นอนไม่หลับเลย" เซลีนฝืนยิ้มบาง พลางหลุบสายตาลงต่ำ "ในหัวมันมีเรื่องให้คิดเยอะแยะไปหมด"มีนามองหน้าเพื่อนสนิทด้วยความสงสารและเป็นห่วงจับใจ เธอรู้ดีว่าเรื่องที่ทำให้เซลีนเป็นหนักขนาดนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องความรัก ทว่าในฐานะเพื่อน เธอเลือกที่จะไม่เซ้าซี้หรือคาดคั้น"งั้นวันนี้ไหวไหมแก ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวฉันพาไปห้องพยาบาล""ไหวสิ... แค่คาบเช้าเอง สบายมาก"มีนาไม่ได้ซักไซ้ต่อ ทำเพียงบีบมือให้กำลังใจและคอยดูแลอยู่ข้างๆ ไม่ห่างทั้งสองคนพากันเดินขึ้นตึกเรียน เซลีนเปิดสมุดจดค้างไว้ แต่สายตากลับเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหม
ใบหน้าหวานซบลงกับลาดไหล่แกร่งชั่วครู่ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือเสียงสะอื้นแผ่วเบาก่อนที่เธอจะเค้นเสียงสั่ง"ปล่อยลีนลง...""ถ้าพี่ยอม หนูสัญญาว่าจะคุยกับพี่ดีๆ ใช่ไหม?" โรมันต่อรอง เสียงทุ้มแหบพร่าข้างขมับ"ลีนไม่มีอะไรจะคุยกับพี่ทั้งนั้น ปล่อย" เซลีนเถียงสวนทันควันอย่างไม่ยอมลงให้"ถ้างั้นพี่ก็ไม่ปล่อย อยู่มันแบบนี้แหละ อยากให้คนทั้งมหาลัยมามุงดูผัวอุ้มเมียก็เอาสิวะ!""พี่โรม! พูดจาบ้าอะไรของพี่ ปล่อยลีนเดี๋ยวนี้!"ทั้งสองปะทะคารมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงหวานตวาดสลับกับเสียงคำรามต่ำในลำคอของร่างสูง จนสุดท้าย เมื่อเห็นคนรักเริ่มแดง และมีหยดน้ำตาคลอเบ้า โรมันก็เป็นฝ่ายถอนหายใจยาว ยอมผ่อนแรง แล้ววางปลายเท้าของคนตัวเล็กลงแตะพื้นคอนกรีตอย่างนุ่มนวลทันทีที่อิสรภาพกลับคืนมา เซลีนก็รีบถอยระยะห่างออกไปทันที โรมันขมวดคิ้วแน่น แววตาฉายรอยตัดพ้อและหงุดหงิด ที่เห็นเธอทำเหมือนรังเกียจสัมผัสจากเขา"เป็นอะไรของหนูวะลีน?" โรมันเค้นถาม นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ"...""ทำไมไม่รับสายพี่ ข้อความก็ไม่ยอมตอบ"เซลีนเบือนสายตาหลบไปมองพื้นถนนด้านข้าง พร้อมกับตอบส่งๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ลีนไม่เห็นค่ะ"







