Masuk
คณะวิศวกรรมศาสตร์วันแรกเต็มไปด้วยความกดดัน เสียงกลองและความตึงเครียดจากเหล่านักศึกษาปีสองและปีสามที่ยืนล้อมรอบ ทำเอาเด็กปีหนึ่งหลายคนเริ่มเหงื่อตก
"แก... ฉันอยากกลับบ้านแล้วอ่ะ น่ากลัวชะมัด" มีนา เพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ กระซิบพลางดึงเสื้อเซลีนแน่น "ใจเย็นยัยมีน ไม่มีอะไรหรอก" เซลีนกระซิบตอบ ด้านหน้าซึ่งมีพี่ว้ากปีสามยืนอยู่สี่คน แต่ท่าทางของพวกเขาดูกังวลแปลก ๆ เหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่ "เฮ้ย... ตกลงว่าไงวะ เฮียจะเข้าไหม" รุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งหันไปกระซิบถามเพื่อนเสียงเบา แต่เพราะลานเชียร์เงียบสนิท เซลีนที่นั่งแถวหน้าสุดเลยได้ยินชัดเจน "ไม่รู้ว่ะ มึงโทรตามดิ่" เพื่อนอีกคนเอ่ยขึ้นพลางส่ายหน้าเล็กน้อย "มึงจะบ้าเหรอ? ใครจะกล้าโทรตามพี่โรมวะ? วันก่อนมีคนไปกวนตอนเฮียอยู่ที่อู่ กูได้ยินว่าแม่งโดนสั่งให้ออกจากมหาลัยเฉย" "เออ! พ่อพี่แกเป็นถึงระดับมหาเศรษฐีของประเทศเลยนะเว้ย อธิการบดีภาษียังต้องเกรงใจเลย" "เออ...แต่กูงงตรงที่ว่า เฮียแม่งไม่เคยเข้าเรียน แต่ได้เกรดเฉลี่ยสี่จุดศูนย์ได้ไงวะ?" "คนอัจฉริยะไง มึงไม่เคยได้ยินอ่อ? ไม่เข้าเรียน แต่เกรดแม่งก็ไม่เคยตก" "ตกลงจะเอาไง... จะตาม? หรือจะว้ากเอง?" "อาจารย์ยังไม่กล้าว่าที่แกโดดเรียนเลย แล้วพวกเราเป็นใครจะกล้าไปสั่งให้พี่แกมาว้ากปีหนึ่งวะ" "เออว่ะ... บารมีเฮียโรมมันค้ำคอจริง ๆ ตัวไม่อยู่ แต่ชื่อก็ทำคนขวัญเสียได้ละ บ่นไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี" เซลีนที่นั่งฟังอยู่ได้ยินทุกรายละเอียดที่รุ่นพี่คุยกัน โรม งั้นเหรอ? รุ่นพี่ปีสี่ที่ชอบโดดกิจกรรมไปนอนเล่นที่อู่รถตัวเอง แต่ทุกคนกลับยอมก้มหัวให้เพราะความรวยและอิทธิพลเนี่ยนะ? เหอะ...! น่าหมั่นไส้ชะมัด คนอะไรทำตัวเหนือกฎเกณฑ์อยู่คนเดียว! ตึง!! เฮดว้ากปีสามทุบโต๊ะเพื่อเรียกสติ และซ่อนความอึดอัดของตัวเอง ก่อนจะแสร้งตะโกนใส่ปีหนึ่งเสียงดัง "จริง ๆ แล้ววันนี้พวกคุณต้องเจอพี่ปีสี่มาเปิดเชียร์ แต่... เพราะพี่เขามีภารกิจด่วน เออ... หมายถึงภารกิจสำคัญระดับคณะ พวกผมเลยต้องมาทำหน้าที่แทน" น้ำเสียงของพี่ปีสามดูอ้อมแอ้มอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพูดถึงรุ่นพี่ว้ากปีสี่ บ่นก็บ่นได้ไม่เต็มปากนัก เพราะเขาเอง ก็กลัวอิทธิพลมากเช่นกัน "และในเมื่อพวกคุณมากันครบแล้ว แต่พี่ปีสี่เขาไม่ว่าง... พวกคุณปีหนึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ลุกขึ้นยืนแล้วกอดคอ ลุกนั่งห้าสิบครั้ง ปฏิบัติ!!" "โห้ยยยยย! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราเนี่ย!" "ใช่ ๆ โมโหให้รุ่นพี่ปีสี่ แต่มาลงกับรุ่นน้องปีหนึ่งเนี่ยนะ? โครตจะเริ่ดเลยละ!" เด็กปีหนึ่งเริ่มครางประท้วงเบา ๆ แต่ด้วยความกลัวระบบระเบียบ ทุกคนจึงทำท่าจะยันตัวลุกขึ้นด้วยความจำยอม... ยกเว้นก็แต่เซลีน "ขออนุญาตค่ะรุ่นพี่!" เสียงหวานของเซลีนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอไม่ได้ลุกขึ้นยืน แต่จ้องหน้าพี่ว้ากปีสามตรงๆ "มีอะไรปีหนึ่ง!" พี่ว้ากเดินเข้ามาหา ท่าทางถมึงทึง "หนูอยากทราบว่า ภารกิจสำคัญระดับคณะที่พี่พูดถึง คือการที่พี่ปีสี่เขาโดดเชียร์ไปอยู่แต่อู่รถของตัวเองใช่ไหมคะ?" คำถามตรงประเด็นของเซลีนทำเอาพี่ว้ากปีสามถึงกับหน้าถอดสี พวกเขาต่างหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่มีใครคิดว่าเด็กปีหนึ่งจะใจกล้าขนาดกล้าพาดพิงถึงบุคคลผู้อยู่เหนือห่วงโซ่อาหารของคณะขนาดนี้ "ปีหนึ่ง! อย่ามาพูดจาลามปามถึงรุ่นพี่ปีสี่นะ!" พี่ว้ากพยายามขู่เสียงเข้ม แต่ซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด "หนูไม่ได้ลามปามค่ะ หนูแค่พูดตามความจริง" เซลีนเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อพี่ปีสี่คนนั้นเขายังโดดเชียร์ได้ตามใจชอบเพราะมีอิทธิพล แล้วทำไมพวกหนูที่มาตรงเวลา และไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงต้องมารับบทลงโทษไร้สาระนี่ด้วยคะ? ถ้าคนผิดไม่โดนลงโทษ... พวกหนูก็ขอปฏิเสธที่จะลุกนั่งค่ะ!" "..." เสียงเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ... เพื่อนปีหนึ่งหลายร้อยชีวิตต่างพากันหันมามองเซลีนเป็นตาเดียว แววตาของทุกคนผสมปนเปไปด้วยความอึ้ง และนับถือในความใจเด็ดของเธอ ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กปีหนึ่งจะใจกล้าบ้าบิ่นพอที่จะลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจมืด และห่วงโซ่อาหารสูงสุดของคณะได้ขนาดนี้ "น้องปีหนึ่ง! หุบปากเดี๋ยวนี้!" พี่เฮดว้ากปีสามหน้าถอดสี เดินดิ่งเข้ามาหยุดตรงหน้าเซลีนทันที น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนก "..." "รู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดถึงใครอยู่? อย่ามาปากดีพูดจาลามปาม! ถ้าเรื่องนี้เข้าหูเขาขึ้นมา... ไม่ใช่แค่เธอหรอกนะที่จะเดือดร้อน แต่พวกฉันก็จะซวยไปด้วย!" คำเตือนที่หลุดออกมาจากปากรุ่นพี่ ยิ่งตอกย้ำความน่าเกรงขามและอิทธิพลอันล้นพ้นของโรม จนคนในลานเชียร์พากันหน้าซีดลงไปอีก แต่สำหรับเซลีน... มันยิ่งจุดประกายความไม่พอใจในใจเธอให้ลุกโชน "แล้วทำไมหนูจะพูดไม่ได้คะ ในเมื่อมันคือเรื่องจริง!" เซลีนเชิดหน้าตอบโต้กลับไปอย่างไม่ยอม ดวงตากลมโตสบสายตากับพี่ว้ากตรง ๆ "..." "กฎของคณะบอกว่าทุกคนต้องเข้าเชียร์อย่างเท่าเทียม แต่ทำไมรุ่นพี่ปีสี่คนนั้นถึงมีสิทธิ์โดดไปนอนเล่นที่อู่รถตัวเองได้ตามใจชอบ โดยที่ไม่มีใครกล้าทำอะไร ในขณะที่พวกหนูเป็นรุ่นน้อง... นอกจากจะต้องมานั่งตากแดดร้อน ๆ ยังต้องมารับบทลงโทษไร้สาระแทนคนที่ไม่มีความรับผิดชอบคนนั้นอีก ระบบแบบนี้มันยุติธรรมแล้วเหรอคะ?!" "เซลีน... พอเถอะแก" มีนา เพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ หน้าซีดเผือด พยายามดึงชายเสื้อเธอสุดชีวิตด้วยความกลัวว่าเรื่องจะบานปลาย "หยุดเดี๋ยวนี้!! ปีหนึ่ง!!" พี่เฮดว้ากตะโกนลั่นลานเชียร์จนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าถมึงทึงดุดันจนบรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที "..." "ที่นี่คือคณะวิศวะ! มีระบบ มีระเบียบ! ถ้าเธอยังคิดจะอยู่ที่นี่ ก็ไม่มีสิทธิ์มาตั้งคำถาม หรือกล่าวล่วงเกินรุ่นพี่คนไหนทั้งนั้น! ในเมื่อเธอปากดีนัก... ทุกคนลุกขึ้นยืน!! กอดคอ ลุกนั่งเพิ่มเป็นหนึ่งร้อยครั้ง!! ปฏิบัติ!!" คำสั่งลงโทษเพิ่มเป็นสองเท่าทำให้เกิดเสียงครางระงมด้วยความทรมาน สายตาของเพื่อนปีหนึ่งบางส่วนเริ่มเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจและตัดพ้อส่งมาทางเซลีน เพราะความอวดดีของเธอแท้ ๆ ที่ทำให้ทุกคนต้องมารับกรรมหนักกว่าเดิม แต่สุดท้าย... ด้วยอำนาจและแรงกดดันที่ค้ำคอ ทุกคนจึงจำต้องยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มกอดคอกันลุกนั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ เซลีนเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือบางกำหมัดแน่นจนสั่นเทาด้วยความโกรธจัดและเจ็บใจอย่างที่สุด ทั้งที่เธอพูดความจริง ทั้งที่เธอพยายามเรียกร้องความถูกต้อง แต่สุดท้ายเธอกลับต้องยอมจำนนให้กับอำนาจที่มองไม่เห็น โรม... โรมัน... เซลีนท่องชื่อผู้ชายสารเลวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ไว้ในใจด้วยความเคียดแค้น แดดที่เผาลงมาจนเหงื่อท่วมตัวเทียบไม่ได้เลยกับไฟแค้นในอกเธอ เธอได้กาหัวคาดโทษไอ้รุ่นพี่อภิสิทธิ์ชนคนนั้นไว้แล้ว... ว่าถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ เธอจัดการเขาแน่!เซลีนยืนตัวแข็งราวกับถูกสาป เลือดในกายเย็นเฉียบจนใบหน้าหวานซีดเผือด ไร้สีเลือดขึ้นมาฉับพลัน ความเงียบอันน่าอึดอัดปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงเกลียวคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินเบาๆ"สนุกมากไหม?"น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบสนิท ทว่ากลับเยียบเย็นจนบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เซลีนได้แต่เม้มปากแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะตอบคำถามมีนาที่ยืนอยู่ข้างๆ เลิ่กลั่กด้วยความงุนงงและหวาดหวั่น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมรุ่นพี่ร่วมคณะถึงได้ถามคำถามแบบนั้น ทั้งน้ำเสียง แววตา และสีหน้าคมคายดุดัน มันช่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง"สะ... สนุกค่ะพี่"มีนาเค้นเสียงตอบตะกุกตะกัก ตัวสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอไม่เคยเห็นโรมันในโหมดที่น่ากลัวและแผ่รังสีคุกรุ่นขนาดนี้มาก่อนในชีวิตโรมันไม่แม้แต่จะปรายตามองมีนา ชายหนุ่มเอาลิ้นดุนดันกระพุ้งแก้มอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะพ่นลมหายใจร้อนออกมายาวเหยียดดวงตาคมกริบกวาดมองร่างเล็กที่เปียกชุ่มตรงหน้า ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ชุดว่ายน้ำสีขาวแนบเนื้อที่อวดทรวดทรงอกอิ่ม เอวคอดกิ่ว และเรียวขาขาวผ่อง ยิ่งจุดไฟโทสะในอกของเขาให้ลุกโชนจนแทบระเบิด"ใครอนุญาตให้เอาเศษผ้าพวกนี้มาใส่... หืม?""..."โรมันก
หลังจากขึ้นมาบนรถบัส เซลีนก็รีบหากระจกขึ้นมาส่องคอตัวเองอีกรอบด้วยความกังวล แม้จะพยายามลงแป้งและคอนซีลเลอร์ของตัวเองไปแล้ว แต่รอยช้ำสีเข้มที่คนเอาแต่ใจฝากไว้ ก็ยังเด่นชัดจนปิดไม่มิด ร่างบางจึงต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆ"มีนา... แกมีคอนซีลเลอร์เนื้อแน่นๆ ไหม ของฉันมันกลบไม่อยู่เลยอ่ะ""ไหนดูซิ" มีนายิ้มกรุ้มกริ่ม เธอหยิบคอนซีลเลอร์ขึ้นมาแล้วค่อยๆ บรรจงเกลี่ยทับรอยตรงลำคอให้เพื่อนอย่างเบามือ แต่ปากก็ยังไม่วายแซวต่อ"...""คอนซีลเลอร์ยังเอาไม่ลง มดตัวนี้สงสัยจะกัดแรงมากเลยสิ ดุดันไม่เกรงใจผิวเนียนๆ ของแกเลยสักนิด""มีนพอเลย หยุดล้อได้แล้ว" เซลีนหน้าแดงก่ำ รีบหยิบผมมาปรกข้างคอไว้เพื่อความปลอดภัยบรรยากาศบนรถบัสเต็มไปด้วยความสนุกสนานและคึกคัก พวกรุ่นพี่สันทนาการต่างพากันเปิดเพลง ร้องและเต้น และจัดกิจกรรมคลายเบื่อตลอดเส้นทาง ขณะที่โรมัน สงคราม และเรย์ ต่างขับรถส่วนตัวตามขบวนมากันเอง ไม่ได้มาร่วมเบียดเสียดบนรถบัสใหญ่เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งขบวนรถเคลื่อนเข้าสู่รีสอร์ตติดริมทะเล ภาพกว้างใหญ่ของหาดทรายขาวสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ ทำเอาเหล่ารุ่นน้องส่งเสียงเฮลั่นด้วยความตื่นเต
หลังจากเสร็จกิจกรรม ทั้งสองก็ลงมาจากคอนโด เซลีนเปลี่ยนมาสวมเสื้อยืดรับน้องของคณะ คู่กับกางเกงยีนขายาวสีเข้ม ทว่ากางเกงยีนตัวเก่งนั้น เข้ารูปพอดีตัวจนเน้นสัดส่วนช่วงสะโพกและเรียวขาสวยอย่างเด่นชัด ชายเสื้อยืดถูกเก็บเข้าในกางเกงอย่างเรียบร้อย แต่กลับยิ่งขับเน้นเอวคอดกิ่วให้เห็นชัดขึ้นไปอีกทันทีที่ร่างบางเปิดประตูขึ้นมานั่งประจำที่ข้างคนขับ โรมันที่นั่งรออยู่หลังพวงมาลัยก็ไม่ได้ออกรถในทันที เขากวาดสายตามองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม สันกรามบดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ"ลีน... กางเกงตัวนี้มันไม่รัดไปหน่อยเหรอ?" น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด"...""เสื้อก็ตัวแค่นั้นเอง รัดจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว"เซลีนก้มลงมองชุดตัวเองแล้วเงยหน้าสบตาเขาอย่างงุนงง"รัดตรงไหน กางเกงยีนส์ขายาวธรรมดาเลยนะ เสื้อเขาก็แจกมาไซส์นี้ ทุกคนในคณะก็ใส่แบบนี้กันทั้งนั้นแหละค่ะ""ธรรมดาตรงไหนหืม?"ความหงุดหงิดเกือบทำให้หลุดคำหยาบออกมา ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าหา แววตาวาวโรจน์ด้วยความหวงแหน"...""รัดจนเห็นก้นขนาดนี้ นมหนูก็ไม่ใช่เล็กๆ เสื้อยืดมันดันทรงจนแทบจะทะลักออกมาอยู่แล้ว""เฮีย อย่ามาไร้สาระไ
โรมันโน้มตัวลงมาทาบทับร่างบอบบางอย่างช้าๆ แผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเบียดแนบชิดกับทรวดทรงอวบอิ่มจนแทบไม่เหลือช่องว่างปลายนิ้วหนาลูบไล้ไปตามแนวสีข้าง ปลุกเร้าความร้อนผ่าวให้แล่นพล่านไปทั่วผิวกายเนียนละเอียด ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะก้มลงซุกไซ้ปลายจมูกโด่งเข้าหาทรวงอกอวบสล้าง ริมฝีปากหยักอุ่นจัดอ้ารับยอดปทุมถันสีหวานเข้าไปในโพรงปาก พร้อมกับดูดดึงและตวัดปลายลิ้นหยอกเย้าอย่างหิวกระหาย"อ๊ะ... อ๊า... เฮียโรม..."เซลีนหลุดเสียงครางหวานออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ สองมือน้อยเลื่อนขึ้นไปขยุ้มกลุ่มผมหนานุ่มของเขาไว้แน่น ร่างกายแอ่นโค้งขึ้นโดยสัญชาตญาณ เพื่อเปิดทางให้คนตัวโตได้ละเลงลิ้นและปรนเปรอได้อย่างถนัดถี่เสียงดูดดึงอันฉ่ำชื้นดังแว่วสะท้อนก้องทั่วห้องนอน ความต้องการดิบในอกของโรมันพุ่งสูงขึ้นจนแทบควบคุมไม่อยู่ ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกชั่วครู่ ดวงตาสีเทาจางปรือเยิ้มฉายแววเจ้าเล่ห์ ทอดมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำ"ก่อนจะไปให้พวกรุ่นพี่ที่ค่ายรับน้อง... วันนี้ต้องให้เฮียรับน้องคนดีก่อนนะครับ""เฮียโรมคนบ้า!" เซลีนส่งค้อนให้ทั้งที่ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้ มือบางฟาดลงบนแผ่นหลังกว้างเบาๆ"...""พูดจาอะไรน
ตอนที่47 เอาแต่ใจหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว แผลของโรมันค่อยๆ สมานตัวดีขึ้นตามลำดับ จากที่ต้องเทียวไปล้างแผลที่โรงพยาบาลแทบทุกวัน จนถึงตอนนี้ ปากแผลทั้งบนศีรษะและหน้าท้องปิดสนิท เหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นจางๆแม้ช่วงก่อนหน้าร่างกายจะไม่สมบูรณ์เต็มที่ แต่ความเอาแต่ใจของเขาก็ไม่เคยลดละลงเลยแม้แต่น้อย แทบจะทุกคืนที่อยู่ด้วยกัน เขาก็จะหาเรื่องเข้ามาคลอเคลียไม่ยอมห่างภายในห้องนอน เซลีนกำลังนั่งพับเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบเล็ก เธอจัดเตรียมสัมภาระสำหรับทั้งของตัวเองและของเขา วันนี้เป็นวันแรกที่คณะจัดกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ ที่ทะเล โรมันในฐานะรุ่นพี่ต้องออกไปมหาลัยตั้งแต่เช้า เพื่อเตรียมสถานที่และขนย้ายอุปกรณ์แกร๊ก...ยังไม่ทันที่เซลีนจะรูดซิปปิดกระเป๋า ประตูห้องนอนก็ถูกผลักเปิดออก โรมันก้าวเข้ามาในห้อง นัยน์ตาสีเทาจางกวาดมองสัมภาระบนพื้นก่อนจะเอ่ยปากถาม"เก็บของเสร็จยัง""เสร็จพอดีเลยค่ะ" เซลีนเงยหน้าตอบโรมันอยู่ในชุดเสื้อสตาฟสีดำ กับกางเกงขายาวสีเดียวกัน ขับเน้นรูปร่างสูงโปร่งและกล้ามเนื้อให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมสันและลำคอแกร่ง เส้นผมเปียกชื้นเล็กน้อย
เซลีนนอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างหนา ร่างกายหมดเรี่ยวแรงราวกับถูกพายุหมุนพัดไปหลายตลบ เขาปรนเปรอและตักตวงจากเธอจนแทบจะขาดอากาศหายใจใบหน้าหวานแดงก่ำ ปอยผมเปียกชื้นแนบไปกับขมับเนียน โรมันกดจูบลงบนขมับบางอย่างแสนรัก มือหนาลูบไล้เส้นผมของเธออย่างทะนุถนอม ริมฝีปากหยักพร่ำบอกคำว่ารักซ้ำๆ อยู่ข้างหูไม่ยอมห่าง"พี่รักหนู... รักที่สุดเลยครับ""อื้อ... พอแล้วค่ะ พี่โรมขยับออกไปก่อน ลีนหนัก..." เซลีนครางประท้วงเสียงแผ่ว สองมือดันแผงอกแกร่งเบาๆ ให้เขาถอยห่างทว่าจังหวะที่ดันตัวออก สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น...ผ้ากอซสีขาวตรงหน้าท้องของเขาบัดนี้ถูกย้อมไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉาน รอยเย็บสดๆ ปริแตกจนของเหลวสีสดเริ่มซึมทะลักออกมาเป็นวงกว้าง"...""กรี๊ด! พี่โรม!" เซลีนตกใจสุดขีด ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เธอรีบออกแรงผลักเขาออกทันทีอย่างลืมตัว"...""เลือด! เลือดพี่ไหล"ร่างบางรีบถดตัวถอยออกมา นั่งคุกเข่าจ้องมองแผลตรงหน้าท้องแกร่งด้วยความตื่นตระหนก มือไม้สั่นไปหมด ทว่าคนเจ็บอย่างโรมันกลับเพียงแค่ก้มลงมองรอยเลือดที่ซึมเปื้อนหน้าท้องตัวเองนิ่ง สีหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ห



![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



