LOGINหลังออกจากห้องเชียร์อันแสนโหดร้ายมาได้ เซลีนและมีนาก็เดินออกมาจากคณะ มาหยุดอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางใกล้ๆ มหาลัย
กลิ่นน้ำซุปหอมฉุยและลมโชยอ่อนๆ พอจะช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำจากแดดเมืองไทยได้บ้าง "เจ๊คะ! เส้นเล็กต้มยำสอง พิเศษทุกอย่าง เพิ่มเกี๊ยวทอดด้วยด่วนๆ เลยค่ะ" มีนาตะโกนสั่งพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอย่างหมดสภาพ ก่อนจะหันมามองเพื่อนสนิทตาโต "..." "เอาจริงนะเซลีน... ตอนที่อยู่ห้องเชียร์ ฉันนึกว่าแกโดนผีเข้า! แกกล้าทำอะไรแบบนั้นได้ไงอะ? ตั้งแต่คบกันมา ฉันยังไม่เคยเห็นแกโหมดนี้เลย!" เซลีนหยิบทิชชู่มาเช็ดเหงื่อบนหน้าพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ถามว่ากลัวไหม... แทบบ้าเลยละ! แต่พอนึกถึงหน้าไอ้พี่โรมอะไรนั่นแล้วมันของขึ้น! ตัวเองโดดเชียร์ไปนอนตากแอร์ แต่ดันปล่อยให้รุ่นน้องตากแดดจนหัวจะไหม้ แถมยังต้องมาโดนลงโทษเพราะเขาอีก มันใช่เรื่องอ่อ? ร้ายมาร้ายกลับไม่โกงโว้ย!" "จ้า... แม่คนเก่งงง... แต่ประเด็นคือ แกไปกระตุกหนวดเสือเข้าแล้วไง ถ้าพี่โรมรู้เรื่องแล้วมาเล่นงานแกขึ้นมาจะทำไง? ฉันยังไม่อยากไปงานศพแกนะเพื่อน" พอมีนาพูดขึ้น เซลีนก็แอบกลืนน้ำลายลงคอ แววตามั่นใจเมื่อกี้วูบไหวไปแวบหนึ่ง เพราะเธอก็พอจะได้ยินกิตติศัพท์อันเลื่องลือของเขามาบ้าง "เออน่า... เขาเป็นถึงรุ่นพี่ คงไม่ว่างมานั่งรังแกเด็กปีหนึ่งตาสีตาสาหรอกมั้ง มั้งนะ" "หวังสูงไปละแก!" มีนาเบิกตากว้างทำเสียงกระซิบชวนขนลุก "หืมม?" "แกยังไม่รู้กิตติศัพท์ความโหดของพี่โรมล่ะสิ! สายสืบฉันบอกมาว่า พี่แกน่ะนอกจากจะรวยล้นฟ้าแล้ว ยังโหดสลัดรัสเซียมาก! วันดีคืนดีถ้าไม่ชอบขี้หน้าใคร หรือมีใครไปขวางหูขวางตา แว่วๆ ว่าเคยสั่งย้ายนักศึกษาข้ามคณะมาแล้วด้วย! บางคนบอกว่าแกมีพลังจิตสั่งตัดเกรด F ได้ด้วยตาเปล่าอ่ะคิดดู!" "เฮ้ย! ย้ายข้ามคณะกับตัดเกรด F ด้วยตาเปล่านี่มันยอดมนุษย์แล้ว เวอร์ไป!" เซลีนหลุดขำจนเกือบพ่นน้ำใส่หน้าเพื่อน "เอ้า! ก็เขาเล่ากันมาแบบนี้ แสดงว่าตัวจริงต้องดุขี้เรื้อนเรียกพี่ชัวร์ๆ" "ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพิเศษได้แล้วจ้าหนู!" เสียงเจ๊เจ้าของร้านขัดจังหวะพร้อมกับชามก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมมาวางตรงหน้า สองสาวตาเป็นประกายทันที ลืมเรื่องที่เล่าเมื่อครู่ไปชั่วขณะ ทั้งคู่ก้มหน้าก้มตากินไปคุยไป เซลีนเคี้ยวลูกชิ้นปลาหนึบ พลางพูดเสียงอู้อี้ "เอาเหอะ โหดแค่ไหนก็ช่าง ถ้าลามปามมาถึงฉันเมื่อไหร่ ครอบครัวฉันขายเครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรนะเว้ย จะส่งตู้เย็นไปทับหน้าอู่ซ่อมรถพี่แกให้ดู!" "เออ เอาเลย เอาหม้อหุงข้าวไปปาใส่ด้วย!" มีนารับมุกเพื่อนรัก เซลีนใช้ตะเกียบหนีบเส้นเข้าปากคำโต ความแซ่บซี้ดของน้ำซุปช่วยกู้พลังงานที่เสียไปได้อย่างดีเยี่ยม ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ชิมความอร่อยมากนัก มีนาก็โพล่งขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด "..." "เออแก! แล้วสรุปพรุ่งนี้แกจะไปกินเลี้ยงรับน้องป่ะ? ได้ยินมาว่าปีนี้พี่โรมเป็นเจ้ามือด้วยนะ" เซลีนชะงักตะเกียบที่กำลังจะคีบลูกชิ้น เลิกคิ้วถามกลับด้วยความสงสัย "หืม? แล้วปกติทุกปีใครจ่ายอ่ะ?" "ก็หารๆ กันแหละมั้ง" "แล้วยังจะไปกินเลี้ยงกันเนี่ยนะ!?" "ฟังก่อนดิ... แต่ปีนี้เห็นว่าพี่โรมออกให้นะ" เซลีนฟังแล้วก็ตักก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแบบไม่แยแส "ไม่ไปอ่ะ... ขี้เกียจ ไม่อยากไปมองหน้าไอ้พี่อิทธิพลมืดนั่นด้วย ไปก็เสียอารมณ์เปล่าๆ" "ฮะ?! ไม่ไปได้ไง!" มีนาแทบจะพ่นเส้นออกจากปาก เธอรีบวางตะเกียบแล้วเกาะแขนเซลีนแน่น เขย่าแขนเพื่อนเบาๆ พร้อมทำสายตาเว้าวอน "..." "ไปเหอะนะเซลีนนนน... กินฟรีเที่ยวฟรีกระเป๋าไม่ฉีกเลยนะเว้ย! อีกอย่าง ถ้าแกไม่ไป ฉันก็ต้องได้นั่งคนเดียวดิ แกจะทิ้งเพื่อนสาวสุดสวยคนนี้ได้ลงเหรอ?" "แกก็หาเพื่อนคนอื่นไปดิ ในห้องก็มีตั้งเยอะแยะ" เซลีนพยายามดึงแขนตัวเองกลับ แล้วตักเกี๊ยวทอดเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เอา! ฉันสนิทกับแกคนเดียวนี่นา!" มีนาเริ่มใช้ท่าไม้ตาย รบเร้าไม่หยุดทั้งสะกิด ทั้งส่งสายตา "..." "ไปเหอะนะๆ ๆ ถือว่าไปกินของฟรีให้คุ้มกับที่โดนลงโทษลุกนั่งวันนี้ไง! พี่โรมจ่ายทั้งที เราต้องไปกินใช้เงินเขาให้คุ้มกับวันนี้ที่เสียเหงื่อไป" "แกไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะเซลีนนะ... ถ้าแกไม่ไป ฉันจะนั่งร้องไห้ตรงนี้จริงๆ ด้วย!" เซลีนมองเพื่อนสนิทที่ลงทุนทำหน้าสงสารเกินจริง เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นึกหมั่นไส้เพื่อน "เออๆๆ! ไปก็ไป!" เซลีนถลึงตาใส่เพื่อนแต่ริมฝีปากกับหลุดยิ้ม "ที่ยอมไปไม่ใช่เพราะเห็นแก่ของฟรีหรอกนะ!" "เย้! รักแกที่สุดในโลกเลยเซลีน!" มีนายิ้มร่า ก่อนจะรีบตักลูกชิ้นในชามตัวเองส่งให้เซลีน "..." "อะ รางวัลของคนดี!" เซลีนเคี้ยวลูกชิ้นพลางสั่นหัวอย่างเหนื่อยใจ พลางส่ายหน้าอย่างเอือมๆพอโรมันเดินกลับมาที่โต๊ะ สงครามกับเรย์ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เมื่อเห็นรอยช้ำกับเลือดสดๆ ที่ยังซึมอยู่ตรงมุมปากของเพื่อนสนิท"ไปโดนหมาตัวไหนฟัดมาวะไอ้โรม?" เรย์ถามขึ้นทว่าโรมันกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง ชายหนุ่มนั่งนิ่ง คว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกต่อหน้าตาเฉย สงครามเหลือบมองสภาพเลือดกลบปากของเพื่อนแล้วแอบสะกิดแขนเรย์เบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงเตือน"ช่างแม่งเถอะ... ปล่อยมัน มึงถามตอนนี้ก็ไม่ได้คำตอบหรอก"หลังจากนั้น โรมันก็ก้มหน้าก้มตาเทเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า จนเวลาล่วงเลยไปดึกดื่น ปริมาณแอลกอฮอล์ที่กรอกลงกระเพาะหนักหน่วง บวกกับความเครียดในหัวทำให้คนคอแข็งอย่างเขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่ อาการเมาเข้าครอบงำจนตาเริ่มปรือ และก้าวขาแทบไม่ไหว สุดท้ายเพื่อนรักทั้งสองคนเลยต้องช่วยกันหิ้วปีกพยุงร่างสูงโซซัดโซเซออกจากผับแต่พอพ้นประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าออกมา ลมดึกที่พัดวูบเข้ามาปะทะหน้าก็ต้องชะงักไป พร้อมกับบรรยากาศที่เปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันตากลุ่มวัยรุ่นและชายฉกรรจ์เกือบยี่สิบคนยืนออดักหน้าผับเป็นแถวหน้ากระดาน ในมือแต่ละคนถืออาวุธครบมือ ทั้งไม้เบสบอล ท่อนเหล็ก และมีดพกสั้น ท่าทางคุกคามพร้อมเปิ
โรมันก้าวผ่านประตูด้านหน้าเข้ามาในผับด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่านจนแทบจะระเบิด แสงเลเซอร์วูบวาบกับเสียงเบสหนักๆ ไม่ได้ช่วยให้ความหงุดหงิดในหัวเบาลงเลยสักนิดชายหนุ่มเดินผ่านฟลอร์ที่แน่นขนัด ไหล่เขากระแทกชนเข้ากับคนที่กำลังโยกย้ายตามจังหวะเพลงไปหลายคน แต่เขากลับไม่แม้แต่จะเหลือบแลหรือเอ่ยปากขอโทษ สายตาคมดุดัน จับจ้องตรงไปยังโซนโต๊ะด้านล่างที่เพื่อนสนิทนั่งรออยู่"เป็นเหี้ยอะไรของมึงวะไอ้โรม ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะนั่งโซนข้างล่าง วันนี้ผีตัวไหนเข้าสิงมึง?"สงครามตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงทันที ที่เห็นร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โรมันไม่ตอบ ชายหนุ่มเพียงแค่ปรายตาเย็นชาขึ้นมามอง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าขวดเหล้าเพียวๆ มารินใส่แก้วแล้วยกขึ้นกระดกท่าทางกระแทกกระทั้นกับใบหน้าถมึงทึง ที่ดูพร้อมจะหักคอคนได้ทุกเมื่อ ทำเอาบรรยากาศรอบโต๊ะเย็นจัด จนเรย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องรีบยื่นมือไปจับแขนเขาไว้ก่อนที่แก้วที่สองจะแตะริมฝีปาก"จิ๊!"โรมันจิ๊ปากในลำคอด้วยความขัดใจ ตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตมองเพื่อนสนิท"...""ปล่อยมือ... อย่ามายุ่งกับกู""กูไม่ปล่อย" เรย์ไม่สะทกสะท้าน ยังคงจับข้อมือเพื่อนไว้แน่นพร
โรมันที่ได้ยินดังนั้น ก็หันไปจ้องหน้าเดี่ยวทันที คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงสั่ง คล้ายจะบอกว่า หาวิธีให้กูไปส่งให้ได้ ไม่งั้นพวกมึงตาย! เดี่ยวสะดุ้ง เมื่อเห็นสายตาของเจ้านาย"เอ่อ... คุณลีนครับ! ทางออกจากซอยนี้มันเปลี่ยวมากเลยนะครับ แท็กซี่ก็ไม่มีผ่านเข้ามาเลย เดินออกไปมันอันตรายมากครับ... พอดีผมยังไม่ว่างไปส่ง งั้น... ให้คุณลูกค้าท่านนี้ช่วยไปส่งปากทางไหมครับ? ทางเดียวกันพอดีเลย""ไม่ต้องค่ะ ลีนเรียกแกร็บหรือเดินออกไปเองได้ ไม่รบกวนใครดีกว่า" เซลีนปฏิเสธเสียงแข็งอย่างไม่ไยดีเดี่ยวหน้าซีดเผือด รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากมีนา โรมันเองก็ส่งสายตากดดันมาที่เธอ จนมีนาเริ่มทำตัวไม่ถูก หญิงสาวจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ"เอ่อ... ฉันยังไงก็ได้นะแก ถ้าพี่เขาผ่านไปทางนั้น...""มีนนน!" เซลีนหันไปเอ็ดเพื่อน ก่อนจะหันมามองข้ามหัวโรมัน "ลีนจะกลับเองค่ะ ไม่ต้องให้ใครไปส่งทั้งนั้น"พูดจบ เซลีนก็ดึงแขนมีนาแล้วหมุนตัวเพื่อเดินหนี ท่าทีรังเกียจและหมางเมินนั้น ทำให้โรมันใจหาย แววตาของเขาตัดพ้อและเจ็บปวดทว่าความต้องการที่จะปกป้องและอยู่ใกล้เธอมันมีมากกว่า เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ก่อนจะเดินขึ้นไปดักหน้าพวกเธอไว้ทัน
รถยนต์เลี้ยวเข้าสู่ซอยลึกก่อนจะหยุดลงที่อู่ซ่อมรถ ทันทีที่สองสาวก้าวเท้าลงมาจากรถ บรรดาช่างซ่อมและลูกน้องหลายคนก็พากันยืนตัวตรง รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับ ทว่าท่าทางของแต่ละคนกลับดูเกร็งๆ เหมือนคนกลัวความผิดอยู่ตลอดเวลาพวกเขาจัดแจงพาเซลีนและมีนามานั่งพักตรงชุดโต๊ะเก้าอี้รับรองแขกด้านหน้า แม้จะเป็นมุมที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้แต่เนื่องจากทั่วทั้งอู่ ไม่มีห้องกระจกติดเครื่องปรับอากาศเลยสักห้อง มีเพียงพัดลมตั้งพื้นตัวเก่าที่หมุนส่ายไปมาอย่างเชื่องช้า บรรยากาศรอบกายจึงค่อนข้างร้อนอบอ้าว ไอร้อนระอุของแดดผสมกับไอน้ำมันเครื่องลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ"น้ำเย็นๆ ครับคุณหนู... เอ้ย คุณลีน ดื่มให้ชื่นใจก่อนนะครับ" คิมรีบนำแก้วน้ำสแตนเลสใส่น้ำเย็น จนมีหยดน้ำเกาะมาเสิร์ฟให้ถึงมือ"ขอบคุณมากนะคะพี่คิม" เซลีนและมีนายกมือไหว้รับมาดื่มแก้กระหายเมื่อคิมค้อมหัวแล้วรีบถอยห่างออกไป มีนาก็ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้ามากระซิบกับเพื่อนรักทันทีด้วยความสงสัย"นี่ลีน... แกแอบรู้จักคนกลุ่มนี้เป็นการส่วนตัวหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมแต่ละคนดูเกรงใจแกแปลกๆ เลิ่กลั่กเหมือนกลัวแกยังไงชอบกล""เปล่า ฉันไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อนหรอก แต่ป๊าเป
เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลงมากระทบหน้าตึกคณะ ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับหม่นหมองไร้ชีวิตชีวาดวงตากลมโตบวมช้ำและแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ผลพวงมาจากการร้องไห้อย่างหนักตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสาง เธอทำได้เพียงฝืนพาร่างอันอ่อนล้า ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมาเรียนตามหน้าที่"ลีน! แกไปทำอะไรมาเนี่ย?!"เสียงของมีนา ร้องทักขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสภาพเพื่อนรัก ที่ก้าวเท้าลงจากรถด้วยท่าทางอิดโรยราวกับร่างไร้วิญญาณ ผิวหน้าขาวผ่องดูซีดเซียว ขอบตาคล้ำอย่างคนอดนอน"ฉัน... ไม่ได้นอน นอนไม่หลับเลย" เซลีนฝืนยิ้มบาง พลางหลุบสายตาลงต่ำ "ในหัวมันมีเรื่องให้คิดเยอะแยะไปหมด"มีนามองหน้าเพื่อนสนิทด้วยความสงสารและเป็นห่วงจับใจ เธอรู้ดีว่าเรื่องที่ทำให้เซลีนเป็นหนักขนาดนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องความรัก ทว่าในฐานะเพื่อน เธอเลือกที่จะไม่เซ้าซี้หรือคาดคั้น"งั้นวันนี้ไหวไหมแก ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวฉันพาไปห้องพยาบาล""ไหวสิ... แค่คาบเช้าเอง สบายมาก"มีนาไม่ได้ซักไซ้ต่อ ทำเพียงบีบมือให้กำลังใจและคอยดูแลอยู่ข้างๆ ไม่ห่างทั้งสองคนพากันเดินขึ้นตึกเรียน เซลีนเปิดสมุดจดค้างไว้ แต่สายตากลับเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหม
ใบหน้าหวานซบลงกับลาดไหล่แกร่งชั่วครู่ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือเสียงสะอื้นแผ่วเบาก่อนที่เธอจะเค้นเสียงสั่ง"ปล่อยลีนลง...""ถ้าพี่ยอม หนูสัญญาว่าจะคุยกับพี่ดีๆ ใช่ไหม?" โรมันต่อรอง เสียงทุ้มแหบพร่าข้างขมับ"ลีนไม่มีอะไรจะคุยกับพี่ทั้งนั้น ปล่อย" เซลีนเถียงสวนทันควันอย่างไม่ยอมลงให้"ถ้างั้นพี่ก็ไม่ปล่อย อยู่มันแบบนี้แหละ อยากให้คนทั้งมหาลัยมามุงดูผัวอุ้มเมียก็เอาสิวะ!""พี่โรม! พูดจาบ้าอะไรของพี่ ปล่อยลีนเดี๋ยวนี้!"ทั้งสองปะทะคารมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงหวานตวาดสลับกับเสียงคำรามต่ำในลำคอของร่างสูง จนสุดท้าย เมื่อเห็นคนรักเริ่มแดง และมีหยดน้ำตาคลอเบ้า โรมันก็เป็นฝ่ายถอนหายใจยาว ยอมผ่อนแรง แล้ววางปลายเท้าของคนตัวเล็กลงแตะพื้นคอนกรีตอย่างนุ่มนวลทันทีที่อิสรภาพกลับคืนมา เซลีนก็รีบถอยระยะห่างออกไปทันที โรมันขมวดคิ้วแน่น แววตาฉายรอยตัดพ้อและหงุดหงิด ที่เห็นเธอทำเหมือนรังเกียจสัมผัสจากเขา"เป็นอะไรของหนูวะลีน?" โรมันเค้นถาม นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ"...""ทำไมไม่รับสายพี่ ข้อความก็ไม่ยอมตอบ"เซลีนเบือนสายตาหลบไปมองพื้นถนนด้านข้าง พร้อมกับตอบส่งๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ลีนไม่เห็นค่ะ"







