LOGINEP 44 เชือกที่รัดแน่น"พี่คิริว ปล่อยมือเถอะนะคะ""หนูดีขอร้อง....."หนูดีกระซิบบอกเสียงสั่นเครือ ใบหน้าหวานก้มต่ำแทบจะชิดอกจนเส้นผมบดบังดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยน้ำตา เธอรู้สึกได้ถึงสายตาหลายสิบคู่จากเพื่อนนักศึกษาและรุ่นพี่รุ่นน้องรอบลานจอดรถคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่กำลังจ้องมองมาด้วยความสนอกสนใจ เสียงซุบซิบเริ่มดังระงมไปทั่วบริเวณตอนที่หนูดีโดนคิริวลากให้เดินผ่าน"นั่นพี่คิริวเฮดว้ากนี่!""แล้วนั่นใครน่ะ เด็กบริหารคนนั้นใช่ไหม?""เขากอดเขาหอมหัวกันกลางลานจอดรถเลยนะแก! สองคนนี้เป็นอะไรกันแน่"คำพูดเหล่านั้นเปรียบเหมือนเข็มเล่มเล็ก ๆ นับพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้ากลางหัวใจของหนูดี ความกลัวว่าเรื่องนี้จะแพร่กระจายไปจนถึงหูของศศิเริ่มจับขั้วหัวใจจนเธอแทบจะก้าวขาไม่ออก มือทั้งสองข้างก็พลันเย็นเฉียบไปหมด ซึ่งคนที่ควรต้องสัมผัสได้ถึงความหวาดหวั่นของเธอมากที่สุดในตอนนี้ควรเป็นคิริวที่จับมือเธอเอาไว้แน่นทว่าคนตัวสูงข้างกายกลับไม่ได้สะทกสะท้านเลยสักนิด ฝ่ามือหนาที่สอดประสานเรียวนิ้วล็อกกุมมือเธอไว้กลับยิ่งบีบกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม คิริวพาหนูดีเดินผ่ากลางฝูงชนด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ไม่สนใจต่อสายตาสอดรู้ของใครเ
EP 43 ยิ่งผลักไส ยิ่งผูกมัดสัมผัสจูบที่แสนเกรี้ยวกราดและหนักหน่วงค่อย ๆ แผ่วเบาลง ทิ้งไว้เพียงความร้อนผ่าวและรสหวานขมของความอึดอัดปึกหนูดีใช้แรงทั้งหมดที่มีดันแผงอกแกร่งออกสุดกำลัง ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสนและหวาดหวั่นกึด!หนูดีขบเม้มริมฝีปากที่บวมเจ่อแน่น ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะจ้องมองคนตรงหน้าด้วยดวงตาสั่นระริก"ปล่อยค่ะ" หนูดีเอ่ยเสียงสะอื้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเท่าที่จะแสดงออกมาได้"ถึงพี่คิริวจะไม่แคร์คุณแม่ ไม่แคร์สายตาใคร.....แต่หนูดีแคร์ ได้โปรดถอยออกไป และอย่าทำแบบนี้อีกเลยนะคะ"คำพูดผลักไสและท่าทีรังเกียจปิดบังความหวาดหวั่นนั้น ไม่ได้ทำให้คิริวรู้สึกย่อท้อหรือยอมถอยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับยิ่งจุดไฟแห่งความอยากเอาชนะและความเป็นเจ้าของในตัวเฮดว้ากหนุ่มให้พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว"ฮึก อึก....."หนูดีพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ในขณะรอฟังคำตอบจากคิริวที่เอาแต่หรี่ตามองเธออย่างกดดัน เขานิ่งเงียบจนน่ากลัว ก่อนที่ชายหนุ่มจะปล่อยข้อมือเล็กให้เป็นอิสระ ทว่ามุมปากหนากลับกระตุกยิ้มเย็นชาที่ทำให้คนถูกมองถึงกับเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง"เธอนึกว่าก
EP 42 ตรรกะของคิริว"ดีแล้วลูก เป็นพี่น้องกัน ต้องรักใคร่กันให้มาก ๆ รู้ไหม" ศศิหันไปพูดกับลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางส่งยิ้มละมุนให้หนูดี"ว่าแต่ให้แม่อยู่ดูแลหนูดีกว่าไหม แม่ก็อยากนอนเล่นกับน้องสักคืนอยู่พอดี""ไม่ต้องหรอกครับ" คิริวเอ่ยตัดบททันควัน ดวงตาคู่คมปรายมองมารดาก่อนจะเคลื่อนไปหยุดที่ใบหน้าหวานที่กำลังซีดเผือด"น้องก็แค่เป็นโรคขี้เกียจเรียนเท่านั้นเอง.....ใช่ไหมหนูดี""ตาริว! ไปว่าน้องแบบนั้นได้ยังไงกันลูก" ศศิเอ่ยดุลูกชายไม่จริงจังนัก ก่อนจะหันมามองหนูดีด้วยสายตาเอ็นดูและห่วงใย "หนูดีของแม่ตั้งใจเรียนจะตายไป เอาเถอะจ้ะ งั้นเดี๋ยวแม่เอาของไปเก็บในครัวให้ แล้วว่าจะกลับเลยเหมือนกัน พอดีมีนัดทานข้าวต่อตอนเย็น""เดี๋ยวหนูดีช่วยค่ะ" หนูดีรีบเสนอตัวทันทีด้วยน้ำเสียงลนลาน เธอต้องการหลุดพ้นจากบรรยากาศอันน่าอึดอัดและสายตาคมกริบที่จ้องมองมาประดุจจะกลืนกินเธอลงท้องไปทุกวินาทีหนูดีเดินตามศศิเข้าไปในครัว ร่างเล็กพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด หยิบจับจานชามและจัดผลไม้ช่วยคุณแม่บุญธรรมด้วยมือที่แอบสั่นเทา ศศิชวนคุยเรื่องเรียนและเรื่องอื่นอีกสารพัดด้วยความรักใคร่ ทุก ๆ คำที่หญิงวัยกลางคน
EP 41 ความรู้สึกผิดบาปติ๊งน่อง! ติ๊งน่อง!เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นซ้ำ ๆ ขัดจังหวะอารมณ์วาบหวามที่กำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด หนูดีได้สติก่อนก็รีบพรวดพราด ใช้มือเล็กดันอกแกร่งของคิริวออกทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานแดงซ่านพลางหอบหายใจหอบถี่"พะ พี่คิริว.....ปล่อยค่ะ""มีคนมา" หนูดีกระซิบเสียงแผ่ว พยายามเอียงแก้มหนีริมฝีปากของคิริวที่เอาแต่คลอเคลียไม่ห่าง และพยายามจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่อีกครั้ง คิริวมองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างพอใจติ๊งน่อง! ติ๊งน่อง!เสียงกริ่งยังคงดังอย่างต่อเนื่องสวบ สาบ"ปะ ไปเปิดประตูสิคะ" หนูดีเอ่ยซ้ำ ก่อนผลักคนตรงหน้าอีก คิริวจิ๊ปากอย่างขัดใจ พร้อมสบถในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะ ก่อนจะยอมปล่อยมือจากเอวคอดกิ่วอย่างเสียไม่ได้ตึกตึกตึกร่างสูงเดินหน้าตึงไปเปิดประตูห้องพักด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนที่มาขัดจังหวะให้ตายคามือ เขาคิดว่าอาจเป็นเพื่อน ๆ ทั้งสามคนของหนูดีที่กลับมาขัดคอ เพราะงั้นเลยกะจะด่าพวกก้างขวางคอให้เต็มที่แอ๊ด!ทว่าทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างสูงของเฮดว้ากหนุ่มกลับชะงักกึกไปทันที ก่อนปากหนาจะพึมพำออกมาเบา ๆ "แม่.....""ตาริว! ทำไ
EP 40 ค่าติว"งั้นวันนี้พอแค่นี้"คำพูดสั้น ๆ ทว่าทรงพลังหลุดออกจากริมฝีปากหนา คิริวปิดชีทเอกสารลงบนโต๊ะกระจกเบา ๆ ราวกับเป็นสัญญาณการปล่อยตัวนักโทษ ทำเอา แก้ว โบว์ และไอซ์ ถึงกับถอนหายใจยาวออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย"ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะพี่คิริว! ติวดีมากๆ เลยค่ะ"โบว์รีบประจบประแจง สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดสั่งการให้พวกเธอรีบกวาดสมุด ปากกา และเครื่องคิดเลขลงกระเป๋าอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง ก่อนจะพร้อมใจกันดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที"พวกเราขอกลับก่อนนะคะหนูดี!""ขอบคุณสำหรับห้องน้ำและน้ำเย็น ๆ นะ" โบว์เอ่ยไวปานสายฟ้าแลบ"เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหนกัน อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ" หนูดีรีบลุกขึ้นยืน หวังจะรั้งเพื่อนไว้สุดชีวิต เพราะถ้ายอมให้พวกเธอออกไป ตอนนี้เธอต้องอยู่กับเสือหิวอย่างคิริวตามลำพังแน่ ๆ"โอ๊ย! ไม่เป็นไรจ้าหนูดี""พอดีนึกขึ้นได้ว่าลืมปิดเตารีด""ยายโทรเรียกกลับบ้านด่วน""จะรีบกลับไปให้ข้าวหมีแพนด้าที่บ้าน!"สามสาวสลับกันรัวข้ออ้างไร้สาระแบบไม่รอฟังคำคัดค้าน ดวงตาของพวกเธอแอบปรายมองร่างสูงของคิริวที่ยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์พลางกอดอก มองมาด้วยสายตาเย็นชาดุดัน เป็นสัญญาณขู่กลาย ๆ
"อื้อ....."คิริวผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ละเลียดชิมความหวานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะยอมปล่อยลูกบิดประตู ร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นริมฝีปากบางของคนตัวเล็กบวมเจ่อ ดวงตากลมโตฉ่ำปรือและเห่อแดงไปถึงใบหูด้วยความอายผสมความตกใจแอ๊ด"เฮ้ย! ออกได้แล้ว" เสียงไอซ์ดังขึ้นเมื่อประตูเปิดออก เพื่อนสาวทั้งสามคนเดินพ้นประตูห้องนอนออกมาพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นคิริวยืนหน้าระรื่นอยู่ข้างหนูดีที่ยืนก้มหน้านิ่ง แถมใบหน้ายังแดงซ่าน"เอ่อ.....พี่คิริว มายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" โบว์ถามขึ้นด้วยความสงสัย"เมื่อกี้""เห็นพวกเธอเปิดประตูไม่ออก เลยจะเดินมาดู" คิริวตอบเสียงเรียบ วางฟอร์มราบเรียบประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่สายตาคมกริบฉายแววกรุ้มกริ่มอย่างปิดไม่มิด ปากหนาเอ่ยตอบโบว์ แต่ทว่าสายตากลับเอาแต่จ้องมองหนูดีที่ยืนทำตัวเล็กตัวลีบอยู่ข้าง ๆ"อ๋อ ขอบคุณค่ะพี่คิริว สงสัยกลอนมันติด ๆ ขัด ๆ นิดหน่อย" แก้วหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะหันไปหาหนูดี"ป่ะหนูดี ไปติวกันเถอะ"บรรยากาศในห้องรับแขกกลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง แก้ว โบว์ และไอซ์ นั่งหนีบขารวมกันอยู่บนพื้นฝั่งหนึ่งของโต๊ะกระจกกลางห







