LOGINในที่สุดค่ำคืนของงานเลี้ยงต้อนรับน้องปีหนึ่งที่คณะก็มาถึง ฉันกับเพื่อนไม่ได้ตื่นเต้นกับงานนี้เท่าไหร่แต่ก็มาถึงเป็นกลุ่มแรกๆ
หรือจะเรียกว่าตื่นเต้นไหมก็ไม่รู้
ฉันอยู่ในชุดเดรสสีดำสายเดี่ยวกับกระโปรงสั้นเหนือเข่า โชว์ผิวขาวใสอมชมพู ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางยี่ห้อดังด้วยฝีมือช่างแต่งหน้ามืออาชีพอย่างแก้มเพื่อนรัก ที่เสกให้ฉันกลายเป็นเหมือนนางฟ้าในค่ำคืนนี้
“มึงๆ มาแล้ว” แก้มสะกิดไหล่ ฉันหันไปมองที่ทางเข้า
ในที่สุดความอดทนของฉันก็สิ้นสุดลง เมื่อคนที่ฉันรอเดินเข้ามาในงาน ร่างสูงอยู่ในชุดสูทสีดำสนิททั้งตัว เสื้อเชิ้ตด้านในปลดกระดุมลงสองเม็ด เผยให้เห็นแผ่นอกขาวไร้ขนทำให้หัวใจฉันพองโตเต้นไม่เป็นจังหวะ
ทุกสายตามองไปที่เขาเป็นจุดเดียวด้วยความหลงใหลโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไร รวมถึงฉันที่เป็นหนึ่งในนั้น
เหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน มีเพียงย่างก้าวของเขาเท่านั้นที่เคลื่อนไหว ใบหน้าหล่อเหลาดูสุขุม แต่ก็แอบซ่อนรอยยิ้มเล็กมุมปากเป็นผู้ชายอบอุ่นที่น่าค้นหา ตอนนี้ฉันรู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปหมดแล้ว
“อิเค้ก”
“...” เงียบ
“อิส้มเค้ก”
“…” เงียบ
“อิเค้กส้ม!” แก้มตะโกนใส่หูทำให้ฉันสะดุ้งหลุดจากภวังค์ความฝันกลับมายังโลกความเป็นจริง
“อะไร!” ฉันหันไปมองแก้มด้วยความขัดใจที่ถูกขัดจังหวะ
“อ่ะ เอาไว้เช็ดน้ำลาย” แก้มยื่นทิชชูมาให้
“อิบ้า ไม่ได้ขนาดนั้นสักหน่อย”
“ส้มๆ” แคร์สะกิดไหล่ฉันอีกคน
“มีอะไร?”
“เมื่อกี้กูว่ากูเห็นเขามองมึงด้วย”
“หืม จริงเหรอ?” ฉันตื่นเต้นรีบหันไปมองทางร่างสูง เขาก็ยืนคุยกับเพื่อนปกติไม่เห็นจะชายตามามองฉันเลยสักนิด
“ไม่เห็นเขาจะมองกูเลย”
“ไม่ จริงๆ เมื่อกี้กูเห็นเขามองมึงจริงๆ”
“เมิงงงง~” ฉันลากเสียงยาว แก้มกับแคร์หันมามอง
“พวกมึงว่ากูสวยป่ะ?” ฉันถามเพราะเริ่มไม่มั่นใจตัวเอง
แต่งตัวมาเต็มขนาดนี้แต่รุ่นพี่ไม่มองแม้แต่หางตา ฉันไม่สวยหรือเขาไม่สน หรือเขาไม่มองหญิง ฉันคิดไปต่างๆ นานา
“ฮืม ถ้ามึงไม่สวยแล้วใครจะสวยคะ ทั้งคณะมีมึงนี่แหละสวยสุด เชื่อกู กะเทยไม่เคยโกหก ถ้าจับไม่ได้”
“ดีๆ สิมึง”
“มั่นใจตัวเองหน่อย มึงไม่เคยเป็นแบบนี้นะ” แคร์เตือนสติ
จริงอยู่เมื่อก่อนฉันเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงมาก และไม่เคยประหม่าแบบนี้มาก่อน แต่พอมาเจอพี่ว้ากคนนี้ไม่รู้ความกล้าของฉันหายไปไหนหมด
“ลุยเลยมึง” แก้มยัดกล่องของขวัญที่ฉันเตรียมมาใส่ในมือ ผลักหลังให้ฉันเดินไปหาเขา
ขาสองข้างของฉันก้าวเดินรู้สึกถึงความไม่มั่นคง มันสั่นจนฉันเกือบจะล้มจากส้นสูง ยิ่งเข้าใกล้รุ่นพี่เท่าไหร่จังหวะการก้าวเท้าของฉันก็ยิ่งสั้นลงเท่านั้น
ฉันหันกลับไปมองเพื่อนเหมือนขอกำลังใจ
“เข้าเลยไป” แก้มขยับปากพูดให้ฉันเดินเข้าไป พร้อมกับสะบัดมือไล่
ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า มือที่ถือกล่องของขวัญสั่นเล็กน้อย
ในที่สุดฉันมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเขา เมื่อมาอยู่ใกล้ๆ ถึงรู้ว่าเขาตัวสูงมากแค่ไหน ขนาดฉันที่ใส่ส้นสูงยังไม่ถึงไหล่เขา
หวังว่าคืนนี้เขาจะไม่ตะคอกใส่หน้าฉันอีกนะ
“พี่พายุคะ” ฉันเรียกด้วยเสียงใส เขาหันมาด้วยใบหน้าหล่อเหลาและดูสุขุมทำให้หัวใจฉันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ แทบจะหลุดออกมาจากอก
มองไกลว่าหล่อแล้ว มองใกล้ยิ่งหล่อกว่า
“…” เขาเลิกคิ้วมองฉันคงประมาณว่ามีอะไร
“ฉันชื่อเค้กส้มนะคะ เป็นน้องรหัสของพี่ค่ะ” ฉันแนะนำตัวเองอย่างเคอะเขิน พยายามซ่อนความตื่นเต้นไว้
ฉันส่งยิ้มให้เขา สายตาสื่อความหมาย ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงติดบ่วงเสน่หาของฉันไปนานแล้ว แต่กับพี่ว้ากตรงหน้าทำไมเขานิ่ง นิ่งจนฉันประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง
‘พูดอะไรผิดหรือเปล่านะ’ ฉันคิด
“ครับ” เขาตอบ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง
คำว่า ‘ครับ’ ของเขาทำให้ฉันใจชื้นขึ้นมา อย่างน้อยเขาก็คุยกับฉัน
“คือว่าเค้ก อยากจะมาขอโทษพี่ยุเรื่องวันนั้นค่ะ ที่เค้กตะโกนใส่พี่ยุ เค้กขอโทษจริงๆ นะคะ” ฉันขอโทษจากใจจริง ทำหน้าสำนึกผิดเรียกคะแนนสงสาร แถมยังถือวิสาสะเรียกชื่อเล่นของเขาโดยที่ไม่ได้ขอ เหมือนสนิทกันมานานทั้งที่จริงไม่ใช่
กิจกรรมรับน้องวันนั้นฉันเผลอตะโกนใส่เขา จนถูกพี่ว้ากปีสองด่าจนหูชา ที่แท้เพราะเขาเป็นลูกของอธิการบดีทุกคนในคณะจึงเกรงใจเขา แถมพี่ว้ากปีสองยังสั่งให้ฉันกับเพื่อนเป็นจิตอาสานานหนึ่งอาทิตย์เพื่อเป็นการลงโทษ
“ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบสั้นๆ เหมือนถามมาตอบไปจนฉันเริ่มหมดมุก
“อ้อ นี่ค่ะ ของขวัญสำหรับพี่ยุ เค้กทำมาให้โดยเฉพาะเลยนะคะ” ฉันยื่นกล่องขวัญให้ พยายามอย่างมากเพื่อบังคับมือไม่ให้สั่น ใบหน้าของฉันยังคงเปื้อนยิ้มเหมือนนางสาวไทยที่ยิ้มตลอดเวลาจนเหงือกจะแห้ง
เขายื่นมือออกมารับกล่องของขวัญทำให้ปลายนิ้วของเราสัมผัสกัน ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบดึงมือกลับ
‘ยัยบ้าเอ๊ย ทำอย่างกับไม่เคยโดนตัวผู้ชาย’ ฉันก่นด่าตัวเองในใจ แต่มันคงแสดงออกมาทางสีหน้า เพราะฉันสัมผัสได้ว่าร่างสูงเหมือนจะถอยห่างเพื่อเว้นระยะห่าง
ฉันชะงักเมื่อรู้ตัวว่าทำพลาดไปอย่างแรง ก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยแววตารู้สึกผิด
แทนที่จะมาทำให้เขาเข้าใกล้ แต่ดันมาทำให้เขาถอยห่าง
“ขอบคุณครับ” พี่พายุรับกล่องของขวัญไปไว้ในมือ แล้วการสนทนาของเราก็ยังคงเป็นแบบเดิมคือถามมาตอบไปจนฉันไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
“ถ้าอย่างนั้น...ขอให้รุ่นพี่สนุกกับค่ำคืนนี้นะคะ เค้กไม่รบกวนแล้วค่ะ”
ไม่รู้อะไรดลใจทำให้ฉันพูดประโยคนั้นออกไป คิดแล้วอยากจะตบปากตัวเองแรงๆ หรือเป็นเพราะความประหม่าที่ทำให้ฉันต้องเดินคอตกกลับมานั่งที่โต๊ะตามเดิม
“เป็นไงบ้างมึง?” แก้มถามอยากรู้อยากเห็นเต็มทีเมื่อเห็นฉันเดินมานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ
“มึงดูหน้ากูก่อนไหม ค่อยถาม” ฉันตอบด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองขาดความมั่นใจและเสียหน้าได้ขนาดนี้
ทำไมมันยากจังน่ะ ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่
“กูว่าแล้วเชียว พี่เขาต้องยังโกรธมึงอยู่แน่ๆ”
“แต่กูก็ขอโทษเขาไปแล้วน่ะ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร”
“อิเค้ก! ศัพท์กะเทยไม่เป็นคือเป็นน่ะมึง”
“แต่พี่เขาไม่ได้เป็นกะเทยเขาจะพูดศัพท์กะเทยเหมือนมึงทำไม” แคร์บอกพร้อมส่ายหน้าให้กับความคิดนิ่มๆ ของเพื่อน
“เออจริง หรือเขาจะเป็นเกย์วะมึง” แก้มยังคงพูดต่อเหมือนจะพยายามยัดเยียดความเป็นเกย์หรือไม่ก็กะเทยให้พี่พายุ
“มึงสองคนหยุดพูดก่อนได้ไหม กูยิ่งเครียดๆ อยู่”
ผลที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะความประหม่าของฉันเองทั้งนั้น ถ้าฉันไม่ตกใจจนเผลอทำอะไรแบบนั้นออกไป เขาก็คงไม่ถอยห่างฉันแบบนี้
“เขาดูเย็นชาจริงๆ แหละมึง” ฉันทอดเสียงเศร้าเหมือนเริ่มถอดใจ นี่ขนาดครั้งแรกยังล่มไม่เป็นท่าแบบนี้ ครั้งต่อไปฉันจะเริ่มยังไง แถมคำพูดที่เขาพูดกับฉันก็นับคำได้ไม่ถึงสิบคำเลยมั่ง
“เอาน่ามึง นี่แค่เริ่มต้น ตราบใดที่มึงยังเรียนอยู่ที่นี่ มึงต้องได้เขาแน่เชื่อกู ฟันธง!” แก้มปลอบใจ
“ด้านได้อายอดนะมึง” แคร์ตบไหล่ฉันปลอบใจอีกคน
“พ่อของลูกจะเอาป่ะละ”
“เอาสิ!! สู้เว้ย!” ฉันทำท่าให้กำลังใจตัวเอง ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง ก็อย่างที่เพื่อนบอกวันนี้แค่เริ่มต้น ถ้ายอมแพ้ตั้งแต่เริ่มก็เท่ากับว่าขาข้างหนึ่งของฉันก้าวไปอยู่บนคานเรียบร้อยแล้ว
หลังจากกินเสร็จพี่พายุก็จัดการเก็บโต๊ะทำความสะอาดทุกอย่างเป็นพ่อบ้านพ่อเรือน ส่วนฉันก็ถือวิสาสะเดินสำรวจดูห้องของเขา หนังสือเรียนถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ ภาพวาดหลายรูปติดอยู่บนผนังห้อง ไม่รู้ว่าเขาวาดเองหรือซื้อเอามาตกแต่ง บอกให้รู้ว่าเขาเองก็ชอบงานศิลปะเหมือนกันไหนจะถ้วยรางวัลที่ตั้งอยู่บนชั้นอีกหลายใบ ทั้งหล่อทั้งเรียนเก่ง เป็นเด็กกิจกรรม มีครบทุกอย่างในตัวเขา ฉันยิ้มด้วยความปลาบปลื้ม เดินมาหยิบกรอบรูปของเขาขึ้นมาดูอีกครั้ง“ชอบพี่เหรอ” จู่ๆ เสียงทุ้มเอ่ยถามชนิดที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัว หันกลับไปมองก็เห็นว่าเขามายืนอยู่ด้านหลังแล้ว ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือแอบไปเรียนวิชานินจามาถึงได้โผล่จากตรงนั้นมาตรงนี้ได้ไวแบบนี้“...” ฉันมองเขาตาโต หูฝาดไปหรือเปล่าที่ได้ยินเขาถามประโยคนี้ หรือเขาไปกินอะไรผิดมา“ทำไมถึงชอบพี่” พี่พายุถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ฉันรู้ว่าไม่ได้หูฝาดไปตายแล้วอิเค้ก ตั้งใจจะมาอ่อยเขาแต่ดันเจอเขาอ่อยกลับแถมอ่อยแรงด้วย แล้วฉันจะตั้งรับยังไง“...”“ว่ายังไงครับ” ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้“ทำไมถึงคิดว่าเค้กชอบพี่ละคะ”เอาสิ อ่อยมาฉันอ่อยกลับไม่ยอมเสียเปรียบบอกความในใ
พี่พายุขับรถพาฉันกลับมาตามเส้นทางหอพักของเขา คงเพราะไม่รู้จะไปส่งฉันที่ไหน เขาพยุงฉันขึ้นมาบนห้อง ค่อยๆ วางฉันลงบนเตียง ก่อนจะเดินออกไป ตามมาด้วยเสียงปิดประตูและเสียงน้ำไหลคงไปอาบน้ำแหละ แค่คิดใบหน้าก็ร้อนผ่าวฉันดีดตัวลุกจากเตียง อยากจะกรี๊ดดังๆ แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้เดี๋ยวเขาได้ยิน ฉันมองไปรอบๆ ห้องข้าวของของเขาถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้านมากกว่าห้องของฉันเสียอีก พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกรอบรูปอันหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะหนังสือที่ช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน ฉันเดินไปหยิบมันขึ้นมา ยิ้มแก้มแทบปริเมื่อรู้ว่ามันคือกรอบรูปที่ฉันทำให้เขาเป็นของขวัญสำหรับพี่รหัสเมื่อปีที่แล้วรูปที่ฉันแอบถ่ายเขาในมุมเผลอตอนที่กำลังเล่นบาส อยู่ในกรอบสีชมพูน่ารัก พร้อมกับการ์ดรูปหัวใจที่เขียนด้วยลายมือตัวเองของขวัญสำหรับพี่รหัสที่น่ารักค่ะ จากเค้กส้มฉันไล่ปลายนิ้วไปตามรูปหน้าได้สัดส่วน เรื่อยมาจนถึงปลายจมูกโด่ง ริมฝีปากบาง ฉันยิ้มออกมาด้วยหัวใจที่พองโต“ยังเก็บไว้อยู่สินะ” แต่แล้วฉันก็ต้องสะดุ้ง เมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาจากด้านหลัง“ตื่นแล้วเหรอ”ฉันหันกลับไป สายตาของเราประสานกัน ตกอยู่ในภวังค์ความเงียบ หั
“พี่ยุ!” ฉันอุทานชื่อของคนที่ฉันอ้วกใส่ด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด ก่อนจะก้มมองกางเกงยีนของเขาที่เลอะอ้วกฉันเต็มไปหมดรู้สึกอายจนต้องแกล้งเมาต่อ ซุกหน้ากับอกกว้าง อยู่ในวงแขนของเขา ไม่กล้าเงยขึ้นมาสบตา“พี่พายุขา น้องแก้มขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ พอดีว่ามันเมามาก อย่าโกรธมันเลยน่า พลีส~” แก้มพูดเสียงออดอ้อนพร้อมกับยกมือไหว้ สีหน้าสำนึกผิดแทนเพื่อน “ไม่เป็นไรครับ”“ใจดีจังเลยค่ะ” แก้มยิ้มเขิน ยืนบิดตัวไปมา“…” ส่วนฉันยังคงแกล้งหลับอยู่ในอ้อมแขนของเขาต่อ เพราะอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน แกล้งหลับไปก่อนแล้วกัน“พี่พายุ แคร์ฝากดูส้มแป๊บดิ” จู่ๆ แคร์ก็พูดขึ้นฉันขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมพวกมันถึงคิดจะทิ้งฉัน ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าเพื่อนกำลังวางแผนการร้ายกาจที่จะทำให้ฉันได้อยู่กับพี่พายุตามลำพัง‘งื้อ เพื่อนรัก รักเพื่อน’“ครับ?” คำว่าครับของเขาเหมือนจะเป็นประโยคคำถามมากกว่าประโยคตอบรับทำให้แคร์ต้องพูดต่อ“อ้อ คือว่าแคร์กับแก้มจะกลับไปเอากระเป๋าที่โต๊ะค่ะ เดี๋ยวมา”“เออๆ ใช่ๆ เราสองคนลืมกระเป๋าค่ะ ฝากพี่พายุดูแลเค้กแป๊บนะคะ แล้วพวกเราจะรีบกลับมา น่า~”“ได้ครับ”'สำเร็จ!' ฉันลอบยิ้ม แอบหรี่ตามองก็เห็
“สวัสดีค่ะรุ่นพี่”“!!!” ฉันลุกจากเก้าอี้หันกลับไป “เมื่อกี้มากับพี่ยุเหรอคะ”“ไม่เห็นเหรอ” ฉันถามกลับ ยืนกอดอกเผชิญหน้า“ก็เห็นนะคะ แต่ว่าเมื่อกี้หนูไปถามพี่ยุมา เขาบอกว่าพี่ไม่ได้เป็นแฟนเขานี่คะ แต่ว่าเป็น...” รุ่นน้องคนนั้นยิ้มมุมปาก ปลายนิ้วม้วนปอยผมตัวเองไปมา ท่าทางยียวนชวนตบ มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “!!!” หัวใจฉันหล่นตุ้บ ไม่ใช่เพราะกลัวรุ่นน้องคนนี้หรอกนะ แต่เพราะฉันกลัวคำตอบของเขาต่างหาก“เป็นอะไรคะน้อง? คนเขาเป็นแฟนกันแล้วยังจะมายุ่งกับเขาอีก” แก้มสวนขึ้นเพราะรู้สึกโกรธแทน “ก็เป็น...น้องรหัสนะสิคะ พี่ยุบอกว่าพี่เค้กส้มไม่เคยมาขอเป็นแฟนเลย แล้วแบบนี้จะเรียกว่าแฟนได้ยังไงกัน จริงไหมคะ” น้องคนนั้นพูดไปยิ้มไปทำเหมือนกับว่าตัวเองเหนือกว่า“...” ฉันกำมือแน่นจนรู้สึกเจ็บ ปลายเล็บยาวที่เพิ่งต่อมาจิกลงไปในเนื้อ“อิเค้กใจเย็น” แก้มกระซิบข้างหู พร้อมกับกอดไหล่ฉันไว้“นี่น้อง ถ้าไม่รู้อะไรพี่ว่าอย่าพูดจะดีกว่านะ เพราะน้องอาจจะเงิบในภายหลังได้ ทางที่ดีน้องกลับไปหาเพื่อนของน้องเถอะ ก่อนจะถูกพวกพี่ตบ” แคร์บอกด้วยสีหน้านิ่งแต่ก็พร้อมจะเอาจริง“…” รุ่นน้องคนนั้นยิ้มราวกับเห็นว่ามันเป็นเรื่
“เค้กกำลังจะไปงานเลี้ยงที่คณะค่ะ”“แล้วพี่ยุจะไปไหนคะ”“พี่ก็กำลังจะไปงานเลี้ยงที่คณะเหมือนกัน”“ถ้าอย่างนั้น...เค้กจะไปกับพี่ไหม?”“ไปค่ะ” คงไม่ต้องรอให้พระอิฐพระปูนมาสวดหรือรอให้ใครมาตัดริบบิ้น ฉันยิ้มและตอบตกลงเขาไปทันทีพี่พายุเดินไปที่รถ ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับหมวกกันน็อคใบใหญ่“ใส่ไว้นะ” เขาใส่หมวกกันน็อคของเขาที่มีอยู่ใบเดียวให้ฉัน กลิ่นแชมพูอ่อนๆ แบบผู้ชายยังหอมอบอวลอยู่ในหมวกทำให้ใบหน้าฉันร้อนผ่าวร่างสูงก้าวขึ้นไปนั่งบนรถบิ๊กไบค์ ก่อนจะหันมามองฉันเหมือนดูว่าฉันจะขึ้นได้ไหมฉันยิ้มพลางนึกในใจว่ารุ่นพี่ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันเตรียมพร้อมมาแล้ว เพราะรู้ว่าต้องมาทำอะไรแบบนี้ ฉันจึงเลือกใส่ชุดกระโปรงสั้นรัดรูปที่มีซับด้านในเป็นกางเกงให้ง่ายต่อการนั่งซ้อนท้ายขาของฉันก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะ ก่อนจะโน้มตัวลงไปโอบกอดเอวเขาไว้แน่นราวกับว่ากลัวตก แต่ความจริงแล้ว...ฉันอยากกอดรุ่นพี่แบบนี้มานานแล้วรถบิ๊กไบค์ค่อยๆ ออกตัว ฉันหันกลับไปโบกมือให้เพื่อนสองคนที่ยืนแอบอยู่หลังต้นไม้ ตอนนี้พวกมันยิ้มหน้าบาน กระโดดดีใจ แก้มเล่นใหญ่กว่าใคร ปาดน้ำตาเหมือนกำลังจะร้องไห้ไม่รู้ฉันเป็นโรคจิตหรือเปล่าเพราะชอ
เวลาหนึ่งทุ่มนิดๆหลังจากแต่งตัวเสร็จ ฉันก็ออกมายืนรอพี่พายุอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้กับหอพักของเขาเพื่อทำตามแผนที่เพื่อนบอกสายตาของฉันทอดมองออกไปบนท้องถนนที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากหลอดนีออนข้างทางที่ส่องสว่างจนฉันเริ่มกลัว ในใจพลางคิดว่าฉันทำถูกไหมที่เลือกแผนนี้ แต่แล้วความกลัวและความกังวลของฉันทุกอย่างก็หายไป เมื่อเสียงมือถือดังขึ้น“ว่าไงมึง” ฉันกดรับสาย“ออกไปแล้วๆ ทำตามแผนได้เลย” แก้มพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เมื่อฉันส่งมันสองคนไปสอดแนมที่หอพักของพี่พายุ และโทรมารายงานทันทีที่เห็นเขาขับรถออกมา“ระวังตัวด้วยนะมึง”“อืม ขอบใจมาก” ฉันกดวางสาย พร้อมกับชะโงกหน้าไปมองบนท้องถนน แสงไฟจากหน้ารถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์เลี้ยวผ่านโค้งเข้ามา ใกล้ถึงจุดที่ฉันยืนอยู่ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยออกมาเพื่อเรียกความกล้า ก่อนที่ขาสองข้างจะก้าวเดินออกไปเอี๊ยดดด....!!!เสียงล้อรถเบรกลากไปกับพื้นถนนจนได้กลิ่นไหม้ ทิ้งรอยดำเป็นทางยาวหลายเมตรฉันยืนหลับตาปี๋ สั่นไปทั้งตัว ในใจพลางคิดว่าตัวเองตายหรือยัง“เป็นอะไรไหมครับ?!” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความตกใจ ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาทีละข้างก็เห็นว่าเขามายืนอยู่ตร







