تسجيل الدخولวันต่อมาที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในมหาลัย
“แก้มมึงต้องช่วยกูนะ” ฉันทำสีหน้าอ้อนวอน เขย่าแขนบึกบึนของเพื่อนรักร่างใหญ่ที่กำลังยกแก้วน้ำหวานขึ้นดื่ม
“โอ๊ย!!! อะไรอิเค้ก ชานมกูจะหกหมดแล้วเนี่ย” แก้มหันกลับมาแว้ดใส่ พยายามประคองแก้วชานมในมือไม่ให้หก
“มึงต้องช่วยกูสืบประวัติพี่ว้ากคนนั้น”
“ฮึๆ” แก้มหัวเราะเสียงต่ำสร้างความมึนงงให้ฉันกับแคร์ว่ามันหัวเราะทำไม
“ไม่ตลกนะมึง”
“ที่กูขำไม่ใช่เพราะตลกมึง แต่ขำเพราะกูไปสืบมาแล้วต่างหาก ตั้งแต่กูรู้ว่าจะมาเรียนที่นี่กูก็เสิร์ชหาผู้ก่อนเลยจ้ะ ฮ่าๆ” แก้มหัวเราะสีหน้าเหมือนภูมิใจตัวเองที่มีข้อมูลผู้ชายในสต๊อก
ถ้าไม่ติดว่าเป็นร้านกาแฟฉันคงกรี๊ดแล้วกระโดดเข้าไปกอดเพื่อนรักให้รางวัลสักฟอดไปแล้ว เพราะการเสิร์ชหาผู้ของมันครั้งนี้มีประโยชน์กับฉันมาก
“เขาชื่อพี่พายุอยู่ปีสาม ชมรมบาส บ้านรวยมาก! พ่อเป็นอธิการบดีมหาลัยเชียวนะมึง” แก้มเล่าประวัติคร่าวๆ ของเขาให้ฉันฟัง
“แล้วมึงรู้อะไรไหม เขาเป็นพี่รหัสมึงด้วย”
ประวัติอย่างอื่นของเขาที่แก้มเล่ามาก่อนหน้านี้ฉันแทบจำไม่ได้เมื่อคำว่าพี่รหัสกระแทกใจฉันอย่างแรงลืมเรื่องอื่นไปจนหมด
“เขาเป็นพี่รหัสกูจริงเหรอ มึงไม่ได้หลอกกูใช่ไหม?”
“แหกตาดูเองค่ะ” แก้มเอามือถือขึ้นมาเปิดเว็บไซต์คณะหน้ารายชื่อนิสิตชายปีสาม นายพายุ ทรัพย์เจริญกิจ รหัสนิสิต xxxx
“เฮ้ย จริงด้วยมึง” ฉันดีใจเหมือนถูกหวยเมื่อรู้ว่าเขาเป็นพี่รหัสของฉันจริงๆ ความหวังก็เริ่มมีมากขึ้น แต่จะมากขึ้นไปอีกหากเขายังโสด
“พี่เขายังไม่มีแฟนใช่ไหม”
“เท่าที่รู้มา ยังไม่มีนะ” แก้มตอบแต่ฉันก็ยังไม่คลายกังวล
“แน่ใจนะ” ฉันถามย้ำอีกครั้ง ถึงฉันจะเป็นคนที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่ฉันก็ไม่ชอบแย่งของของใคร
“แน่ใจล้านเปอร์เซ็นต์ มึงก็รู้ข่าวกูไม่เคยมั่ว”
“...” ฉันยิ้มในหน้าแต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะคนที่มีบุคลิกดีอย่างพี่พายุเนี่ยน่ะจะไม่มีแฟน เป็นไปได้ยังไง หรือว่าเขาไม่ชอบผู้หญิง
“เอาน่าอย่าคิดเยอะ มึงควรจะเอาเวลาไปคิดหาวิธีเข้าใกล้พี่เขาจะดีกว่าน่ะ”
“อืม” ฉันพยักหน้าคล้อยตาม สลัดความคิดเรื่องอื่นทิ้งไปเปลี่ยนมาโฟกัสเรื่องหาโอกาสเข้าใกล้พี่รหัส
“นี่พวกมึง จะไปหาชุดกันได้รึยัง” จู่ๆ แคร์ก็พูดขึ้น ทำให้ฉันกับแก้มต่างหันไปมอง ย่นคิ้วด้วยความงงว่าไปหาชุดอะไร แคร์กลอกตามองบนก่อนจะถอนหายใจ
“คุยแต่เรื่องผู้ จนลืมเรื่องงานเลี้ยงที่คณะสินะพวกมึง”
“เออจริงด้วย! ลืมสนิทเลย” ฉันอุทานออกมา งานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาปีหนึ่งที่จะจัดขึ้นคืนนี้
โอกาสของฉันมาถึงแล้วรวดเร็วราวกับติดจรวด คืนนี้แหละฉันจะเริ่มปฏิบัติการสานความสัมพันธ์กับพี่ว้ากปีสาม ฉันยิ้มอย่างมีเลศนัย
ว่าแต่ฉันจะเอาอะไรไปเป็นของขวัญให้พี่พายุเพื่อกระชับความสัมพันธ์ดี เวลาแค่นี้คิดอะไรไม่ออกเลยสมองตื้อไปหมด แต่ก็ไม่อยากเกินความสามารถของคนหัวไวอย่างฉันจะคิดออก
“พวกมึง กูมีธุระด่วนต้องไปทำ เอาไว้ช่วงบ่ายค่อยไปดูชุดกันนะ” ฉันหันไปบอกแก้มกับแคร์เมื่อคิดอะไรดีๆ ขึ้นมาได้
“อ้าว ทำไมไม่ไปตอนนี้ กูอยากไปแล้วเนี่ย”
“แล้วนั่นมึงจะไปไหน” แคร์ถามเมื่อเห็นฉันลุกออกจากเก้าอี้หินอ่อน
“เออน่าเดี๋ยวกูมา แป๊บเดียว” ฉันโบกมือก่อนจะเดินไปที่รถ
ฉันเดินเข้ามาในร้านทำกรอบรูป ยื่นมือถือให้เจ้าของร้านดูพร้อมกับบอกความต้องการที่อยากได้ ตอนนี้ใบหน้าฉันคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
บ่ายโมงตรงฉันมารับแก้มกับแคร์ที่คณะตามที่พูดไว้ เพื่อไปเดินห้างเลือกซื้อชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงคืนนี้
“อิเค้ก เมื่อกี้มึงไปไหนมา” ขณะที่เดินดูชุดแก้มก็หันมาถามฉัน ทำให้แคร์หันมามองฉันด้วยอีกคน สายตาทั้งคู่จ้องเหมือนคาดคั้นเอาคำตอบ
“เออๆ กูไปร้านโฟโต้มา”
“มึงไปร้านโฟโต้ทำไม?” แก้มหรี่ตา
“กูไปสั่งทำกรอบรูปพิเศษเป็นของขวัญให้พี่ยุนะสิ”
“ฮึม!...ไวเหลือเกิ๊น!”
“คืนนี้กูจะเอาของขวัญนี่ไปให้เขา เพื่อจะได้หาเรื่องคุยต่อไง”
“เขาจะไม่เขวี้ยงใส่หน้ามึงเหรอ”
“อืม แคร์...พี่เขาคงไม่ทำขนาดนั้นหรอก”
พี่พายุเป็นคนสุภาพคงไม่ทำรุนแรงแบบนั้นกับผู้หญิงบอบบางอย่างฉันแน่นอน อีกอย่างคืนนี้ฉันก็ตั้งใจจะไปขอโทษเขาเรื่องวันนั้นอยู่แล้ว
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแก้มและแคร์ได้ชุดที่จะใส่ไปงานแล้วเหลือแต่ฉันที่ยังไม่รู้จะเลือกชุดไหน จะใส่ไปเจอรุ่นพี่ที่แอบชอบทั้งที ฉันก็ต้องเลือกให้ดีเพื่อให้เขาประทับใจตั้งแต่แรกเห็น
“ยังไงอิเค้ก สักที กูเหนื่อยแล้วนะ” แก้มบ่นปนรำคาญ เมื่อฉันมัวแต่เรื่องมากดูชุดนั้นชุดนี้ไม่ตัดสินใจเลือกสักที
“ยังไม่มีชุดไหนถูกใจเลย ถ้ากูรู้เร็วกว่านี้น่ะ กูสั่งตัดไปแล้ว” ฉันบอกน้ำเสียงเหนื่อยๆ เพราะเดินเข้าออกมาหลายร้านแล้วแต่ก็ยังไม่มีชุดไหนถูกใจสักที
“จ้ะ อิลูกคุณหนู” แก้มปรายตาจิกเหมือนประชดประชัน
“เดี๋ยวก่อนนะ กูว่ากูเจอแล้ว” ฉันยิ้มออกมาเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำกระโปรงลูกไม้ยาวเหนือเข่า ชุดนี้ต้องเข้ากับผิวขาวๆ ของฉันแน่
ฉันกำลังเดินไปที่ราวแขวนชุด แต่ก็มีมือของใครคนหนึ่งยื่นมาคว้าชุดนั้นตัดหน้าไปก่อน
“!!!” ฉันขมวดคิ้วหน้ายุ่งด้วยความขัดใจ หันไปมองคนที่หยิบชุดนั้นไป
“ขอโทษนะคะ ฉันมองชุดนี้ไว้แล้ว” ฉันบอกเสียงสุภาพที่สุดเท่าที่จะเก็บอาการโมโหได้ เพราะฉันมองไว้ก่อนแล้วจริงๆ
“เอ๊ะ! แต่ฉันหยิบก่อนนะ” ผู้หญิงอายุน่าจะราวๆ สามสิบกว่าตอบกลับ และจะเอาชุดนั้นไปให้พนักงานร้านคิดเงิน
“ป้าคะ แต่เมื่อกี้หนูเห็นป้าดูชุดอื่นอยู่นะคะ แต่พอป้าเห็นว่าเพื่อนหนูกำลังจะเดินมาหยิบชุดนี้ ป้าก็รีบเดินมาแย่งตัดหน้า แบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ” แก้มเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าป้าทำให้เธอโกรธมาก
“ใครป้าเธอ!! ก็ฉันหยิบชุดนี้ก่อน มันก็ต้องเป็นของฉันสิ”
“มีอะไรกันเหรอคะคุณลูกค้า” พนักงานที่ดูแล้วน่าจะเป็นผู้จัดการร้านเดินเข้ามาเมื่อเห็นว่ากำลังจะเกิดเรื่อง
“พี่จะเอาชุดนี้ น้องเอาไปคิดเงินเลย” ผู้หญิงคนนั้นพูดพร้อมกับยื่นชุดให้พนักงาน
“ชุดนั้นราคาเท่าไหร่?” ฉันกอดอกหันไปถามพนักงาน เขาก้มดูป้ายราคา
“สี่พันห้าร้อยค่ะคุณลูกค้า”
“ฉันให้หกพัน”
“ฉันให้หกพันห้า เอาไปใส่ถุงเลยพี่รีบ”
“หมื่นหนึ่ง!” ฉันบอกราคาที่สูงโดดจากตอนแรก เพราะคนอย่างฉันเสียเงินไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้
“…” ผู้จัดการร้านมีสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะหันไปมองผู้หญิงคนนั้นที่เมื่อได้ยินราคาที่ฉันเสนอไปก็หน้าซีดเผือด อ้าปากเหวอไปเลย
“ฮึ! ฉันไม่เอาก็ได้ ชุดก็ไม่สวยบริการร้านก็ไม่ดี ร้านแย่ๆ แบบนี้ฉันไปซื้อร้านอื่นกว่าดีกว่า” ผู้หญิงคนนั้นพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากร้าน
“เอาชุดนั้นแหละค่ะ” ฉันพยักหน้าให้พนักงานเอาไปคิดเงิน และฉันก็จ่ายในราคาที่บอกไว้จริงๆ
“เริ่ดมากอิเค้ก! มนุษย์ป้าต้องเจอแบบนี้”
หลังจากกินเสร็จพี่พายุก็จัดการเก็บโต๊ะทำความสะอาดทุกอย่างเป็นพ่อบ้านพ่อเรือน ส่วนฉันก็ถือวิสาสะเดินสำรวจดูห้องของเขา หนังสือเรียนถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ ภาพวาดหลายรูปติดอยู่บนผนังห้อง ไม่รู้ว่าเขาวาดเองหรือซื้อเอามาตกแต่ง บอกให้รู้ว่าเขาเองก็ชอบงานศิลปะเหมือนกันไหนจะถ้วยรางวัลที่ตั้งอยู่บนชั้นอีกหลายใบ ทั้งหล่อทั้งเรียนเก่ง เป็นเด็กกิจกรรม มีครบทุกอย่างในตัวเขา ฉันยิ้มด้วยความปลาบปลื้ม เดินมาหยิบกรอบรูปของเขาขึ้นมาดูอีกครั้ง“ชอบพี่เหรอ” จู่ๆ เสียงทุ้มเอ่ยถามชนิดที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัว หันกลับไปมองก็เห็นว่าเขามายืนอยู่ด้านหลังแล้ว ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือแอบไปเรียนวิชานินจามาถึงได้โผล่จากตรงนั้นมาตรงนี้ได้ไวแบบนี้“...” ฉันมองเขาตาโต หูฝาดไปหรือเปล่าที่ได้ยินเขาถามประโยคนี้ หรือเขาไปกินอะไรผิดมา“ทำไมถึงชอบพี่” พี่พายุถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ฉันรู้ว่าไม่ได้หูฝาดไปตายแล้วอิเค้ก ตั้งใจจะมาอ่อยเขาแต่ดันเจอเขาอ่อยกลับแถมอ่อยแรงด้วย แล้วฉันจะตั้งรับยังไง“...”“ว่ายังไงครับ” ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้“ทำไมถึงคิดว่าเค้กชอบพี่ละคะ”เอาสิ อ่อยมาฉันอ่อยกลับไม่ยอมเสียเปรียบบอกความในใ
พี่พายุขับรถพาฉันกลับมาตามเส้นทางหอพักของเขา คงเพราะไม่รู้จะไปส่งฉันที่ไหน เขาพยุงฉันขึ้นมาบนห้อง ค่อยๆ วางฉันลงบนเตียง ก่อนจะเดินออกไป ตามมาด้วยเสียงปิดประตูและเสียงน้ำไหลคงไปอาบน้ำแหละ แค่คิดใบหน้าก็ร้อนผ่าวฉันดีดตัวลุกจากเตียง อยากจะกรี๊ดดังๆ แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้เดี๋ยวเขาได้ยิน ฉันมองไปรอบๆ ห้องข้าวของของเขาถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้านมากกว่าห้องของฉันเสียอีก พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกรอบรูปอันหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะหนังสือที่ช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน ฉันเดินไปหยิบมันขึ้นมา ยิ้มแก้มแทบปริเมื่อรู้ว่ามันคือกรอบรูปที่ฉันทำให้เขาเป็นของขวัญสำหรับพี่รหัสเมื่อปีที่แล้วรูปที่ฉันแอบถ่ายเขาในมุมเผลอตอนที่กำลังเล่นบาส อยู่ในกรอบสีชมพูน่ารัก พร้อมกับการ์ดรูปหัวใจที่เขียนด้วยลายมือตัวเองของขวัญสำหรับพี่รหัสที่น่ารักค่ะ จากเค้กส้มฉันไล่ปลายนิ้วไปตามรูปหน้าได้สัดส่วน เรื่อยมาจนถึงปลายจมูกโด่ง ริมฝีปากบาง ฉันยิ้มออกมาด้วยหัวใจที่พองโต“ยังเก็บไว้อยู่สินะ” แต่แล้วฉันก็ต้องสะดุ้ง เมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาจากด้านหลัง“ตื่นแล้วเหรอ”ฉันหันกลับไป สายตาของเราประสานกัน ตกอยู่ในภวังค์ความเงียบ หั
“พี่ยุ!” ฉันอุทานชื่อของคนที่ฉันอ้วกใส่ด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด ก่อนจะก้มมองกางเกงยีนของเขาที่เลอะอ้วกฉันเต็มไปหมดรู้สึกอายจนต้องแกล้งเมาต่อ ซุกหน้ากับอกกว้าง อยู่ในวงแขนของเขา ไม่กล้าเงยขึ้นมาสบตา“พี่พายุขา น้องแก้มขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ พอดีว่ามันเมามาก อย่าโกรธมันเลยน่า พลีส~” แก้มพูดเสียงออดอ้อนพร้อมกับยกมือไหว้ สีหน้าสำนึกผิดแทนเพื่อน “ไม่เป็นไรครับ”“ใจดีจังเลยค่ะ” แก้มยิ้มเขิน ยืนบิดตัวไปมา“…” ส่วนฉันยังคงแกล้งหลับอยู่ในอ้อมแขนของเขาต่อ เพราะอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน แกล้งหลับไปก่อนแล้วกัน“พี่พายุ แคร์ฝากดูส้มแป๊บดิ” จู่ๆ แคร์ก็พูดขึ้นฉันขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมพวกมันถึงคิดจะทิ้งฉัน ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าเพื่อนกำลังวางแผนการร้ายกาจที่จะทำให้ฉันได้อยู่กับพี่พายุตามลำพัง‘งื้อ เพื่อนรัก รักเพื่อน’“ครับ?” คำว่าครับของเขาเหมือนจะเป็นประโยคคำถามมากกว่าประโยคตอบรับทำให้แคร์ต้องพูดต่อ“อ้อ คือว่าแคร์กับแก้มจะกลับไปเอากระเป๋าที่โต๊ะค่ะ เดี๋ยวมา”“เออๆ ใช่ๆ เราสองคนลืมกระเป๋าค่ะ ฝากพี่พายุดูแลเค้กแป๊บนะคะ แล้วพวกเราจะรีบกลับมา น่า~”“ได้ครับ”'สำเร็จ!' ฉันลอบยิ้ม แอบหรี่ตามองก็เห็
“สวัสดีค่ะรุ่นพี่”“!!!” ฉันลุกจากเก้าอี้หันกลับไป “เมื่อกี้มากับพี่ยุเหรอคะ”“ไม่เห็นเหรอ” ฉันถามกลับ ยืนกอดอกเผชิญหน้า“ก็เห็นนะคะ แต่ว่าเมื่อกี้หนูไปถามพี่ยุมา เขาบอกว่าพี่ไม่ได้เป็นแฟนเขานี่คะ แต่ว่าเป็น...” รุ่นน้องคนนั้นยิ้มมุมปาก ปลายนิ้วม้วนปอยผมตัวเองไปมา ท่าทางยียวนชวนตบ มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “!!!” หัวใจฉันหล่นตุ้บ ไม่ใช่เพราะกลัวรุ่นน้องคนนี้หรอกนะ แต่เพราะฉันกลัวคำตอบของเขาต่างหาก“เป็นอะไรคะน้อง? คนเขาเป็นแฟนกันแล้วยังจะมายุ่งกับเขาอีก” แก้มสวนขึ้นเพราะรู้สึกโกรธแทน “ก็เป็น...น้องรหัสนะสิคะ พี่ยุบอกว่าพี่เค้กส้มไม่เคยมาขอเป็นแฟนเลย แล้วแบบนี้จะเรียกว่าแฟนได้ยังไงกัน จริงไหมคะ” น้องคนนั้นพูดไปยิ้มไปทำเหมือนกับว่าตัวเองเหนือกว่า“...” ฉันกำมือแน่นจนรู้สึกเจ็บ ปลายเล็บยาวที่เพิ่งต่อมาจิกลงไปในเนื้อ“อิเค้กใจเย็น” แก้มกระซิบข้างหู พร้อมกับกอดไหล่ฉันไว้“นี่น้อง ถ้าไม่รู้อะไรพี่ว่าอย่าพูดจะดีกว่านะ เพราะน้องอาจจะเงิบในภายหลังได้ ทางที่ดีน้องกลับไปหาเพื่อนของน้องเถอะ ก่อนจะถูกพวกพี่ตบ” แคร์บอกด้วยสีหน้านิ่งแต่ก็พร้อมจะเอาจริง“…” รุ่นน้องคนนั้นยิ้มราวกับเห็นว่ามันเป็นเรื่
“เค้กกำลังจะไปงานเลี้ยงที่คณะค่ะ”“แล้วพี่ยุจะไปไหนคะ”“พี่ก็กำลังจะไปงานเลี้ยงที่คณะเหมือนกัน”“ถ้าอย่างนั้น...เค้กจะไปกับพี่ไหม?”“ไปค่ะ” คงไม่ต้องรอให้พระอิฐพระปูนมาสวดหรือรอให้ใครมาตัดริบบิ้น ฉันยิ้มและตอบตกลงเขาไปทันทีพี่พายุเดินไปที่รถ ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับหมวกกันน็อคใบใหญ่“ใส่ไว้นะ” เขาใส่หมวกกันน็อคของเขาที่มีอยู่ใบเดียวให้ฉัน กลิ่นแชมพูอ่อนๆ แบบผู้ชายยังหอมอบอวลอยู่ในหมวกทำให้ใบหน้าฉันร้อนผ่าวร่างสูงก้าวขึ้นไปนั่งบนรถบิ๊กไบค์ ก่อนจะหันมามองฉันเหมือนดูว่าฉันจะขึ้นได้ไหมฉันยิ้มพลางนึกในใจว่ารุ่นพี่ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันเตรียมพร้อมมาแล้ว เพราะรู้ว่าต้องมาทำอะไรแบบนี้ ฉันจึงเลือกใส่ชุดกระโปรงสั้นรัดรูปที่มีซับด้านในเป็นกางเกงให้ง่ายต่อการนั่งซ้อนท้ายขาของฉันก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะ ก่อนจะโน้มตัวลงไปโอบกอดเอวเขาไว้แน่นราวกับว่ากลัวตก แต่ความจริงแล้ว...ฉันอยากกอดรุ่นพี่แบบนี้มานานแล้วรถบิ๊กไบค์ค่อยๆ ออกตัว ฉันหันกลับไปโบกมือให้เพื่อนสองคนที่ยืนแอบอยู่หลังต้นไม้ ตอนนี้พวกมันยิ้มหน้าบาน กระโดดดีใจ แก้มเล่นใหญ่กว่าใคร ปาดน้ำตาเหมือนกำลังจะร้องไห้ไม่รู้ฉันเป็นโรคจิตหรือเปล่าเพราะชอ
เวลาหนึ่งทุ่มนิดๆหลังจากแต่งตัวเสร็จ ฉันก็ออกมายืนรอพี่พายุอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้กับหอพักของเขาเพื่อทำตามแผนที่เพื่อนบอกสายตาของฉันทอดมองออกไปบนท้องถนนที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากหลอดนีออนข้างทางที่ส่องสว่างจนฉันเริ่มกลัว ในใจพลางคิดว่าฉันทำถูกไหมที่เลือกแผนนี้ แต่แล้วความกลัวและความกังวลของฉันทุกอย่างก็หายไป เมื่อเสียงมือถือดังขึ้น“ว่าไงมึง” ฉันกดรับสาย“ออกไปแล้วๆ ทำตามแผนได้เลย” แก้มพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เมื่อฉันส่งมันสองคนไปสอดแนมที่หอพักของพี่พายุ และโทรมารายงานทันทีที่เห็นเขาขับรถออกมา“ระวังตัวด้วยนะมึง”“อืม ขอบใจมาก” ฉันกดวางสาย พร้อมกับชะโงกหน้าไปมองบนท้องถนน แสงไฟจากหน้ารถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์เลี้ยวผ่านโค้งเข้ามา ใกล้ถึงจุดที่ฉันยืนอยู่ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยออกมาเพื่อเรียกความกล้า ก่อนที่ขาสองข้างจะก้าวเดินออกไปเอี๊ยดดด....!!!เสียงล้อรถเบรกลากไปกับพื้นถนนจนได้กลิ่นไหม้ ทิ้งรอยดำเป็นทางยาวหลายเมตรฉันยืนหลับตาปี๋ สั่นไปทั้งตัว ในใจพลางคิดว่าตัวเองตายหรือยัง“เป็นอะไรไหมครับ?!” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความตกใจ ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาทีละข้างก็เห็นว่าเขามายืนอยู่ตร







