LOGIN“อายุสามสิบ สูง190 หนัก 80 นิสัยดุ ดุร้าย และดุเหมือนหมาล็อตไวเรอร์ เป็นหน่วยปราบปรามสายลุยไม่สนิทสนมกับใคร ไม่มีเพื่อนสนิท ตั้งใจทำงาน เป็นเจ้าหน้าที่ดีเด่นในสังกัดเดียวกับสารวัตรคีรติ เป็นลูกบุญธรรมของอดีตทูตสวีเดน ตอนนี้พ่อแม่บุญธรรมอยู่สวีเดน งานอดิเรก…รับจ้างหาของ”
เสียงห้วนแหบเหมือนเป็ดที่บางคนแซวว่าเซ็กซี่แทรกกลางวงสนทนาออกมาจากหูฟังหน้าจอที่ใช้รูปดิสเป็นรูปปีรามิดตามชื่อแส้เจ้าตัว พูดรัวเร็วเหมือนแรปเปอร์พร้อมกับไล่ยิงกับเรยาในเกมส์ต่อสู้แย่งชิงเงิน ทั้งที่อยู่ทีมตรงข้ามแต่เพื่อนสนิทคนเก่งกลับหาข้อมูลลับเฉพาะได้ไปพร้อมกัน เรยากับเพื่อนอีกสองคนเกาหัวแกร่กๆ บ้างก็แคะหูบ้างก็ลูบผม พราะฟังแทบไม่ทัน ปีรามิด เพื่อนเรียกมิดจี้ ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มแต่เถื่อนที่สุดในกลุ่ม ฟังชั่นหลักพูดจาห้าวห้วนชวนตีกับคนในเกมส์ตลอด มีเสียงตะโกนแหบเป็ดเป็นพร้อพเสริมยามอารมณ์พุ่งสูงด่าหมดไม่สนพ่อใคร ฟังชั่นรองเป็นมนุษย์ขี้วีนเป็นคลังข้อมูลเคลื่อนที่ จะช่วยเหลือแค่เพื่อนกลุ่มตัวเองแต่ต้องเอาของมาแลกหรือชมว่าหล่อที่สุดในกลุ่ม เป็นคนสมาธิสั้นเก่งแต่..แค่ช่วงสั้นๆ พูดออกมาเหมือนคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่พูดรวดเดียวจบได้โดยไม่สะดุดไม่ต่างจากสมองกลของหุ่นยนต์ “นั่นประวัติตำรวจหรือมาเฟียวะมึงค้นประวัติจากไหนวะไอ้มิด? อ่างล้างจานไง๊?” “ดาร์คเว็บ” “แล้วไงอีก?” เรยาถามอีกครั้งคราวนี้ตั้งใจฟังกว่าเดิม “ช่วงนี้มีข่าววงในลือกันว่าธนาคารออมสินทรัพย์สยามของ..ของคนที่มึงก็รู้ว่าใคร หายไปพันล้าน ไม่ใช่แค่ผู้หมวดกับสารวัตรที่มาทำคดีนี้แต่มีการใช้งานคนในดาร์คเว็บด้วย…ไม่ธรรมดาแฮะ” “ทำไมถึงร่วมกันสืบขนาดนั้น เงินพันล้านเดี๋ยวก็หาเจอทำไมต้องระดมทุกภาคส่วนออกตามหาด้วย” แวซายคนเส้นตื้นที่ยังขำเพื่อนไม่จบแสดงความคิดเห็นแบบคนรวย “พวกมึงจะโยงเข้าบ้านทำไมวะ แค่พูดถึงก็ซวยเลยเนี่ย” เรย์ว่าให้เมื่อถูกปีรามิดยิงแขนกระจุย (ในเกมส์) “มึงจั่วหัวมาเองนะ” ปีรามิดพูดเร็วลิ้นพันกัน ตู้ม!! โดนเพื่อนดักปาระเบิดจนขาขาด “ไอ้สัตว์เรย์! แม่งขี้โกง” “กูไม่สนเรื่องนั้นกูสนใจแค่ว่าทำไมต้องมายุ่งกับของของกู” เรย์หอบเงินในเกมส์ใส่รถขนขยะสีขาวทิ้งลูกสมุนไว้จัดการกับปีรามิดแล้วขับรถเข้าฐานลับพลางหัวเราะสะใจที่หน้าจอขึ้นเลเวลอัพเพราะชิงเงินได้ “ของมึงที่ไหนกูเห็นสารวัตรเขาก็ใจดีขี้สงสารกับทุกคน..เอ..หรือทุกตัว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แวซายยังขำไม่เลิกคนที่มัวแต่ขำกลิ้งไม่ช่วยเพื่อนร่วมทีมอย่างปีรามิดจนทีมแพ้ถูกปิดเสียงไมค์ไปนานแล้ว “ของกู กูไม่ให้ใครจะทำไม” เรย์ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจไปมาทั้งที่กางเกงขาดเป้า มีโรมยกมือถือมาถ่ายแบบไม่เห็นหน้า เอาไปขายในดาร์คเว็บที่นิยมความอนาจาร คนที่มีรูปมีมอนาจารมากที่สุดในกลุ่มไม่สะทกสะท้านในความอุบาทว์ก็มีแค่คนคนนี้..ถ้าไม่หล่อก็ไม่มีอะไรดีแล้วชีวิตนี้ “อารมณ์คล้ายหมาหวงเจ้าของแหละเนอะ” ปีรามิดกระดกนมอึกๆ แวะมาแขวะด้วยความหมั่นไส้เพราะแพ้คนทุเรศทุรังอย่างมัน “เดี๋ยวก็โดนทิ้งหมาจรจัดที่ขโมยปลอกคอเจ้านายมาสวมนี่มัน..สันดานหมาจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” “มึงสิสันดานแอบถ่ายไข่ข้างขาหนีบคนอื่นไปขายยังจะมีหน้าแช่งคนอื่น เอาเงินมา 50( กูเห็นนะว่าขายรูปไข่ย้อยของกูได้ เอามาพันห้า!” “พันห้าเหี้ยไรกูขายได้สองพันห้า” “มึงลดราคาไข่กูมึงก็เอาไปรวมกับส่วนแบ่งเซ่!” “กูไม่ให้กูจะเอาไปซื้อกล้องใหม่ไอ้เร๊ยยยอย่า เหยียบกาโปกกู๊ววว อื๊ยยยย!” “เอาม๊า!” “เฮ้อ” “เฮ้อ~” “ไอ้ตัวพิเรนสองตัวนี่เป็นเพื่อนกูจริงๆ เหรอวะ?” “อัปรีย์จัง~” “มึงเลิกพูดด้วยท่าทางผู้ดีแต่ความหมายโคตรเหี้ยได้ไหมไอ้แว รำคาญ” เวลาต่อมาโรมนอนหน้าเขียวตาเหลือกเพราะโดนปล้นเงินด้วยวีธีการจับขายันไข่…จังไรสมกับที่แวซายว่า “แม่งในกระเป๋ามีพันเดียวค้ากำไรกับไข่กู มึงอย่าเผลอหลับนะไอ้โรมกูจะลักแว๊กขนหน้าแข้งของสารวัตรมาแว๊กขนหมออ้อยมึงให้ไข่ถลอกเลย” แค่อยู่สองคนก็จะตีกันตาย เด็กวัยรุ่นสี่คนที่เคยมโนว่าตัวเองเป็น F4 แม้นนิสัยจะต่างกันสุดขั้วแต่เรื่องรั่วกับหน้าด้านนั้นมีมานานแล้ว ทั้งสี่ไว้ผมทรงเดียวกันแต่งตัวตีมเดียกันสีเดียวกันคล้ายวงบอยแบนแต่ไม่มีใครร้องเต้นเก่งสักคน เสียงก็เพี้ยน ท่าเต้นก็ลืม ถูกจดจำในนามวงที่ไม่ควรเอามาแสดงมากที่สุดแห่งปีเพราะเคยแสดงงานโรงเรียนแล้วเพื่อนไม่ดู ก็เลยหันมาเอาดีด้านเล่นเกมส์แทน?เสียงช้อนกระทบจานดัง แกร๊ก กลางร้านอาหารไฟหรูหราตกแต่งด้วยแชนเดอเลียร์ระยิบระยับเรยาทำหน้าบูด ยกช้อนขึ้นแล้ววางลงทันที “กับข้าวร้านมิชลินห้าดาวแม่ง…แดกไม่ลงว่ะ” เรยาพูดพลางพิงพนักเก้าอี้ เอนหัวไปด้านหลังอย่างเบื่อหน่ายปีรามิดเลิกคิ้วกอดอกมอง “เรื่องมากนะมึงไอ้เรย์” น้ำเสียงติดรำคาญแต่ก็ยังยกแก้วเหล้าขึ้นจิบสบาย ๆเรยาถอนหายใจยาว ดวงตาหม่น ๆ “กูอยากกินไก่ทอดที่เมียสั่งให้มากกว่า” น้ำเสียงแผ่วคล้ายคิดถึงโรมหรี่ตายกยิ้มมุมปาก “เมียอ่อ~”ปีรามิดเหร่ตามองหมั่นไส้ “ใครอ่ะ เมียพี่เรย์คนหล่อ?”แวซายที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะยกคิ้วสูง “ไหนมึงบอกว่าโสดไง”โรมแทรกอย่างสะใจ “ห่างกันเป็นเดือนเขามีผัวใหม่เป็นหมวดอุดมไปแล้วม้าง”แวซายพยักหน้าตาม “เนอะไอ้มิด”ปีรามิดสำลักน้ำไอโคลก แค่ก ๆ ๆ ตาเบิกกว้างรีบปัดมือ “จะ…จะไปรู้ได้ไง ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!” เรยาหรี่ตายกมุมปากยกยิ้มกวน“มี พิราบ สุด ๆ”ผั่วะ! เสียงฝ่ามือสามคนฟาดลงบนหัวเรย์แทบพร้อมกัน“พิรุธ!”เรยาหัวเราะได้ในในเกือบรอบเดือน “ขอบคุณที่แก้ให้ครับเพื่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”โรมหรี่ตามองเพื่อนนิ่ง ๆ ริมฝีปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “พูดถึงเมียตำรวจทำไมว
สารวัตรคีรตินั่งตัวตรงอยู่ที่โต๊ะ นิ้วเรียวยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ดวงตาคมหรี่มองชายตรงหน้าที่เพิ่งไปหาตำรวจอีกนายมา เพราะ…นั่นคือแฟนเก่าเจ้าตัว“สวัสดีครับ”คีรติพยักหน้ารับน้อยๆ เอ่ยเสียงเรียบ สายตายังคงนิ่งสงบ แต่ซ่อนประกายน่าเกรงขามไว้ภายใน ท่าทางคุ้นเคยแต่ไม่เทียบเท่ากันเผยออกมาให้เห็นปีซ่าค้อมหัวน้อยๆ ทุกครั้งที่สนทนากับนายตำรวจที่ดูธรรมดา“ที่นั่นเป็นไง”“ก็ดีได้เงินเพียบ”เสียงตอบเรียบง่าย กับท่าทีคุ้นเคยทักทายนายตำรวจสารวัตรอย่างเป็นกันเอง รอยยิ้มกรุ้มกริ่มหน้าตามีความสุขกับการได้เจอใครบางคนตรงหน้า…คนพิเศษไม่เหมือนใคร“พักนี้ไม่ค่อยราบรื่นสินะ ถึงตามตัวคู่หมั้นมาได้”“ก็ตามที่เห็นคงต้องยืมจมูกหน่อย อ้อ~แล้วเรื่องผู้หมวดอุดมใช่เขามั้ยที่เอาเงินไป”“ไม่ใช่ครับ”“เดาผิดเหรอเนี่ย”คีรติเอียงหน้าเล็กน้อย แสงสะท้อนบนขอบแก้วกาแฟทำให้ดวงตาคู่สวยวาววับเปี่ยมสเน่ห์เล่กล“หัวขโมยนี่ใครกันนะขนาดคุณยังหาตัวไม่เจอ”สารวัตรหนุ่มไม่ตอบ แต่ยกแก้วขึ้นดื่มด้วยท่าสง่างามชินตา ชั่วขณะหนึ่ง สายตาและลมหายใจของเขาสร้างแรงดึงดูดราวกับสนามแม่เหล็ก ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าเกือบอดใจไม่อยู่“เกมส์นี้ยากเหมือนกัน แ
คนตัวเล็กสะดุ้งวูบ หายใจติดขัดเมื่อถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว เสียงแหบพร่า พูดจาเร็วปรื๋อเหมือนกลัวโลกจะไม่ทันฟัง แต่กลับไม่มีความแพรวพราวเจ้าเล่ห์เลยสักนิด ท่าทางเหมือนเด็กที่ฝังใจกับคนเจ้าชู้มากทั้งที่จริงแล้ว…อยู่คนเดียวไม่เป็นทั้งที่โหยหาคนดูแล แต่กลับไม่ยอมบันทึกชื่อใครไว้ในโทรศัพท์ ทว่ากลับตั้งเขาไว้เป็น เบอร์ฉุกเฉิน โทรหาแทบทุกครั้งที่เมาเละจนไร้สติแขนเรียวโอบลำคอหนาแน่นขึ้น ริมฝีปากเล็กประกบตอบอย่างไม่ทันคิด เหมือนกำลังดิ่งลึกเข้าสู่อันตรายที่ทั้งหวาดหวั่นทั้งโหยหา“อื้อ~” เสียงหวานครางต่ำถูกกลืนหาย เมื่อปากเล็กถูกขบกัดอย่างหิวกระหาย ริมฝีปากหนาฉกชิมรสหวานดึงยืด ก่อนลิ้นร้อนจะสอดกวาด ลากเกี่ยวลิ้นเล็กออกมาดูดเลียสลับกัน สองปลายลิ้นต่างขนาดเสียดสี ปาดเลียหน้าลิ้นของอีกฝ่ายราวกับกำลังแย่งชิงความหวานที่ไม่มีวันพอไฟร้อนคุกรุ่นกระจายทั่วร่างในห้องแคบ เสียงหอบหายใจดังก้องอวลในรถ วันนี้ไอ้ดื้อปีรามิดน่ารักกว่าทุกคร้งตั้งแต่เจอกันมา แค่พูดว่าเคยคบพี่ต่างพ่อก็ทำหน้าเศร้าจะร้องไห้บอกเลิกทั้งที่ไม่ได้คบกัน แต่พอบอกว่าจะไม่มีทางกลับไปคบกับแฟนเก่าก็กระโจนเข้าจูบแบบสู้ตาย เป็นคนที่ซื่อสัต
รถที่ปิดมิดชิดก็เหมือนห้องสอบสวนแคบๆ สายตาสองคู่จดจ้องกันได้ไม่นานคนที่ห้ามแตะต้องกลับกลายเป็นฝ่ายกระชากหน้าคนร้ายกาจเข้ามาประกบจูบเสียเอง ปากบางเย็นชืดรสขมสอดลิ้นประสานเข้ากับรสชาติหมากฝรั่งกลิ่นมิ้นท์ที่อีกคนเคี้ยวมาตลอดทางคลื่นความต้องการอัดแน่นมาสักระยะตั้งแต่แอบไปหาที่ห้องพักพิเศษในโรงพยาบาลจนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลมเจออยู่กับคนที่เกลียดอย่างปีซ่าความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะรู้สึกกับคนร้ายกาจตรงหน้าไม่ต่างจากสายน้ำในทะเลก่อนจะมีคลื่อนสูงยิ่งนิ่งสนิทก็ยิ่งอันตรายมวลน้ำที่คิดว่าถอยล่นลงไปได้กลับถูกมวลความต้องการอัดรวมเป็นก้อนมวลคลื่นอัดแน่นก่อตัวรวมเข้าด้วยกันแล้วย้อนกลับเข้ามาซัดใส่ฝั่งอย่างแรงตึ้งงงง!!!ร่างเล็กกระแทกติดหน้าคอนโซลรถตามมาด้วยแรงกระชากเสื้อยืดตัวใหญ่ออกจากหัวเล็กกับกางเกงที่ถูกกระชากลงอย่างแรงจนลงไปกองที่รองเท้าผ้าใบสีขาวปึ้ดดดด!!“โอ๊ย เบาๆ ดิ”ปึ้กก!หมัดเล็กทุบซ้ำ ๆ เหมือนลูกหมาเอาแต่ใจ กำปั้นไม่แรงพอจะทำให้ใครเจ็บจริง แต่พอปัดป่ายดื้อ ๆ มันกลับกวนใจยิ่งกว่า อุดมปล่อยให้ฟาดอก ฟาดไหล่ กระทั่งแรงหนึ่งกระแทกตรงรอยช้ำที่ยังไม่หายจากอุบัติเหตุ“อ่ะ…เจ็บแผล” เสี
เสียงพูดคุยแว่วมาตามสายสนทนาแต่คนเมาก็ผลอยหลับไปลมหายใจสม่ำเสมอ มือยกปิดหน้า ร่างกายเอนไปกับพนักเบาะปล่อยให้สติเลือนหายลงไปทั้งอย่างนั้น“อยู่ตรงนั้นอย่าไปไหน”เสียงสายตัดไปทั้งที่ปีรามิดไม่รู้เรื่องรู้ราวมีเพียงเสียงคลื่นสาดซัดไกล ๆ ..….ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไฟหน้ารถคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดข้าง ๆ รถของปีรามิดตึก ตึก ตึกเงาของหมวดอุดมในชุดลำลองสีดำทะมึนมาพร้อมกับใบหน้าเคร่งขรึมที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันหลายวัน ก้าวขายาวไม่กี่ก้าวก็ลงมาเคาะกระจกหน้าต่างติดฟิล์มทึบไม่เห็นด้านใน“ไอ้เด็กเป็ด!!” เสียงแข็งกร้าวที่นายตำรวจชอบใช้เรียกส.ส.แรปเปอร์ดังลั่นเจ้าตัวไม่รู้สึกรู้สาหลับตาพริ้มสบายใจทั้งที่ในมือยังมีกระป๋องเบียร์และมือถือหล่นอยู่ข้างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจหยิบบางอย่างในกระเป๋าขยับยุกยิกที่ประตูรถหรูสะเดาะกลอนเข้ามานั่งเบาะข้างคนขับได้อย่างง่ายดาย ปลดล็อค ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาข้างใน กลิ่นเบียร์และกลิ่นทะเลก็ปะทะใส่ ปีรามิดเมาหลับอยู่บนเบาะคนขับ มองคนข้างนอกรถแทบลืมตาไม่ขึ้น“ไอ้เด็กเลี้ยงแกะ” หมวดอุดมว่าให้แล้วอ้อมไปนั่งข้างคนขับปิดประตูเสียงดังจนเจ้าของรถสะดุ้งลืมตาปริบๆ ปีรามิดขมวดคิ้วฝืนมอ
เรยายืนพิงโต๊ะ คิ้วขมวดเล็ก ๆ สายตาเหม่อมองแก้วเหล้าในมือ “ไอ้เรย์มึงแปลก ไม่ร้องหาเมีย ไม่กลับบ้าน กลับช่องมาอยู่อะไรในบาร์เปลืองเหล้า” ใบหน้าเรียวยาวขยับเงยขึ้นจากแก้วเหล้าเล็กๆ เลิกคิ้วสูงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ใครเมียกู กูโสด เมียเมอมีที่ไหน” ปีรามิดกอดอกแล้วส่ายหน้าให้ในความปิดบังอะไรเพื่อนไม่ได้ทั้งที่ตอแหลเก่งกว่าใครเพื่อน “มึงกลัวเค้าว่าเรื่องที่เราเป็นลูกนักการเมืองแล้วไปแกล้งขอเค้าอยู่ด้วยเหรอ” เรย์ไม่ตอบพลางยกเหล้าดื่ม ตอนไม่ได้เป็นส.สกินแต่น้ำเก๊กฮวยพอใส่สูทแล้วดื่มเหล้าได้ โรมกวักนิ้วเรียกพลางยักไหล่ เหมือนอยากจี้ให้จนมุม “มึงหึงเค้ากับผู้หมวดผัวไอ้มิดเหรอ” “ก็ไม่เชิง” “มีอะไรก็พูด มะอมพะนำอยู่นั่นน่ารำคาญ” เรยายกมือเสยผม ถอนหายใจหนัก “กู..คงไม่กลับไปอะไรกันแล้วว่ะ” เพื่อนทั้งสามชะงักค้างพลางมองหน้ากัน มุขหรือเปล่า หมาติดเจ้าของแบบเรยาเอ่ยปากว่าจะไม่กลับไป “หมายความว่าไง งอนอะไรพี่สารวัตรอีกล่ะ” เรย์ยืนพิงโต๊ะสนุ๊กกลบความขมขื่นในอก ก่อนหลุดปากพูดเสียงแผ่ว “สารวัตรเค้า…ไม่เคยรู้สึกอะไรกับกูเลยว่ะ ทีแรกกูก็หึงไอ้หมวดนั่น แต่ยังมั่นหน้าว่าเค้าเลือก







