Se connecterเมื่อมาถึงที่ทำงาน หลังจากทานมื้อเช้ากับแทนไทเสร็จแล้ว ไข่มุกก็แยกกับคนรักแล้วตรงไปที่โต๊ะทำงานทันที เพราะจะเอาขนมที่ซื้อมาฝากเพื่อนรักกับหลานในท้องไปให้
“ทำไมวันนี้มาสายจังอะ” นับพรเอ่ยถามเพื่อนรักทันทีที่เดินมาถึง
“เมื่อคืนมัวแต่คุยกับน้องอ้อแล้วก็พวกมัมหมีเรื่องงานที่จะไปวันนี้นี่แหละ” เธอส่งถุงขนมครกร้อนๆ ให้เพื่อนรักที่บ่นอยากกินตั้งแต่เมื่อวานให้
นับพรยื่นมือมารับถุงขนมพร้อมส่งยิ้มหวานกลับให้เพื่อนไปหนึ่งทีเป็นการขอบคุณ ไม่วายวกกลับมาคุยเรื่องเพื่อนใหม่ที่ไข่มุกคุยด้วยแทบจะทุกคืนตอนนี้ “คุยกันทุกวันไม่เบื่อมั่งเหรอ?”
“แกก็รู้ว่าคุยเรื่องน้องเจย์น้องปอนด์ ฉันก็คุยได้ทั้งวันทั้งคืนอะ”
“ฉันหมายถึงน้องอ้ออะไรของแกน่ะ พักหลังนี่เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยจัง ระวังพี่แทนจะคิดมากเอานะ” ถ้าไปแค่ครั้งสองครั้งนับพรก็จะไม่เอะใจอะไรหรอก
แต่ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ไข่มุกดูสนิทและไปไหนมาไหนกับเด็กที่ชื่ออ้อบ่อยๆ และเธอก็สังเกตเห็นอาการของแทนไท ดูยังไงก็หึงชัดๆ
“น้องเขาก็เป็นผู้หญิงมั้ยวะ?” ไข่มุกขมวดคิ้วมุ่นด้วยสงสัยในความคิดของเพื่อน อะไรทำให้นับพรคิดว่าเธอจะหันไปคบผู้หญิงด้วยกัน แค่เพราะเป็นสาววายเหรอ
ไม่ใช่ว่าผู้หญิงกับผู้หญิงจะคบกันไม่ได้ เธอเข้าใจความรักแบบนี้ดี เพราะเธอเองก็ฟินเวลาที่เห็นน้องเจย์ปอนด์มีโมเมนต์กัน รักกัน แม้ว่าน้องจะบอกว่าเป็นแค่พาร์ทเนอร์ที่ดีต่อกันก็เถอะ
แต่ถึงอย่างนั้นรสนิยมของไข่มุกก็ยังคงชอบผู้ชายอยู่ดี ไม่อย่างนั้นเธอจะตกลงคบกับพี่แทนทำไม
“น้องเจย์ปอนด์ของแกก็ผู้ชายด้วยกันปะละ แกยังคิดว่าเขาคบกันได้เลยแล้วทำไมผู้หญิงกับผู้หญิงจะรักกันไม่ได้ ความรักมันไม่เลือกเพศหรอกย่ะ”
“ทำไม? พี่แทนเขาเอาไปบ่นให้พ่อของหลานฉันฟัง แล้วเขาก็ขอให้แกมาถามให้เหรอ” เธอถามแซวเพื่อนไปอย่างนั้นเอง แต่ไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ หรอก
“ไปใหญ่แล้วแก พูดอย่างกับไม่รู้จักแฟนตัวเอง”
ใช่ เพื่อนเธอพูดไม่ผิด คนที่แสนดี แสนจะเข้าใจเธอแบบพี่แทนน่ะ ไม่มีทางไปพูดอะไรแบบนั้นหรอก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าพี่แทนจะไม่คิด หรือเปล่านะ?
“จ้าาา ซ้อมบ่นลูกเหรอคะคุณแม่” ไข่มุกส่งยิ้มขำอย่างล้อเลียนไปให้เพื่อนรักหนึ่งที ก่อนจะมองดูคุณแม่มือใหม่กินขนมที่เธอซื้อมาฝากอย่างเอร็ดอร่อย
ตั้งแต่นับพรรู้ตัวว่าท้อง ก็ดูจะชอบกินขนมไทยเอามากๆ โดยเฉพาะไอ้เจ้าขนมครกนี่ จนไข่มุกบอกให้ตั้งชื่อหลานว่าขนมครกไปเลย
สองสาวนั่งคุยกันอีกเพียงไม่นานก็ได้เวลาเริ่มงาน ช่วงกลางเดือนแบบนี้เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ชิวที่สุดแล้วสำหรับพนักงานคอลเลคชันอินเบานด์แบบพวกเธอ
ดีที่วันนี้ที่ไม่ตรงกับดิว[1]ใหญ่ๆ เพราะไม่อย่างนั้นไข่มุกเองก็คิดหนักเหมือนกันถ้าจะต้องลาในวันนี้
ครึ่งวันเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ทีมของไข่มุกได้รอบพักเบรกตอนห้าโมงครึ่งเช้า ซึ่งถ้านับชั่วโมงการทำงานแล้วถือว่ายังไม่พอ
ถ้าเธอไปพักพร้อมเพื่อนๆ เธอก็ต้องกลับมาทำงานอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนถึงจะออกไปได้ เธอจึงนั่งทำงานต่อแล้วค่อยเลิกงานทีเดียวเลย
นับพรถามเธอแล้วว่าอยากกินอะไรไหมจะซื้อขึ้นมาให้ แต่ไข่มุกบอกปฏิเสธไปเพราะมีนัดกินข้าวกับเพื่อนติ่งด้วยกันแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่านัดต้นอ้อแค่คนเดียวเพราะไม่อยากถูกบ่นอีก
ระหว่างที่นั่งรอรับสายจากลูกค้า เสียงเรียกเข้าจากโปรแกรมแชตสีเขียวยอดฮิตก็ดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อของต้นอ้อ ซึ่งเป็นน้องที่สนิทที่สุดในบรรดาทีมมัมหมีด้วยกันเพราะน้องมักจะว่างไปกับเธอบ่อยๆ
เธอกดเบรกที่ระบบก่อนจะรับสายน้องต้นอ้อที่โทรมาบอกว่าถึงแล้ว และบอกให้น้องนั่งรอแถวนั้นก่อน ส่วนตัวเธอเองจะออกไปทันทีที่เลิกงานแล้ว
รอยยิ้มหวานและน้ำเสียงที่แสนจะเอ็นดูที่ไข่มุกใช้กับต้นอ้อทั้งหมดอยู่ในการรับรู้ของแทนไทที่ยืนฟังอยู่ข้างหลัง
เขาออกไปซื้อขนมปังกับน้ำส้มมาให้ไข่มุกกินรองท้องก่อน เพราะไม่อยากให้คนรักต้องหิ้วท้องรอ การนัดกับคนจำนวนมากกว่าจะรวมตัวกันได้ กว่าจะตัดสินใจกันได้ว่าจะกินอะไรก็ใช้เวลาพอสมควร
ไข่มุกเป็นแฟนที่แสนดีและน่ารักมากสำหรับแทนไท ที่ผ่านมาไม่ว่าน้องจะไปไหน ทำอะไร ที่ไหน กับใคร น้องจะบอกเขาก่อนเสมอ
ใครเป็นใครในชีวิตไข่มุกก็บอกเขาหมดโดยที่แทนไทไม่ต้องถามด้วยซ้ำ เพราะน้องรู้ดีว่าเขาขี้หึงมากแค่ไหน
ตลอดเวลาที่คบกัน แทนไทรู้ว่าไข่มุกรักษาระยะห่างของตัวเองกับผู้ชายทั่วไปเป็นอย่างดี อะ... คงต้องยกเว้นน้องเจย์ปอนด์ลูกรักเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ
นอกนั้นไข่มุกก็ไม่เคยมีเรื่องเชิงชู้สาวมาให้แทนไทได้ระแวงหรือระแคะระคายใจเลยสักครั้ง จนกระทั่งน้องรู้จักกับเด็กผู้หญิงที่ชื่อต้นอ้อ
ใช่... เขากำลังหึงน้องกับผู้หญิงด้วยกัน ก็รักจนเป็นเอามากขนาดนี้นี่แหละ
“แอบคุยโทรศัพท์ในเวลางานเหรอครับ คุณไข่มุก” เขาส่งเสียงเรียกแฟนสาวทันทีที่เห็นว่าน้องวางสายแล้ว
“พี่แทน ว่างแล้วเหรอคะ” คนตัวเล็กหันมาตามเสียงเรียกพร้อมส่งยิ้มหวานอย่างดีใจให้คนรักที่กำลังเดินเข้ามา
“ก็ไม่ว่างหรอก แต่ก็พอมีเวลามาจับผิดพนักงานแอบคุยกับกิ๊กในเวลางานได้อยู่นะ” เป็นการหยอกล้อกันปกติที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่แทนไทก็ยังไม่วายแอบแซะกลายๆ อยู่ดี
เกลียดตัวเองเหมือนกันที่ทำตัวเป็นเด็กแบบนี้
“น้องอ้อโทรมาบอกว่าถึงแล้วค่ะ มุกเลยบอกให้น้องนั่งรอแถวนั้นก่อน” เธอตัดสินใจเล่าเรื่องที่คุยกับต้นอ้อไปตามตรงเพราะมันก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว
จะได้เช็กด้วยว่าพี่แทนจะมีอาการแบบที่นับพรว่าหรือเปล่า ซึ่งก็ดูเหมือนจะมีเค้าอยู่บ้าง เพราะชั่วเวลาเพียงวูบเดียวสีหน้าพี่แทนดูไม่ค่อยพอใจแต่ก็กลับมาเป็นปกติแทบจะทันที
“แล้ววันนี้พวกตัวเล็กนัดจะทานอะไรกัน มากันกี่คน ให้พี่จองโต๊ะให้มั้ย?” แทนไทหมายความตามที่พูดจริงๆ เขาแค่ไม่อยากให้น้องต้องไปเสียเวลาเลือกร้าน
ที่จริงเขาตั้งใจว่าจะจองและจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ให้ด้วยเลย ไม่ได้อยากอวดรวยแต่แค่เลี้ยงเมียกับเพื่อนเมียอีกไม่กี่คนมันจะสักเท่าไรกันเชียว เมื่อก่อนแทนไทหมดเงินไปกับเรื่องไร้สาระมากกว่านี้อีก
“ที่ตกลงกันเมื่อคืนส่วนใหญ่จะมาประมาณบ่ายสอง บ่ายสามประมาณนี้ค่ะ”
“แล้วพวกตัวเล็กจะทานอะไรกันอะ พี่จะได้จองร้านถูก”
“ยังไม่รู้เลยค่ะ ยังไม่ได้ถามกันเลย”
“งั้นเดี๋ยวพี่เลือกแล้วจองให้เลยแล้วกัน กว่าตัวเล็กจะได้กินหิวแย่เลย ดีนะพี่ซื้อ...” ทั้งที่แทนไทกำลังเอาถุงขนมปังกับน้ำส้มที่ซ่อนอยู่ด้านหลังออกมาส่งให้น้อง แต่ก็ต้องยั้งมือไว้ก่อน
เพราะคนที่น้องนัดทานข้าวด้วยวันนี้เป็นคนที่เขาขัดใจและได้ยินชื่อบ่อยเกินไปแล้วในช่วงนี้
“ไม่เป็นไรค่ะพี่แทน มุกไม่ได้รอพวกนั้นหรอก เดี๋ยวตอนเที่ยงมุกทานกับน้องอ้อก่อน แล้วค่อยไปนั่งรอคนอื่นที่คาเฟ่อีกที น้องอ้อก็กินง่ายๆ เหมือนมุกนี่แหละ”
[1] ดิว = วันครบกำหนดชำระ
“มาทำไรคนเดียววะ” ภคิณเอ่ยถาม เพื่อนหน้าหล่อที่แม้ว่าตอนนี้จะไม่ได้เป็นศิลปินแล้ว แต่ก็ยังคงออร่าของความเป็นสตาร์เอาไว้อยู่ จนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองก็เล่นมายืนหล่อออร่าพระเอกกองรวมกันสามคนแบบนี้ จะไม่ให้มีใครมองเลยนั่นคงจะน่าแปลกกว่า“กูจะมาเดินเที่ยวคนเดียวบ้างไม่ได้?”“ก็ปกติกูเห็นมึงมีเพื่อนเที่ยวตลอดนี่หว่า หรือว่ารออยู่” คราวนี้เป็นแทนไทที่ออกปากแซวบ้างที่ผ่านมา ก่อนที่แทนไทกับภคิณจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนก็ต้องยอมรับเลยว่านิสัยคบไปทั่วควงไปเรื่อยที่ทิวไผ่เป็นอยู่ตอนนี้ พวกเขาเองก็ไม่ต่างกันแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็ป้องกันอยู่เสมอแล้วก็ไม่เคยให้ความหวังใคร“หึ... วันนี้กูมาคนเดียว ช่วงนี้เบื่อๆ ว่ะ ไม่อยากควงใคร” ทิวไผ่ตอบไปตามตรง เพราะช่วงนี้เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ“ได้ไงวะ”“ได้ดิ กูเบื่อก็เลยมาเดินเล่น กูไม่อยากควงใครกูก็เลยมาคนเดียว ก็แค่นั้น” แต่ดูจากหน้าตาของเพื่อนแล้วเหมือนจะไม่เชื่อ อธิบายไปก็เท่านั้น การเปลี่ยนเรื่องคุยน่าจะง่ายกว่า“ว่าแต่กู พวกมึงเหอะมากันสองคนเหรอวะ ปกติเห็นติดเมียกันฉิบหาย” ก็ตั้งแต่พากันเปิดตัวจริงจัง ทิวไผ่เองยังไม่เคยเห็นภค
ต้นอ้อ นักศึกษาจบใหม่ที่อยู่ในระหว่างหางาน ทำให้ช่วงนี้เธอมีเวลามาติ่งอย่างเต็มที่ เธอว่างมากพอที่จะไปมันทุกงาน ทุกอีเวนต์ที่เป็นงานเปิดเลยก็ว่าได้“ใช่จ้ะ” พอเห็นสายตาของต้นอ้อมองไปยังนับพร ไข่มุกก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่เคยแนะนำให้สองคนนี้รู้จักกัน “อ้อ... นี่พี่นับนะเป็นเพื่อนสนิทพี่ ส่วนนี่น้องต้นอ้อไงแกที่เป็นมัมหมีน้องเจย์ด้วยกันอะ”“สวัสดีค่ะพี่นับ พี่นับสวยจังค่ะ กินกันไม่ลงกับพี่มุกเลย” ต้นอ้อยกมือขึ้นไหว้นับพรตามมารยาทดีๆ ที่คนเด็กกว่าพึงกระทำ“สวัสดีค่ะ” นับพรยกมือขึ้นรับไหว้พร้อมส่งรอยยิ้มหวานกลับไปให้ “น้องต้นอ้อเนี่ย พูดเหมือนกับไม่รู้ตัวว่าตัวเองก็สวยมากยังงั้นแหละ”“แกก็ไปยิ้มหวานให้น้องมัน เดี๋ยวสามีแกมาเห็นก็ได้ฆ่ายัยอ้อตายคามือพอดี พี่คิณยิ่งขี้หึงอยู่”‘พี่แทนไม่ขี้หึงเลยมั้ง นี่แกห่วงหรือหวงน้องกันแน่ห๊ะ’ นับพรกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน‘พูดอะไรของแกเนี่ย’ ไข่มุกกระซิบกลับเช่นกัน ก่อนจะหันไปคุยกับต้นอ้อต่อ “แล้วนี่ อ้อมานานหรือยัง แล้วเดี๋ยวจะไปไหนต่อเหรอ”“ก็มาได้สักพักแล้วค่ะ เดินจนครบทุกชั้นแล้วด้วย นี่ก็กำลังคิดอยู่ว่าหรือจะดูหนังดีแต่คิดอีกทีก็ไม่อยากดูแล้วค่ะ
“สวัสดีค่ะ”[เสียงแบบนี้ รู้เลยนะว่าเพิ่งตื่นน่ะ]“จริงๆ ก็ตื่นนานแล้ว แต่ก็หลับไปอีกอะ วันหยุดก็ต้องนอนให้คุ้มมั้ยล่ะ ว่าแต่โทรมามีเรื่องไรวะ”[เดี๋ยวนี้นี่โทรหาแกต้องมีเรื่องก่อนเหรอ พอมีเพื่อนสนิทคนใหม่แกก็จะทิ้งฉันเลยเหรอ]“เพื่อนมง เพื่อนใหม่อะไรล่ะ อ้อก็แค่น้องที่ติ่งด้วยกัน” คงไม่ได้มีแต่คนรักเธอแล้วแหละที่จะน้อยใจเรื่องต้นอ้อ เพราะดูเหมือนเพื่อนรักเธอก็น่าจะน้อยใจไม่แพ้กัน[ก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าหมายถึงน้องอ้ออะ ร้อนตัวนะเราน่ะ]“เบื่อคนท้องว่ะ แล้วสรุปที่โทรมานี่มีไรให้รับใช้คะ”[พรุ่งนี้ไปเดินเที่ยวห้างกัน หาไรกินด้วยแล้วก็เผื่อว่ามีหนังน่าดูก็จะได้ดูหนังด้วย อ้อ... พี่คิณบอกว่าให้ย้ำพี่แทนเลยนะว่าต้องไป]“สามีแกนี่จริงๆ เลยนะตามใจเมียจนจะเสียนิสัยแล้วเนี่ย แล้วนี่อยู่ที่โรงแรมพี่คิณปะ เดี๋ยวเดินไปคุยด้วย”[ป่าวอะ... ตอนนี้อยู่บนรถ ไปหาหมอมากำลังกลับ]“พี่แทนไปด้วยเหรอ ถึงว่าตื่นมาก็ไม่เห็นเลย”[พี่แทนไม่ได้มา ฉันมากับพี่คิณแล้วก็คุณนัย]“อ้าวเหรอ งั้นก็สงสัยไปทำงานให้สามีแกอีกตามเคย บอกพี่คิณใช้งานแฟนฉันเบาๆ หน่อยได้ปะ”[อย่ามาใส่ความ พี่คิณบอกช่วงนี้ว่างย่ะ ฉันถึงชวนแกกับพ
เขาลูบไล้ผิวเรียบลื่นใต้ผ้าห่มไปมาจนมาหยุดอยู่ที่ภูเขาสองลูกก่อนจะออกแรงบีบนวดเบาๆ ปลายนิ้วสากไม่วายแวะไปเขี่ยตุ่มไตที่กำลังชูชันเป็นการทักทาย “พะ... พี่แทน นี่มันไม่ใช่กอดเฉยๆ แล้ว” ปากก็พูดไป ทั้งที่ใจไข่มุกรู้ดีว่าอาการแบบนี้ของแทนไทคือต้องการอะไร “…” เขาไม่ได้ตอบอะไรเธอแต่ลากปลายนิ้วมือลงไปลูบไล้เวียนวนเรื่อยลงไปบนเนินอวบอูมด้านล่างเป็นการทักทายน้องสาวเธอแทน ไข่มุกจัดการตอบกลับข้อความของต้นอ้อให้จบๆ ไป ว่ายังไม่ว่าง แค่นี้ก่อนนะ จัดการปิดเสียงแจ้งเตือนให้เรียบร้อยก่อนจะวางมือถือกลับคืนที่เดิม แล้วพลิกตัวขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวของแทนไท “พี่แทนกินจุขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เธอจะไม่ถามเลยถ้าไม่ใช่ว่าเมื่อคืนจนถึงเช้า พวกเธอก็แทบจะไม่ได้พักกันขนาดว่าขอตัวไปอาบน้ำเพราะรู้สึกเหนียวตัวไปหมด พี่แทนของเธอก็ยังตามไปกินต่อในห้องน้ำ กว่าจะอาบน้ำเสร็จก็เล่นแทบจะทุกท่าจนครบทุกมุมของห้องน้ำกันเลยทีเดียว“ก็ตั้งแต่ที่เมียพี่เริ่มร้อนแรง มากขึ้นทุกวันนี่ไง สงสัยต้องตีตราจองสักหน่อยแล้ว”“แล้วพี่แทนอยากจะตีตราตรงไหนดีคะ ตรงนี้ หรือตรงนี้ดี
สาบานเลยว่าตอนแรกแทนไทไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย แต่ท่าทีขวยเขินอยู่ตลอดตอนที่พูด บวกกับแก้มที่แดงลามไปจนถึงหูแบบนั้นของน้องทำให้เขาเข้าใจคำว่าทำแบบนั้นของน้องได้ดี แต่ก็ยังอยากแกล้งอยู่ดี “ทำแบบนั้นนี่... แบบไหนเหรอ” “….” ไข่มุกไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่เลือกที่จะทำให้ดูแทนคำตอบ มือเรียวเล็กค่อยๆ บรรจงปลดหัวเข็มขัดออกตามด้วยตะขอกางเกงแล้วรูดซิปลงจนสุดขนาดว่าเธอยังไม่ได้สัมผัสด้วยซ้ำยังดูคับแน่นขึ้นรูปขนาดนี้ ความตื่นเต้นทำให้ไข่มุกรู้สึกเหมือนหายใจติดขัด ริมฝีปากบางแห้งผากจนเธอเผลอเอาปลายลิ้นน้อยๆ ออกมาแลบเลียริมฝีปากตัวเองไปพลางท่าทางแบบนั้นของน้องทำเอาแก่นกายของแทนไทรู้สึกปวดหนึบ เพราะว่ามันเริ่มจะตื่นและขยายตัวใหญ่ขึ้นจนอึดอัดไปหมดยิ่งน้องค่อยๆ บรรจงถอด มันก็ยิ่งสร้างความตื่นเต้นและปลุกความต้องการของเขาให้มากขึ้น ทว่าน้องกลับไม่ยอมจับเอาน้องชายของเขาออกมาจากปราการชิ้นสุดท้ายสักที“ไม่ง้อต่อแล้วเหรอครับ”ไข่มุกเงยหน้าขึ้นมองสบตาคนรัก ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ มือเรียวค่อยๆ ลูบไล้ตามท่อนแข็งผ่านผ้าเนื้อบางปราการชิ้นสุดท้ายทั้งที่สายตายังจับจ้องเ
อีกแล้ว น้องอ้ออีกแล้ว ไม่ใช่ว่าแทนไทจะไม่รู้จักหรือไม่เคยเจอน้องอ้ออะไรนี่ แต่ก็เพราะเคยเจอบ่อยๆ นั่นแหละถึงทำให้แทนไทรู้สึกขัดใจมาจนตอนนี้ทุกครั้งที่ได้ไปกับเด็กคนนั้น แทนไทจะรู้สึกเหมือนตัวเองค่อยๆ กลายเป็นส่วนเกินแบบไม่รู้สาเหตุ สิ่งที่ไข่มุกคุยกับต้นอ้อคำบางคำแทนไทก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหมายถึงอะไรบางครั้งเขาก็เห็นว่าน้องยังไม่ได้พูดอะไรกับเด็กคนนั้นด้วยซ้ำ แต่ก็เหมือนกับว่าแค่มองตาก็เข้าใจ แล้วแบบนี้จะให้แทนไทรู้สึกดีได้ยังไงที่น้องจะไปกินข้าวกับเด็กนั่นแค่สองคนแต่แล้วแทนไทจะทำอะไรได้ ถ้าออกอาการกว่านี้ก็กลัวว่าน้องจะมองว่าเขางี่เง่าเกินไปแล้วจะเบื่อ“อ๋อ... เหรอ งั้นก็ ทานกันให้อร่อยนะ แล้วเดี๋ยวพอพี่เลิกงานแล้วพี่จะแวะไปรับนะครับ”ภายในรถหรูคู่ใจคันเดิมของคนรักที่ไข่มุกนั่งมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าไม่เคยรู้สึกอึดอัดเท่าครั้งนี้มาก่อนปกติพี่แทนของเธอมักจะชอบหยอด ชอบชวนคุยสร้างเสียงหัวเราะกันไปเรื่อยแต่วันนี้กลับเอาแต่ทำหน้านิ่ง รอยยิ้มที่ส่งให้เธอก็ดูเฝื่อนๆ ยังไงชอบกล ยอมรับว่าเธอเองก็ผิดที่ปล่อยให้แทนไทรอ แม้ว่าเธอจะบอกไปแล้วก็ตามว่าไม่ต้องมารับแต่พี่แทนก็คือพี่







