ログインเมื่อมาถึงที่ทำงาน หลังจากทานมื้อเช้ากับแทนไทเสร็จแล้ว ไข่มุกก็แยกกับคนรักแล้วตรงไปที่โต๊ะทำงานทันที เพราะจะเอาขนมที่ซื้อมาฝากเพื่อนรักกับหลานในท้องไปให้
“ทำไมวันนี้มาสายจังอะ” นับพรเอ่ยถามเพื่อนรักทันทีที่เดินมาถึง
“เมื่อคืนมัวแต่คุยกับน้องอ้อแล้วก็พวกมัมหมีเรื่องงานที่จะไปวันนี้นี่แหละ” เธอส่งถุงขนมครกร้อนๆ ให้เพื่อนรักที่บ่นอยากกินตั้งแต่เมื่อวานให้
นับพรยื่นมือมารับถุงขนมพร้อมส่งยิ้มหวานกลับให้เพื่อนไปหนึ่งทีเป็นการขอบคุณ ไม่วายวกกลับมาคุยเรื่องเพื่อนใหม่ที่ไข่มุกคุยด้วยแทบจะทุกคืนตอนนี้ “คุยกันทุกวันไม่เบื่อมั่งเหรอ?”
“แกก็รู้ว่าคุยเรื่องน้องเจย์น้องปอนด์ ฉันก็คุยได้ทั้งวันทั้งคืนอะ”
“ฉันหมายถึงน้องอ้ออะไรของแกน่ะ พักหลังนี่เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยจัง ระวังพี่แทนจะคิดมากเอานะ” ถ้าไปแค่ครั้งสองครั้งนับพรก็จะไม่เอะใจอะไรหรอก
แต่ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ไข่มุกดูสนิทและไปไหนมาไหนกับเด็กที่ชื่ออ้อบ่อยๆ และเธอก็สังเกตเห็นอาการของแทนไท ดูยังไงก็หึงชัดๆ
“น้องเขาก็เป็นผู้หญิงมั้ยวะ?” ไข่มุกขมวดคิ้วมุ่นด้วยสงสัยในความคิดของเพื่อน อะไรทำให้นับพรคิดว่าเธอจะหันไปคบผู้หญิงด้วยกัน แค่เพราะเป็นสาววายเหรอ
ไม่ใช่ว่าผู้หญิงกับผู้หญิงจะคบกันไม่ได้ เธอเข้าใจความรักแบบนี้ดี เพราะเธอเองก็ฟินเวลาที่เห็นน้องเจย์ปอนด์มีโมเมนต์กัน รักกัน แม้ว่าน้องจะบอกว่าเป็นแค่พาร์ทเนอร์ที่ดีต่อกันก็เถอะ
แต่ถึงอย่างนั้นรสนิยมของไข่มุกก็ยังคงชอบผู้ชายอยู่ดี ไม่อย่างนั้นเธอจะตกลงคบกับพี่แทนทำไม
“น้องเจย์ปอนด์ของแกก็ผู้ชายด้วยกันปะละ แกยังคิดว่าเขาคบกันได้เลยแล้วทำไมผู้หญิงกับผู้หญิงจะรักกันไม่ได้ ความรักมันไม่เลือกเพศหรอกย่ะ”
“ทำไม? พี่แทนเขาเอาไปบ่นให้พ่อของหลานฉันฟัง แล้วเขาก็ขอให้แกมาถามให้เหรอ” เธอถามแซวเพื่อนไปอย่างนั้นเอง แต่ไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ หรอก
“ไปใหญ่แล้วแก พูดอย่างกับไม่รู้จักแฟนตัวเอง”
ใช่ เพื่อนเธอพูดไม่ผิด คนที่แสนดี แสนจะเข้าใจเธอแบบพี่แทนน่ะ ไม่มีทางไปพูดอะไรแบบนั้นหรอก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าพี่แทนจะไม่คิด หรือเปล่านะ?
“จ้าาา ซ้อมบ่นลูกเหรอคะคุณแม่” ไข่มุกส่งยิ้มขำอย่างล้อเลียนไปให้เพื่อนรักหนึ่งที ก่อนจะมองดูคุณแม่มือใหม่กินขนมที่เธอซื้อมาฝากอย่างเอร็ดอร่อย
ตั้งแต่นับพรรู้ตัวว่าท้อง ก็ดูจะชอบกินขนมไทยเอามากๆ โดยเฉพาะไอ้เจ้าขนมครกนี่ จนไข่มุกบอกให้ตั้งชื่อหลานว่าขนมครกไปเลย
สองสาวนั่งคุยกันอีกเพียงไม่นานก็ได้เวลาเริ่มงาน ช่วงกลางเดือนแบบนี้เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ชิวที่สุดแล้วสำหรับพนักงานคอลเลคชันอินเบานด์แบบพวกเธอ
ดีที่วันนี้ที่ไม่ตรงกับดิว[1]ใหญ่ๆ เพราะไม่อย่างนั้นไข่มุกเองก็คิดหนักเหมือนกันถ้าจะต้องลาในวันนี้
ครึ่งวันเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ทีมของไข่มุกได้รอบพักเบรกตอนห้าโมงครึ่งเช้า ซึ่งถ้านับชั่วโมงการทำงานแล้วถือว่ายังไม่พอ
ถ้าเธอไปพักพร้อมเพื่อนๆ เธอก็ต้องกลับมาทำงานอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนถึงจะออกไปได้ เธอจึงนั่งทำงานต่อแล้วค่อยเลิกงานทีเดียวเลย
นับพรถามเธอแล้วว่าอยากกินอะไรไหมจะซื้อขึ้นมาให้ แต่ไข่มุกบอกปฏิเสธไปเพราะมีนัดกินข้าวกับเพื่อนติ่งด้วยกันแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่านัดต้นอ้อแค่คนเดียวเพราะไม่อยากถูกบ่นอีก
ระหว่างที่นั่งรอรับสายจากลูกค้า เสียงเรียกเข้าจากโปรแกรมแชตสีเขียวยอดฮิตก็ดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อของต้นอ้อ ซึ่งเป็นน้องที่สนิทที่สุดในบรรดาทีมมัมหมีด้วยกันเพราะน้องมักจะว่างไปกับเธอบ่อยๆ
เธอกดเบรกที่ระบบก่อนจะรับสายน้องต้นอ้อที่โทรมาบอกว่าถึงแล้ว และบอกให้น้องนั่งรอแถวนั้นก่อน ส่วนตัวเธอเองจะออกไปทันทีที่เลิกงานแล้ว
รอยยิ้มหวานและน้ำเสียงที่แสนจะเอ็นดูที่ไข่มุกใช้กับต้นอ้อทั้งหมดอยู่ในการรับรู้ของแทนไทที่ยืนฟังอยู่ข้างหลัง
เขาออกไปซื้อขนมปังกับน้ำส้มมาให้ไข่มุกกินรองท้องก่อน เพราะไม่อยากให้คนรักต้องหิ้วท้องรอ การนัดกับคนจำนวนมากกว่าจะรวมตัวกันได้ กว่าจะตัดสินใจกันได้ว่าจะกินอะไรก็ใช้เวลาพอสมควร
ไข่มุกเป็นแฟนที่แสนดีและน่ารักมากสำหรับแทนไท ที่ผ่านมาไม่ว่าน้องจะไปไหน ทำอะไร ที่ไหน กับใคร น้องจะบอกเขาก่อนเสมอ
ใครเป็นใครในชีวิตไข่มุกก็บอกเขาหมดโดยที่แทนไทไม่ต้องถามด้วยซ้ำ เพราะน้องรู้ดีว่าเขาขี้หึงมากแค่ไหน
ตลอดเวลาที่คบกัน แทนไทรู้ว่าไข่มุกรักษาระยะห่างของตัวเองกับผู้ชายทั่วไปเป็นอย่างดี อะ... คงต้องยกเว้นน้องเจย์ปอนด์ลูกรักเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ
นอกนั้นไข่มุกก็ไม่เคยมีเรื่องเชิงชู้สาวมาให้แทนไทได้ระแวงหรือระแคะระคายใจเลยสักครั้ง จนกระทั่งน้องรู้จักกับเด็กผู้หญิงที่ชื่อต้นอ้อ
ใช่... เขากำลังหึงน้องกับผู้หญิงด้วยกัน ก็รักจนเป็นเอามากขนาดนี้นี่แหละ
“แอบคุยโทรศัพท์ในเวลางานเหรอครับ คุณไข่มุก” เขาส่งเสียงเรียกแฟนสาวทันทีที่เห็นว่าน้องวางสายแล้ว
“พี่แทน ว่างแล้วเหรอคะ” คนตัวเล็กหันมาตามเสียงเรียกพร้อมส่งยิ้มหวานอย่างดีใจให้คนรักที่กำลังเดินเข้ามา
“ก็ไม่ว่างหรอก แต่ก็พอมีเวลามาจับผิดพนักงานแอบคุยกับกิ๊กในเวลางานได้อยู่นะ” เป็นการหยอกล้อกันปกติที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่แทนไทก็ยังไม่วายแอบแซะกลายๆ อยู่ดี
เกลียดตัวเองเหมือนกันที่ทำตัวเป็นเด็กแบบนี้
“น้องอ้อโทรมาบอกว่าถึงแล้วค่ะ มุกเลยบอกให้น้องนั่งรอแถวนั้นก่อน” เธอตัดสินใจเล่าเรื่องที่คุยกับต้นอ้อไปตามตรงเพราะมันก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว
จะได้เช็กด้วยว่าพี่แทนจะมีอาการแบบที่นับพรว่าหรือเปล่า ซึ่งก็ดูเหมือนจะมีเค้าอยู่บ้าง เพราะชั่วเวลาเพียงวูบเดียวสีหน้าพี่แทนดูไม่ค่อยพอใจแต่ก็กลับมาเป็นปกติแทบจะทันที
“แล้ววันนี้พวกตัวเล็กนัดจะทานอะไรกัน มากันกี่คน ให้พี่จองโต๊ะให้มั้ย?” แทนไทหมายความตามที่พูดจริงๆ เขาแค่ไม่อยากให้น้องต้องไปเสียเวลาเลือกร้าน
ที่จริงเขาตั้งใจว่าจะจองและจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ให้ด้วยเลย ไม่ได้อยากอวดรวยแต่แค่เลี้ยงเมียกับเพื่อนเมียอีกไม่กี่คนมันจะสักเท่าไรกันเชียว เมื่อก่อนแทนไทหมดเงินไปกับเรื่องไร้สาระมากกว่านี้อีก
“ที่ตกลงกันเมื่อคืนส่วนใหญ่จะมาประมาณบ่ายสอง บ่ายสามประมาณนี้ค่ะ”
“แล้วพวกตัวเล็กจะทานอะไรกันอะ พี่จะได้จองร้านถูก”
“ยังไม่รู้เลยค่ะ ยังไม่ได้ถามกันเลย”
“งั้นเดี๋ยวพี่เลือกแล้วจองให้เลยแล้วกัน กว่าตัวเล็กจะได้กินหิวแย่เลย ดีนะพี่ซื้อ...” ทั้งที่แทนไทกำลังเอาถุงขนมปังกับน้ำส้มที่ซ่อนอยู่ด้านหลังออกมาส่งให้น้อง แต่ก็ต้องยั้งมือไว้ก่อน
เพราะคนที่น้องนัดทานข้าวด้วยวันนี้เป็นคนที่เขาขัดใจและได้ยินชื่อบ่อยเกินไปแล้วในช่วงนี้
“ไม่เป็นไรค่ะพี่แทน มุกไม่ได้รอพวกนั้นหรอก เดี๋ยวตอนเที่ยงมุกทานกับน้องอ้อก่อน แล้วค่อยไปนั่งรอคนอื่นที่คาเฟ่อีกที น้องอ้อก็กินง่ายๆ เหมือนมุกนี่แหละ”
[1] ดิว = วันครบกำหนดชำระ
“ไม่บอกพ่อไปล่ะ ว่าทำอยู่ที่บริษัทไหน” แทนคุณว่าออกมาเมื่อเห็นว่าข้าวใหม่เลือกที่จะบอกเพียงเท่านั้นทำไมคุณแทนคุณพูดเหมือนรู้อะไร ไข่มุกได้แต่เอ๊ะแล้วก็สงสัย“ไว้ก่อนดีกว่าครับ ยังไม่รู้เลยว่าจะผ่านโปรหรือเปล่า”พอเห็นสีหน้าท่าทางของน้องชายที่ดูไม่ค่อยสบอารมณ์แบบนั้นแล้ว ไข่มุกก็นึกเป็นห่วง ไม่รู้ว่าแค่เรื่องงานหรือมีเรื่องอื่นด้วยกันแน่ สงสัยต้องหาเวลากลับไปนอนบ้านบ้างแล้วแทนไทที่มองไข่มุกอยู่ตลอดจึงรับรู้ได้ในทันที ตัวเล็กต้องเป็นห่วงข้าวใหม่มากแต่คงไม่กล้าถาม งั้นเดี๋ยวพี่แทนขอทำหน้าที่พี่เขยที่แสนดีเลยแล้วกัน“KPI[1] เขายากขนาดนั้นเลยเหรอใหม่”“ก็...” ข้าวใหม่ยังไม่ทันได้พูดก็ถูกแย่งตอบไปเสียก่อน“KPI บริษัทเรายากมั้ยล่ะเฮีย”“เกี่ยวไรกันวะ”“ก็นี่เด็กใหม่ในแผนกธุรการของบริษัทเรา เพิ่งมาทำงานได้อาทิตย์กว่าๆ เอง”อะ ขอให้พี่แค่คิดผิดไปเองเนอะใหม่ ตั้งแต่ลงจากรถแล้ว ไข่มุกรู้สึกว่าอาการของข้าวใหม่และคุณแทนคุณดูแปลกๆ ไม่เหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ดูเหมือนไม่ชอบขี้หน้ากันมากกว่า“งั้นก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว อยู่ที่บริษัทก็ดูแลน้องด้วยล่ะ แทนคุณ” ทิวัตถ์ออกปากกำชับลูกชายคนเล็ก
“หึงได้ หวงได้ค่ะ แค่ต้องเชื่อใจมุกด้วย”“ครับ งั้นตอนนี้เราเข้าใจกันแล้ว เราดีกันแล้วเนอะ” แทนไททำท่าจะเดินเข้าไปสวมกอดคนรัก แต่น้องกลับยื่นมือมาห้ามไว้“ถึงจะสรุปว่าเราไม่เลิกกัน ถึงมุกจะชอบที่ถูกพี่แทนหึง ถูกพี่แทนหวงก็จริง แต่มุกยังไม่หายเสียใจนะคะ”“แล้วพี่ต้องทำไงตัวเล็กถึงจะรู้สึกดีขึ้นอ่า ตัวเล็กจะลงโทษพี่ยังไงก็ได้พี่ยอมหมดเลยค่ะ” ถ้าไอ้คิณมาได้ยินคงไม่เชื่อหูตัวเองแน่ ขนาดตัวเขาเองยังไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมีช่องเสียงที่ร้อยมาใช้อ้อนน้องอย่างตอนนี้“ยอมหมดเลยจริงนะ” พอเห็นคนรักพยักหน้าหงึกหงักรัวๆ ไขมุกจึงพูดต่อ “หนึ่งเดือน”“...”“เราจะไม่มีอะไรกันหนึ่งเดือน ถ้าพี่แทนทนไหวและยังเสมอต้นเสมอปลายอยู่ เราค่อยมาคุยเรื่องงานแต่งกันนะคะ”“ได้ดิ สบาย... ห๊ะ!!! เมื่อกี้ ตัวเล็กพูดว่าอะไรนะ”“…” ไข่มุกไม่ได้พูดซ้ำ เธอยักไหล่ใส่เบาๆ แล้วเดินตรงไปอาบน้ำอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก ทิ้งไว้แต่คนหล่อที่ยังอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ถ้าไม่ติดว่าถูกน้องคาดโทษไว้ แทนไทก็อยากจะตามเข้าไปอาบน้ำกับคนรักอยู่เหมือนกันแค่หนึ่งเดือนมันจะสักแค่ไหนกันเชียว ไม่เกินใจไอ้แทนหรอกน่า“ใช่ซะที่ไหนล่ะ”เมื่อก่อนแทนไท
บางของหญิงสาวที่เดินตามหลังไอ้ต่อมาเรียกสายตาของแทนไทให้หยุดมองแทบจะทันที เธอดูตรงสเปกของเขามาก ตัวเล็กๆ ดูกะทัดรัด สมส่วน เผยผิวขาวจัดที่โผล่จากใต้ร่มผ้า เธอใส่เสื้อสปอร์ตบราสีดำแบบครึ่งตัวไว้ด้านในโดยมีเสื้อยีนใส่คลุมด้านนอก สีของเสื้อยีนเป็นสีเข้มเข้าชุดกันกับกางเกงยีนขาสั้น ที่ต้องบอกเลยว่าสั้นมากจริงๆ ทำเอาใจเขากระตุกรัวขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น่ารักสัด แต่ดูเด็กจังวะ “ไอ้ต่อ มึงพาเด็กที่ไหนมาเนี่ย อายุถึงหรือเปล่า” พอลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาใกล้มากพอที่จะคุยกันได้ยิน เขาจึงรีบเอ่ยถามทันที “แต่เด็กสังกัดเจ๊เล็กเขาคัดมาแล้วนะครับคุณแทน” “แล้วที่เดินตามมึงมาต้อยๆ นั่นอายุถึงอยู่เหรอ” แทนไทพยักพเยิดหน้าไปทางด้านหลังให้ลูกน้องมองตาม ต่อเห็นท่าทางแบบนั้นของเจ้านายจึงหันกลับไปมองก็พบว่าคนที่เดินตามหลังเขามาไม่ใช่เด็กที่เขาตั้งใจพามาให้เจ้านาย “ไม่ใช่คนนี้ครับคุณแทน คนถ
แทนไทเงยหน้าขึ้นมองคนรักที่สีหน้าตอนนี้ดูเหมือนจะดีขึ้นมากแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี “เป็นไงบ้าง ไข้ลดลงบ้างมั้ย”“นั่งอยู่ตรงนี้ตลอดเลยเหรอคะ” เธอไม่ได้ตอบคำถามเขาแต่เป็นฝ่ายถามเขากลับ“ก็... เผื่อว่าตัวเล็กอยากได้อะไรไง”“ลูกน้องพี่แทนไปไหนหมดละคะ ให้เขามาเฝ้าให้ก็ได้นี่ มุกหนีพี่แทนไม่พ้นอยู่แล้ว”น้องกลับมาเรียกเขาว่าพี่แทนแล้ว แปลว่าน้องใจเย็นขึ้นแล้วใช่ไหม น้องพร้อมที่จะฟังและปรับความเข้าใจกับเขาแล้วใช่ไหม“ตัวเล็ก มันไม่ใช่... มันไม่ใช่แบบนั้นนะ”“ไปเถอะค่ะ” ไข่มุกเดินออกมาให้พ้นจากหน้าประตูห้องแล้วปิดให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินนำหน้าเขาไปเธอได้คุยกับนับพรแล้วถึงเรื่องที่แทนไทสารภาพ ซึ่งนับพรเองก็ยืนยันให้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริง เพราะคาดคั้นเอามาจากพี่คิณให้แล้ว ทิชาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพี่แทนจริงพอตกเย็นภคิณเลิกงานมาก็ยังมาตอกย้ำอีกครั้งว่าแทนไทรักเธอมากแค่ไหน พี่คิณบอกกับเธอว่าไม่เคยเห็นเพื่อนตัวเองเป็นแบบนี้มาก่อนในชีวิตยิ่งถึงขนาดมานั่งเป็นหมาหงอยอยู่หน้าห้องเขาอย่างตอนนี้ถ้าเป็นแทนไทที่เขาเคยรู้จักยิ่งไม่มีทางเธอไม่ได้เสียใจมากเท่าก่อนนี้แล้วก็จริง แต่ก็ยังเสียใจ
คนที่น่ารัก สดใสตลอดเวลาพอได้ร้องไห้แล้วน่าสงสารเหลือเกินเขายื่นมือไปหวังจะเช็ดน้ำตาให้คนรัก แต่เธอปัดมือเขาออกแทบจะทันทีพอเห็นท่าทางของน้องดูเหมือนจะไม่เชื่อ เขาจึงตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ไข่มุกฟัง ตั้งแต่ที่เขาเริ่มหึงไข่มุกกับเด็กสาวที่ชื่อต้นอ้อพอเห็นเด็กคนนั้นคุยภาษาติ่ง ภาษาชิปเปอร์กับน้องแล้วดูสนุกสนาน เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้วแทนไทก็รู้สึกนอยด์ไปเอง เขารู้สึกอยากให้เป็นเขาเองที่เป็นเพื่อนติ่งกับน้องแทนเด็กคนนั้นแต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้นเขาก็ต้องรู้เรื่องวิถีชีวิตการติ่ง ต้องรู้เกี่ยวกับการเป็นแฟนคลับเจย์ปอนด์ เขาอยากให้น้องรู้สึกทึ่งในตัวเขาที่พยายามแต่ถึงอย่างนั้นแทนไทก็ยังไม่รู้จะไปถามเรื่องพวกนี้จากใครได้ รอบตัวเขาคนที่รู้เรื่องพวกนี้ดีก็มีแต่ไข่มุกกับเพื่อนของเธอนั่นแหละจนกระทั่งวันที่แทนไทกลับไปบ้านแล้วเจอกับน้องสาว ลูกของคุณอาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของพ่อเขาอีกที ซึ่งตอนนี้ก็โตเป็นสาวแล้ว“ทิชาน่ะ เป็นสาววายเหมือนกันกับตัวเล็กเลยนะ ที่สำคัญชิปเจย์ปอนด์เหมือนกันอีก” พอเห็นว่าน้องไม่พูดอะไรแทนไทจึงเล่าต่อเขาขอให้น้องสาวช่วยเล่าเรื่องราวต่างๆ ของเจย์ปอนด์ให้ฟัง ร
รอไม่ไหวถึงขนาดต้องออกมาตามหาเลยเหรอต้องรีบคุยให้จบวันนี้เลยใช่ไหมขอเวลาให้ทำใจอีกสักวันก็ยังไม่ได้เลยเหรอ“พี่แทน ทนไม่ไหวขนาดนั้นเลยเหรอคะ แค่รอให้มุกกลับไปเอง ขอเวลาให้มุกได้ทำใจสักนิดนึงก็ไม่ได้เลยเหรอคะ” เธอคงฟิวส์ขาดของจริงสินะ ถึงได้พูดทุกอย่างที่คิดออกมาหมดแบบนี้“ไม่ใช่แบบนั้นตัวเล็ก คือ...” ทั้งที่พยายามอธิบาย แต่ตัวเล็กกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาเลย“ได้ค่ะ มุกจะกลับไปกับคุณแทนไทเอง คุยให้จบๆ ไปเลยก็ดีเหมือนกันค่ะ คุณแทนไทรอแป๊บนึงนะคะ มุกขอหยิบของก่อน”สรรพนามที่เปลี่ยนไปแบบนั้นทำเอาแทนไทเข่าแทบทรุด แต่ก็ยังคงฝืนเอาไว้ ยังไงก็ต้องง้อตัวเล็กกลับคืนมาให้ได้ ยิ่งเห็นสีหน้าที่ดูเหมือนว่าตัวเองชนะแล้วแบบนั้นของต้นอ้อก็ยิ่งต้องทำให้เด็กมันรู้ไข่มุกคือคนของแทนไท และก็จะเป็นของแทนไทแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น... ตลอดไป“ช่วยรออยู่ตรงนี้นะคะ ไม่สะดวกให้คนไม่สนิทเข้าห้อง”ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิง แทนไทก็อยากจะซัดหน้าต้นอ้อสักที ให้กับไอ้ท่าทีเหยียดๆ แบบนั้น เขาก็ไม่รู้หรอกว่าต้นอ้อรู้เรื่องมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่เด็กคนนี้รู้มันไม่จริงตลอดทางไข่มุกไม่ยอมมองหน้าเขาเลยแม้แต่น้อย พอเ
สาบานเลยว่าตอนแรกแทนไทไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย แต่ท่าทีขวยเขินอยู่ตลอดตอนที่พูด บวกกับแก้มที่แดงลามไปจนถึงหูแบบนั้นของน้องทำให้เขาเข้าใจคำว่าทำแบบนั้นของน้องได้ดี แต่ก็ยังอยากแกล้งอยู่ดี “ทำแบบนั้นนี่... แบบไหนเหรอ” “….” ไข่มุกไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่เลือกที่จะทำให้ดูแท
อีกแล้ว น้องอ้ออีกแล้ว ไม่ใช่ว่าแทนไทจะไม่รู้จักหรือไม่เคยเจอน้องอ้ออะไรนี่ แต่ก็เพราะเคยเจอบ่อยๆ นั่นแหละถึงทำให้แทนไทรู้สึกขัดใจมาจนตอนนี้ทุกครั้งที่ได้ไปกับเด็กคนนั้น แทนไทจะรู้สึกเหมือนตัวเองค่อยๆ กลายเป็นส่วนเกินแบบไม่รู้สาเหตุ สิ่งที่ไข่มุกคุยกับต้นอ้อคำบางคำแทนไทก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหมายถึงอ
“เมื่อคืนฉันไม่อยู่ แกดูแลแม่แกดีหรือเปล่าห๊ะ เจ้าเจย์ เจ้าปอนด์”แทนไทเดินมาหยุดคุยกับสแตนดี้ของเจย์ปอนด์ที่มีขนาดเท่าตัวจริงซึ่งอยู่ในแกลเลอรีส่วนตัวของไข่มุก ซึ่งเต็มไปด้วยรูปภาพของเจย์กับปอนด์ ไม่ว่าเป็นโปสต์การ์ด โพลารอยด์ การ์ดขนาดต่างๆ รูปที่ใส่กรอบแล้ว ของแจก ของแถมมากมายที่จะมีหน้าของเจย์ป
ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืน เสียงเดียวที่ยังคงดังอยู่ภายในห้องนอนที่คุมโทนด้วยสีชมพูอ่อนตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นเสียงคุยกันในคลับเฮาส์ของกลุ่มมัมหมีน้องเจย์ที่มักจะแอบเต๊าะน้องปอนด์อยู่ตลอดจำนวนสมาชิกในกลุ่มของไข่มุกหลักๆ มีอยู่ร่วมสิบชีวิต แต่มักจะแวะเวียนเปลี่ยนกะมาคุยกันมากกว่า ก็ขึ้นอยู่กับว่าใคร







