Masukความอึดอัดปกคลุมบรรยากาศภายในห้องทั่วทุกซอกมุมพานให้บุคคลทั้งสองต้องตกอยู่ในภวังค์ กระทั่งถูกความเงียบสงบกลืนกินได้ยินเพียงเสียงของหัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนแทบเจ็บอก เรียวมือเล็กกระชับเสื้อแน่นอย่างประหม่า แววตาฉายชัดถึงความกังวลปนหวาดกลัว
คาร์เตอร์ที่เธอเคยรู้จักมิใช่คนเหี้ยมโหด อีกทั้งเขายังอ่อนโยนและสุภาพกับผู้หญิงเป็นที่สุด ผิดเพี้ยนกับชายหนุ่มเบื้องหน้าที่ไร้หัวใจแสนเย็นชาซ้ำยังถือปืนจ่อคางเธออยู่ในตอนนี้อีกต่างหาก
“....” คิ้วเข้มขมวดเป็นปม นัยน์ตาคมกริบหรี่มองใบหน้าสะสวยด้วยจับพิรุธ “รู้จักฉัน?”
“.....”
“เอาเถอะ ๆ จะเรียกฉันยังไงนั่นมันก็เรื่องของเธอ แต่ตอนนี้เรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์บวกกับสายตาร้ายกาจพร้อมงับเหยื่อซึ่งใกล้ติดกับดักเต็มที “ตราบใดที่แม่เธอยังหาเงินมาใช้หนี้ฉันไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะได้เจอหน้ากัน”
“.....”
“แต่ถ้าเธอเป็นเด็กดียอมเชื่อฟัง ฉันอาจจะใจดีลดหนี้ให้” เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบโต้เขายิ่งได้ใจยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ยอมลดปืนลงในที่สุด ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นกอบกุมแก้มอวบอิ่มเอาไว้ หากเธอยอมเชื่อฟังอย่างที่ว่าจริงเขาเองก็พร้อมจะเอ็นดูและเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี “ไงเด็กดี”
น้ำตาลยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมเปิดปากพูดเช่นเดิม ทว่ากลับเบือนใบหน้าหลบไปอีกทางจนอีกฝ่ายต้องยอมผละมือออกจากแก้มนุ่มนิ่มด้วยความเสียดาย
“หึ ตามใจ” ความเย่อหยิ่งของคนตัวเล็กมันพลอยให้เขานึกชอบใจอยู่ไม่น้อย ปกติแล้วหญิงสาวใช้บริการเหล่านั้นมักเอาอกเอาใจจนน่ารำคาญ ต่างจากหญิงตรงหน้าที่กล้าปฏิเสธแม้กระทั่งสัมผัสอันอ่อนโยนจากเขา “ชักเริ่มน่าสนใจเข้าแล้วสิ”
ขณะที่กำลังเชยชมใบหน้างดงามอย่างเพลิดเพลินตาอยู่นั้น ทว่าจังหวะกลับไม่ดีมีผู้มาเยือนถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาโดยพลการ แน่นอนว่าเจ้าของห้องเช่นคาร์เตอร์ย่อมรู้ดีว่าบุคคลนี้เป็นผู้ใด
“ว้าว ว้าว ว้าว นี่ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย” ไค ครินทร์ น้องชายสายเลือดเดียวกันเอ่ยแซวผู้พี่ตามประสาชายหนุ่มขี้เล่นขี้แหย่ ไม่บ่อยนักที่จะมีโอกาสได้เห็นพี่ชายพาผู้หญิงเข้ามาปรนนิบัติถึงในห้องทำงานเช่นนี้ หากเป็นช่วงกลางคืนเขาคงไม่เอะใจใคร่อยากรู้มากนัก เว้นก็เสียแต่ตอนนี้กลางวันแสก ๆ ไม่รู้ว่าพี่ชายจะหิวกระหายอะไรปานนั้น “ใจเฮียแม่งได้จริงว่ะ”
“รำคาญ!” แม้จะรู้ถึงนิสัยใจคอของน้องชายเป็นคนปากมากมาแต่ไหนแต่ไร หากแต่เขาไม่เคยรู้สึกชินกับความปากหมาของมันเลยสักนิด เสื้อคลุมที่พาดอยู่พนักพิงเก้าอี้ถูกกระชากขึ้นมาจัดการคลุมทับเรือนร่างเล็กเอาไว้ “กลับห้องไปก่อน”
นัยน์ตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบอบบางจนประตูบานหรูถูกปิดลง ทันทีที่หันกลับมาก็ปะทะเข้ากับสายตาล้อเลียนของไอ้น้องชายตัวดีซึ่งหรี่ตามองพลางยกยิ้มมุมปากคล้ายตัวร้ายในละครหลังข่าวไม่มีผิด
“....” ร่างสูงกลับไปนั่งเก้าอี้ผู้บริหารจัดการเก็บปืนเข้าที่ นัยน์ตาคู่คมมองไปยังน้องชายนั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่อย่างไม่ไว้ใจ “โผล่หัวมาแต่เช้ามีอะไร”
“ถ้าไม่โผล่มาจะได้เห็นฉากเด็ดเหรอครับ”
“มีอะไรก็ว่ามา อย่าเล่นลิ้น”
“เด็กใหม่เฮียใช่ปะ”
“ไอ้ไค!!”
“ยอมแล้ว ๆ” ฝ่ามือทั้งสองข้างยกขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ หากแต่ไม่พ้นยกยิ้มกรุ้มกริ่มล้อเลียนพี่ชายอีกอยู่ดี
“ถ้าไม่มีอะไรสำคัญก็กลับไปซะ กูจะทำงาน” นิ้วเรียวคลึงขมับคลายความเครียดในหัว ช่วงนี้งานที่บริษัทค่อนข้างรัดตัวถึงขนาดที่ว่าเวลาพักหายใจยังแทบไม่มี ไหนจะเรื่องการเบี้ยวหนี้ของตระกูลวาณิชย์วัชรสกุลนั่นอีก หากไม่รีบสะสางเกรงว่าอีกไม่นานคงกลายเป็นเขาเสียเองที่จะต้องขาดทุน
“สัปดาห์หน้ามีแข่ง” อีกหนึ่งอาชีพที่ไคควรทำหน้าที่ให้ดีที่สุดนั่นก็คือการเป็นผู้จัดการส่วนตัวของนักแข่ง คาร์เตอร์ อัศวภิรวัฒน์ ที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในช่วงนี้ ไคมองจ้องพี่ชายพลางลุ้นไปกับคำตอบซึ่งก็พอจะรู้อยู่แก่ใจ
“กูไม่ว่าง” รีบเอ่ยตอบชนิดที่ไม่ต้องคิดให้มากความ แม้ว่าการแข่งรถจะเป็นสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กจนเกิดเป็นความชอบ กระทั่งเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างเช่นทุกวันนี้ ถึงกระนั้นธุรกิจที่ควรดูแลย่อมสำคัญมากกว่า “ให้คนอื่นขับแทนไปก่อน โปรแกรมหน้าเดี๋ยวกูลงสนามเอง”
“ไม่ได้”
“งั้นมึงก็มาช่วยงานกู มึงยอมกูยอม วิน ๆ ทั้งคู่” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงเป็นเชิงต่อรอง รู้ดีว่าอย่างไรแล้วน้องชายแสนเกียจคร้านต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน
“อ่าโอเค ๆ ไม่ลงก็ไม่ลง แต่บอกไว้ก่อนช่วงนี้มีนักแข่งเกิดใหม่เยอะแยะระวังตัวเองจะตกอับเอานะครับ”
“แล้ว?” ตกอับแล้วอย่างไรในเมื่อเขาเองเป็นถึงนักธุรกิจไฟแรงคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ หากตอนนี้ไม่ได้ทำอาชีพนักแข่งอย่างที่ใฝ่ฝัน ทรัพย์สินที่มีอยู่ข้างกายต่อให้ใช้ไปยันชาติหน้าก็ยังมีเหลือ ๆ การแข่งรถของเขาเป็นเพียงงานอดิเรกส่วนชื่อเสียงเป็นผลพลอยได้ที่ตามมาต่างหาก
“จะอะไรล่ะ เฮียยังจำไอ้คริสได้ใช่ไหม” แววตาขี้เล่นก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาเพียงครู่
“.....” ชื่อของใครบางคนเรียกความสนใจจากร่างสูง เครื่องหน้าเรียบนิ่งเงยขึ้นมองคู่สนทนาพลางเลิกคิ้วขึ้นถาม “ไอ้คริส?”
“ก็ไอ้คริสนั่นแหละ ผ่านไปแค่ไม่กี่ปีอย่าบอกนะว่าเฮียลืมคู่แข่งคนนี้ไปแล้ว”
ใช่แล้วล่ะพวกเขาทั้งคู่เคยเป็นคู่แข่งในสนามเมื่อช่วงสองปีที่แล้ว การแข่งขันครานั้นเป็นเพียงความสนุกคึกคะนองของหนุ่มวัยรุ่น ทว่ากลับมีใครบางคนจริงจังเกินกว่าเหตุยอมเอาของมีค่าลงเดิมพันก็เท่านั้น
“ไม่ได้ลืม กูแค่ไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับกู” ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมาอย่างเอือมระอา เพียงแค่งานภายในบริษัทก็มากพอแล้ว ไม่เข้าใจว่าไอ้น้องชายตัวดีมันจะเอาเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นมากรอกหูเขาเพื่ออะไรกัน “หมดธุระแล้วก็กลับไปซะ”
“ก็ได้ ๆ ไล่จัง” ไคถอนหายใจยาวเหยียดพลางหยัดกายลุกขึ้นยืน ดันเป็นจังหวะเดียวกับคีย์ลูกน้องคนสนิทของพี่ชายเข้ามาในห้องพอดิบพอดี ด้วยความขี้เสือกที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงไม่อยากพลาดโอกาส รีบทิ้งตัวนั่งลงโซฟาตัวเดิมอีกครั้ง ขณะนั้นเองก็เงี่ยหูฟังไปด้วย
“ของที่เฮียสั่งให้ซื้อผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ” คีย์ว่าพลางยกถุงกระดาษใบใหญ่ชูขึ้นสูงให้ผู้เป็นนายได้ดู
“อืม” ใบหน้าหล่อเหลาพยักเล็กน้อย เขาเงียบไปเพียงครู่เพื่อตัดสินใจบางอย่างก่อนจะเอ่ยมันออกมา “เธอยังเรียนอยู่ งั้นมึงก็คอยไปรับไปส่งเธอด้วยก็แล้วกัน”
“ได้ครับเฮียใหญ่”
“บังคับให้เธอกินข้าวกินยา อย่ามาตายในที่ของกู”
“รับทราบครับ”
“เดี๋ยวนะ” เป็นเพราะไม่เคยเห็นพี่ชายใส่ใจหญิงผู้ใดมากถึงเพียงนี้จึงเกิดความสงสัย ไคเข้าไปนั่งบนโต๊ะทำงานผู้บริหารพลางหรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์ “เฮียชอบเธอเหรอ”
“ไร้สาระ”
“งั้นผมอาสาไปรับไปส่งเธอเอง” พลันสังเกตอาการของพี่ชายไปด้วย ยิ่งอีกฝ่ายหลบสายตาเขายิ่งได้ใจ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มอย่างร้ายกาจ “เธอเรียนที่ไหน”
“.....” คาร์เตอร์นิ่งเงียบพลันเบือนหน้าหนี
“ที่เดียวกับเฮียรองเลยครับ”
“งั้นก็ดี ฝากบอกเธอด้วยแล้วเจอกันนะคะคนสวย” ทิ้งระเบิดก้อนโตไว้ในห้องแล้วรีบหนีจากด้วยความสะใจ หลงเหลือเพียงความลำบากใจไว้ให้แก่คีย์
“เฮียใหญ่....”
“มึงไม่ต้องมากความ เอาตามที่มันว่า”
ตอนพิเศษ 3 ฉลองความสุข - จบบริบูรณ์ท้ายที่สุดแล้วชุดว่ายน้ำหลากหลายซึ่งน้ำตาลตระเตรียมมาก่อนหน้านี้เป็นอันต้องพับเก็บเข้ากระเป๋าเช่นเดิม กลับกลายเป็นเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงยีนขาสั้นถูกเลือกมาสวมทับปกปิดเรือนร่างระหงแทนเสียอย่างนั้นสาเหตุคงเป็นเช่นอื่นไปไม่ได้นอกเสียจากมาเฟียหนุ่มที่พอได้เห็นว่าที่เมียลองสวมใส่ชุดว่ายน้ำเหล่านั้น ก็เริ่มทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจมากนัก แต่ด้วยเพราะเกรงกลัวรังสีอำมหิตของคนสวยจึงไม่สามารถแสดงท่าทีความหงุดหงิดออกมาได้อย่างชัดเจนกระนั้นก็มิอาจหลุดพ้นสายตาของเธอไปได้ ท้ายที่สุดแล้วจำต้องเลือกชุดสบายตัวออกมาสวมใส่ อีกฝ่ายถึงได้ยกยิ้มพึงพอใจอารมณ์ดีผิดแปลกไปจากก่อนหน้านี้จนคนมองนึกหมั่นไส้และในที่สุดเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงช่วงย่ำเย็น งานสังสรรค์เล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้กับทริปครั้งนี้ เสียงเพลงคลอเคล้าส่งเสริมให้บรรยากาศรอบริมสระว่ายน้ำค่อนไปทางครึกครื้นแน่นอนว่างานเลี้ยงย่อมคู่กับแอลกอฮอล์ซึ่งถูกจัดเตรียมเอาไว้อย่างครบครัน รวมไปถึงอาหารทะเลหลากหลายเมนูโดยมีคีย์และไฟสลับปรับเปลี่ยนกันทำหน้าที่ปิ้งย่างกันอย่างคล่องแคล่วในส่วนของสระว่ายน้ำบัดนี้
ตอนพิเศษ 2 ไฟ & นิวเยียร์“ไอ้ไฟ เวลาผู้หญิงไม่ตอบแชตนี่มีกี่เหตุผลวะ” นิวเยียร์เอ่ยถามเพื่อนสนิททั้งยังจ้องจดอยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยมอย่างไม่ลดละตั้งแต่ก้าวขาเหยียบที่นี่คนรักของเจ้าหล่อนก็หายสาบสูญ โทรไปไม่รับแชตกลับไม่มี ผิดแปลกไปจากปกติจนนิวเยียร์กระวนกระวายใจเริ่มอยู่ไม่สุข“มึงก็เป็นผู้หญิง แต่มาถามผู้ชายแบบกูเนี่ยนะ” ขณะกำลังเล่นเกมในมือถือก็มิวายหันมาตอบเพื่อนสนิทซึ่งนอนอยู่บนเตียงนุ่มตะแคงหันหน้ามายังเขาพอดิบพอดี“เออ กูเห็นมึงมีสาวเยอะน่าจะรู้ ไม่คิดว่าจะอ่อนหัดขนาดนี้”“โธ่ไอ้นิวมึงดูถูกกูเกินไปแล้ว”“แล้วใครว่ากูดูผิด ถ้ามึงไม่ได้อ่อนหัดอย่างที่กูว่า ทำไมพักหลัง ๆ มานี้กูไม่เห็นมึงพาสาวเข้าห้องเลยล่ะ” ว่าพลางยักคิ้วยียวนกวนประสาทจงใจยั่วโมโหเพื่อนสนิทนั่นเป็นงานอดิเรกของเธอเลยก็ว่าได้“งั้นกูจะทำอะไรให้มึงดู จะได้รู้ว่ากูอ่อนหัดจริงอย่างที่มึงว่าไหม” ไม่เพียงแค่ว่าเปล่า โทรศัพท์ในมือถูกทิ้งลงโต๊ะเบื้องหน้าอย่างไม่ไยดี ก่อนร่างสูงจะหยัดกายลุกขึ้นยืนกะทันหันพลางสาวเท้าไปยังเตียงนุ่มร่างเล็กซึ่งคราแรกนอนตะแคงมองเขาอยู่ บัดนี้กับพลิกตัวนอนราบไปกับที่นอน สาเหตุมาจากมือร้ายกาจซึ
ตอนพิเศษ 1 เก่งกับใครก็ได้แต่อย่างเก่งกับเมีย“เมื่อไหร่รุ่นพี่จะมีเวลาให้ตาลบ้างคะ”“.....”“หลัง ๆ มานี้เอาแต่โหมงานหนัก”“.....”“ชอบทิ้งให้ตาลเหงา แต่ละวันคุยกันไม่ถึงสิบคำ”“.....”“ตาลอยากไปเที่ยวค่ะ”ร่างเล็กทิ้งตัวนั่งลงตักแกร่งพลางยกแขนกลมกลึงขึ้นคล้องลำคอ จงใจขยับเนินเนื้ออวบอิ่มเข้าบดเบียดกับสันกรามนูน อีกทั้งยังขยับโยกสะโพกบดเคล้าบั้นท้ายไปกับเครื่องบุรุษเพศภายใต้เนื้อผ้า หวังเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของตัก ซึ่งเอาแต่ทอดสายตาไปยังตัวอักษรในกระดาษ“อย่าดื้อเฮียทำงานอยู่” แม้จะเอ่ยออกไปเช่นนั้นหากแต่วงแขนแกร่งดันกระชับกอดเอวบางเอาไว้แน่น ทั้งที่นัยน์ตายังคงจ้องจดตัวหนังสือไม่ลดละ“ทำถึงขนาดนี้ยังไม่สนใจตาลอีกเหรอคะ ถ้ารู้ว่าเป็นเมียมาเฟียแล้วมันจะเหงาขนาดนี้ตาลคงไม่ตกลงคบกับรุ่นพี่หรอกค่ะ”“....” ปากการาคาแพงเป็นอันต้องวางแหมะลงบนโต๊ะในที่สุด ก่อนร่างสูงจะเอนกายพิงพนักพร้อมสบประสานตากับคนในอ้อมกอด “ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะ”“ก็ตาลน้อยใจนี่นา รุ่นพี่เอาแต่ทำงาน ๆ ๆ ไม่สนใจตาลเลย” เธอบ่นกระปอดกระแปดพลางเชิดหน้าหนีทำทีเป็นงอน“ก็ทำเพื่อหนูทั้งนั้น เพื่อครอบครัวของเราไง”“งั้นถ้ารุ่นพี
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 45 บทส่งท้ายนายหญิงของแก๊งมาเฟียผ่านไปนานเกือบครึ่งชั่วโมงซึ่งคาดว่าคนตัวเล็กคงจะโชว์ฝีมือทำยำวุ้นเส้นเสร็จแล้วเรียบร้อย ไวทันความคิดเสียงทุ้มตะโกนเรียกลูกน้องคนสนิทดังสนั่นลั่นบ้าน“ไอ้คีย์”“ครับเฮีย” คีย์ที่ยืนดูแลความปลอดภัยอยู่ไม่ไกลรีบสับฝีเท้าเข้ามาหาผู้เป็นนายในห้องโถงด้วยความว่องไว“เมียกูน่าจะทำยำเสร็จแล้ว มึงไปเอามาดิ๊”“ได้ครับ” คีย์หายเข้าไปในห้องครัวได้ไม่นานก็กลับมาพร้อมจานใบใหญ่ซึ่งบรรจุยำวุ้นเส้นจนพูนสูง ก่อนเจ้าตัวจะวางมันลงโต๊ะเบื้องหน้าพร้อมเอ่ยถ้อยคำซึ่งถูกฝากมาจากเมียของเจ้านาย “คุณน้ำตาลฝากบอกว่าอย่าลืมล้างจานนะครับ แล้วก็อย่าดื่มเยอะมากครับ”“ว่าไงนะ”“เอ่อ...คุณน้ำตาลฝากบอกว่าอย่าลืมล้างจานแล้วก็อย่าดื่มเยอะครับเฮียใหญ่” ประโยคเดิมถูกเอ่ยขึ้นอีกครั้งราวกับเครื่องบันทึกเสียงถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ดูเหมือนคำพูดของคีย์จะฟังไม่ค่อยเข้าหูของผู้เป็นนายมากนัก สังเกตจากสีหน้าไม่พอใจซึ่งฉายชัดอยู่เต็มประดาในตอนนี้ก็พลอยให้ตัวเองเขานึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย“เรียกรวมตัวทุกคน กูคงต้องสั่นสอนพวกมึงใหม่”“ได้ครับเฮีย”ลับหลังลูกน้องคนสนิทปลีกตัวออกไปทำตามค
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 44 จากมาเฟียกลายเป็นหมาเฟียบ้านหรูสองชั้นของตระกูลวาณิชย์วัชรสกุลการมาของตระกูลมาเฟียอัศวภิรวัฒน์ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหนี้ของบ้านหลังนี้ สร้างความตกใจให้แก่คุณวิดาอยู่ไม่น้อย คราแรกเธอคิดว่าพี่ชายอย่างเทพทัตคงไปสร้างเรื่องอะไรไว้อีกทว่าเมื่อคุณจอมพลเอ่ยปากถึงสาเหตุการมาในวันนี้ ว่าต้องการสู่ขอลูกสาวของเธอให้กับลูกชายของเจ้าตัวก็พลอยให้คุณวิดารู้สึกโล่งอก แต่แล้วกลับต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อสมองเริ่มประมวลผลในคำพูดเหล่านั้นได้อย่างชัดแจ้งคุณวิดามองไปยังลูกสาวเพียงคนเดียวสลับกับมองจ้องไปยังคาร์เตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้จับตัวลูกสาวเธอไปเพื่อขัดดอก ไม่คิดไม่ฝันว่าทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์เกินเลยกันเยี่ยงนี้และแล้วข้อสงสัยเกี่ยวกับเสียงพูดคุยภายในห้องนอนของลูกสาวในค่ำคืนก่อนก็เป็นอันคลี่คลาย คงหนีไม่พ้นไอ้ลูกเขยตัวดีที่แอบปีนขึ้นห้องของลูกสาวตนอย่างแน่นอนใช่ว่าอยากขัดขวางความรักของเด็ก ๆ เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เจ้าหล่อนก็พอจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามด้านรัก ๆ ใคร่ ๆ ของคาร์เตอร์มาบ้าง เช่นนั้นจึงรู้สึกเป็นห่วงลูกสาวกลัวว่าจะโดนอีกฝ่ายทำให้เสียใจและเสียความรู้สึกซึ่งถ้าหากเป็นเ
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 43 หนูอยากได้อะไรคะเช้าวันต่อมากว่าเวลาจะผ่านไปได้แต่ละนาทีมันช่างดูยาวนานสำหรับคาร์เตอร์เสียเหลือเกิน ตลอดทั้งคืนเขาพยายามข่มตานอนไปหลายครั้งหลายคราทว่ากลับไม่สามารถฝืนทำได้ สาเหตุก็มาจากมือนุ่มนิ่มของคนเมาซึ่งเอาแต่ก่อกวนลูกชายเขาไม่หยุดจนมันบวมเปล่งเต็มกำลังพร้อมออกรบ ครั้นจะจัดการกับเด็กดื้อให้สาสมกับที่เจ้าหล่อนปลุกมันขึ้นมา หากแต่อีกฝ่ายกลับเอาแต่ผลักไสไม่ให้ความร่วมมือเสียอย่างนั้นช่างไม่ต่างจากมาหลอกให้อยากแล้วก็จากไปเลยสักนิดแม้จะนอนไม่หลับมาทั้งคืนแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากตื่นขึ้นมาดูความน่ารักของคนข้าง ๆ ในเช้าวันใหม่ร่างสูงนอนตะแคงหันเข้าหาร่างบางพลางเอามือเท้าศีรษะ นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยรักมองไปยังใบหน้าสะสวยของคนตัวเล็กซึ่งยังคงติดอยู่ในห้วงแห่งฝันหวาน“คนอะไรน่ารักฉิบหาย” เครื่องหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าหาพร้อมจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มค้างไว้อยู่เช่นนั้นนานหลายนาทีกว่าเขาจะยอมผละหน้าออกและในที่สุดคนที่กำลังหลับฝันดีก็เป็นอันต้องยอมเปิดเปลือกตาขึ้นเพราะถูกรบกวนเวลานอน“อื้อ~”“มอร์นิงคิสค่ะ”“หือ.....” ทันทีที่เสียงอันคุ้นหูดังเข้าโสตประสาทรับการฟังพลันดวงตากลม
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 30 ผิดนัดบรรยากาศในห้องอาหารมื้อเที่ยงของตระกูลอัศวภิรวัฒน์ตลบอบอวลไปด้วยความสุข รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของสมาชิกทุกคน กระทั่งเสียงพูดคุยสัพเพเหระไม่ขาดปากบ่งชัดถึงสายสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัวรวมไปถึงคนนอกอย่างนาราที่พยายามตักนู่นตักนี่ยัดเยียดให้อดีตคนรักกินจนพูนจาน ทว่าอาหารที
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 29 สถานะพี่น้องซองสีน้ำตาลด้านในบรรจุธนบัตรใบสีเทาเอาไว้หลายปึกถูกวางลงโต๊ะทำงานของผู้เป็นนาย ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารมองไปยังลูกน้องพลางเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงไม่เข้าใจส่วนคีย์เองก็รู้หน้าที่รีบรายงานความคืบหน้าในทันที“ครบทุกบาททุกสตางค์ครับเฮียใหญ่”“.......”“ผมถามถึงสา
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 20 2/3 เด็กอะไรนมโตฉิบหาย NC“ฉันมีถุงยางไม่ต้องกลัวท้อง”ราวกับอีกฝ่ายรู้ทันสถานการณ์ล่วงหน้าถึงขนาดที่ว่าเตรียมความพร้อมมาแล้วเรียบร้อย ซองพลาสติกถูกล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วชูขึ้นสูงให้คนบนตักได้เห็นชัด ๆ ขนาดเกินมาตรฐานชายไทยอีกทั้งยังเป็นผิวขรุขระเพื่อกระตุ้นสัมผัสขณะมีเพศ
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 7 ป้อนยาลูกหนี้ตั้งแต่เช้าจวบจนถึงย่ำเย็นข้าวสักเม็ดยังคงไม่ตกถึงท้อง ใช่ว่ามีใครบังคับหักห้ามไม่ให้กินเสียเมื่อไหร่ แต่เป็นเพราะเธอเองที่กลืนอะไรไม่ลงเลยสักคำ ทั้งเป็นกังวลทั้งเป็นห่วงมารดามันส่งผลให้กระวนกระวายใจอยู่ไม่สุข อีกทั้งพิษไข้ยังคงรุมเร้าร่างกายจนไร้เรี่ยวแรงทำได้เพียง







