FAZER LOGIN“ฮึก ฮึก” ความคับแค้นในใจถูกระบายผ่านเสียงสะอื้นปนหยาดน้ำตาที่ร่วงรินลงมาไม่ขาดสาย
ตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในวันใหม่เรื่องราวเมื่อคืนเธอกลับจำรายละเอียดได้ไม่ชัดเจน หากแต่ร่องรอยแดงช้ำตามเนื้อตัวประกอบกับเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยเป็นหลักฐานยืนยันว่าร่างกายสกปรกนี้คงผ่านมืออันน่าขยะแขยงของชายผู้นั้นมาแล้วเป็นแน่
แม้จะอยากกลับไปแก้ไขอย่างไรย่อมทำได้เพียงนั่งกอดเข่าพลางซบใบหน้าลงปล่อยให้น้ำตาแห่งความน่าสมเพชชะล้างความละอายใจแทน
“ทำไมต้องเป็นตาลด้วย ฮึก แม่จ๋าตาลคิดถึงแม่จังเลย ฮึก” วงแขนกลมกลึงกระชับกอดตัวเองให้แน่นขึ้น ทั้งคิดถึงทั้งเป็นห่วงกลัวว่าอันตรายจะเกิดขึ้นกับผู้เป็นแม่ หากเป็นเช่นนั้นจริงมันคงเป็นตราบาปสำหรับเธอไปตลอดชีวิต
เพียงชั่ววูบที่ความคิดอยากหนีออกจากที่แห่งนี้ผุดเข้ามาในหัว เธอใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มอย่างลวก ๆ แววตาอ่อนแอก่อนหน้านี้มลายหายสิ้นหลงเหลือเพียงความแข็งแกร่งที่ฉายชัดอยู่เต็มประดา
ลอบสังเกตจนทั่วทุกมุมของห้องทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า มีเพียงหน้าต่างบานหรูเท่านั้นที่อาจจะเป็นลู่ทางเดียวสามารถทำให้หลีกหนีจากสถานที่โสมมแห่งนี้ได้
เธอฝืนดันกายที่ไร้เรียวแรงลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่างด้วยความยากลำบากเต็มที คงเป็นเพราะพิษไข้ที่ยังรุมเร้าร่างกายไม่หยุดจึงส่งผลให้ใบหน้าดูซีดเซียวไร้ชีวิตชีวาเสียจนไม่น่ามอง
หน้าต่างถูกเปิดออกเป็นจังหวะเดียวกับสายลมปะทะเข้าเบ้าหน้าจนเธอต้องหลับตาปี๋ ก่อนจะค่อย ๆ ชะโงกหน้าออกไปเพื่อสำรวจทางหนีทีไล่ด้านนอก ทว่าความสูงระดับเสียดฟ้ากลับทำเอาหัวใจหล่นวูบรีบปิดหน้าต่างไว้เช่นเดิม พลันหยาดน้ำตาแห่งความท้อก็ร่วงโรยลงมาอีกครั้ง
“ฮึก แม่....ตาลกลับไปไม่ได้แล้ว” ร่างเล็กทิ้งตัวนั่งลงพิงผนังอย่างคนหมดอาลัยในชีวิต เปลือกตาบางปิดลงต้อนรับชะตากรรมที่ต้องเผชิญต่อจากนี้ “ทำไมกัน....”
แอด
ประตูบานใหญ่ถูกบุคคลปริศนาเปิดออกกว้างเรียกให้ใบหน้าขาวซีดเงยขึ้นมองร่างสูงไม่คุ้นตา ใบหน้าโหดเหี้ยมประกอบกับสายตาแข็งกร้าวที่มองมาสร้างความหวาดกลัวให้ร่างเล็กจนต้องกระชับเสื้อเพื่อปกปิดเรือนร่างขาวผ่องพร้อมกับถอยกรูดเข้าหลบในมุมห้อง
“.....” ชายหนุ่มที่เห็นว่าสภาพของหญิงสาวค่อนข้างล่อแหลมจึงหันหลังอย่างให้เกียรติ ก่อนที่น้ำเสียงเรียบนิ่งจะดังขึ้น “ลุกขึ้น แล้วตามผมมา”
“ปะ...ไปไหน”
“เฮียใหญ่เรียกพบครับ”
เพนต์เฮาส์ชั้นสามสิบสองถูกตกแต่งเป็นฐานลับของตระกูลมาเฟียอัศวภิรวัฒน์ โดยมีบุตรชายคนโตของตระกูลคอยบริหารงานไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ถูกส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นปู่ทวด กระทั่งเหล่าลูกน้องนับพันล้วนแล้วแต่อยู่ในความดูแลของเขาผู้นี้
แต่ละห้องจะถูกออกแบบแตกต่างกันไป หนึ่งในนั้นรวมถึงห้องของผู้บริหารถูกจัดสรรปันส่วนได้อย่างลงตัว ด้านนอกเป็นห้องรับรองแขกสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการปรึกษาหารือเรื่องการค้า ถัดไปเป็นห้องครัวมีไว้ยามฉุกเฉินหากวันใดงานเร่งรัดย่อมสะดวกต่อการทำอาหารรองท้อง ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องทำงานขนาดพอดี อีกทั้งด้านในยังถูกออกแบบให้มีห้องนอนส่วนตัวซ่อนอยู่ด้านหลังไว้พักผ่อนยามเหนื่อยล้าจากกองเอกสาร
ร่างสูงของผู้บริหารยืนหันหลังด้วยท่าทางน่าเกรงขาม ในมือมีกาแฟถ้วยเล็กถือไว้อยู่ ทัศนวิสัยเบื้องนอกสูงเสียดฟ้าสะกดนัยน์ตาคมกริบให้ทอดมองอย่างไม่วางตา
“เย็นชาจังเลยนะคะ” หญิงสาวใช้น้ำเสียงดัดจริตพลางมองไปยังร่างสูงที่ยืนหันหลังให้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ทว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะเหลียวแลซ้ำยังเอ่ยปากไล่อีกต่างหาก
“ออกไป”
“วันหยุดทั้งทีแอรินขออยู่กับเฮียใหญ่ไม่ได้เหรอ” ยังคงตื๊อไม่เลิก อุตส่าห์ยอมแบกหน้ามาหาร่างสูงถึงที่ มีหรือจะยอมกลับง่าย ๆ สุดท้ายจึงจำยอมต้องงัดไม้ตายขึ้นมาใช้ หญิงสาวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าประชิดตัวกับร่างสูง ถือวิสาสะกอดเกี่ยวลำแขนแกร่งพลางซบใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนหนาเตอะลงไหล่กว้างอย่างออดอ้อน “เมื่อก่อนเฮียไม่เคยเมิน แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้นคะ แอรินไม่สำคัญอีกแล้วใช่ไหม”
“....” ร่างสูงถอนหายใจอย่างแรง เบื่อเต็มทีกับอาการดื้อดึงของหญิงสาว คงเป็นเพราะเขาเผลอตามใจเธอนับครั้งไม่ถ้วนจึงทำให้เจ้าตัวเสียคนเอาแต่ใจตนเองเช่นนี้อยู่เป็นประจำ “กลับไปก่อน เสร็จธุระเดี๋ยวฉันตามไป”
“สัญญาได้ไหมคะ” เพราะกลัวอีกฝ่ายผิดนัดอย่างครั้งก่อนเธอจึงชูนิ้วก้อยขึ้น ซึ่งร่างสูงก็จำยอมเกี่ยวก้อยแต่โดยดี
“อืม” ขณะที่รับปากเขาเองก็พยายามแกะมือปลาหมึกออกจากแขนไปด้วย ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดันดังขึ้นทำเอาเขาลืมหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไปชั่วครู่ “เข้ามา”
“เฮียใหญ่ครับคุณน้ำตาลมาแล้ว” คีย์ลูกน้องคนสนิทรายงานเฮียใหญ่ โดยมีร่างบางยืนหลบอยู่ด้านหลังอย่างคนหวาดกลัว
“อืม มึงออกไปก่อน” เอ่ยปากไล่ทั้งยังยืนหันหลังอยู่เช่นนั้น ทว่านานร่วมนาทีลูกน้องยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เรียกความไม่พอใจจากร่างสูงจนต้องหันมาเผชิญหน้าพลางกดคิ้วต่ำ “กูสั่งว่าไง”
“เธอกลัวเฮียใหญ่ครับ” เป็นเพราะมือน้อย ๆ ที่ดึงชายเสื้อจากด้านหลังรั้งให้เขาอยู่ต่อ จึงมิอาจใจดำทิ้งผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไว้กับเสือร้ายอย่างเฮียใหญ่ได้
“กลัวกู?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ผู้หญิงทั้งเมืองล้วนต้องการทรัพย์สิน ต้องการร่วมเตียงกับเขา มีแต่จะวิ่งเข้าหาทว่ากับเธอผู้นี้ดันหวาดกลัวเสียอย่างนั้น อีกทั้งยังเอาแต่ยืนหลบอยู่ข้างหลังของลูกน้องจนเขานึกหงุดหงิด “ออกมา”
“เธอเป็นใครคะเฮียใหญ่”
“...” เป็นเพราะความโมโหที่เริ่มก่อตัวขึ้น เขาจึงสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอันน่ารำคาญ ทำเอาแอรินหน้าเสียอยู่ไม่น้อย “ฉันบอกให้เธอกลับไปรอที่บ้านไม่ใช่หรือไง”
“ก็ได้ค่ะ!” ใบหน้าเย่อหยิ่งเชิดขึ้นพลางสะบัดก้นเดินหนี จังหวะนั้นเองแอบชำเลืองมองหญิงสาวแปลกหน้าผู้นั้นไปด้วย สภาพเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยบ่งบอกชัดเจนว่าคงผ่านมือเฮียใหญ่มาแล้ว เพียงชั่วครู่แววตาแปรเปลี่ยนเป็นอิจฉาริษยาขึ้นมาทันที ก่อนจะออกจากห้องก็มิวายเอ่ยลาด้วยเสียงดัดจริต “คืนนี้แอรินรอที่บ้านนะคะ”
“มึงจะออกไปได้ยัง” ครั้งนี้เขาเลือกใช้น้ำเสียงเกรี้ยวกราด สายตาดูดุดันขึ้นเป็นเท่าตัว ส่งผลให้คนมองหวาดกลัวจนขนลุกซู่
“ครับเฮีย” รับคำจากมาเฟีย ก่อนจะหันไปเอ่ยกลับร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่ด้านหลัง “คุณน้ำตาลไม่ต้องกลัวหรอกครับ เฮียใหญ่เขาไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น”
“สนิทกันด้วย? หึ” มุมปากหยักยกขึ้นสูงอย่างร้ายกาจ “ดี ดีมาก ๆ ในเมื่อเธอไว้ใจมึง กูก็จะให้มึงอยู่กับเธอ เป็นไงดีไหมล่ะน้ำตาล”
“เสียงนั้น....” น้ำเสียงในตอนเรียกชื่อมันช่างคลับคล้ายคลับคลาราวกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน พลันเหตุการณ์เมื่อคืนก็ผุดเข้ามาในหัว ปลุกความหวาดกลัวจนต้องกระชับเสื้อให้แน่นขึ้น รู้ดีว่าคีย์เป็นถึงลูกน้องคนสนิทของชายผู้นั้น หากแต่เธอเองก็มั่นใจว่าคนที่ยืนบังหน้าในตอนนี้ย่อมเป็นคนดีมีศีลธรรมมากกว่าร่างสูงที่คอยออกคำสั่งอย่างแน่นอน คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจกระซิบเสียงเบา “ชะ...ช่วยฉันด้วย เมื่อคืนเขา....”
“ฉันมันทำไม!”
“เฮือก! กลัว”
“เฮียใหญ่ใจเย็น ๆ ก่อนครับ เธอกำลังขวัญเสีย” ไอ้เขามันคนหน้าโหดแต่อยู่ในโหมดขี้สงสารเสียด้วยสิ
“มึงอยากแดกลูกกระสุนแทนข้าวหรือไง” ไม่เพียงแค่ขู่เปล่า กระบอกปืนประจำตัวถูกหยิบออกจากลิ้นชักก่อนจะวางลงบนโต๊ะอวดความน่าเกรงขามให้ลูกน้องที่เป็นดังน้องชายแท้ ๆ ได้เห็นเต็ม ๆ ตา “งานที่กูสั่งจัดการเรียบร้อยหรือยัง”
“ยังครับเฮีย”
“ไป!”
“คะ...ครับเฮีย” ครั้งนี้จำต้องออกจากห้องก่อนที่เขาจะได้กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของลูกพี่แทน
ลับหลังคีย์ออกไปหลงเหลือไว้เพียงความเงียบสงบเจือปนความอึดอัดที่แผ่กระจายรอบร่างสูงของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ส่วนสาวน้อยขี้กลัวกลับเอาแต่ยืนก้มหน้าไม่กล้าสบตาคู่กรณี
“.....” สายตาคมเข้มไล่มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสะใจ แม้ว่าเมื่อคืนจะได้เห็นหน้าค่าตาของเธอไปแล้ว หากแต่เป็นเพราะความมึนเมาเล่นงานจึงทำให้สายตาค่อนข้างพร่าเลือนมองเห็นไม่ชัดมากนัก “เงยหน้า”
“...” ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างประหม่า เรียวมือเล็กทั้งสองประสานกันแน่นจนชื้นเหงื่อ ทั้งอาการไข้ที่เล่นงานอย่างต่อเนื่องจนแทบทรงตัวไม่อยู่ ทั้งหวาดกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เดิมขึ้นอีกครั้ง ทำได้เพียงประคับประคองสติให้อยู่กับเนื้อกับตัวไม่กล้าปริปากพูดสิ่งใดเลยสักคำ
“อย่าดื้อให้มันมาก”
“ขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลย....”
“ได้” ด้วยเพราะหมดความอดทนต่อความดื้อรั้น เขาสาวเท้าเข้าไปหยุดยืนเบื้องหน้าของคู่กรณีพลางใช้ปลายกระบอกปืนเสยคางมนให้เงยขึ้นมาเผชิญหน้ากัน “ไงคนสวย”
“...” ทันทีที่ได้สบประสานตากับคนตรงหน้าราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน ก้อนเนื้อน้อยในอกเต้นไม่เป็นจังหวะทั้งสับสนทั้งตื่นตระหนกจนมิอาจควบคุมตัวเองเผลอพลั้งปากเอ่ยถึงชื่อของชายที่ครองใจมาเนิ่นนาน “รุ่นพี่คาร์เตอร์.....”
คาร์เตอร์ อัศวภิรวัฒน์
ตอนพิเศษ 3 ฉลองความสุข - จบบริบูรณ์ท้ายที่สุดแล้วชุดว่ายน้ำหลากหลายซึ่งน้ำตาลตระเตรียมมาก่อนหน้านี้เป็นอันต้องพับเก็บเข้ากระเป๋าเช่นเดิม กลับกลายเป็นเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงยีนขาสั้นถูกเลือกมาสวมทับปกปิดเรือนร่างระหงแทนเสียอย่างนั้นสาเหตุคงเป็นเช่นอื่นไปไม่ได้นอกเสียจากมาเฟียหนุ่มที่พอได้เห็นว่าที่เมียลองสวมใส่ชุดว่ายน้ำเหล่านั้น ก็เริ่มทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจมากนัก แต่ด้วยเพราะเกรงกลัวรังสีอำมหิตของคนสวยจึงไม่สามารถแสดงท่าทีความหงุดหงิดออกมาได้อย่างชัดเจนกระนั้นก็มิอาจหลุดพ้นสายตาของเธอไปได้ ท้ายที่สุดแล้วจำต้องเลือกชุดสบายตัวออกมาสวมใส่ อีกฝ่ายถึงได้ยกยิ้มพึงพอใจอารมณ์ดีผิดแปลกไปจากก่อนหน้านี้จนคนมองนึกหมั่นไส้และในที่สุดเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงช่วงย่ำเย็น งานสังสรรค์เล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้กับทริปครั้งนี้ เสียงเพลงคลอเคล้าส่งเสริมให้บรรยากาศรอบริมสระว่ายน้ำค่อนไปทางครึกครื้นแน่นอนว่างานเลี้ยงย่อมคู่กับแอลกอฮอล์ซึ่งถูกจัดเตรียมเอาไว้อย่างครบครัน รวมไปถึงอาหารทะเลหลากหลายเมนูโดยมีคีย์และไฟสลับปรับเปลี่ยนกันทำหน้าที่ปิ้งย่างกันอย่างคล่องแคล่วในส่วนของสระว่ายน้ำบัดนี้
ตอนพิเศษ 2 ไฟ & นิวเยียร์“ไอ้ไฟ เวลาผู้หญิงไม่ตอบแชตนี่มีกี่เหตุผลวะ” นิวเยียร์เอ่ยถามเพื่อนสนิททั้งยังจ้องจดอยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยมอย่างไม่ลดละตั้งแต่ก้าวขาเหยียบที่นี่คนรักของเจ้าหล่อนก็หายสาบสูญ โทรไปไม่รับแชตกลับไม่มี ผิดแปลกไปจากปกติจนนิวเยียร์กระวนกระวายใจเริ่มอยู่ไม่สุข“มึงก็เป็นผู้หญิง แต่มาถามผู้ชายแบบกูเนี่ยนะ” ขณะกำลังเล่นเกมในมือถือก็มิวายหันมาตอบเพื่อนสนิทซึ่งนอนอยู่บนเตียงนุ่มตะแคงหันหน้ามายังเขาพอดิบพอดี“เออ กูเห็นมึงมีสาวเยอะน่าจะรู้ ไม่คิดว่าจะอ่อนหัดขนาดนี้”“โธ่ไอ้นิวมึงดูถูกกูเกินไปแล้ว”“แล้วใครว่ากูดูผิด ถ้ามึงไม่ได้อ่อนหัดอย่างที่กูว่า ทำไมพักหลัง ๆ มานี้กูไม่เห็นมึงพาสาวเข้าห้องเลยล่ะ” ว่าพลางยักคิ้วยียวนกวนประสาทจงใจยั่วโมโหเพื่อนสนิทนั่นเป็นงานอดิเรกของเธอเลยก็ว่าได้“งั้นกูจะทำอะไรให้มึงดู จะได้รู้ว่ากูอ่อนหัดจริงอย่างที่มึงว่าไหม” ไม่เพียงแค่ว่าเปล่า โทรศัพท์ในมือถูกทิ้งลงโต๊ะเบื้องหน้าอย่างไม่ไยดี ก่อนร่างสูงจะหยัดกายลุกขึ้นยืนกะทันหันพลางสาวเท้าไปยังเตียงนุ่มร่างเล็กซึ่งคราแรกนอนตะแคงมองเขาอยู่ บัดนี้กับพลิกตัวนอนราบไปกับที่นอน สาเหตุมาจากมือร้ายกาจซึ
ตอนพิเศษ 1 เก่งกับใครก็ได้แต่อย่างเก่งกับเมีย“เมื่อไหร่รุ่นพี่จะมีเวลาให้ตาลบ้างคะ”“.....”“หลัง ๆ มานี้เอาแต่โหมงานหนัก”“.....”“ชอบทิ้งให้ตาลเหงา แต่ละวันคุยกันไม่ถึงสิบคำ”“.....”“ตาลอยากไปเที่ยวค่ะ”ร่างเล็กทิ้งตัวนั่งลงตักแกร่งพลางยกแขนกลมกลึงขึ้นคล้องลำคอ จงใจขยับเนินเนื้ออวบอิ่มเข้าบดเบียดกับสันกรามนูน อีกทั้งยังขยับโยกสะโพกบดเคล้าบั้นท้ายไปกับเครื่องบุรุษเพศภายใต้เนื้อผ้า หวังเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของตัก ซึ่งเอาแต่ทอดสายตาไปยังตัวอักษรในกระดาษ“อย่าดื้อเฮียทำงานอยู่” แม้จะเอ่ยออกไปเช่นนั้นหากแต่วงแขนแกร่งดันกระชับกอดเอวบางเอาไว้แน่น ทั้งที่นัยน์ตายังคงจ้องจดตัวหนังสือไม่ลดละ“ทำถึงขนาดนี้ยังไม่สนใจตาลอีกเหรอคะ ถ้ารู้ว่าเป็นเมียมาเฟียแล้วมันจะเหงาขนาดนี้ตาลคงไม่ตกลงคบกับรุ่นพี่หรอกค่ะ”“....” ปากการาคาแพงเป็นอันต้องวางแหมะลงบนโต๊ะในที่สุด ก่อนร่างสูงจะเอนกายพิงพนักพร้อมสบประสานตากับคนในอ้อมกอด “ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะ”“ก็ตาลน้อยใจนี่นา รุ่นพี่เอาแต่ทำงาน ๆ ๆ ไม่สนใจตาลเลย” เธอบ่นกระปอดกระแปดพลางเชิดหน้าหนีทำทีเป็นงอน“ก็ทำเพื่อหนูทั้งนั้น เพื่อครอบครัวของเราไง”“งั้นถ้ารุ่นพี
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 45 บทส่งท้ายนายหญิงของแก๊งมาเฟียผ่านไปนานเกือบครึ่งชั่วโมงซึ่งคาดว่าคนตัวเล็กคงจะโชว์ฝีมือทำยำวุ้นเส้นเสร็จแล้วเรียบร้อย ไวทันความคิดเสียงทุ้มตะโกนเรียกลูกน้องคนสนิทดังสนั่นลั่นบ้าน“ไอ้คีย์”“ครับเฮีย” คีย์ที่ยืนดูแลความปลอดภัยอยู่ไม่ไกลรีบสับฝีเท้าเข้ามาหาผู้เป็นนายในห้องโถงด้วยความว่องไว“เมียกูน่าจะทำยำเสร็จแล้ว มึงไปเอามาดิ๊”“ได้ครับ” คีย์หายเข้าไปในห้องครัวได้ไม่นานก็กลับมาพร้อมจานใบใหญ่ซึ่งบรรจุยำวุ้นเส้นจนพูนสูง ก่อนเจ้าตัวจะวางมันลงโต๊ะเบื้องหน้าพร้อมเอ่ยถ้อยคำซึ่งถูกฝากมาจากเมียของเจ้านาย “คุณน้ำตาลฝากบอกว่าอย่าลืมล้างจานนะครับ แล้วก็อย่าดื่มเยอะมากครับ”“ว่าไงนะ”“เอ่อ...คุณน้ำตาลฝากบอกว่าอย่าลืมล้างจานแล้วก็อย่าดื่มเยอะครับเฮียใหญ่” ประโยคเดิมถูกเอ่ยขึ้นอีกครั้งราวกับเครื่องบันทึกเสียงถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ดูเหมือนคำพูดของคีย์จะฟังไม่ค่อยเข้าหูของผู้เป็นนายมากนัก สังเกตจากสีหน้าไม่พอใจซึ่งฉายชัดอยู่เต็มประดาในตอนนี้ก็พลอยให้ตัวเองเขานึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย“เรียกรวมตัวทุกคน กูคงต้องสั่นสอนพวกมึงใหม่”“ได้ครับเฮีย”ลับหลังลูกน้องคนสนิทปลีกตัวออกไปทำตามค
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 44 จากมาเฟียกลายเป็นหมาเฟียบ้านหรูสองชั้นของตระกูลวาณิชย์วัชรสกุลการมาของตระกูลมาเฟียอัศวภิรวัฒน์ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหนี้ของบ้านหลังนี้ สร้างความตกใจให้แก่คุณวิดาอยู่ไม่น้อย คราแรกเธอคิดว่าพี่ชายอย่างเทพทัตคงไปสร้างเรื่องอะไรไว้อีกทว่าเมื่อคุณจอมพลเอ่ยปากถึงสาเหตุการมาในวันนี้ ว่าต้องการสู่ขอลูกสาวของเธอให้กับลูกชายของเจ้าตัวก็พลอยให้คุณวิดารู้สึกโล่งอก แต่แล้วกลับต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อสมองเริ่มประมวลผลในคำพูดเหล่านั้นได้อย่างชัดแจ้งคุณวิดามองไปยังลูกสาวเพียงคนเดียวสลับกับมองจ้องไปยังคาร์เตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้จับตัวลูกสาวเธอไปเพื่อขัดดอก ไม่คิดไม่ฝันว่าทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์เกินเลยกันเยี่ยงนี้และแล้วข้อสงสัยเกี่ยวกับเสียงพูดคุยภายในห้องนอนของลูกสาวในค่ำคืนก่อนก็เป็นอันคลี่คลาย คงหนีไม่พ้นไอ้ลูกเขยตัวดีที่แอบปีนขึ้นห้องของลูกสาวตนอย่างแน่นอนใช่ว่าอยากขัดขวางความรักของเด็ก ๆ เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เจ้าหล่อนก็พอจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามด้านรัก ๆ ใคร่ ๆ ของคาร์เตอร์มาบ้าง เช่นนั้นจึงรู้สึกเป็นห่วงลูกสาวกลัวว่าจะโดนอีกฝ่ายทำให้เสียใจและเสียความรู้สึกซึ่งถ้าหากเป็นเ
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 43 หนูอยากได้อะไรคะเช้าวันต่อมากว่าเวลาจะผ่านไปได้แต่ละนาทีมันช่างดูยาวนานสำหรับคาร์เตอร์เสียเหลือเกิน ตลอดทั้งคืนเขาพยายามข่มตานอนไปหลายครั้งหลายคราทว่ากลับไม่สามารถฝืนทำได้ สาเหตุก็มาจากมือนุ่มนิ่มของคนเมาซึ่งเอาแต่ก่อกวนลูกชายเขาไม่หยุดจนมันบวมเปล่งเต็มกำลังพร้อมออกรบ ครั้นจะจัดการกับเด็กดื้อให้สาสมกับที่เจ้าหล่อนปลุกมันขึ้นมา หากแต่อีกฝ่ายกลับเอาแต่ผลักไสไม่ให้ความร่วมมือเสียอย่างนั้นช่างไม่ต่างจากมาหลอกให้อยากแล้วก็จากไปเลยสักนิดแม้จะนอนไม่หลับมาทั้งคืนแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากตื่นขึ้นมาดูความน่ารักของคนข้าง ๆ ในเช้าวันใหม่ร่างสูงนอนตะแคงหันเข้าหาร่างบางพลางเอามือเท้าศีรษะ นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยรักมองไปยังใบหน้าสะสวยของคนตัวเล็กซึ่งยังคงติดอยู่ในห้วงแห่งฝันหวาน“คนอะไรน่ารักฉิบหาย” เครื่องหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าหาพร้อมจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มค้างไว้อยู่เช่นนั้นนานหลายนาทีกว่าเขาจะยอมผละหน้าออกและในที่สุดคนที่กำลังหลับฝันดีก็เป็นอันต้องยอมเปิดเปลือกตาขึ้นเพราะถูกรบกวนเวลานอน“อื้อ~”“มอร์นิงคิสค่ะ”“หือ.....” ทันทีที่เสียงอันคุ้นหูดังเข้าโสตประสาทรับการฟังพลันดวงตากลม
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 6 เฮียชอบเธอเหรอความอึดอัดปกคลุมบรรยากาศภายในห้องทั่วทุกซอกมุมพานให้บุคคลทั้งสองต้องตกอยู่ในภวังค์ กระทั่งถูกความเงียบสงบกลืนกินได้ยินเพียงเสียงของหัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนแทบเจ็บอก เรียวมือเล็กกระชับเสื้อแน่นอย่างประหม่า แววตาฉายชัดถึงความกังวลปนหวาดกลัวคาร์เตอร์ที่เธอเคยรู้จักมิ
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 4 สัมผัสน่ารังเกียจท่ามกลางความมืดสลัวมีเพียงแสงไฟริบหรี่จากสายฟ้าฟาดสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างบานหรูเข้ามาด้านในพอให้ได้เห็นทัศนวิสัยเลือนลางเสียงของพายุฟ้าฝนด้านนอกโหมกระหน่ำลงมาไม่หยุด ส่งผลให้บรรยากาศอันมืดมิดดูอ้างว้างเจือปนความน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นความเหน็บหนาวเริ่มกัดกินหัวใ
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 3 จับตัวลูกสาวมันไปข้าวของภายในบ้านถูกรื้อกระจัดกระจายเต็มพื้น บ่งบอกว่าเป็นฝีมือของเหล่าชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบ ซึ่งยืนล้อมรอบคุณวิดาที่นั่งร้องไห้ขวัญเสียอยู่กว่าสติของคนตัวเล็กจะหวนกลับมา ก็ในตอนที่เสียงร้องปานจะขาดใจของผู้เป็นแม่ดังขึ้นเรียกให้ลูกสาวต้องรีบเข้าไปสวมกอดเพื่อปลอบป
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 2 เกิดอะไรขึ้นหากกล่าวว่าความสุขที่สุดในชีวิตคือการได้รักได้ครอบครอง เธอขอค้านหัวชนฝายืนกรานเลยว่า ‘การได้แอบรักนั้นมีความสุขเสียยิ่งกว่า’ ได้ยืนมองเขาจากมุมมืดมุมนี้ ได้เห็นรอยยิ้มที่มิอาจปฏิเสธว่ามันสามารถช่วยชุบหัวใจที่ไร้ชีวิตชีวาให้พองโตขึ้น เพียงแค่ได้แอบรักแอบมองอยู่ห่าง ๆ







