LOGINตั้งแต่เช้าจวบจนถึงย่ำเย็นข้าวสักเม็ดยังคงไม่ตกถึงท้อง ใช่ว่ามีใครบังคับหักห้ามไม่ให้กินเสียเมื่อไหร่ แต่เป็นเพราะเธอเองที่กลืนอะไรไม่ลงเลยสักคำ ทั้งเป็นกังวลทั้งเป็นห่วงมารดามันส่งผลให้กระวนกระวายใจอยู่ไม่สุข อีกทั้งพิษไข้ยังคงรุมเร้าร่างกายจนไร้เรี่ยวแรงทำได้เพียงนอนขดตัวภายใต้ผ้าห่มผืนหนาอยู่อย่างนั้น
หากเป็นเมื่อก่อนในตอนวัยเยาว์ยามเจ็บป่วยมักมีผู้เป็นแม่คอยดูแลอยู่ไม่ห่างกาย คอยป้อนข้าวป้อนยาคอยมอบความอบอุ่นผ่านสัมผัสอ้อมกอดทั้งคืน ต่างจากตอนนี้ที่ไม่สามารถพึ่งพาใครได้ กระทั่งอยากช่วยเหลือตัวเองยังไม่สามารถทำได้เลย
จู่ ๆ เสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูง
“ข้าวก็ไม่กิน”
“.....”
“ยาก็ยังอยู่ครบ”
“.....”
“คิดจะตายในถิ่นฉันมันไม่ง่ายขนาดนั้น” เครื่องหน้าคมคายฉายชัดถึงความหงุดหงิด บนโต๊ะข้างหัวเตียงยังคงมีอาหารและยาซึ่งก่อนหน้านี้ตระเตรียมเอาไว้คงอยู่ในสภาพเดิมไม่พร่องลงเลยแม้แต่น้อย “อายุไม่ใช่น้อย ๆ ดื้ออย่างกับเด็ก”
“ไม่ใช่เด็ก”
“......” ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงข้างขอบเตียง จัดการใช้ช้อนตักอาหารจ่อริมฝีปากแห้งผาก ในเมื่อไม่ยอมกินเขาก็จะเป็นฝ่ายป้อนเธอเอง “งั้นก็กิน”
“อย่าบังคับ” ดวงตากลมโตสบประสานกับอีกฝ่าย ไม่ชอบตัวเองในช่วงป่วยไข้เลยเสียจริง เรื่องเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระทบจิตใจจนมิอาจห้ามหยาดน้ำสีใสที่มันเอ่อล้นขอบตาจนร้อนผ่าว
“ถ้าไม่กินก็ไม่หาย” เครื่องหน้าหล่อเหลาเบือนไปอีกทาง ไม่ต้องการเห็นความอ่อนแอของใคร ยิ่งเป็นน้ำตาของผู้หญิงแล้วด้วยเขานั้นเกลียดยิ่งนัก “กินสักนิดจะได้กินยา”
“ฮึก ตาลคิดถึงแม่” สุดท้ายเธอกักเก็บความรู้สึกเอาไว้ไม่ไหว น้ำตาที่เอ่อล้นบัดนี้กลับร่วงรินลงหางตาสู่หมอนใบใหญ่จนเปียกชื้นเป็นวงกว้าง เรียวมือเล็กกระชับกอดตัวเองแน่นขึ้น ต่อแต่นี้ไปคงไม่มีโอกาสได้เจอแม่อีกแล้ว
“ร้องไห้เป็นเด็ก” โทรศัพท์เครื่องหรูถูกล้วงออกจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะส่งมันให้เธอที่ยังคงงุนงงกับสถานการณ์อยู่ ใช่ว่าเขาแพ้น้ำตาผู้หญิงแต่อย่างใด หากแต่กลัวว่าอีกฝ่ายจะทรมานกายอดข้าวอดน้ำตายในถิ่นที่เขาดูแล แน่นอนว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงมันคงส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและธุรกิจครอบครัวเป็นแน่แท้ “ให้ยืมโทรห้านาที”
เพียงเท่านั้นก็สามารถเรียกรอยยิ้มฝืนจากคนป่วย เรียวมือเล็กหมายจะคว้าโทรศัพท์ ทว่าเจ้าของเครื่องกลับยกขึ้นสูง
สีหน้าผิดหวังที่ฉายชัดบนเครื่องหน้าสะสวยทำเอาคาร์เตอร์ต้องรีบเอ่ยข้อต่อรอง
“เช็ดน้ำตาก่อน” อีกฝ่ายเองก็ว่านอนสอนง่ายรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มซูบตอบอย่างลวก ๆ “คุยเสร็จกินข้าว กินยา”
“....” คนป่วยพยักหน้ารัวอย่างว่าง่าย
“อาบน้ำด้วย ชุดตั้งแต่เมื่อวาน เน่าหมด” เครื่องนุ่งห่มเขาสั่งลูกน้องคนสนิทจัดหาให้ร่างบางแล้วเรียบร้อย ที่แปลกใจคืออีกฝ่ายอยู่ในสภาพคงเดิมตั้งแต่หัวจรดเท้า หรืออาจเป็นเพราะ..... “ถ้าอาบไม่ไหว ฉันอาบให้ได้”
“อาบได้ เอาโทรศัพท์มาได้แล้ว”
“โทรคือโทร อย่าเล่นซี้ซั้ว” ไม่ลืมกำชับด้วยเสียงเรียบนิ่ง
“อื้ม”
ท้ายที่สุดแล้วโทรศัพท์เครื่องหรูก็ถูกส่งให้น้ำตาลที่รีบรับไปจัดการโทรหาผู้เป็นแม่ด้วยความคิดถึง ซึ่งคาร์เตอร์เองก็ไม่คิดอยากรบกวนเวลาส่วนตัว หากเธอคิดเล่นตุกติกจริงมาเฟียเช่นเขาย่อมมีวิธีจัดการอย่างแน่นอน
มือกระด้างคว้าผ้าเช็ดตัวขึ้นพาดบ่าแล้วสาวเท้าเข้าห้องน้ำปล่อยให้ลูกหนี้แสนดื้อรั้นพูดคุยกับมารดาเพียงลำพัง
ใช้เวลาไม่นานบานประตูห้องน้ำเปิดออกกว้างเผยให้เห็นร่างสูงกึ่งเปลือยเปล่า อวดมวลมัดกล้ามเนื้อเป็นลอนอย่างคนสุขภาพดี ช่วงลำแขนแกร่งข้างขวาลามมาจนถึงลำคอถูกทาบทับด้วยรอยสักเด่นชัดชวนน่าหลงใหล
กางเกงวอร์มในตู้เสื้อผ้าถูกคว้าออกมาสวมใส่ ทว่าช่วงบนยังคงเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์เช่นเดิม ก่อนที่ร่างสูงจะย่างกรายเข้าใกล้อย่างไม่คิดอาย ต่างจากคนป่วยที่รีบพลิกตัวหนีเพื่อยุติการมองเรือนร่างกำยำอันทรงเสน่ห์ ยิ่งอีกฝ่ายเป็นคนที่เธอแอบชอบอยู่แล้วด้วยช่างยากต่อการหักห้ามใจมิให้เต้นรัวแรง
ความขวยเขินลุกลามมาถึงแก้มทั้งสองข้างจนแดงก่ำ เมื่อเริ่มทำตัวไม่ถูกจึงกระชับผ้านวมผืนหนาขึ้นคลุมจนถึงหัว
“เป็นอะไร” คิ้วเข้มกดต่ำพลางมองไปยังคนตัวเล็กที่ถูกห่อด้วยผ้าห่มคล้ายแหนมไม่มีผิด
“เปล่า เมื่อกี้แฟน....ของรุ่นพี่โทรมา” ไม่ลืมเตือนให้เจ้าตัวได้รับรู้ หลังวางสายจากผู้เป็นแม่ได้เพียงไม่กี่วินาที รายชื่อแอรินก็ฉายชัดบนหน้าจอ หากไม่ผิดจากที่คาดคิดคงเป็นหญิงสาวคนเดียวกันกับที่เจอเมื่อช่วงเช้า
คาร์เตอร์มองร่างเล็กนอนคลุมโปงสลับกับสมาร์ตโฟนบนโต๊ะข้างหัวเตียง ความไม่ไว้ใจก่อเกิดเต็มอกมือหยาบเปิดลิ้นชักลับคว้าปืนขึ้นมาถือ เป็นจังหวะเดียวกับที่มืออีกข้างจัดการสะบัดผ้าห่มออกอย่างแรง ก่อนที่ร่างสูงจะล้มตัวลงคร่อมทับพลางยกปืนขึ้นจ่อใต้คางมน
“เธอทำอะไรกับโทรศัพท์ฉัน”
“ปะ...เปล่านะ”
“ชักน่าสงสัย ทั้งรู้จักฉันทั้งแอบเล่นโทรศัพท์” เขาเว้นวรรคประโยคไปเพียงครู่เรียกความอยากรู้อยากเห็นจากคนใต้ร่างที่กำลังสั่นเทิ้มไปทั้งตัว “เธอเป็นใคร”
“เอาปืนออกก่อนได้ไหม....” เสียงสั่นเครือมาพร้อมแววตาสั่นระริก นับว่าเป็นโชคร้ายของเธอที่โดนอีกฝ่ายข่มขู่ด้วยกระบอกปืนตั้งสองครั้งสองหน ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมลดปืนลงต่ำตามคำร้องขอ ทว่ามันกลับต่ำเสียจนสร้างความหวาดเสียวให้กับคนใต้ร่าง บัดนี้กลางกายสาวถูกปลายกระบอกปืนขยี้ชนิดที่ว่าแนบชิดจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวจะเป็นสาเหตุให้อีกฝ่ายเผลอลั่นไก
“ไง ใครส่งเธอมา”
“ตาลไม่ได้ทำอะไรกับโทรศัพท์รุ่นพี่จริง ๆ นะ คุยกับแม่เสร็จก็วางสาย จากนั้น.....จากนั้นคุณแอรินแฟนของรุ่นพี่ก็โทรมา แต่ตาลไม่กล้ารับก็เลยทิ้งไว้แบบนั้น” คนตัวเล็กละล่ำละลักบอกความจริง แม้ว่าจะไม่ชอบนิสัยดุดันของชายหนุ่มมากนัก แต่อย่างไรแล้วคาร์เตอร์ก็คืออดีตรุ่นพี่ในคณะ อีกทั้งยังเป็นคนที่เธอแอบชอบอีกต่างหาก
นัยน์ตาคมเข้มสังเกตอาการของคนใต้ร่างอย่างพิจารณา เห็นสีหน้าหวาดกลัวฉายชัดเช่นนั้นเขาเองก็ไม่ได้ใจจืดใจดำจะคาดคั้นคำตอบต่อ และแล้วถ้วยอาหารและยาก็สะดุดความสนใจซึ่งทุกอย่างยังคงอยู่ครบเช่นเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
“ข้าว? ยา?”
“ตาลกำลังจะกินแต่รุ่นพี่ก็ออกมาพอดี”
“งั้นเหรอ?” ดูก็รู้ว่าคงจงใจไม่ยอมทานข้าวทานยาตามคำสั่ง แน่นอนว่าคนฉลาดเช่นเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอทรมานกายล้มตายในเขตความดูแลให้เสียชื่อเสียงเปล่า ไวทันความคิดมือกระด้างคว้าแก้วยาขึ้นกระดกอมไว้ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงทาบทับริมฝีปากเล็กภายในเสี้ยววินาที
“อื้อ~” การกระทำอันแสนอุกอาจสร้างความตกใจให้แก่ร่างบางซึ่งยังไม่ทันได้ตั้งตัวเบิกตากว้างยิ่งกว่าไข่ห่าน ทั้งตระหนกทั้งประหม่าทว่าสติยังพอมีเหลือ กำปั้นน้อยทุบเข้าอกแกร่งหวังให้คนบนร่างยุติการกระทำแสนน่าอายนี้ลง ทว่าแรงอันน้อยนิดกลับไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้เลย
ความนุ่มนิ่มของเรียวปากสวยเพียงแค่ได้สัมผัสกลับทำเอาคาร์เตอร์ไม่สามารถหักห้ามใจได้อีกต่อไป เขาบดขยี้ริมฝีปากล่างพลางดูดดึงด้วยความช่ำชอง
จังหวะกลีบปากบางเผยอเล็กน้อยเปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนรีบจัดการดันยาเม็ดเล็กเข้าอุ้งปากบังคับคนใต้ร่างฝืนกลืนอย่างจำยอม
คราแรกตั้งใจเพียงป้อนยาให้แก่เด็กดื้อรั้นเท่านั้น ทว่าบัดนี้กลับไม่สามารถถอยทัพได้อย่างใจต้องการ สัมผัสแปลกใหม่เจือปนความไร้เดียงสาช่างดึงดูดความสนใจให้ลิ้นสากตวัดเลียทั่วทุกซอกมุม
“อื้อ” เสียงครางประท้วงเบาหวิวดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าสะสวยส่ายไปมาเป็นการต่อต้าน แม้ลึก ๆ จะรู้สึกดีอยู่ไม่น้อยหากแต่ความละอายใจกลับมีมากกว่า เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายดันแผงอกกำยำแต่กลับถูกขัดขวางด้วยมือหยาบที่จัดการรวบข้อมือเล็กเอาไว้แน่น
“ไม่เคยมีใครปฏิเสธฉัน” ยังคงคลอเคลียอยู่กับกลีบปากสวย นัยน์ตาคมกริบฉายชัดถึงความปรารถนาบางสิ่งบางอย่างที่ลุกลามลงต่ำพานให้ตัวตนภายใต้กางเกงขยายพองโตจนเริ่มคับเป้า
“......” เรียวปากสวยเม้มเข้าหากันแน่น ความใกล้ชิดชนิดหายใจติดขัดเรียกความเขินอายจนแดงปลั่งไปทั่วใบหน้า “พอแล้ว”
“แล้วใครจะรับผิดชอบ” รอยยิ้มร้ายกระตุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับสะโพกสอบกดลงต่ำจงใจบดเบียดแก่นกายขยายใหญ่เข้ากับกลางกายสาวอย่างหนักหน่วง “ว่าไง?”
“.....” ความแข็งขืนเสียดสีไปมาถึงขนาดที่ว่าไม่เห็นยังนึกภาพออกมันคงใหญ่โตเอาเรื่อง ลมหายใจจากปกติเข้าออกสม่ำเสมอครานี้เริ่มติดขัดไม่เป็นตัวของตัวเอง คาร์เตอร์ที่เคยรู้จักกับคาร์เตอร์ในตอนนี้ช่างแตกต่างกันราวคนละคน และก่อนที่สติจะถดถอยลงจนอาจเผลอทำเรื่องที่ไม่ควรจึงจำต้องหาข้ออ้าง “ตาลปวดหัวรุ่นพี่หยุดก่อนได้ไหม”
“ฉันก็ปวดหัวเหมือนกัน....” น้ำเสียงแหบพร่ามาพร้อมใบหน้าอันหล่อเหลาก้มมองต่ำ เครื่องบุรุษเพศบัดนี้ปูดนูนขึ้นผ่านเนื้อผ้าอย่างเด่นชัดพลันสะโพกสอบสวนลงจงใจบดขยี้ความแข็งขืนละเลงวนกลางกายชื้นแฉะ เป็นอันเข้าใจคำว่าหัวของเจ้าตัวนั้นหมายถึงสิ่งใด
“.......”
“ปวดหัว คXX”
ตอนพิเศษ 3 ฉลองความสุข - จบบริบูรณ์ท้ายที่สุดแล้วชุดว่ายน้ำหลากหลายซึ่งน้ำตาลตระเตรียมมาก่อนหน้านี้เป็นอันต้องพับเก็บเข้ากระเป๋าเช่นเดิม กลับกลายเป็นเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงยีนขาสั้นถูกเลือกมาสวมทับปกปิดเรือนร่างระหงแทนเสียอย่างนั้นสาเหตุคงเป็นเช่นอื่นไปไม่ได้นอกเสียจากมาเฟียหนุ่มที่พอได้เห็นว่าที่เมียลองสวมใส่ชุดว่ายน้ำเหล่านั้น ก็เริ่มทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจมากนัก แต่ด้วยเพราะเกรงกลัวรังสีอำมหิตของคนสวยจึงไม่สามารถแสดงท่าทีความหงุดหงิดออกมาได้อย่างชัดเจนกระนั้นก็มิอาจหลุดพ้นสายตาของเธอไปได้ ท้ายที่สุดแล้วจำต้องเลือกชุดสบายตัวออกมาสวมใส่ อีกฝ่ายถึงได้ยกยิ้มพึงพอใจอารมณ์ดีผิดแปลกไปจากก่อนหน้านี้จนคนมองนึกหมั่นไส้และในที่สุดเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงช่วงย่ำเย็น งานสังสรรค์เล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้กับทริปครั้งนี้ เสียงเพลงคลอเคล้าส่งเสริมให้บรรยากาศรอบริมสระว่ายน้ำค่อนไปทางครึกครื้นแน่นอนว่างานเลี้ยงย่อมคู่กับแอลกอฮอล์ซึ่งถูกจัดเตรียมเอาไว้อย่างครบครัน รวมไปถึงอาหารทะเลหลากหลายเมนูโดยมีคีย์และไฟสลับปรับเปลี่ยนกันทำหน้าที่ปิ้งย่างกันอย่างคล่องแคล่วในส่วนของสระว่ายน้ำบัดนี้
ตอนพิเศษ 2 ไฟ & นิวเยียร์“ไอ้ไฟ เวลาผู้หญิงไม่ตอบแชตนี่มีกี่เหตุผลวะ” นิวเยียร์เอ่ยถามเพื่อนสนิททั้งยังจ้องจดอยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยมอย่างไม่ลดละตั้งแต่ก้าวขาเหยียบที่นี่คนรักของเจ้าหล่อนก็หายสาบสูญ โทรไปไม่รับแชตกลับไม่มี ผิดแปลกไปจากปกติจนนิวเยียร์กระวนกระวายใจเริ่มอยู่ไม่สุข“มึงก็เป็นผู้หญิง แต่มาถามผู้ชายแบบกูเนี่ยนะ” ขณะกำลังเล่นเกมในมือถือก็มิวายหันมาตอบเพื่อนสนิทซึ่งนอนอยู่บนเตียงนุ่มตะแคงหันหน้ามายังเขาพอดิบพอดี“เออ กูเห็นมึงมีสาวเยอะน่าจะรู้ ไม่คิดว่าจะอ่อนหัดขนาดนี้”“โธ่ไอ้นิวมึงดูถูกกูเกินไปแล้ว”“แล้วใครว่ากูดูผิด ถ้ามึงไม่ได้อ่อนหัดอย่างที่กูว่า ทำไมพักหลัง ๆ มานี้กูไม่เห็นมึงพาสาวเข้าห้องเลยล่ะ” ว่าพลางยักคิ้วยียวนกวนประสาทจงใจยั่วโมโหเพื่อนสนิทนั่นเป็นงานอดิเรกของเธอเลยก็ว่าได้“งั้นกูจะทำอะไรให้มึงดู จะได้รู้ว่ากูอ่อนหัดจริงอย่างที่มึงว่าไหม” ไม่เพียงแค่ว่าเปล่า โทรศัพท์ในมือถูกทิ้งลงโต๊ะเบื้องหน้าอย่างไม่ไยดี ก่อนร่างสูงจะหยัดกายลุกขึ้นยืนกะทันหันพลางสาวเท้าไปยังเตียงนุ่มร่างเล็กซึ่งคราแรกนอนตะแคงมองเขาอยู่ บัดนี้กับพลิกตัวนอนราบไปกับที่นอน สาเหตุมาจากมือร้ายกาจซึ
ตอนพิเศษ 1 เก่งกับใครก็ได้แต่อย่างเก่งกับเมีย“เมื่อไหร่รุ่นพี่จะมีเวลาให้ตาลบ้างคะ”“.....”“หลัง ๆ มานี้เอาแต่โหมงานหนัก”“.....”“ชอบทิ้งให้ตาลเหงา แต่ละวันคุยกันไม่ถึงสิบคำ”“.....”“ตาลอยากไปเที่ยวค่ะ”ร่างเล็กทิ้งตัวนั่งลงตักแกร่งพลางยกแขนกลมกลึงขึ้นคล้องลำคอ จงใจขยับเนินเนื้ออวบอิ่มเข้าบดเบียดกับสันกรามนูน อีกทั้งยังขยับโยกสะโพกบดเคล้าบั้นท้ายไปกับเครื่องบุรุษเพศภายใต้เนื้อผ้า หวังเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของตัก ซึ่งเอาแต่ทอดสายตาไปยังตัวอักษรในกระดาษ“อย่าดื้อเฮียทำงานอยู่” แม้จะเอ่ยออกไปเช่นนั้นหากแต่วงแขนแกร่งดันกระชับกอดเอวบางเอาไว้แน่น ทั้งที่นัยน์ตายังคงจ้องจดตัวหนังสือไม่ลดละ“ทำถึงขนาดนี้ยังไม่สนใจตาลอีกเหรอคะ ถ้ารู้ว่าเป็นเมียมาเฟียแล้วมันจะเหงาขนาดนี้ตาลคงไม่ตกลงคบกับรุ่นพี่หรอกค่ะ”“....” ปากการาคาแพงเป็นอันต้องวางแหมะลงบนโต๊ะในที่สุด ก่อนร่างสูงจะเอนกายพิงพนักพร้อมสบประสานตากับคนในอ้อมกอด “ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะ”“ก็ตาลน้อยใจนี่นา รุ่นพี่เอาแต่ทำงาน ๆ ๆ ไม่สนใจตาลเลย” เธอบ่นกระปอดกระแปดพลางเชิดหน้าหนีทำทีเป็นงอน“ก็ทำเพื่อหนูทั้งนั้น เพื่อครอบครัวของเราไง”“งั้นถ้ารุ่นพี
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 45 บทส่งท้ายนายหญิงของแก๊งมาเฟียผ่านไปนานเกือบครึ่งชั่วโมงซึ่งคาดว่าคนตัวเล็กคงจะโชว์ฝีมือทำยำวุ้นเส้นเสร็จแล้วเรียบร้อย ไวทันความคิดเสียงทุ้มตะโกนเรียกลูกน้องคนสนิทดังสนั่นลั่นบ้าน“ไอ้คีย์”“ครับเฮีย” คีย์ที่ยืนดูแลความปลอดภัยอยู่ไม่ไกลรีบสับฝีเท้าเข้ามาหาผู้เป็นนายในห้องโถงด้วยความว่องไว“เมียกูน่าจะทำยำเสร็จแล้ว มึงไปเอามาดิ๊”“ได้ครับ” คีย์หายเข้าไปในห้องครัวได้ไม่นานก็กลับมาพร้อมจานใบใหญ่ซึ่งบรรจุยำวุ้นเส้นจนพูนสูง ก่อนเจ้าตัวจะวางมันลงโต๊ะเบื้องหน้าพร้อมเอ่ยถ้อยคำซึ่งถูกฝากมาจากเมียของเจ้านาย “คุณน้ำตาลฝากบอกว่าอย่าลืมล้างจานนะครับ แล้วก็อย่าดื่มเยอะมากครับ”“ว่าไงนะ”“เอ่อ...คุณน้ำตาลฝากบอกว่าอย่าลืมล้างจานแล้วก็อย่าดื่มเยอะครับเฮียใหญ่” ประโยคเดิมถูกเอ่ยขึ้นอีกครั้งราวกับเครื่องบันทึกเสียงถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ดูเหมือนคำพูดของคีย์จะฟังไม่ค่อยเข้าหูของผู้เป็นนายมากนัก สังเกตจากสีหน้าไม่พอใจซึ่งฉายชัดอยู่เต็มประดาในตอนนี้ก็พลอยให้ตัวเองเขานึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย“เรียกรวมตัวทุกคน กูคงต้องสั่นสอนพวกมึงใหม่”“ได้ครับเฮีย”ลับหลังลูกน้องคนสนิทปลีกตัวออกไปทำตามค
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 44 จากมาเฟียกลายเป็นหมาเฟียบ้านหรูสองชั้นของตระกูลวาณิชย์วัชรสกุลการมาของตระกูลมาเฟียอัศวภิรวัฒน์ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหนี้ของบ้านหลังนี้ สร้างความตกใจให้แก่คุณวิดาอยู่ไม่น้อย คราแรกเธอคิดว่าพี่ชายอย่างเทพทัตคงไปสร้างเรื่องอะไรไว้อีกทว่าเมื่อคุณจอมพลเอ่ยปากถึงสาเหตุการมาในวันนี้ ว่าต้องการสู่ขอลูกสาวของเธอให้กับลูกชายของเจ้าตัวก็พลอยให้คุณวิดารู้สึกโล่งอก แต่แล้วกลับต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อสมองเริ่มประมวลผลในคำพูดเหล่านั้นได้อย่างชัดแจ้งคุณวิดามองไปยังลูกสาวเพียงคนเดียวสลับกับมองจ้องไปยังคาร์เตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้จับตัวลูกสาวเธอไปเพื่อขัดดอก ไม่คิดไม่ฝันว่าทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์เกินเลยกันเยี่ยงนี้และแล้วข้อสงสัยเกี่ยวกับเสียงพูดคุยภายในห้องนอนของลูกสาวในค่ำคืนก่อนก็เป็นอันคลี่คลาย คงหนีไม่พ้นไอ้ลูกเขยตัวดีที่แอบปีนขึ้นห้องของลูกสาวตนอย่างแน่นอนใช่ว่าอยากขัดขวางความรักของเด็ก ๆ เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เจ้าหล่อนก็พอจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามด้านรัก ๆ ใคร่ ๆ ของคาร์เตอร์มาบ้าง เช่นนั้นจึงรู้สึกเป็นห่วงลูกสาวกลัวว่าจะโดนอีกฝ่ายทำให้เสียใจและเสียความรู้สึกซึ่งถ้าหากเป็นเ
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 43 หนูอยากได้อะไรคะเช้าวันต่อมากว่าเวลาจะผ่านไปได้แต่ละนาทีมันช่างดูยาวนานสำหรับคาร์เตอร์เสียเหลือเกิน ตลอดทั้งคืนเขาพยายามข่มตานอนไปหลายครั้งหลายคราทว่ากลับไม่สามารถฝืนทำได้ สาเหตุก็มาจากมือนุ่มนิ่มของคนเมาซึ่งเอาแต่ก่อกวนลูกชายเขาไม่หยุดจนมันบวมเปล่งเต็มกำลังพร้อมออกรบ ครั้นจะจัดการกับเด็กดื้อให้สาสมกับที่เจ้าหล่อนปลุกมันขึ้นมา หากแต่อีกฝ่ายกลับเอาแต่ผลักไสไม่ให้ความร่วมมือเสียอย่างนั้นช่างไม่ต่างจากมาหลอกให้อยากแล้วก็จากไปเลยสักนิดแม้จะนอนไม่หลับมาทั้งคืนแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากตื่นขึ้นมาดูความน่ารักของคนข้าง ๆ ในเช้าวันใหม่ร่างสูงนอนตะแคงหันเข้าหาร่างบางพลางเอามือเท้าศีรษะ นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยรักมองไปยังใบหน้าสะสวยของคนตัวเล็กซึ่งยังคงติดอยู่ในห้วงแห่งฝันหวาน“คนอะไรน่ารักฉิบหาย” เครื่องหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าหาพร้อมจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มค้างไว้อยู่เช่นนั้นนานหลายนาทีกว่าเขาจะยอมผละหน้าออกและในที่สุดคนที่กำลังหลับฝันดีก็เป็นอันต้องยอมเปิดเปลือกตาขึ้นเพราะถูกรบกวนเวลานอน“อื้อ~”“มอร์นิงคิสค่ะ”“หือ.....” ทันทีที่เสียงอันคุ้นหูดังเข้าโสตประสาทรับการฟังพลันดวงตากลม
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 30 ผิดนัดบรรยากาศในห้องอาหารมื้อเที่ยงของตระกูลอัศวภิรวัฒน์ตลบอบอวลไปด้วยความสุข รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของสมาชิกทุกคน กระทั่งเสียงพูดคุยสัพเพเหระไม่ขาดปากบ่งชัดถึงสายสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัวรวมไปถึงคนนอกอย่างนาราที่พยายามตักนู่นตักนี่ยัดเยียดให้อดีตคนรักกินจนพูนจาน ทว่าอาหารที
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 29 สถานะพี่น้องซองสีน้ำตาลด้านในบรรจุธนบัตรใบสีเทาเอาไว้หลายปึกถูกวางลงโต๊ะทำงานของผู้เป็นนาย ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารมองไปยังลูกน้องพลางเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงไม่เข้าใจส่วนคีย์เองก็รู้หน้าที่รีบรายงานความคืบหน้าในทันที“ครบทุกบาททุกสตางค์ครับเฮียใหญ่”“.......”“ผมถามถึงสา
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 20 2/3 เด็กอะไรนมโตฉิบหาย NC“ฉันมีถุงยางไม่ต้องกลัวท้อง”ราวกับอีกฝ่ายรู้ทันสถานการณ์ล่วงหน้าถึงขนาดที่ว่าเตรียมความพร้อมมาแล้วเรียบร้อย ซองพลาสติกถูกล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วชูขึ้นสูงให้คนบนตักได้เห็นชัด ๆ ขนาดเกินมาตรฐานชายไทยอีกทั้งยังเป็นผิวขรุขระเพื่อกระตุ้นสัมผัสขณะมีเพศ
ว่าไงคะคุณมาเฟีย 6 เฮียชอบเธอเหรอความอึดอัดปกคลุมบรรยากาศภายในห้องทั่วทุกซอกมุมพานให้บุคคลทั้งสองต้องตกอยู่ในภวังค์ กระทั่งถูกความเงียบสงบกลืนกินได้ยินเพียงเสียงของหัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนแทบเจ็บอก เรียวมือเล็กกระชับเสื้อแน่นอย่างประหม่า แววตาฉายชัดถึงความกังวลปนหวาดกลัวคาร์เตอร์ที่เธอเคยรู้จักมิ