ログインร่างสูงใหญ่เปลี่ยนทิศทางของม้า จุดหมายคือหยวนชิงอี้
ห้วงเวลานั้น ใจเขาเกิดความรู้สึกยากเกินการควบคุม มันเต้นไหวรุนแรง ขณะเดียวกันก็พยายามสลัดความคิดเลื่อนเปื้อนที่เกิดขึ้นในหัว เป็นไปได้หรือไม่ว่า คราแรกสตรีถูกพิษกำหนัดเล่นงานเกือบเอาชีวิตไม่รอด และพอเขาช่วยขับมันออกจากร่างกายนาง กลับเป็นอ๋าวเซียวเหรินเสียเอง ที่เกิดความหมกหมุ่นต่อเรือนกายของนาง ทั้งที่พิศแล้วก็ดูเหมือนนางจิ้งจอกที่มากด้วยเล่ห์เหลี่ยม
อ๋าวเซียวเหรินกระแอมไออยู่สองสามหน แล้วเอ่ยเสียงเข้มจัดอย่างจงใจ
“พวกเจ้าไม่ล่วงรู้หรือว่า เขตนี้ห้ามราษฎรใช้เป็นทางผ่าน มีทั้งโจรป่า และทหารเลวของต่างแคว้นที่ต้องการจับเชลยศึกไปเรียกค่าไถ่ ที่ร้ายแรงกว่านั้น พวกมันนำไปเป็นอาหาร และยังตัดหัวไว้เสียบประจานที่ประตูเมืองด้วย”
เทพสังหารส่งเสียงเข้มๆ สีหน้าสีตาไม่ต่างกัน ฝ่ายหยวนชิงอี้ฟังด้วยใจระทึก ถึงอยากเอ่ยหลายสิ่ง แต่ยังเลือกฟังให้มาก ยามนี้นางมั่นใจแล้วว่า เนื้อหาในนิยายได้ถูกพลิกไป และฝ่ายนางกำลังจะได้เปรียบ ขอเพียงเรียนรู้รอจังหวะ แล้วจัดการทุกอย่างให้มาอยู่ในกำมือของตน โดยเฉพาะเทพสังหาร อ๋าวเซียวเหริน... แม้จะชังน้ำหน้าเขา แต่โลกนี้ไม่ได้สิ่งที่จะสำเร็จดังใจตนเสมอไป
“เพื่อไม่ให้คุณหนูของเจ้าสร้างปัญหาอีก ข้าจะให้ทหารส่วนหนึ่ง นำทางรถม้าไป แต่ไม่รับรองความปลอดภัยระหว่างทาง กระทั่งถึงจุดพักม้าเมืองลิ่ว พวกเจ้าควรจ้างหน่วยคุ้มกันที่ทำงานได้ดีกว่านี้ มิเช่นนั้นสตรีทุกนางคงได้ทำงานเป็นนางโลมบนเรือ และล่องอยู่แม่น้ำไปตลอดชีวิตแน่นอน”
เขากล่าวจบ ก็มองมายังหยวนชิงอี้อีกหน สายตาคมๆ แจ้งชัดว่าไม่พอใจที่นางเป็นผู้ก่อเรื่อง ทั้งยังทำให้การเดินทางของเขาเพื่อไปทำสิ่งสำคัญต้องล่าช้า
ฝ่ายหยวนซูซูที่แต่เดิมนางสั่งให้รถม้าของตน มุ่งหน้าไปยังจุดพักม้าเมืองลิ่วในทันที โดยไม่ได้แบ่งกำลังไปช่วยหยวนชิงอี้ ด้วยรักตัวกลัวตาย และคิดว่าหยวนชิงอี้ อย่างไรก็ไม่สมควรจะติดตามนางไปเรือนหลักตระกูลหยวนนับแต่แรก กลับถูกทหารจากกองทัพอ๋าวสกัดเอาไว้ เพื่อให้นางรอรับลูกพี่ลูกน้องของตน จึงทำให้นางไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทว่านางไม่อาจต่อกรกับเทพสังหารได้
หยวนซูซูมองร่างสูงใหญ่ แม้เขาจะไม่ได้สวมเครื่องแบบ หากด้วยไหวพริบที่มี ก็พอคาดเดาได้ว่า คงเป็นขุนนางระดับสูงผู้หนึ่ง
“ขอบคุณใต้เท้าที่ช่วยเหลือข้ากับน้องสาวที่ไม่ได้ความ นางสร้างปัญหาเสมอ นับแต่ออกจากเรือน” หยวนซูซูลูกพี่ลูกน้องของหยวนชิงอี้เอ่ย พร้อมทำคำนับบุรุษผู้องอาจ
ส่วนเทพสังหารมองไปยังรถม้าของนาง เห็นว่าเป็นรถที่โอ่อ่าผิดกับรถที่หยวนชิงอี้นั่งมา ซึ่งไม่ต่างจากรถลากของ
หยวนซูซูเห็นว่าชายหนุ่มนิ่งขรึมไม่กล่าวคำใด นางจึงถือวิสาสะพูดเสียเอง
“ข้าอบรมน้องสาวไม่ดีเอง ถึงอย่างนั้นก็ขอได้ตอบแทนใต้เท้าสักเล็กน้อย” นางว่าจบ ก็ให้แม่บ้านนำถุงเงิน และโสมที่มีราคาจากร้านของตนส่งให้กับผู้ติดตามอ๋าวเซียวเหริน
“เงินทองข้าไม่รับ แต่สิ่งอื่นไม่ปฏิเสธ อีกอย่างจุดหมายของคุณหนูทั้งสอง เป็นเมืองหลวงใช่หรือไม่”
หยวนซูซูยิ้มเล็กน้อย และตอบเขา “ถึงขั้นนี้ ข้าไม่อาจปิดบังใต้เท้า ข้ากำลังจะเดินทางไปยังจวนใต้เท้าหยวนผู้เป็นท่านลุง”
“ที่แท้ก็คุณหนูหยวนจากเรือนรอง” อ๋าวเซียวเหรินเอ่ย และเขาได้ข่าวมาว่า มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเถ้าแก่หยวน มีคนเสียชีวิตมิน้อย ทั้งเรือนดังกล่าวก็เผาไหม้จนไม่เหลือซาก
“ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าไม่อยากเอ่ยถึง ทั้งหมดน่าละอายเกินไป” หยวนซูซูกล่าวจบ ถึงนางไม่ใช่คนอ่อนแอ หากอดสะเทือนใจต่อเหตุการณ์ในเรือนของตนที่เห็นด้วยตาไม่ได้
“เอาละ ขอให้คุณหนูและน้องสาวเดินทางโดยปลอดภัย ข้าส่งเพียงเท่านี้”
หยวนซูซูอยากจะถามหลายสิ่งจากเขา ด้วยหยวนชิงอี้หายไปกับอีกฝ่ายหลายวัน และเหตุนี้ย่อมทำลายชื่อเสียงนางไปแล้ว ทว่าเหตุใดเขาถึงไม่แสดงความรับผิดชอบอย่างที่ควรจะเป็น
ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก และดูเหมือนว่าหมดสิ่งที่เขาจะกล่าว และสตรีสองนางนี้กลายเป็นอากาศธาตุ อึดใจเดียวกันร่างสูงใหญ่ก็ขี่ม้าจากไปโดยไม่หันมามองสตรีแซ่หยวนทั้งสองคนอีก
ฝ่ายหยวนชิงอี้ได้สาวใช้ช่วยพยุงมาขึ้นรถม้า สถานการณ์ก่อนหน้านับว่าอยู่ระหว่างความเป็นความตายหลายครั้งหลายหน แต่สุดท้ายนางก็ฝืนวาสนาเดิม จนได้พบกับอ๋าวเซียวเหริน
“เฮอะ สวรรค์ยังเลือกเข้าข้างนางอีกหรือ นับแต่กลับมาจากสำนักนางชีแสนเหลวไหล นางก็เป็นตัวอัปมงคลของตระกูลหยวนโดยแท้ บ้านรองอยู่ด้วยความสุขมานานแสนนาน พอนางเหยียบเท้าเข้ามาเท่านั้น ท่านพ่อกลับเสียสติ ถูกปีศาจร้ายสิง ใช้เงินในบ่อนการพนันจนมีหนี้สินมากมาย แล้วอาละวาดหนักจนถึงขั้นสังหารผู้คนไปหลายสิบชีวิต และคนที่เดือดร้อนก็คือข้า ข้าแต่เพียงผู้เดียว”
เสียงที่ดังด้วยความโกรธแค้น และหงุดหงิดอย่างที่สุดมาจากจากหยวนซูซู เพียงชั่วข้ามคืนนางต้องเสียพี่ชายทั้งสองคนรวมถึงมารดาในกองเพลิง ฝ่ายบิดาหลังก่อเหตุสะเทือนขวัญ ก็ใช้มีดสั้นแทงตัวเองเพื่อหนีความผิด ด้วยเหตุนี้จึงมีคำสั่งเร่งด่วนจากท่านลุงให้เดินทางไปเมืองหลวง เพื่อเขาและหยวนฮูหยิน จะเป็นผู้ดูแลหยวนซูซูและหยวนชิงอี้ พร้อมจัดหาบุรุษที่เหมาะสมเพื่อให้พวกนางแต่งออกเรือน ได้ใช้ชีวิตของตน
“ให้นางอยู่อย่างสงบ จนกว่าจะถึงจุดพักม้าที่เมืองลิ่ว ห้ามคุณหนูของเจ้าส่งเสียงให้ข้ารำคาญใจเป็นอันขาด”
หยวนซูซูกล่าวด้วยความโมโห และเลือกที่จะหันไปสนใจ ของในรถม้าตน ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่นำติดตัวมาด้วย สมบัติของเรือนรองแม้มีไม่มาก หากตอนนี้ทั้งหมดได้ตกเป็นของนางเพียงผู้เดียว ส่วนหยวนชิงอี้ กำพร้าทั้งบิดามารดา อีกทั้งเป็นความอัปมงคลของตระกูลหยวน นางจึงไม่สมควรได้สิ่งที่มีค่าติดตัว ซึ่งนับว่าถูกต้องแล้ว
อีกฝั่งหนึ่งของเมืองมีงานเลี้ยงรื่นเริงที่จวนเจ้าเมืองฝูหาน คนที่มีหน้ามีตาในสังคมถูกเชิญไปร่วมงาน ส่วนชาวเมืองทั่วไปต่างจัดงานเล็กๆ ที่บ้าน กินข้าวกันอย่างพร้อมหน้า ด้วยเชื่อกันว่านับแต่นี้จะไม่มีวิญญาณเจ้าสาวจากหอแดงออกอาละวาด อู๋หยางจีนั่งอยู่ในห้องหอร้าง จิตใจไม่ได้กังวลกลัวว่าจะมีวิญญาณใดโผล่ออกมาหลอกหลอน ยามนี้เขาคิดเพียงแต่ว่าเขาจะพาคนได้พบหน้าหนีออกจากเมืองฝูหานได้อย่างไร และคนที่นัดหมายกันไว้อย่างลับๆ จะยื่นมือช่วยเหลือหรือไม่ เพราะไม่มีข้อยืนยันใดว่าฝ่ายนั้นจะอยู่ข้างอู๋หยางจี จากนั้นเขาก็ได้กลิ่นหอมหวานอันคุ้นเคยที่พัดมาพร้อมกับสายลมวูบใหญ่ ตามด้วยกลุ่มควันที่ลอยเข้ามาในห้องหอร้าง เขารีบยกมือขึ้นปิดจมูก ป้องกันพิษดังกล่าว แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันการณ์ ขณะที่ร่างสูงใหญ่โงนเงนเจียนวูบหลับ เขาก็หัวเราะออกมาน้อยๆ “ในที่สุด เจ้าสาวของข้าก็ปรากฏตัว” ร่างที่เคลื่อนไหวมีฝีเท้าเบา แน่นอนเขาย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ผีสาง หากมีร่างกายเลือดเนื้อ แถมยังชวนให้เขาไขว่คว้ามากอดเสียด้วย “เจ้าสาวของข้า” ร่างที่ก้าวมาชิดอู๋หยางจีหัวเราะเส
“ถึงอย่างนั้น เขาก็เป็นบุรุษที่น่าสงสาร” เข่ออี๋ว่าแล้วก็มองอู๋หยางจีอีกหน ก่อนหันไปดูสินสอด “แล้วสินสมรสพวกนี้เล่าจัดการอย่างไร” “เพื่อให้ถูกต้อง ตามประเพณีการแต่งงานของเมืองฝูหาน ย่อมต้องส่งมอบให้แก่เจ้าสาว” ถิงมี่ซึ่งมาเป็นพยายานเอ่ยขึ้น นางเห็นแววตาของหลายคนที่ให้ความสนใจของในหีบทั้งเงินทองและเครื่องประดับที่ชาวบ้านต่างมอบให้ ด้วยอู๋หยางจีเป็นคนต่างถิ่น ดังนั้นชาวเมืองฝูหานจึงเปรียบเสมือนญาติเขา เลยมีประกาศออกไปให้รวบรวมเงินทอง และเครื่องประดับมาเป็นสินสอดครั้งนี้ เมื่อการแต่งงานผ่านไปก็จะส่งคืนเจ้าของตามเดิม แต่แรกไม่มีใครเห็นด้วย หากเมื่อถิงมี่กล่าวว่า ของเหล่านั้นแสดงถึงความจริงใจของทุกคน หากใครไม่อยากมีเคราะห์กรรมก็ควรร่วมกันเป็นเจ้าภาพฝ่ายชาย อีกทั้งเจ้าเมืองก็เอ่ยเสริมหลายสิ่ง ชาวเมืองจึงคล้อยตามจนได้สินสอดมาหลายสิบหีบ “เฮ้อ แล้วผีเจ้าสาวจะใช้มันเป็นรึ” ใครคนหนึ่งกล่าวอย่างติดตลก “แต่นี่คือคำสั่งของท่านเจ้าเมือง และพอวันที่สาม ของพวกนี้จะถูกส่งกลับเข้าคลังของเมืองฝูหานแล้วแจกจ่ายคืน และที่นี่มีทหารยามเฝ้าอย่างแน่นหนา พวกท่านไม่ต้องกังวลว่าจะมี
การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ต้องการฤกษ์ดีอันใด เนื่องจากมันเป็นความอัปมงคลตั้งแต่แรก อีกทั้งแทนที่เจ้าบ่าวจะขี่ม้าไปรับตัวเจ้าสาวแล้วไปยังเรือนของฝ่ายชาย กลับกลายเป็นว่าจับเจ้าบ่าวขึ้นเกี้ยวแล้วส่งเข้าเรือนหอแทน แถมเป็นเรือนหอร้างที่มีกลิ่นอายแห่งความตาย เกิดเรื่องเช่นนี้สาเหตุเพราะเจ้าสาวนั้นเป็นผี! เช้าวันนี้ของเมืองฝูหานที่บรรยากาศอึมครึมผิดปกติ นอกจากมีหมอกลงหนา ท้องฟ้ายังมืดมีเมฆบทบังแสงแรกของวัน ลมพัดกรรโชกเป็นระยะๆ เสียงลมที่พัดผ่านฟังแล้วคล้ายเสียงภูตผี ดังนั้นบรรยากาศจึงดูวิปริตจนน่าครั่นคร้ามใจ ขบวนเจ้าบ่าวแห่มาตามถนนสายหลักของเมือง กระทั่งถึงอีกฝั่งทางทิศที่มีผู้คนอาศัยไม่มาก หลายปีผ่านมามีเหล่าขอทานมาพักอาศัย จนกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรมของเมือง การเดินทางมาของเจ้าบ่าวก็ช่างประหลาด ไร้เสียงดนตรี หรือการร้องเพลงสนุกสนานใดๆ สีหน้าของคนในขบวนสินสอด ล้วนแสดงออกว่าขลาดกลัวต่อการมาเยือนหอแดง คงเป็นเพราะหลายวันที่ผ่านมา ความเฮี้ยนของวิญญาณเจ้าสาวกับเหล่าข้าทาสบริวารของนางทำให้เกิดเรื่องสยองขวัญ แม่สื่อรองเข่ออี๋วันนี้แต่งหน้าสีสันฉูดฉาด แต่ไม่อาจปกปิดความ
ภายในห้องหอมงคล ซึ่งเตรียมไว้สำหรับให้เจ้าบ่าวได้เรียนรู้การเล้าโลมให้ฝ่ายหญิงมีความสุข บรรยากาศข้างในชวนเคลิ้มไหว พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพร ทุกอย่างดูเหมาะเจาะตกแต่งด้วยดอกไม้ พรั่งพร้อมด้วยเครื่องมือเสริมความสุขยามอุ่นเตียง นอกจากนั้นยังมีภาพวาดอันโด่งดังหลายภาพ ซึ่งล้วนเป็นศาสตร์ร่วมรัก อู๋หยางจีอมยิ้มน้อยๆ เมื่อได้รู้ว่า หญิงสาวที่สองแม่สื่อเลือกให้มาเป็นตัวแทนเจ้าสาวเพื่อสร้างความสุขให้เขาคือเตียวร่วนที่ปลอมตัวเป็นหญิงใบ้ตาบอด “มานี่สิ ยืนอยู่ยืนตรงนั้นจะได้เริ่มซักทีไหม” เมื่อเตียวร่วนถูกเรียก สาวใช้ที่เพิ่งมอบความสุขให้ชายหนุ่มก็หน้าแดงระเรื่อ นางยื่นนิ่งๆ ก่อนถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือยกายอวดผิวนวลเนียนตา และเรือนกายอรชรของนางสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ทุกคนที่พบเห็น “นังบ่าวคนนี้ จะว่าไปงามกว่าคณิกาที่เจ้าเลือกมาตอนแรกอีกนะ” เจียหลิวเอ่ยและบอกให้เตียวร่วนหมุนตัว เพื่อพิจารณรูปร่าง อย่างละเอียด “ข้าได้มันมาจากตลาด ต้องเสียเงินไปไม่น้อย สิบตำลึงเชียวนะพี่เจียหลิว” “ฮิๆ ๆ นับว่าได้ของดีทีเดียว” แม่สื่อใหญ่ว่าพลางหัว
“คือ...ข้าไม่ใช่สตรีคนแรกของท่าน อีกทั้ง... เขาไม่ได้ทำผิด” ถิงมี่เอ่ยแล้วก็อยากปล่อยโฮ แต่นางอดกลั้นเอาไว้ “แม่นางถิงมี่หมายความเช่นใด” “คือ... ข้าไม่ใช่ผู้หญิงที่ดี ทั้งใจง่าย ทำตัวไม่ต่างจากนางคณิกาที่อยู่สำนักโคมเขียว” อารัคยิ่งฟังยิ่งสับสน กระนั้นสตรีที่บริสุทธิ์สำหรับชายหนุ่มย่อมเป็นเรื่องน่าชื่นชม แต่ตัวเขาหากคนรักจะเคยพลาดพลั้งมาไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ขอเพียงเมื่อครองรักกัน นางต้องไม่เหลวไหลหรือหาทางสวมหมวกเขียวให้เขาเป็นพอ “อย่าได้กังวัล แม้แต่ตัวข้าก็ผ่านสตรีมามิน้อย รู้เช่นนี้ สบายใจขึ้นหรือไม่” ถิงมี่หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ ชายกับหญิงเปรียบเทียบเช่นนี้ย่อมไม่ถูกต้อง อีกทั้งตอนนี้ใจนางไม่ได้มีเพียงอารัค! “ถ้าหากเจ้าไม่ยอมรับในตัวข้า คงเป็นเพราะข้า ไม่มีคุณสมบัติที่ดีในการเป็นบิดาและหัวหน้าครอบครัว” น้ำเสียงของอารัคจริงจัง มันทำให้ถิงมี่ร้อนรนใจไปหมด กระนั้นนางก็ไม่อยากเป็นหญิงร่านสวาท มีใจให้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน “มีสิ่งที่ข้าต้องบอกท่าน ถึงละอายใจ แต่ข้าไม่ขอปิดบัง” ถิงมี่สูดลมหายใจลึก ขอบตานางแดงเรื่อ เม
ถิงมี่เชื่อว่านางไม่ได้ถูกเวทมนตร์ของอีกฝ่ายล่อลวง เพราะนางเรียนรู้วิชาต่างๆ จากนักพรต อีกทั้งยังมียันต์มากมายเพื่อใช้สยบพวกปีศาจร้าย แต่ตอนนี้ชายซึ่งเป็นผู้ส่งสาส์นของหอเมฆาเคลื่อนคล้อยกำลังสืบเท้าไปเบื้องหน้า โดยมีนางก้าวตามไม่ห่าง กลิ่นกายบุรุษที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวทำให้นางอยากโผเข้าไปซุกซบอารัค เขาเป็นคนร่างสูงใหญ่ มีใบหน้าที่ชวนให้สตรีหลุ่มหลงได้มิยาก บนใบหน้าสมชายชาตรี ประกอบจมูกโด่ง ดวงตาคมสีอ่อนที่ดูลึกลับ และริมฝีปากบางเฉียบสีแดงสด ซึ่งในยามที่นางกับเขาแนบชิดกัน ก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์จนไม่อาจตอบตนได้ว่า นางหลงใหลต่อสิ่งที่เขาปรนเปรอให้ หรือเป็นเพราะอยากได้เขาเป็นคู่ชีวิตจริงๆ ดวงตาของนางมองแผ่นหลังกว้างกับไหล่ลาด มองแล้วก็อยากโผเข้าไปอิงแอบ ศีรษะด้านหลังของเขาสวยขนาดพอเหมาะกับลำตัว อีกทั้งชายผู้นี้มีเรือนผมหยักสลวยเป็นสีน้ำตาล ยิ่งมองนางยิ่งเพลินใจ “ท่านจะพาข้าไปที่ใด” เมื่อได้ยินเสียงคนด้านหลังถาม อารัคจึงฉวยโอกาสที่นางไม่ทันระวังตัว หันมารวบเอวคอดไปชิดกายแกร่ง ถิงมี่ตกใจ แต่ไม่ได้ต่อต้านขัดขืน ร่างกายนางอ่อนระทวย ยิ่งในยามที่สานสบสายตากับอ
อนิจจาคนผู้นี้ แต่เดิมก็เป็นขุนนางที่ทำงานอย่างเถรตรง ซื่อสัตย์ต่อบ้านเมือง ทว่ากลับกลายเป็นตัวร้าย ก็เพราะลูกชายหักหลังแล้วยังหลงเสน่ห์หลี่หวายอวิ๋นในชาติภพก่อน ที่ปั่นหัวเขาจนกลายเป็นกฏบของแผ่นดินแล้วในตอนนั้นที่จางซินไห่มองหลี่หวายอวิ๋น สายตาเขาแจ้งชัดว่ากำลังคิดใคร่ครวญบางอย่าง หลี่หวายอวิ๋นงด
หญิงสาวได้ยินแต่เสียงอิ๊อ๊า และการเล่นบทอุ่นเตียงอย่างเร่าร้อน จนเกิดความรู้สึกคอแห้งผากไปด้วย อีกทั้งต้องตกใจมิน้อย ด้วยไม่อยากเชื่อว่าอนิเมะยุคสมัยนี้จะโป๊ แถมมีเรตมากกว่าสิบแปดบวก พอสมองได้พักจากเรื่องอื่น หลี่หวายอวิ๋นก็ไม่ได้เครียดจนเกินไป แต่สวรรค์เล่นตลกพาทะลุมิติมายังเรื่องราวที่พึ่งได้ดูผ
ยามนี้ แก่นกายเขาเริ่มพองขยายเต็มที่ ปลายหัวโผล่พ้นจากฝัก ส่วนรอยแยกมีน้ำซึมเล็กน้อย จึงดูมันวาววาม พลอยให้หลี่หวายอวิ๋นร้อนรุ่มทั้งร่าง แล้วพอมันขยายเต็มตัว ก็น่าเกรงขาม ดุดัน และชวนให้นางอยากครอบครอง ชายหนุ่มขยับตัวปรับเปลี่ยนท่าทางตน แล้วจึงเคลื่อนร่างกายเข้ามาใกล
เสี่ยวอวิ๋นรออยู่จุดด้านนอกสำหรับบ่าวรับใช้ และผู้ติดตามนานแล้ว กระทั่งฟ้ามืดยังไม่เห็นวี่แววหยวนชิงอี้ ฝ่ายนางใช้ถุงเงิน และเครื่องประทับที่นำติดตัวมาด้วย ฝากให้ขันทีเพื่อสืบข่าว สุดท้ายด้วยความช่วยเหลือจึงทราบว่า หยวนเฟยไปตำหนักของพระสนมคนหนึ่ง และไม่มีญาติติดตามไปสักคน ได้ยินเช่นนั้นใจก็พลันหล่น







