แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: สายลมไร้กาลเวลา
“ฆ่าคนหรือ? ไม่จำเป็นหรอก”

ฉู่หนิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย กล่าวอย่างเย็นชา “ข้ากำลังจะไปแนวหน้า การต่อสู้แย่งชิงอำนาจในเมืองหลวงไม่เกี่ยวกับข้า การฆ่าคนไม่มีประโยชน์อันใดต่อข้า”

กวนอวิ๋นชะงักไป

เพื่อความปลอดภัยของแนวหน้า จวิ้นอ๋องยอมที่จะไม่รักษาหน้าตาของตนเอง กระทั่งไม่คิดจะต่อสู้แย่งชิงกับองค์ชายคนอื่น ๆ

หากในราชสำนักมีคนสนับสนุน จวิ้นอ๋องต่างหากคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะสืบทอดบัลลังก์

น่าเสียดายที่การไปแนวหน้าครั้งนี้ มีโอกาสตายมากกว่ารอดมากนัก เกรงว่าทั้งชีวิตนี้จวิ้นอ๋องคงไม่มีโอกาสเช่นนั้นแล้ว

“เอาละ ไม่ต้องไปสนใจเซียวหมิงผู้นั้น ต่อไปนี้ข้าจะสอนวิธีการตีเหล็กแบบหนึ่งให้พวกเจ้า”

ฉู่หนิงหยิบเหล็กดิบที่ถูกตีเป็นรูปทรงของดาบขึ้นมา กล่าวอย่างช้า ๆ “วิธีนี้เรียกว่าร้อยหลอมกลายเป็นเหล็กกล้า!”

หลังจากที่ได้เห็นกระบี่คู่กายและหอกประจำตัวของฮ่องเต้แล้ว ฉู่หนิงก็มั่นใจว่ายุคสมัยนี้ยังคงหยุดอยู่ที่ยุคเหล็ก

อาวุธทั้งหมด ล้วนทำมาจากเหล็ก

และครั้งนี้ เขาจะหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้า เพื่อสร้างอาวุธถนัดมือให้ผู้คุ้มกันของตนเอง

ภายใต้การสอนของฉู่หนิง เหล่าทหารผ่านศึกก็เริ่มลงมือตีเหล็ก เสียงตีเหล็กภายในร้านตีเหล็กดังขึ้นไม่ขาดสาย

การตีเหล็กครั้งแรก ฉู่หนิงไม่วางใจ เขาจึงลงมือด้วยตนเอง

ภาพนี้ ก็ถูกคนที่มีเจตนาแอบแฝงมองเห็นเข้า

ข่าวแพร่ไปถึงพระราชวังอย่างรวดเร็ว

ฮ่องเต้ที่เพิ่งเลิกว่าราชการกำลังตรวจฎีกาอยู่ในตำหนัก ข้างกายมีหัวหน้าขันทีจ้าวหมิงคอยปรนนิบัติอยู่

ทันใดนั้น องครักษ์เงาก็เข้ามารายงาน “ฝ่าบาท เผิงไหลจวิ้นอ๋องได้ไล่พวกช่างตีเหล็กไปแล้ว เขา... เขากำลังตีอาวุธในร้านตีเหล็กด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ที่เดิมทีทรงอารมณ์ดีอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้นสีพระพักตร์ก็พลันมืดมนอย่างยิ่ง ดวงตาอันเย็นเยียบฉายแววอำมหิตน่าสะพรึงกลัว

“หึ องค์ชายผู้สูงศักดิ์กลับลงมือตีเหล็กด้วยตนเอง นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

“ฝ่าบาท เรื่องนี้มีเหตุผลที่มาที่ไปพ่ะย่ะค่ะ”

องครักษ์เงาจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านตีเหล็กวันนี้ให้ฟังหนึ่งรอบ

ฮ่องเต้ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกขุ่นเคือง ยิ่งฟังก็ยิ่งกริ้ว

ฉู่หนิงเป็นโอรสของเรา ถึงจะเป็นบุตรนอกสมรส ต่อให้ไม่มีอำนาจและบารมี แต่ก็จะไปรับใช้บ้านเมืองที่แนวหน้าแล้ว

แค่เถ้าแก่ร้านตีเหล็กแห่งหนึ่ง กล้าดีอย่างไรมารังแกฉู่หนิงถึงเพียงนี้!

เจ้าฉู่หนิงนี่ก็เหมือนกัน เจ้าเป็นถึงองค์ชายผู้สูงศักดิ์ เหตุใดถึงได้อ่อนน้อมถ่อมตนถึงเพียงนี้?

เหตุใดเจ้าไม่กล้าแสดงอำนาจและบารมีขององค์ชายออกมา?

เหตุใดเจ้าถึงไม่กล้าหยิ่งผยองโอหังกว่านี้อีกสักหน่อย!

ยิ่งคิดก็ยิ่งกริ้ว ฮ่องเต้แค่นเสียงเย็น กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตำหนัก

จ้าวหมิงที่คุ้นเคยกับนิสัยของฮ่องเต้ดีถึงกับคอหด รู้สึกเย็นเยียบไปถึงสันหลัง

เขารู้ว่า ฮ่องเต้กำลังจะฆ่าคนแล้ว!

“ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!”

ฮ่องเต้สะบัดแขนเสื้อ แล้วกล่าวเสียงเย็น “แค่เถ้าแก่ตัวเล็ก ๆ กล้ามารังแกฉู่หนิง ฉู่หนิงไม่อยากจะก่อเรื่อง แต่เราจะปล่อยให้คนผู้นี้กำเริบเสิบสานได้อย่างไร”

“องครักษ์เงา เจ้าจงนำคนไปฆ่าล้างตระกูลเถ้าแก่นั่นเสีย!”

องครักษ์เงาตกตะลึง

ไม่จริงน่า แค่ต่อปากต่อคำกับฉู่หนิงไม่กี่ประโยค ฮ่องเต้ถึงกับจะสั่งฆ่าล้างตระกูลเชียวหรือ?

“ฝ่าบาท เถ้าแก่นั่นเป็นคนที่องค์รัชทายาทส่งไปแฝงตัวอยู่กับองค์ชายรองพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ถลึงตา “เราไม่สนว่ามันเป็นคนของใคร รังแกองค์ชาย ต้องตายสถานเดียว!”

องครักษ์เงาใจสั่น รู้ว่าฮ่องเต้ทรงพิโรธแล้ว จึงรีบรับคำแล้วออกไปจัดการทันที

จ้าวหมิงรีบยกน้ำชาเข้ามา “ฝ่าบาททรงจิบชาดับโทสะก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้เหลือบมองถ้วยชาแวบหนึ่ง กำลังจะปฏิเสธ แต่เมื่อพบว่าใบชาข้างในเป็นของที่ฉู่หนิงมอบให้ ในใจก็รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย

เจ้าเด็กฉู่หนิงนี่ไม่เคยเห็นโลกกว้าง ไม่กล้าล่วงเกินผู้ใด ถึงกับถูกเถ้าแก่ร้านตีเหล็กตัวเล็ก ๆ รังแกถึงเพียงนี้

หากเราไม่ออกหน้าให้ฉู่หนิง แล้วเกียรติของราชวงศ์จะเหลืออะไร?

จากนั้นยื่นพระหัตถ์ไปยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเบา ๆ คำพูดขององครักษ์เงาเมื่อครู่ก็เริ่มดังก้องอยู่ในหัวอย่างช้า ๆ

เวลานี้ จ้าวหมิงก็ยิ้มพลางกระซิบเบา ๆ “อันที่จริงเผิงไหลจวิ้นอ๋องก็ทรงชาญฉลาดมากนะพ่ะย่ะค่ะ เพียงแค่กลยุทธ์ที่ทำให้เจ้าเซียวหมิงนั่นยอมมอบร้านตีเหล็กออกมาเอง ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนประหลาดใจแล้ว

จะว่าไปแล้ว ด้านนี้ของจวิ้นอ๋องก็คล้ายกับฝ่าบาทมากนะพ่ะย่ะค่ะ~”

ฮ่องเต้วางถ้วยชาลง เหลือบมองจ้าวหมิงแวบหนึ่ง “เจ้าคนประจบสอพลอ!”

จ้าวหมิงยิ้มเจื่อน ๆ ไม่ได้พูดอะไร

แม้จะรู้ว่าเป็นคำประจบสอพลอ แต่ในพระทัยของฮ่องเต้ก็ยังทรงรู้สึกพึงพอใจ บนใบหน้าไม่ได้ดูเย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหารอีกต่อไป

ฉู่หนิงจะขี้ขลาดก็ส่วนขี้ขลาด แต่ความฉลาดนี่สืบทอดมาจากเราโดยแท้!

ฮ่องเต้แสดงสีหน้าพึงพอใจ “เอาละ เรื่องนี้ให้จบลงเพียงเท่านี้”

ตรัสเพียงประโยคเดียวก็เป็นการกำหนดทิศทางแล้ว ฮ่องเต้กลับไปประทับที่เดิมแล้วตรวจฎีกาต่อ

จ้าวหมิงอ้าปากอยากจะพูด แต่เมื่อเห็นฮ่องเต้กำลังตรวจฎีกา เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก

เจ้าเซียวหมิงนั่นเป็นไส้ศึกขององค์รัชทายาท และภายนอกก็เป็นคนขององค์ชายรอง หากถูกฆ่าล้างตระกูล องค์รัชทายาทและองค์ชายรองจะยอมรามือได้อย่างไร?

แม้ว่านี่จะเป็นการตัดสินใจของฮ่องเต้ องค์รัชทายาทและองค์ชายรองย่อมไม่กล้าทำอะไรฮ่องเต้ แต่ฉู่หนิงจะต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน!

เพียงแต่คำพูดเหล่านี้ เขาไม่กล้าพูดออกไป

การต่อสู้ระหว่างองค์ชาย เขาเป็นเพียงขันทีคนหนึ่งจะกล้าพูดมากได้อย่างไร

อีกอย่าง ฉู่หนิงนั่นไม่มีทั้งอำนาจและบารมี เหตุใดเขาจะต้องไปล่วงเกินองค์รัชทายาทและองค์ชายรองเพื่อฉู่หนิงด้วย?

ทางด้านนี้ องครักษ์เงาได้นำคนมาถึงบ้านของเซียวหมิงแล้ว การสังหารหมู่ได้เริ่มขึ้น

เซียวหมิงที่กำลังซ่อนเงินอยู่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากข้างนอก สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาเปิดประตูห้องแล้วคิดจะหลบหนี

แต่องครักษ์เงาได้ขวางทางไว้แล้ว กระบี่คมกริบในมือตวัดออกไป เซียวหมิงถูกแทงทะลุจนเย็นวาบไปทั้งตัว ยังไม่ทันได้พูดอะไร ดวงตาก็เบิกโพลง ล้มลงสิ้นใจตายทันที

ทั้งตระกูลเซียวถูกองครักษ์เงาฆ่าล้างจนหมดสิ้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งน่าสะอิดสะเอียน

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดรอดชีวิตแล้ว องครักษ์เงาจึงจุดไฟเผาสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน

เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ ไม่นานก็แพร่ไปถึงตำหนักบูรพา

“องค์รัชทายาท แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ตระกูลเซียวถูกฆ่าล้างตระกูลแล้ว!” เหอเผิงคนสนิทขององค์รัชทายาทวิ่งเข้ามารายงานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

องค์รัชทายาทที่กำลังคัดลอกพระคัมภีร์อยู่สีหน้าพลันมืดมน เจตนาสังหารทั่วร่างพุ่งขึ้น พู่กันในมือถูกบีบจนแตกละเอียดในทันที

“บัดซบ เป็นฝีมือใคร?”

“เป็น... เป็นองครักษ์เงาพ่ะย่ะค่ะ!”

องค์รัชทายาทถึงกับตะลึง เจตนาสังหารทั่วร่างพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย

องครักษ์เงาฟังคำสั่งจากเสด็จพ่อเท่านั้น!

เรื่องนี้เป็นฝีมือของเสด็จพ่อ

“เหตุใดเสด็จพ่อถึงต้องฆ่าล้างตระกูลเซียวหมิง?”

“เพราะวันนี้เซียวหมิงจงใจหาเรื่องเผิงไหลจวิ้นอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

เหอเผิงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟังคร่าว ๆ

องค์รัชทายาทหลังจากฟังจบก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หัวเราะเยาะพลางเอ่ยขึ้น “เพื่อไอ้ขยะฉู่หนิงคนเดียว เสด็จพ่อถึงกับสั่งฆ่าล้างตระกูล ดูเหมือนว่าฉู่หนิงผู้นี้จะเก็บไว้ไม่ได้แล้ว!”

ในใจของเหอเผิงเคียดแค้น “ให้กระหม่อมไปสั่งสอนเขาสักหน่อยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

“ไม่จำเป็น!”

มุมปากขององค์รัชทายาทเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ภายนอกเซียวหมิงเป็นคนของน้องรอง ข้าเชื่อว่าตอนนี้น้องรองคงจะโกรธแค้นยิ่งกว่า รอดูพวกเขาต่อสู้กันเองไม่ดีกว่าหรือ?”

“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เหอเผิงรับคำ หลังจากออกไปแล้วก็ส่งคนไปกระจายข่าว

ครึ่งชั่วยามต่อมา ภายในจวนองค์ชายรองก็มีเสียงคำรามดังลั่น

พร้อมกับเสียงแจกันแตกกระจาย ดวงตาทั้งสองของฉู่หมิงแดงก่ำ สองมือกำแน่น ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจที่ยากจะระบายออกมา ทำให้หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุด

“ดีมากฉู่หนิง ร้านตีเหล็กเจ้าเอาไปก็ช่างเถอะ ยังจะมาไล่ช่างตีเหล็กออกไป มิหนำซ้ำยังทำให้เสด็จพ่อฆ่าล้างตระกูลเซียวหมิงอีก เจ้าช่างใจคอโหดเหี้ยมนัก!”

ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ฉู่หมิงถึงกับพลิกโต๊ะด้วยความโมโห!

“รีดไถร้านตีเหล็กสองแห่งกับเงินหนึ่งพันตำลึงของข้าไป ทำให้ข้าต้องถูกกักบริเวณ ตอนนี้ยังมาฆ่าคนของข้าอีก หากข้าไม่ตอบโต้กลับไป จะไม่กลายเป็นเรื่องตลกของทุกคนหรอกหรือ!”

ฉู่หมิงคำรามลั่นออกไปนอกห้องโถง “ไปตามรองเสนาบดีกรมกลาโหมมาพบข้า!”

ลักลอบตีอาวุธ นี่เป็นความผิดมหันต์!

ถึงแม้เสด็จพ่อจะไม่ฆ่าฉู่หนิง ก็จะต้องลงโทษอย่างแน่นอน

ข้า ก็แค่จะทำให้ฉู่หนิงต้องเดือดร้อนบ้าง!

ก็แค่ตัวตายตัวแทน ยังกล้ามาทำตามอำเภอใจในเมืองหลวงอีกหรือ!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 786

    ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเทียนหลิงจึงได้สติ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด พลันลุกพรวดขึ้นตวาดเสียงเกรี้ยว“คนของพวกเราช่างไร้น้ำยาสิ้นดี ข้าทิ้งทหารเจ็ดร้อยนายไว้คุ้มกันของหมั้นหมายมิใช่หรือ?”ครั้งนี้คณะทูตมีหนึ่งพันคน จ้าวเทียนหลิงนำทหารม้าสามร้อยนายเร่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ส่วนที่เหลือเจ็ดร้อยนายคุ้มกันของหมั้นหมาย จึงเดินทางล่าช้ากว่าไม่คิดว่าในเวลาสำคัญก่อนพิธีสมรสเชื่อมไมตรีเช่นนี้ กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นองค์ชายรองเองก็เผยสีหน้าฉงน “ดูจากเส้นทาง ย่อมเข้าสู่เขตเมืองหลวงแล้ว ผู้ใดกันบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปล้นของหมั้นหมายที่นี่?”เกิ่งเฉิงคังเผยสีหน้าจนปัญญา “คนของเรารายงานว่า ฝ่ายนั้นซุ่มโจมตีในป่าผืนหนึ่ง บุกมาอย่างเกรี้ยวกราด กำลังรบแข็งแกร่งยิ่ง คนของเราถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จำต้องรวบรวมกำลังคุ้มกันของหมั้นหมาย”“ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนเตรียมการมาล่วงหน้า ในป่ามีทั้งก้อนหินและท่อนไม้ยักษ์มากมาย โจมตีจนคนของเราเสียหายหนัก สุดท้ายมีเพียงสี่ร้อยกว่าคนหนีรอดกลับมาได้”“ของหมั้น... ของหมั้นถูกพวกมันชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”จ้าวเทียนหลิงฟังจบก็เดือดดาลทันที “ฝ่ายนั้นมีกี่คน ชูธงสัญลักษ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 785

    นับแต่เหตุจ้าวเทียนหลิงควบม้าเหยียบย่ำถนน ชาวเมืองหลวงก็มิได้เหลือเยื่อใยความนับถือต่อองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้นี้อีกแม้รู้ว่าอีกฝ่ายมาสมรสเชื่อมไมตรี ทว่าชาวบ้านกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ยิ่งนักประการแรก กองทัพแนวหน้าปิงโจวได้ยึดครองเมืองแคว้นจ้าวถึงสิบเมือง แคว้นฉู่กำลังได้เปรียบ เหตุใดจึงยังต้องพึ่งการสมรสเชื่อมไมตรีเพื่อรักษาไมตรีของสองแคว้นด้วย?ประการที่สอง จ้าวเทียนหลิงอาศัยอำนาจรังแกคน ไม่อาจครองใจราษฎร ไม่มีใครอยากให้เฝิงมู่หลานถูกส่งไปแต่งด้วยแต่ถึงกระนั้น ราษฎรก็ไม่อาจกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ได้ ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ดำเนินไปสองวันถัดมา ในเมืองหลวงเงียบสงัดเป็นพิเศษพิธีรับตัวเจ้าสาวในอีกสามวันถูกจัดอย่างลับ ๆ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้จะรีบเร่งถึงเพียงนี้ฝ่ายจ้าวเทียนหลิง ครั้นได้รับคำมั่นสัญญาจากฮ่องเต้ต้าฉู่ ตลอดสองวันนี้ก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก ปักหลักอยู่ในเรือนรับรองของโรงเลี้ยงม้ามิได้ออกไปไหนมีเพียงองค์ชายรองที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่เรือนรับรองเป็นครั้งคราว พร้อมสั่งกองทหารรักษาพระองค์ให้คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเป็นพิเศษไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 784

    มีป้ายทองแต่กลับไม่ใช้ จงใจรอให้ฉู่หนิงฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าว องค์ชายรองมีเจตนาแอบแฝงแต่ทว่า คราวนี้เจ้าเด็กฉู่หนิงก็ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ หากไม่ลงโทษบ้างก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงแต่การสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้ ไม่อาจถูกกระทบเพราะเมืองแนวหน้าถูกยึด หรือเพราะทหารม้าแคว้นจ้าวถูกสังหารไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะปิดบังฉู่หนิงได้หรือไม่ หากเขารู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีคืบหน้าเร็วถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าจะเข้ามาขัดขวางพอคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร แล้วตะโกนเรียก “องครักษ์เงา!”“ฝ่าบาท!” องครักษ์เงาที่ปรากฏกายราวกับภูตผี โผล่มาในตำหนักอย่างฉับพลันฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สามวันนี้ เจ้าไปจับตาดูฉู่หนิงด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขา เราต้องรู้ทั้งหมด!”“อีกอย่าง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หมิงเยว่จวิ้นจู่ และห้ามผู้ใดบอกนางเรื่องการสมรสเชื่อมไมตรีในอีกสามวัน!”“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาขานรับ แล้วรีบไปจัดการทันทีขอเพียงฉู่หนิงไม่รับรู้เรื่องในอีกสามวันให้หลัง และเฝิงมู่หลานไม่พบผู้ใด เรื่องนี้ย่อมสำเร็จแน่นอนฮ่องเต้แย้มพระสรวลเล็กน้อย พึงพอใจในแผนการของตนอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 783

    ภายในตำหนักอิงอู่ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงที่จากไป ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่า บทลงโทษของฉู่หนิงเมื่อครู่ มิอาจทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจได้ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยิ่งลำบากขึ้นไปอีกประกอบกับการที่ฉู่หนิงแสดงท่าทีคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนบางทีในสายตาของจ้าวเทียนหลิง เป็นเพราะฉู่หนิงไม่ต้องการให้สองแคว้นได้สมรสเชื่อมไมตรี จึงจงใจสังหารทหารม้าแคว้นจ้าวจนสิ้น!หากเรื่องนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจ การสมรสเชื่อมไมตรีก็คงยากจะสำเร็จแต่หากในยามนี้จะลงโทษฉู่หนิงเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าการกระทำของฉู่หนิงวันนี้ช่วยประกาศศักดาแคว้นฉู่อย่างมาก เพียงแค่นิสัยของฉู่หนิงนั้น เขาก็ไม่มีทางยอมอ่อนข้ออยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังครอบครองเกลือบริสุทธิ์ หากบีบคั้นเขาจนถึงที่สุด ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ตัดการส่งเกลืออีกครั้ง?อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้ลงโทษฉู่หนิงไปแล้ว หากลงโทษซ้ำ ก็จะดูไม่เหมาะสมท

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 782

    องค์ชายรองกล่าวพลางหันไปมองฉู่หนิง “น้องสิบแปด เจ้าว่าใช่หรือไม่?”นี่คือการบีบให้ฉู่หนิงแสดงท่าที!ขอเพียงฉู่หนิงยอมรับต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวว่าจะไม่ขัดขวางการสมรสเชื่อมไมตรี ต่อไปงานสมรสก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นฉู่หนิงคิดจะทำลายการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้หรือ?ไม่มีทาง!ฉู่หนิงมององค์ชายรองที่เสแสร้งแกล้งทำ แววตาฉายแววเยาะเย้ย “พี่รอง ท่านรู้ดีว่าข้าคัดค้านการสมรสครั้งนี้มาโดยตลอด”“แต่เหตุการณ์ในวันนี้ น้องมิได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เพียงต้องการสั่งสอนองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ให้เขาไม่กล้าวางอำนาจเช่นนี้ในเมืองหลวงแคว้นฉู่ของเรา”“เพราะอย่างไรเสีย บนถนนก็มีราษฎรมาก เรื่องอันตรายอย่างการควบตะบึงอาชากลางถนน ย่อมไม่ควรกระทำ”สิ้นประโยค องค์ชายรองก็ลอบยินดีในใจฉู่หนิงเอ๋ยฉู่หนิง เจ้าก็มีวันนี้ สุดท้ายก็หลงกลติดกับของข้าจนได้!ข้าต้องการให้เจ้าประกาศต่อหน้าผู้คนว่าไม่ต้องการให้การสมรสเชื่อมไมตรีสำเร็จ เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ถึงขีดสุด!คอยดูเถิด เสด็จพ่อจะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่!ฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าวมากมายกลางถนน บัดนี้ยังกล้าคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 781

    ตำหนักอิงอู่ถ้อยคำไม่กี่ประโยคขององค์ชายรอง ก็เหมือนจับฉู่หนิงย่างบนกองไฟครั้นฮ่องเต้ได้ยินว่าเรื่องนี้กระทบต่อการสมรสเชื่อมไมตรี สีพระพักตร์ก็มืดขรึมลงทันที“ฉู่หนิง เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนกลางถนน ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์บ้างเลยหรือ?”ฉู่หนิงสีหน้าขึงขัง เอ่ยด้วยท่าทีชอบธรรม “เสด็จพ่อ ตอนที่รองเสนาบดีกรมพิธีการมาแจ้งเรื่องนี้แก่ลูก ลูกมิได้คิดอะไรมาก เพียงแค่ไม่ต้องการให้ราษฎรในเมืองถูกคนแคว้นจ้าวเหยียบย่ำ จึงนำกำลังทหารรุดไป”“ไม่คิดเลยว่าจ้าวเทียนหลิงจะมีเจตนาร้าย กลับเสนอประลองกับทหารม้าใต้บัญชาของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไปเพื่อปกป้องชาวเมือง หยุดยั้งทหารม้าไม่ให้ควบอาชาอาละวาดกลางถนน หรือเพื่อตอบสนองคำร้องของท่านทูต ลูกก็สมควรต้องรับคำประลองนั้น!”“ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเริ่มประลอง เราทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้ชนะ ก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”คำอธิบายที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่ ทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันไปหากฟังเช่นนี้ ฉู่หนิงมิได้มีความผิด กลับกลายเป็นมีความชอบ?องค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังไม่ไหว แค่นหัวเราะเย็น “วาจาน้องสิบแปดคมคายดังเดิม แต่ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นฝ่ายได้เปรีย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status