Share

บทที่ 9

Auteur: สายลมไร้กาลเวลา
“ฆ่าคนหรือ? ไม่จำเป็นหรอก”

ฉู่หนิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย กล่าวอย่างเย็นชา “ข้ากำลังจะไปแนวหน้า การต่อสู้แย่งชิงอำนาจในเมืองหลวงไม่เกี่ยวกับข้า การฆ่าคนไม่มีประโยชน์อันใดต่อข้า”

กวนอวิ๋นชะงักไป

เพื่อความปลอดภัยของแนวหน้า จวิ้นอ๋องยอมที่จะไม่รักษาหน้าตาของตนเอง กระทั่งไม่คิดจะต่อสู้แย่งชิงกับองค์ชายคนอื่น ๆ

หากในราชสำนักมีคนสนับสนุน จวิ้นอ๋องต่างหากคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะสืบทอดบัลลังก์

น่าเสียดายที่การไปแนวหน้าครั้งนี้ มีโอกาสตายมากกว่ารอดมากนัก เกรงว่าทั้งชีวิตนี้จวิ้นอ๋องคงไม่มีโอกาสเช่นนั้นแล้ว

“เอาละ ไม่ต้องไปสนใจเซียวหมิงผู้นั้น ต่อไปนี้ข้าจะสอนวิธีการตีเหล็กแบบหนึ่งให้พวกเจ้า”

ฉู่หนิงหยิบเหล็กดิบที่ถูกตีเป็นรูปทรงของดาบขึ้นมา กล่าวอย่างช้า ๆ “วิธีนี้เรียกว่าร้อยหลอมกลายเป็นเหล็กกล้า!”

หลังจากที่ได้เห็นกระบี่คู่กายและหอกประจำตัวของฮ่องเต้แล้ว ฉู่หนิงก็มั่นใจว่ายุคสมัยนี้ยังคงหยุดอยู่ที่ยุคเหล็ก

อาวุธทั้งหมด ล้วนทำมาจากเหล็ก

และครั้งนี้ เขาจะหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้า เพื่อสร้างอาวุธถนัดมือให้ผู้คุ้มกันของตนเอง

ภายใต้การสอนของฉู่หนิง เหล่าทหารผ่านศึกก็เริ่มลงมือตีเหล็ก เสียงตีเหล็กภายในร้านตีเหล็กดังขึ้นไม่ขาดสาย

การตีเหล็กครั้งแรก ฉู่หนิงไม่วางใจ เขาจึงลงมือด้วยตนเอง

ภาพนี้ ก็ถูกคนที่มีเจตนาแอบแฝงมองเห็นเข้า

ข่าวแพร่ไปถึงพระราชวังอย่างรวดเร็ว

ฮ่องเต้ที่เพิ่งเลิกว่าราชการกำลังตรวจฎีกาอยู่ในตำหนัก ข้างกายมีหัวหน้าขันทีจ้าวหมิงคอยปรนนิบัติอยู่

ทันใดนั้น องครักษ์เงาก็เข้ามารายงาน “ฝ่าบาท เผิงไหลจวิ้นอ๋องได้ไล่พวกช่างตีเหล็กไปแล้ว เขา... เขากำลังตีอาวุธในร้านตีเหล็กด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ที่เดิมทีทรงอารมณ์ดีอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้นสีพระพักตร์ก็พลันมืดมนอย่างยิ่ง ดวงตาอันเย็นเยียบฉายแววอำมหิตน่าสะพรึงกลัว

“หึ องค์ชายผู้สูงศักดิ์กลับลงมือตีเหล็กด้วยตนเอง นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

“ฝ่าบาท เรื่องนี้มีเหตุผลที่มาที่ไปพ่ะย่ะค่ะ”

องครักษ์เงาจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านตีเหล็กวันนี้ให้ฟังหนึ่งรอบ

ฮ่องเต้ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกขุ่นเคือง ยิ่งฟังก็ยิ่งกริ้ว

ฉู่หนิงเป็นโอรสของเรา ถึงจะเป็นบุตรนอกสมรส ต่อให้ไม่มีอำนาจและบารมี แต่ก็จะไปรับใช้บ้านเมืองที่แนวหน้าแล้ว

แค่เถ้าแก่ร้านตีเหล็กแห่งหนึ่ง กล้าดีอย่างไรมารังแกฉู่หนิงถึงเพียงนี้!

เจ้าฉู่หนิงนี่ก็เหมือนกัน เจ้าเป็นถึงองค์ชายผู้สูงศักดิ์ เหตุใดถึงได้อ่อนน้อมถ่อมตนถึงเพียงนี้?

เหตุใดเจ้าไม่กล้าแสดงอำนาจและบารมีขององค์ชายออกมา?

เหตุใดเจ้าถึงไม่กล้าหยิ่งผยองโอหังกว่านี้อีกสักหน่อย!

ยิ่งคิดก็ยิ่งกริ้ว ฮ่องเต้แค่นเสียงเย็น กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตำหนัก

จ้าวหมิงที่คุ้นเคยกับนิสัยของฮ่องเต้ดีถึงกับคอหด รู้สึกเย็นเยียบไปถึงสันหลัง

เขารู้ว่า ฮ่องเต้กำลังจะฆ่าคนแล้ว!

“ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!”

ฮ่องเต้สะบัดแขนเสื้อ แล้วกล่าวเสียงเย็น “แค่เถ้าแก่ตัวเล็ก ๆ กล้ามารังแกฉู่หนิง ฉู่หนิงไม่อยากจะก่อเรื่อง แต่เราจะปล่อยให้คนผู้นี้กำเริบเสิบสานได้อย่างไร”

“องครักษ์เงา เจ้าจงนำคนไปฆ่าล้างตระกูลเถ้าแก่นั่นเสีย!”

องครักษ์เงาตกตะลึง

ไม่จริงน่า แค่ต่อปากต่อคำกับฉู่หนิงไม่กี่ประโยค ฮ่องเต้ถึงกับจะสั่งฆ่าล้างตระกูลเชียวหรือ?

“ฝ่าบาท เถ้าแก่นั่นเป็นคนที่องค์รัชทายาทส่งไปแฝงตัวอยู่กับองค์ชายรองพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ถลึงตา “เราไม่สนว่ามันเป็นคนของใคร รังแกองค์ชาย ต้องตายสถานเดียว!”

องครักษ์เงาใจสั่น รู้ว่าฮ่องเต้ทรงพิโรธแล้ว จึงรีบรับคำแล้วออกไปจัดการทันที

จ้าวหมิงรีบยกน้ำชาเข้ามา “ฝ่าบาททรงจิบชาดับโทสะก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้เหลือบมองถ้วยชาแวบหนึ่ง กำลังจะปฏิเสธ แต่เมื่อพบว่าใบชาข้างในเป็นของที่ฉู่หนิงมอบให้ ในใจก็รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย

เจ้าเด็กฉู่หนิงนี่ไม่เคยเห็นโลกกว้าง ไม่กล้าล่วงเกินผู้ใด ถึงกับถูกเถ้าแก่ร้านตีเหล็กตัวเล็ก ๆ รังแกถึงเพียงนี้

หากเราไม่ออกหน้าให้ฉู่หนิง แล้วเกียรติของราชวงศ์จะเหลืออะไร?

จากนั้นยื่นพระหัตถ์ไปยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเบา ๆ คำพูดขององครักษ์เงาเมื่อครู่ก็เริ่มดังก้องอยู่ในหัวอย่างช้า ๆ

เวลานี้ จ้าวหมิงก็ยิ้มพลางกระซิบเบา ๆ “อันที่จริงเผิงไหลจวิ้นอ๋องก็ทรงชาญฉลาดมากนะพ่ะย่ะค่ะ เพียงแค่กลยุทธ์ที่ทำให้เจ้าเซียวหมิงนั่นยอมมอบร้านตีเหล็กออกมาเอง ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนประหลาดใจแล้ว

จะว่าไปแล้ว ด้านนี้ของจวิ้นอ๋องก็คล้ายกับฝ่าบาทมากนะพ่ะย่ะค่ะ~”

ฮ่องเต้วางถ้วยชาลง เหลือบมองจ้าวหมิงแวบหนึ่ง “เจ้าคนประจบสอพลอ!”

จ้าวหมิงยิ้มเจื่อน ๆ ไม่ได้พูดอะไร

แม้จะรู้ว่าเป็นคำประจบสอพลอ แต่ในพระทัยของฮ่องเต้ก็ยังทรงรู้สึกพึงพอใจ บนใบหน้าไม่ได้ดูเย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหารอีกต่อไป

ฉู่หนิงจะขี้ขลาดก็ส่วนขี้ขลาด แต่ความฉลาดนี่สืบทอดมาจากเราโดยแท้!

ฮ่องเต้แสดงสีหน้าพึงพอใจ “เอาละ เรื่องนี้ให้จบลงเพียงเท่านี้”

ตรัสเพียงประโยคเดียวก็เป็นการกำหนดทิศทางแล้ว ฮ่องเต้กลับไปประทับที่เดิมแล้วตรวจฎีกาต่อ

จ้าวหมิงอ้าปากอยากจะพูด แต่เมื่อเห็นฮ่องเต้กำลังตรวจฎีกา เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก

เจ้าเซียวหมิงนั่นเป็นไส้ศึกขององค์รัชทายาท และภายนอกก็เป็นคนขององค์ชายรอง หากถูกฆ่าล้างตระกูล องค์รัชทายาทและองค์ชายรองจะยอมรามือได้อย่างไร?

แม้ว่านี่จะเป็นการตัดสินใจของฮ่องเต้ องค์รัชทายาทและองค์ชายรองย่อมไม่กล้าทำอะไรฮ่องเต้ แต่ฉู่หนิงจะต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน!

เพียงแต่คำพูดเหล่านี้ เขาไม่กล้าพูดออกไป

การต่อสู้ระหว่างองค์ชาย เขาเป็นเพียงขันทีคนหนึ่งจะกล้าพูดมากได้อย่างไร

อีกอย่าง ฉู่หนิงนั่นไม่มีทั้งอำนาจและบารมี เหตุใดเขาจะต้องไปล่วงเกินองค์รัชทายาทและองค์ชายรองเพื่อฉู่หนิงด้วย?

ทางด้านนี้ องครักษ์เงาได้นำคนมาถึงบ้านของเซียวหมิงแล้ว การสังหารหมู่ได้เริ่มขึ้น

เซียวหมิงที่กำลังซ่อนเงินอยู่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากข้างนอก สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาเปิดประตูห้องแล้วคิดจะหลบหนี

แต่องครักษ์เงาได้ขวางทางไว้แล้ว กระบี่คมกริบในมือตวัดออกไป เซียวหมิงถูกแทงทะลุจนเย็นวาบไปทั้งตัว ยังไม่ทันได้พูดอะไร ดวงตาก็เบิกโพลง ล้มลงสิ้นใจตายทันที

ทั้งตระกูลเซียวถูกองครักษ์เงาฆ่าล้างจนหมดสิ้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งน่าสะอิดสะเอียน

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดรอดชีวิตแล้ว องครักษ์เงาจึงจุดไฟเผาสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน

เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ ไม่นานก็แพร่ไปถึงตำหนักบูรพา

“องค์รัชทายาท แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ตระกูลเซียวถูกฆ่าล้างตระกูลแล้ว!” เหอเผิงคนสนิทขององค์รัชทายาทวิ่งเข้ามารายงานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

องค์รัชทายาทที่กำลังคัดลอกพระคัมภีร์อยู่สีหน้าพลันมืดมน เจตนาสังหารทั่วร่างพุ่งขึ้น พู่กันในมือถูกบีบจนแตกละเอียดในทันที

“บัดซบ เป็นฝีมือใคร?”

“เป็น... เป็นองครักษ์เงาพ่ะย่ะค่ะ!”

องค์รัชทายาทถึงกับตะลึง เจตนาสังหารทั่วร่างพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย

องครักษ์เงาฟังคำสั่งจากเสด็จพ่อเท่านั้น!

เรื่องนี้เป็นฝีมือของเสด็จพ่อ

“เหตุใดเสด็จพ่อถึงต้องฆ่าล้างตระกูลเซียวหมิง?”

“เพราะวันนี้เซียวหมิงจงใจหาเรื่องเผิงไหลจวิ้นอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

เหอเผิงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟังคร่าว ๆ

องค์รัชทายาทหลังจากฟังจบก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หัวเราะเยาะพลางเอ่ยขึ้น “เพื่อไอ้ขยะฉู่หนิงคนเดียว เสด็จพ่อถึงกับสั่งฆ่าล้างตระกูล ดูเหมือนว่าฉู่หนิงผู้นี้จะเก็บไว้ไม่ได้แล้ว!”

ในใจของเหอเผิงเคียดแค้น “ให้กระหม่อมไปสั่งสอนเขาสักหน่อยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

“ไม่จำเป็น!”

มุมปากขององค์รัชทายาทเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ภายนอกเซียวหมิงเป็นคนของน้องรอง ข้าเชื่อว่าตอนนี้น้องรองคงจะโกรธแค้นยิ่งกว่า รอดูพวกเขาต่อสู้กันเองไม่ดีกว่าหรือ?”

“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เหอเผิงรับคำ หลังจากออกไปแล้วก็ส่งคนไปกระจายข่าว

ครึ่งชั่วยามต่อมา ภายในจวนองค์ชายรองก็มีเสียงคำรามดังลั่น

พร้อมกับเสียงแจกันแตกกระจาย ดวงตาทั้งสองของฉู่หมิงแดงก่ำ สองมือกำแน่น ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจที่ยากจะระบายออกมา ทำให้หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุด

“ดีมากฉู่หนิง ร้านตีเหล็กเจ้าเอาไปก็ช่างเถอะ ยังจะมาไล่ช่างตีเหล็กออกไป มิหนำซ้ำยังทำให้เสด็จพ่อฆ่าล้างตระกูลเซียวหมิงอีก เจ้าช่างใจคอโหดเหี้ยมนัก!”

ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ฉู่หมิงถึงกับพลิกโต๊ะด้วยความโมโห!

“รีดไถร้านตีเหล็กสองแห่งกับเงินหนึ่งพันตำลึงของข้าไป ทำให้ข้าต้องถูกกักบริเวณ ตอนนี้ยังมาฆ่าคนของข้าอีก หากข้าไม่ตอบโต้กลับไป จะไม่กลายเป็นเรื่องตลกของทุกคนหรอกหรือ!”

ฉู่หมิงคำรามลั่นออกไปนอกห้องโถง “ไปตามรองเสนาบดีกรมกลาโหมมาพบข้า!”

ลักลอบตีอาวุธ นี่เป็นความผิดมหันต์!

ถึงแม้เสด็จพ่อจะไม่ฆ่าฉู่หนิง ก็จะต้องลงโทษอย่างแน่นอน

ข้า ก็แค่จะทำให้ฉู่หนิงต้องเดือดร้อนบ้าง!

ก็แค่ตัวตายตัวแทน ยังกล้ามาทำตามอำเภอใจในเมืองหลวงอีกหรือ!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 876

    “เพียงแคว้นเราระดมกองทัพ บุกยึดแคว้นจ้าวให้ราบในคราเดียว ย่อมทำลายพันธมิตรระหว่างแคว้นจ้าวกับแคว้นเยี่ยนได้”“แผนนี้ไม่เลว ต่อให้สองแคว้นยกทัพมาอย่างดุดัน เราก็สามารถรับมือและทำลายได้ด้วยกำลังตน นับว่ามีความองอาจ!”วาจานี้เอ่ยออกมา องค์รัชทายาทดวงตาสว่างวาบ ก้าวออกมาแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “กลยุทธ์นี้ไม่เลวจริงๆ ได้รับคำชมจากเสด็จพ่อเช่นนี้ คนผู้นี้ย่อมคู่ควรตำแหน่งจอหงวน!”ยามนี้ย่อมต้องผลักดันหยางเหวินเทาให้ขึ้นเป็นจอหงวนอย่างสุดกำลังเช่นนี้ไม่เพียงสกัดเติ้งหงเหวินไม่ให้ได้ตำแหน่งจอหงวน ยังสามารถดึงหยางเหวินเทาเข้าฝ่ายตนได้อย่างสมบูรณ์ทว่าฮ่องเต้พอได้ฟังกลับทรงพระสรวลเสียงดัง “ไม่รีบ รอเราพูดให้จบก่อนค่อยตัดสิน”ตรัสจบ ฮ่องเต้หยิบข้อสอบฉบับที่สองขึ้นมา “นี่คือข้อสอบของหลิ่วอวิ๋นชิง เขาเสนอให้แคว้นเราใช้ยุทธวิธีหนึ่งรุกหนึ่งรับ”“ด้านหนึ่งโจมตีแคว้นจ้าวอย่างต่อเนื่องในทิศปิงโจว อีกด้านหนึ่งให้แม่ทัพใหญ่นำกองทัพตั้งรับป้องกัน”“แผนนี้รุกก็ได้ ถอยก็ได้ บุกหรือถอยล้วนเหมาะสม นับว่าใช้ได้ทั้งสองทาง สมแล้วที่เป็นกลยุทธ์ชั้นยอด”สีหน้าขององค์รัชทายาทเปลี่ยนไปเล็กน้อยฟังจากถ้อยคำนี้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 875

    ฮ่องเต้ก็คือฮ่องเต้ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่เหนือความคาดหมายไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าการสอบหน้าพระที่นั่งจะไม่ถามเกี่ยวกับความเข้าใจในตำรา ไม่ใช่การเสนอนโยบายต่อราชสำนัก แต่เป็นการวิเคราะห์และวางแผนรับมือต่อสถานการณ์ของแคว้นฉู่ในปัจจุบันแม้แต่ฉู่หนิงก็ยังต้องเลิกคิ้วมองฮ่องเต้แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ฮ่องเต้พระองค์นี้ก็มีฝีมือไม่เบาจริง ๆการตั้งโจทย์แบบนี้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงต้องมีสติปัญญา แต่ยังต้องมีความกล้ามากด้วยอย่างไรแล้วฮ่องเต้ก็จะแต่งตั้งผู้ที่สอบได้สามอันดับแรก เช่นนั้นก็หมายความว่าจะต้องวิจารณ์คำตอบของทั้งสามคนกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ฮ่องเต้ต้องการแสดงจุดยืน!และจุดยืนที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อแนวหน้า จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของสงครามหลังจากนี้ขณะที่ฉู่หนิงกำลังคิด ฮ่องเต้ก็ทรงตรัสด้วยเสียงกังวาน “บัดนี้พวกเจ้ารู้โจทย์แล้ว เริ่มตอบกันได้ กำหนดเวลาหนึ่งชั่วยาม!”ผู้เข้าสอบพากันประสานมือคำนับแล้วไปนั่งประจำที่เพื่อตอบคำถามทั่วทั้งลานกว้างเงียบสงัด มีเพียงเสียง “ซ่า ๆ ” ของพู่กันที่ขีดเขียนบนกระดาษฮ่องเต้กลับไปประทับที่บัลลังก์ตามเดิม หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงนำน้ำชาไปถวาย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 874

    การดึงตัวคนเข้าพวกของบรรดาองค์ชายและตระกูลใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปตระกูลใหญ่บางตระกูล ถึงขั้นยกบุตรสาวให้แต่งงานกับคนที่สอบผ่านเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นเพียงแต่ประกาศต่อภายนอกว่าเป็นการหมั้นหมาย หากจะแต่งงานก็ต้องรอให้ผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งไปก่อน รอให้ได้เป็นบัณฑิตชั้นสูงและมีตำแหน่งขุนนางก่อนจึงจะแต่งงานได้แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เมืองหลวงในช่วงสามวันนี้ก็คึกคักมากงานหมั้นต้องใช้สิ่งของมากมาย ไม่ว่าจะร้านขายผ้า ร้านข้าวสาร หรือร้านขายผัก ก็มีลูกค้าเนืองแน่นเหตุการณ์นี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองหลวงโดยอ้อม!ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้เช่นกันแต่กลับวางเฉย ไม่ได้ส่งคนมาขัดขวางแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเห็นชอบหรือคัดค้าน ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินตามธรรมชาติสำหรับฮ่องเต้แล้ว เศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะทำให้จัดเก็บภาษีได้มากขึ้นตราบใดที่มีเงิน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตกลงกันได้ทั้งนั้น!ฮ่องเต้ที่ขัดสนมานานย่อมไม่ตัดช่องทางหาเงินของตัวเองจวบจนถึงวันสอบหน้าพระที่นั่งในอีกสามวันต่อมา เมืองหลวงจึงค่อยกลับสู่ความสงบวันนี้เป็นวันที่เข้าสู่เดือนที่เก้า อากาศปลอดโปร่งเย็นสบายผู้เข้าสอบกลุ่มใหญ่มาร

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 873

    ข่าวเรื่องที่เติ้งหงเหวินเลือกองค์ชายสิบฉู่ฮั่น แพร่กระจายเร็วประหนึ่งติดปีกวันต่อมา ทั่วทั้งเมืองหลวงก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้วตำหนักบูรพาองค์รัชทายาทมีสีหน้าบึ้งตึง เขามองเสนาบดีกรมโยธาเหอเผิงที่มารายงาน กล่าวเสียงเย็นว่า“นึกไม่ถึงว่าเติ้งหงเหวินจะไม่เห็นคุณค่าแบบนี้ หึ วิธีการซื้อใจคนของเจ้าสิบนี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!”แม้จะโมโห แต่เขารู้สึกเสียดายมากกว่าหากรู้แต่แรกว่าเติ้งหงเหวินให้ความสำคัญกับครอบครัวขนาดนี้ เขาน่าจะชิงเสนอตัวดูแลพ่อแม่ของอีกฝ่ายก่อนแต่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว ถูกเจ้าสิบชิงตัดหน้าไปแล้วเหอเผิงมีสีหน้าเจ็บใจเช่นกัน “ใช่พ่ะย่ะค่ะ นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่สนใจเงินทองและตำแหน่ง คาดไม่ถึงจริง ๆ”“แต่ว่า ในเมื่อเขาไม่อาจทำงานเพื่อท่านได้ เช่นนั้นก็ต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้เขาได้เป็นจอหงวน!”จอหงวนจะต้องถูกใช้งานในหน้าที่สำคัญแน่นอนเพียงแค่ขัดขวางไม่ให้เป็นจอหงวนก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?องค์รัชทายาทหรี่ตา “ใต้เท้าเหอกล่าวได้มีเหตุผล ท่านรีบไปติดต่อคนอื่น ๆ สั่งให้พวกเขาให้การสนับสนุนข้าในอีกสามวัน ต้องขัดขวางไม่ให้เติ้งหงเหวินเป็นจอหงวน!”“พ่ะย่ะค่ะ!” เหอเผิงรับคำสั่งแล้วไป

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 872

    “ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์ไม่คิดว่าท่านอาจารย์ไร้ความรู้ ข้าเคยอ่านผลงานชิ้นเอกของท่านมาก่อน!”ฉู่หนิงเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าหมายถึงกลอนคู่ที่ข้าแต่งในงานอภิเษกหรือ? นั่นเป็นแค่กลอนที่พระชายาเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า”แต่เติ้งหงเหวินกลับพูดเสียงหนักแน่น “ไม่ พระชายาฉู่อ๋องเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งของแคว้นเรา นางไม่มีทางกระทำเรื่องเช่นนั้น”“นอกจากนี้ ด้วยกลอนวรรคแรกที่แต่งว่า ม่านหมอกคลุมน้ำหลิวรายล้อม ต่อให้เป็นพระชายาฉู่อ๋องก็ยังคิดประโยคถัดไปมาต่อไม่ได้ เช่นนี้นางจะเป็นผู้แต่งได้อย่างไร?”ต้องยอมรับว่าตรรกะของเติ้งหงเหวินมีน้ำหนักเยอะมากนี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีผู้ใดสังเกตมาก่อน ทว่าเติ้งหงเหวินซึ่งไม่ได้อยู่เมืองหลวง กลับวิเคราะห์เรื่องราวได้แม้จะเป็นเพียงข่าวลือตามท้องถนนนี่คืออัจฉริยะ!ฉู่หนิงเริ่มเกิดความรู้สึกรักและเสียดายผู้มีพรสวรรค์“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ใช่คนที่เอาแต่อ่านตำราจนไม่สนใจโลกภายนอก!”ฉู่หนิงมองเติ้งหงเหวินด้วยความชื่นชม หัวเราะเบา ๆ ว่า “แต่ไม่รู้ว่าเมื่อได้รับคำเชิญมากมายเช่นนี้ เจ้าจะเลือกอย่างไร?”คำพูดนี้ทำให้เติ้งหงเหวินนิ่งเงียบไปโชคดีที่ตอนนี้สาวใช้ยกสุราและอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 871

    หลังจากประกาศผลสอบ เมืองหลวงก็คึกคักเป็นพิเศษองค์ชายทั้งหมดทำการส่งเทียบเชิญไปยังผู้เข้าสอบลำดับต้น ๆ ทั้งหมด หมายจะดึงตัวมาเข้าพวกแม้แต่บรรดาตระกูลใหญ่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า พากันเชิญบัณฑิตที่สอบผ่านมาร่วมงานเลี้ยงมีผู้สอบผ่านทั้งหมดหกร้อยคน ทุกคนต่างได้รับเทียบเชิญหนึ่งฉบับหรือไม่ก็หลายฉบับบางคนยึดมั่นในอุดมการณ์และปฏิเสธ แต่บางคนก็รีบกระโจนเข้าหาเพราะฝักใฝ่ในอำนาจเรียกได้ว่าธาตุแท้ของมนุษย์เผยออกมาอย่างชัดเจนที่สุดในชั่ววินาทีนี้เมื่อมีชื่อติดประกาศ ขั้นต่อไปก็เพียงต้องผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งแค่พอเป็นพิธี เท่านี้ก็จะได้เป็นบัณฑิตชั้นสูง นับว่ามีหน้ามีตาในแคว้นฉู่นี่เป็นโอกาสที่จะได้พลิกชีวิตสำหรับสามัญชน เป็นความฝันที่เฝ้ารอมานานเพื่อที่จะเข้าสู่สังคมชั้นสูงวันนี้ จวนต่าง ๆ ภายในเมืองหลวงคึกคักตั้งแต่เที่ยงวันมีงานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงฆ้องและกลองดังกระหึ่มไปทั่วเมืองหลวงแม้จะล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำก็ยังคงมีจวนที่ตีฆ้องไม่หยุด นี่เป็นการประกาศว่าดึงตัวอัจฉริยะมาเข้าพวกได้สำเร็จจวนฉู่อ๋อง ห้องโถงรับรองฉู่หนิงนั่งสง่าอยู่ในตำแหน่งประธาน สีหน้าราบเรียบบัดนี้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status