Share

บทที่ 13

Author: สายลมไร้กาลเวลา
เมื่อฮ่องเต้มีรับสั่ง ในคืนวันนั้น จ้าวหมิงก็นำรายชื่อหญิงสาวที่อยู่ในวัยเหมาะสมเข้ามาถวาย

ใต้แสงเทียนที่ริบหรี่ในยามค่ำคืน เดิมทีควรจะเงียบสงัด แต่ฮ่องเต้ที่อยู่ภายในตำหนักอิงอู่กลับทรงกระปรี้กระเปร่า ดวงพระเนตรคมแหลมคมกวาดมองรายชื่อในมืออย่างต่อเนื่อง

หญิงสาววัยเหมาะสมมีอยู่มากมาย แต่การจะหาคนที่เหมาะสมกับฉู่หนิงนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย

ฉู่หนิงจะต้องเดินทางไปสนามรบที่แนวหน้า การไปครั้งนี้แทบจะไม่มีโอกาสได้กลับมา ภรรยาที่จะเลือกให้เขา จะต้องยอมรับในจุดนี้ได้

สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ฉู่หนิงคือองค์ชาย ชาติตระกูลของภรรยาจะต่ำต้อยเกินไปไม่ได้

“หลานสาวของมหาราชครูอายุสิบหกแล้วหรือ? น่าเสียดาย มหาราชครูคงไม่ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้แน่”

“เอ๊ะ? บุตรสาวของเสนาบดีโจวอายุสิบแปดแล้วยังไม่ออกเรือนหรือ? ไม่ได้ อายุมากไปหน่อย”

“บุตรสาวของหลิวอ้ายชิงอายุสิบห้าก็นับว่าเหมาะสมดี น่าเสียดายที่หลิวอ้ายชิงนั่นนิสัยเสีย เราไม่อยากจะไปยุ่งกับเขา”

ฮ่องเต้ทรงตรวจดูรายชื่อทีละบรรทัด ค่อย ๆ คัดคนที่ไม่เหมาะสมออกไปทีละคน

จ้าวหมิงที่อยู่ด้านข้างมองจนหนังตากระตุก

ฝ่าบาทคงไม่ได้ถือโอกาสนี้เลือกสนมเข้าวังหรอกกระมัง?

เผิงไหลจวิ้นอ๋องเป็นเพียงองค์ชายที่ไม่เป็นที่โปรดปราน กำลังจะไปตายที่แนวหน้าอยู่แล้ว เหตุใดจะต้องวุ่นวายเลือกภรรยาให้เขาด้วย?

แค่หาใครสักคนแต่งกับฉู่หนิงไปก็สิ้นเรื่องแล้ว

แน่นอนว่า คำพูดนี้จ้าวหมิงไม่กล้าพูดออกไป ทำได้เพียงคอยรินน้ำชาอยู่ข้าง ๆ เป็นครั้งคราว

กลิ่นหอมของชากระจายไปทั่ว ปลุกให้ฮ่องเต้ตื่นจากภวังค์

“ตาเฒ่าอย่างเจ้านี่ก็เจ้าเล่ห์นัก รายชื่อมากมายขนาดนี้ให้เราเลือกคนเดียว ส่วนตัวเองก็แอบอู้อยู่ข้าง ๆ ”

ฮ่องเต้ถลึงพระเนตร ยื่นรายชื่อในมือส่งไปให้ “เจ้าหาคนที่เหมาะสมจะแต่งกับฉู่หนิงมาให้เรา คืนนี้ถ้าหาไม่ได้ ก็ไม่ต้องนอน!”

จ้าวหมิงร้อนรนขึ้นมาทันที

เหตุใดถึงได้กลายเป็นเรื่องของตัวเองไปได้?

จ้าวหมิงใช้สองมือรับรายชื่อมา ไม่แม้แต่จะมองสักแวบเดียว ยิ้มเจื่อน ๆ พลางเอ่ยขึ้น “ฝ่าบาท อันที่จริงมีคนหนึ่งที่เหมาะสมมากพ่ะย่ะค่ะ”

ดวงพระเนตรของฮ่องเต้เป็นประกาย “เรารู้อยู่แล้วว่าตาเฒ่าอย่างเจ้าต้องมีความคิดเห็นดี ๆ แน่ รีบพูดมา เป็นใคร?”

“เสิ่นหว่านอิ๋งพ่ะย่ะค่ะ!”

ทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ ฮ่องเต้ก็ทรงเลิกคิ้วขึ้น พบว่าตนเองไม่มีความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับชื่อนี้เลย

จ้าวหมิงสังเกตเห็นความอึดอัดของฮ่องเต้ จึงรีบอธิบาย “สตรีผู้นี้เป็นทายาทของราชวงศ์ก่อน บิดาของนางพลีชีพในสนามรบเพื่อปกป้องแผ่นดินต้าฉู่ของเรา หลายปีมานี้ จวนเสิ่นอยู่ได้ก็เพราะการช่วยเหลือของรองเสนาบดีเฝิงพ่ะย่ะค่ะ

จะว่าไปแล้ว เสิ่นหว่านอิ๋งก็มีฐานะเป็นถึงท่านหญิง ฐานะก็เหมาะสมกับท่านอ๋องฉู่หนิงมากนะพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นก็พลันนึกขึ้นได้

ปฐมกษัตริย์แห่งต้าฉู่ได้ขึ้นครองราชย์จากการยึดอำนาจทางการทหารและราชสำนักของราชวงศ์ก่อน

แต่เพื่อแสดงถึงน้ำพระทัยอันกว้างขวางของปฐมกษัตริย์แห่งต้าฉู่ พระองค์จึงไม่ได้สังหารเชื้อพระวงศ์ก่อนจนสิ้นซาก แต่ให้พำนักอยู่ในเมืองหลวงและเลี้ยงดูเอาไว้

ด้านหนึ่งเพื่อเป็นการป่าวประกาศว่าต้าฉู่ปฏิบัติต่อทายาทของราชวงศ์ก่อนเป็นอย่างดี อีกด้านหนึ่งก็เป็นการกักบริเวณคนของราชวงศ์ก่อนไปในตัว

ด้วยเหตุนี้ ปฐมกษัตริย์แห่งต้าฉู่จึงได้ตั้งกฎว่า คนในตระกูลเสิ่นจะได้รับการสืบทอดตำแหน่งโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง!

บุรุษจะต้องเป็นจวิ้นอ๋อง สตรีย่อมต้องเป็นท่านหญิง!

เพียงแต่เมื่อมาถึงรุ่นของเสิ่นหว่านอิ๋ง บิดาของนางไม่เต็มใจที่จะถูกเลี้ยงดูอยู่ในเมืองหลวง จึงได้ละทิ้งพู่กัน หันไปจับอาวุธเดินทางไปออกรบที่แนวหน้า

แม้ว่าจะได้รู้จักกับเฝิงอันกั๋วที่แนวหน้า แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงเสียชีวิตในสงคราม

เฝิงอันกั๋วนั่นก็นับว่าเป็นคนที่มีคุณธรรมและน้ำใจ หลายปีมานี้ ก็คอยช่วยเหลือตระกูลเสิ่นมาโดยตลอด

เมื่อนึกถึงเฝิงอันกั๋ว บนพระพักตร์ของฮ่องเต้ก็ปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

“ตาเฒ่าอย่างเจ้านี่ ช่างเข้าใจเราเสียจริง!”

ฮ่องเต้ทรงพระสรวลเบา ๆ “ไปเขียนราชโองการบัดเดี๋ยวนี้ พระราชทานสมรสให้ฉู่หนิง รอจนเขาและเสิ่นหว่านอิ๋งแต่งงานกันแล้วค่อยไปแนวหน้า พรุ่งนี้ เจ้าจงไปประกาศราชโองการด้วยตนเอง”

“บ่าวน้อมรับพระราชโองการ!”

ท่ามกลางเสียงพระสรวลของฮ่องเต้ การแต่งงานของฉู่หนิงก็ถูกกำหนดลงเช่นนี้

จ้าวหมิงได้แต่ส่ายหน้าอย่างขมขื่น

ใต้เท้าเฝิง ท่านจะมาโทษข้าไม่ได้นะ จะโทษก็ต้องโทษที่ฐานะของท่านหญิงเสิ่นนั่นพิเศษเกินไป ประกอบกับท่านเองก็ไปหาเรื่องท่านอ๋องฉู่หนิงเข้า

การให้ท่านหญิงเสิ่นแต่งออกไป ทั้งยังเป็นการแต่งให้กับองค์ชาย สามารถแสดงให้เห็นถึงการดูแลเอาใจใส่ของราชวงศ์ที่มีต่อตระกูลเสิ่น

ต่อให้ฉู่หนิงกำลังจะไปแนวหน้า แต่ฐานะองค์ชายก็ยังคงอยู่ที่นี่!

ตระกูลเสิ่น ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

อีกอย่าง วันนี้เฝิงอันกั๋วไปหาเรื่องฉู่หนิง ในพระทัยของฝ่าบาทย่อมมีโทสะอยู่แล้ว ถือโอกาสนี้สั่งสอนเฝิงอันกั๋วสักหน่อย ให้ฝ่าบาทได้ระบายโทสะ!

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ตอนนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงเพียงอย่างเดียวคือเสิ่นหว่านอิ๋ง

แม้จะเป็นทายาทของราชวงศ์ก่อน แต่สตรีผู้นี้กลับมีชื่อเสียงเลื่องลือ เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหญิงงามผู้เปี่ยมความสามารถ

หากไม่ใช่เพราะฐานะที่พิเศษเกินไป คงจะออกเรือนไปนานแล้ว

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น คนที่ไปมาหาสู่ที่จวนเสิ่นในแต่ละวันก็ยังคงมีไม่ขาดสาย

ประการแรกคือเสิ่นหว่านอิ๋งมีรูปโฉมงดงามไร้ที่ติและมีชื่อเสียงอย่างยิ่ง ประการที่สองคือตระกูลเสิ่นมีกิจการเป็นของตนเอง และประการที่สามคือเสิ่นหว่านอิ๋งเป็นท่านหญิง!

สำหรับตระกูลขุนนางทั่วไปแล้ว การได้แต่งงานกับเสิ่นหว่านอิ๋ง ย่อมจะสามารถเพิ่มชื่อเสียงและบารมีให้แก่ตระกูลของตนเองได้อย่างแน่นอน

การให้สตรีผู้นี้แต่งงานกับฉู่หนิง คิดว่าฉู่หนิงคงจะดีใจอย่างยิ่ง

อย่างไรเสียหญิงงามปานนี้ ใครเล่าจะไม่ชอบ?

จ้าวหมิงคิดถึงตรงนี้ ในดวงตาก็ฉายแววแปลกประหลาดแวบหนึ่ง

ฝ่าบาททรงดูแลฉู่หนิงถึงเพียงนี้ หรือจะเป็นเพราะทรงระลึกถึงมารดาของฉู่หนิงจริง ๆ ?

ส่ายหน้าไปมา จ้าวหมิงก็หัวเราะเยาะตนเอง

เรื่องแบบนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา พรุ่งนี้แค่ไปประกาศราชโองการตามคำสั่งของฮ่องเต้ก็พอ

ตลอดคืนไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เวลาล่วงเลยมาถึงเช้าวันรุ่งขึ้น จ้าวหมิงถือราชโองการมาถึงจวนเผิงไหลจวิ้นอ๋อง

“ราชโองการมาถึงแล้ว!”

พร้อมกับเสียงแหลมเล็กของจ้าวหมิงดังขึ้น ฉู่หนิงที่กำลังล้างหน้าอยู่ที่เรือนหลังก็เลิกคิ้วขึ้น

ฮ่องเต้เฒ่าส่งคนมาประกาศราชโองการแต่เช้าเลยหรือ?

หรือว่าแนวหน้าเกิดเรื่องขึ้น?

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย ฉู่หนิงก้าวเท้ายาว ๆ มาถึงเรือนด้านหน้า

เมื่อเห็นจ้าวหมิงมาประกาศราชโองการด้วยตนเอง สีหน้าของฉู่หนิงก็จริงจังขึ้น ทำความเคารพทันที

จ้าวหมิงไม่พูดพร่ำทำเพลง กางราชโองการออกแล้วอ่าน “แนวหน้ากำลังวิกฤต องค์ชายสิบแปดฉู่หนิงยินดีรับใช้บ้านเมือง เรามีความยินดียิ่ง ขอพระราชทานสมรสให้แก่ท่านหญิงเสิ่นหว่านอิ๋ง รอจนแต่งงานแล้วค่อยเดินทางไปแนวหน้า!”

ฉู่หนิงถึงกับตกตะลึงในทันที

พระราชทานสมรสหรือ?

ฮ่องเต้เฒ่านี่หมายความว่าอย่างไร?

ไหนว่าการไปแนวหน้าครั้งนี้เต็มไปด้วยอันตราย แล้วเหตุใดในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ยังจะมาพระราชทานสมรสอีก?

แนวหน้าก็ใกล้จะถูกคนอื่นล้อมไว้หมดแล้ว เขาในฐานะแม่ทัพใหญ่ไม่รีบไป แต่กลับจะต้องมาแต่งงานหรือ?

ช่างเหลวไหลสิ้นดี!

ฉู่หนิงขมวดคิ้ว ไม่ยอมรับราชโองการเสียที ทำให้จ้าวหมิงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

จะให้ถือราชโองการค้างอยู่อย่างนี้ตลอดก็คงไม่ได้กระมัง?

จ้าวหมิงกระแอมครั้งหนึ่ง กระซิบเตือนเบา ๆ “ท่านอ๋อง ท่านควรจะรับราชโองการและขอบพระทัยได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่หนิงลุกขึ้นยืน ดึงจ้าวหมิงไปข้าง ๆ แล้วกระซิบถาม “หัวหน้าจ้าว เสด็จพ่อทรงพระราชทานสมรสในยามนี้ มีพระประสงค์อันใดกันแน่?”

ระหว่างที่พูด ก็ยื่นถุงเงินถุงหนึ่งส่งไปให้

มุมปากของจ้าวหมิงกระตุก

หากเป็นเงินของคนอื่น เขาคงจะไม่รับเด็ดขาด

แต่ฉู่หนิงไม่เหมือนกัน

ฮ่องเต้ทรงออกหน้าให้ฉู่หนิงมาสองครั้งแล้ว

หากไม่รับเงินถุงนี้ ฉู่หนิงจะไม่พอใจ

ฉู่หนิงไม่พอใจ เขาก็จะเดือดร้อน

ยื่นมือออกไปรับเงิน จ้าวหมิงก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฝ่าบาทไม่มีพระประสงค์อื่นใดหรอกพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ทรงรู้สึกว่าท่านอ๋องควรมีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง จะได้ไม่มีใครกล้ามารังแกท่าน

ท่านหญิงเสิ่นผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดานะพ่ะย่ะค่ะ ไม่เพียงแต่จะมีรูปโฉมงดงามที่สุดในใต้หล้า ยังเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งของราชวงศ์เรา ท่านอ๋องมีบุญวาสนาแล้ว~”

พูดจบ จ้าวหมิงก็ยัดราชโองการใส่มือฉู่หนิง หัวเราะเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้น “บ่าวยังต้องไปประกาศราชโองการที่จวนเสิ่นอีก คงจะไม่รบกวนท่านอ๋องแล้ว ทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”

กล่าวจบ จ้าวหมิงก็รีบร้อนจากไป

ฉู่หนิงมองราชโองการในมือแล้วตกอยู่ในห้วงความคิด

รูปโฉมงดงามที่สุดในใต้หล้า ทั้งยังเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งอีก?

สตรีเช่นนี้ เหตุใดต้องมาพระราชทานสมรสให้ตนด้วย?

นี่คงจะไม่ใช่หลุมพรางหรอกกระมัง?

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 876

    “เพียงแคว้นเราระดมกองทัพ บุกยึดแคว้นจ้าวให้ราบในคราเดียว ย่อมทำลายพันธมิตรระหว่างแคว้นจ้าวกับแคว้นเยี่ยนได้”“แผนนี้ไม่เลว ต่อให้สองแคว้นยกทัพมาอย่างดุดัน เราก็สามารถรับมือและทำลายได้ด้วยกำลังตน นับว่ามีความองอาจ!”วาจานี้เอ่ยออกมา องค์รัชทายาทดวงตาสว่างวาบ ก้าวออกมาแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “กลยุทธ์นี้ไม่เลวจริงๆ ได้รับคำชมจากเสด็จพ่อเช่นนี้ คนผู้นี้ย่อมคู่ควรตำแหน่งจอหงวน!”ยามนี้ย่อมต้องผลักดันหยางเหวินเทาให้ขึ้นเป็นจอหงวนอย่างสุดกำลังเช่นนี้ไม่เพียงสกัดเติ้งหงเหวินไม่ให้ได้ตำแหน่งจอหงวน ยังสามารถดึงหยางเหวินเทาเข้าฝ่ายตนได้อย่างสมบูรณ์ทว่าฮ่องเต้พอได้ฟังกลับทรงพระสรวลเสียงดัง “ไม่รีบ รอเราพูดให้จบก่อนค่อยตัดสิน”ตรัสจบ ฮ่องเต้หยิบข้อสอบฉบับที่สองขึ้นมา “นี่คือข้อสอบของหลิ่วอวิ๋นชิง เขาเสนอให้แคว้นเราใช้ยุทธวิธีหนึ่งรุกหนึ่งรับ”“ด้านหนึ่งโจมตีแคว้นจ้าวอย่างต่อเนื่องในทิศปิงโจว อีกด้านหนึ่งให้แม่ทัพใหญ่นำกองทัพตั้งรับป้องกัน”“แผนนี้รุกก็ได้ ถอยก็ได้ บุกหรือถอยล้วนเหมาะสม นับว่าใช้ได้ทั้งสองทาง สมแล้วที่เป็นกลยุทธ์ชั้นยอด”สีหน้าขององค์รัชทายาทเปลี่ยนไปเล็กน้อยฟังจากถ้อยคำนี้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 875

    ฮ่องเต้ก็คือฮ่องเต้ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่เหนือความคาดหมายไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าการสอบหน้าพระที่นั่งจะไม่ถามเกี่ยวกับความเข้าใจในตำรา ไม่ใช่การเสนอนโยบายต่อราชสำนัก แต่เป็นการวิเคราะห์และวางแผนรับมือต่อสถานการณ์ของแคว้นฉู่ในปัจจุบันแม้แต่ฉู่หนิงก็ยังต้องเลิกคิ้วมองฮ่องเต้แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ฮ่องเต้พระองค์นี้ก็มีฝีมือไม่เบาจริง ๆการตั้งโจทย์แบบนี้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงต้องมีสติปัญญา แต่ยังต้องมีความกล้ามากด้วยอย่างไรแล้วฮ่องเต้ก็จะแต่งตั้งผู้ที่สอบได้สามอันดับแรก เช่นนั้นก็หมายความว่าจะต้องวิจารณ์คำตอบของทั้งสามคนกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ฮ่องเต้ต้องการแสดงจุดยืน!และจุดยืนที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อแนวหน้า จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของสงครามหลังจากนี้ขณะที่ฉู่หนิงกำลังคิด ฮ่องเต้ก็ทรงตรัสด้วยเสียงกังวาน “บัดนี้พวกเจ้ารู้โจทย์แล้ว เริ่มตอบกันได้ กำหนดเวลาหนึ่งชั่วยาม!”ผู้เข้าสอบพากันประสานมือคำนับแล้วไปนั่งประจำที่เพื่อตอบคำถามทั่วทั้งลานกว้างเงียบสงัด มีเพียงเสียง “ซ่า ๆ ” ของพู่กันที่ขีดเขียนบนกระดาษฮ่องเต้กลับไปประทับที่บัลลังก์ตามเดิม หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงนำน้ำชาไปถวาย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 874

    การดึงตัวคนเข้าพวกของบรรดาองค์ชายและตระกูลใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปตระกูลใหญ่บางตระกูล ถึงขั้นยกบุตรสาวให้แต่งงานกับคนที่สอบผ่านเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นเพียงแต่ประกาศต่อภายนอกว่าเป็นการหมั้นหมาย หากจะแต่งงานก็ต้องรอให้ผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งไปก่อน รอให้ได้เป็นบัณฑิตชั้นสูงและมีตำแหน่งขุนนางก่อนจึงจะแต่งงานได้แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เมืองหลวงในช่วงสามวันนี้ก็คึกคักมากงานหมั้นต้องใช้สิ่งของมากมาย ไม่ว่าจะร้านขายผ้า ร้านข้าวสาร หรือร้านขายผัก ก็มีลูกค้าเนืองแน่นเหตุการณ์นี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองหลวงโดยอ้อม!ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้เช่นกันแต่กลับวางเฉย ไม่ได้ส่งคนมาขัดขวางแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเห็นชอบหรือคัดค้าน ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินตามธรรมชาติสำหรับฮ่องเต้แล้ว เศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะทำให้จัดเก็บภาษีได้มากขึ้นตราบใดที่มีเงิน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตกลงกันได้ทั้งนั้น!ฮ่องเต้ที่ขัดสนมานานย่อมไม่ตัดช่องทางหาเงินของตัวเองจวบจนถึงวันสอบหน้าพระที่นั่งในอีกสามวันต่อมา เมืองหลวงจึงค่อยกลับสู่ความสงบวันนี้เป็นวันที่เข้าสู่เดือนที่เก้า อากาศปลอดโปร่งเย็นสบายผู้เข้าสอบกลุ่มใหญ่มาร

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 873

    ข่าวเรื่องที่เติ้งหงเหวินเลือกองค์ชายสิบฉู่ฮั่น แพร่กระจายเร็วประหนึ่งติดปีกวันต่อมา ทั่วทั้งเมืองหลวงก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้วตำหนักบูรพาองค์รัชทายาทมีสีหน้าบึ้งตึง เขามองเสนาบดีกรมโยธาเหอเผิงที่มารายงาน กล่าวเสียงเย็นว่า“นึกไม่ถึงว่าเติ้งหงเหวินจะไม่เห็นคุณค่าแบบนี้ หึ วิธีการซื้อใจคนของเจ้าสิบนี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!”แม้จะโมโห แต่เขารู้สึกเสียดายมากกว่าหากรู้แต่แรกว่าเติ้งหงเหวินให้ความสำคัญกับครอบครัวขนาดนี้ เขาน่าจะชิงเสนอตัวดูแลพ่อแม่ของอีกฝ่ายก่อนแต่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว ถูกเจ้าสิบชิงตัดหน้าไปแล้วเหอเผิงมีสีหน้าเจ็บใจเช่นกัน “ใช่พ่ะย่ะค่ะ นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่สนใจเงินทองและตำแหน่ง คาดไม่ถึงจริง ๆ”“แต่ว่า ในเมื่อเขาไม่อาจทำงานเพื่อท่านได้ เช่นนั้นก็ต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้เขาได้เป็นจอหงวน!”จอหงวนจะต้องถูกใช้งานในหน้าที่สำคัญแน่นอนเพียงแค่ขัดขวางไม่ให้เป็นจอหงวนก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?องค์รัชทายาทหรี่ตา “ใต้เท้าเหอกล่าวได้มีเหตุผล ท่านรีบไปติดต่อคนอื่น ๆ สั่งให้พวกเขาให้การสนับสนุนข้าในอีกสามวัน ต้องขัดขวางไม่ให้เติ้งหงเหวินเป็นจอหงวน!”“พ่ะย่ะค่ะ!” เหอเผิงรับคำสั่งแล้วไป

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 872

    “ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์ไม่คิดว่าท่านอาจารย์ไร้ความรู้ ข้าเคยอ่านผลงานชิ้นเอกของท่านมาก่อน!”ฉู่หนิงเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าหมายถึงกลอนคู่ที่ข้าแต่งในงานอภิเษกหรือ? นั่นเป็นแค่กลอนที่พระชายาเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า”แต่เติ้งหงเหวินกลับพูดเสียงหนักแน่น “ไม่ พระชายาฉู่อ๋องเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งของแคว้นเรา นางไม่มีทางกระทำเรื่องเช่นนั้น”“นอกจากนี้ ด้วยกลอนวรรคแรกที่แต่งว่า ม่านหมอกคลุมน้ำหลิวรายล้อม ต่อให้เป็นพระชายาฉู่อ๋องก็ยังคิดประโยคถัดไปมาต่อไม่ได้ เช่นนี้นางจะเป็นผู้แต่งได้อย่างไร?”ต้องยอมรับว่าตรรกะของเติ้งหงเหวินมีน้ำหนักเยอะมากนี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีผู้ใดสังเกตมาก่อน ทว่าเติ้งหงเหวินซึ่งไม่ได้อยู่เมืองหลวง กลับวิเคราะห์เรื่องราวได้แม้จะเป็นเพียงข่าวลือตามท้องถนนนี่คืออัจฉริยะ!ฉู่หนิงเริ่มเกิดความรู้สึกรักและเสียดายผู้มีพรสวรรค์“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ใช่คนที่เอาแต่อ่านตำราจนไม่สนใจโลกภายนอก!”ฉู่หนิงมองเติ้งหงเหวินด้วยความชื่นชม หัวเราะเบา ๆ ว่า “แต่ไม่รู้ว่าเมื่อได้รับคำเชิญมากมายเช่นนี้ เจ้าจะเลือกอย่างไร?”คำพูดนี้ทำให้เติ้งหงเหวินนิ่งเงียบไปโชคดีที่ตอนนี้สาวใช้ยกสุราและอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 871

    หลังจากประกาศผลสอบ เมืองหลวงก็คึกคักเป็นพิเศษองค์ชายทั้งหมดทำการส่งเทียบเชิญไปยังผู้เข้าสอบลำดับต้น ๆ ทั้งหมด หมายจะดึงตัวมาเข้าพวกแม้แต่บรรดาตระกูลใหญ่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า พากันเชิญบัณฑิตที่สอบผ่านมาร่วมงานเลี้ยงมีผู้สอบผ่านทั้งหมดหกร้อยคน ทุกคนต่างได้รับเทียบเชิญหนึ่งฉบับหรือไม่ก็หลายฉบับบางคนยึดมั่นในอุดมการณ์และปฏิเสธ แต่บางคนก็รีบกระโจนเข้าหาเพราะฝักใฝ่ในอำนาจเรียกได้ว่าธาตุแท้ของมนุษย์เผยออกมาอย่างชัดเจนที่สุดในชั่ววินาทีนี้เมื่อมีชื่อติดประกาศ ขั้นต่อไปก็เพียงต้องผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งแค่พอเป็นพิธี เท่านี้ก็จะได้เป็นบัณฑิตชั้นสูง นับว่ามีหน้ามีตาในแคว้นฉู่นี่เป็นโอกาสที่จะได้พลิกชีวิตสำหรับสามัญชน เป็นความฝันที่เฝ้ารอมานานเพื่อที่จะเข้าสู่สังคมชั้นสูงวันนี้ จวนต่าง ๆ ภายในเมืองหลวงคึกคักตั้งแต่เที่ยงวันมีงานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงฆ้องและกลองดังกระหึ่มไปทั่วเมืองหลวงแม้จะล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำก็ยังคงมีจวนที่ตีฆ้องไม่หยุด นี่เป็นการประกาศว่าดึงตัวอัจฉริยะมาเข้าพวกได้สำเร็จจวนฉู่อ๋อง ห้องโถงรับรองฉู่หนิงนั่งสง่าอยู่ในตำแหน่งประธาน สีหน้าราบเรียบบัดนี้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status