Share

บทที่ 13

Penulis: สายลมไร้กาลเวลา
เมื่อฮ่องเต้มีรับสั่ง ในคืนวันนั้น จ้าวหมิงก็นำรายชื่อหญิงสาวที่อยู่ในวัยเหมาะสมเข้ามาถวาย

ใต้แสงเทียนที่ริบหรี่ในยามค่ำคืน เดิมทีควรจะเงียบสงัด แต่ฮ่องเต้ที่อยู่ภายในตำหนักอิงอู่กลับทรงกระปรี้กระเปร่า ดวงพระเนตรคมแหลมคมกวาดมองรายชื่อในมืออย่างต่อเนื่อง

หญิงสาววัยเหมาะสมมีอยู่มากมาย แต่การจะหาคนที่เหมาะสมกับฉู่หนิงนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย

ฉู่หนิงจะต้องเดินทางไปสนามรบที่แนวหน้า การไปครั้งนี้แทบจะไม่มีโอกาสได้กลับมา ภรรยาที่จะเลือกให้เขา จะต้องยอมรับในจุดนี้ได้

สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ฉู่หนิงคือองค์ชาย ชาติตระกูลของภรรยาจะต่ำต้อยเกินไปไม่ได้

“หลานสาวของมหาราชครูอายุสิบหกแล้วหรือ? น่าเสียดาย มหาราชครูคงไม่ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้แน่”

“เอ๊ะ? บุตรสาวของเสนาบดีโจวอายุสิบแปดแล้วยังไม่ออกเรือนหรือ? ไม่ได้ อายุมากไปหน่อย”

“บุตรสาวของหลิวอ้ายชิงอายุสิบห้าก็นับว่าเหมาะสมดี น่าเสียดายที่หลิวอ้ายชิงนั่นนิสัยเสีย เราไม่อยากจะไปยุ่งกับเขา”

ฮ่องเต้ทรงตรวจดูรายชื่อทีละบรรทัด ค่อย ๆ คัดคนที่ไม่เหมาะสมออกไปทีละคน

จ้าวหมิงที่อยู่ด้านข้างมองจนหนังตากระตุก

ฝ่าบาทคงไม่ได้ถือโอกาสนี้เลือกสนมเข้าวังหรอกกระมัง?

เผิงไหลจวิ้นอ๋องเป็นเพียงองค์ชายที่ไม่เป็นที่โปรดปราน กำลังจะไปตายที่แนวหน้าอยู่แล้ว เหตุใดจะต้องวุ่นวายเลือกภรรยาให้เขาด้วย?

แค่หาใครสักคนแต่งกับฉู่หนิงไปก็สิ้นเรื่องแล้ว

แน่นอนว่า คำพูดนี้จ้าวหมิงไม่กล้าพูดออกไป ทำได้เพียงคอยรินน้ำชาอยู่ข้าง ๆ เป็นครั้งคราว

กลิ่นหอมของชากระจายไปทั่ว ปลุกให้ฮ่องเต้ตื่นจากภวังค์

“ตาเฒ่าอย่างเจ้านี่ก็เจ้าเล่ห์นัก รายชื่อมากมายขนาดนี้ให้เราเลือกคนเดียว ส่วนตัวเองก็แอบอู้อยู่ข้าง ๆ ”

ฮ่องเต้ถลึงพระเนตร ยื่นรายชื่อในมือส่งไปให้ “เจ้าหาคนที่เหมาะสมจะแต่งกับฉู่หนิงมาให้เรา คืนนี้ถ้าหาไม่ได้ ก็ไม่ต้องนอน!”

จ้าวหมิงร้อนรนขึ้นมาทันที

เหตุใดถึงได้กลายเป็นเรื่องของตัวเองไปได้?

จ้าวหมิงใช้สองมือรับรายชื่อมา ไม่แม้แต่จะมองสักแวบเดียว ยิ้มเจื่อน ๆ พลางเอ่ยขึ้น “ฝ่าบาท อันที่จริงมีคนหนึ่งที่เหมาะสมมากพ่ะย่ะค่ะ”

ดวงพระเนตรของฮ่องเต้เป็นประกาย “เรารู้อยู่แล้วว่าตาเฒ่าอย่างเจ้าต้องมีความคิดเห็นดี ๆ แน่ รีบพูดมา เป็นใคร?”

“เสิ่นหว่านอิ๋งพ่ะย่ะค่ะ!”

ทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ ฮ่องเต้ก็ทรงเลิกคิ้วขึ้น พบว่าตนเองไม่มีความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับชื่อนี้เลย

จ้าวหมิงสังเกตเห็นความอึดอัดของฮ่องเต้ จึงรีบอธิบาย “สตรีผู้นี้เป็นทายาทของราชวงศ์ก่อน บิดาของนางพลีชีพในสนามรบเพื่อปกป้องแผ่นดินต้าฉู่ของเรา หลายปีมานี้ จวนเสิ่นอยู่ได้ก็เพราะการช่วยเหลือของรองเสนาบดีเฝิงพ่ะย่ะค่ะ

จะว่าไปแล้ว เสิ่นหว่านอิ๋งก็มีฐานะเป็นถึงท่านหญิง ฐานะก็เหมาะสมกับท่านอ๋องฉู่หนิงมากนะพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นก็พลันนึกขึ้นได้

ปฐมกษัตริย์แห่งต้าฉู่ได้ขึ้นครองราชย์จากการยึดอำนาจทางการทหารและราชสำนักของราชวงศ์ก่อน

แต่เพื่อแสดงถึงน้ำพระทัยอันกว้างขวางของปฐมกษัตริย์แห่งต้าฉู่ พระองค์จึงไม่ได้สังหารเชื้อพระวงศ์ก่อนจนสิ้นซาก แต่ให้พำนักอยู่ในเมืองหลวงและเลี้ยงดูเอาไว้

ด้านหนึ่งเพื่อเป็นการป่าวประกาศว่าต้าฉู่ปฏิบัติต่อทายาทของราชวงศ์ก่อนเป็นอย่างดี อีกด้านหนึ่งก็เป็นการกักบริเวณคนของราชวงศ์ก่อนไปในตัว

ด้วยเหตุนี้ ปฐมกษัตริย์แห่งต้าฉู่จึงได้ตั้งกฎว่า คนในตระกูลเสิ่นจะได้รับการสืบทอดตำแหน่งโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง!

บุรุษจะต้องเป็นจวิ้นอ๋อง สตรีย่อมต้องเป็นท่านหญิง!

เพียงแต่เมื่อมาถึงรุ่นของเสิ่นหว่านอิ๋ง บิดาของนางไม่เต็มใจที่จะถูกเลี้ยงดูอยู่ในเมืองหลวง จึงได้ละทิ้งพู่กัน หันไปจับอาวุธเดินทางไปออกรบที่แนวหน้า

แม้ว่าจะได้รู้จักกับเฝิงอันกั๋วที่แนวหน้า แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงเสียชีวิตในสงคราม

เฝิงอันกั๋วนั่นก็นับว่าเป็นคนที่มีคุณธรรมและน้ำใจ หลายปีมานี้ ก็คอยช่วยเหลือตระกูลเสิ่นมาโดยตลอด

เมื่อนึกถึงเฝิงอันกั๋ว บนพระพักตร์ของฮ่องเต้ก็ปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

“ตาเฒ่าอย่างเจ้านี่ ช่างเข้าใจเราเสียจริง!”

ฮ่องเต้ทรงพระสรวลเบา ๆ “ไปเขียนราชโองการบัดเดี๋ยวนี้ พระราชทานสมรสให้ฉู่หนิง รอจนเขาและเสิ่นหว่านอิ๋งแต่งงานกันแล้วค่อยไปแนวหน้า พรุ่งนี้ เจ้าจงไปประกาศราชโองการด้วยตนเอง”

“บ่าวน้อมรับพระราชโองการ!”

ท่ามกลางเสียงพระสรวลของฮ่องเต้ การแต่งงานของฉู่หนิงก็ถูกกำหนดลงเช่นนี้

จ้าวหมิงได้แต่ส่ายหน้าอย่างขมขื่น

ใต้เท้าเฝิง ท่านจะมาโทษข้าไม่ได้นะ จะโทษก็ต้องโทษที่ฐานะของท่านหญิงเสิ่นนั่นพิเศษเกินไป ประกอบกับท่านเองก็ไปหาเรื่องท่านอ๋องฉู่หนิงเข้า

การให้ท่านหญิงเสิ่นแต่งออกไป ทั้งยังเป็นการแต่งให้กับองค์ชาย สามารถแสดงให้เห็นถึงการดูแลเอาใจใส่ของราชวงศ์ที่มีต่อตระกูลเสิ่น

ต่อให้ฉู่หนิงกำลังจะไปแนวหน้า แต่ฐานะองค์ชายก็ยังคงอยู่ที่นี่!

ตระกูลเสิ่น ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

อีกอย่าง วันนี้เฝิงอันกั๋วไปหาเรื่องฉู่หนิง ในพระทัยของฝ่าบาทย่อมมีโทสะอยู่แล้ว ถือโอกาสนี้สั่งสอนเฝิงอันกั๋วสักหน่อย ให้ฝ่าบาทได้ระบายโทสะ!

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ตอนนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงเพียงอย่างเดียวคือเสิ่นหว่านอิ๋ง

แม้จะเป็นทายาทของราชวงศ์ก่อน แต่สตรีผู้นี้กลับมีชื่อเสียงเลื่องลือ เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหญิงงามผู้เปี่ยมความสามารถ

หากไม่ใช่เพราะฐานะที่พิเศษเกินไป คงจะออกเรือนไปนานแล้ว

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น คนที่ไปมาหาสู่ที่จวนเสิ่นในแต่ละวันก็ยังคงมีไม่ขาดสาย

ประการแรกคือเสิ่นหว่านอิ๋งมีรูปโฉมงดงามไร้ที่ติและมีชื่อเสียงอย่างยิ่ง ประการที่สองคือตระกูลเสิ่นมีกิจการเป็นของตนเอง และประการที่สามคือเสิ่นหว่านอิ๋งเป็นท่านหญิง!

สำหรับตระกูลขุนนางทั่วไปแล้ว การได้แต่งงานกับเสิ่นหว่านอิ๋ง ย่อมจะสามารถเพิ่มชื่อเสียงและบารมีให้แก่ตระกูลของตนเองได้อย่างแน่นอน

การให้สตรีผู้นี้แต่งงานกับฉู่หนิง คิดว่าฉู่หนิงคงจะดีใจอย่างยิ่ง

อย่างไรเสียหญิงงามปานนี้ ใครเล่าจะไม่ชอบ?

จ้าวหมิงคิดถึงตรงนี้ ในดวงตาก็ฉายแววแปลกประหลาดแวบหนึ่ง

ฝ่าบาททรงดูแลฉู่หนิงถึงเพียงนี้ หรือจะเป็นเพราะทรงระลึกถึงมารดาของฉู่หนิงจริง ๆ ?

ส่ายหน้าไปมา จ้าวหมิงก็หัวเราะเยาะตนเอง

เรื่องแบบนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา พรุ่งนี้แค่ไปประกาศราชโองการตามคำสั่งของฮ่องเต้ก็พอ

ตลอดคืนไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เวลาล่วงเลยมาถึงเช้าวันรุ่งขึ้น จ้าวหมิงถือราชโองการมาถึงจวนเผิงไหลจวิ้นอ๋อง

“ราชโองการมาถึงแล้ว!”

พร้อมกับเสียงแหลมเล็กของจ้าวหมิงดังขึ้น ฉู่หนิงที่กำลังล้างหน้าอยู่ที่เรือนหลังก็เลิกคิ้วขึ้น

ฮ่องเต้เฒ่าส่งคนมาประกาศราชโองการแต่เช้าเลยหรือ?

หรือว่าแนวหน้าเกิดเรื่องขึ้น?

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย ฉู่หนิงก้าวเท้ายาว ๆ มาถึงเรือนด้านหน้า

เมื่อเห็นจ้าวหมิงมาประกาศราชโองการด้วยตนเอง สีหน้าของฉู่หนิงก็จริงจังขึ้น ทำความเคารพทันที

จ้าวหมิงไม่พูดพร่ำทำเพลง กางราชโองการออกแล้วอ่าน “แนวหน้ากำลังวิกฤต องค์ชายสิบแปดฉู่หนิงยินดีรับใช้บ้านเมือง เรามีความยินดียิ่ง ขอพระราชทานสมรสให้แก่ท่านหญิงเสิ่นหว่านอิ๋ง รอจนแต่งงานแล้วค่อยเดินทางไปแนวหน้า!”

ฉู่หนิงถึงกับตกตะลึงในทันที

พระราชทานสมรสหรือ?

ฮ่องเต้เฒ่านี่หมายความว่าอย่างไร?

ไหนว่าการไปแนวหน้าครั้งนี้เต็มไปด้วยอันตราย แล้วเหตุใดในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ยังจะมาพระราชทานสมรสอีก?

แนวหน้าก็ใกล้จะถูกคนอื่นล้อมไว้หมดแล้ว เขาในฐานะแม่ทัพใหญ่ไม่รีบไป แต่กลับจะต้องมาแต่งงานหรือ?

ช่างเหลวไหลสิ้นดี!

ฉู่หนิงขมวดคิ้ว ไม่ยอมรับราชโองการเสียที ทำให้จ้าวหมิงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

จะให้ถือราชโองการค้างอยู่อย่างนี้ตลอดก็คงไม่ได้กระมัง?

จ้าวหมิงกระแอมครั้งหนึ่ง กระซิบเตือนเบา ๆ “ท่านอ๋อง ท่านควรจะรับราชโองการและขอบพระทัยได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่หนิงลุกขึ้นยืน ดึงจ้าวหมิงไปข้าง ๆ แล้วกระซิบถาม “หัวหน้าจ้าว เสด็จพ่อทรงพระราชทานสมรสในยามนี้ มีพระประสงค์อันใดกันแน่?”

ระหว่างที่พูด ก็ยื่นถุงเงินถุงหนึ่งส่งไปให้

มุมปากของจ้าวหมิงกระตุก

หากเป็นเงินของคนอื่น เขาคงจะไม่รับเด็ดขาด

แต่ฉู่หนิงไม่เหมือนกัน

ฮ่องเต้ทรงออกหน้าให้ฉู่หนิงมาสองครั้งแล้ว

หากไม่รับเงินถุงนี้ ฉู่หนิงจะไม่พอใจ

ฉู่หนิงไม่พอใจ เขาก็จะเดือดร้อน

ยื่นมือออกไปรับเงิน จ้าวหมิงก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฝ่าบาทไม่มีพระประสงค์อื่นใดหรอกพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ทรงรู้สึกว่าท่านอ๋องควรมีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง จะได้ไม่มีใครกล้ามารังแกท่าน

ท่านหญิงเสิ่นผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดานะพ่ะย่ะค่ะ ไม่เพียงแต่จะมีรูปโฉมงดงามที่สุดในใต้หล้า ยังเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งของราชวงศ์เรา ท่านอ๋องมีบุญวาสนาแล้ว~”

พูดจบ จ้าวหมิงก็ยัดราชโองการใส่มือฉู่หนิง หัวเราะเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้น “บ่าวยังต้องไปประกาศราชโองการที่จวนเสิ่นอีก คงจะไม่รบกวนท่านอ๋องแล้ว ทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”

กล่าวจบ จ้าวหมิงก็รีบร้อนจากไป

ฉู่หนิงมองราชโองการในมือแล้วตกอยู่ในห้วงความคิด

รูปโฉมงดงามที่สุดในใต้หล้า ทั้งยังเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งอีก?

สตรีเช่นนี้ เหตุใดต้องมาพระราชทานสมรสให้ตนด้วย?

นี่คงจะไม่ใช่หลุมพรางหรอกกระมัง?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 786

    ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเทียนหลิงจึงได้สติ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด พลันลุกพรวดขึ้นตวาดเสียงเกรี้ยว“คนของพวกเราช่างไร้น้ำยาสิ้นดี ข้าทิ้งทหารเจ็ดร้อยนายไว้คุ้มกันของหมั้นหมายมิใช่หรือ?”ครั้งนี้คณะทูตมีหนึ่งพันคน จ้าวเทียนหลิงนำทหารม้าสามร้อยนายเร่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ส่วนที่เหลือเจ็ดร้อยนายคุ้มกันของหมั้นหมาย จึงเดินทางล่าช้ากว่าไม่คิดว่าในเวลาสำคัญก่อนพิธีสมรสเชื่อมไมตรีเช่นนี้ กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นองค์ชายรองเองก็เผยสีหน้าฉงน “ดูจากเส้นทาง ย่อมเข้าสู่เขตเมืองหลวงแล้ว ผู้ใดกันบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปล้นของหมั้นหมายที่นี่?”เกิ่งเฉิงคังเผยสีหน้าจนปัญญา “คนของเรารายงานว่า ฝ่ายนั้นซุ่มโจมตีในป่าผืนหนึ่ง บุกมาอย่างเกรี้ยวกราด กำลังรบแข็งแกร่งยิ่ง คนของเราถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จำต้องรวบรวมกำลังคุ้มกันของหมั้นหมาย”“ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนเตรียมการมาล่วงหน้า ในป่ามีทั้งก้อนหินและท่อนไม้ยักษ์มากมาย โจมตีจนคนของเราเสียหายหนัก สุดท้ายมีเพียงสี่ร้อยกว่าคนหนีรอดกลับมาได้”“ของหมั้น... ของหมั้นถูกพวกมันชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”จ้าวเทียนหลิงฟังจบก็เดือดดาลทันที “ฝ่ายนั้นมีกี่คน ชูธงสัญลักษ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 785

    นับแต่เหตุจ้าวเทียนหลิงควบม้าเหยียบย่ำถนน ชาวเมืองหลวงก็มิได้เหลือเยื่อใยความนับถือต่อองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้นี้อีกแม้รู้ว่าอีกฝ่ายมาสมรสเชื่อมไมตรี ทว่าชาวบ้านกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ยิ่งนักประการแรก กองทัพแนวหน้าปิงโจวได้ยึดครองเมืองแคว้นจ้าวถึงสิบเมือง แคว้นฉู่กำลังได้เปรียบ เหตุใดจึงยังต้องพึ่งการสมรสเชื่อมไมตรีเพื่อรักษาไมตรีของสองแคว้นด้วย?ประการที่สอง จ้าวเทียนหลิงอาศัยอำนาจรังแกคน ไม่อาจครองใจราษฎร ไม่มีใครอยากให้เฝิงมู่หลานถูกส่งไปแต่งด้วยแต่ถึงกระนั้น ราษฎรก็ไม่อาจกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ได้ ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ดำเนินไปสองวันถัดมา ในเมืองหลวงเงียบสงัดเป็นพิเศษพิธีรับตัวเจ้าสาวในอีกสามวันถูกจัดอย่างลับ ๆ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้จะรีบเร่งถึงเพียงนี้ฝ่ายจ้าวเทียนหลิง ครั้นได้รับคำมั่นสัญญาจากฮ่องเต้ต้าฉู่ ตลอดสองวันนี้ก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก ปักหลักอยู่ในเรือนรับรองของโรงเลี้ยงม้ามิได้ออกไปไหนมีเพียงองค์ชายรองที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่เรือนรับรองเป็นครั้งคราว พร้อมสั่งกองทหารรักษาพระองค์ให้คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเป็นพิเศษไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 784

    มีป้ายทองแต่กลับไม่ใช้ จงใจรอให้ฉู่หนิงฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าว องค์ชายรองมีเจตนาแอบแฝงแต่ทว่า คราวนี้เจ้าเด็กฉู่หนิงก็ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ หากไม่ลงโทษบ้างก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงแต่การสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้ ไม่อาจถูกกระทบเพราะเมืองแนวหน้าถูกยึด หรือเพราะทหารม้าแคว้นจ้าวถูกสังหารไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะปิดบังฉู่หนิงได้หรือไม่ หากเขารู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีคืบหน้าเร็วถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าจะเข้ามาขัดขวางพอคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร แล้วตะโกนเรียก “องครักษ์เงา!”“ฝ่าบาท!” องครักษ์เงาที่ปรากฏกายราวกับภูตผี โผล่มาในตำหนักอย่างฉับพลันฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สามวันนี้ เจ้าไปจับตาดูฉู่หนิงด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขา เราต้องรู้ทั้งหมด!”“อีกอย่าง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หมิงเยว่จวิ้นจู่ และห้ามผู้ใดบอกนางเรื่องการสมรสเชื่อมไมตรีในอีกสามวัน!”“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาขานรับ แล้วรีบไปจัดการทันทีขอเพียงฉู่หนิงไม่รับรู้เรื่องในอีกสามวันให้หลัง และเฝิงมู่หลานไม่พบผู้ใด เรื่องนี้ย่อมสำเร็จแน่นอนฮ่องเต้แย้มพระสรวลเล็กน้อย พึงพอใจในแผนการของตนอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 783

    ภายในตำหนักอิงอู่ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงที่จากไป ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่า บทลงโทษของฉู่หนิงเมื่อครู่ มิอาจทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจได้ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยิ่งลำบากขึ้นไปอีกประกอบกับการที่ฉู่หนิงแสดงท่าทีคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนบางทีในสายตาของจ้าวเทียนหลิง เป็นเพราะฉู่หนิงไม่ต้องการให้สองแคว้นได้สมรสเชื่อมไมตรี จึงจงใจสังหารทหารม้าแคว้นจ้าวจนสิ้น!หากเรื่องนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจ การสมรสเชื่อมไมตรีก็คงยากจะสำเร็จแต่หากในยามนี้จะลงโทษฉู่หนิงเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าการกระทำของฉู่หนิงวันนี้ช่วยประกาศศักดาแคว้นฉู่อย่างมาก เพียงแค่นิสัยของฉู่หนิงนั้น เขาก็ไม่มีทางยอมอ่อนข้ออยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังครอบครองเกลือบริสุทธิ์ หากบีบคั้นเขาจนถึงที่สุด ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ตัดการส่งเกลืออีกครั้ง?อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้ลงโทษฉู่หนิงไปแล้ว หากลงโทษซ้ำ ก็จะดูไม่เหมาะสมท

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 782

    องค์ชายรองกล่าวพลางหันไปมองฉู่หนิง “น้องสิบแปด เจ้าว่าใช่หรือไม่?”นี่คือการบีบให้ฉู่หนิงแสดงท่าที!ขอเพียงฉู่หนิงยอมรับต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวว่าจะไม่ขัดขวางการสมรสเชื่อมไมตรี ต่อไปงานสมรสก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นฉู่หนิงคิดจะทำลายการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้หรือ?ไม่มีทาง!ฉู่หนิงมององค์ชายรองที่เสแสร้งแกล้งทำ แววตาฉายแววเยาะเย้ย “พี่รอง ท่านรู้ดีว่าข้าคัดค้านการสมรสครั้งนี้มาโดยตลอด”“แต่เหตุการณ์ในวันนี้ น้องมิได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เพียงต้องการสั่งสอนองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ให้เขาไม่กล้าวางอำนาจเช่นนี้ในเมืองหลวงแคว้นฉู่ของเรา”“เพราะอย่างไรเสีย บนถนนก็มีราษฎรมาก เรื่องอันตรายอย่างการควบตะบึงอาชากลางถนน ย่อมไม่ควรกระทำ”สิ้นประโยค องค์ชายรองก็ลอบยินดีในใจฉู่หนิงเอ๋ยฉู่หนิง เจ้าก็มีวันนี้ สุดท้ายก็หลงกลติดกับของข้าจนได้!ข้าต้องการให้เจ้าประกาศต่อหน้าผู้คนว่าไม่ต้องการให้การสมรสเชื่อมไมตรีสำเร็จ เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ถึงขีดสุด!คอยดูเถิด เสด็จพ่อจะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่!ฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าวมากมายกลางถนน บัดนี้ยังกล้าคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 781

    ตำหนักอิงอู่ถ้อยคำไม่กี่ประโยคขององค์ชายรอง ก็เหมือนจับฉู่หนิงย่างบนกองไฟครั้นฮ่องเต้ได้ยินว่าเรื่องนี้กระทบต่อการสมรสเชื่อมไมตรี สีพระพักตร์ก็มืดขรึมลงทันที“ฉู่หนิง เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนกลางถนน ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์บ้างเลยหรือ?”ฉู่หนิงสีหน้าขึงขัง เอ่ยด้วยท่าทีชอบธรรม “เสด็จพ่อ ตอนที่รองเสนาบดีกรมพิธีการมาแจ้งเรื่องนี้แก่ลูก ลูกมิได้คิดอะไรมาก เพียงแค่ไม่ต้องการให้ราษฎรในเมืองถูกคนแคว้นจ้าวเหยียบย่ำ จึงนำกำลังทหารรุดไป”“ไม่คิดเลยว่าจ้าวเทียนหลิงจะมีเจตนาร้าย กลับเสนอประลองกับทหารม้าใต้บัญชาของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไปเพื่อปกป้องชาวเมือง หยุดยั้งทหารม้าไม่ให้ควบอาชาอาละวาดกลางถนน หรือเพื่อตอบสนองคำร้องของท่านทูต ลูกก็สมควรต้องรับคำประลองนั้น!”“ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเริ่มประลอง เราทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้ชนะ ก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”คำอธิบายที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่ ทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันไปหากฟังเช่นนี้ ฉู่หนิงมิได้มีความผิด กลับกลายเป็นมีความชอบ?องค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังไม่ไหว แค่นหัวเราะเย็น “วาจาน้องสิบแปดคมคายดังเดิม แต่ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นฝ่ายได้เปรีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status