Share

บทที่ 14

Author: สายลมไร้กาลเวลา
“ท่านอ๋อง จะให้ข้าน้อยไปสืบข่าวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

จ้าวอวี่เป็นคนละเอียดรอบคอบ เมื่อเห็นฉู่หนิงนิ่งเงียบไปนาน เขาก็เอ่ยเสนอแนะขึ้นมา

การพระราชทานสมรสอย่างกะทันหันนั้นทำให้รู้สึกประหลาดใจ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหญิงเสิ่นผู้นั้น ยังเป็นถึงอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งของต้าฉู่ ในเมื่อยังไม่ทราบพระประสงค์ของฮ่องเต้ ก็ควรจะไปสืบข่าวที่จวนเสิ่นเสียก่อน

แต่ฉู่หนิงกลับหัวเราะเบา ๆ ส่ายหน้าพลางเอ่ยขึ้น “ไม่ต้องหรอก ท่านหญิงเสิ่นผู้นั้นสูงศักดิ์เพียงใด จะยอมแต่งกับข้าได้อย่างไร?

เมื่อวานเสด็จพ่อทรงพระราชทานคนของกรมกลาโหมให้มาเป็นผู้คุ้มกันของข้า พวกเจ้าสองคนตามข้าไปที่ศาลาว่าการของกรมกลาโหมสักเที่ยวเถอะ”

ไม่ว่าการพระราชทานสมรสครั้งนี้จะเป็นหลุมพรางหรือไม่ ขอเพียงท่านหญิงเสิ่นไม่ยินยอม ฮ่องเต้ก็คงจะไม่สามารถบังคับให้นางแต่งเข้ามาได้กระมัง?

แม้ว่าจะเป็นการพระราชทานสมรส ยากที่จะขัดราชโองการได้ แต่ฐานะของท่านหญิงเสิ่นนั้นพิเศษนัก หากนางไม่ต้องการแต่งจริง ๆ ฮ่องเต้จะสามารถบังคับนางได้หรือ?

หากเป็นเช่นนั้น ฮ่องเต้ย่อมถูกผู้คนครหาเป็นแน่

ราชโองการฉบับนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็คงจะเป็นเพียงการแสดงให้คนอื่นดูเท่านั้น

เรื่องเร่งด่วนในตอนนี้คือการนำคนกลุ่มนั้นจากกรมกลาโหมมาไว้ในมือให้ได้ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่ากองกำลังคุ้มกันได้ก่อตั้งขึ้นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

ในฐานะองค์ชาย หากข้างกายไม่มีกองกำลังคุ้มกัน การเดินทางไปแนวหน้าครั้งนี้ อย่าว่าแต่จะถูกกองทัพศัตรูกำจัดเลย คนของต้าฉู่เองก็อาจจะกำจัดเขาได้!

ภายใต้การคุ้มกันของกวนอวิ๋นและจ้าวอวี่ ทั้งสามคนก็มุ่งหน้าไปยังกรมกลาโหม

ส่วนทางด้านนี้ หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงได้นำราชโองการมาถึงจวนเสิ่น

จวนเสิ่นไม่ได้ใหญ่โตนัก ก่อด้วยอิฐสีเขียวหลังคามุงกระเบื้องสีดำ ตัดกับจวนสูงตระหง่านกำแพงใหญ่โตที่อยู่รอบข้างอย่างเห็นได้ชัด

ภายในเรือนหลังของจวน เสียงพิณอันไพเราะดังแว่วมาจากห้องส่วนตัวของหญิงสาว

ปรากฏร่างของหญิงสาวนางหนึ่งในชุดสีเขียว คิ้วเรียวงามดั่งใบหลิว ดวงตาที่สดใสเปล่งประกาย ยากที่จะลืมเลือนได้เมื่อแรกเห็น

สันจมูกโด่งรับกับใบหน้างดงามไร้ที่ติ ประกอบกับริมฝีปากแดงดั่งผลเชอร์รี ทำให้หัวใจสั่นไหว

ถัดจากลำคอระหงลงมาคือเนินอกที่อวบอิ่มดั่งขุนเขา ผ้าคาดเอวสีน้ำเงินเส้นหนึ่งผูกอยู่ที่เอว เผยให้เห็นเอวบางร่างน้อย

สตรีผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเสิ่นหว่านอิ๋งทายาทของราชวงศ์ก่อน!

ในฐานะท่านหญิง ทั้งยังเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่ ประกอบกับรูปโฉมที่งดงามไร้ที่ติ บุรุษใดได้เห็นนางก็ยากที่จะหักห้ามใจได้

ทว่า เสียงพิณในยามนี้กลับแฝงไปด้วยความกังวล ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกสะเทือนใจ

ข้าง ๆ กันนั้น สตรีอีกคนหนึ่งในชุดรัดกุม ใบหน้าเปี่ยมด้วยความองอาจกำลังนั่งเบื่อหน่ายอย่างที่สุด นั่งลงจิบชาได้ไม่ถึงสองอึกก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

เดิมทีคิดจะขัดจังหวะสหายสนิทของตน แต่เมื่อนึกถึงนิสัยดื้อรั้นของนาง หากไม่ให้นางบรรเลงเพลงนี้จนจบ เกรงว่าจะไม่สามารถพานางออกไปข้างนอกได้

เฝิงมู่หลานส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ทำได้เพียงรอให้เสิ่นหว่านอิ๋งบรรเลงจนจบอย่างเงียบ ๆ

ทว่า ในขณะที่เสิ่นหว่านอิ๋งคิดว่าตนเองจะต้องนั่งรอเวลาอันน่าเบื่อหน่ายนี้ผ่านไปเช่นเคย เสียงของสาวใช้ก็ดังมาจากนอกเรือน

“คุณหนู คนจากในวังมาเจ้าค่ะ ทั้งยังนำราชโองการของฝ่าบาทมาด้วย เชิญคุณหนูและฮูหยินผู้เฒ่าไปรับราชโองการเจ้าค่ะ!”

เสียงพิณหยุดลงกะทันหัน บนใบหน้างดงามของเสิ่นหว่านอิ๋งปรากฏความประหลาดใจ “แปลกจริง เหตุใดฝ่าบาทจึงส่งคนมาประกาศราชโองการกะทันหัน ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอันใด”

เฝิงมู่หลานหัวเราะเบา ๆ เดินเข้าไปจับมือเสิ่นหว่านอิ๋ง “พวกเราไปรับราชโองการก็รู้แล้วมิใช่หรือว่าเป็นเรื่องอันใด?”

ระหว่างที่พูด นางก็ดึงเสิ่นหว่านอิ๋งออกจากห้องส่วนตัว มุ่งหน้าไปยังเรือนด้านหน้าทันที

เสิ่นฮูหยินที่ได้รับข่าวก็มาถึงในขณะนั้นพอดี ทั้งสามคนพร้อมด้วยสาวใช้และบ่าวชายต่างพากันคุกเข่าลง

จ้าวหมิงเปิดราชโองการออก อ่านด้วยสีหน้าจริงจัง “ตระกูลเสิ่นมีบุตรสาวนามว่าหว่านอิ๋ง เราได้ยินว่าเจ้ารูปโฉมงดงามโดดเด่น เปี่ยมไปด้วยความสามารถ ปีนี้ก็อายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์แล้ว จึงขอพระราชทานสมรสให้แก่เจ้ากับเผิงไหลจวิ้นอ๋อง!”

ทั้งสามคนที่ก้มหน้ารอรับราชโองการอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปอย่างมาก

เผิงไหลจวิ้นอ๋อง องค์ชายลูกนอกสมรสของฮ่องเต้ องค์ชายตัวตายตัวแทนที่กำลังจะไปแนวหน้าหรือ?

แต่งให้กับคนเช่นนี้ เกรงว่ายังไม่ทันจะผ่านช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ก็ต้องกลายเป็นม่ายแล้ว!

แม้ว่าเสิ่นหว่านอิ๋งจะรอบรู้หนังสือจนแตกฉาน แต่ในตอนนี้ใบหน้าก็อดซีดเผือดไม่ได้ ปรากฏความขุ่นเคืองออกมา

ส่วนเสิ่นฮูหยินนั้นในใจสั่นสะท้าน ความขมขื่นอัดแน่นอยู่ในอก

เดิมทีเป็นทายาทของราชวงศ์ก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นของเล่นของราชวงศ์ อยากจะทำอะไรก็ทำ!

แม้ว่าตระกูลเสิ่นจะไม่ได้เป็นราชวงศ์อีกต่อไป แต่อย่างไรเสียก็เคยรุ่งเรืองมาก่อน แผ่นดินของต้าฉู่ก็แย่งชิงมาจากมือของตระกูลเสิ่น ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันกลับไม่คำนึงถึงเรื่องเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ยืนกรานจะพระราชทานสมรสให้หว่านอิ๋งแก่เจ้าตัวตายตัวแทนฉู่หนิงนั่น

ไม่ได้ บุตรสาวของข้าเป็นถึงท่านหญิง จะแต่งให้กับฉู่หนิงนั่นแบบนี้ได้อย่างไร

เสิ่นฮูหยินตัดสินใจแน่วแน่ ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว เงยหน้าขึ้นมองจ้าวหมิง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หัวหน้าจ้าว เรื่องนี้ตระกูลเสิ่นของข้าไม่ตกลง ข้าจะเข้าวังไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเดี๋ยวนี้!”

จ้าวหมิงได้ยินดังนั้น สายตาก็พลันเย็นชา กล่าวด้วยเสียงแหลม “อะไรกัน เสิ่นฮูหยินท่านจะขัดราชโองการหรือ?”

ทหารรักษาพระองค์ที่อยู่ด้านหลังรีบพุ่งเข้ามาทันที!

เฝิงมู่หลานขมวดคิ้ว ลุกขึ้นยืนปกป้องเสิ่นฮูหยินและเสิ่นหว่านอิ๋งไว้ข้างหลังทันที แล้วกล่าวเสียงเย็น

“หว่านอิ๋งไม่เต็มใจที่จะแต่งให้เผิงไหลจวิ้นอ๋อง ก่อนที่ฝ่าบาทจะทรงมีราชโองการ เหตุใดถึงไม่ทรงถามความคิดเห็นของหว่านอิ๋ง?”

จ้าวหมิงหัวเราะเยาะ “เจ้าเป็นใคร กล้าดีอย่างไรมายุ่งเรื่องนี้?”

เฝิงมู่หลานเลิกคิ้ว เชิดหน้าพลางเอ่ยขึ้น “ข้าคือเฝิงมู่หลาน บุตรสาวของรองเสนาบดีเฝิงแห่งกรมกลาโหม!”

เสิ่นหว่านอิ๋งรีบดึงมือของเฝิงมู่หลาน แล้วกระซิบเบา ๆ “มู่หลาน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ข้าจะจัดการเอง”

เฝิงมู่หลานกลับขมวดคิ้ว “ฝ่าบาททรงมีราชโองการลงมาแล้ว เจ้าจะยังจัดการได้อย่างไร?”

เสิ่นหว่านอิ๋งกำลังจะเอ่ยปาก แต่สีหน้าของจ้าวหมิงมืดมน สายตากวาดมองหญิงสาวทั้งสองแวบหนึ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ราชโองการใช่เรื่องล้อเล่นหรือ? ฝ่าบาททรงมีราชโองการลงมาแล้ว หากวันนี้ไม่รับราชโองการ คนที่เหลือในจวนเสิ่นนี้อย่าหวังว่าจะรอดชีวิตออกไปได้!”

ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ทหารรักษาพระองค์โดยรอบก็ชักอาวุธออกมาทันที

พร้อมกับเสียงเคร้งที่ดังขึ้น คมอาวุธเปล่งประกายเย็นเยียบ ราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำคน!

คนของตระกูลเสิ่นตกใจจนหน้าซีดเผือด สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เสิ่นหว่านอิ๋ง

ในยามนี้ มีเพียงเสิ่นหว่านอิ๋งเท่านั้นที่จะช่วยพวกเขาได้

หากปฏิเสธ วันนี้จวนเสิ่นจะต้องนองเลือดอย่างแน่นอน

ถึงจะเป็นทายาทของราชวงศ์ก่อน ก็ไม่สามารถขัดราชโองการได้!

แม้ในใจของเสิ่นฮูหยินจะหวาดกลัว แต่เมื่อนึกถึงความสุขในช่วงครึ่งหลังของชีวิตบุตรสาว นางก็ยังคงรวบรวมความกล้า ทำความเคารพจ้าวหมิง

“หัวหน้าจ้าว เรื่องนี้ได้โปรดผ่อนปรนด้วยเถิด ราชโองการฉบับนี้ข้ายังไม่รับในตอนนี้ รอให้ข้าเข้าวังไปทูลขอความเมตตาจากฝ่าบาทก่อนแล้วค่อยว่ากันได้หรือไม่?”

“ใครก็ได้ ไปนำปิ่นปักผมทองคำอันนั้นของข้ามา!”

กฎระเบียบในวัง เสิ่นฮูหยินย่อมรู้ดี นางคิดจะให้สินบนแก่จ้าวหมิงมากขึ้นอีกหน่อย เพื่อที่จะยังไม่รับราชโองการชั่วคราว

แต่จ้าวหมิงกลับแค่นเสียงเย็น “ไม่จำเป็น วันนี้เจ้ามีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้น ก็คือรับราชโองการเตรียมงานแต่งงาน หรือไม่ก็คนในจวนเสิ่นทั้งหมดจะต้องตายในวันนี้เพราะพวกเจ้า!”

คำพูดนี้ ทำให้เสิ่นฮูหยินราวกับถูกสายฟ้าฟาด ถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ

เสิ่นหว่านอิ๋งรีบเข้าไปประคองมารดาของตน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ท่านแม่มิต้องทำเช่นนี้ เรื่องนี้ลูกมีแผนการในใจแล้ว ขอเพียงเผิงไหลจวิ้นอ๋องปฏิเสธการแต่งงานด้วยตนเอง ฝ่าบาทก็ทำได้เพียงถอนรับสั่ง”

พูดจบ ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคน เสิ่นหว่านอิ๋งก็ยื่นสองมือออกไปรับราชโองการมาอย่างนอบน้อม

“เสิ่นหว่านอิ๋งรับราชโองการ ขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาท!”

จ้าวหมิงวางราชโองการลงในมือนาง กล่าวอย่างมีความหมายลึกซึ้ง “ท่านหญิง จงประพฤติตัวให้ดี!”

กล่าวจบ จ้าวหมิงก็นำทหารรักษาพระองค์จากไป

เฝิงมู่หลานจ้องมองแผ่นหลังของจ้าวหมิงที่จากไปอย่างเคียดแค้น แล้วจึงหันกลับมามองเสิ่นหว่านอิ๋ง “พอดีเลย วันนี้ที่ข้ามาหาเจ้าก็เพราะเรื่องของคนผู้นี้เหมือนกัน เจ้าคนน่ารังเกียจนี่ถึงกับทำให้ฝ่าบาททรงย้ายคนของบิดาข้าไปเป็นผู้คุ้มกันให้เขา!

ข้ารู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ไปกัน ข้าจะพาเจ้าไปหาเขา!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 876

    “เพียงแคว้นเราระดมกองทัพ บุกยึดแคว้นจ้าวให้ราบในคราเดียว ย่อมทำลายพันธมิตรระหว่างแคว้นจ้าวกับแคว้นเยี่ยนได้”“แผนนี้ไม่เลว ต่อให้สองแคว้นยกทัพมาอย่างดุดัน เราก็สามารถรับมือและทำลายได้ด้วยกำลังตน นับว่ามีความองอาจ!”วาจานี้เอ่ยออกมา องค์รัชทายาทดวงตาสว่างวาบ ก้าวออกมาแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “กลยุทธ์นี้ไม่เลวจริงๆ ได้รับคำชมจากเสด็จพ่อเช่นนี้ คนผู้นี้ย่อมคู่ควรตำแหน่งจอหงวน!”ยามนี้ย่อมต้องผลักดันหยางเหวินเทาให้ขึ้นเป็นจอหงวนอย่างสุดกำลังเช่นนี้ไม่เพียงสกัดเติ้งหงเหวินไม่ให้ได้ตำแหน่งจอหงวน ยังสามารถดึงหยางเหวินเทาเข้าฝ่ายตนได้อย่างสมบูรณ์ทว่าฮ่องเต้พอได้ฟังกลับทรงพระสรวลเสียงดัง “ไม่รีบ รอเราพูดให้จบก่อนค่อยตัดสิน”ตรัสจบ ฮ่องเต้หยิบข้อสอบฉบับที่สองขึ้นมา “นี่คือข้อสอบของหลิ่วอวิ๋นชิง เขาเสนอให้แคว้นเราใช้ยุทธวิธีหนึ่งรุกหนึ่งรับ”“ด้านหนึ่งโจมตีแคว้นจ้าวอย่างต่อเนื่องในทิศปิงโจว อีกด้านหนึ่งให้แม่ทัพใหญ่นำกองทัพตั้งรับป้องกัน”“แผนนี้รุกก็ได้ ถอยก็ได้ บุกหรือถอยล้วนเหมาะสม นับว่าใช้ได้ทั้งสองทาง สมแล้วที่เป็นกลยุทธ์ชั้นยอด”สีหน้าขององค์รัชทายาทเปลี่ยนไปเล็กน้อยฟังจากถ้อยคำนี้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 875

    ฮ่องเต้ก็คือฮ่องเต้ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่เหนือความคาดหมายไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าการสอบหน้าพระที่นั่งจะไม่ถามเกี่ยวกับความเข้าใจในตำรา ไม่ใช่การเสนอนโยบายต่อราชสำนัก แต่เป็นการวิเคราะห์และวางแผนรับมือต่อสถานการณ์ของแคว้นฉู่ในปัจจุบันแม้แต่ฉู่หนิงก็ยังต้องเลิกคิ้วมองฮ่องเต้แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ฮ่องเต้พระองค์นี้ก็มีฝีมือไม่เบาจริง ๆการตั้งโจทย์แบบนี้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงต้องมีสติปัญญา แต่ยังต้องมีความกล้ามากด้วยอย่างไรแล้วฮ่องเต้ก็จะแต่งตั้งผู้ที่สอบได้สามอันดับแรก เช่นนั้นก็หมายความว่าจะต้องวิจารณ์คำตอบของทั้งสามคนกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ฮ่องเต้ต้องการแสดงจุดยืน!และจุดยืนที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อแนวหน้า จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของสงครามหลังจากนี้ขณะที่ฉู่หนิงกำลังคิด ฮ่องเต้ก็ทรงตรัสด้วยเสียงกังวาน “บัดนี้พวกเจ้ารู้โจทย์แล้ว เริ่มตอบกันได้ กำหนดเวลาหนึ่งชั่วยาม!”ผู้เข้าสอบพากันประสานมือคำนับแล้วไปนั่งประจำที่เพื่อตอบคำถามทั่วทั้งลานกว้างเงียบสงัด มีเพียงเสียง “ซ่า ๆ ” ของพู่กันที่ขีดเขียนบนกระดาษฮ่องเต้กลับไปประทับที่บัลลังก์ตามเดิม หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงนำน้ำชาไปถวาย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 874

    การดึงตัวคนเข้าพวกของบรรดาองค์ชายและตระกูลใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปตระกูลใหญ่บางตระกูล ถึงขั้นยกบุตรสาวให้แต่งงานกับคนที่สอบผ่านเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นเพียงแต่ประกาศต่อภายนอกว่าเป็นการหมั้นหมาย หากจะแต่งงานก็ต้องรอให้ผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งไปก่อน รอให้ได้เป็นบัณฑิตชั้นสูงและมีตำแหน่งขุนนางก่อนจึงจะแต่งงานได้แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เมืองหลวงในช่วงสามวันนี้ก็คึกคักมากงานหมั้นต้องใช้สิ่งของมากมาย ไม่ว่าจะร้านขายผ้า ร้านข้าวสาร หรือร้านขายผัก ก็มีลูกค้าเนืองแน่นเหตุการณ์นี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองหลวงโดยอ้อม!ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้เช่นกันแต่กลับวางเฉย ไม่ได้ส่งคนมาขัดขวางแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเห็นชอบหรือคัดค้าน ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินตามธรรมชาติสำหรับฮ่องเต้แล้ว เศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะทำให้จัดเก็บภาษีได้มากขึ้นตราบใดที่มีเงิน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตกลงกันได้ทั้งนั้น!ฮ่องเต้ที่ขัดสนมานานย่อมไม่ตัดช่องทางหาเงินของตัวเองจวบจนถึงวันสอบหน้าพระที่นั่งในอีกสามวันต่อมา เมืองหลวงจึงค่อยกลับสู่ความสงบวันนี้เป็นวันที่เข้าสู่เดือนที่เก้า อากาศปลอดโปร่งเย็นสบายผู้เข้าสอบกลุ่มใหญ่มาร

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 873

    ข่าวเรื่องที่เติ้งหงเหวินเลือกองค์ชายสิบฉู่ฮั่น แพร่กระจายเร็วประหนึ่งติดปีกวันต่อมา ทั่วทั้งเมืองหลวงก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้วตำหนักบูรพาองค์รัชทายาทมีสีหน้าบึ้งตึง เขามองเสนาบดีกรมโยธาเหอเผิงที่มารายงาน กล่าวเสียงเย็นว่า“นึกไม่ถึงว่าเติ้งหงเหวินจะไม่เห็นคุณค่าแบบนี้ หึ วิธีการซื้อใจคนของเจ้าสิบนี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!”แม้จะโมโห แต่เขารู้สึกเสียดายมากกว่าหากรู้แต่แรกว่าเติ้งหงเหวินให้ความสำคัญกับครอบครัวขนาดนี้ เขาน่าจะชิงเสนอตัวดูแลพ่อแม่ของอีกฝ่ายก่อนแต่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว ถูกเจ้าสิบชิงตัดหน้าไปแล้วเหอเผิงมีสีหน้าเจ็บใจเช่นกัน “ใช่พ่ะย่ะค่ะ นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่สนใจเงินทองและตำแหน่ง คาดไม่ถึงจริง ๆ”“แต่ว่า ในเมื่อเขาไม่อาจทำงานเพื่อท่านได้ เช่นนั้นก็ต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้เขาได้เป็นจอหงวน!”จอหงวนจะต้องถูกใช้งานในหน้าที่สำคัญแน่นอนเพียงแค่ขัดขวางไม่ให้เป็นจอหงวนก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?องค์รัชทายาทหรี่ตา “ใต้เท้าเหอกล่าวได้มีเหตุผล ท่านรีบไปติดต่อคนอื่น ๆ สั่งให้พวกเขาให้การสนับสนุนข้าในอีกสามวัน ต้องขัดขวางไม่ให้เติ้งหงเหวินเป็นจอหงวน!”“พ่ะย่ะค่ะ!” เหอเผิงรับคำสั่งแล้วไป

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 872

    “ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์ไม่คิดว่าท่านอาจารย์ไร้ความรู้ ข้าเคยอ่านผลงานชิ้นเอกของท่านมาก่อน!”ฉู่หนิงเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าหมายถึงกลอนคู่ที่ข้าแต่งในงานอภิเษกหรือ? นั่นเป็นแค่กลอนที่พระชายาเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า”แต่เติ้งหงเหวินกลับพูดเสียงหนักแน่น “ไม่ พระชายาฉู่อ๋องเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งของแคว้นเรา นางไม่มีทางกระทำเรื่องเช่นนั้น”“นอกจากนี้ ด้วยกลอนวรรคแรกที่แต่งว่า ม่านหมอกคลุมน้ำหลิวรายล้อม ต่อให้เป็นพระชายาฉู่อ๋องก็ยังคิดประโยคถัดไปมาต่อไม่ได้ เช่นนี้นางจะเป็นผู้แต่งได้อย่างไร?”ต้องยอมรับว่าตรรกะของเติ้งหงเหวินมีน้ำหนักเยอะมากนี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีผู้ใดสังเกตมาก่อน ทว่าเติ้งหงเหวินซึ่งไม่ได้อยู่เมืองหลวง กลับวิเคราะห์เรื่องราวได้แม้จะเป็นเพียงข่าวลือตามท้องถนนนี่คืออัจฉริยะ!ฉู่หนิงเริ่มเกิดความรู้สึกรักและเสียดายผู้มีพรสวรรค์“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ใช่คนที่เอาแต่อ่านตำราจนไม่สนใจโลกภายนอก!”ฉู่หนิงมองเติ้งหงเหวินด้วยความชื่นชม หัวเราะเบา ๆ ว่า “แต่ไม่รู้ว่าเมื่อได้รับคำเชิญมากมายเช่นนี้ เจ้าจะเลือกอย่างไร?”คำพูดนี้ทำให้เติ้งหงเหวินนิ่งเงียบไปโชคดีที่ตอนนี้สาวใช้ยกสุราและอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 871

    หลังจากประกาศผลสอบ เมืองหลวงก็คึกคักเป็นพิเศษองค์ชายทั้งหมดทำการส่งเทียบเชิญไปยังผู้เข้าสอบลำดับต้น ๆ ทั้งหมด หมายจะดึงตัวมาเข้าพวกแม้แต่บรรดาตระกูลใหญ่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า พากันเชิญบัณฑิตที่สอบผ่านมาร่วมงานเลี้ยงมีผู้สอบผ่านทั้งหมดหกร้อยคน ทุกคนต่างได้รับเทียบเชิญหนึ่งฉบับหรือไม่ก็หลายฉบับบางคนยึดมั่นในอุดมการณ์และปฏิเสธ แต่บางคนก็รีบกระโจนเข้าหาเพราะฝักใฝ่ในอำนาจเรียกได้ว่าธาตุแท้ของมนุษย์เผยออกมาอย่างชัดเจนที่สุดในชั่ววินาทีนี้เมื่อมีชื่อติดประกาศ ขั้นต่อไปก็เพียงต้องผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งแค่พอเป็นพิธี เท่านี้ก็จะได้เป็นบัณฑิตชั้นสูง นับว่ามีหน้ามีตาในแคว้นฉู่นี่เป็นโอกาสที่จะได้พลิกชีวิตสำหรับสามัญชน เป็นความฝันที่เฝ้ารอมานานเพื่อที่จะเข้าสู่สังคมชั้นสูงวันนี้ จวนต่าง ๆ ภายในเมืองหลวงคึกคักตั้งแต่เที่ยงวันมีงานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงฆ้องและกลองดังกระหึ่มไปทั่วเมืองหลวงแม้จะล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำก็ยังคงมีจวนที่ตีฆ้องไม่หยุด นี่เป็นการประกาศว่าดึงตัวอัจฉริยะมาเข้าพวกได้สำเร็จจวนฉู่อ๋อง ห้องโถงรับรองฉู่หนิงนั่งสง่าอยู่ในตำแหน่งประธาน สีหน้าราบเรียบบัดนี้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status