Share

บทที่ 15

Penulis: สายลมไร้กาลเวลา
“มู่หลาน ศาลาว่าการกรมกลาโหมไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะเข้าไปก็ได้!”

บนถนน เสิ่นหว่านอิ๋งที่อยู่ในรถม้าเลิกม่านขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามของนาง

แต่ในยามนี้ บนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความจนปัญญา

สำหรับความห่วงใยของสหายสนิท นางซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง

แต่หากการทำเช่นนี้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายของต้าฉู่ ก็ย่อมไม่เป็นผลดีต่อนางและตระกูลเสิ่น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้นางถูกพระราชทานสมรสให้ฉู่หนิง ยิ่งไม่อยากจะก่อเรื่องในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้

สิ่งที่นางต้องทำในตอนนี้คือการทำให้ฉู่หนิงเป็นฝ่ายถอนหมั้นเอง!

เฝิงมู่หลานที่ขี่ม้านำทางอยู่ด้านหน้ายกยิ้มมุมปาก ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความองอาจฉายแววเจ้าเล่ห์ “วางใจเถอะ พวกเราไม่ได้จะไปที่ศาลาว่าการกรมกลาโหม!”

“ทหารของกรมกลาโหมประจำการอยู่ที่ค่ายทหารทางใต้ของเมือง ฉู่หนิงต้องไปที่นั่นแน่ เจ้าอยากให้เขายกเลิกการแต่งงานมิใช่หรือ อีกเดี๋ยวก็ไปพูดกับเขาตรง ๆ เลยสิ”

เสิ่นหว่านอิ๋งนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ปล่อยม่านที่เลิกขึ้นลง

เรื่องการแต่งงานนี้ จะต้องยกเลิกให้ได้

ไม่อาจยืดเยื้อ!

หากยืดเยื้อต่อไป รอจนกระทั่งงานแต่งงานเตรียมการพร้อมแล้ว นางจะไม่มีแม้แต่เหตุผลที่จะยกเลิกการแต่งงาน

แม้ว่าการไปค่ายทหารจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก แต่เมื่อมีเฝิงมู่หลานนำทาง ก็ช่วยลดปัญหาไปได้มาก

ในฐานะบุตรสาวของรองเสนาบดีกรมกลาโหม เฝิงมู่หลานฝึกวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็ก ในค่ายทหารแห่งนี้มีคนรู้จักมากมาย กระทั่งไม่ต้องแจ้งให้ทราบก็สามารถเข้าไปในค่ายได้

ชายฉกรรจ์วัยกลางคนในชุดเกราะคนหนึ่งยิ้มพลางเดินเข้ามา “ไม่ทราบว่าคุณหนูเฝิงมาที่นี่ จะมาเลือกคู่ต่อสู้ประลองฝีมือหรือขอรับ?”

ปกติแล้วเฝิงมู่หลานมาที่นี่ก็เพื่อหาคนประลองยุทธ์ หัวหน้าหน่วยหลิ่วจึงคิดว่านางคงมาเหมือนเช่นเคย

แต่เฝิงมู่หลานกลับขมวดคิ้ว “หัวหน้าหน่วยหลิ่ว ฉู่หนิงอยู่ที่ไหน ข้ามาหาเขา!”

หัวหน้าหน่วยหลิ่วเหลือบมองไปทางด้านหลังของค่ายทหาร กระซิบเสียงเบา “จวิ้นอ๋องได้เรียกคนใต้บังคับบัญชาของบิดาท่านไปรวมตัวกัน บอกว่าฝ่าบาททรงย้ายคนเหล่านี้ไปแนวหน้า ตอนนี้กำลังอบรมสั่งสอนอยู่ทางนั้นขอรับ”

เฝิงมู่หลานแค่นเสียงเย็น ดวงตาองอาจคู่นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร “เจ้าคนน่ารังเกียจนี่ หว่านอิ๋ง ตอนนี้พวกเราไปหาเขากัน!”

พอดีเลย หนี้ใหม่หนี้เก่าจะได้ชำระพร้อมกันทีเดียว

หญิงสาวทั้งสองมาถึงด้านหลังค่าย ก็เห็นกองทหารกองหนึ่งยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบอยู่ไกล ๆ ด้านหน้าสุดมีคนสามคนยืนหันหลังให้พวกนาง

ในบรรดาสามคนนั้น คนที่อยู่ทางซ้ายและทางขวามีรูปร่างสูงใหญ่ คนหนึ่งถือดาบยาว อีกคนหนึ่งถือหอกยาว มีเพียงคนตรงกลางเท่านั้นที่รูปร่างผอมบาง

เฝิงมู่หลานเบ้ปาก “เจ้าคนที่อยู่ตรงกลางนั่นต้องเป็นฉู่หนิงแน่ หึ คิดจะควบคุมคนของท่านพ่อข้าอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ!

หว่านอิ๋ง พวกเรารอดูก่อน รอให้เขาเสียหน้า ให้เขาได้ตระหนักถึงความไร้ความสามารถของตัวเอง แล้วค่อยให้เขาเป็นฝ่ายยกเลิกการแต่งงานเองก็จะง่ายขึ้น”

คนกลุ่มนี้ติดตามบิดาของนางมานาน ไหนเลยจะยอมให้องค์ชายตัวตายตัวแทนที่ไม่มีทั้งอำนาจและบารมีอย่างฉู่หนิงมาควบคุม?

ในใจของเสิ่นหว่านอิ๋งสั่นไหว พยักหน้าเล็กน้อย ยอมรับคำพูดของเฝิงมู่หลานไปโดยปริยาย

นางและตระกูลเสิ่น จะให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้แม้แต่น้อย มิเช่นนั้นต่อไปจะปักหลักอยู่ในเมืองหลวงได้ยาก

ต่อให้ต้องแต่งงาน นางก็ต้องแต่งให้กับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น

ฉู่หนิง แม้จะเป็นองค์ชาย แต่ก็ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้นางและตระกูลเสิ่นได้

เกิดมาในตระกูลเสิ่น ชะตาชีวิตนางมิอาจกำหนดเองได้ เรื่องสำคัญอย่างการแต่งงานจะผลีผลามเช่นนี้ไม่ได้

ระหว่างที่ครุ่นคิด ฉู่หนิงที่อยู่ไม่ไกลก็มองไปยังคนกว่าหกสิบคนที่รวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว บนใบหน้าเผยความพึงพอใจ

สมแล้วที่เป็นทหารชั้นยอดที่กรมกลาโหมคัดเลือกจากทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกายหรือขวัญกำลังใจล้วนเหนือกว่าทหารทั่วไปมากนัก

กวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ฉู่หนิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ใครคือหัวหน้าหน่วย?”

ชายฉกรรจ์ผู้มีหนวดเคราเต็มใบหน้าคนหนึ่งก้าวออกมาประสานมือคารวะ “ท่านอ๋อง ข้าน้อยเลี่ยวหยวน เป็นนายกองใต้บังคับบัญชาของใต้เท้าเฝิงกรมกลาโหมพ่ะย่ะค่ะ!”

ฉู่หนิงพยักหน้าเล็กน้อย “ในเมื่อเป็นนายกอง คิดว่าที่นี่คงจะมีคนร้อยคนแล้วสินะ? นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าถูกเกณฑ์ให้มาเป็นผู้คุ้มกันของข้า และจะต้องเดินทางไปยังแนวหน้าในไม่ช้า!”

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

ต่างก็ซุบซิบกันในทันที

“อะไรนะ พวกเราถูกเกณฑ์ตัวหรือ?”

“ยังจะต้องไปแนวหน้าอีก? นี่...นี่มันต่างอะไรกับการส่งไปตาย?”

“ข้าไม่ไป ข้าเป็นคนของกรมกลาโหม จะถูกเกณฑ์ตัวได้อย่างไร!”

“ข้าก็ไม่ไป หากท่านอ๋องต้องการหาผู้คุ้มกัน ก็ไปติดประกาศรับสมัครเอาสิ”

ทุกคนล้วนเป็นทหารชั้นยอด ทั้งยังเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่มีใครอยากจะเป็นผู้คุ้มกันของฉู่หนิง และยิ่งไม่อยากจะไปตายที่แนวหน้า

ชั่วขณะหนึ่ง เสียงคัดค้านก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย

ภาพนี้ทำให้เฝิงมู่หลานที่แอบดูอยู่ด้านหลังยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ข้าว่าแล้ว เจ้าหมอนี่ต้องเสียหน้าแน่!

คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว หากเขาไม่สามารถสยบคนพวกนี้ได้ จะต้องกลายเป็นเรื่องตลกของเมืองหลวงเป็นแน่

คนอย่างเขาเนี่ยนะ ยังคิดจะแต่งงานกับหว่านอิ๋ง ไม่ส่องกระจกดูเงาตัวเองเสียบ้าง”

ในดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลนฉู่หนิง

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าฉู่หนิงไม่สามารถสยบคนกลุ่มนี้ได้

แม้ว่าเสิ่นหว่านอิ๋งจะไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าผิดหวังก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น

หากฉู่หนิงผู้นี้มีโอกาสที่จะแย่งชิงบัลลังก์ได้สักนิด นางก็อาจจะพิจารณาดู

แต่ตอนนี้แม้แต่ทหารของกรมกลาโหมยังดูถูกฉู่หนิง แล้วนางจะแต่งให้กับคนแบบนี้ได้อย่างไร?

ในวินาทีนี้ เสิ่นหว่านอิ๋งยิ่งตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องให้ฉู่หนิงยกเลิกการแต่งงานให้ได้!

แต่ว่า ในตอนนั้นเอง ฉู่หนิงกลับเปลี่ยนท่าทีเกียจคร้านในอดีตทิ้งไป สีหน้าที่เรียบเฉยก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“หึ คาดไม่ถึงว่าทหารชั้นยอดที่กรมกลาโหมคัดเลือกมาจากกองทัพต่าง ๆ จะเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว ข้าคงจะมองพวกเจ้าสูงไปแล้ว กวนอวิ๋น จ้าวอวี่ พวกเราไป!”

พูดจบ ฉู่หนิงก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป

แต่คำพูดนี้กลับไปกระตุ้นเลี่ยวหยวนและคนอื่น ๆ !

ในฐานะทหารชั้นยอด พวกเขาเคยถูกหยามเช่นนี้เมื่อไรกัน

สีหน้าของเลี่ยวหยวนมืดมน เขาก้าวเท้ายาว ๆ ไปขวางทางฉู่หนิงไว้ ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวพลางเอ่ยถาม

“ท่านอ๋อง พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”

ฉู่หนิงจ้องเลี่ยวหยวนเขม็ง กล่าวทีละคำอย่างช้า ๆ “ข้าพูดว่า พวกเจ้าเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว!”

“พรึ่บ~” กองทัพร้อยคนโกรธจัดขึ้นมาทันที พุ่งเข้าไปล้อมฉู่หนิงทั้งสามคนไว้ตรงกลาง

กวนอวิ๋นหมุนควงดาบยาวในมือ ตวาดเสียงดังลั่น “บังอาจ กล้าดีอย่างไรมาลบหลู่ท่านอ๋อง!”

เลี่ยวหยวนจ้องฉู่หนิงเขม็ง “หากท่านอ๋องถอนคำพูดเมื่อครู่กลับไป ข้าน้อยยินดีที่จะขอขมา!”

“มิเช่นนั้น สหายของข้าน้อยกลุ่มนี้คงจะไม่ยอมแน่!”

“เหตุใดข้าต้องถอนคำพูดเมื่อครู่ด้วย?”

ฉู่หนิงแค่นเสียงเย็น แรงกดดันทั่วร่างพลันเปลี่ยนไปในทันที ราวกับจักรพรรดิผู้สูงส่งที่กำลังมองลงมายังฝูงชน

ยื่นนิ้วชี้ข้างขวาออกไป พลางชี้ไปยังทุกคน แล้วกล่าวเสียงเย็น “พวกเจ้านับรวมกันไปเลยทุกคน ล้วนเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว!

พวกเจ้าไม่อยากจะเป็นผู้คุ้มกันของข้า ก็เพียงเพราะกลัวที่จะไปแนวหน้าเท่านั้น พวกเจ้าใช้ข้ออ้างเช่นนี้เพื่อปกปิดความขี้ขลาดในใจ

เมื่อเทียบกับชาวบ้านที่มือเปล่าแล้ว พวกเจ้าน่าละอายยิ่งกว่า

ในฐานะทหารของกรมกลาโหม ได้รับการปฏิบัติที่ดีที่สุด ได้รับสวัสดิการที่คนอื่นไม่สามารถได้รับ ในยามที่ต้าฉู่กำลังคับขัน พวกเจ้าไม่เพียงไม่คิดจะตอบแทนคุณแผ่นดิน แต่กลับยังคงรับเงินเดือนของต้าฉู่อย่างไร้ยางอาย ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายวางอำนาจอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้!

ข้าแม้จะเป็นโอรสของเสด็จพ่อที่เกิดในหมู่สามัญชน แต่ก็รู้ว่าศึกครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นความตายก็ยังยินดีที่จะเดินทางไปยังแนวหน้า

เมื่อเทียบกับข้า เมื่อเทียบกับเหล่าทหารที่กำลังสู้รบหลั่งเลือดอยู่ที่แนวหน้าแล้ว พวกเจ้าไม่ใช่พวกขี้ขลาดตาขาวแล้วจะเป็นอะไร?

ตอนนี้ ยังมีใครไม่ยอมรับคำพูดของข้าก็จงก้าวออกมา ข้าสามารถตัดสินใจให้เจ้าปลดประจำการกลับบ้าน ไปกอดที่ดินผืนเล็ก ๆ ของเจ้าอยู่อย่างสงบสุข!

หากใครยังมีเลือดของนักรบอยู่ ละอายใจกับคำพูดของตนเองเมื่อครู่ก็จงถอยกลับไป รอให้ข้าเตรียมการเรียบร้อยแล้วเดินทางไปยังแนวหน้าด้วยกัน เพื่อปกป้องบ้านเมือง!”

ณ สถานที่นั้น เงียบสงัดไร้เสียง

เหล่าทหารต่างพากันก้มหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความละอายใจ

เมื่อเห็นฉากนี้ เสิ่นหว่านอิ๋งและเฝิงมู่หลานก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง พวกนางคาดไม่ถึงว่าองค์ชายตัวตายตัวแทนที่ใคร ๆ ก็ดูถูกผู้นี้ จะมีความมุ่งมั่นที่จะพลีชีพถึงเพียงนี้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 786

    ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเทียนหลิงจึงได้สติ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด พลันลุกพรวดขึ้นตวาดเสียงเกรี้ยว“คนของพวกเราช่างไร้น้ำยาสิ้นดี ข้าทิ้งทหารเจ็ดร้อยนายไว้คุ้มกันของหมั้นหมายมิใช่หรือ?”ครั้งนี้คณะทูตมีหนึ่งพันคน จ้าวเทียนหลิงนำทหารม้าสามร้อยนายเร่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ส่วนที่เหลือเจ็ดร้อยนายคุ้มกันของหมั้นหมาย จึงเดินทางล่าช้ากว่าไม่คิดว่าในเวลาสำคัญก่อนพิธีสมรสเชื่อมไมตรีเช่นนี้ กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นองค์ชายรองเองก็เผยสีหน้าฉงน “ดูจากเส้นทาง ย่อมเข้าสู่เขตเมืองหลวงแล้ว ผู้ใดกันบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปล้นของหมั้นหมายที่นี่?”เกิ่งเฉิงคังเผยสีหน้าจนปัญญา “คนของเรารายงานว่า ฝ่ายนั้นซุ่มโจมตีในป่าผืนหนึ่ง บุกมาอย่างเกรี้ยวกราด กำลังรบแข็งแกร่งยิ่ง คนของเราถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จำต้องรวบรวมกำลังคุ้มกันของหมั้นหมาย”“ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนเตรียมการมาล่วงหน้า ในป่ามีทั้งก้อนหินและท่อนไม้ยักษ์มากมาย โจมตีจนคนของเราเสียหายหนัก สุดท้ายมีเพียงสี่ร้อยกว่าคนหนีรอดกลับมาได้”“ของหมั้น... ของหมั้นถูกพวกมันชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”จ้าวเทียนหลิงฟังจบก็เดือดดาลทันที “ฝ่ายนั้นมีกี่คน ชูธงสัญลักษ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 785

    นับแต่เหตุจ้าวเทียนหลิงควบม้าเหยียบย่ำถนน ชาวเมืองหลวงก็มิได้เหลือเยื่อใยความนับถือต่อองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้นี้อีกแม้รู้ว่าอีกฝ่ายมาสมรสเชื่อมไมตรี ทว่าชาวบ้านกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ยิ่งนักประการแรก กองทัพแนวหน้าปิงโจวได้ยึดครองเมืองแคว้นจ้าวถึงสิบเมือง แคว้นฉู่กำลังได้เปรียบ เหตุใดจึงยังต้องพึ่งการสมรสเชื่อมไมตรีเพื่อรักษาไมตรีของสองแคว้นด้วย?ประการที่สอง จ้าวเทียนหลิงอาศัยอำนาจรังแกคน ไม่อาจครองใจราษฎร ไม่มีใครอยากให้เฝิงมู่หลานถูกส่งไปแต่งด้วยแต่ถึงกระนั้น ราษฎรก็ไม่อาจกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ได้ ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ดำเนินไปสองวันถัดมา ในเมืองหลวงเงียบสงัดเป็นพิเศษพิธีรับตัวเจ้าสาวในอีกสามวันถูกจัดอย่างลับ ๆ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้จะรีบเร่งถึงเพียงนี้ฝ่ายจ้าวเทียนหลิง ครั้นได้รับคำมั่นสัญญาจากฮ่องเต้ต้าฉู่ ตลอดสองวันนี้ก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก ปักหลักอยู่ในเรือนรับรองของโรงเลี้ยงม้ามิได้ออกไปไหนมีเพียงองค์ชายรองที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่เรือนรับรองเป็นครั้งคราว พร้อมสั่งกองทหารรักษาพระองค์ให้คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเป็นพิเศษไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 784

    มีป้ายทองแต่กลับไม่ใช้ จงใจรอให้ฉู่หนิงฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าว องค์ชายรองมีเจตนาแอบแฝงแต่ทว่า คราวนี้เจ้าเด็กฉู่หนิงก็ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ หากไม่ลงโทษบ้างก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงแต่การสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้ ไม่อาจถูกกระทบเพราะเมืองแนวหน้าถูกยึด หรือเพราะทหารม้าแคว้นจ้าวถูกสังหารไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะปิดบังฉู่หนิงได้หรือไม่ หากเขารู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีคืบหน้าเร็วถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าจะเข้ามาขัดขวางพอคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร แล้วตะโกนเรียก “องครักษ์เงา!”“ฝ่าบาท!” องครักษ์เงาที่ปรากฏกายราวกับภูตผี โผล่มาในตำหนักอย่างฉับพลันฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สามวันนี้ เจ้าไปจับตาดูฉู่หนิงด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขา เราต้องรู้ทั้งหมด!”“อีกอย่าง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หมิงเยว่จวิ้นจู่ และห้ามผู้ใดบอกนางเรื่องการสมรสเชื่อมไมตรีในอีกสามวัน!”“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาขานรับ แล้วรีบไปจัดการทันทีขอเพียงฉู่หนิงไม่รับรู้เรื่องในอีกสามวันให้หลัง และเฝิงมู่หลานไม่พบผู้ใด เรื่องนี้ย่อมสำเร็จแน่นอนฮ่องเต้แย้มพระสรวลเล็กน้อย พึงพอใจในแผนการของตนอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 783

    ภายในตำหนักอิงอู่ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงที่จากไป ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่า บทลงโทษของฉู่หนิงเมื่อครู่ มิอาจทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจได้ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยิ่งลำบากขึ้นไปอีกประกอบกับการที่ฉู่หนิงแสดงท่าทีคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนบางทีในสายตาของจ้าวเทียนหลิง เป็นเพราะฉู่หนิงไม่ต้องการให้สองแคว้นได้สมรสเชื่อมไมตรี จึงจงใจสังหารทหารม้าแคว้นจ้าวจนสิ้น!หากเรื่องนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจ การสมรสเชื่อมไมตรีก็คงยากจะสำเร็จแต่หากในยามนี้จะลงโทษฉู่หนิงเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าการกระทำของฉู่หนิงวันนี้ช่วยประกาศศักดาแคว้นฉู่อย่างมาก เพียงแค่นิสัยของฉู่หนิงนั้น เขาก็ไม่มีทางยอมอ่อนข้ออยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังครอบครองเกลือบริสุทธิ์ หากบีบคั้นเขาจนถึงที่สุด ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ตัดการส่งเกลืออีกครั้ง?อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้ลงโทษฉู่หนิงไปแล้ว หากลงโทษซ้ำ ก็จะดูไม่เหมาะสมท

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 782

    องค์ชายรองกล่าวพลางหันไปมองฉู่หนิง “น้องสิบแปด เจ้าว่าใช่หรือไม่?”นี่คือการบีบให้ฉู่หนิงแสดงท่าที!ขอเพียงฉู่หนิงยอมรับต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวว่าจะไม่ขัดขวางการสมรสเชื่อมไมตรี ต่อไปงานสมรสก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นฉู่หนิงคิดจะทำลายการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้หรือ?ไม่มีทาง!ฉู่หนิงมององค์ชายรองที่เสแสร้งแกล้งทำ แววตาฉายแววเยาะเย้ย “พี่รอง ท่านรู้ดีว่าข้าคัดค้านการสมรสครั้งนี้มาโดยตลอด”“แต่เหตุการณ์ในวันนี้ น้องมิได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เพียงต้องการสั่งสอนองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ให้เขาไม่กล้าวางอำนาจเช่นนี้ในเมืองหลวงแคว้นฉู่ของเรา”“เพราะอย่างไรเสีย บนถนนก็มีราษฎรมาก เรื่องอันตรายอย่างการควบตะบึงอาชากลางถนน ย่อมไม่ควรกระทำ”สิ้นประโยค องค์ชายรองก็ลอบยินดีในใจฉู่หนิงเอ๋ยฉู่หนิง เจ้าก็มีวันนี้ สุดท้ายก็หลงกลติดกับของข้าจนได้!ข้าต้องการให้เจ้าประกาศต่อหน้าผู้คนว่าไม่ต้องการให้การสมรสเชื่อมไมตรีสำเร็จ เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ถึงขีดสุด!คอยดูเถิด เสด็จพ่อจะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่!ฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าวมากมายกลางถนน บัดนี้ยังกล้าคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 781

    ตำหนักอิงอู่ถ้อยคำไม่กี่ประโยคขององค์ชายรอง ก็เหมือนจับฉู่หนิงย่างบนกองไฟครั้นฮ่องเต้ได้ยินว่าเรื่องนี้กระทบต่อการสมรสเชื่อมไมตรี สีพระพักตร์ก็มืดขรึมลงทันที“ฉู่หนิง เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนกลางถนน ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์บ้างเลยหรือ?”ฉู่หนิงสีหน้าขึงขัง เอ่ยด้วยท่าทีชอบธรรม “เสด็จพ่อ ตอนที่รองเสนาบดีกรมพิธีการมาแจ้งเรื่องนี้แก่ลูก ลูกมิได้คิดอะไรมาก เพียงแค่ไม่ต้องการให้ราษฎรในเมืองถูกคนแคว้นจ้าวเหยียบย่ำ จึงนำกำลังทหารรุดไป”“ไม่คิดเลยว่าจ้าวเทียนหลิงจะมีเจตนาร้าย กลับเสนอประลองกับทหารม้าใต้บัญชาของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไปเพื่อปกป้องชาวเมือง หยุดยั้งทหารม้าไม่ให้ควบอาชาอาละวาดกลางถนน หรือเพื่อตอบสนองคำร้องของท่านทูต ลูกก็สมควรต้องรับคำประลองนั้น!”“ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเริ่มประลอง เราทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้ชนะ ก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”คำอธิบายที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่ ทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันไปหากฟังเช่นนี้ ฉู่หนิงมิได้มีความผิด กลับกลายเป็นมีความชอบ?องค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังไม่ไหว แค่นหัวเราะเย็น “วาจาน้องสิบแปดคมคายดังเดิม แต่ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นฝ่ายได้เปรีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status