Masuk“หร่านหมิง!”“พ่ะย่ะค่ะ!”ฉู่หนิงยกมือขวาชี้ไปยังทหารม้าแคว้นจ้าว จิตสังหารแวบผ่านในแววตา กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า“เจ้าพาทัพอาชาขาวไป ฆ่าได้เท่าไร ก็ฆ่าให้หมด!”หร่านหมิงสีหน้าฮึกเหิม “ข้าน้อยเข้าใจแล้ว!”จ้าวเทียนหลิงแสยะยิ้มข่มขวัญก่อนศึกหรือ?ใครใครก็ทำเป็น!“แม่ทัพมู่หรงเจ๋อ!”“พ่ะย่ะค่ะ!”“ศัตรูมากี่คน เจ้าก็ฆ่าให้หมด!”“ข้าน้อยรับคำสั่ง!”ทันใดนั้น แม่ทัพทั้งสองฝ่ายก็นำกองกำลังเข้าโรมรันพันตูกันบนถนนกว้าง“บุก!”“ฆ่า!”ชั่วพริบตา เสียงสังหารดังกึกก้อง ต่างฝ่ายต่างพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้พร้อมจิตสังหารเต็มร่างแต่ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้กัน ทหารม้าแนวหน้าของทัพอาชาขาวกลับยกมือซ้ายขึ้นพร้อมกันฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!หน้าไม้กลขนาดเล็กที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษถูกมัดไว้บนท่อนแขน ครั้นลั่นไก ลูกศรคมก็พุ่งออกอย่างพร้อมเพรียง เสียงหวีดหวิวดังก้องหูทหารม้าแคว้นจ้าวที่อยู่แถวหน้าตั้งตัวไม่ทัน ล้มลงเป็นจำนวนมากในพริบตาม้าศึกที่สูญเสียเจ้านายหยุดการพุ่งโจมตี ชะงักอยู่กับที่ ถนนที่เดิมทีก็ไม่กว้างนักจึงแออัดขึ้นในทันทีทหารม้าแคว้นจ้าวที่อยู่ด้านหลังตกที่นั่งลำบาก บุกต่อก็มีแ
“ลงจากม้ามาทำความเคารพหรือ?”แววตาฉู่หนิงเย็นเยียบ บนใบหน้าปรากฏแววเย้ยหยัน “เจ้าจะเป็นองค์รัชทายาทก็จริง แต่เจ้าเป็นองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ส่วนข้าเป็นองค์ชายแคว้นฉู่ ไยต้องคำนับเจ้า?”“ยิ่งไปกว่านั้น เมืองแนวหน้าสิบแห่งของเจ้า ถูกกองทัพใต้บัญชาของข้ายึดไว้แล้ว ผู้พ่ายแพ้เมื่อพบข้า กล้าโอหังเช่นนี้ได้อย่างไร?”คิดจะใช้อำนาจข่ม ก็ต้องดูว่าเจ้ามีอำนาจหรือไม่!คิดจะใช้ฐานะกดหัว น่าเสียดาย ที่นี่คือเมืองหลวงแคว้นฉู่!ข้าไม่หลงกลอุบายของเจ้า!“ฉู่อ๋องช่างปากกล้าคมคายนัก!”จ้าวเทียนหลิงแสยะยิ้ม บนใบหน้าปรากฏจิตสังหารแวบหนึ่ง “เจ้าก็แค่อาศัยการลอบโจมตียึดเมืองของแคว้นเราไป มีอะไรให้อวดอ้าง?”“คอยดูเถิด ไม่เกินหนึ่งเดือน แคว้นเราจะชิงเมืองทั้งสิบคืนกลับมาให้ครบถ้วน!”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจแต่สีหน้าฉู่หนิงกลับเต็มไปด้วยแววหยามเหยียด “หากมีความสามารถเช่นนั้น เจ้าก็คงไม่มายืนอยู่ที่นี่เพื่อขอสมรสเชื่อมไมตรีกับแคว้นเรา”“องค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้ยิ่งใหญ่ กลับมาระบายอารมณ์ใส่ชาวบ้านแคว้นข้า เพราะพ่ายแพ้ในศึกแนวหน้า คนจิตใจคับแคบเช่นเจ้า คุณธรรมไม่คู่ควรกับตำแหน่ง”“ตอนนี้ เจ้าให้คน
หร่านหมิงที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับเบิกตากว้าง จิตสังหารวาบผ่าน คำรามว่า “ท่านอ๋อง พวกมันรังแกกันเกินไป ให้ข้านำคนไปสกัดพวกมันเถิด!”ฉู่หนิงหรี่ตา “ไม่ต้องรีบ!”“แต่...”“ข้าบอกว่า ไม่ต้องรีบ!”น้ำเสียงของฉู่หนิงเย็นเยียบ ชวนให้รู้สึกเหมือนตกสู่บ่อน้ำแข็ง ทำให้หร่านหมิงตกใจจนหดคอ ไม่กล้าพูดต่ออีกในเวลานี้เอง จ้าวเทียนหลิงที่อยู่บนถนนก็สังเกตเห็นการมาถึงของฉู่หนิงและทัพอาชาขาวผู้บังคับการทหารม้าข้างกาย มู่หรงเจ๋อขมวดคิ้ว “องค์รัชทายาท จากการแต่งกายของฝ่ายตรงข้าม น่าจะเป็นทัพอาชาขาวใต้บัญชาของฉู่หนิง คนที่นำหน้าสวมฉลองพระองค์ยศอ๋อง คงเป็นฉู่หนิงพ่ะย่ะค่ะ”“ดูจากท่าทีแล้ว น่าจะคิดสกัดพวกเรา ตามความเห็นของข้าน้อย หยุดแต่เพียงเท่านี้เถิด จะยังไงที่นี่ก็เป็นเมืองหลวงของพวกเขา”แต่จ้าวเทียนหลิงได้ยินแล้วกลับแสยะยิ้ม “ข้าต้องการให้เขาปรากฏตัว ในเมื่อมาแล้ว เช่นนั้นก็ให้เขาได้รู้รสสักหน่อย เพื่อชำระความแค้นที่เขายึดเมืองสิบแห่งของแคว้นเรา!”“ไปบอกพวกทหาร ทุบต่อไป!”เมืองหลวงแล้วอย่างไร ข้าก็จะทุบทำลายทุกอย่างบนถนนเส้นนี้ต่อหน้าฉู่หนิงนี่แหละ!มู่หรงเจ๋อเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย “องค์รัชทายาท
“องค์รัชทายาทแคว้นจ้าวควบม้าอาละวาดกลางถนนหรือ?”ห้องรับแขก จวนฉู่อ๋องฉู่หนิงมองขุนนางกรมพิธีการเผิงเม่าเสวียที่มาขอความช่วยเหลือตรงหน้า สีหน้าเผยความสงสัย “พี่รองเป็นผู้รับผิดชอบการต้อนรับเขาอยู่แล้ว เหตุใดพี่รองไม่จัดการ เจ้ากลับมาขอให้ข้าช่วยแทน?”องค์รัชทายาทแคว้นจ้าวเอ่ยชื่อชัดเจนว่าต้องการพบท่าน ไม่คิดจะสนใจองค์ชายรองเลย”“อีกอย่างองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวยังบอกว่า เขาจะมาหาท่านที่จวนอ๋อง องค์ชายรองไม่กล้าขัดขวาง”“เกิดเรื่องนี้ขึ้น องค์ชายรองก็ประหลาดใจเช่นกัน บัดนี้มุ่งหน้าไปวังหลวงขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อขอพระบัญชาว่าควรจัดการอย่างไรดี”ไปขอพระบัญชาที่พระราชวังหรือ?ฮึ กว่าจะขอพระบัญชาเสร็จ เรื่องราวก็คงสายเกินไปแล้วทหารม้าควบอาละวาดกลางถนน ย่อมทำให้ทั้งเมืองหลวงอลหม่านไปหมดแน่หากไม่รีบสกัดกั้น ไม่เพียงแต่เสียศักดิ์ศรีราชวงศ์ ยังจะยิ่งทำให้คณะทูตแคว้นจ้าวกำเริบเสิบสานอีกด้วยฉู่หนิงหรี่ตาลง แววเหี้ยมโหดวาบผ่าน แล้วตะโกนออกไปนอกห้อง “หร่านหมิง!”“ท่านอ๋อง!” หร่านหมิงผู้มีร่างสูงกำยำเข้ามาประสานมือคำนับ“เรียกระดมทัพอาชาขาวทันที ให้พวกเขาพกหน้าไม้กล ตามข้าไปสกัดคณะทูตแคว
หวังเหวินกวงเข้าใจความหมายทันที รีบก้าวออกไปประสานมืออธิบาย “ท่านรัชทายาทแคว้นจ้าว ตามกฎแล้ว ท่านควรเข้าเมืองไปยังที่พำนักก่อน จากนั้นเข้าเฝ้าฮ่องเต้ของแคว้นเรา”จ้าวเทียนหลิงมองหวังเหวินกวงอย่างเฉยชา “นั่นมันกฎของแคว้นฉู่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้า ข้าจะไปคุยกับฉู่หนิงเรื่องเมืองแนวหน้าทั้งสิบแห่งที่ถูกยึดไปเดี๋ยวนี้!”ว่าจบ จ้าวเทียนหลิงก็ออกคำสั่งทันที “เด็ก ๆ เข้าเมือง!”จ้าวเทียนหลิงรู้ว่าพวกองค์ชายรองไม่ยอมนำทางก็ไม่อยากเสียเวลา เตรียมจะเข้าเมืองเพื่อไปหาฉู่หนิงด้วยตัวเองสิ้นเสียงคำสั่ง ทหารม้าสามร้อยนายก็ควบอาชาทันทีองค์ชายรองหน้าถอดสี “รีบหลบเร็วเข้า!”ฝ่ายตรงข้ามเป็นทหารม้า ตอนนี้พวกเขายืนขวางที่ประตูกันหมด หากไม่หลีกทางก็จะถูกม้าเหยียบตายแน่นอนทหารบนกำแพงเมือง เมื่อไม่ได้รับคำสั่งจากองค์ชายรองก็ไม่กล้ายิงธนูขัดขวาง ปล่อยให้รัชทายาทแคว้นจ้าวพาทหารม้าเข้าสู่เมือง“หลบไป หลบไปให้หมด!”“รัชทายาทแคว้นข้ามาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ผู้ใดขวางทางต้องตายให้หมด!”“หลบไปให้หมด!”เมืองแนวหน้าทั้งสิบแห่งถูกยึด ทหารม้าแคว้นจ้าวต่างอัดอั้นตันใจ หลังจากควบม้าเข้าสู่เมืองก็ตะโกนไม่หยุด
ช่วงเวลาไม่กี่วันต่อมาในเมืองหลวงช่างเงียบสงบ ไร้ซึ่งการปะทะใด ๆและหลังจากที่เฉินอันพักผ่อนเป็นเวลาสองวัน เขาก็ขนเงินสองล้านตำลึงกลับไปยังปิงโจวแต่ว่า ในช่วงเวลาไม่กี่วันนี้ ข่าวเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว รวมถึงข่าวเรื่องที่กองทัพปิงโจวตียึดเมืองของแคว้นจ้าวได้ถึงสิบแห่งก็ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วเมื่อเหล่าราษฎรทราบเรื่องนี้ บ้างก็ดีใจ บ้างก็เดือดดาลโกรธแค้น บ้างก็ประณามไม่หยุดที่ดีใจก็ดีใจที่แคว้นฉู่สามารถตียึดแคว้นอื่นได้ในที่สุดที่เดือดดาลก็เพราะผลการรบครั้งนี้ถูกตั้งข้อสงสัยส่วนที่ประณามนั้น แน่นอนว่าเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวกับหมิงเยว่จวิ้นจู่ในชั่วขณะหนึ่ง ราษฎรในเมืองต่างพูดคุยถึงเรื่องนี้ห้าวันต่อมา ณ ประตูเมืองทิศเหนือ องค์ชายรองฉู่หมิงได้พาขุนนางกรมพิธีการกับองครักษ์จวนอ๋องมารอรับที่ประตูเมืองฉู่หนิงแย้มยิ้มด้วยความภาคภูมิใจการได้ต้อนรับองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวที่นี่ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากเสด็จพ่อองค์รัชทายาทไม่ได้รับมอบหมายให้ต้อนรับทูตจากต่างแดนมานานแล้ว เป็นเช่นนี้ต่อไป อำนาจของ







