หน้าหลัก / รักโบราณ / สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ / บทที่ 2 เมียบ่าวสองพี่น้อง

แชร์

บทที่ 2 เมียบ่าวสองพี่น้อง

ผู้เขียน: W. Ziyen
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 12:50:13

แสงแดดสายแผดเผาลงมายังเรือนบ่าวไม้ไผ่หลังย่อม “อีหนู” ก้าวเท้าที่ยังสั่นน้อยๆ กลับมาถึงเรือนด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป อาการของสตรีที่เพิ่งผ่านการเสียพรมจรรย์มาหมาดๆ แผ่ซ่านออกมาจนผู้เป็นพ่อและแม่ที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่สังเกตเห็นได้ทันที

อีหนูแจ้งว่าท่านเจ้าคุณได้เสียกับมันแล้ว คุณหญิงก็ยอมรับให้มันเป็นเมียบ่าวและสั่งให้ย้ายขึ้นไปอยู่บนเรือนใหญ่ สองตายายก็ตาโตด้วยความหวัง พ่อของนางรีบเถิบเข้ามาใกล้ พลางกระซิบแกมบังคับ

"อีหนูเอ๊ย... หากมึงจะให้ครอบครัวเราลืมตาอ้าปากได้มั่นคง มึงต้องพาน้องสาวมึงขึ้นไปปรนนิบัติท่านอีกคน ทรัพย์สินเงินทองจะได้ไม่ไปไหนเสีย พ่อแม่ลูกจะได้อยู่อย่างสบายไปทั้งชาติ"

“อีเอื้อง” น้องสาววัยไล่เลี่ยกันนั่งตาซื่อมองพี่สาว นางยังอ่อนต่อโลกนัก ผิวพรรณแม้มิได้นวลเนียนเท่าพี่สาวแต่ก็มีความสดใหม่ประดุจดอกไม้ป่าที่เพิ่งบาน นางเอ่ยถามด้วยความฉงน

"พี่จ๋า... การเป็นเมียบ่าวเขารับใช้กันเยี่ยงไรหรือ น้องต้องกวาดพื้นถูเรือน หรือต้องทำกระไรท่านเจ้าคุณจึงจะเมตตา"

อีหนูมองหน้าน้องสาวพลางยิ้มกริ่ม นางจูงมืออีเอื้องเข้าไปในห้องเก็บฟืนที่มิดชิด ความรุ่มร้อนที่เพิ่งได้รับจากท่านเจ้าคุณยังคุกรุ่นอยู่ข้างใน ทำให้นางตัดสินใจถ่ายทอด "วิชา" ให้แก่น้องสาวด้วยตัวเอง

"การรับใช้ท่านเจ้าคุณ มิใช่เพียงงานบ้านงานเรือนดอกอีเอื้อง... แต่คือการมอบกายถวายชีวิตให้ท่านพอใจ"

อีหนูเอ่ยพลางเอื้อมมือไปปลดผ้าแถบของน้องสาวออก เผยให้เห็นปทุมถันวัยสาวที่เพิ่งเต่งตูม

อีหนูเริ่มใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปที่ปลายปทุมถัน และตามสัดส่วนของน้องสาว สอนให้รู้ถึงจุดอ่อนไหวที่บุรุษมักรุกราน นางใช้ประสบการณ์ที่เพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ ปลุกเร้าอารมณ์กำหนัดในตัวอีเอื้อง จนเด็กสาวเริ่มหายใจติดขัด ผิวเคยซีดกลับแดงระเรื่อ

อีหนูบดขยี้ปุ่มเม็ดสวาทของน้องสาวเบาๆ แล้วสอดแทรกนิ้วเรียวเข้าหาความลี้ลับของน้องสาวอย่างเนิบนาบ อีเอื้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บแปลบผสมความซ่านสยิวที่มิเคยพบเจอ

"จำไว้นะอีเอื้อง... นี่เป็นเพียงแค่นิ้วของพี่ แต่ของท่านเจ้าคุณนั้น ทั้งใหญ่ ทั้งยาว และแข็งแกร่งประดุจท่อนไม้แก่นจันทน์ยามต้องไฟ หากท่านสอดใส่เข้ามา รสชาติความเร่าร้อนจะทวีคูณจนเจ้าแทบจะขาดใจตายเสียให้ได้"

อีหนูเร่งจังหวะนิ้วให้เร็วขึ้น พลางกระซิบพรรณนาถึงความดุดันของท่านเจ้าคุณจนอีเอื้องคล้อยตาม ร่างเล็กๆ ของน้องสาวบิดเร้าหอบกระเส่า จินตนาการถึงแก่นกายแกร่งของบุรุษที่กำลังโหมพายุรักเข้าใส่ จนกระทั่งนางกระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดเป็นครั้งแรกในชีวิต

เมื่อพายุอารมณ์สงบลง อีเอื้องที่เพิ่งค้นพบความหฤหรรษ์ในรสกามก็ตาลุกวาว นางรีบคว้าแขนพี่สาวพลางรบเร้าด้วยความกระสันอยาก

"พี่จ๋า... รีบพาน้องไปหาท่านเจ้าคุณเถิด น้องอยากรู้รสชาติที่พี่ว่า น้องอยากเป็นเมียบ่าวเดี๋ยวนี้เลย"

อีหนูรีบปรามน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

"ช้าก่อนอีเอื้อง... เรื่องนี้มีลำดับชั้น เราเป็นเพียงเมียบ่าว บนเรือนนั้นมีคุณหญิงนวลผู้เป็นเมียเอกอยู่ ท่านเจ้าคุณรักและเกรงใจท่านนัก เราสองพี่น้องต้องรู้ความ จำไว้ว่า...ต้องปล่อยให้ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงมีรักกันให้หนำใจเสียก่อน จนกว่าคุณหญิงท่านพึงพอใจและอนุญาต ครานั้นจึงจะเป็นคิวของพวกเราที่จะได้รองรับอารมณ์อันเชี่ยวกรากของท่านเจ้าคุณ"

อีเอื้องพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ทว่าในดวงตาคู่เล็กนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังถึงราตรีที่จะมาถึง... ราตรีที่นางจะได้สัมผัสกับความ "ใหญ่และยาว" ของท่านเจ้าคุณด้วยร่างกายของนางเอง

พายุราคะบนเรือนใหญ่ยังมิอาจสงบลงได้โดยง่าย เมื่อ “อีเอื้อง” ถูกส่งขึ้นมาทำหน้าที่แทนพี่สาวที่ลงไปเก็บข้าวของ นางนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่หน้าประตูห้องหอ ทว่าหูของนางกลับแว่วได้ยินเสียงที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน มิใช่เสียงสวดมนต์หรือเสียงพูดคุย หากแต่เป็นเสียงหอบโยนและเสียงครางกระเส่าของแม่หญิงที่ฟังดูคล้ายคนกำลังจะขาดใจตายด้วยความสุขล้น

ด้วยความรู้อยากเห็นตามประสาเด็กสาวที่เพิ่งถูกพี่สาวเปิดโลกสวาทมาหมาดๆ อีเอื้องจึงค่อยๆ คลานเข้าไปแนบตาเข้ากับรอยแตกของประตูไม้สัก ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏทำให้นางถึงกับลืมหายใจ ท่านเจ้าคุณในสภาพเปลือยเปล่ากุมเอวคุณหญิงไว้แน่น โหมกระหน่ำบทรักที่ดุดันและพิสดารเกินกว่าที่พี่สาวพรรณนาไว้มากนัก

ความร้อนรุ่มแล่นพล่านจากยอดอกลงสู่กึ่งกลางกายโดยพลัน มือของอีเอื้องสอดเข้าไปใต้ผ้านุ่งโดยสัญชาตญาณ นิ้วเรียวของนางขยับรัวเร็วตามจังหวะที่ตาเห็น คิดนึกเอาว่าร่างกายที่ถูกกระแทกกระทั้นนั้นคือนางเอง

"อ๊ะ... ท่านเจ้าคุณ... เจ้าขา..."

นางกระซิบแผ่วพร่าจนกระทั่งร่างทั้งร่างกระตุกเกร็ง บรรลุจุดสุดยอดไปพร้อมๆ กับเสียงคำรามสุดท้ายของท่านเจ้าคุณและเสียงหวีดร้องของคุณหญิงที่ดังขึ้นพร้อมกันเบื้องหลังประตู

เสียงหอบเหนื่อยที่ผิดจังหวะจากหน้าห้องทำให้ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว ท่านผลักบานประตูเปิดออก ภาพที่เห็นคืออีเอื้องนอนหงายหมดแรงอยู่บนพื้นไม้ ผ้านุ่งหลุดลุ่ยเปิดเผยให้เห็นความเปียกชื้นแฉะที่ใจกลางกลีบกาย แสงตะวันฉายไล้จนเห็นความมันวาว

ท่านเจ้าคุณรู้สึกถึงความแข็งขืนที่กลับมาอีกครั้งทันที คุณหญิงที่ตามออกมาดูเห็นแล้วก็เปรยยิ้มอย่างพึงใจ นางหาได้กริ้วโกรธไม่ กลับกลายเป็นผู้เปิดทางให้ความสำราญ

"ในเมื่อนางบ่าวคนนี้มันอยากนัก... ก็อุ้มมันเข้ามาเสียเถิดเจ้าค่ะท่านพี่"

ท่านเจ้าคุณช้อนร่างอีเอื้องขึ้นอุ้มประคองเข้าสู่เตียงกว้าง บทรักแบบหนึ่งชายสองหญิงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างพิสดาร คุณหญิงช่วยประคองร่างน้องสาวของบ่าวรับใช้ให้รับน้ำหนักท่านเจ้าคุณได้ถนัดถนี่ ผ้าผ่อนบ่าวหญิงถูกถอดจนหลุดรุ่ยไปกองข้างเตียง เผยเนินเนื้อตึงเต่งที่มีเพียงไรขนบางเบาของสาววัยสิบหก ซึ่งในยุคสงครามสมัยนั้นพร้อมออกเรือนมีลูกเพิ่มกำลังพลแล้ว

มือหยาบกร้านข้างหนึ่งประกบเนินนุ่ม อีกหนึ่งฝ่ามือตะโบมบีบประทุมถันเต้าตูม สองนิ้วคีบบี้ยอดปลายเต้าเค้นขยี้จนชูชัน คุณหญิงนึกเปรี้ยวปากจึงชะโลมเลียดูดอมปลายปทุมจนท่านเจ้าคุณถอนนิ้วออกมา แล้วเปลี่ยนมาขยำคั้นเต้าเต่งของคุณหญิงแทน มือที่ประกบเนินเนื้อบ่าวหญิงคลึงขยี้จนร่างบ่าวกระตุกสั่นเสียว ไอรักชื้นแฉะก่อตัวขึ้นมาอีกทีละน้อย นิ้วใหญ่ๆองท่านจึงกดลงในร่องกลีบทีละนิด ยามนิ้วแกร่งที่ใหญ่โตกว่าของอีหนูพี่สาวมันชำแรกผ่านเข้ามาอีเอื้องมันถึงกับกระถดก้นถอยหนีด้วยความเจ็บเสียว ท่านจึงก้มกระซิบบอกมันเบาๆ

"มึงอย่ากลัวไปเลย ลำพังแค่นิ้วกูมันไม่เจ็บเท่าใดดอก ให้กูเบิกทางมึงให้พร้อมรับท่อนสวรรค์กูเสียก่อน เดี๋ยวนั้นมึงจะได้รับรสรักที่แท้จริง"

ยามนั้นคุณหญิงก็โลมเลียสองเต้ามันสลับไปมา เพราะประสบกาณ์เมื่อยามค่ำคืนแรกเข้าหอนั้นนางรู้ดีว่ามันเจ็บระคนปนเสียวอย่างไร ยามนี้อีเอื้องบ่าวหญิงแรกรุ่นก็จะถูกเบิกพรมจรรย์เช่นตัวนางเมื่อตอนค่ำคืน นางจึงอยากเห็นสาวดรุณีที่บิดกายเร่าด้วยตาตนเอง ลิ้นนางที่โลมเลียหน้าอกบ่าวสร้างความเสียวซ่านจนอีเอื้องลืมความเจ็บเสียวที่เนินเนื้อด้านล่างไปชั่วขณะ ความชุ่มโชกจนเปียกแฉะทำให้นิ้วแกร่งของท่านกดลึกลงได้ในทันที

"อื้ยย...อีเอื้องเสียวใจจะขาดแล้ว อ้ายยยย..."

"ยังดอก..นี่แค่นิ้วกูเท่านั้น ร่องรูสวาทมึงช่างแน่นหนึบ ดูดนิ้วกูดีเสียเหลือเกิน รอให้ความเจ็บคลายเหลือเพียงความเสียวซ่านเมื่อไร กูจะยัดเยียดลำแกร่งกูให้มึงได้พบเจอสวรรค์ที่แท้จริง"

ท่านเจ้าคุณงอนิ้วเล็กน้อยแล้วดึงครูดให้ผนังร่องรูสัมผัสท่อนนิ้วทั่วถ้วน เนื้อในกลีบรักทั้งตอดตุบดูดรัดยามท่านขยับนิ้วเข้าออก ความเสียวซ่านทั้งบนล่างบังเกิดขึ้นจนอีเอื้องแทบทนไม่ไหว ใจจะขาดกายจะระเบิดอยู่รอนๆ ท่านถอนนิ้วออกจากร่องที่เยิ้มด้วยน้ำหวานสวาท

ไม่ทันที่อีเอื้องจะตั้งตัว... ลำสวรรค์ใหญ่ยาวที่มันเคยพร่ำเพ้ออยากลิ้มลองก็ชำแรกเข้ามาแทนที่นิ้วแกร่งนั้น มันตื้อตันจุกแน่นเจ็บเสียวจนอยากขาดใจตายไปให้รู้แล้วรู้รอด

"โอ้ยยย.. ท่านเจ้าขา...อึ้ดดดด"

แล้วมันก็แน่นจุกจนมิอาจส่งเสียงใดออกมาได้อีก ทำได้เพียงกัดริมฝีปากแน่น กลั้นใจรับความเจ็บเสียวที่เกิดขึ้น

ในขณะที่ศึกรักกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด อีหนูก็กลับมาพอดี เสียงศึกสงครามสวาททำให้มันแง้มประตูดูด้วยใจระทึก ภาพน้องสาวกำลังถูกท่านเจ้าคุณและคุณหญิงรุมล้อมปรนเปรอทำให้อีหนูทนไม่ไหว ความเปียกแฉะรินรดจนผ้านุ่งชุ่มโชก มันจึงเ่ยเสียงสั่นเครือ

"คุณหญิงเจ้าขา... อีหนูขอมุดหัวเข้าไปรับใช้ด้วยคนนะเจ้าคะ"

คุณหญิงหัวเราะร่วนด้วยความสนุกใจ นางคว้าหมับเข้าที่มวยผมของอีหนูแล้วดึงร่างมันลงประจันหน้ากับตนเองในท่าทางกลับหัวกลับหาง สองนวลนางผลัดกันใช้ลิ้นเรียวนุ่มปรนเปรอรสแห่งโอฐกามให้แก่กันและกันอย่างหิวกระหาย

ท่ามกลางเสียงดูดดื่มของสองเมียใหญ่และเมียบ่าวคนพี่ ท่านเจ้าคุณก็หันมาจัดการกับอีเอื้องอย่างเต็มกำลัง ท่านรวบขาเด็กสาวขึ้นพาดบ่าแล้วโหมกระแทกพรมจรรย์ของนางอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความปราณีเหมือนที่ทำกับอีหนูเมื่อเช้า ในความนัวเนียของสองนวลนางที่กำลังแลกเปลี่ยนชิวหาในร่องสวาทกันอยู่อีกด้าน ท่านเจ้าคุณก็โถมกายเข้าหาอีเอื้องประดุจพยัคฆ์ร้ายตะครุบเหยื่อ ความยิ่งใหญ่ของท่านบดเบียดเข้าสู่ความคับแคบที่แสนบริสุทธิ์จนเด็กสาวถึงกับผวาเฮือกทุกคราที่ท่านกระแทกกระทั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ

“ฮือ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา อีฉันเจ็บเหลือเกิน... พอเถิดเจ้าค่ะ ฉันจะขาดใจตายแล้ว”

เสียงอีเอื้องร้องขอชีวิตแผ่วระรัว น้ำตาไหลอาบสองพวงแก้มยามที่ความแข็งแกร่งมโหฬารรุกล้ำเข้าไปจนสุดถ้ำคูหารัก กระแทกก้นร่องรู กึกๆๆ...

ท่านเจ้าคุณหาได้หยุดยั้งไม่ ท่านโน้มกายลงไปกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหูเล็กๆ ของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนนางขนลุกซู่

“อดทนเอาหน่อยนะอีเอื้อง... ความเจ็บนี่แหละคือประตูสู่สวรรค์ที่กูจะมอบให้มึง มึงเป็นคนที่ร่ำร้องหามันเองมิใช่หรือ...”

ทันใดนั้นจังหวะที่เคยกระแทกรุนแรงเนิบนาบเพื่อสู้กับแรงดูดหนึบของร่องรูที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องก็กลับกลายเป็นดุดันรุนแรง ท่านเจ้าคุณกระแทกกระทั้นเข้าใส่ไม่ยั้งจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง “พั่บ พั่บ” สนั่นหวั่นไหวไปทั้งห้อง ความเจ็บแปลบในตอนแรกเริ่มถูกความซ่านสยิวเข้าแทนที่ตามสัญชาตญาณดิบ อีเอื้องที่เคยร้องขอชีวิตกลับเริ่มบิดส่ายสะโพกตอบรับอย่างบ้าคลั่ง

“อ๊ะ... อ๊าย! ท่านเจ้าคุณ... แรงอีกเจ้าค่ะ... กระแทกอีฉันแรงๆ เยี่ยงนั้นแหละเจ้าค่ะ”

จากเสียงร้องขอชีวิตแปรเปลี่ยนเป็นเสียงเร่งเร้าที่เต็มไปด้วยความกระสัน สองมือน้อยๆ จิกเกร็งลงบนแผ่นหลังแกร่งจนเป็นรอยนิ้ว

“ฉันชอบเหลือเกินเจ้าค่ะ... แรงอีก... เอาให้สมกับที่พี่หนูบอกไว้... ฉันอยากละลายมอดไหม้ไปกับคุณท่านบัดเดี๋ยวนี้”

“อีเด็กสารเลว... มึงช่างร่านรักถูกใจกูยิ่งนัก..!”

ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอ พร้อมกับเร่งจังหวะสุดท้ายอย่างสุดแรงเกิด ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างสุขสมของอีเอื้องที่ดังก้องไปทั่วเรือนใหญ่ ราวกับจะประกาศว่าบัดนี้บ่าวไพร่หญิงคนนี้ได้กลายเป็นเมียบ่าวเพื่อรับใช้รสสวาทของท่านอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

เสียงครางประสานสี่เสียงสอดรับกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อที่รัวเร็วประดุจกลองรบ ร่างกายทั้งสี่กกเกี่ยวกระหวัดกันจนแทบจะแยกไม่ออกว่าแขนขาใครเป็นของใคร กลิ่นเหงื่อ กลิ่นกาม และกลิ่นน้ำอบน้ำปรุงตลบอบอวลไปทั่วห้องหออันศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้ไม่มีชั้นวรรณะ มีเพียงอาการแห่งความใคร่ที่หลอมรวมคนทั้งสี่ให้จมดิ่งลงสู่มหาสมุทรแห่งกามารมณ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

....

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 12 อ่อนพลิ้วสยบกร้าวแกร่ง

    ยามบ่ายแก่ แสงแดดรำไรลอดผ่านพุ่มพฤกษาหนาทึบในป่าละเมาะหลังเรือนพระยาพิชัยยุทธ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงนกกระปูดร้องก้องและเสียงใบไม้ไหว แม่หญิงบัวคำ ในชุดนุ่งโจงกระเบนสั้นทะมัดทะแมง เผยให้เห็นเรียวขาแกร่งสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด กำลังยืนทบทวนกระบวนดาบอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ ทว่าแววตาของนางกลับวอกแวก ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครบางคน “นึกว่าเจ้าจะมัวแต่ฝึกดาบ จนลืมรสรักของพี่เสียแล้วแม่บัวคำ” เสียงทุ้มต่ำของ ท่านเจ้าคุณ ดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่รวบกอดเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่น บัวคำสะดุ้งตัวน้อยๆ ทว่ามิได้ขัดขืน นางพิงแผ่นหลังเข้ากับอกกว้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายบุรุษ “ท่านพี่มาเงียบเชียบเยี่ยงนักรบ... น้องหรืออุตส่าห์แอบหนีบ่าวไพร่มาที่นี่ เพราะรู้ว่าท่านพี่คงมิชอบรสรักที่จำเจบนเตียงในหอนอนบนเรือน” ท่านเจ้าคุณมิปล่อยให้เสียเวลา ท่านพลิกร่างของนางเสือสาวให้หันมาเผชิญหน้า พลางรั้งผ้าคาดเอวของนางออกจนเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบนวลเนียนขึ้นไปจนถึงปทุมถันคู่งามที่ชูชันท้าลมหนาว ท่านก้มลงบรรจงจูบซอกคอหอมกรุ่นปนกลิ่นเหงื่อจางๆ ของนางอย่างหิวกระหาย สองมือหนาฟอนเฟ้นบั

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 11 แผนรัก...ตำรับลับ

    เมื่อบานประตูเรือนเล็กชายน้ำเปิดออก กลิ่นธูปหอมดอกราตรีโชยมาปะทะนาสิกพร้อมกับภาพที่ทำเอาท่านเจ้าคุณถึงกับแทบหยุดหายใจ แม่หญิงลำดวน ในยามนี้มิได้สวมอาภรณ์ชิ้นใดติดกาย นางนอนเอนหลังอยู่บนฟูกหนาในท่ากึ่งตะแคง กายอวบอัดสะท้อนแสงเทียนสีสลัวเป็นเงาวาวระยับ ขาข้างหนึ่งของนางชันขึ้นเผยให้เห็นเนินเนื้อโหนกนูนที่มีไรขนอ่อนบางปกคลุมอย่างยั่วยวน ร่องรูที่เพิ่งผ่านศึกหนักเมื่อเช้ายังคงแดงระเรื่อและดูเหมือนจะฉ่ำเยิ้มรอรับการเติมเต็มอีกครา “ท่านพี่เจ้าขา... น้องนึกว่าคุณหญิงจะขังท่านไว้บนเรือนใหญ่เสียแล้ว” ลำดวนเอ่ยเสียงพร่า พลางส่งสายตาหยาดเยิ้ม นางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามยอดอกอวบหยุ่นของตนเอง แล้วค่อยๆบดบี้จนมันแข็งเป็นไตสู้มือ ท่านเจ้าคุณก้าวเข้าไปหาประดุจพยัคฆ์ร้ายที่กระหายเหยื่อ ทว่ายังมิทันจะได้โน้มตัวลงกอดรัดม่ายสาว อีหนู และ อีเอื้อง ก็ก้าวออกมาจากหลังม่านบังตา ทั้งคู่เปลื้องผ้าออกจนเปลือยเปล่าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อีหนูคลานเข้าหาท่านเจ้าคุณพลางปลดผ้านุ่งของท่านออกอย่างรวดเร็ว ส่วนอีเอื้องขยับไปประคองร่างลำดวนให้ชันตัวขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน “พวกน้องจะช่วยแม่ลำดวน ‘รับมือ’ ท่านพี

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 10 ลงทัณฑ์สวาท

    เมื่อท่านเจ้าคุณก้าวเท้าขึ้นเรือนใหญ่ด้วยท่าทางอิดโรยและขาสั่นปานประหนึ่งนกปีกหัก ท่านก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็น คุณหญิง นั่งเป็นประธานอยู่บนตั่งไม้สัก ล้อมรอบด้วย อีหนู อีเอื้อง ยางจำปา ที่มารวมตัวกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึมทว่าแฝงประกายตาเจ้าเล่ห์ กลิ่นน้ำหอมอบร่ำโชยมาเตะจมูกท่านพร้อมกับบรรยากาศที่คุกรุ่นอย่างแปลกประหลาด “กลับมาเสียทีนะเจ้าคะคุณพี่...” คุณหญิงเอ่ยเสียงเรียบพลางจิบน้ำชา “ไปธุระราชการที่คุ้งน้ำไหนมาหรือเจ้าคะ ถึงได้กลับมาในสภาพเหมือนคนโดนรีดน้ำเค้นเนื้อจนหมดตัวเช่นนี้ อีอิ่มมันไปสืบมาหมดแล้วว่าท่านแอบไปกกแม่ม่ายลำดวนมาทั้งคืน หนำซ้ำยัง ‘เล่นพิเรนทร์’ กับร่องรูทวารหลังของนางอีกด้วย.." ท่านเจ้าคุณหน้าถอดสี จะอ้าปากอธิบายก็พูดไม่ออก เมื่อสี่สาวขยับเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ท่านโดนกักขังไว้กลางวงล้อมของเมียรัก “ในเมื่อท่านพี่มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือไปแจกจ่ายนางข้างนอก พวกน้องทั้งสี่ก็คงต้องขอ ‘เก็บภาษี’ คืนให้หนักหนากว่าที่ท่านไปเสียมาเจ้าค่ะ” คุณหญิงประกาศกร้าว พลางสั่งให้อีหนูกับอีเอื้องช่วยกันรั้งตัวท่านเจ้าคุณลงบนฟูกกว้างกลางห้อง คุณหญิงเริ่มลงทัณฑ์ด้วยการขึ้น

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 9 ลำดวน...แม่ม่ายทรงเครื่อง

    แม่หญิงบัวคำไม่ต้องการมาเป็นเมียในเรือนท่านเจ้าคุณ แต่พอใจที่จะมีอะไรกันด้วยความใคร่ตามความต้องการที่เกิดขึ้นมากกว่า นางขออยู่เรือนเดิม แต่พร้อมที่จะมีอะไรกับท่านได้เสมอ ท่านก็ไม่ได้ขัดใจอะไรนาง ท่านพยักหน้ายอมรับในความเด็ดเดี่ยวของแม่หญิงบัวคำ การมีเมียลับที่เก่งกาจอยู่ต่างเรือนก็เร้าใจไปอีกแบบ ทว่าในจังหวะที่ท่านกำลังจะลงเรือกลับนั้น สายตาของท่านก็ไปสะดุดเข้ากับ "แม่หญิงลำดวน" หญิงม่ายทรงเครื่องที่ยืนรอเรืออยู่ที่ท่าลัดตลิ่ง นางสวมสไบสีม่วงอ่อนบางเบาจนเห็นรอยรัดของผ้านมที่โอบอุ้มปทุมถันคู่อวบใหญ่จนแทบจะล้นทะลัก ทรวดทรงเอวองค์ของนางนั้นผุดผ่องดั่งคนอิ่มกามแต่กลับแฝงความนิ่งสงบที่ยั่วยวน ยามนางเดินบิดสะโพกขึ้นจากน้ำ ผ้านุ่งที่เปียกหมาดรัดรึงไปตามง่ามขาและเนินเนื้อที่หนาแน่น จนท่านเจ้าคุณถึงกับลอบกลืนน้ำลาย แข็งขืนขึ้นมาทันควันด้วยความอยากลำพองในเนื้อหนังมังสาที่สุกงอมเต็มที่เช่นนี้ ในเรือนเงียบสงัด แม่ลำดวนนอนกระสับกระส่ายบนที่นอน ภาพชายร่างกำยำที่มีสง่าราศี (ท่านเจ้าคุณ) ที่นางสบตาที่ท่าเรือยังติดตา นางจินตนาการถึงแผงอกกว้างและกลิ่นกายบุรุษจนกลางกายสาวเริ่มแฉะชื้น มือเรียวส

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 8 นักรบหญิง

    พายุกามกิจเพิ่งสงบลง แต่ดูเหมือน "พยัคฆ์ร้าย" อย่างท่านเจ้าคุณจะยังมิยอมคืนร่างเป็นแมวเชื่อง เมื่อคุณหญิงเหลือบมองลงไปเห็นท่อนสวรรค์ที่ยังคงตั้งตระหง่านชูชัน แม้จะผ่านศึกหนักกับสี่นางมาจนน้ำกามแทบเหือดแห้ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าหยอกสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ท่านพี่เจ้าขา... ของรักของท่านยังขยับเขยื้อนลำพองใจปานนี้ เห็นทีเรือนเราคงต้องขยับขยายที่หลับที่นอนเสียใหม่มั้งเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่อยากจะได้ 'นางไหน' มาช่วยพวกน้องผ่อนแรงเพิ่มอีกสักคน?" ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่าในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของท่านทำให้เมียบ่าวทั้งสามที่กำลังนอนหอบระรินต้องเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก ท่านเชยคางคุณหญิงขึ้นมาสบตา แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความต้องการที่ "พิสดาร" ยิ่งกว่าเดิม "หากเจ้าถามว่าอยากได้เมียแบบไหน... ข้าก็ชักจะเบื่อพวกสาวชาวบ้าน หรือสาววัยใสที่ยังมิประสีประสาเสียแล้วล่ะแม่นวล" ท่านเจ้าคุณเว้นจังหวะ พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยของคุณหญิง "คราวหน้า... ข้าอยากได้ นางรำแช่มช้อย หรือไม่ก็ แม่ครูจากสำนักนางใน ที่ช่ำชองกลเม็ดเผด็จศึก หรือถ้าจะให้เร้าใจกว่านั้น... ข้าอยากได้ เมียท

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 7 สวาทสาวสี่นาง

    ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงริบหรี่ส่องสะท้อนผนังไม้สักจนเป็นเงาไหวระริก จำปาในยามนี้มิใช่เด็กสาวชาวบ้านที่ซื่อเซ่ออีกต่อไป ความสุขสมเสียวซ่านรัญจวนใจจากบทรักกลางลำน้ำได้ปลุกวิญญาณนางยั่วสวาทในกายให้ตื่น นางขึ้นมาคร่อมอยู่เบื้องบนกายท่านเจ้าคุณ ใช้ปากเลียปลายหัวบานของลำแกร่งท่านอันเป็นจุดอ่อนไหวอย่างไม่ประสีประสาแต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก แล้วคร่อมทับลำแกร่งพร้อมกับใช้ฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างยันลงบนอกที่มีมัดกล้ามแน่นหนา พลางโยกย้ายส่ายสะโพกวนเป็นวงกลมบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของท่านอย่างเร่าร้อน "โอ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ท่อนลำสวาทของท่านช่างแข็งแกร่งอุ่นร้อนยิ่งนัก จำปาอยากจะบดบี้มันอย่างนี้ไปทั้งวันทั้งคืน" นางกระซิบเสียงพร่าพลางโน้มตัวลงไป ใช้ปทุมถันคู่สวยที่เพิ่งตั้งเต้าเต่งตึงบดเบียดกับใบหน้าท่าน ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอด้วยความซ่านสยิว สองมือหนาตะโบมบีบเค้นตะโพกผายของนางอย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มขึ้นรอยนิ้ว ท่านพลิกกายจำปาให้ลงไปนอนหงายราบกับฟูก ยกขาทั้งสองข้างของนางขึ้นพาดบ่า แล้วโถมกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ดุดันรุนแรงประดุจพายุ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังสะท้อนก้องห้องหอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status