Masukแสงแดดสายแผดเผาลงมายังเรือนบ่าวไม้ไผ่หลังย่อม “อีหนู” ก้าวเท้าที่ยังสั่นน้อยๆ กลับมาถึงเรือนด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป อาการของสตรีที่เพิ่งผ่านการเสียพรมจรรย์มาหมาดๆ แผ่ซ่านออกมาจนผู้เป็นพ่อและแม่ที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่สังเกตเห็นได้ทันที
อีหนูแจ้งว่าท่านเจ้าคุณได้เสียกับมันแล้ว คุณหญิงก็ยอมรับให้มันเป็นเมียบ่าวและสั่งให้ย้ายขึ้นไปอยู่บนเรือนใหญ่ สองตายายก็ตาโตด้วยความหวัง พ่อของนางรีบเถิบเข้ามาใกล้ พลางกระซิบแกมบังคับ "อีหนูเอ๊ย... หากมึงจะให้ครอบครัวเราลืมตาอ้าปากได้มั่นคง มึงต้องพาน้องสาวมึงขึ้นไปปรนนิบัติท่านอีกคน ทรัพย์สินเงินทองจะได้ไม่ไปไหนเสีย พ่อแม่ลูกจะได้อยู่อย่างสบายไปทั้งชาติ" “อีเอื้อง” น้องสาววัยไล่เลี่ยกันนั่งตาซื่อมองพี่สาว นางยังอ่อนต่อโลกนัก ผิวพรรณแม้มิได้นวลเนียนเท่าพี่สาวแต่ก็มีความสดใหม่ประดุจดอกไม้ป่าที่เพิ่งบาน นางเอ่ยถามด้วยความฉงน "พี่จ๋า... การเป็นเมียบ่าวเขารับใช้กันเยี่ยงไรหรือ น้องต้องกวาดพื้นถูเรือน หรือต้องทำกระไรท่านเจ้าคุณจึงจะเมตตา" อีหนูมองหน้าน้องสาวพลางยิ้มกริ่ม นางจูงมืออีเอื้องเข้าไปในห้องเก็บฟืนที่มิดชิด ความรุ่มร้อนที่เพิ่งได้รับจากท่านเจ้าคุณยังคุกรุ่นอยู่ข้างใน ทำให้นางตัดสินใจถ่ายทอด "วิชา" ให้แก่น้องสาวด้วยตัวเอง "การรับใช้ท่านเจ้าคุณ มิใช่เพียงงานบ้านงานเรือนดอกอีเอื้อง... แต่คือการมอบกายถวายชีวิตให้ท่านพอใจ" อีหนูเอ่ยพลางเอื้อมมือไปปลดผ้าแถบของน้องสาวออก เผยให้เห็นปทุมถันวัยสาวที่เพิ่งเต่งตูม อีหนูเริ่มใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปที่ปลายปทุมถัน และตามสัดส่วนของน้องสาว สอนให้รู้ถึงจุดอ่อนไหวที่บุรุษมักรุกราน นางใช้ประสบการณ์ที่เพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ ปลุกเร้าอารมณ์กำหนัดในตัวอีเอื้อง จนเด็กสาวเริ่มหายใจติดขัด ผิวเคยซีดกลับแดงระเรื่อ อีหนูบดขยี้ปุ่มเม็ดสวาทของน้องสาวเบาๆ แล้วสอดแทรกนิ้วเรียวเข้าหาความลี้ลับของน้องสาวอย่างเนิบนาบ อีเอื้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บแปลบผสมความซ่านสยิวที่มิเคยพบเจอ "จำไว้นะอีเอื้อง... นี่เป็นเพียงแค่นิ้วของพี่ แต่ของท่านเจ้าคุณนั้น ทั้งใหญ่ ทั้งยาว และแข็งแกร่งประดุจท่อนไม้แก่นจันทน์ยามต้องไฟ หากท่านสอดใส่เข้ามา รสชาติความเร่าร้อนจะทวีคูณจนเจ้าแทบจะขาดใจตายเสียให้ได้" อีหนูเร่งจังหวะนิ้วให้เร็วขึ้น พลางกระซิบพรรณนาถึงความดุดันของท่านเจ้าคุณจนอีเอื้องคล้อยตาม ร่างเล็กๆ ของน้องสาวบิดเร้าหอบกระเส่า จินตนาการถึงแก่นกายแกร่งของบุรุษที่กำลังโหมพายุรักเข้าใส่ จนกระทั่งนางกระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดเป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่อพายุอารมณ์สงบลง อีเอื้องที่เพิ่งค้นพบความหฤหรรษ์ในรสกามก็ตาลุกวาว นางรีบคว้าแขนพี่สาวพลางรบเร้าด้วยความกระสันอยาก "พี่จ๋า... รีบพาน้องไปหาท่านเจ้าคุณเถิด น้องอยากรู้รสชาติที่พี่ว่า น้องอยากเป็นเมียบ่าวเดี๋ยวนี้เลย" อีหนูรีบปรามน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ช้าก่อนอีเอื้อง... เรื่องนี้มีลำดับชั้น เราเป็นเพียงเมียบ่าว บนเรือนนั้นมีคุณหญิงนวลผู้เป็นเมียเอกอยู่ ท่านเจ้าคุณรักและเกรงใจท่านนัก เราสองพี่น้องต้องรู้ความ จำไว้ว่า...ต้องปล่อยให้ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงมีรักกันให้หนำใจเสียก่อน จนกว่าคุณหญิงท่านพึงพอใจและอนุญาต ครานั้นจึงจะเป็นคิวของพวกเราที่จะได้รองรับอารมณ์อันเชี่ยวกรากของท่านเจ้าคุณ" อีเอื้องพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ทว่าในดวงตาคู่เล็กนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังถึงราตรีที่จะมาถึง... ราตรีที่นางจะได้สัมผัสกับความ "ใหญ่และยาว" ของท่านเจ้าคุณด้วยร่างกายของนางเอง พายุราคะบนเรือนใหญ่ยังมิอาจสงบลงได้โดยง่าย เมื่อ “อีเอื้อง” ถูกส่งขึ้นมาทำหน้าที่แทนพี่สาวที่ลงไปเก็บข้าวของ นางนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่หน้าประตูห้องหอ ทว่าหูของนางกลับแว่วได้ยินเสียงที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน มิใช่เสียงสวดมนต์หรือเสียงพูดคุย หากแต่เป็นเสียงหอบโยนและเสียงครางกระเส่าของแม่หญิงที่ฟังดูคล้ายคนกำลังจะขาดใจตายด้วยความสุขล้น ด้วยความรู้อยากเห็นตามประสาเด็กสาวที่เพิ่งถูกพี่สาวเปิดโลกสวาทมาหมาดๆ อีเอื้องจึงค่อยๆ คลานเข้าไปแนบตาเข้ากับรอยแตกของประตูไม้สัก ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏทำให้นางถึงกับลืมหายใจ ท่านเจ้าคุณในสภาพเปลือยเปล่ากุมเอวคุณหญิงไว้แน่น โหมกระหน่ำบทรักที่ดุดันและพิสดารเกินกว่าที่พี่สาวพรรณนาไว้มากนัก ความร้อนรุ่มแล่นพล่านจากยอดอกลงสู่กึ่งกลางกายโดยพลัน มือของอีเอื้องสอดเข้าไปใต้ผ้านุ่งโดยสัญชาตญาณ นิ้วเรียวของนางขยับรัวเร็วตามจังหวะที่ตาเห็น คิดนึกเอาว่าร่างกายที่ถูกกระแทกกระทั้นนั้นคือนางเอง "อ๊ะ... ท่านเจ้าคุณ... เจ้าขา..." นางกระซิบแผ่วพร่าจนกระทั่งร่างทั้งร่างกระตุกเกร็ง บรรลุจุดสุดยอดไปพร้อมๆ กับเสียงคำรามสุดท้ายของท่านเจ้าคุณและเสียงหวีดร้องของคุณหญิงที่ดังขึ้นพร้อมกันเบื้องหลังประตู เสียงหอบเหนื่อยที่ผิดจังหวะจากหน้าห้องทำให้ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว ท่านผลักบานประตูเปิดออก ภาพที่เห็นคืออีเอื้องนอนหงายหมดแรงอยู่บนพื้นไม้ ผ้านุ่งหลุดลุ่ยเปิดเผยให้เห็นความเปียกชื้นแฉะที่ใจกลางกลีบกาย แสงตะวันฉายไล้จนเห็นความมันวาว ท่านเจ้าคุณรู้สึกถึงความแข็งขืนที่กลับมาอีกครั้งทันที คุณหญิงที่ตามออกมาดูเห็นแล้วก็เปรยยิ้มอย่างพึงใจ นางหาได้กริ้วโกรธไม่ กลับกลายเป็นผู้เปิดทางให้ความสำราญ "ในเมื่อนางบ่าวคนนี้มันอยากนัก... ก็อุ้มมันเข้ามาเสียเถิดเจ้าค่ะท่านพี่" ท่านเจ้าคุณช้อนร่างอีเอื้องขึ้นอุ้มประคองเข้าสู่เตียงกว้าง บทรักแบบหนึ่งชายสองหญิงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างพิสดาร คุณหญิงช่วยประคองร่างน้องสาวของบ่าวรับใช้ให้รับน้ำหนักท่านเจ้าคุณได้ถนัดถนี่ ผ้าผ่อนบ่าวหญิงถูกถอดจนหลุดรุ่ยไปกองข้างเตียง เผยเนินเนื้อตึงเต่งที่มีเพียงไรขนบางเบาของสาววัยสิบหก ซึ่งในยุคสงครามสมัยนั้นพร้อมออกเรือนมีลูกเพิ่มกำลังพลแล้ว มือหยาบกร้านข้างหนึ่งประกบเนินนุ่ม อีกหนึ่งฝ่ามือตะโบมบีบประทุมถันเต้าตูม สองนิ้วคีบบี้ยอดปลายเต้าเค้นขยี้จนชูชัน คุณหญิงนึกเปรี้ยวปากจึงชะโลมเลียดูดอมปลายปทุมจนท่านเจ้าคุณถอนนิ้วออกมา แล้วเปลี่ยนมาขยำคั้นเต้าเต่งของคุณหญิงแทน มือที่ประกบเนินเนื้อบ่าวหญิงคลึงขยี้จนร่างบ่าวกระตุกสั่นเสียว ไอรักชื้นแฉะก่อตัวขึ้นมาอีกทีละน้อย นิ้วใหญ่ๆองท่านจึงกดลงในร่องกลีบทีละนิด ยามนิ้วแกร่งที่ใหญ่โตกว่าของอีหนูพี่สาวมันชำแรกผ่านเข้ามาอีเอื้องมันถึงกับกระถดก้นถอยหนีด้วยความเจ็บเสียว ท่านจึงก้มกระซิบบอกมันเบาๆ "มึงอย่ากลัวไปเลย ลำพังแค่นิ้วกูมันไม่เจ็บเท่าใดดอก ให้กูเบิกทางมึงให้พร้อมรับท่อนสวรรค์กูเสียก่อน เดี๋ยวนั้นมึงจะได้รับรสรักที่แท้จริง" ยามนั้นคุณหญิงก็โลมเลียสองเต้ามันสลับไปมา เพราะประสบกาณ์เมื่อยามค่ำคืนแรกเข้าหอนั้นนางรู้ดีว่ามันเจ็บระคนปนเสียวอย่างไร ยามนี้อีเอื้องบ่าวหญิงแรกรุ่นก็จะถูกเบิกพรมจรรย์เช่นตัวนางเมื่อตอนค่ำคืน นางจึงอยากเห็นสาวดรุณีที่บิดกายเร่าด้วยตาตนเอง ลิ้นนางที่โลมเลียหน้าอกบ่าวสร้างความเสียวซ่านจนอีเอื้องลืมความเจ็บเสียวที่เนินเนื้อด้านล่างไปชั่วขณะ ความชุ่มโชกจนเปียกแฉะทำให้นิ้วแกร่งของท่านกดลึกลงได้ในทันที "อื้ยย...อีเอื้องเสียวใจจะขาดแล้ว อ้ายยยย..." "ยังดอก..นี่แค่นิ้วกูเท่านั้น ร่องรูสวาทมึงช่างแน่นหนึบ ดูดนิ้วกูดีเสียเหลือเกิน รอให้ความเจ็บคลายเหลือเพียงความเสียวซ่านเมื่อไร กูจะยัดเยียดลำแกร่งกูให้มึงได้พบเจอสวรรค์ที่แท้จริง" ท่านเจ้าคุณงอนิ้วเล็กน้อยแล้วดึงครูดให้ผนังร่องรูสัมผัสท่อนนิ้วทั่วถ้วน เนื้อในกลีบรักทั้งตอดตุบดูดรัดยามท่านขยับนิ้วเข้าออก ความเสียวซ่านทั้งบนล่างบังเกิดขึ้นจนอีเอื้องแทบทนไม่ไหว ใจจะขาดกายจะระเบิดอยู่รอนๆ ท่านถอนนิ้วออกจากร่องที่เยิ้มด้วยน้ำหวานสวาท ไม่ทันที่อีเอื้องจะตั้งตัว... ลำสวรรค์ใหญ่ยาวที่มันเคยพร่ำเพ้ออยากลิ้มลองก็ชำแรกเข้ามาแทนที่นิ้วแกร่งนั้น มันตื้อตันจุกแน่นเจ็บเสียวจนอยากขาดใจตายไปให้รู้แล้วรู้รอด "โอ้ยยย.. ท่านเจ้าขา...อึ้ดดดด" แล้วมันก็แน่นจุกจนมิอาจส่งเสียงใดออกมาได้อีก ทำได้เพียงกัดริมฝีปากแน่น กลั้นใจรับความเจ็บเสียวที่เกิดขึ้น ในขณะที่ศึกรักกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด อีหนูก็กลับมาพอดี เสียงศึกสงครามสวาททำให้มันแง้มประตูดูด้วยใจระทึก ภาพน้องสาวกำลังถูกท่านเจ้าคุณและคุณหญิงรุมล้อมปรนเปรอทำให้อีหนูทนไม่ไหว ความเปียกแฉะรินรดจนผ้านุ่งชุ่มโชก มันจึงเ่ยเสียงสั่นเครือ "คุณหญิงเจ้าขา... อีหนูขอมุดหัวเข้าไปรับใช้ด้วยคนนะเจ้าคะ" คุณหญิงหัวเราะร่วนด้วยความสนุกใจ นางคว้าหมับเข้าที่มวยผมของอีหนูแล้วดึงร่างมันลงประจันหน้ากับตนเองในท่าทางกลับหัวกลับหาง สองนวลนางผลัดกันใช้ลิ้นเรียวนุ่มปรนเปรอรสแห่งโอฐกามให้แก่กันและกันอย่างหิวกระหาย ท่ามกลางเสียงดูดดื่มของสองเมียใหญ่และเมียบ่าวคนพี่ ท่านเจ้าคุณก็หันมาจัดการกับอีเอื้องอย่างเต็มกำลัง ท่านรวบขาเด็กสาวขึ้นพาดบ่าแล้วโหมกระแทกพรมจรรย์ของนางอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความปราณีเหมือนที่ทำกับอีหนูเมื่อเช้า ในความนัวเนียของสองนวลนางที่กำลังแลกเปลี่ยนชิวหาในร่องสวาทกันอยู่อีกด้าน ท่านเจ้าคุณก็โถมกายเข้าหาอีเอื้องประดุจพยัคฆ์ร้ายตะครุบเหยื่อ ความยิ่งใหญ่ของท่านบดเบียดเข้าสู่ความคับแคบที่แสนบริสุทธิ์จนเด็กสาวถึงกับผวาเฮือกทุกคราที่ท่านกระแทกกระทั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ฮือ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา อีฉันเจ็บเหลือเกิน... พอเถิดเจ้าค่ะ ฉันจะขาดใจตายแล้ว” เสียงอีเอื้องร้องขอชีวิตแผ่วระรัว น้ำตาไหลอาบสองพวงแก้มยามที่ความแข็งแกร่งมโหฬารรุกล้ำเข้าไปจนสุดถ้ำคูหารัก กระแทกก้นร่องรู กึกๆๆ... ท่านเจ้าคุณหาได้หยุดยั้งไม่ ท่านโน้มกายลงไปกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหูเล็กๆ ของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนนางขนลุกซู่ “อดทนเอาหน่อยนะอีเอื้อง... ความเจ็บนี่แหละคือประตูสู่สวรรค์ที่กูจะมอบให้มึง มึงเป็นคนที่ร่ำร้องหามันเองมิใช่หรือ...” ทันใดนั้นจังหวะที่เคยกระแทกรุนแรงเนิบนาบเพื่อสู้กับแรงดูดหนึบของร่องรูที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องก็กลับกลายเป็นดุดันรุนแรง ท่านเจ้าคุณกระแทกกระทั้นเข้าใส่ไม่ยั้งจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง “พั่บ พั่บ” สนั่นหวั่นไหวไปทั้งห้อง ความเจ็บแปลบในตอนแรกเริ่มถูกความซ่านสยิวเข้าแทนที่ตามสัญชาตญาณดิบ อีเอื้องที่เคยร้องขอชีวิตกลับเริ่มบิดส่ายสะโพกตอบรับอย่างบ้าคลั่ง “อ๊ะ... อ๊าย! ท่านเจ้าคุณ... แรงอีกเจ้าค่ะ... กระแทกอีฉันแรงๆ เยี่ยงนั้นแหละเจ้าค่ะ” จากเสียงร้องขอชีวิตแปรเปลี่ยนเป็นเสียงเร่งเร้าที่เต็มไปด้วยความกระสัน สองมือน้อยๆ จิกเกร็งลงบนแผ่นหลังแกร่งจนเป็นรอยนิ้ว “ฉันชอบเหลือเกินเจ้าค่ะ... แรงอีก... เอาให้สมกับที่พี่หนูบอกไว้... ฉันอยากละลายมอดไหม้ไปกับคุณท่านบัดเดี๋ยวนี้” “อีเด็กสารเลว... มึงช่างร่านรักถูกใจกูยิ่งนัก..!” ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอ พร้อมกับเร่งจังหวะสุดท้ายอย่างสุดแรงเกิด ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างสุขสมของอีเอื้องที่ดังก้องไปทั่วเรือนใหญ่ ราวกับจะประกาศว่าบัดนี้บ่าวไพร่หญิงคนนี้ได้กลายเป็นเมียบ่าวเพื่อรับใช้รสสวาทของท่านอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เสียงครางประสานสี่เสียงสอดรับกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อที่รัวเร็วประดุจกลองรบ ร่างกายทั้งสี่กกเกี่ยวกระหวัดกันจนแทบจะแยกไม่ออกว่าแขนขาใครเป็นของใคร กลิ่นเหงื่อ กลิ่นกาม และกลิ่นน้ำอบน้ำปรุงตลบอบอวลไปทั่วห้องหออันศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้ไม่มีชั้นวรรณะ มีเพียงอาการแห่งความใคร่ที่หลอมรวมคนทั้งสี่ให้จมดิ่งลงสู่มหาสมุทรแห่งกามารมณ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ....ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ
ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต
เมื่อพายุสวาทรอบแรกสงบลง คุณหญิงนวลที่บัดนี้อิ่มเอมด้วยน้ำรักจนผิวพรรณดูเปล่งปลั่งก็ลุกขึ้นแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง นางหันมามองท่านเจ้าคุณที่นอนทอดกายอยู่บนฟูกด้วยสายตาที่รู้ใจพยัคฆ์ดีกว่าใคร นางมิได้หึงหวงจนปิดกั้น ทว่ากลับเรียกบ่าวคนสนิทให้ยกสำรับยาบำรุงที่ปรุงจากโสมคนและกำลังเสือโคร่งเคี่ยวกับน้ำผึ้งป่ามาวางไว้ข้างเตียง “รับประทานเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะท่านพี่” คุณหญิงนวลยิ้มกริ่มพลางส่งถ้วยยาให้ “นวลน่ะอิ่มแล้ว ทว่าแม่พวกที่เหลือเขายังหิวกันนัก เห็นมาด้อมๆ มองๆ กันอยู่ที่หน้าเรือน นวลจึงจัดให้แม่ลำดวนกับแม่บัวคำเข้ามาปรนนิบัติท่านพี่พร้อมกันเสียเลย จะได้มิเสียเวลาเจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณดื่มยาบำรุงรสเข้มข้นจนหมดถ้วย พลันรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด พลังแกร่งที่เพิ่งจะหลั่งไหลไปกลับดีดตัวขึ้นมาผงาดง้ำอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่คุณหญิงนวลก้าวพ้นประตูออกไป สตรีสองนางที่งามเด่นคนละแบบก็คลานเข่าเข้ามาในห้อง แม่หญิงลำดวน อนุภรรยาผู้อ่อนหวานมาในชุดผ้าสไบสีเหลืองอ่อนบางเบา ส่วน แม่บัวคำนักรบหญิงแกร่งที่คุณหญิงให้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุอีกคนหนึ่งนั้นมาในชุดนุ
ท่ามกลางแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาเรือนพิกุล แม่หญิงสร้อยแอบซุ่มดูอยู่หลังม่านไม้ระแนงถึงกับใจสั่นสะท้านไปทั้งทรวง นางเห็นทุกจังหวะจะโคน เห็นร่างของพี่สาวบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำของท่านเจ้าคุณ เห็นความยิ่งใหญ่ที่นางเคยสัมผัสกำลังจ้วงทะลวงเข้าออกในกายของจันทราจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น กลิ่นคาวรักที่อบอวลปนกับกลิ่นดอกพิกุลและเสียงครางระงมของพี่สาว ทำให้ความสาวในกายของสร้อยที่เพิ่งจะมอดไปเมื่อไม่นานกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง นางเอามือกุมหน้าอกที่กระเพื่อมไหว กายส่วนล่างของนางเริ่มหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่มสไบ มือที่กุมหน้าอกเผลอไผลบีบเค้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใต้ผ้าแพรแถบที่พันหน้าอกไว้ถูกปลายถันดันขึ้นมาจนเห็นเป็นเม็ดชัดเจน มันแข็งเป็นไตบ่งยอกอารมณ์ภายในที่ถวิลหาแก่นกายของท่านอีกครั้ง เมื่อท่านเจ้าคุณระเบิดน้ำรักเฮือกสุดท้ายฉีดอัดเข้าสู่กายแม่หญิงจันทราจนนางเหลือกตาโพลงแล้วสลบเหมือดไปนั้น ท่านเจ้าคุณที่หอบหายใจถี่ด้วยความซ่านเสียวก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเงาร่างอรชรเดินสั่นเทาออกมาจากมุมมืด “ท่านเจ้าขา... ฉันทนดูเฉยๆ มิไหวแล้วเจ้าค่ะ” แม่หญิงสร้อยคลานเข่าเข้ามาหาท
พริบตาที่น้ำรักอาคมของท่านเจ้าคุณฉีดพุ่งเข้าสู่ร่องรูสวาทของแม่มดร้ายแสงดาวจนล้นปรี่ ร่างที่เคยดูอวบอัดเย้ายวนด้วยมนต์ดำพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสยดสยอง ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงเริ่มเหี่ยวย่น แห้งกรัง ปริแตกลอกออกเป็นสะเก็ดสีดำ กลายเป็นไอควันเหม็นไหม้คละคลุ้ง พุ่งออกจากทวารทั้งเก้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณชั่วร้ายที่ถูกขับไล่ “อ๊ากกกกกก!!!” เสียงทุ้มต่ำของแม่มดที่ซ้อนอยู่ภายในค่อยๆ แหบแห้งลง ก่อนจะสลายกลายเป็นเพียงเศษเถ้าถ่านที่ปลิวหายไปในอากาศ ที่เหลืออยู่บนแท่นหินมิใช่แม่มดแสงดาวผู้โหดเหี้ยมอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็นร่างของเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ดูอ่อนเยาว์และบอบบาง นางนอนหายใจรวยริน ผิวพรรณกลับมานวลเนียนเป็นธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น แม้จะดูอิดโรยแต่ร่องรอยแห่งอาคมโฉดได้มลายสิ้นไปแล้ว สายลับสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ถึงกับทิ้งดาบในมือแล้วโผเข้าไปหาเด็กสาวผู้นั้นด้วยอาการตื่นตะลึง “นารี... นารีจริงๆ ด้วย...!!!” นางช้อนร่างสาวน้อยขึ้นมากอดแนบอกด้วยหยาดน้ำตาที่นองหน้า “ท่านเจ้าขา... นี่คือลูกพี่ลูกน้องของฉันที่ถูกลักตัวหายไปเมื่อปีกลาย น้องยอมทิ้งเกียรต
นางสายลับก็เป็นพวกมีดีมีวิชาเช่นกัน เมื่อแก่นกายอาคมถูกแทรกแซงเข้าสู่ร่างเพียงครึ่งลำ พลังอำนาจจากพระเวทที่ท่านเจ้าคุณประจุไว้ก็แผ่ซ่านเข้าหักล้างกับอักขระสีเลือดทันที รอยยันต์ปีศาจบนผิวกายของสายลับสาวค่อยๆ จางหายไปดุจหิมะต้องแสงตะวัน ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มกลับมาสม่ำเสมอ กายที่เคยร้อนรุ่มปานไฟสุมกลับกลายเป็นอุ่นละมุนทว่าในใจของยอดขุนศึกกลับเริ่มสั่นคลอนเสียเอง ความคับแน่นและตอดรัดภายในร่องรูสวาทของนางนั้นมันช่างอร่อยโอชะ และซาบซ่านเกินกว่าสตรีใดที่ท่านเคยพานพบมา รสสัมผัสของหญิงผู้มีวิชาอาคมนั้นช่างลึกลับหนึบหนับประดุจแรงดึงดูดจากห้วงลึก ท่านเจ้าคุณกัดฟันกรอด สติฝ่ายดีเตือนว่านางคือสายลับผู้จงรักภักดี ทำงานอยูภายใต้สังกัดของท่าน งานราชการสงครามที่รออยู่เบื้องหน้ามิควรเอาเรื่องกามคุณมาทำให้เสียขบวน ท่านตัดสินใจเกร็งกล้ามเนื้อขา เตรียมจะรั้งกายถอนแก่นกายออกมาเพื่อรักษาระยะห่างทหารและสายลับ ทว่าในจังหวะที่หัวมังกรยักษ์กำลังจะหลุดพ้นจากปากทางสวาท มือเรียวบางของสายลับสาวที่เคยอ่อนแรงกลับตะปบเข้าที่สะโพกสอบของท่านอย่างแรง “อย่าเพิ่ง... อย่าได้รบถอดถอนออกเจ้าค่ะท่าน” เสียงขอ







