Home / รักโบราณ / สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ / บทที่ 2 เมียบ่าวสองพี่น้อง

Share

บทที่ 2 เมียบ่าวสองพี่น้อง

Author: W. Ziyen
last update publish date: 2026-01-28 12:50:13

แสงแดดสายแผดเผาลงมายังเรือนบ่าวไม้ไผ่หลังย่อม “อีหนู” ก้าวเท้าที่ยังสั่นน้อยๆ กลับมาถึงเรือนด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป อาการของสตรีที่เพิ่งผ่านการเสียพรมจรรย์มาหมาดๆ แผ่ซ่านออกมาจนผู้เป็นพ่อและแม่ที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่สังเกตเห็นได้ทันที

อีหนูแจ้งว่าท่านเจ้าคุณได้เสียกับมันแล้ว คุณหญิงก็ยอมรับให้มันเป็นเมียบ่าวและสั่งให้ย้ายขึ้นไปอยู่บนเรือนใหญ่ สองตายายก็ตาโตด้วยความหวัง พ่อของนางรีบเถิบเข้ามาใกล้ พลางกระซิบแกมบังคับ

"อีหนูเอ๊ย... หากมึงจะให้ครอบครัวเราลืมตาอ้าปากได้มั่นคง มึงต้องพาน้องสาวมึงขึ้นไปปรนนิบัติท่านอีกคน ทรัพย์สินเงินทองจะได้ไม่ไปไหนเสีย พ่อแม่ลูกจะได้อยู่อย่างสบายไปทั้งชาติ"

“อีเอื้อง” น้องสาววัยไล่เลี่ยกันนั่งตาซื่อมองพี่สาว นางยังอ่อนต่อโลกนัก ผิวพรรณแม้มิได้นวลเนียนเท่าพี่สาวแต่ก็มีความสดใหม่ประดุจดอกไม้ป่าที่เพิ่งบาน นางเอ่ยถามด้วยความฉงน

"พี่จ๋า... การเป็นเมียบ่าวเขารับใช้กันเยี่ยงไรหรือ น้องต้องกวาดพื้นถูเรือน หรือต้องทำกระไรท่านเจ้าคุณจึงจะเมตตา"

อีหนูมองหน้าน้องสาวพลางยิ้มกริ่ม นางจูงมืออีเอื้องเข้าไปในห้องเก็บฟืนที่มิดชิด ความรุ่มร้อนที่เพิ่งได้รับจากท่านเจ้าคุณยังคุกรุ่นอยู่ข้างใน ทำให้นางตัดสินใจถ่ายทอด "วิชา" ให้แก่น้องสาวด้วยตัวเอง

"การรับใช้ท่านเจ้าคุณ มิใช่เพียงงานบ้านงานเรือนดอกอีเอื้อง... แต่คือการมอบกายถวายชีวิตให้ท่านพอใจ"

อีหนูเอ่ยพลางเอื้อมมือไปปลดผ้าแถบของน้องสาวออก เผยให้เห็นปทุมถันวัยสาวที่เพิ่งเต่งตูม

อีหนูเริ่มใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปที่ปลายปทุมถัน และตามสัดส่วนของน้องสาว สอนให้รู้ถึงจุดอ่อนไหวที่บุรุษมักรุกราน นางใช้ประสบการณ์ที่เพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ ปลุกเร้าอารมณ์กำหนัดในตัวอีเอื้อง จนเด็กสาวเริ่มหายใจติดขัด ผิวเคยซีดกลับแดงระเรื่อ

อีหนูบดขยี้ปุ่มเม็ดสวาทของน้องสาวเบาๆ แล้วสอดแทรกนิ้วเรียวเข้าหาความลี้ลับของน้องสาวอย่างเนิบนาบ อีเอื้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บแปลบผสมความซ่านสยิวที่มิเคยพบเจอ

"จำไว้นะอีเอื้อง... นี่เป็นเพียงแค่นิ้วของพี่ แต่ของท่านเจ้าคุณนั้น ทั้งใหญ่ ทั้งยาว และแข็งแกร่งประดุจท่อนไม้แก่นจันทน์ยามต้องไฟ หากท่านสอดใส่เข้ามา รสชาติความเร่าร้อนจะทวีคูณจนเจ้าแทบจะขาดใจตายเสียให้ได้"

อีหนูเร่งจังหวะนิ้วให้เร็วขึ้น พลางกระซิบพรรณนาถึงความดุดันของท่านเจ้าคุณจนอีเอื้องคล้อยตาม ร่างเล็กๆ ของน้องสาวบิดเร้าหอบกระเส่า จินตนาการถึงแก่นกายแกร่งของบุรุษที่กำลังโหมพายุรักเข้าใส่ จนกระทั่งนางกระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดเป็นครั้งแรกในชีวิต

เมื่อพายุอารมณ์สงบลง อีเอื้องที่เพิ่งค้นพบความหฤหรรษ์ในรสกามก็ตาลุกวาว นางรีบคว้าแขนพี่สาวพลางรบเร้าด้วยความกระสันอยาก

"พี่จ๋า... รีบพาน้องไปหาท่านเจ้าคุณเถิด น้องอยากรู้รสชาติที่พี่ว่า น้องอยากเป็นเมียบ่าวเดี๋ยวนี้เลย"

อีหนูรีบปรามน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

"ช้าก่อนอีเอื้อง... เรื่องนี้มีลำดับชั้น เราเป็นเพียงเมียบ่าว บนเรือนนั้นมีคุณหญิงนวลผู้เป็นเมียเอกอยู่ ท่านเจ้าคุณรักและเกรงใจท่านนัก เราสองพี่น้องต้องรู้ความ จำไว้ว่า...ต้องปล่อยให้ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงมีรักกันให้หนำใจเสียก่อน จนกว่าคุณหญิงท่านพึงพอใจและอนุญาต ครานั้นจึงจะเป็นคิวของพวกเราที่จะได้รองรับอารมณ์อันเชี่ยวกรากของท่านเจ้าคุณ"

อีเอื้องพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ทว่าในดวงตาคู่เล็กนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังถึงราตรีที่จะมาถึง... ราตรีที่นางจะได้สัมผัสกับความ "ใหญ่และยาว" ของท่านเจ้าคุณด้วยร่างกายของนางเอง

พายุราคะบนเรือนใหญ่ยังมิอาจสงบลงได้โดยง่าย เมื่อ “อีเอื้อง” ถูกส่งขึ้นมาทำหน้าที่แทนพี่สาวที่ลงไปเก็บข้าวของ นางนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่หน้าประตูห้องหอ ทว่าหูของนางกลับแว่วได้ยินเสียงที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน มิใช่เสียงสวดมนต์หรือเสียงพูดคุย หากแต่เป็นเสียงหอบโยนและเสียงครางกระเส่าของแม่หญิงที่ฟังดูคล้ายคนกำลังจะขาดใจตายด้วยความสุขล้น

ด้วยความรู้อยากเห็นตามประสาเด็กสาวที่เพิ่งถูกพี่สาวเปิดโลกสวาทมาหมาดๆ อีเอื้องจึงค่อยๆ คลานเข้าไปแนบตาเข้ากับรอยแตกของประตูไม้สัก ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏทำให้นางถึงกับลืมหายใจ ท่านเจ้าคุณในสภาพเปลือยเปล่ากุมเอวคุณหญิงไว้แน่น โหมกระหน่ำบทรักที่ดุดันและพิสดารเกินกว่าที่พี่สาวพรรณนาไว้มากนัก

ความร้อนรุ่มแล่นพล่านจากยอดอกลงสู่กึ่งกลางกายโดยพลัน มือของอีเอื้องสอดเข้าไปใต้ผ้านุ่งโดยสัญชาตญาณ นิ้วเรียวของนางขยับรัวเร็วตามจังหวะที่ตาเห็น คิดนึกเอาว่าร่างกายที่ถูกกระแทกกระทั้นนั้นคือนางเอง

"อ๊ะ... ท่านเจ้าคุณ... เจ้าขา..."

นางกระซิบแผ่วพร่าจนกระทั่งร่างทั้งร่างกระตุกเกร็ง บรรลุจุดสุดยอดไปพร้อมๆ กับเสียงคำรามสุดท้ายของท่านเจ้าคุณและเสียงหวีดร้องของคุณหญิงที่ดังขึ้นพร้อมกันเบื้องหลังประตู

เสียงหอบเหนื่อยที่ผิดจังหวะจากหน้าห้องทำให้ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว ท่านผลักบานประตูเปิดออก ภาพที่เห็นคืออีเอื้องนอนหงายหมดแรงอยู่บนพื้นไม้ ผ้านุ่งหลุดลุ่ยเปิดเผยให้เห็นความเปียกชื้นแฉะที่ใจกลางกลีบกาย แสงตะวันฉายไล้จนเห็นความมันวาว

ท่านเจ้าคุณรู้สึกถึงความแข็งขืนที่กลับมาอีกครั้งทันที คุณหญิงที่ตามออกมาดูเห็นแล้วก็เปรยยิ้มอย่างพึงใจ นางหาได้กริ้วโกรธไม่ กลับกลายเป็นผู้เปิดทางให้ความสำราญ

"ในเมื่อนางบ่าวคนนี้มันอยากนัก... ก็อุ้มมันเข้ามาเสียเถิดเจ้าค่ะท่านพี่"

ท่านเจ้าคุณช้อนร่างอีเอื้องขึ้นอุ้มประคองเข้าสู่เตียงกว้าง บทรักแบบหนึ่งชายสองหญิงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างพิสดาร คุณหญิงช่วยประคองร่างน้องสาวของบ่าวรับใช้ให้รับน้ำหนักท่านเจ้าคุณได้ถนัดถนี่ ผ้าผ่อนบ่าวหญิงถูกถอดจนหลุดรุ่ยไปกองข้างเตียง เผยเนินเนื้อตึงเต่งที่มีเพียงไรขนบางเบาของสาววัยสิบหก ซึ่งในยุคสงครามสมัยนั้นพร้อมออกเรือนมีลูกเพิ่มกำลังพลแล้ว

มือหยาบกร้านข้างหนึ่งประกบเนินนุ่ม อีกหนึ่งฝ่ามือตะโบมบีบประทุมถันเต้าตูม สองนิ้วคีบบี้ยอดปลายเต้าเค้นขยี้จนชูชัน คุณหญิงนึกเปรี้ยวปากจึงชะโลมเลียดูดอมปลายปทุมจนท่านเจ้าคุณถอนนิ้วออกมา แล้วเปลี่ยนมาขยำคั้นเต้าเต่งของคุณหญิงแทน มือที่ประกบเนินเนื้อบ่าวหญิงคลึงขยี้จนร่างบ่าวกระตุกสั่นเสียว ไอรักชื้นแฉะก่อตัวขึ้นมาอีกทีละน้อย นิ้วใหญ่ๆองท่านจึงกดลงในร่องกลีบทีละนิด ยามนิ้วแกร่งที่ใหญ่โตกว่าของอีหนูพี่สาวมันชำแรกผ่านเข้ามาอีเอื้องมันถึงกับกระถดก้นถอยหนีด้วยความเจ็บเสียว ท่านจึงก้มกระซิบบอกมันเบาๆ

"มึงอย่ากลัวไปเลย ลำพังแค่นิ้วกูมันไม่เจ็บเท่าใดดอก ให้กูเบิกทางมึงให้พร้อมรับท่อนสวรรค์กูเสียก่อน เดี๋ยวนั้นมึงจะได้รับรสรักที่แท้จริง"

ยามนั้นคุณหญิงก็โลมเลียสองเต้ามันสลับไปมา เพราะประสบกาณ์เมื่อยามค่ำคืนแรกเข้าหอนั้นนางรู้ดีว่ามันเจ็บระคนปนเสียวอย่างไร ยามนี้อีเอื้องบ่าวหญิงแรกรุ่นก็จะถูกเบิกพรมจรรย์เช่นตัวนางเมื่อตอนค่ำคืน นางจึงอยากเห็นสาวดรุณีที่บิดกายเร่าด้วยตาตนเอง ลิ้นนางที่โลมเลียหน้าอกบ่าวสร้างความเสียวซ่านจนอีเอื้องลืมความเจ็บเสียวที่เนินเนื้อด้านล่างไปชั่วขณะ ความชุ่มโชกจนเปียกแฉะทำให้นิ้วแกร่งของท่านกดลึกลงได้ในทันที

"อื้ยย...อีเอื้องเสียวใจจะขาดแล้ว อ้ายยยย..."

"ยังดอก..นี่แค่นิ้วกูเท่านั้น ร่องรูสวาทมึงช่างแน่นหนึบ ดูดนิ้วกูดีเสียเหลือเกิน รอให้ความเจ็บคลายเหลือเพียงความเสียวซ่านเมื่อไร กูจะยัดเยียดลำแกร่งกูให้มึงได้พบเจอสวรรค์ที่แท้จริง"

ท่านเจ้าคุณงอนิ้วเล็กน้อยแล้วดึงครูดให้ผนังร่องรูสัมผัสท่อนนิ้วทั่วถ้วน เนื้อในกลีบรักทั้งตอดตุบดูดรัดยามท่านขยับนิ้วเข้าออก ความเสียวซ่านทั้งบนล่างบังเกิดขึ้นจนอีเอื้องแทบทนไม่ไหว ใจจะขาดกายจะระเบิดอยู่รอนๆ ท่านถอนนิ้วออกจากร่องที่เยิ้มด้วยน้ำหวานสวาท

ไม่ทันที่อีเอื้องจะตั้งตัว... ลำสวรรค์ใหญ่ยาวที่มันเคยพร่ำเพ้ออยากลิ้มลองก็ชำแรกเข้ามาแทนที่นิ้วแกร่งนั้น มันตื้อตันจุกแน่นเจ็บเสียวจนอยากขาดใจตายไปให้รู้แล้วรู้รอด

"โอ้ยยย.. ท่านเจ้าขา...อึ้ดดดด"

แล้วมันก็แน่นจุกจนมิอาจส่งเสียงใดออกมาได้อีก ทำได้เพียงกัดริมฝีปากแน่น กลั้นใจรับความเจ็บเสียวที่เกิดขึ้น

ในขณะที่ศึกรักกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด อีหนูก็กลับมาพอดี เสียงศึกสงครามสวาททำให้มันแง้มประตูดูด้วยใจระทึก ภาพน้องสาวกำลังถูกท่านเจ้าคุณและคุณหญิงรุมล้อมปรนเปรอทำให้อีหนูทนไม่ไหว ความเปียกแฉะรินรดจนผ้านุ่งชุ่มโชก มันจึงเ่ยเสียงสั่นเครือ

"คุณหญิงเจ้าขา... อีหนูขอมุดหัวเข้าไปรับใช้ด้วยคนนะเจ้าคะ"

คุณหญิงหัวเราะร่วนด้วยความสนุกใจ นางคว้าหมับเข้าที่มวยผมของอีหนูแล้วดึงร่างมันลงประจันหน้ากับตนเองในท่าทางกลับหัวกลับหาง สองนวลนางผลัดกันใช้ลิ้นเรียวนุ่มปรนเปรอรสแห่งโอฐกามให้แก่กันและกันอย่างหิวกระหาย

ท่ามกลางเสียงดูดดื่มของสองเมียใหญ่และเมียบ่าวคนพี่ ท่านเจ้าคุณก็หันมาจัดการกับอีเอื้องอย่างเต็มกำลัง ท่านรวบขาเด็กสาวขึ้นพาดบ่าแล้วโหมกระแทกพรมจรรย์ของนางอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความปราณีเหมือนที่ทำกับอีหนูเมื่อเช้า ในความนัวเนียของสองนวลนางที่กำลังแลกเปลี่ยนชิวหาในร่องสวาทกันอยู่อีกด้าน ท่านเจ้าคุณก็โถมกายเข้าหาอีเอื้องประดุจพยัคฆ์ร้ายตะครุบเหยื่อ ความยิ่งใหญ่ของท่านบดเบียดเข้าสู่ความคับแคบที่แสนบริสุทธิ์จนเด็กสาวถึงกับผวาเฮือกทุกคราที่ท่านกระแทกกระทั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ

“ฮือ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา อีฉันเจ็บเหลือเกิน... พอเถิดเจ้าค่ะ ฉันจะขาดใจตายแล้ว”

เสียงอีเอื้องร้องขอชีวิตแผ่วระรัว น้ำตาไหลอาบสองพวงแก้มยามที่ความแข็งแกร่งมโหฬารรุกล้ำเข้าไปจนสุดถ้ำคูหารัก กระแทกก้นร่องรู กึกๆๆ...

ท่านเจ้าคุณหาได้หยุดยั้งไม่ ท่านโน้มกายลงไปกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหูเล็กๆ ของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนนางขนลุกซู่

“อดทนเอาหน่อยนะอีเอื้อง... ความเจ็บนี่แหละคือประตูสู่สวรรค์ที่กูจะมอบให้มึง มึงเป็นคนที่ร่ำร้องหามันเองมิใช่หรือ...”

ทันใดนั้นจังหวะที่เคยกระแทกรุนแรงเนิบนาบเพื่อสู้กับแรงดูดหนึบของร่องรูที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องก็กลับกลายเป็นดุดันรุนแรง ท่านเจ้าคุณกระแทกกระทั้นเข้าใส่ไม่ยั้งจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง “พั่บ พั่บ” สนั่นหวั่นไหวไปทั้งห้อง ความเจ็บแปลบในตอนแรกเริ่มถูกความซ่านสยิวเข้าแทนที่ตามสัญชาตญาณดิบ อีเอื้องที่เคยร้องขอชีวิตกลับเริ่มบิดส่ายสะโพกตอบรับอย่างบ้าคลั่ง

“อ๊ะ... อ๊าย! ท่านเจ้าคุณ... แรงอีกเจ้าค่ะ... กระแทกอีฉันแรงๆ เยี่ยงนั้นแหละเจ้าค่ะ”

จากเสียงร้องขอชีวิตแปรเปลี่ยนเป็นเสียงเร่งเร้าที่เต็มไปด้วยความกระสัน สองมือน้อยๆ จิกเกร็งลงบนแผ่นหลังแกร่งจนเป็นรอยนิ้ว

“ฉันชอบเหลือเกินเจ้าค่ะ... แรงอีก... เอาให้สมกับที่พี่หนูบอกไว้... ฉันอยากละลายมอดไหม้ไปกับคุณท่านบัดเดี๋ยวนี้”

“อีเด็กสารเลว... มึงช่างร่านรักถูกใจกูยิ่งนัก..!”

ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอ พร้อมกับเร่งจังหวะสุดท้ายอย่างสุดแรงเกิด ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างสุขสมของอีเอื้องที่ดังก้องไปทั่วเรือนใหญ่ ราวกับจะประกาศว่าบัดนี้บ่าวไพร่หญิงคนนี้ได้กลายเป็นเมียบ่าวเพื่อรับใช้รสสวาทของท่านอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

เสียงครางประสานสี่เสียงสอดรับกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อที่รัวเร็วประดุจกลองรบ ร่างกายทั้งสี่กกเกี่ยวกระหวัดกันจนแทบจะแยกไม่ออกว่าแขนขาใครเป็นของใคร กลิ่นเหงื่อ กลิ่นกาม และกลิ่นน้ำอบน้ำปรุงตลบอบอวลไปทั่วห้องหออันศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้ไม่มีชั้นวรรณะ มีเพียงอาการแห่งความใคร่ที่หลอมรวมคนทั้งสี่ให้จมดิ่งลงสู่มหาสมุทรแห่งกามารมณ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

....

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 33 ฉีกกลีบซากุระ

    แสงเทียนในห้องโถงสลัวรางสะท้อนกับผนังกระดาษสีขาวนวล กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาเขียวมัทฉะที่โอฮานะบรรจงชงด้วยท่วงท่าเนิบนาบดุจดั่งงานศิลปะแห่งการเคลื่อนไหว ผสมผสานกับเสียงสายซามิเซ็ง ที่ดีดเพลงสะท้อนอารมณ์เปลี่ยวเหงาและเย้ายวนใจ บรรยากาศโดยรอบที่เงียบสงัดทำให้ภายในเรือนไม้ไผ่ส่งให้การจิบชาของท่านเจ้าคุณส่งเสียงดังเป็นจังหวะเหมือนการจูบจุมพิตผิวน้ำจากบุรุษสยามไปยังชาหอมๆ ของสตรีแดนอาทิตย์อุทัย เมื่อถ้วยชาถูกวางลง ความนิ่งสงบก็พังทลายกลายเป็นม่านสวาท โอฮานะค่อยๆ ปลดปมสายคาดเอวโอบิอย่างแช่มช้า กิโมโนผ้าไหมสีดอกซากุระหลุดร่วงจากไหล่เนียนละเอียด เผยให้เห็นท่อนบนที่ขาวผ่องราวกับสลักจากงาช้าง ทรวงอกอิ่มที่ชูชันประดับด้วยยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อสั่นไหวตามจังหวะการร่ายรำที่เน้นการบิดสะโพกและโยกย้ายสรีระอย่างจงใจ ท่านเจ้าคุณรู้สึกได้ถึงจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้น มันถูกหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันทั้งผู้ร่ายรำ ผู้ชม และเสียงดนตรี มังกรยักษ์ตาเดียวภายใต้โจงกระเบนขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะ แข็งขืนท้าทายทุกโสตสัมผัสที่ถูกปลุกเร้า โอฮานะมองเห็นความปรารถนาที่พุ่งพล่านนั้นผ่านแววตาของท่านเจ้าคุณ นางจึงคล

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 32 สยบพยัคฆ์มังกร

    ภารกิจที่เกาะสีชังครานี้ช่างวิกฤตนัก เพราะหากฝิ่นมหาศาลเหล่านั้นหลุดรอดเข้าสู่พระนคร แผ่นดินสยามคงต้องเผชิญกับหายนะยิ่งกว่าสงครามครั้งไหนๆ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงครามมิรอช้า หลังจากกำราบเหมยลี่จนสิ้นฤทธิ์ ท่านก็ผลัดผ้าสวมชุดรัดกุมสีเข้ม ลอบลงเรือเร็วสายฟ้ามุ่งหน้าสู่เกาะสีชังท่ามกลางความมืดมิด ณ อ่าวลับหลังเกาะสีชัง เรือสำเภาจีนสามลำจอดนิ่งสงบ ทว่าบนดาดฟ้ากลับเต็มไปด้วยเวรยามอาวุธครบมือ ท่านเจ้าคุณใช้พละกำลังและวิชาตัวเบาลอบขึ้นเรือลำประธาน ท่านพบว่าผู้ที่ควบคุมเรือมิใช่ชายฉกรรจ์เพียงอย่างเดียว แต่มีสิบนางพยัคฆ์สมุทรนักรบหญิงจากสำนักคุ้มภัยแดนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องการต่อสู้ด้วยร่างกายและพิษสง ท่านเจ้าคุณลอบเข้าไปถึงห้องเก็บสินค้าใต้ท้องเรือ กลิ่นดิบชื้นของฝิ่นดิบหลายร้อยหีบโชยมาปะทะจมูก ทว่าก่อนที่จะลงมือทำลาย ท่านกลับถูกล้อมไว้โดยนางพยัคฆ์สาวห้านางในชุดผ้าป่านสีดำสั้น พวกนางมิได้ใช้ดาบ แต่ใช้เชือกไหมคล้องวิญญาณพยายามพันธนาการร่างกายของท่านไว้ “คิดจะมาทำลายสมบัติขององค์จักรพรรดิรึ... ข้ามศพพวกเราไปก่อนเถิด!” หัวหน้านางพยัคฆ์นาม ซูชิง... ตวาดก้องก่อนจะกระโจนเข้าหา ทว่าท่านเ

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 31 ทลายม่านมุกมังกร

    ภายในห้องลับหลังม่านมุกของโรงน้ำชาเมฆาหอม บรรยากาศเงียบสงัดและเย็นเยือกจนผิดปกติ แสงเทียนสลัวสะท้อนลงบนเตียงหยกขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง หยกก้อนเดียวสีเขียวมรกตที่ถูกขัดจนเงาวาวประดุจกระจก ทอประกายไอเย็นจางๆ ออกมาตลอดเวลา เหมยลี่นางมังกรสาวในชุดกี่เพ้าผ้าไหมบางเบาเดินนำท่านเจ้าคุณเข้าไปใกล้เตียงหยกนั้น “ท่านเจ้าคุณเจ้าขา... นี่คือเตียงหยกเย็นที่ส่งตรงมาจากเขาเทียนซาน แห่งจีนแผ่นดินใหญ่” เสียงของเหมยลี่กระซิบแผ่วเบาพลางปลดกระดุมกี่เพ้าออกทีละเม็ดเผยให้เห็นไหล่เนียนขาวประดุจหิมะ แต่ดูช่างร้อนแรงพอที่จะละลายใจชายชาวสยามได้ทุกคน “มันมิใช่เพียงเครื่องเรือน ทว่าคืออุปกรณ์ฝึกปรือวิชาหยกแช่น้ำแข็ง... ที่ใช้ความเย็นสุดขั้วกระตุ้นกำหนัดและมัดกายบุรุษให้สยบยอม” ท่านเจ้าคุณยิ้มกริ่ม แววตาคมกริบฉายประกายท้าทาย ท่านมิเคยกลัวความเย็น ทว่ากลับปรารถนาจะพิสูจน์กำลังของตนว่าจะต้านทานศาสตร์เร้นลับนี้ได้เพียงใด ท่านจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นกายแกร่งกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่อัดอั้นด้วยไฟราคะ ท่านก้าวขึ้นไปบนเตียงหยก ทันทีที่ผิวเนื้อสัมผัสกับพื้นหยก ไอเย

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 30 ปราบนางพรายแห่งเปอร์เซีย

    นางรานี นามเต็มคือ "รานี ซูไลกา" มิใช่เพียงบุตรีเศรษฐีเดินเรือธรรมดา แต่เป็นถึงสตรีสูงศักดิ์สายเลือดขัตติยาจากแคว้นกุจราตทางตอนเหนือของอินเดีย นางคือกุญแจดอกสำคัญที่ถือครองแผนที่เส้นทางเดินเรือลับและการกระจายสินค้าที่เปอร์เซียพยายามช่วงชิง การที่นางถูกสลัดแขกอินเดียยึดเรือและกักขังไว้นั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนการตัดหน้าในเจรจากับสยาม เพื่อให้เปอร์เซียกลายเป็นผู้ถือดุลอำนาจทางการค้าแต่เพียงผู้เดียว รานี ซูไลกา นั้นงามหยาดเยิ้มประดุจรูปปั้นหินอ่อนในวิหารโบราณ นางมีผิวพรรณสีน้ำผึ้งนวลละเอียดมีกลิ่นหอมกรุ่นของดอกมะลิและเครื่องหอมชั้นสูงที่ล้ำค่า นัยน์ตาคมกริบสีอำพันซ่อนแววฉลาดเฉลียวและเย่อหยิ่งไว้ภายใต้แพขนตายาวงอน อาภรณ์ชุดส่าหรีสีแดงปักดิ้นทองที่หลุดลุ่ยรุงรังยิ่งขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้ดูยั่วยวน โดยเฉพาะทรวงอกอิ่มที่ใหญ่โตเกินตัวและเอวคอดกิ่วที่รับกับสะโพกผึ่งผายประดุจเหยือกเหล้าชั้นดี ท่านเจ้าคุณมองเห็นและสัมผัสรัศมีพิเศษทางเพศที่แผ่ออกมาจากตัวนาง นางถูกฝึกปรือศาสตร์แห่งกามสูตร ขั้นสูงมาตั้งแต่ยังเยาว์ เป็นวิชาที่ใช้ควบคุมลมหายใจและจังหวะของร่างกายให้สอดประสานกับบุรุษเพศจนสาม

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 29 สงครามการค้าเริ่มขึ้น

    ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 28 สิ้นสุดราชการรักจากปักษ์ใต้

    ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status