เข้าสู่ระบบเมื่อศึกสวาทสงครามรักสงบลง..อีหนูประคองคุณหญิงที่อ่อนระทวยลงไปยังนอกชานหลังเรือนเพื่อชำระล้างกาย ในห้องหอก็กลับมาเงียบสลัวเหลือเพียงท่านเจ้าคุณที่เอนหลังอิงหมอนใบใหญ่ และอีเอื้องที่นั่งพับเพียบจัดจีบผ้านุ่งด้วยแววตาปนซื่อแต่ดูเหมือนยังไม่คลายความกระสัน ท่านเจ้าคุณเอนกายมาหามัน ร่างกายกำยำที่กรำศึกรักมาตลอดทั้งคืนทั้งวันยังคงมีไฟร้อนคุกรุ่น ท่านเอื้อมมือไปเชยคางเด็กสาวพลางสั่งเสียงพร่าให้ใช้ปากชำระล้างและปลุกเร้าท่อนสวรรค์ให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
"มึงอ้าปากอมของกูให้ทีเถิด กูรู้ว่ามึงยังไม่อิ่มในรสรักใช่ไหม ทำให้กูพร้อมออกรบสิวะ ทวนแกร่งเล่มนี้จะได้ฟาดฟันทะลุทะลวงมึงอีกครา" อีเอื้องผู้มิประสีประสาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปหาเป้าหมายด้วยหัวใจที่เต้นรัว ท่านดึงผ้าตนเองออกแล้วประคองใบหน้ามันให้ประชิดท่อนลำที่ใหญ่โต แม้ยังไม่แข็งขันแต่ก็ยังดูออกว่ามโหฬารเกินกว่าคนทั่วไป นางใช้เรียวลิ้นชมพูระเรื่อตวัดชิมน้ำหวานที่ยังหลงเหลืออยู่รอบรอยจีบของส่วนหัวอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทว่าสัญชาตญาณกลับนำพานางให้ห่อริมฝีปากนุ่มนิ่มรวบดูดส่วนปลายอย่างล้ำลึก สลับกับการใช้ลิ้นละเลียดวนรอบเส้นเอ็นปูดโปนที่ดูจะขยับเขยื้อนได้เอง ความอุ่นนุ่มจากโพรงปากเด็กสาวที่ตอดกระสันอย่างไม่รู้จังหวะนั้น กลับไปกระตุ้นจุดอ่อนไหวสำคัญตรงเส้นรอยต่อใต้ส่วนหัวอย่างพอเหมาะพอดี "อ่า... อีเอื้อง... มึงช่างทำได้ถูกจุดกูนัก... ซี้ดดด" ท่านเจ้าคุณครวญครางพลางจิกนิ้วลงบนไหล่มัน ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจนถึงขีดสุดเมื่ออีเอื้องเร่งจังหวะการดูดกลืนอย่างโหยหิว ลิ้นเล็กๆ ของนางรัวตวัดจนท่านเจ้าคุณไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป ริมฝีปากห่อเกร็งรูดผ่านขยักส่วนหัวรัวเร็วในขณะที่ลิ้นยังรัวละเลงวนรอบ ในที่สุดน้ำกามสีขาวขุ่นก็ระเบิดพุ่งออกมาเต็มกระพุ้งปากไหลลงลำคอของเด็กสาว นางหลับตาพริ้มเกือบจะสำลักรสรักที่คาวคละแต่ทว่าหอมหวานสำหรับนาง ท่านเจ้าคุณยังมิจบเพียงเท่านี้ น้ำสวาทแม้ว่าจะหลั่งรดไปแล้วแต่ชาตินักรบไม่เคยหวั่นเกรงศึกรัก ท่านรวบเอวคอดของอีเอื้องให้ลุกขึ้นแล้วจับนาง "โก้งโค้ง" แนบไปกับขอบเตียงไม้ ท่านเจ้าคุณโถมกายทะลวงจากทางด้านหลังเข้าสู่รูสวาทที่ยังบวมช้ำจากการเพิ่งถูกขยี้พรมจรรย์ ความลึกและแนบแน่นในท่านี้ทำให้นางหวีดร้องสุดเสียง ความเสียวสะท้านที่ถาโถมรัวเร็ว และความกระสันอยากที่คั่งค้างพาอารมณ์มันโลดลิ่วไปสู่สวรรค์ อีเอื้องจึงระเบิดความสุขสุดยอดอย่างรวดเร็ว ร่องรูสวาทของนางขมิบบีบรัดแน่นหนึบประดุจคีมเหล็กในยามที่มันถึงจุดสุดกระสัน ท่านเจ้าคุณกัดฟันกรอด สัมผัสถึงแรงตอดรัดที่ถี่รัวจนแทบจะทานทนไม่ไหว ท่านจึงเปลี่ยนจากการซอยถี่เป็นจังหวะที่ช้าลงแต่เน้นความหนักหน่วง กระแทกสวนเข้าไปจนสุดทางรักในทุกครั้งที่นางขมิบตอด จนในที่สุดท่านก็ปลดปล่อยระเบิดกามออกมาอีกระลอกใหญ่ น้ำรักทะลักไหลท่วมร่องก้นขาวผ่องของอีเอื้องที่ฟุบหน้าลงหอบหายใจรวยรินจนแทบขาดใจตาย ท่านเจ้าคุณโน้มลงไปกอดรัดร่างสั่นเทานั้นไว้แน่น ประจงจูบไปตามแผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อด้วยความชื่นชม "มึงเก่งมากอีเอื้อง... ไปเสียเถิด ไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วกลับขึ้นมาคอยปรนนิบัติกูใหม่ในยามค่ำคืนนี้" ท่านกล่าวพลางลูบหัวนางอย่างเอ็นดู ก่อนจะปล่อยให้เด็กสาวคลานยิ้มลงจากเตียงไปอย่างผู้ชนะในศึกรักครั้งนี้ ..... บนชานเรือนที่อาบไปด้วยแสงแดดอ่อนยามบ่าย กลิ่นน้ำอบจากตัวคุณหญิงโชยคลุ้งสอดรับกับกลิ่นดินหลังเปียกน้ำ เสียงบ่าวไพร่ตักน้ำกระแทกตุ่มที่ตีนท่าดังแว่วมาเป็นระยะ หลังกำแพงไม้สักที่กั้นบังสายตาคนภายนอกนั้น “อีหนู” กำลังทำหน้าที่ถูตัวให้คุณหญิงอย่างที่เคยทำมา ทว่าความรู้สึกในใจครานี้กลับต่างออกไป นิ้วมือที่เคยคล่องแคล่วกลับสั่นระริกยามที่ลูบไล้ฟองสบู่ไปตามส่วนโค้งเว้า รสสัมผัสจาบจ้วงจากปลายลิ้นที่คุณหญิงเพิ่งมอบให้ในห้องหอยังคงตราตรึงจนอีหนูเผลอไผล วนฝ่ามือบดคลึงที่แก้มก้นนวลลออของคุณหญิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผิวนางเริ่มขึ้นสีระเรื่อ คุณหญิงเอี้ยวใบหน้าหันมาสบตา แววตาที่เคยถือตัวบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ยังไม่มอดดับ นางคว้าข้อมือของอีหนูแล้วลากต่ำลงไปสัมผัสกับกลีบสวาทที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำและเมือกสวาทเบื้องล่าง "มึงมัวแต่คลึงอยู่ทำไมอีหนู... มึงอยากทำกระไรกูก็ทำเสียสิ บ่าวไพร่ข้างล่างมันไม่เห็นดอก แต่มึงต้องระวังเสียงหน่อยนะ... หากใครได้ยินเข้า มึงกับกูคงได้อายกันไปทั้งเรือน" คุณหญิงกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู อีหนูใจสั่นสะท้าน ทว่าความกำหนัดมีเหนือกว่าความกลัว มันคุกเข่าลงบนพื้นไม้เปียกแฉะ สองมือบีบเค้นเต้าปทุมถันคู่งามของคุณหญิงผ่านหยดน้ำที่เกาะพราว นิ้วโป้งของนางเขี่ยบดบี้หัวนมที่แข็งเป็นไตอย่างแรงจนคุณหญิงสะดุ้งเฮือก ต้องรีบยกมือขึ้นกัดนิ้วตัวเองไว้เพื่อไม่ให้เสียงครางเล็ดลอดออกไป อีหนูโน้มใบหน้าลงไปจนชิด ทะลวงปลายลิ้นอุ่นๆ เข้าหาจุดยุทธศาสตร์ที่แสนอ่อนไหว นางละเลียดดูดเลียเม็ดสวาทอย่างช่ำชองราวกำลังชิมขนมหวาน คุณหญิงบิดกายเร่า หลังพิงแผ่นไม้กั้นจนเกิดเสียง "เอี๊ยดอ๊าด" เบาๆ นางเอื้อมมือไปกดศีรษะอีหนูให้แนบชิดยิ่งขึ้น ในขณะที่ลิ้นทำหน้าที่ระรัวเร็ว นิ้วกลางและนิ้วนางของอีหนูก็ไขว้กระกวัดแล้วสอดแทรกเข้าไปในความคับแคบที่แสนลื่นไหล จังหวะที่เร่งเร้าสลับกับการบดบี้ทำให้คุณหญิงหอบโยนราวกับจะขาดใจ "โอ้... อีหนู... มึงช่าง... อึก... แรงอีก... เร็วอีก..." คุณหญิงสั่งเสียงขาดตอนในลำคอ ท่ามกลางเสียงพูดคุยของบ่าวไพร่ที่เดินผ่านไปมาใต้ถุนเรือนในอีกฟากฝั่ง สองสตรีกลับเริงรักกันอย่างบ้าคลั่ง อีหนูเร่งลิ้นตวัดถี่รัวจนคุณหญิงร่างกระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดครั้งแรกไปอย่างเงียบเชียบ ทว่าอารมณ์ยังไม่จบสิ้น คุณหญิงจับมือเมียบ่าวออกเสีย ตนเองจะปรนเปรอมันบ้าง นางใช้ปลายนิ้วสอดเข้าไปในส่วนลึกของอีหนู สลับกับการที่อีหนูใช้ลิ้นปรนเปรอคุณหญิงเป็นครั้งที่สอง ความเสียวซ่านถึงขีดสุดเกิดขึ้นเมื่ออีหนูใช้ลิ้นตวัดเข้าไปในร่องรูดึงหยาดน้ำหวานของคุณหญิงมากลืนกินอย่างรุนแรง ในขณะที่คุณหญิงเองก็ใช้นิ้วขยับรัวเร็วในกายอีหนูจนถึงจุดเดือด ทั้งสองร่างบิดเกร็งเข้าหากัน เม็ดสวาทของคุณหญิงถูกริมฝีปากอีหนูที่กำลังเม้มดูดอย่างแรง จนคุณหญิงกระตุกเกร็งเสร็จสมเป็นครั้งที่สองจากปลายลิ้นของอีหนู ในจังหวะเดียวกับที่อีหนูหวีดร้องไร้เสียง บรรลุความสุขสมด้วยนิ้วของคุณหญิงที่ส่งนางไปถึงสวรรค์พร้อมๆ กัน น้ำในถังใบใหญ่ถูกตักราดลงบนตัวทั้งคู่เพื่อชำระล้างคราบกามและหยดเหงื่อที่อาบไล้ คุณหญิงหันมามองอีหนูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลับและความผูกพันที่ลึกซึ้งกว่าเดิม "รีบแต่งตัวเสีย... แล้วตามกูไปดูว่าอีเอื้องน้องมึงมันปรนนิบัติเจ้าคุณพี่ถึงไหนแล้ว" ......ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ
ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต
เมื่อพายุสวาทรอบแรกสงบลง คุณหญิงนวลที่บัดนี้อิ่มเอมด้วยน้ำรักจนผิวพรรณดูเปล่งปลั่งก็ลุกขึ้นแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง นางหันมามองท่านเจ้าคุณที่นอนทอดกายอยู่บนฟูกด้วยสายตาที่รู้ใจพยัคฆ์ดีกว่าใคร นางมิได้หึงหวงจนปิดกั้น ทว่ากลับเรียกบ่าวคนสนิทให้ยกสำรับยาบำรุงที่ปรุงจากโสมคนและกำลังเสือโคร่งเคี่ยวกับน้ำผึ้งป่ามาวางไว้ข้างเตียง “รับประทานเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะท่านพี่” คุณหญิงนวลยิ้มกริ่มพลางส่งถ้วยยาให้ “นวลน่ะอิ่มแล้ว ทว่าแม่พวกที่เหลือเขายังหิวกันนัก เห็นมาด้อมๆ มองๆ กันอยู่ที่หน้าเรือน นวลจึงจัดให้แม่ลำดวนกับแม่บัวคำเข้ามาปรนนิบัติท่านพี่พร้อมกันเสียเลย จะได้มิเสียเวลาเจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณดื่มยาบำรุงรสเข้มข้นจนหมดถ้วย พลันรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด พลังแกร่งที่เพิ่งจะหลั่งไหลไปกลับดีดตัวขึ้นมาผงาดง้ำอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่คุณหญิงนวลก้าวพ้นประตูออกไป สตรีสองนางที่งามเด่นคนละแบบก็คลานเข่าเข้ามาในห้อง แม่หญิงลำดวน อนุภรรยาผู้อ่อนหวานมาในชุดผ้าสไบสีเหลืองอ่อนบางเบา ส่วน แม่บัวคำนักรบหญิงแกร่งที่คุณหญิงให้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุอีกคนหนึ่งนั้นมาในชุดนุ
ท่ามกลางแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาเรือนพิกุล แม่หญิงสร้อยแอบซุ่มดูอยู่หลังม่านไม้ระแนงถึงกับใจสั่นสะท้านไปทั้งทรวง นางเห็นทุกจังหวะจะโคน เห็นร่างของพี่สาวบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำของท่านเจ้าคุณ เห็นความยิ่งใหญ่ที่นางเคยสัมผัสกำลังจ้วงทะลวงเข้าออกในกายของจันทราจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น กลิ่นคาวรักที่อบอวลปนกับกลิ่นดอกพิกุลและเสียงครางระงมของพี่สาว ทำให้ความสาวในกายของสร้อยที่เพิ่งจะมอดไปเมื่อไม่นานกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง นางเอามือกุมหน้าอกที่กระเพื่อมไหว กายส่วนล่างของนางเริ่มหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่มสไบ มือที่กุมหน้าอกเผลอไผลบีบเค้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใต้ผ้าแพรแถบที่พันหน้าอกไว้ถูกปลายถันดันขึ้นมาจนเห็นเป็นเม็ดชัดเจน มันแข็งเป็นไตบ่งยอกอารมณ์ภายในที่ถวิลหาแก่นกายของท่านอีกครั้ง เมื่อท่านเจ้าคุณระเบิดน้ำรักเฮือกสุดท้ายฉีดอัดเข้าสู่กายแม่หญิงจันทราจนนางเหลือกตาโพลงแล้วสลบเหมือดไปนั้น ท่านเจ้าคุณที่หอบหายใจถี่ด้วยความซ่านเสียวก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเงาร่างอรชรเดินสั่นเทาออกมาจากมุมมืด “ท่านเจ้าขา... ฉันทนดูเฉยๆ มิไหวแล้วเจ้าค่ะ” แม่หญิงสร้อยคลานเข่าเข้ามาหาท
พริบตาที่น้ำรักอาคมของท่านเจ้าคุณฉีดพุ่งเข้าสู่ร่องรูสวาทของแม่มดร้ายแสงดาวจนล้นปรี่ ร่างที่เคยดูอวบอัดเย้ายวนด้วยมนต์ดำพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสยดสยอง ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงเริ่มเหี่ยวย่น แห้งกรัง ปริแตกลอกออกเป็นสะเก็ดสีดำ กลายเป็นไอควันเหม็นไหม้คละคลุ้ง พุ่งออกจากทวารทั้งเก้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณชั่วร้ายที่ถูกขับไล่ “อ๊ากกกกกก!!!” เสียงทุ้มต่ำของแม่มดที่ซ้อนอยู่ภายในค่อยๆ แหบแห้งลง ก่อนจะสลายกลายเป็นเพียงเศษเถ้าถ่านที่ปลิวหายไปในอากาศ ที่เหลืออยู่บนแท่นหินมิใช่แม่มดแสงดาวผู้โหดเหี้ยมอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็นร่างของเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ดูอ่อนเยาว์และบอบบาง นางนอนหายใจรวยริน ผิวพรรณกลับมานวลเนียนเป็นธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น แม้จะดูอิดโรยแต่ร่องรอยแห่งอาคมโฉดได้มลายสิ้นไปแล้ว สายลับสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ถึงกับทิ้งดาบในมือแล้วโผเข้าไปหาเด็กสาวผู้นั้นด้วยอาการตื่นตะลึง “นารี... นารีจริงๆ ด้วย...!!!” นางช้อนร่างสาวน้อยขึ้นมากอดแนบอกด้วยหยาดน้ำตาที่นองหน้า “ท่านเจ้าขา... นี่คือลูกพี่ลูกน้องของฉันที่ถูกลักตัวหายไปเมื่อปีกลาย น้องยอมทิ้งเกียรต
นางสายลับก็เป็นพวกมีดีมีวิชาเช่นกัน เมื่อแก่นกายอาคมถูกแทรกแซงเข้าสู่ร่างเพียงครึ่งลำ พลังอำนาจจากพระเวทที่ท่านเจ้าคุณประจุไว้ก็แผ่ซ่านเข้าหักล้างกับอักขระสีเลือดทันที รอยยันต์ปีศาจบนผิวกายของสายลับสาวค่อยๆ จางหายไปดุจหิมะต้องแสงตะวัน ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มกลับมาสม่ำเสมอ กายที่เคยร้อนรุ่มปานไฟสุมกลับกลายเป็นอุ่นละมุนทว่าในใจของยอดขุนศึกกลับเริ่มสั่นคลอนเสียเอง ความคับแน่นและตอดรัดภายในร่องรูสวาทของนางนั้นมันช่างอร่อยโอชะ และซาบซ่านเกินกว่าสตรีใดที่ท่านเคยพานพบมา รสสัมผัสของหญิงผู้มีวิชาอาคมนั้นช่างลึกลับหนึบหนับประดุจแรงดึงดูดจากห้วงลึก ท่านเจ้าคุณกัดฟันกรอด สติฝ่ายดีเตือนว่านางคือสายลับผู้จงรักภักดี ทำงานอยูภายใต้สังกัดของท่าน งานราชการสงครามที่รออยู่เบื้องหน้ามิควรเอาเรื่องกามคุณมาทำให้เสียขบวน ท่านตัดสินใจเกร็งกล้ามเนื้อขา เตรียมจะรั้งกายถอนแก่นกายออกมาเพื่อรักษาระยะห่างทหารและสายลับ ทว่าในจังหวะที่หัวมังกรยักษ์กำลังจะหลุดพ้นจากปากทางสวาท มือเรียวบางของสายลับสาวที่เคยอ่อนแรงกลับตะปบเข้าที่สะโพกสอบของท่านอย่างแรง “อย่าเพิ่ง... อย่าได้รบถอดถอนออกเจ้าค่ะท่าน” เสียงขอ







