Masukเมื่อศึกสวาทสงครามรักสงบลง..อีหนูประคองคุณหญิงที่อ่อนระทวยลงไปยังนอกชานหลังเรือนเพื่อชำระล้างกาย ในห้องหอก็กลับมาเงียบสลัวเหลือเพียงท่านเจ้าคุณที่เอนหลังอิงหมอนใบใหญ่ และอีเอื้องที่นั่งพับเพียบจัดจีบผ้านุ่งด้วยแววตาปนซื่อแต่ดูเหมือนยังไม่คลายความกระสัน ท่านเจ้าคุณเอนกายมาหามัน ร่างกายกำยำที่กรำศึกรักมาตลอดทั้งคืนทั้งวันยังคงมีไฟร้อนคุกรุ่น ท่านเอื้อมมือไปเชยคางเด็กสาวพลางสั่งเสียงพร่าให้ใช้ปากชำระล้างและปลุกเร้าท่อนสวรรค์ให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
"มึงอ้าปากอมของกูให้ทีเถิด กูรู้ว่ามึงยังไม่อิ่มในรสรักใช่ไหม ทำให้กูพร้อมออกรบสิวะ ทวนแกร่งเล่มนี้จะได้ฟาดฟันทะลุทะลวงมึงอีกครา" อีเอื้องผู้มิประสีประสาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปหาเป้าหมายด้วยหัวใจที่เต้นรัว ท่านดึงผ้าตนเองออกแล้วประคองใบหน้ามันให้ประชิดท่อนลำที่ใหญ่โต แม้ยังไม่แข็งขันแต่ก็ยังดูออกว่ามโหฬารเกินกว่าคนทั่วไป นางใช้เรียวลิ้นชมพูระเรื่อตวัดชิมน้ำหวานที่ยังหลงเหลืออยู่รอบรอยจีบของส่วนหัวอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทว่าสัญชาตญาณกลับนำพานางให้ห่อริมฝีปากนุ่มนิ่มรวบดูดส่วนปลายอย่างล้ำลึก สลับกับการใช้ลิ้นละเลียดวนรอบเส้นเอ็นปูดโปนที่ดูจะขยับเขยื้อนได้เอง ความอุ่นนุ่มจากโพรงปากเด็กสาวที่ตอดกระสันอย่างไม่รู้จังหวะนั้น กลับไปกระตุ้นจุดอ่อนไหวสำคัญตรงเส้นรอยต่อใต้ส่วนหัวอย่างพอเหมาะพอดี "อ่า... อีเอื้อง... มึงช่างทำได้ถูกจุดกูนัก... ซี้ดดด" ท่านเจ้าคุณครวญครางพลางจิกนิ้วลงบนไหล่มัน ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจนถึงขีดสุดเมื่ออีเอื้องเร่งจังหวะการดูดกลืนอย่างโหยหิว ลิ้นเล็กๆ ของนางรัวตวัดจนท่านเจ้าคุณไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป ริมฝีปากห่อเกร็งรูดผ่านขยักส่วนหัวรัวเร็วในขณะที่ลิ้นยังรัวละเลงวนรอบ ในที่สุดน้ำกามสีขาวขุ่นก็ระเบิดพุ่งออกมาเต็มกระพุ้งปากไหลลงลำคอของเด็กสาว นางหลับตาพริ้มเกือบจะสำลักรสรักที่คาวคละแต่ทว่าหอมหวานสำหรับนาง ท่านเจ้าคุณยังมิจบเพียงเท่านี้ น้ำสวาทแม้ว่าจะหลั่งรดไปแล้วแต่ชาตินักรบไม่เคยหวั่นเกรงศึกรัก ท่านรวบเอวคอดของอีเอื้องให้ลุกขึ้นแล้วจับนาง "โก้งโค้ง" แนบไปกับขอบเตียงไม้ ท่านเจ้าคุณโถมกายทะลวงจากทางด้านหลังเข้าสู่รูสวาทที่ยังบวมช้ำจากการเพิ่งถูกขยี้พรมจรรย์ ความลึกและแนบแน่นในท่านี้ทำให้นางหวีดร้องสุดเสียง ความเสียวสะท้านที่ถาโถมรัวเร็ว และความกระสันอยากที่คั่งค้างพาอารมณ์มันโลดลิ่วไปสู่สวรรค์ อีเอื้องจึงระเบิดความสุขสุดยอดอย่างรวดเร็ว ร่องรูสวาทของนางขมิบบีบรัดแน่นหนึบประดุจคีมเหล็กในยามที่มันถึงจุดสุดกระสัน ท่านเจ้าคุณกัดฟันกรอด สัมผัสถึงแรงตอดรัดที่ถี่รัวจนแทบจะทานทนไม่ไหว ท่านจึงเปลี่ยนจากการซอยถี่เป็นจังหวะที่ช้าลงแต่เน้นความหนักหน่วง กระแทกสวนเข้าไปจนสุดทางรักในทุกครั้งที่นางขมิบตอด จนในที่สุดท่านก็ปลดปล่อยระเบิดกามออกมาอีกระลอกใหญ่ น้ำรักทะลักไหลท่วมร่องก้นขาวผ่องของอีเอื้องที่ฟุบหน้าลงหอบหายใจรวยรินจนแทบขาดใจตาย ท่านเจ้าคุณโน้มลงไปกอดรัดร่างสั่นเทานั้นไว้แน่น ประจงจูบไปตามแผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อด้วยความชื่นชม "มึงเก่งมากอีเอื้อง... ไปเสียเถิด ไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วกลับขึ้นมาคอยปรนนิบัติกูใหม่ในยามค่ำคืนนี้" ท่านกล่าวพลางลูบหัวนางอย่างเอ็นดู ก่อนจะปล่อยให้เด็กสาวคลานยิ้มลงจากเตียงไปอย่างผู้ชนะในศึกรักครั้งนี้ ..... บนชานเรือนที่อาบไปด้วยแสงแดดอ่อนยามบ่าย กลิ่นน้ำอบจากตัวคุณหญิงโชยคลุ้งสอดรับกับกลิ่นดินหลังเปียกน้ำ เสียงบ่าวไพร่ตักน้ำกระแทกตุ่มที่ตีนท่าดังแว่วมาเป็นระยะ หลังกำแพงไม้สักที่กั้นบังสายตาคนภายนอกนั้น “อีหนู” กำลังทำหน้าที่ถูตัวให้คุณหญิงอย่างที่เคยทำมา ทว่าความรู้สึกในใจครานี้กลับต่างออกไป นิ้วมือที่เคยคล่องแคล่วกลับสั่นระริกยามที่ลูบไล้ฟองสบู่ไปตามส่วนโค้งเว้า รสสัมผัสจาบจ้วงจากปลายลิ้นที่คุณหญิงเพิ่งมอบให้ในห้องหอยังคงตราตรึงจนอีหนูเผลอไผล วนฝ่ามือบดคลึงที่แก้มก้นนวลลออของคุณหญิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผิวนางเริ่มขึ้นสีระเรื่อ คุณหญิงเอี้ยวใบหน้าหันมาสบตา แววตาที่เคยถือตัวบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ยังไม่มอดดับ นางคว้าข้อมือของอีหนูแล้วลากต่ำลงไปสัมผัสกับกลีบสวาทที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำและเมือกสวาทเบื้องล่าง "มึงมัวแต่คลึงอยู่ทำไมอีหนู... มึงอยากทำกระไรกูก็ทำเสียสิ บ่าวไพร่ข้างล่างมันไม่เห็นดอก แต่มึงต้องระวังเสียงหน่อยนะ... หากใครได้ยินเข้า มึงกับกูคงได้อายกันไปทั้งเรือน" คุณหญิงกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู อีหนูใจสั่นสะท้าน ทว่าความกำหนัดมีเหนือกว่าความกลัว มันคุกเข่าลงบนพื้นไม้เปียกแฉะ สองมือบีบเค้นเต้าปทุมถันคู่งามของคุณหญิงผ่านหยดน้ำที่เกาะพราว นิ้วโป้งของนางเขี่ยบดบี้หัวนมที่แข็งเป็นไตอย่างแรงจนคุณหญิงสะดุ้งเฮือก ต้องรีบยกมือขึ้นกัดนิ้วตัวเองไว้เพื่อไม่ให้เสียงครางเล็ดลอดออกไป อีหนูโน้มใบหน้าลงไปจนชิด ทะลวงปลายลิ้นอุ่นๆ เข้าหาจุดยุทธศาสตร์ที่แสนอ่อนไหว นางละเลียดดูดเลียเม็ดสวาทอย่างช่ำชองราวกำลังชิมขนมหวาน คุณหญิงบิดกายเร่า หลังพิงแผ่นไม้กั้นจนเกิดเสียง "เอี๊ยดอ๊าด" เบาๆ นางเอื้อมมือไปกดศีรษะอีหนูให้แนบชิดยิ่งขึ้น ในขณะที่ลิ้นทำหน้าที่ระรัวเร็ว นิ้วกลางและนิ้วนางของอีหนูก็ไขว้กระกวัดแล้วสอดแทรกเข้าไปในความคับแคบที่แสนลื่นไหล จังหวะที่เร่งเร้าสลับกับการบดบี้ทำให้คุณหญิงหอบโยนราวกับจะขาดใจ "โอ้... อีหนู... มึงช่าง... อึก... แรงอีก... เร็วอีก..." คุณหญิงสั่งเสียงขาดตอนในลำคอ ท่ามกลางเสียงพูดคุยของบ่าวไพร่ที่เดินผ่านไปมาใต้ถุนเรือนในอีกฟากฝั่ง สองสตรีกลับเริงรักกันอย่างบ้าคลั่ง อีหนูเร่งลิ้นตวัดถี่รัวจนคุณหญิงร่างกระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดครั้งแรกไปอย่างเงียบเชียบ ทว่าอารมณ์ยังไม่จบสิ้น คุณหญิงจับมือเมียบ่าวออกเสีย ตนเองจะปรนเปรอมันบ้าง นางใช้ปลายนิ้วสอดเข้าไปในส่วนลึกของอีหนู สลับกับการที่อีหนูใช้ลิ้นปรนเปรอคุณหญิงเป็นครั้งที่สอง ความเสียวซ่านถึงขีดสุดเกิดขึ้นเมื่ออีหนูใช้ลิ้นตวัดเข้าไปในร่องรูดึงหยาดน้ำหวานของคุณหญิงมากลืนกินอย่างรุนแรง ในขณะที่คุณหญิงเองก็ใช้นิ้วขยับรัวเร็วในกายอีหนูจนถึงจุดเดือด ทั้งสองร่างบิดเกร็งเข้าหากัน เม็ดสวาทของคุณหญิงถูกริมฝีปากอีหนูที่กำลังเม้มดูดอย่างแรง จนคุณหญิงกระตุกเกร็งเสร็จสมเป็นครั้งที่สองจากปลายลิ้นของอีหนู ในจังหวะเดียวกับที่อีหนูหวีดร้องไร้เสียง บรรลุความสุขสมด้วยนิ้วของคุณหญิงที่ส่งนางไปถึงสวรรค์พร้อมๆ กัน น้ำในถังใบใหญ่ถูกตักราดลงบนตัวทั้งคู่เพื่อชำระล้างคราบกามและหยดเหงื่อที่อาบไล้ คุณหญิงหันมามองอีหนูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลับและความผูกพันที่ลึกซึ้งกว่าเดิม "รีบแต่งตัวเสีย... แล้วตามกูไปดูว่าอีเอื้องน้องมึงมันปรนนิบัติเจ้าคุณพี่ถึงไหนแล้ว" ......ยามบ่ายแก่ แสงแดดรำไรลอดผ่านพุ่มพฤกษาหนาทึบในป่าละเมาะหลังเรือนพระยาพิชัยยุทธ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงนกกระปูดร้องก้องและเสียงใบไม้ไหว แม่หญิงบัวคำ ในชุดนุ่งโจงกระเบนสั้นทะมัดทะแมง เผยให้เห็นเรียวขาแกร่งสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด กำลังยืนทบทวนกระบวนดาบอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ ทว่าแววตาของนางกลับวอกแวก ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครบางคน “นึกว่าเจ้าจะมัวแต่ฝึกดาบ จนลืมรสรักของพี่เสียแล้วแม่บัวคำ” เสียงทุ้มต่ำของ ท่านเจ้าคุณ ดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่รวบกอดเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่น บัวคำสะดุ้งตัวน้อยๆ ทว่ามิได้ขัดขืน นางพิงแผ่นหลังเข้ากับอกกว้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายบุรุษ “ท่านพี่มาเงียบเชียบเยี่ยงนักรบ... น้องหรืออุตส่าห์แอบหนีบ่าวไพร่มาที่นี่ เพราะรู้ว่าท่านพี่คงมิชอบรสรักที่จำเจบนเตียงในหอนอนบนเรือน” ท่านเจ้าคุณมิปล่อยให้เสียเวลา ท่านพลิกร่างของนางเสือสาวให้หันมาเผชิญหน้า พลางรั้งผ้าคาดเอวของนางออกจนเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบนวลเนียนขึ้นไปจนถึงปทุมถันคู่งามที่ชูชันท้าลมหนาว ท่านก้มลงบรรจงจูบซอกคอหอมกรุ่นปนกลิ่นเหงื่อจางๆ ของนางอย่างหิวกระหาย สองมือหนาฟอนเฟ้นบั
เมื่อบานประตูเรือนเล็กชายน้ำเปิดออก กลิ่นธูปหอมดอกราตรีโชยมาปะทะนาสิกพร้อมกับภาพที่ทำเอาท่านเจ้าคุณถึงกับแทบหยุดหายใจ แม่หญิงลำดวน ในยามนี้มิได้สวมอาภรณ์ชิ้นใดติดกาย นางนอนเอนหลังอยู่บนฟูกหนาในท่ากึ่งตะแคง กายอวบอัดสะท้อนแสงเทียนสีสลัวเป็นเงาวาวระยับ ขาข้างหนึ่งของนางชันขึ้นเผยให้เห็นเนินเนื้อโหนกนูนที่มีไรขนอ่อนบางปกคลุมอย่างยั่วยวน ร่องรูที่เพิ่งผ่านศึกหนักเมื่อเช้ายังคงแดงระเรื่อและดูเหมือนจะฉ่ำเยิ้มรอรับการเติมเต็มอีกครา “ท่านพี่เจ้าขา... น้องนึกว่าคุณหญิงจะขังท่านไว้บนเรือนใหญ่เสียแล้ว” ลำดวนเอ่ยเสียงพร่า พลางส่งสายตาหยาดเยิ้ม นางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามยอดอกอวบหยุ่นของตนเอง แล้วค่อยๆบดบี้จนมันแข็งเป็นไตสู้มือ ท่านเจ้าคุณก้าวเข้าไปหาประดุจพยัคฆ์ร้ายที่กระหายเหยื่อ ทว่ายังมิทันจะได้โน้มตัวลงกอดรัดม่ายสาว อีหนู และ อีเอื้อง ก็ก้าวออกมาจากหลังม่านบังตา ทั้งคู่เปลื้องผ้าออกจนเปลือยเปล่าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อีหนูคลานเข้าหาท่านเจ้าคุณพลางปลดผ้านุ่งของท่านออกอย่างรวดเร็ว ส่วนอีเอื้องขยับไปประคองร่างลำดวนให้ชันตัวขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน “พวกน้องจะช่วยแม่ลำดวน ‘รับมือ’ ท่านพี
เมื่อท่านเจ้าคุณก้าวเท้าขึ้นเรือนใหญ่ด้วยท่าทางอิดโรยและขาสั่นปานประหนึ่งนกปีกหัก ท่านก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็น คุณหญิง นั่งเป็นประธานอยู่บนตั่งไม้สัก ล้อมรอบด้วย อีหนู อีเอื้อง ยางจำปา ที่มารวมตัวกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึมทว่าแฝงประกายตาเจ้าเล่ห์ กลิ่นน้ำหอมอบร่ำโชยมาเตะจมูกท่านพร้อมกับบรรยากาศที่คุกรุ่นอย่างแปลกประหลาด “กลับมาเสียทีนะเจ้าคะคุณพี่...” คุณหญิงเอ่ยเสียงเรียบพลางจิบน้ำชา “ไปธุระราชการที่คุ้งน้ำไหนมาหรือเจ้าคะ ถึงได้กลับมาในสภาพเหมือนคนโดนรีดน้ำเค้นเนื้อจนหมดตัวเช่นนี้ อีอิ่มมันไปสืบมาหมดแล้วว่าท่านแอบไปกกแม่ม่ายลำดวนมาทั้งคืน หนำซ้ำยัง ‘เล่นพิเรนทร์’ กับร่องรูทวารหลังของนางอีกด้วย.." ท่านเจ้าคุณหน้าถอดสี จะอ้าปากอธิบายก็พูดไม่ออก เมื่อสี่สาวขยับเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ท่านโดนกักขังไว้กลางวงล้อมของเมียรัก “ในเมื่อท่านพี่มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือไปแจกจ่ายนางข้างนอก พวกน้องทั้งสี่ก็คงต้องขอ ‘เก็บภาษี’ คืนให้หนักหนากว่าที่ท่านไปเสียมาเจ้าค่ะ” คุณหญิงประกาศกร้าว พลางสั่งให้อีหนูกับอีเอื้องช่วยกันรั้งตัวท่านเจ้าคุณลงบนฟูกกว้างกลางห้อง คุณหญิงเริ่มลงทัณฑ์ด้วยการขึ้น
แม่หญิงบัวคำไม่ต้องการมาเป็นเมียในเรือนท่านเจ้าคุณ แต่พอใจที่จะมีอะไรกันด้วยความใคร่ตามความต้องการที่เกิดขึ้นมากกว่า นางขออยู่เรือนเดิม แต่พร้อมที่จะมีอะไรกับท่านได้เสมอ ท่านก็ไม่ได้ขัดใจอะไรนาง ท่านพยักหน้ายอมรับในความเด็ดเดี่ยวของแม่หญิงบัวคำ การมีเมียลับที่เก่งกาจอยู่ต่างเรือนก็เร้าใจไปอีกแบบ ทว่าในจังหวะที่ท่านกำลังจะลงเรือกลับนั้น สายตาของท่านก็ไปสะดุดเข้ากับ "แม่หญิงลำดวน" หญิงม่ายทรงเครื่องที่ยืนรอเรืออยู่ที่ท่าลัดตลิ่ง นางสวมสไบสีม่วงอ่อนบางเบาจนเห็นรอยรัดของผ้านมที่โอบอุ้มปทุมถันคู่อวบใหญ่จนแทบจะล้นทะลัก ทรวดทรงเอวองค์ของนางนั้นผุดผ่องดั่งคนอิ่มกามแต่กลับแฝงความนิ่งสงบที่ยั่วยวน ยามนางเดินบิดสะโพกขึ้นจากน้ำ ผ้านุ่งที่เปียกหมาดรัดรึงไปตามง่ามขาและเนินเนื้อที่หนาแน่น จนท่านเจ้าคุณถึงกับลอบกลืนน้ำลาย แข็งขืนขึ้นมาทันควันด้วยความอยากลำพองในเนื้อหนังมังสาที่สุกงอมเต็มที่เช่นนี้ ในเรือนเงียบสงัด แม่ลำดวนนอนกระสับกระส่ายบนที่นอน ภาพชายร่างกำยำที่มีสง่าราศี (ท่านเจ้าคุณ) ที่นางสบตาที่ท่าเรือยังติดตา นางจินตนาการถึงแผงอกกว้างและกลิ่นกายบุรุษจนกลางกายสาวเริ่มแฉะชื้น มือเรียวส
พายุกามกิจเพิ่งสงบลง แต่ดูเหมือน "พยัคฆ์ร้าย" อย่างท่านเจ้าคุณจะยังมิยอมคืนร่างเป็นแมวเชื่อง เมื่อคุณหญิงเหลือบมองลงไปเห็นท่อนสวรรค์ที่ยังคงตั้งตระหง่านชูชัน แม้จะผ่านศึกหนักกับสี่นางมาจนน้ำกามแทบเหือดแห้ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าหยอกสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ท่านพี่เจ้าขา... ของรักของท่านยังขยับเขยื้อนลำพองใจปานนี้ เห็นทีเรือนเราคงต้องขยับขยายที่หลับที่นอนเสียใหม่มั้งเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่อยากจะได้ 'นางไหน' มาช่วยพวกน้องผ่อนแรงเพิ่มอีกสักคน?" ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่าในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของท่านทำให้เมียบ่าวทั้งสามที่กำลังนอนหอบระรินต้องเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก ท่านเชยคางคุณหญิงขึ้นมาสบตา แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความต้องการที่ "พิสดาร" ยิ่งกว่าเดิม "หากเจ้าถามว่าอยากได้เมียแบบไหน... ข้าก็ชักจะเบื่อพวกสาวชาวบ้าน หรือสาววัยใสที่ยังมิประสีประสาเสียแล้วล่ะแม่นวล" ท่านเจ้าคุณเว้นจังหวะ พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยของคุณหญิง "คราวหน้า... ข้าอยากได้ นางรำแช่มช้อย หรือไม่ก็ แม่ครูจากสำนักนางใน ที่ช่ำชองกลเม็ดเผด็จศึก หรือถ้าจะให้เร้าใจกว่านั้น... ข้าอยากได้ เมียท
ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงริบหรี่ส่องสะท้อนผนังไม้สักจนเป็นเงาไหวระริก จำปาในยามนี้มิใช่เด็กสาวชาวบ้านที่ซื่อเซ่ออีกต่อไป ความสุขสมเสียวซ่านรัญจวนใจจากบทรักกลางลำน้ำได้ปลุกวิญญาณนางยั่วสวาทในกายให้ตื่น นางขึ้นมาคร่อมอยู่เบื้องบนกายท่านเจ้าคุณ ใช้ปากเลียปลายหัวบานของลำแกร่งท่านอันเป็นจุดอ่อนไหวอย่างไม่ประสีประสาแต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก แล้วคร่อมทับลำแกร่งพร้อมกับใช้ฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างยันลงบนอกที่มีมัดกล้ามแน่นหนา พลางโยกย้ายส่ายสะโพกวนเป็นวงกลมบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของท่านอย่างเร่าร้อน "โอ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ท่อนลำสวาทของท่านช่างแข็งแกร่งอุ่นร้อนยิ่งนัก จำปาอยากจะบดบี้มันอย่างนี้ไปทั้งวันทั้งคืน" นางกระซิบเสียงพร่าพลางโน้มตัวลงไป ใช้ปทุมถันคู่สวยที่เพิ่งตั้งเต้าเต่งตึงบดเบียดกับใบหน้าท่าน ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอด้วยความซ่านสยิว สองมือหนาตะโบมบีบเค้นตะโพกผายของนางอย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มขึ้นรอยนิ้ว ท่านพลิกกายจำปาให้ลงไปนอนหงายราบกับฟูก ยกขาทั้งสองข้างของนางขึ้นพาดบ่า แล้วโถมกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ดุดันรุนแรงประดุจพายุ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังสะท้อนก้องห้องหอ







