Share

สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ
สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ
Auteur: W. Ziyen

บทที่ 1 คุณหญิงนวล

Auteur: W. Ziyen
last update Dernière mise à jour: 2026-01-28 12:50:25

ยามที่แสงจากตะเกียงน้ำมันไล้ไปทั่วหอนอน ภาพเบื้องหน้าของท่านเจ้าคุณกลับกระจ่างชัดยิ่งกว่าแสงตะวัน กลิ่นหอมร่ำของดอกสวาทและจันทน์หอมที่อบร่ำอยู่ในแพรพรรณของแม่หญิงนวลผู้เป็นภรรยาลอยมาแตะจมูก กระตุ้นความกำหนัดที่สะสมมาตลอดทั้งวันให้พลุ่งพล่าน

แม่หญิงผู้นั่งตระหง่านอยู่บนตั่งไม้แกะสลักนั้น ผิวพรรณนวลลออราวมณีเนื้อดีที่ถูกเจียระไนมาอย่างประณีต เสื้อสไบสีกุหลาบอ่อนที่พันพาดเฉวียงบ่า เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวผ่องนวลเนียนประดุจงาช้าง ลำคอระหงระบายด้วยไรผมสีดำขลับที่รวบเป็นมวยสูง เผยให้เห็นใบหูที่ประดับด้วยตุ้มหูทองประดับทับทิมสีชาด สอดรับกับความแดงระเรื่อบนพวงแก้มที่มิใช่เพียงเพราะเครื่องประทินผิว หากแต่เป็นเพราะความเขินอายเมื่อถูกสายตาคมปลาบของสามีจ้องมอง

ดวงตาของนางที่หลุบต่ำลงเล็กน้อยนั้น ปลายหางตาช้อนช้อยขึ้นอย่างมีเสน่ห์ ขนตาที่เรียงเส้นเป็นแพหนาสั่นระริกอยู่ภายใต้สายตาที่ท่านเจ้าคุณกวาดมองไปทั่วร่าง ผ้านุ่งผ้ายกทองสีนวลที่โอบรัดช่วงเอวคอดกิ่ว ขับเน้นสะโพกผายให้เด่นชัด เข็มขัดทองโบราณที่รัดรึงอยู่นั้นเสมือนพันธนาการที่รอการปลดปล่อย ทับทิมสีแดงก่ำตรงหัวเข็มขัดเปรียบดั่งดวงไฟที่จุดความปรารถนาในอกของท่านเจ้าคุณให้ลุกโชน

เพียงขยับกายเล็กน้อย กลิ่นกายสาวและเสียงสร้อยสังวาลทองที่กระทบกันเบาๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้ลมหายใจของบุรุษแกร่งติดขัดจนแทบขาดใจ

"เจ้าคุณพี่มองน้องเยี่ยงนี้... น้องแทบจะมลายกลายเป็นผุยผง"

นางเอ่ยเสียงแผ่วพร่า ทว่านั่นกลับยิ่งคล้ายเสียงดนตรีไทยที่ประโคมโหมโรงเรียกความใคร่ ท่านเจ้าคุณมิอาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป มือหนาที่กร้านด้วยงานราชการสงครามเอื้อมไปสัมผัสที่ปลายสไบ ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนไปถึงนวลเนื้อเย็นทว่าปลุกเร้าด้วยความเร่าร้อน ความเงียบในห้องหอถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง และเงาของทั้งสองที่ทาบทับลงบนผนังไม้สัก

ฉากของราตรีอันยาวนานด้วยรสเสน่หาที่รุ่มร้อนดั่งไฟสุมทรวงถูกปิดลงเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของท่านเจ้าคุณสัมผัสลงบนลาดไหล่นวลเนียน ความเย็นเยียบของเนื้อผ้าสไบกลับกลายเป็นความร้อนรุ่มที่ส่งผ่านถึงกัน ท่านเจ้าคุณโน้มกายลงประชิด กลิ่นน้ำอบไทยที่ปรุงจากดอกราตรีหอมฟุ้งกระจายยามที่ใบหน้าซุกไซ้ไปตามลำคอระหง ลมหายใจที่หนักหน่วงของบุรุษผู้กร้าวแกร่งแปรเปลี่ยนเป็นแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงเพียงนิด ร่างบอบบางเบื้องหน้าจะแตกสลายไปเสียก่อน

มือหนาที่เคยถือดาบและกุมบังเหียนม้า บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยขณะบรรจงปลดเข็มขัดทองคำออกอย่างแช่มช้า เสียงโลหะกระทบกันกังวานแผ่วท่ามกลางความเงียบ ท่านเจ้าคุณประจงจุมพิตลงที่ร่องไหล่ พึมพำถ้อยคำแผ่วพร่าข้างโสตประสาท

"เจ้าช่างนิ่มนวลหอมละมุนไปทั้งตัว... พี่จักทะนุถนอมเจ้า ให้สมกับที่พี่เฝ้าคะนึงหา"

สไบสีชมพูกุหลาบค่อยๆ เลื่อนหลุดเผยให้เห็นปทุมถันคู่สวยที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้แสงเทียนสลัว ท่านเจ้าคุณใช้เรียวลิ้นละเลียดชิมความหวานจากผิวพรรณของนางอย่างใจเย็น ความหยาบกร้านที่เคยมีกลับมลายหายไป สิ้นเหลือเพียงบุรุษผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งภวังค์รักที่นุ่มนวลที่สุด

ทว่าในขณะที่ท่านเจ้าคุณกำลังจมดิ่งอยู่ในความอ่อนโยน แม่หญิงผู้เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้กลับขยับกาย นางใช้มือนุ่มนวลทว่าหนักแน่นรั้งลำคอของสามีให้เงยขึ้น ดวงตาที่เคยหลุบต่ำบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ถูกจุดขึ้น นางพลิกกายขึ้นเบื้องบนอย่างรวดเร็ว จนท่านเจ้าคุณถึงกับชะงักด้วยความคาดไม่ถึง

ความอ่อนหวานหายไปสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้หมายจะกุมชะตาในห้องหอ นางปลดมวยผมที่รวบตึงออกจนเส้นผมสีดำขลับสยายเต็มแผ่นหลัง แล้วโน้มตัวลงมาสูดกลิ่นกายชายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างผู้ชนะ นิ้วเรียวของนางกรีดกรายลงบนอกแกร่ง ราวกับจะตีตราจองทุกตารางนิ้ว

คุณนวลเป็นฝ่ายรุกรานท่านเสียก่อน บทอัศจรรย์จึงเริ่มจากนางที่ค่อยลดกายลงให้ความกร้าวแกร่งของท่านรุกล้ำเข้ามาทีละน้อย สตรีผู้ไม่เคยต้องมือชาย กลับกลายมาเป็นผู้เริ่มกระทำเสียเอง ด้วยความรักความเสน่หาในผู้เป็นสามี นางเฝ้ารอวันคืนที่ม่านจะกลับมาร่วมหอในคืนนี้มานานวัน เฝ้ารอวันที่สงครามเสร็จสิ้น..จนวันนี้คืนนี้มาถึง

เมื่อความรักของท่านและนางสอดประสานกันจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดีแล้ว รอยยิ้มและหยาดน้ำตาพริ้มพรายที่หางตา นางล้มตัวลงกอดผู้เป็นสามีพรมจูบจุมพิตแผ่นอก แอ่นกายส่ายองค์เอวโยกเคล้าคลึงดั่งผึ้งบินหมุนวนรอบเกสรดอกไม้ ก่อนจะชำแรกแทรกกลีบเกสรลงไปหาน้ำหวานเพื่อดูดดื่มกิน จังหวะการโยกร่อนทวีความดุดันขึ้นประดุจคลื่นสมุทรที่โหมกระหน่ำเข้าหาฝั่ง ท่านเจ้าคุณปล่อยตัวให้พัดพาไปตามแรงอารมณ์ที่นางเป็นผู้กำหนด ทำเพียงแค่คอยสอดประสานตามจังหวะของนางและตามเสียงหัวใจที่เต้นรัว

เตียงไม้สักส่งเสียงลั่นประท้วงเบาๆ สอดรับกับเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันเป็นจังหวะเดียว นางมิได้ออมแรงอีกต่อไป เล็บคมกรีดลงบนแผ่นหลังของท่านเจ้าคุณทิ้งรอยรักเป็นทางยาว ในขณะที่ท่านเจ้าคุณเองก็ตอบรับด้วยความรุ่มร้อนที่พลุ่งพล่าน สองร่างเกี่ยวกระหวัดกันท่ามกลางเหงื่อไคลที่อาบไล้จนผิวกายมันวาวราวมุก

"เจ้าคุณพี่ขา... เร่งแรงขึ้นอีก อย่าได้หยุด"

นางกระซิบเสียงพร่าพร้อมกับขยับกายเข้าหาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ความอ่อนโยนและดุดันสลับสับเปลี่ยนกันไปตามกระแสอารมณ์ที่ไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเพลิงเสน่หาดวงนี้เผาผลาญทั้งสองให้รั้บิดจนมอดไหม้ไปพร้อมกันในความมืดมิดที่แสนหวาน

.....

ภายหลังพายุเสน่หาที่โหมกระหน่ำได้สงบลงชั่วครู่ ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มปรับจังหวะให้เนิบนาบขึ้นท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนแว่วมาไกลๆ ท่านเจ้าคุณทอดกายมองร่างนวลลออที่ซบอยู่บนอกแกร่ง เส้นผมสีดำที่สยายยุ่งเหยิงพันเกี่ยวไปกับลำแขนของท่าน เสมือนสายใยแห่งความรักที่ตัดไม่ขาด

แม้กายจะล้า แต่ในดวงตาของทั้งคู่กลับยังมีประกายไฟที่มอดไม่สนิทซ่อนอยู่ มันมิใช่ไฟที่เผาผลาญดุจเพลิงกัลป์อย่างเมื่อครู่ หากแต่เป็นโคมทองที่ส่องสว่างนวลตา... ความอิ่มเอมใจมันล้นปรี่จนเพียงแค่การมองสบตากัน ความปรารถนาระลอกใหม่ก็ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ และละเมียดละไมกว่าเดิม

ท่านเจ้าคุณเอื้อมมือไปลูบไล้พวงแก้มที่ยังขึ้นสีแดงระเรื่อ บรรจงปัดปอยผมที่ปรกหน้าของแม่หญิงออกอย่างเบามือ คราวนี้มิมีการหักหาญ หรือการรุกรานที่ดุดัน ท่านเริ่มด้วยการใช้ริมฝีปากแตะแต้มลงบนหน้าผาก เปลือกตา และปลายจมูกรั้นอย่างแสนรัก

มือหนาที่กร้านแกร่งสั่นไหวเล็กน้อยยามที่ลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของกายสาว ราวกับกำลังพรรณนาบทกวีผ่านปลายนิ้ว ทุกสัมผัสที่ลากผ่านผิวเนื้อนวลเนียนนั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนและถนอมรัก

เมื่อความรัญจวนก่อตัวจนได้ที่ การสอดประสานครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเนิบช้าและลึกซึ้ง มิได้โหมกระพือด้วยความใคร่เพียงอย่างเดียว ทว่าเป็นการเติมเต็มจิตวิญญาณให้แก่กันและกัน ทุกจังหวะที่เคลื่อนไหวเปรียบเสมือนการร่ายรำที่แสนอ่อนช้อยในวิมานชั้นฟ้า

"แม่นวลของพี่... รสรักของเจ้าช่างหวานล้ำมิต่างจากน้ำผึ้งรวง"

ท่านเจ้าคุณกระซิบแผ่วพร่าที่ข้างหู ในขณะที่นวลนางหลับตาพริ้ม รับเอาความอ่อนโยนนั้นเข้าสู่กลางใจและกาย สตรีผู้เคยสำแดงฤทธิ์เดชดุดันเมื่อครู่ บัดนี้กลับอ่อนระทวยเป็นผึ้งปีกบางในอุ้งมือหมี นางตอบสนองด้วยความละมุนละไม สองแขนเรียวโอบกอดสามีไว้แน่นแต่แผ่วเบา

ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียว เหงื่อไคลที่ซึมกายกลับกลายเป็นดั่งน้ำค้างที่หล่อเลี้ยงดอกไม้ให้ชูช่อ

มิใช่เพียงแค่เกลียวคลื่นกระทบสองฟากฝั่งคลอง แต่เปรียบดังธารธารายามคืนเดือนเพ็ญ สายน้ำค่อยๆเอ่อล้นขึ้นจนเต็มฝั่งทีละน้อย จนทะลักจากคลองน้ำท่วมท้นไปทั่วผืนแผ่นดิน

หยาดอารมณ์รักสุดท้ายถูกรินรดลงในบ่อแห่งความรัก ทั้งสองกอดก่ายกันท่ามกลางความอุ่นซ่านที่แผ่ไปทั่วสรรพางค์กาย มันคือความอิ่มเอมที่เหนือกว่ากามารมณ์ทั่วไป เป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นราวกับจะสลักชื่อของกันและกันไว้ในหัวใจตลอดกาล

.....

แสงรำไรของวันใหม่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้สักลงมาทาบแผ่นหลังกว้างของท่านเจ้าคุณ ท่านขยับกายลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ สายตาที่ทอดมองแม่หญิงผู้เป็นภรรยาซึ่งยังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทรานั้นเต็มไปด้วยความรักความห่วงหา ผิวพรรณของนางที่บอบช้ำจากศึกรักเมื่อคืนทำให้ท่านมิอาจตัดใจปลุกนางขึ้นมารับโทสะแห่งความใคร่ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในกายได้

ความทะยานอยากที่ยังไม่มอดดับกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งเมื่อท่านก้าวเท้าออกไปนอกห้องหอ ทันทีที่บานประตูเปิดออกเบาๆ ภาพที่ปรากฏคือ “อีหนู” บ่าวหญิงใช้รับใช้ใกล้ชิดวัยแรกแย้มที่นอนคุดคู้เฝ้าหน้าห้องร่างเล็กอรชรในผ้าแถบสีมอซอนั้นดูเย้ายวนใจอย่างประหลาดในสายตาบุรุษที่กำลังตกอยู่ในห้วงตัณหา

ท่านเจ้าคุณมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด แต่มือหนากลับคว้าต้นแขนของเด็กสาวแล้วฉุดดึงเข้าไปในห้องเก็บของข้างทางเดิน อีหนูสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกทว่ามิกล้าส่งเสียงร้อง ปมผ้านุ่งถูกกระตุกออก ชายผ้าของมันโดนตลบขึ้น แก่นกายอันแข็งแกร่งใหญ่โตของท่านเจ้าคุณบดเบียดเข้ามาในกายของมันนั้นช่างร้อนดั่งไฟสุม

พรมจรรย์ที่เก็บรักษามาสิบแปดฝนถูกรุกล้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรง เด็กสาวถึงกับสะอึกสะอื้นไห้ ร่างกายที่ยังมิเคยต้องมือชายสั่นระริก ความเจ็บแปลบแล่นปลาบไปทั่วสรรพางค์กายจนนางต้องจิกเล็บลงบนท่อนแขนแกร่งของท่านเจ้าคุณเพื่อระบายความเจ็บ

ท่านเจ้าคุณในยามนี้มิใช่สามีผู้อ่อนโยน แต่คือชายชาตรีผู้หิวโหย จังหวะที่โหมกระแทกกระทั้นนั้นดุดันและไร้ซึ่งความปราณี ราวกับจะระบายเอาความอัดอั้นทั้งหมดที่มีลงไปในร่างเล็กๆ นี้

ทว่า... ท่ามกลางความเจ็บปวดที่บาดลึก กลับมีกระแสความซ่านสยิวที่ประหลาดแล่นพล่านขึ้นมาในอกของเด็กสาว กลิ่นอายความเป็นชายและความแข็งแกร่งของท่านเจ้าคุณเริ่มกระตุ้นสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ภายใน เสียงสะอื้นแผ่วๆ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางพร่า อีหนูเริ่มหยัดกายรับแรงกระแทกนั้นอย่างไม่ลดละ ความเหนียมอายถูกโยนทิ้งไป มันโน้มลำคอท่านเจ้าคุณลงมาประจันหน้า ดวงตาที่คลอด้วยน้ำตาเปลี่ยนเป็นแววตาที่ท้าทาย กายขยับตอบสนองด้วยความรุนแรงที่ทัดเทียมกัน

ห้องเก็บของที่มืดสลัวและเต็มไปด้วยกลิ่นฝุ่นกลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่ดุเดือด ทั้งสองร่างเกี่ยวกระหวัดกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อกังวานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางลมหายใจที่กระหืดกระหอบ

"เป็นอย่างไรอีหนู... รสรักของกูมันดุเดือดถึงใจมึงหรือไม่"

ท่านเจ้าคุณคำรามกระซิบ เด็กสาวมิได้ตอบเป็นคำพูด แต่กลับรัดอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพร้อมกับแอ่นกายรับสัมผัสสุดท้ายที่รุนแรงจนร่างทั้งร่างกระตุกเกร็งรับไอรักที่พร่างพรูเข้ามาในกายมัน ความเจ็บปวดในตอนแรกถูกกลืนกินด้วยความสุขสมที่รุ่มร้อนดั่งไฟจากอเวจีสีชมพู

.....

เสียงหายใจกระหืดกระหอบและจังหวะรุกรานที่ดุดันในห้องเก็บของนั้น หาได้เล็ดลอดไปจากโสตประสาทของแม่หญิงบนเตียงตั่งไม่ นางตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกพลุ่งพล่าน ภาพในมโนสำนึกถึงสามีผู้หยาบกร้านกำลังกำราบเด็กสาววัยแรกรุ่นกลับกลายเป็นแรงกระตุ้นชั้นดี มือเรียวบางของนางสอดเข้าบดบี้ขยี้ปุ่มปมสวาทของตนเอง มือหนึ่งลูบไล้ผ่านเนื้อผ้านุ่งที่ยับย่น ร่างอรชรบิดเร่าอยู่บนเตียง พลางคิดถึงแรงกระแทกกระทั้นที่นางปรารถนาจะได้รับบ้าง

เมื่อพายุรักในห้องเก็บของสงบลง ท่านเจ้าคุณก้าวกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าอิ่มเอมแต่ทว่ายังไม่หมดความกระหาย คำพูดแรกของภรรยาในห้องหอนั้นกลับทำให้ท่านประหลาดใจ

ในเมื่อท่านเจ้าคุณโปรดปรานความสดใหม่ของอีหนูถึงเพียงนั้น ก็รับมันเป็นเมียบ่าวเสียเถิดเจ้าค่ะ..." นางกล่าวพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสามี แววตาเต็มไปด้วยไฟราคะที่ยังไม่มอด

"แต่ท่านต้องตอบแทนความใจกว้างของน้อง ด้วยความดุดันรุนแรงเยี่ยงที่ท่านเพิ่งทำกับมัน... น้องไม่อยากได้ความอ่อนโยนอย่างยามหัวค่ำอีกแล้ว"

ท่านเจ้าคุณเผยยิ้มที่มุมปาก ความใคร่ความต้องการที่ยังหลงเหลือถูกจุดติดอีกครั้ง ท่านไม่รอช้า รวบร่างภรรยาให้นอนหงายลงกับพื้นไม้สักที่เร่าร้อนด้วยแรงผลักของอารมณ์

ท่านเจ้าคุณโน้มตัวลงต่ำ ปลดชายผ้าออกแล้วใช้เรียวลิ้นที่ช่ำชองละเลียดชิมน้ำหวานจากใจกลางกลีบเกสรดอกไม้ของนางอย่างดูดดื่ม ความรุนแรงของจังหวะลิ้นที่ตวัดรัวทำให้แม่หญิงถึงกับแอ่นกายขึ้นจากพื้น ปลายเท้าเกร็งจิก เสียงครางกระเส่าดังระงมไปทั่วห้องหอ จนกระทั่งนางกระตุกเกร็งสำเร็จกิจครั้งแรกด้วยความซ่านสยิวจากโอฐกามที่สามีมอบให้ในเวลาไม่นานนัก

ความใคร่ยังหาได้สิ้นสุดไม่ ท่านเจ้าคุณพลิกกายภรรยาให้ขึ้นมาอยู่เบื้องบนในท่าที่พร้อมรับการรุกรานจากเบื้องหลัง ท่านกุมสะโพกผายของนางไว้แน่นด้วยมือที่แข็งแกร่ง ก่อนจะโหมกระหน่ำเข้าใส่กลีบกายนางด้วยความเร็วและแรงที่ทวีคูณยิ่งกว่าที่ทำกับอีหนู

แม่หญิงหาได้อ่อนแอไม่ นางหยัดสะโพกรับทุกแรงกระแทก เสียงเนื้อกระทบเนื้อกังวานหนักหน่วงสอดรับกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว

ความเป็นบุรุษที่กร้านแกร่งและใหญ่โตบดเบียดเข้าหาความลุ่มลึกที่แสนเย้ายวนอย่างบ้าคลั่ง ทั้งคู่ผลัดกันรุกรับอย่างไม่มีใครยอมใคร รอยรักที่ฝากไว้ตามผิวกายเป็นเครื่องยืนยันถึงรสสวาทที่รุนแรงและลึกซึ้ง

ในที่สุด...ระลอกแห่งรักที่ถั่งโถมมาระลอกแล้วระลอกเล่าจนเหมือนดังภูเขาไฟแห่งรักที่สะสมไอร้อนทวีคูณจนเกินกำลังจะทานทนไหว ลาวารักระเบิดพ่นทะลักทลายล้นจากกลีบกายนางจนวาววับไปทั่วเนิน

เมื่อหยาดรักหยดสุดท้ายถูกรินรดลงในกายของนาง ทั้งสองร่างก็ทรุดลงทับซ้อนกันบนพื้นห้องหอ ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่เริ่มเจิดจ้า ราวกับจะร่วมเป็นพยานในรสพิศวาทที่ไม่มีวันจางหายของทั้งสองคนและเมียบ่าวคนใหม่ที่เพิ่งถูกรับเข้ามาในชายคาเดียวกันอย่างสมบูรณ์

.....

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 12 อ่อนพลิ้วสยบกร้าวแกร่ง

    ยามบ่ายแก่ แสงแดดรำไรลอดผ่านพุ่มพฤกษาหนาทึบในป่าละเมาะหลังเรือนพระยาพิชัยยุทธ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงนกกระปูดร้องก้องและเสียงใบไม้ไหว แม่หญิงบัวคำ ในชุดนุ่งโจงกระเบนสั้นทะมัดทะแมง เผยให้เห็นเรียวขาแกร่งสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด กำลังยืนทบทวนกระบวนดาบอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ ทว่าแววตาของนางกลับวอกแวก ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครบางคน “นึกว่าเจ้าจะมัวแต่ฝึกดาบ จนลืมรสรักของพี่เสียแล้วแม่บัวคำ” เสียงทุ้มต่ำของ ท่านเจ้าคุณ ดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่รวบกอดเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่น บัวคำสะดุ้งตัวน้อยๆ ทว่ามิได้ขัดขืน นางพิงแผ่นหลังเข้ากับอกกว้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายบุรุษ “ท่านพี่มาเงียบเชียบเยี่ยงนักรบ... น้องหรืออุตส่าห์แอบหนีบ่าวไพร่มาที่นี่ เพราะรู้ว่าท่านพี่คงมิชอบรสรักที่จำเจบนเตียงในหอนอนบนเรือน” ท่านเจ้าคุณมิปล่อยให้เสียเวลา ท่านพลิกร่างของนางเสือสาวให้หันมาเผชิญหน้า พลางรั้งผ้าคาดเอวของนางออกจนเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบนวลเนียนขึ้นไปจนถึงปทุมถันคู่งามที่ชูชันท้าลมหนาว ท่านก้มลงบรรจงจูบซอกคอหอมกรุ่นปนกลิ่นเหงื่อจางๆ ของนางอย่างหิวกระหาย สองมือหนาฟอนเฟ้นบั

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 11 แผนรัก...ตำรับลับ

    เมื่อบานประตูเรือนเล็กชายน้ำเปิดออก กลิ่นธูปหอมดอกราตรีโชยมาปะทะนาสิกพร้อมกับภาพที่ทำเอาท่านเจ้าคุณถึงกับแทบหยุดหายใจ แม่หญิงลำดวน ในยามนี้มิได้สวมอาภรณ์ชิ้นใดติดกาย นางนอนเอนหลังอยู่บนฟูกหนาในท่ากึ่งตะแคง กายอวบอัดสะท้อนแสงเทียนสีสลัวเป็นเงาวาวระยับ ขาข้างหนึ่งของนางชันขึ้นเผยให้เห็นเนินเนื้อโหนกนูนที่มีไรขนอ่อนบางปกคลุมอย่างยั่วยวน ร่องรูที่เพิ่งผ่านศึกหนักเมื่อเช้ายังคงแดงระเรื่อและดูเหมือนจะฉ่ำเยิ้มรอรับการเติมเต็มอีกครา “ท่านพี่เจ้าขา... น้องนึกว่าคุณหญิงจะขังท่านไว้บนเรือนใหญ่เสียแล้ว” ลำดวนเอ่ยเสียงพร่า พลางส่งสายตาหยาดเยิ้ม นางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามยอดอกอวบหยุ่นของตนเอง แล้วค่อยๆบดบี้จนมันแข็งเป็นไตสู้มือ ท่านเจ้าคุณก้าวเข้าไปหาประดุจพยัคฆ์ร้ายที่กระหายเหยื่อ ทว่ายังมิทันจะได้โน้มตัวลงกอดรัดม่ายสาว อีหนู และ อีเอื้อง ก็ก้าวออกมาจากหลังม่านบังตา ทั้งคู่เปลื้องผ้าออกจนเปลือยเปล่าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อีหนูคลานเข้าหาท่านเจ้าคุณพลางปลดผ้านุ่งของท่านออกอย่างรวดเร็ว ส่วนอีเอื้องขยับไปประคองร่างลำดวนให้ชันตัวขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน “พวกน้องจะช่วยแม่ลำดวน ‘รับมือ’ ท่านพี

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 10 ลงทัณฑ์สวาท

    เมื่อท่านเจ้าคุณก้าวเท้าขึ้นเรือนใหญ่ด้วยท่าทางอิดโรยและขาสั่นปานประหนึ่งนกปีกหัก ท่านก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็น คุณหญิง นั่งเป็นประธานอยู่บนตั่งไม้สัก ล้อมรอบด้วย อีหนู อีเอื้อง ยางจำปา ที่มารวมตัวกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึมทว่าแฝงประกายตาเจ้าเล่ห์ กลิ่นน้ำหอมอบร่ำโชยมาเตะจมูกท่านพร้อมกับบรรยากาศที่คุกรุ่นอย่างแปลกประหลาด “กลับมาเสียทีนะเจ้าคะคุณพี่...” คุณหญิงเอ่ยเสียงเรียบพลางจิบน้ำชา “ไปธุระราชการที่คุ้งน้ำไหนมาหรือเจ้าคะ ถึงได้กลับมาในสภาพเหมือนคนโดนรีดน้ำเค้นเนื้อจนหมดตัวเช่นนี้ อีอิ่มมันไปสืบมาหมดแล้วว่าท่านแอบไปกกแม่ม่ายลำดวนมาทั้งคืน หนำซ้ำยัง ‘เล่นพิเรนทร์’ กับร่องรูทวารหลังของนางอีกด้วย.." ท่านเจ้าคุณหน้าถอดสี จะอ้าปากอธิบายก็พูดไม่ออก เมื่อสี่สาวขยับเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ท่านโดนกักขังไว้กลางวงล้อมของเมียรัก “ในเมื่อท่านพี่มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือไปแจกจ่ายนางข้างนอก พวกน้องทั้งสี่ก็คงต้องขอ ‘เก็บภาษี’ คืนให้หนักหนากว่าที่ท่านไปเสียมาเจ้าค่ะ” คุณหญิงประกาศกร้าว พลางสั่งให้อีหนูกับอีเอื้องช่วยกันรั้งตัวท่านเจ้าคุณลงบนฟูกกว้างกลางห้อง คุณหญิงเริ่มลงทัณฑ์ด้วยการขึ้น

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 9 ลำดวน...แม่ม่ายทรงเครื่อง

    แม่หญิงบัวคำไม่ต้องการมาเป็นเมียในเรือนท่านเจ้าคุณ แต่พอใจที่จะมีอะไรกันด้วยความใคร่ตามความต้องการที่เกิดขึ้นมากกว่า นางขออยู่เรือนเดิม แต่พร้อมที่จะมีอะไรกับท่านได้เสมอ ท่านก็ไม่ได้ขัดใจอะไรนาง ท่านพยักหน้ายอมรับในความเด็ดเดี่ยวของแม่หญิงบัวคำ การมีเมียลับที่เก่งกาจอยู่ต่างเรือนก็เร้าใจไปอีกแบบ ทว่าในจังหวะที่ท่านกำลังจะลงเรือกลับนั้น สายตาของท่านก็ไปสะดุดเข้ากับ "แม่หญิงลำดวน" หญิงม่ายทรงเครื่องที่ยืนรอเรืออยู่ที่ท่าลัดตลิ่ง นางสวมสไบสีม่วงอ่อนบางเบาจนเห็นรอยรัดของผ้านมที่โอบอุ้มปทุมถันคู่อวบใหญ่จนแทบจะล้นทะลัก ทรวดทรงเอวองค์ของนางนั้นผุดผ่องดั่งคนอิ่มกามแต่กลับแฝงความนิ่งสงบที่ยั่วยวน ยามนางเดินบิดสะโพกขึ้นจากน้ำ ผ้านุ่งที่เปียกหมาดรัดรึงไปตามง่ามขาและเนินเนื้อที่หนาแน่น จนท่านเจ้าคุณถึงกับลอบกลืนน้ำลาย แข็งขืนขึ้นมาทันควันด้วยความอยากลำพองในเนื้อหนังมังสาที่สุกงอมเต็มที่เช่นนี้ ในเรือนเงียบสงัด แม่ลำดวนนอนกระสับกระส่ายบนที่นอน ภาพชายร่างกำยำที่มีสง่าราศี (ท่านเจ้าคุณ) ที่นางสบตาที่ท่าเรือยังติดตา นางจินตนาการถึงแผงอกกว้างและกลิ่นกายบุรุษจนกลางกายสาวเริ่มแฉะชื้น มือเรียวส

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 8 นักรบหญิง

    พายุกามกิจเพิ่งสงบลง แต่ดูเหมือน "พยัคฆ์ร้าย" อย่างท่านเจ้าคุณจะยังมิยอมคืนร่างเป็นแมวเชื่อง เมื่อคุณหญิงเหลือบมองลงไปเห็นท่อนสวรรค์ที่ยังคงตั้งตระหง่านชูชัน แม้จะผ่านศึกหนักกับสี่นางมาจนน้ำกามแทบเหือดแห้ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าหยอกสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ท่านพี่เจ้าขา... ของรักของท่านยังขยับเขยื้อนลำพองใจปานนี้ เห็นทีเรือนเราคงต้องขยับขยายที่หลับที่นอนเสียใหม่มั้งเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่อยากจะได้ 'นางไหน' มาช่วยพวกน้องผ่อนแรงเพิ่มอีกสักคน?" ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่าในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของท่านทำให้เมียบ่าวทั้งสามที่กำลังนอนหอบระรินต้องเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก ท่านเชยคางคุณหญิงขึ้นมาสบตา แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความต้องการที่ "พิสดาร" ยิ่งกว่าเดิม "หากเจ้าถามว่าอยากได้เมียแบบไหน... ข้าก็ชักจะเบื่อพวกสาวชาวบ้าน หรือสาววัยใสที่ยังมิประสีประสาเสียแล้วล่ะแม่นวล" ท่านเจ้าคุณเว้นจังหวะ พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยของคุณหญิง "คราวหน้า... ข้าอยากได้ นางรำแช่มช้อย หรือไม่ก็ แม่ครูจากสำนักนางใน ที่ช่ำชองกลเม็ดเผด็จศึก หรือถ้าจะให้เร้าใจกว่านั้น... ข้าอยากได้ เมียท

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 7 สวาทสาวสี่นาง

    ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงริบหรี่ส่องสะท้อนผนังไม้สักจนเป็นเงาไหวระริก จำปาในยามนี้มิใช่เด็กสาวชาวบ้านที่ซื่อเซ่ออีกต่อไป ความสุขสมเสียวซ่านรัญจวนใจจากบทรักกลางลำน้ำได้ปลุกวิญญาณนางยั่วสวาทในกายให้ตื่น นางขึ้นมาคร่อมอยู่เบื้องบนกายท่านเจ้าคุณ ใช้ปากเลียปลายหัวบานของลำแกร่งท่านอันเป็นจุดอ่อนไหวอย่างไม่ประสีประสาแต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก แล้วคร่อมทับลำแกร่งพร้อมกับใช้ฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างยันลงบนอกที่มีมัดกล้ามแน่นหนา พลางโยกย้ายส่ายสะโพกวนเป็นวงกลมบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของท่านอย่างเร่าร้อน "โอ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ท่อนลำสวาทของท่านช่างแข็งแกร่งอุ่นร้อนยิ่งนัก จำปาอยากจะบดบี้มันอย่างนี้ไปทั้งวันทั้งคืน" นางกระซิบเสียงพร่าพลางโน้มตัวลงไป ใช้ปทุมถันคู่สวยที่เพิ่งตั้งเต้าเต่งตึงบดเบียดกับใบหน้าท่าน ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอด้วยความซ่านสยิว สองมือหนาตะโบมบีบเค้นตะโพกผายของนางอย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มขึ้นรอยนิ้ว ท่านพลิกกายจำปาให้ลงไปนอนหงายราบกับฟูก ยกขาทั้งสองข้างของนางขึ้นพาดบ่า แล้วโถมกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ดุดันรุนแรงประดุจพายุ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังสะท้อนก้องห้องหอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status