เข้าสู่ระบบท่ามกลางความเงียบสงัดบนระเบียงเรือนใหญ่ “แม่น้อย” เมียรองของเจ้าบ้านใหญ่ผู้มีฐานะเป็นมารดาคนรองของท่านเจ้าคุณ ผู้ที่ยังคงสิริโฉมงามสะคราญด้วยวัยเพียงสามสิบปีต้นๆ นางยืนทอดถอนใจมองลงไปยังชานบ้านที่กั้นด้วยกำแพงไม้ และไม้พุ่มใบหนา ความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนหวนกลับมาทับซ้อนกับภาพเริงสวาทเบื้องล่าง มันเป็นราตรีที่นางเกือบจะได้ลิ้มรสสวาทจากเจ้าคุณพ่อของท่านเจ้าคุณเป็นครั้งแรก หากมิมีราชการด่วนมาขวางเสียก่อน
นางยังจำสัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านทว่าทรงพลังของท่านเจ้าคุณใหญ่ได้ติดตา ในครานั้นท่านเชยคางนางขึ้น จุมพิตที่ซอกคอจนนางสั่นสะท้าน ก่อนจะแทรกมือหนาเข้าสู่ใจกลางกายที่ยังมิเคยมีชายใดรุกล้ำ ปลายนิ้วของท่านบดบี้และขยับรัวเร็วอย่างช่ำชองจนแม่น้อยหวีดร้องไม่ออก ร่างกายของนางบิดเร่าไปตามจังหวะนิ้วที่ทิ่มแทงเข้าออกอย่างหนักหน่วงจนผ้านุ่งเปียกชุ่มไปด้วยละอองชื้นรสหวานหอม นางเสร็จสมจนร่างกระตุกเกร็งคาปลายนิ้วท่านในชั่วขณะเดียวกันนั้นก็มีเสียงตะโกนเรียกหน้าห้องหอ ให้ท่านไปเข้าเฝ้าด้วยเรื่องราชการด่วนต่างเมืองบัดเดี๋ยวนั้น ความค้างคาในเกมรักครั้งนั้นกลายเป็นเพลิงที่สุมทรวงแม่น้อยมานับปี เพราะแม้นนางจะเสร็จสมด้วยนิ้วท่าน แต่รสชาติของการ "สอดใส่" ที่นางเฝ้าฝันถึงกลับยังมิตอบสนอง ภาพที่แม่น้อยเห็นจากบนเรือนใหญ่ในยามนี้ คือแม่หญิงนวลผู้เป็นเมียลูกชาย กำลังถูกอีหนูบ่าวหญิงใช้ลิ้นและนิ้วปรนเปรออย่างดุเดือดกลางแจ้ง แม่น้อยจ้องมองอย่างไม่วางตา จังหวะที่แม่หญิงนวลแอ่นกายรับปลายนิ้วของอีหนูที่จมหายเข้าไปในร่องรูสวาทจนมิดโคน ทำเอาแม่น้อยต้องขบกรามแน่น ความอัดอั้นที่เก็บกดมานานทำให้มือของนางเผลอบดขยี้ผ้านุ่งตรงกลางกาย นิ้วกดบดบี้ลงในร่องกลีบตนเอง จากนอกผืนผ้าแพรพรรณค่อยๆขยับผ่านชายผ้าที่นางเปิดเลิกขึ้น นิ้วกลางเรียวขาวกดลึกลงไปในร่องรูที่ไม่มีผ้าอาภรณ์ขวางกั้น จมลึกลงเรื่อยๆตามความร้อนแรงของสิ่งทึ่เห็นเบื้องหน้า จนนางเห็นชัดเจนว่าหญิงลูกสะใภ้ถึงจุดสุดยอดจนร่างสั่นคลอนแล้วผ่อนอารมณ์ลง..จึงรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป ด้วยเกรงบ่าวในห้องจะสังเกตเห็น...นางรีบดึงนิ้วออกและปรับกิริยา แม่น้อยบนเรือนใหญ่จึงรู้สึกถึงความ "เปียกแฉะ" ที่กลับมาเยือนซอกหลืบที่แห้งผากตนเองอีกครั้ง แม่น้อยหันไปเรียกบ่าวคนสนิทที่หมอบอยู่ข้างหลัง แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้แฝงไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะควบคุม "อีอิ่ม... มึงจงไปสืบดูทีว่าเมียบ่าวของลูกชายท่านเจ้าคุณใหญ่เป็นใครมาจากไหน" แม่น้อยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นพร่าเล็กน้อย "แล้วตอนค่ำ มึงไปบอกอีนางคนพี่... ชื่ออีหนูใช่ไหม... บอกมันว่าให้มาหาข้าที่เรือนเล็กหลังสวน บอกว่าข้ามีเรื่องสำคัญจะไหว้วานให้มันทำ" นางหมายมั่นในใจว่า หากเจ้าคุณพ่อมิต่อเติมเชื้อไฟที่ค้างคาให้ดับสนิท นางนี่แหละจะใช้ "อีหนู" เมียบ่าวของลูกชายคนนี้ช่วยจุดไฟสลายความใคร่ที่ยังคงค้างคามาแรมนาน ...... ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงสลัวรางวูบไหวตามแรงลม บรรยากาศอบอวลไปด้วยความประหม่าของ “แม่น้อย” ที่นั่งอยู่บนฟูกหนา นางมอง “อีหนู” ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแฝงความหวาดหวั่น ทว่าเมื่ออีหนูขยับเข้าใกล้แล้วบรรจงปลดผ้าสไบของนางออกอย่างแผ่วเบา ความเย็นของอากาศที่กระทบผิวกลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มจากฝ่ามือของบ่าวหญิงที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังนวลลออ “คุณหญิงแม่เจ้าขา... อีหนูก็เพิ่งจะเคยรับรสสวาทจากท่านเจ้าคุณของบ่าวกับคุณหญิงมาเมื่อคืนนี้เอง ยังไม่มั่นใจว่าจะช่วยคุณหญิงแม่ตามที่ไหว้วานให้อีหนูช่วยทำเหมือนที่ทำกับคุณหญิงนวลของบ่าวได้เพียงไหน แต่อีหนูก็จะทำให้คุณหญิงแม่สุดความสามารถเท่าที่อีหนูคนนี้จะทำได้ มิต้องกลัวนะเจ้าคะ อีหนูจะนำทางท่านไปสู่ความสำราญให้ถึงที่สุดเจ้าค่ะ...” อีหนูพึมพำพลางจุมพิตสลับกับใช้ใช้เรียวลิ้นละเลียดชิมไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นของคุณหญิงแม่ สัมผัสแปลกใหม่ทำให้กายคุณหญิงแม่สั่นสะเทิ้ม ความกลัวในตอนแรกเริ่มมลายหายไป กลายเป็นความซ่านสยิวที่แล่นพล่าน เมื่ออีหนูเริ่มบรรเลงเพลงรักด้วยปลายนิ้วและเรียวลิ้นอย่างที่เพิ่งได้รับถ่ายทอดวิชามา คุณหญิงแม่ที่ไม่เคยสัมผัสรสกามจากลำแกร่งของเพศชายก็ถึงกับครางกระเส่า ร่างกายของนางตอบสนองอย่างรุนแรงเกินกว่าที่ตนเองจะคาดคิด จากที่เคยขัดเขิน คุณหญิงแม่กลับเป็นฝ่ายโน้มดึงศีรษะอีหนูให้แนบชิดกับกึ่งกลางกายสาวของตนมากขึ้น นางจิกเล็บลงบนไหล่บ่าวหญิงพลางเร่งเร้าเสียงพร่ากระเส่า “อีหนู... แรงอีก... ทำตรงนั้นแรงๆ อย่าหยุด... ข้าอยากสำเร็จเสร็จให้สมกับความอยากที่อัดอั้นมา" อีหนูใช้ลิ้นตวัดรัวสลับกับการสอดแทรกนิ้วเรียวเข้าหาความคับแน่นอย่างหนักหน่วง ปลายนิ้วพลิ้วไหวราวกับยอดฝีมือที่คุมจังหวะดนตรี นางปรนเปรอจนคุณหญิงแม่กระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดครั้งแล้วครั้งเล่า ขนาดนั้นแ้วนางก็ยังมิพอ “อีกครั้ง... อีหนู ทำให้ข้าอีกครั้ง ข้าอยากรู้สึกเหมือนใจจะขาดเยี่ยงนี้ซ้ำๆ..มิรู้จบสิ้น” คุณหญิงแม่ร้องขอพลางแอ่นสะโพกรับสัมผัสจากปากและนิ้วของอีหนูอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย หยาดเหงื่อ และน้ำรัก อาบไล้จนร่างทั้งสองเหนียวเหนอะหนะ เสียงหอบหายใจของสตรีวัยสามสิบต้นๆกับเด็กสาววัยสิบแปดสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบเชียบของราตรี อีหนูปรนเปรอรับใช้อย่างถวายหัว พลิกแพลงกระบวนท่าตามที่ตนเพิ่งได้ประสบการณ์มา กระทั่งคุณหญิงแม่เสร็จสมไปหลายคราจนร่างอ่อนระทวยประดุจขี้ผึ้งลนไฟ ความรัญจวนใจที่เคยค้างคาไว้เนิ่นนานให้ละลายหายไปพร้อมกับลีลาของอีหนูผู้เป็นเมียบ่าวของลูกชาย ไฟสวาทของนางถูกจุดติดขึ้นมาอีกครา ใจนางบอกว่าบัดนี้พร้อมแล้วสำหรับการมาเยือนของท่านเจ้าคุณใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในทุกห้วงเวลา ...... เรือนเล็กหลังสวนที่ปกติเงียบสงัด บัดนี้กลับอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ สลับกับกลิ่นกายสาวที่เปียกโชกด้วยหยาดเหงื่อ แม่น้อยในสภาพเปลือยผ้าผ่อนหลุดลุ่ยนอนทอดกายอยู่บนฟูกหนา นางเพิ่งผ่านกามกิจรสล้ำกับอีหนูมาหมาดๆ นิ้วมือและเรียวลิ้นของเมียบ่าวลูกชายทำให้ความโหยหาที่เก็บกักมาแรมปีพังทลายลง ทว่าในขณะที่อีหนูแอบเร้นกายกลับขึ้นเรือนใหญ่ไปแล้วนั้น ความรัญจวนใจกลับยังหลงเหลืออยู่อย่างเปี่ยมล้น ท่านเจ้าคุณใหญ่เดินย่างสามขุมเข้ามาในเขตเรือนเล็ก เลือดลมในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยฤทธิ์เหล้าสุรายาดองชั้นดีที่เพิ่งดื่มมาจนร้อนวูบไปทั้งตัว ท่านตั้งใจจะมาหาความสำราญกับเมียบ่าวคนโปรดในเรือนหลังเล็ก ทว่าแสงไฟริบหรี่ในเรือนว่างหลังหนึ่งกลับดึงดูดสายตา ท่านเดินผลักบานประตูเข้าไปด้วยความสงสัย ก่อนจะชะงักงันกับภาพตรงหน้า คุณหญิงแม่นอนหายใจหอบถี่ เนินอกกระเพื่อมระรัว เนินเนื้อเนินสวาทนูนเย้ายั่วน้ำลาย ผิวกายของนางแดงระเรื่อและมันวาวด้วยเหงื่อไคล กลิ่นกามอ่อนๆที่ยังไม่จางหายลอยมาแตะจมูกกระตุ้นความกำหนัดของบุรุษเพศให้ตื่นตัว ลำกล้องสวรรค์แข็งขืนปูดโปนขยับเขยื้อนอยู่ใต้ผ้านุ่ง "แม่น้อย... เจ้ามาทำกระไรที่นี่ในยามวิกาลเยี่ยงนี้" ท่านเจ้าคุณใหญ่เอ่ยเสียงพร่า พลางก้าวเข้าไปหาอย่างไม่อาจยับยั้ง คุณหญิงแม่รู้สึกตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป จึงมิขัดขืนด้วยอารมณ์แห่งกามรสถูกปลุกเอาไว้พรั่งพร้อม...เหมือนทุกสิ่งถูกจังหวะเวลา ท่านเจ้าคุณใหญ่รวบร่างเมียรองผู้เลอโฉมขึ้นสู่อ้อมกอด สัมผัสถึงความเปียกแฉะที่กลางกายสาวซึ่งถูกเปิดทางไว้โดยอีหนู ท่านมิรอช้า...ปลดเปลื้องผ้าผ่อนของตนเองออกจนหมดสิ้น ท่อนสวรรค์ที่ทั้งใหญ่และยาวกว่านิ้วมือที่นางเคยสัมผัสหลายเท่า มันบดเบียดกระดกเด้งจรดจ่อที่ปากทางเข้าร่องสวรรค์ พร้อมจะเข้าทำลายความบริสุทธิ์ของสตรีที่ท่านเรียกว่าแม่น้อยทุกเวลา ดุ้นลำใหญ่โตเริ่มชำแรกผ่านม่านพรหจรรย์ที่เก็บรักษามานาน แม่น้อยถึงกับสะดุ้งสุดตัว นิ้วเท้าเกร็งจิกฟูก เสียงครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บแปลบผสมปนเปกับความซ่านสยิวที่ล้ำลึก ท่านเจ้าคุณใหญ่โน้มลงกระซิบข้างหูพลางประจงจูบซับน้ำตาที่เอ่อล้น "พี่ขอโทษที่ปล่อยให้เจ้าอ้างว้างเนิ่นนานเพียงนี้... เจ้าช่างคับแน่นนักแม่น้อย พี่จักทะนุถนอมเจ้าให้สมกับความรอคอย" จากความนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นความเชี่ยวกรากตามฤทธิ์สุรายาบำรุงและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณใหญ่เริ่มโหมกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบเนื้อ "พั่บ พั่บ" ดังสะท้อนไปถึงฝาเรือนไม้ แม่น้อยที่เพิ่งได้ลิ้มรสชาติ "ชาย" เป็นครั้งแรกกลับมิออมมือไม่เกรงกลัวแรงชายอย่างท่าน นางแอ่นกายรับทุกแรงรุกราน เด้งดีดเนินสวาทเข้าปะทะการกระแทกกระทั้นที่รุนแรงทุกท่วงจังหวะ ส่งเสียงร้องขอให้ท่านทำรุนแรงยิ่งขึ้น "ท่านพี่... แรงอีกเจ้าค่ะ... กระแทกน้องแรงๆ ให้สมกับที่น้องรอคอยมาแรมปี..." เรือนเล็กหลังสวนสะเทือนเลื่อนลั่นตามจังหวะกามกิจที่รุนแรงจนแทบพังทลาย อีอิ่มที่แอบมองอยู่ไกลๆ ยิ้มกริ่มด้วยความดีใจที่นายหญิงของตนได้ "ถึงฝั่งฝัน" เสียที นางเดินไปกันบ่าวชายของท่านเจ้าคุณใหญ่ให้ออกไปห่างๆ มิให้ใครมาล่วงรู้บทรักอันแสนดุเดือดที่กำลังดำเนินอยู่ในยามนี้ ศึกรักครั้งนี้จบลงด้วยการที่แม่น้อยพลิกขึ้นมาโยกตัวกระหน่ำเพลงรักอย่างรุนแรงเพิ่มจังหวะความเร็วยิ่งกว่าควบม้าออกศึก โยกร่อนจนน้ำรักสีขาวขุ่นของท่านฉีดพ่นเข้าไปในร่องหลืบจนเต็มเปี่ยมล้นทะลักมาตามต้นขาอ่อนขาวเนียน นางฟุบลงบนอกของสามีอย่างอิ่มเอมใจ บัดนี้ความโหยหาได้ถูกเติมเต็ม และคำสัญญาของท่านเจ้าคุณใหญ่ที่ว่าจะกลับมาหาเป็นประจำก็เป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจที่แห้งผากมานานแสนนาน .....ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ
ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต
เมื่อพายุสวาทรอบแรกสงบลง คุณหญิงนวลที่บัดนี้อิ่มเอมด้วยน้ำรักจนผิวพรรณดูเปล่งปลั่งก็ลุกขึ้นแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง นางหันมามองท่านเจ้าคุณที่นอนทอดกายอยู่บนฟูกด้วยสายตาที่รู้ใจพยัคฆ์ดีกว่าใคร นางมิได้หึงหวงจนปิดกั้น ทว่ากลับเรียกบ่าวคนสนิทให้ยกสำรับยาบำรุงที่ปรุงจากโสมคนและกำลังเสือโคร่งเคี่ยวกับน้ำผึ้งป่ามาวางไว้ข้างเตียง “รับประทานเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะท่านพี่” คุณหญิงนวลยิ้มกริ่มพลางส่งถ้วยยาให้ “นวลน่ะอิ่มแล้ว ทว่าแม่พวกที่เหลือเขายังหิวกันนัก เห็นมาด้อมๆ มองๆ กันอยู่ที่หน้าเรือน นวลจึงจัดให้แม่ลำดวนกับแม่บัวคำเข้ามาปรนนิบัติท่านพี่พร้อมกันเสียเลย จะได้มิเสียเวลาเจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณดื่มยาบำรุงรสเข้มข้นจนหมดถ้วย พลันรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด พลังแกร่งที่เพิ่งจะหลั่งไหลไปกลับดีดตัวขึ้นมาผงาดง้ำอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่คุณหญิงนวลก้าวพ้นประตูออกไป สตรีสองนางที่งามเด่นคนละแบบก็คลานเข่าเข้ามาในห้อง แม่หญิงลำดวน อนุภรรยาผู้อ่อนหวานมาในชุดผ้าสไบสีเหลืองอ่อนบางเบา ส่วน แม่บัวคำนักรบหญิงแกร่งที่คุณหญิงให้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุอีกคนหนึ่งนั้นมาในชุดนุ
ท่ามกลางแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาเรือนพิกุล แม่หญิงสร้อยแอบซุ่มดูอยู่หลังม่านไม้ระแนงถึงกับใจสั่นสะท้านไปทั้งทรวง นางเห็นทุกจังหวะจะโคน เห็นร่างของพี่สาวบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำของท่านเจ้าคุณ เห็นความยิ่งใหญ่ที่นางเคยสัมผัสกำลังจ้วงทะลวงเข้าออกในกายของจันทราจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น กลิ่นคาวรักที่อบอวลปนกับกลิ่นดอกพิกุลและเสียงครางระงมของพี่สาว ทำให้ความสาวในกายของสร้อยที่เพิ่งจะมอดไปเมื่อไม่นานกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง นางเอามือกุมหน้าอกที่กระเพื่อมไหว กายส่วนล่างของนางเริ่มหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่มสไบ มือที่กุมหน้าอกเผลอไผลบีบเค้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใต้ผ้าแพรแถบที่พันหน้าอกไว้ถูกปลายถันดันขึ้นมาจนเห็นเป็นเม็ดชัดเจน มันแข็งเป็นไตบ่งยอกอารมณ์ภายในที่ถวิลหาแก่นกายของท่านอีกครั้ง เมื่อท่านเจ้าคุณระเบิดน้ำรักเฮือกสุดท้ายฉีดอัดเข้าสู่กายแม่หญิงจันทราจนนางเหลือกตาโพลงแล้วสลบเหมือดไปนั้น ท่านเจ้าคุณที่หอบหายใจถี่ด้วยความซ่านเสียวก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเงาร่างอรชรเดินสั่นเทาออกมาจากมุมมืด “ท่านเจ้าขา... ฉันทนดูเฉยๆ มิไหวแล้วเจ้าค่ะ” แม่หญิงสร้อยคลานเข่าเข้ามาหาท
พริบตาที่น้ำรักอาคมของท่านเจ้าคุณฉีดพุ่งเข้าสู่ร่องรูสวาทของแม่มดร้ายแสงดาวจนล้นปรี่ ร่างที่เคยดูอวบอัดเย้ายวนด้วยมนต์ดำพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสยดสยอง ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงเริ่มเหี่ยวย่น แห้งกรัง ปริแตกลอกออกเป็นสะเก็ดสีดำ กลายเป็นไอควันเหม็นไหม้คละคลุ้ง พุ่งออกจากทวารทั้งเก้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณชั่วร้ายที่ถูกขับไล่ “อ๊ากกกกกก!!!” เสียงทุ้มต่ำของแม่มดที่ซ้อนอยู่ภายในค่อยๆ แหบแห้งลง ก่อนจะสลายกลายเป็นเพียงเศษเถ้าถ่านที่ปลิวหายไปในอากาศ ที่เหลืออยู่บนแท่นหินมิใช่แม่มดแสงดาวผู้โหดเหี้ยมอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็นร่างของเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ดูอ่อนเยาว์และบอบบาง นางนอนหายใจรวยริน ผิวพรรณกลับมานวลเนียนเป็นธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น แม้จะดูอิดโรยแต่ร่องรอยแห่งอาคมโฉดได้มลายสิ้นไปแล้ว สายลับสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ถึงกับทิ้งดาบในมือแล้วโผเข้าไปหาเด็กสาวผู้นั้นด้วยอาการตื่นตะลึง “นารี... นารีจริงๆ ด้วย...!!!” นางช้อนร่างสาวน้อยขึ้นมากอดแนบอกด้วยหยาดน้ำตาที่นองหน้า “ท่านเจ้าขา... นี่คือลูกพี่ลูกน้องของฉันที่ถูกลักตัวหายไปเมื่อปีกลาย น้องยอมทิ้งเกียรต
นางสายลับก็เป็นพวกมีดีมีวิชาเช่นกัน เมื่อแก่นกายอาคมถูกแทรกแซงเข้าสู่ร่างเพียงครึ่งลำ พลังอำนาจจากพระเวทที่ท่านเจ้าคุณประจุไว้ก็แผ่ซ่านเข้าหักล้างกับอักขระสีเลือดทันที รอยยันต์ปีศาจบนผิวกายของสายลับสาวค่อยๆ จางหายไปดุจหิมะต้องแสงตะวัน ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มกลับมาสม่ำเสมอ กายที่เคยร้อนรุ่มปานไฟสุมกลับกลายเป็นอุ่นละมุนทว่าในใจของยอดขุนศึกกลับเริ่มสั่นคลอนเสียเอง ความคับแน่นและตอดรัดภายในร่องรูสวาทของนางนั้นมันช่างอร่อยโอชะ และซาบซ่านเกินกว่าสตรีใดที่ท่านเคยพานพบมา รสสัมผัสของหญิงผู้มีวิชาอาคมนั้นช่างลึกลับหนึบหนับประดุจแรงดึงดูดจากห้วงลึก ท่านเจ้าคุณกัดฟันกรอด สติฝ่ายดีเตือนว่านางคือสายลับผู้จงรักภักดี ทำงานอยูภายใต้สังกัดของท่าน งานราชการสงครามที่รออยู่เบื้องหน้ามิควรเอาเรื่องกามคุณมาทำให้เสียขบวน ท่านตัดสินใจเกร็งกล้ามเนื้อขา เตรียมจะรั้งกายถอนแก่นกายออกมาเพื่อรักษาระยะห่างทหารและสายลับ ทว่าในจังหวะที่หัวมังกรยักษ์กำลังจะหลุดพ้นจากปากทางสวาท มือเรียวบางของสายลับสาวที่เคยอ่อนแรงกลับตะปบเข้าที่สะโพกสอบของท่านอย่างแรง “อย่าเพิ่ง... อย่าได้รบถอดถอนออกเจ้าค่ะท่าน” เสียงขอ







