Se connecterท่ามกลางความเงียบสงัดบนระเบียงเรือนใหญ่ “แม่น้อย” เมียรองของเจ้าบ้านใหญ่ผู้มีฐานะเป็นมารดาคนรองของท่านเจ้าคุณ ผู้ที่ยังคงสิริโฉมงามสะคราญด้วยวัยเพียงสามสิบปีต้นๆ นางยืนทอดถอนใจมองลงไปยังชานบ้านที่กั้นด้วยกำแพงไม้ และไม้พุ่มใบหนา ความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนหวนกลับมาทับซ้อนกับภาพเริงสวาทเบื้องล่าง มันเป็นราตรีที่นางเกือบจะได้ลิ้มรสสวาทจากเจ้าคุณพ่อของท่านเจ้าคุณเป็นครั้งแรก หากมิมีราชการด่วนมาขวางเสียก่อน
นางยังจำสัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านทว่าทรงพลังของท่านเจ้าคุณใหญ่ได้ติดตา ในครานั้นท่านเชยคางนางขึ้น จุมพิตที่ซอกคอจนนางสั่นสะท้าน ก่อนจะแทรกมือหนาเข้าสู่ใจกลางกายที่ยังมิเคยมีชายใดรุกล้ำ ปลายนิ้วของท่านบดบี้และขยับรัวเร็วอย่างช่ำชองจนแม่น้อยหวีดร้องไม่ออก ร่างกายของนางบิดเร่าไปตามจังหวะนิ้วที่ทิ่มแทงเข้าออกอย่างหนักหน่วงจนผ้านุ่งเปียกชุ่มไปด้วยละอองชื้นรสหวานหอม นางเสร็จสมจนร่างกระตุกเกร็งคาปลายนิ้วท่านในชั่วขณะเดียวกันนั้นก็มีเสียงตะโกนเรียกหน้าห้องหอ ให้ท่านไปเข้าเฝ้าด้วยเรื่องราชการด่วนต่างเมืองบัดเดี๋ยวนั้น ความค้างคาในเกมรักครั้งนั้นกลายเป็นเพลิงที่สุมทรวงแม่น้อยมานับปี เพราะแม้นนางจะเสร็จสมด้วยนิ้วท่าน แต่รสชาติของการ "สอดใส่" ที่นางเฝ้าฝันถึงกลับยังมิตอบสนอง ภาพที่แม่น้อยเห็นจากบนเรือนใหญ่ในยามนี้ คือแม่หญิงนวลผู้เป็นเมียลูกชาย กำลังถูกอีหนูบ่าวหญิงใช้ลิ้นและนิ้วปรนเปรออย่างดุเดือดกลางแจ้ง แม่น้อยจ้องมองอย่างไม่วางตา จังหวะที่แม่หญิงนวลแอ่นกายรับปลายนิ้วของอีหนูที่จมหายเข้าไปในร่องรูสวาทจนมิดโคน ทำเอาแม่น้อยต้องขบกรามแน่น ความอัดอั้นที่เก็บกดมานานทำให้มือของนางเผลอบดขยี้ผ้านุ่งตรงกลางกาย นิ้วกดบดบี้ลงในร่องกลีบตนเอง จากนอกผืนผ้าแพรพรรณค่อยๆขยับผ่านชายผ้าที่นางเปิดเลิกขึ้น นิ้วกลางเรียวขาวกดลึกลงไปในร่องรูที่ไม่มีผ้าอาภรณ์ขวางกั้น จมลึกลงเรื่อยๆตามความร้อนแรงของสิ่งทึ่เห็นเบื้องหน้า จนนางเห็นชัดเจนว่าหญิงลูกสะใภ้ถึงจุดสุดยอดจนร่างสั่นคลอนแล้วผ่อนอารมณ์ลง..จึงรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป ด้วยเกรงบ่าวในห้องจะสังเกตเห็น...นางรีบดึงนิ้วออกและปรับกิริยา แม่น้อยบนเรือนใหญ่จึงรู้สึกถึงความ "เปียกแฉะ" ที่กลับมาเยือนซอกหลืบที่แห้งผากตนเองอีกครั้ง แม่น้อยหันไปเรียกบ่าวคนสนิทที่หมอบอยู่ข้างหลัง แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้แฝงไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะควบคุม "อีอิ่ม... มึงจงไปสืบดูทีว่าเมียบ่าวของลูกชายท่านเจ้าคุณใหญ่เป็นใครมาจากไหน" แม่น้อยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นพร่าเล็กน้อย "แล้วตอนค่ำ มึงไปบอกอีนางคนพี่... ชื่ออีหนูใช่ไหม... บอกมันว่าให้มาหาข้าที่เรือนเล็กหลังสวน บอกว่าข้ามีเรื่องสำคัญจะไหว้วานให้มันทำ" นางหมายมั่นในใจว่า หากเจ้าคุณพ่อมิต่อเติมเชื้อไฟที่ค้างคาให้ดับสนิท นางนี่แหละจะใช้ "อีหนู" เมียบ่าวของลูกชายคนนี้ช่วยจุดไฟสลายความใคร่ที่ยังคงค้างคามาแรมนาน ...... ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงสลัวรางวูบไหวตามแรงลม บรรยากาศอบอวลไปด้วยความประหม่าของ “แม่น้อย” ที่นั่งอยู่บนฟูกหนา นางมอง “อีหนู” ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแฝงความหวาดหวั่น ทว่าเมื่ออีหนูขยับเข้าใกล้แล้วบรรจงปลดผ้าสไบของนางออกอย่างแผ่วเบา ความเย็นของอากาศที่กระทบผิวกลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มจากฝ่ามือของบ่าวหญิงที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังนวลลออ “คุณหญิงแม่เจ้าขา... อีหนูก็เพิ่งจะเคยรับรสสวาทจากท่านเจ้าคุณของบ่าวกับคุณหญิงมาเมื่อคืนนี้เอง ยังไม่มั่นใจว่าจะช่วยคุณหญิงแม่ตามที่ไหว้วานให้อีหนูช่วยทำเหมือนที่ทำกับคุณหญิงนวลของบ่าวได้เพียงไหน แต่อีหนูก็จะทำให้คุณหญิงแม่สุดความสามารถเท่าที่อีหนูคนนี้จะทำได้ มิต้องกลัวนะเจ้าคะ อีหนูจะนำทางท่านไปสู่ความสำราญให้ถึงที่สุดเจ้าค่ะ...” อีหนูพึมพำพลางจุมพิตสลับกับใช้ใช้เรียวลิ้นละเลียดชิมไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นของคุณหญิงแม่ สัมผัสแปลกใหม่ทำให้กายคุณหญิงแม่สั่นสะเทิ้ม ความกลัวในตอนแรกเริ่มมลายหายไป กลายเป็นความซ่านสยิวที่แล่นพล่าน เมื่ออีหนูเริ่มบรรเลงเพลงรักด้วยปลายนิ้วและเรียวลิ้นอย่างที่เพิ่งได้รับถ่ายทอดวิชามา คุณหญิงแม่ที่ไม่เคยสัมผัสรสกามจากลำแกร่งของเพศชายก็ถึงกับครางกระเส่า ร่างกายของนางตอบสนองอย่างรุนแรงเกินกว่าที่ตนเองจะคาดคิด จากที่เคยขัดเขิน คุณหญิงแม่กลับเป็นฝ่ายโน้มดึงศีรษะอีหนูให้แนบชิดกับกึ่งกลางกายสาวของตนมากขึ้น นางจิกเล็บลงบนไหล่บ่าวหญิงพลางเร่งเร้าเสียงพร่ากระเส่า “อีหนู... แรงอีก... ทำตรงนั้นแรงๆ อย่าหยุด... ข้าอยากสำเร็จเสร็จให้สมกับความอยากที่อัดอั้นมา" อีหนูใช้ลิ้นตวัดรัวสลับกับการสอดแทรกนิ้วเรียวเข้าหาความคับแน่นอย่างหนักหน่วง ปลายนิ้วพลิ้วไหวราวกับยอดฝีมือที่คุมจังหวะดนตรี นางปรนเปรอจนคุณหญิงแม่กระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดครั้งแล้วครั้งเล่า ขนาดนั้นแ้วนางก็ยังมิพอ “อีกครั้ง... อีหนู ทำให้ข้าอีกครั้ง ข้าอยากรู้สึกเหมือนใจจะขาดเยี่ยงนี้ซ้ำๆ..มิรู้จบสิ้น” คุณหญิงแม่ร้องขอพลางแอ่นสะโพกรับสัมผัสจากปากและนิ้วของอีหนูอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย หยาดเหงื่อ และน้ำรัก อาบไล้จนร่างทั้งสองเหนียวเหนอะหนะ เสียงหอบหายใจของสตรีวัยสามสิบต้นๆกับเด็กสาววัยสิบแปดสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบเชียบของราตรี อีหนูปรนเปรอรับใช้อย่างถวายหัว พลิกแพลงกระบวนท่าตามที่ตนเพิ่งได้ประสบการณ์มา กระทั่งคุณหญิงแม่เสร็จสมไปหลายคราจนร่างอ่อนระทวยประดุจขี้ผึ้งลนไฟ ความรัญจวนใจที่เคยค้างคาไว้เนิ่นนานให้ละลายหายไปพร้อมกับลีลาของอีหนูผู้เป็นเมียบ่าวของลูกชาย ไฟสวาทของนางถูกจุดติดขึ้นมาอีกครา ใจนางบอกว่าบัดนี้พร้อมแล้วสำหรับการมาเยือนของท่านเจ้าคุณใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในทุกห้วงเวลา ...... เรือนเล็กหลังสวนที่ปกติเงียบสงัด บัดนี้กลับอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ สลับกับกลิ่นกายสาวที่เปียกโชกด้วยหยาดเหงื่อ แม่น้อยในสภาพเปลือยผ้าผ่อนหลุดลุ่ยนอนทอดกายอยู่บนฟูกหนา นางเพิ่งผ่านกามกิจรสล้ำกับอีหนูมาหมาดๆ นิ้วมือและเรียวลิ้นของเมียบ่าวลูกชายทำให้ความโหยหาที่เก็บกักมาแรมปีพังทลายลง ทว่าในขณะที่อีหนูแอบเร้นกายกลับขึ้นเรือนใหญ่ไปแล้วนั้น ความรัญจวนใจกลับยังหลงเหลืออยู่อย่างเปี่ยมล้น ท่านเจ้าคุณใหญ่เดินย่างสามขุมเข้ามาในเขตเรือนเล็ก เลือดลมในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยฤทธิ์เหล้าสุรายาดองชั้นดีที่เพิ่งดื่มมาจนร้อนวูบไปทั้งตัว ท่านตั้งใจจะมาหาความสำราญกับเมียบ่าวคนโปรดในเรือนหลังเล็ก ทว่าแสงไฟริบหรี่ในเรือนว่างหลังหนึ่งกลับดึงดูดสายตา ท่านเดินผลักบานประตูเข้าไปด้วยความสงสัย ก่อนจะชะงักงันกับภาพตรงหน้า คุณหญิงแม่นอนหายใจหอบถี่ เนินอกกระเพื่อมระรัว เนินเนื้อเนินสวาทนูนเย้ายั่วน้ำลาย ผิวกายของนางแดงระเรื่อและมันวาวด้วยเหงื่อไคล กลิ่นกามอ่อนๆที่ยังไม่จางหายลอยมาแตะจมูกกระตุ้นความกำหนัดของบุรุษเพศให้ตื่นตัว ลำกล้องสวรรค์แข็งขืนปูดโปนขยับเขยื้อนอยู่ใต้ผ้านุ่ง "แม่น้อย... เจ้ามาทำกระไรที่นี่ในยามวิกาลเยี่ยงนี้" ท่านเจ้าคุณใหญ่เอ่ยเสียงพร่า พลางก้าวเข้าไปหาอย่างไม่อาจยับยั้ง คุณหญิงแม่รู้สึกตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป จึงมิขัดขืนด้วยอารมณ์แห่งกามรสถูกปลุกเอาไว้พรั่งพร้อม...เหมือนทุกสิ่งถูกจังหวะเวลา ท่านเจ้าคุณใหญ่รวบร่างเมียรองผู้เลอโฉมขึ้นสู่อ้อมกอด สัมผัสถึงความเปียกแฉะที่กลางกายสาวซึ่งถูกเปิดทางไว้โดยอีหนู ท่านมิรอช้า...ปลดเปลื้องผ้าผ่อนของตนเองออกจนหมดสิ้น ท่อนสวรรค์ที่ทั้งใหญ่และยาวกว่านิ้วมือที่นางเคยสัมผัสหลายเท่า มันบดเบียดกระดกเด้งจรดจ่อที่ปากทางเข้าร่องสวรรค์ พร้อมจะเข้าทำลายความบริสุทธิ์ของสตรีที่ท่านเรียกว่าแม่น้อยทุกเวลา ดุ้นลำใหญ่โตเริ่มชำแรกผ่านม่านพรหจรรย์ที่เก็บรักษามานาน แม่น้อยถึงกับสะดุ้งสุดตัว นิ้วเท้าเกร็งจิกฟูก เสียงครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บแปลบผสมปนเปกับความซ่านสยิวที่ล้ำลึก ท่านเจ้าคุณใหญ่โน้มลงกระซิบข้างหูพลางประจงจูบซับน้ำตาที่เอ่อล้น "พี่ขอโทษที่ปล่อยให้เจ้าอ้างว้างเนิ่นนานเพียงนี้... เจ้าช่างคับแน่นนักแม่น้อย พี่จักทะนุถนอมเจ้าให้สมกับความรอคอย" จากความนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นความเชี่ยวกรากตามฤทธิ์สุรายาบำรุงและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณใหญ่เริ่มโหมกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบเนื้อ "พั่บ พั่บ" ดังสะท้อนไปถึงฝาเรือนไม้ แม่น้อยที่เพิ่งได้ลิ้มรสชาติ "ชาย" เป็นครั้งแรกกลับมิออมมือไม่เกรงกลัวแรงชายอย่างท่าน นางแอ่นกายรับทุกแรงรุกราน เด้งดีดเนินสวาทเข้าปะทะการกระแทกกระทั้นที่รุนแรงทุกท่วงจังหวะ ส่งเสียงร้องขอให้ท่านทำรุนแรงยิ่งขึ้น "ท่านพี่... แรงอีกเจ้าค่ะ... กระแทกน้องแรงๆ ให้สมกับที่น้องรอคอยมาแรมปี..." เรือนเล็กหลังสวนสะเทือนเลื่อนลั่นตามจังหวะกามกิจที่รุนแรงจนแทบพังทลาย อีอิ่มที่แอบมองอยู่ไกลๆ ยิ้มกริ่มด้วยความดีใจที่นายหญิงของตนได้ "ถึงฝั่งฝัน" เสียที นางเดินไปกันบ่าวชายของท่านเจ้าคุณใหญ่ให้ออกไปห่างๆ มิให้ใครมาล่วงรู้บทรักอันแสนดุเดือดที่กำลังดำเนินอยู่ในยามนี้ ศึกรักครั้งนี้จบลงด้วยการที่แม่น้อยพลิกขึ้นมาโยกตัวกระหน่ำเพลงรักอย่างรุนแรงเพิ่มจังหวะความเร็วยิ่งกว่าควบม้าออกศึก โยกร่อนจนน้ำรักสีขาวขุ่นของท่านฉีดพ่นเข้าไปในร่องหลืบจนเต็มเปี่ยมล้นทะลักมาตามต้นขาอ่อนขาวเนียน นางฟุบลงบนอกของสามีอย่างอิ่มเอมใจ บัดนี้ความโหยหาได้ถูกเติมเต็ม และคำสัญญาของท่านเจ้าคุณใหญ่ที่ว่าจะกลับมาหาเป็นประจำก็เป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจที่แห้งผากมานานแสนนาน .....ยามบ่ายแก่ แสงแดดรำไรลอดผ่านพุ่มพฤกษาหนาทึบในป่าละเมาะหลังเรือนพระยาพิชัยยุทธ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงนกกระปูดร้องก้องและเสียงใบไม้ไหว แม่หญิงบัวคำ ในชุดนุ่งโจงกระเบนสั้นทะมัดทะแมง เผยให้เห็นเรียวขาแกร่งสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด กำลังยืนทบทวนกระบวนดาบอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ ทว่าแววตาของนางกลับวอกแวก ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครบางคน “นึกว่าเจ้าจะมัวแต่ฝึกดาบ จนลืมรสรักของพี่เสียแล้วแม่บัวคำ” เสียงทุ้มต่ำของ ท่านเจ้าคุณ ดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่รวบกอดเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่น บัวคำสะดุ้งตัวน้อยๆ ทว่ามิได้ขัดขืน นางพิงแผ่นหลังเข้ากับอกกว้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายบุรุษ “ท่านพี่มาเงียบเชียบเยี่ยงนักรบ... น้องหรืออุตส่าห์แอบหนีบ่าวไพร่มาที่นี่ เพราะรู้ว่าท่านพี่คงมิชอบรสรักที่จำเจบนเตียงในหอนอนบนเรือน” ท่านเจ้าคุณมิปล่อยให้เสียเวลา ท่านพลิกร่างของนางเสือสาวให้หันมาเผชิญหน้า พลางรั้งผ้าคาดเอวของนางออกจนเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบนวลเนียนขึ้นไปจนถึงปทุมถันคู่งามที่ชูชันท้าลมหนาว ท่านก้มลงบรรจงจูบซอกคอหอมกรุ่นปนกลิ่นเหงื่อจางๆ ของนางอย่างหิวกระหาย สองมือหนาฟอนเฟ้นบั
เมื่อบานประตูเรือนเล็กชายน้ำเปิดออก กลิ่นธูปหอมดอกราตรีโชยมาปะทะนาสิกพร้อมกับภาพที่ทำเอาท่านเจ้าคุณถึงกับแทบหยุดหายใจ แม่หญิงลำดวน ในยามนี้มิได้สวมอาภรณ์ชิ้นใดติดกาย นางนอนเอนหลังอยู่บนฟูกหนาในท่ากึ่งตะแคง กายอวบอัดสะท้อนแสงเทียนสีสลัวเป็นเงาวาวระยับ ขาข้างหนึ่งของนางชันขึ้นเผยให้เห็นเนินเนื้อโหนกนูนที่มีไรขนอ่อนบางปกคลุมอย่างยั่วยวน ร่องรูที่เพิ่งผ่านศึกหนักเมื่อเช้ายังคงแดงระเรื่อและดูเหมือนจะฉ่ำเยิ้มรอรับการเติมเต็มอีกครา “ท่านพี่เจ้าขา... น้องนึกว่าคุณหญิงจะขังท่านไว้บนเรือนใหญ่เสียแล้ว” ลำดวนเอ่ยเสียงพร่า พลางส่งสายตาหยาดเยิ้ม นางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามยอดอกอวบหยุ่นของตนเอง แล้วค่อยๆบดบี้จนมันแข็งเป็นไตสู้มือ ท่านเจ้าคุณก้าวเข้าไปหาประดุจพยัคฆ์ร้ายที่กระหายเหยื่อ ทว่ายังมิทันจะได้โน้มตัวลงกอดรัดม่ายสาว อีหนู และ อีเอื้อง ก็ก้าวออกมาจากหลังม่านบังตา ทั้งคู่เปลื้องผ้าออกจนเปลือยเปล่าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อีหนูคลานเข้าหาท่านเจ้าคุณพลางปลดผ้านุ่งของท่านออกอย่างรวดเร็ว ส่วนอีเอื้องขยับไปประคองร่างลำดวนให้ชันตัวขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน “พวกน้องจะช่วยแม่ลำดวน ‘รับมือ’ ท่านพี
เมื่อท่านเจ้าคุณก้าวเท้าขึ้นเรือนใหญ่ด้วยท่าทางอิดโรยและขาสั่นปานประหนึ่งนกปีกหัก ท่านก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็น คุณหญิง นั่งเป็นประธานอยู่บนตั่งไม้สัก ล้อมรอบด้วย อีหนู อีเอื้อง ยางจำปา ที่มารวมตัวกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึมทว่าแฝงประกายตาเจ้าเล่ห์ กลิ่นน้ำหอมอบร่ำโชยมาเตะจมูกท่านพร้อมกับบรรยากาศที่คุกรุ่นอย่างแปลกประหลาด “กลับมาเสียทีนะเจ้าคะคุณพี่...” คุณหญิงเอ่ยเสียงเรียบพลางจิบน้ำชา “ไปธุระราชการที่คุ้งน้ำไหนมาหรือเจ้าคะ ถึงได้กลับมาในสภาพเหมือนคนโดนรีดน้ำเค้นเนื้อจนหมดตัวเช่นนี้ อีอิ่มมันไปสืบมาหมดแล้วว่าท่านแอบไปกกแม่ม่ายลำดวนมาทั้งคืน หนำซ้ำยัง ‘เล่นพิเรนทร์’ กับร่องรูทวารหลังของนางอีกด้วย.." ท่านเจ้าคุณหน้าถอดสี จะอ้าปากอธิบายก็พูดไม่ออก เมื่อสี่สาวขยับเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ท่านโดนกักขังไว้กลางวงล้อมของเมียรัก “ในเมื่อท่านพี่มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือไปแจกจ่ายนางข้างนอก พวกน้องทั้งสี่ก็คงต้องขอ ‘เก็บภาษี’ คืนให้หนักหนากว่าที่ท่านไปเสียมาเจ้าค่ะ” คุณหญิงประกาศกร้าว พลางสั่งให้อีหนูกับอีเอื้องช่วยกันรั้งตัวท่านเจ้าคุณลงบนฟูกกว้างกลางห้อง คุณหญิงเริ่มลงทัณฑ์ด้วยการขึ้น
แม่หญิงบัวคำไม่ต้องการมาเป็นเมียในเรือนท่านเจ้าคุณ แต่พอใจที่จะมีอะไรกันด้วยความใคร่ตามความต้องการที่เกิดขึ้นมากกว่า นางขออยู่เรือนเดิม แต่พร้อมที่จะมีอะไรกับท่านได้เสมอ ท่านก็ไม่ได้ขัดใจอะไรนาง ท่านพยักหน้ายอมรับในความเด็ดเดี่ยวของแม่หญิงบัวคำ การมีเมียลับที่เก่งกาจอยู่ต่างเรือนก็เร้าใจไปอีกแบบ ทว่าในจังหวะที่ท่านกำลังจะลงเรือกลับนั้น สายตาของท่านก็ไปสะดุดเข้ากับ "แม่หญิงลำดวน" หญิงม่ายทรงเครื่องที่ยืนรอเรืออยู่ที่ท่าลัดตลิ่ง นางสวมสไบสีม่วงอ่อนบางเบาจนเห็นรอยรัดของผ้านมที่โอบอุ้มปทุมถันคู่อวบใหญ่จนแทบจะล้นทะลัก ทรวดทรงเอวองค์ของนางนั้นผุดผ่องดั่งคนอิ่มกามแต่กลับแฝงความนิ่งสงบที่ยั่วยวน ยามนางเดินบิดสะโพกขึ้นจากน้ำ ผ้านุ่งที่เปียกหมาดรัดรึงไปตามง่ามขาและเนินเนื้อที่หนาแน่น จนท่านเจ้าคุณถึงกับลอบกลืนน้ำลาย แข็งขืนขึ้นมาทันควันด้วยความอยากลำพองในเนื้อหนังมังสาที่สุกงอมเต็มที่เช่นนี้ ในเรือนเงียบสงัด แม่ลำดวนนอนกระสับกระส่ายบนที่นอน ภาพชายร่างกำยำที่มีสง่าราศี (ท่านเจ้าคุณ) ที่นางสบตาที่ท่าเรือยังติดตา นางจินตนาการถึงแผงอกกว้างและกลิ่นกายบุรุษจนกลางกายสาวเริ่มแฉะชื้น มือเรียวส
พายุกามกิจเพิ่งสงบลง แต่ดูเหมือน "พยัคฆ์ร้าย" อย่างท่านเจ้าคุณจะยังมิยอมคืนร่างเป็นแมวเชื่อง เมื่อคุณหญิงเหลือบมองลงไปเห็นท่อนสวรรค์ที่ยังคงตั้งตระหง่านชูชัน แม้จะผ่านศึกหนักกับสี่นางมาจนน้ำกามแทบเหือดแห้ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าหยอกสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ท่านพี่เจ้าขา... ของรักของท่านยังขยับเขยื้อนลำพองใจปานนี้ เห็นทีเรือนเราคงต้องขยับขยายที่หลับที่นอนเสียใหม่มั้งเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่อยากจะได้ 'นางไหน' มาช่วยพวกน้องผ่อนแรงเพิ่มอีกสักคน?" ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่าในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของท่านทำให้เมียบ่าวทั้งสามที่กำลังนอนหอบระรินต้องเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก ท่านเชยคางคุณหญิงขึ้นมาสบตา แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความต้องการที่ "พิสดาร" ยิ่งกว่าเดิม "หากเจ้าถามว่าอยากได้เมียแบบไหน... ข้าก็ชักจะเบื่อพวกสาวชาวบ้าน หรือสาววัยใสที่ยังมิประสีประสาเสียแล้วล่ะแม่นวล" ท่านเจ้าคุณเว้นจังหวะ พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยของคุณหญิง "คราวหน้า... ข้าอยากได้ นางรำแช่มช้อย หรือไม่ก็ แม่ครูจากสำนักนางใน ที่ช่ำชองกลเม็ดเผด็จศึก หรือถ้าจะให้เร้าใจกว่านั้น... ข้าอยากได้ เมียท
ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงริบหรี่ส่องสะท้อนผนังไม้สักจนเป็นเงาไหวระริก จำปาในยามนี้มิใช่เด็กสาวชาวบ้านที่ซื่อเซ่ออีกต่อไป ความสุขสมเสียวซ่านรัญจวนใจจากบทรักกลางลำน้ำได้ปลุกวิญญาณนางยั่วสวาทในกายให้ตื่น นางขึ้นมาคร่อมอยู่เบื้องบนกายท่านเจ้าคุณ ใช้ปากเลียปลายหัวบานของลำแกร่งท่านอันเป็นจุดอ่อนไหวอย่างไม่ประสีประสาแต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก แล้วคร่อมทับลำแกร่งพร้อมกับใช้ฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างยันลงบนอกที่มีมัดกล้ามแน่นหนา พลางโยกย้ายส่ายสะโพกวนเป็นวงกลมบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของท่านอย่างเร่าร้อน "โอ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ท่อนลำสวาทของท่านช่างแข็งแกร่งอุ่นร้อนยิ่งนัก จำปาอยากจะบดบี้มันอย่างนี้ไปทั้งวันทั้งคืน" นางกระซิบเสียงพร่าพลางโน้มตัวลงไป ใช้ปทุมถันคู่สวยที่เพิ่งตั้งเต้าเต่งตึงบดเบียดกับใบหน้าท่าน ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอด้วยความซ่านสยิว สองมือหนาตะโบมบีบเค้นตะโพกผายของนางอย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มขึ้นรอยนิ้ว ท่านพลิกกายจำปาให้ลงไปนอนหงายราบกับฟูก ยกขาทั้งสองข้างของนางขึ้นพาดบ่า แล้วโถมกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ดุดันรุนแรงประดุจพายุ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังสะท้อนก้องห้องหอ







