Beranda / รักโบราณ / สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ / บทที่ 7 สวาทสาวสี่นาง

Share

บทที่ 7 สวาทสาวสี่นาง

Penulis: W. Ziyen
last update Tanggal publikasi: 2026-01-29 20:44:16

ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงริบหรี่ส่องสะท้อนผนังไม้สักจนเป็นเงาไหวระริก จำปาในยามนี้มิใช่เด็กสาวชาวบ้านที่ซื่อเซ่ออีกต่อไป ความสุขสมเสียวซ่านรัญจวนใจจากบทรักกลางลำน้ำได้ปลุกวิญญาณนางยั่วสวาทในกายให้ตื่น นางขึ้นมาคร่อมอยู่เบื้องบนกายท่านเจ้าคุณ ใช้ปากเลียปลายหัวบานของลำแกร่งท่านอันเป็นจุดอ่อนไหวอย่างไม่ประสีประสาแต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก แล้วคร่อมทับลำแกร่งพร้อมกับใช้ฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างยันลงบนอกที่มีมัดกล้ามแน่นหนา พลางโยกย้ายส่ายสะโพกวนเป็นวงกลมบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของท่านอย่างเร่าร้อน

"โอ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ท่อนลำสวาทของท่านช่างแข็งแกร่งอุ่นร้อนยิ่งนัก จำปาอยากจะบดบี้มันอย่างนี้ไปทั้งวันทั้งคืน"

นางกระซิบเสียงพร่าพลางโน้มตัวลงไป ใช้ปทุมถันคู่สวยที่เพิ่งตั้งเต้าเต่งตึงบดเบียดกับใบหน้าท่าน ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอด้วยความซ่านสยิว สองมือหนาตะโบมบีบเค้นตะโพกผายของนางอย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มขึ้นรอยนิ้ว ท่านพลิกกายจำปาให้ลงไปนอนหงายราบกับฟูก ยกขาทั้งสองข้างของนางขึ้นพาดบ่า แล้วโถมกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ดุดันรุนแรงประดุจพายุ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังสะท้อนก้องห้องหอ ผสมกับเสียงเตียงไม้ที่สั่นระรัวตามแรงส่ง จำปาแอ่นกายรับทุกจังหวะทะลวงที่ทั้งลึกและหนักหน่วง นางบิดส่ายศีรษะไปมาจนเส้นผมสยายเต็มหมอน ปากอ้าค้างพยายามโกยเอาอากาศเข้าปอดท่านเจ้าคุณระดมกระแทกกระทั้นเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง แรงจ้วงทะลวงที่ทั้งลึกและรุนแรงทำให้จำปาตาเหลือกลอย นางกระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ท่านจับมันพลิกซ้ายขวาแล้วกระหน่ำแทงต่ออย่างไม่ปราณี ท่านเร่งจังหวะสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง จำปารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่าง นางเกร็งกระตุกจิกเล็บลงบนหลังท่านเจ้าคุณจนเลือดซิบ จนท่านเจ้าคุณระเบิดน้ำรักอุ่นซ่านเข้าสู่กายสาวระลอกแล้วระลอกเล่าจนเอ่อล้นออกมาเต็มง่ามขา จำปาอ้าปากค้างกรีดร้องสุดเสียงทว่าไร้ซึ่งสุ้มเสียง กลับมีเพียงเสียงครางแผ่วสั่นที่ถูกกักเก็บไว้ในลำคอ เพราะนางต้องใช้มือปิดปากตนเองไว้แน่นด้วยเกรงว่าเสียงจะดังไปถึงคุณหญิงบนเรือนใหญ่

ท่านเจ้าคุณกอดร่างสั่นเทาของเด็กสาวไว้ด้วยความพึงใจ ราตรีนี้ท่านได้ลิ้มรสความสดใหม่ที่เผ็ดร้อนจนอิ่มเอมใจยิ่งนัก

.....

บ่ายคล้อย...แสงแดดรำไรทอดผ่านบานหน้าต่างไม้สักสลักลาย ห้องโถงกว้างของคุณหญิงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมและน้ำอบในยามนี้ จำปา นั่งคุดคู้หมอบกราบอยู่บนพื้นกระดานที่ขัดจนเงาวับ ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความหวั่นเกรงต่อบารมีของเมียเอก แต่ทว่าในดวงตาคู่สวยนั้นกลับแฝงไปด้วยประกายไฟรักที่เพิ่งถูกจุดติดมาจากเมื่อคืน

“เงยหน้าขึ้นเถิดอีจำปา... มาใกล้ๆ ข้านี่”

คุณหญิงเอ่ยเสียงเรียบพลางโบกมือให้อีหนูและอีเอื้องขยับเข้าไปใกล้ๆนาง

“ข้าอยากจะเห็นนักว่า มัดกล้ามเนื้อ ผิวกาย และน้ำนวล ของลูกสาวช่างตีดาบ มันจะแน่นหนึบงามเปล่งปลั่งเหมือนดาบที่พ่อมึงตีมาถวายท่านพี่จริงหรือไม่”

อีหนูและอีเอื้องขยับเข้าประคองร่างจำปาให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะบรรจงปลดผ้าสไบและผ้าแถบออกจนหลุดลุ่ยลงไปกองกับพื้น เผยให้เห็นรูปโฉมวัยแรกแย้มที่สะคราญตา ผิวพรรณของนางมิได้ขาวนวลเหมือนคุณหญิง ทว่ากลับเป็นสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดและเต่งตึงไปทุกสัดส่วน ปทุมถันคู่เล็กทรงหยดน้ำชูชันปลายยอดสีระเรื่อรับกับช่วงเอวที่คอดกิ่วและสะโพกที่ผายออกอย่างสมบูรณ์แบบ

“รูปร่างมึงช่างหมดจดนัก... มิน่าเล่าท่านพี่ถึงได้พร่ำเพ้อไม่ขาดปาก”

คุณหญิงลุกจากตั่ง เดินวนรอบร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาว พลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและท่อนขาขาวผ่อง

“ข้างนอกงามเพียงนี้... ข้างในกายมึงรัดรึงท่านพี่ได้ขนาดไหน ข้าต้องพิสูจน์ด้วยมือข้าเอง”

คุณหญิงทรุดกายลงนั่งบนตั่งไม้แกะสลัก สั่งให้จำปาแยกขาออกกว้างท่ามกลางสายตาจดจ้องของอีหนูและอีเอื้อง มือเรียวของคุณหญิงค่อยๆ แหวกความชุ่มฉ่ำที่ซ่อนเร้นเผยให้เห็นกลีบกุหลาบสีสดที่ยังบวมช้ำน้อยๆ จากศึกเมื่อคืน คุณหญิงสอดนิ้วกลางเข้าสู่ร่องรูสวาทของเด็กสาวในทันที

“อ๊ะ... คุณหญิงเจ้าขา...”

จำปาสะดุ้งเฮือก พยายามจะรวบขาเข้าหากันด้วยความอายทว่าถูกอีหนูกับอีเอื้องช่วยกันรั้งไว้

“มึงขมิบสิ... ขมิบให้นิ้วข้าหักไปเลยยิ่งดี!”

คุณหญิงสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เมื่อจำปาพยายามปฏิบัติตาม นิ้วของคุณหญิงก็ถูกบีบรัดอย่างหนักหน่วงจนนางถึงกับรำพึงในลำคอ

“หนึบแน่นนัก! มิน่าเล่า... มึงดูดนิ้วข้าเสียจนขยับแทบมิออกเยี่ยงนี้ ท่านพี่คงจะสุขสมจนสำลักน้ำกามเป็นแน่”

ความรู้สึกที่นิ้วแล่นมาถึงในอกของคุณหญิงความรัญจวนก่อตัวขึ้นจนนางเริ่มมีอารมณ์ใคร่ตามไปด้วย นางถอนนิ้วออกแล้วปลดผ้านุ่งของตนลงเผยให้เห็นเนินเนื้อโหนกนูนที่ไร้การปิดบัง นางเอนกายลงพลางสั่งจำปาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยตัณหา

“มานี่... ข้าอยากรู้นักว่าลิ้นของมึงจะช่ำชองหรือไม่เลียเม็ดสวาทข้าเสียอีจำปา ทำเหมือนที่มึงทำกับท่านพี่เมื่อคืน... อย่าให้ข้าต้องรอนาน”

จำปาคลานเข้าไปหมอบลงระหว่างขาของคุณหญิง นางใช้เรียวลิ้นชมพูละเลียดวนรอบเม็ดสวาทที่ชูชันเข็งเป็นไต สลับกับการห่อริมฝีปากดูดดึงอย่างรุนแรงตามสัญชาตญาณที่เพิ่งตื่นรู้ ลิ้นของนางตวัดรัวเร็วและนุ่มนวลอย่างประหลาดจนคุณหญิงบิดกายเร่า สองมือจิกเกร็งลงบนบ่าของอีหนูและอีเอื้อง เสียงหอบหายใจของคุณหญิงดังระงมไปทั่วห้องหอ

“อื้มมม... ดีนักอีจำปา... ลิ้นมึงช่างร้ายกาจนัก... อ๊ะ... แรงอีก!”

คุณหญิงหวีดร้องแผ่วเบา ยามที่ลิ้นของเด็กสาวรัวตวัดจนนางบรรลุถึงจุดสุดยอดในพริบตา น้ำรักที่หวานฉ่ำรินรดเต็มใบหน้าจำปา แต่นางกลับมิถอยหนี กลับยิ่งดูดชิมรสชาติเหล่านั้นอย่างโหยหิว

คุณหญิงหอบตัวโยน พลางลูบหัวอจำปาอย่างเอ็นดู

“ผ่าน... มึงผ่านเกณฑ์ของกูแล้วอีจำปา เตรียมตัวให้ดี เย็นนี้ข้าจะให้มึงไปรับใช้ท่านพี่พร้อมกับพวกข้าทั้งสามคน!”

......

พายุสวาทบนเรือนใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้นจากความสัมพันธ์อันแนบแน่นของสี่นวลนาง ก่อนที่ท่านเจ้าคุณจะก้าวเข้ามา สมรภูมิรักบนเตียงกว้างถูกปูทางไว้ด้วยกลิ่นกายและน้ำหวานที่รินรด อีหนูโน้มตัวลงบีบเค้นเต้าปทุมถันของจำปา พลางก้มลงดูดดึงยอดอกที่ชูชันอย่างหิวกระหาย ในขณะที่อีเอื้องหมอบลงเบื้องล่าง ใช้เรียวลิ้นรัวตวัดเม็ดสวาทของจำปาจนเด็กสาวชาวบ้านบิดส่ายสะโพกเร่า ส่วนจำปาเองก็มิยอมน้อยหน้า นางซบหน้าลงกับโคกอวบนูนของคุณหญิง ทั้งเลียทั้งดูดกลืนน้ำรักในร่องสวาทอย่างหิวกระหายจนคุณหญิงครางกระเส่า มือเรียวของคุณหญิงมิได้ว่างเปล่า นางสอดนิ้วเข้าเขี่ยบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของอีหนูและอีเอื้องสลับไปมา จนทั้งห้องหออวลไปด้วยเสียงหอบหายใจและกลิ่นกามคุณที่เข้มข้น

เมื่อท่านเจ้าคุณก้าวขึ้นสู่เตียงตั่ง สายตาของท่านวาวโรจน์ยามเห็นภาพนารีเริงระบำ ท่านขยับเข้าหาคุณหญิงเป็นคนแรกเพื่อยกย่องในฐานะเมียเอก ท่านบรรจงจูบตามไรผมและซอกคออย่างอ่อนหวาน พลางพร่ำบอกคำรักชิดใบหน้า จังหวะการสอดแทรกกายเข้าสู่คุณหญิงนั้นเป็นไปอย่างละเมียดละไม ทะนุถนอมทว่าหนักแน่นในทุกแรงส่ง ท่านค่อยๆ ขยับกายเนิบนาบให้คุณหญิงได้ซึมซับความใหญ่โตอย่างช้าๆ สร้างความรัญจวนใจที่ล้ำลึกจนคุณหญิงน้ำตาคลอด้วยความสุขสม ท่านเจ้าคุณโหมกระพือไฟรักจนคุณหญิงแอ่นกายรับแรงกระแทกสุดท้าย พลางหวีดร้องแผ่วเบาซบหน้าลงกับอกแกร่ง บรรลุถึงสรวงสวรรค์ชั้นฟ้าอย่างสมศักดิ์ศรีเมียเอกผู้เป็นใหญ่ในเรือน

ทันทีที่คุณหญิงอ่อนระทวยลง เหล่าเมียบ่าวทั้งสามก็รุมล้อมเข้าหาท่านเจ้าคุณประดุจฝูงผึ้งรุมตอมเกสร อีหนูและอีเอื้องผลัดกันดูดเลียแก่นกายแกร่งจนมันพองโตขยายขนาดขึ้นอีกเท่าตัว ส่วนจำปาขยับขึ้นคร่อมหน้าท่านเจ้าคุณ ให้ท่านได้ลิ้มรสความสดใหม่จากร่องรูของนางอย่างใกล้ชิด ท่านเจ้าคุณเริ่มบรรเลงบทรักที่ดุดันขึ้น ท่านกระหน่ำแทงเข้าสู่ร่องรูสวาทของอีหนูจนนางระเบิดความสุขสมออกมาเป็นคนแรก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องไปทั้งเรือน

จากนั้นท่านพลิกกายเข้าหาอีเอื้อง ทะลวงความแข็งแกร่งเข้าสู่ความนุ่มนวลอย่างไม่ยั้งแรง จนอีเอื้องตาเหลือกลอย กระตุกเกร็งจนน้ำรักทะลักท่วมเตียงตามพี่สาวไปอีกคน

"มานี่อีจำปา... ถึงทีของมึงแล้ว..."

ท่านเจ้าคุณคำรามพลางกระชากร่างเด็กสาวชาวบ้านมาไว้ใต้ร่าง ท่านสอดแทรกกายเข้าสู่ความหนึบแน่นที่แสนรัดรึงของจำปา ท่ามกลางสายตาของคุณหญิงและเมียบ่าวรุ่นพี่ที่คอยบีบนวดและเลียปลุกเร้าตามร่างกายของท่าน ท่านระดมกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่งเน้นย้ำความรุนแรงในทุกจังหวะ จนจำปาร้องโหยกวนขอชีวิต..แต่ไร้สุ้มเสียง ร่างกายของนางบีบรัดท่านไว้แน่นหนึบประดุจคีมเหล็ก จนในที่สุดท่านเจ้าคุณก็ระเบิดน้ำกามระลอกมหาศาลเข้าสู่กายอีจำปาจนเปี่ยมล้น ทั้งห้าร่างล้มลงหอบหายใจสอดประสานกันท่ามกลางกองน้ำรักที่ท่วมท้น เป็นราตรีที่ไม่มีวันลืมเลือนของเรือนใหญ่แห่งนี้

.....

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 33 ฉีกกลีบซากุระ

    แสงเทียนในห้องโถงสลัวรางสะท้อนกับผนังกระดาษสีขาวนวล กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาเขียวมัทฉะที่โอฮานะบรรจงชงด้วยท่วงท่าเนิบนาบดุจดั่งงานศิลปะแห่งการเคลื่อนไหว ผสมผสานกับเสียงสายซามิเซ็ง ที่ดีดเพลงสะท้อนอารมณ์เปลี่ยวเหงาและเย้ายวนใจ บรรยากาศโดยรอบที่เงียบสงัดทำให้ภายในเรือนไม้ไผ่ส่งให้การจิบชาของท่านเจ้าคุณส่งเสียงดังเป็นจังหวะเหมือนการจูบจุมพิตผิวน้ำจากบุรุษสยามไปยังชาหอมๆ ของสตรีแดนอาทิตย์อุทัย เมื่อถ้วยชาถูกวางลง ความนิ่งสงบก็พังทลายกลายเป็นม่านสวาท โอฮานะค่อยๆ ปลดปมสายคาดเอวโอบิอย่างแช่มช้า กิโมโนผ้าไหมสีดอกซากุระหลุดร่วงจากไหล่เนียนละเอียด เผยให้เห็นท่อนบนที่ขาวผ่องราวกับสลักจากงาช้าง ทรวงอกอิ่มที่ชูชันประดับด้วยยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อสั่นไหวตามจังหวะการร่ายรำที่เน้นการบิดสะโพกและโยกย้ายสรีระอย่างจงใจ ท่านเจ้าคุณรู้สึกได้ถึงจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้น มันถูกหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันทั้งผู้ร่ายรำ ผู้ชม และเสียงดนตรี มังกรยักษ์ตาเดียวภายใต้โจงกระเบนขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะ แข็งขืนท้าทายทุกโสตสัมผัสที่ถูกปลุกเร้า โอฮานะมองเห็นความปรารถนาที่พุ่งพล่านนั้นผ่านแววตาของท่านเจ้าคุณ นางจึงคล

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 32 สยบพยัคฆ์มังกร

    ภารกิจที่เกาะสีชังครานี้ช่างวิกฤตนัก เพราะหากฝิ่นมหาศาลเหล่านั้นหลุดรอดเข้าสู่พระนคร แผ่นดินสยามคงต้องเผชิญกับหายนะยิ่งกว่าสงครามครั้งไหนๆ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงครามมิรอช้า หลังจากกำราบเหมยลี่จนสิ้นฤทธิ์ ท่านก็ผลัดผ้าสวมชุดรัดกุมสีเข้ม ลอบลงเรือเร็วสายฟ้ามุ่งหน้าสู่เกาะสีชังท่ามกลางความมืดมิด ณ อ่าวลับหลังเกาะสีชัง เรือสำเภาจีนสามลำจอดนิ่งสงบ ทว่าบนดาดฟ้ากลับเต็มไปด้วยเวรยามอาวุธครบมือ ท่านเจ้าคุณใช้พละกำลังและวิชาตัวเบาลอบขึ้นเรือลำประธาน ท่านพบว่าผู้ที่ควบคุมเรือมิใช่ชายฉกรรจ์เพียงอย่างเดียว แต่มีสิบนางพยัคฆ์สมุทรนักรบหญิงจากสำนักคุ้มภัยแดนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องการต่อสู้ด้วยร่างกายและพิษสง ท่านเจ้าคุณลอบเข้าไปถึงห้องเก็บสินค้าใต้ท้องเรือ กลิ่นดิบชื้นของฝิ่นดิบหลายร้อยหีบโชยมาปะทะจมูก ทว่าก่อนที่จะลงมือทำลาย ท่านกลับถูกล้อมไว้โดยนางพยัคฆ์สาวห้านางในชุดผ้าป่านสีดำสั้น พวกนางมิได้ใช้ดาบ แต่ใช้เชือกไหมคล้องวิญญาณพยายามพันธนาการร่างกายของท่านไว้ “คิดจะมาทำลายสมบัติขององค์จักรพรรดิรึ... ข้ามศพพวกเราไปก่อนเถิด!” หัวหน้านางพยัคฆ์นาม ซูชิง... ตวาดก้องก่อนจะกระโจนเข้าหา ทว่าท่านเ

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 31 ทลายม่านมุกมังกร

    ภายในห้องลับหลังม่านมุกของโรงน้ำชาเมฆาหอม บรรยากาศเงียบสงัดและเย็นเยือกจนผิดปกติ แสงเทียนสลัวสะท้อนลงบนเตียงหยกขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง หยกก้อนเดียวสีเขียวมรกตที่ถูกขัดจนเงาวาวประดุจกระจก ทอประกายไอเย็นจางๆ ออกมาตลอดเวลา เหมยลี่นางมังกรสาวในชุดกี่เพ้าผ้าไหมบางเบาเดินนำท่านเจ้าคุณเข้าไปใกล้เตียงหยกนั้น “ท่านเจ้าคุณเจ้าขา... นี่คือเตียงหยกเย็นที่ส่งตรงมาจากเขาเทียนซาน แห่งจีนแผ่นดินใหญ่” เสียงของเหมยลี่กระซิบแผ่วเบาพลางปลดกระดุมกี่เพ้าออกทีละเม็ดเผยให้เห็นไหล่เนียนขาวประดุจหิมะ แต่ดูช่างร้อนแรงพอที่จะละลายใจชายชาวสยามได้ทุกคน “มันมิใช่เพียงเครื่องเรือน ทว่าคืออุปกรณ์ฝึกปรือวิชาหยกแช่น้ำแข็ง... ที่ใช้ความเย็นสุดขั้วกระตุ้นกำหนัดและมัดกายบุรุษให้สยบยอม” ท่านเจ้าคุณยิ้มกริ่ม แววตาคมกริบฉายประกายท้าทาย ท่านมิเคยกลัวความเย็น ทว่ากลับปรารถนาจะพิสูจน์กำลังของตนว่าจะต้านทานศาสตร์เร้นลับนี้ได้เพียงใด ท่านจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นกายแกร่งกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่อัดอั้นด้วยไฟราคะ ท่านก้าวขึ้นไปบนเตียงหยก ทันทีที่ผิวเนื้อสัมผัสกับพื้นหยก ไอเย

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 30 ปราบนางพรายแห่งเปอร์เซีย

    นางรานี นามเต็มคือ "รานี ซูไลกา" มิใช่เพียงบุตรีเศรษฐีเดินเรือธรรมดา แต่เป็นถึงสตรีสูงศักดิ์สายเลือดขัตติยาจากแคว้นกุจราตทางตอนเหนือของอินเดีย นางคือกุญแจดอกสำคัญที่ถือครองแผนที่เส้นทางเดินเรือลับและการกระจายสินค้าที่เปอร์เซียพยายามช่วงชิง การที่นางถูกสลัดแขกอินเดียยึดเรือและกักขังไว้นั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนการตัดหน้าในเจรจากับสยาม เพื่อให้เปอร์เซียกลายเป็นผู้ถือดุลอำนาจทางการค้าแต่เพียงผู้เดียว รานี ซูไลกา นั้นงามหยาดเยิ้มประดุจรูปปั้นหินอ่อนในวิหารโบราณ นางมีผิวพรรณสีน้ำผึ้งนวลละเอียดมีกลิ่นหอมกรุ่นของดอกมะลิและเครื่องหอมชั้นสูงที่ล้ำค่า นัยน์ตาคมกริบสีอำพันซ่อนแววฉลาดเฉลียวและเย่อหยิ่งไว้ภายใต้แพขนตายาวงอน อาภรณ์ชุดส่าหรีสีแดงปักดิ้นทองที่หลุดลุ่ยรุงรังยิ่งขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้ดูยั่วยวน โดยเฉพาะทรวงอกอิ่มที่ใหญ่โตเกินตัวและเอวคอดกิ่วที่รับกับสะโพกผึ่งผายประดุจเหยือกเหล้าชั้นดี ท่านเจ้าคุณมองเห็นและสัมผัสรัศมีพิเศษทางเพศที่แผ่ออกมาจากตัวนาง นางถูกฝึกปรือศาสตร์แห่งกามสูตร ขั้นสูงมาตั้งแต่ยังเยาว์ เป็นวิชาที่ใช้ควบคุมลมหายใจและจังหวะของร่างกายให้สอดประสานกับบุรุษเพศจนสาม

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 29 สงครามการค้าเริ่มขึ้น

    ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 28 สิ้นสุดราชการรักจากปักษ์ใต้

    ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status