แชร์

บทที่ 7 สวาทสาวสี่นาง

ผู้เขียน: W. Ziyen
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-29 20:44:16

ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงริบหรี่ส่องสะท้อนผนังไม้สักจนเป็นเงาไหวระริก จำปาในยามนี้มิใช่เด็กสาวชาวบ้านที่ซื่อเซ่ออีกต่อไป ความสุขสมเสียวซ่านรัญจวนใจจากบทรักกลางลำน้ำได้ปลุกวิญญาณนางยั่วสวาทในกายให้ตื่น นางขึ้นมาคร่อมอยู่เบื้องบนกายท่านเจ้าคุณ ใช้ปากเลียปลายหัวบานของลำแกร่งท่านอันเป็นจุดอ่อนไหวอย่างไม่ประสีประสาแต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก แล้วคร่อมทับลำแกร่งพร้อมกับใช้ฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างยันลงบนอกที่มีมัดกล้ามแน่นหนา พลางโยกย้ายส่ายสะโพกวนเป็นวงกลมบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของท่านอย่างเร่าร้อน

"โอ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ท่อนลำสวาทของท่านช่างแข็งแกร่งอุ่นร้อนยิ่งนัก จำปาอยากจะบดบี้มันอย่างนี้ไปทั้งวันทั้งคืน"

นางกระซิบเสียงพร่าพลางโน้มตัวลงไป ใช้ปทุมถันคู่สวยที่เพิ่งตั้งเต้าเต่งตึงบดเบียดกับใบหน้าท่าน ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอด้วยความซ่านสยิว สองมือหนาตะโบมบีบเค้นตะโพกผายของนางอย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มขึ้นรอยนิ้ว ท่านพลิกกายจำปาให้ลงไปนอนหงายราบกับฟูก ยกขาทั้งสองข้างของนางขึ้นพาดบ่า แล้วโถมกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ดุดันรุนแรงประดุจพายุ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังสะท้อนก้องห้องหอ ผสมกับเสียงเตียงไม้ที่สั่นระรัวตามแรงส่ง จำปาแอ่นกายรับทุกจังหวะทะลวงที่ทั้งลึกและหนักหน่วง นางบิดส่ายศีรษะไปมาจนเส้นผมสยายเต็มหมอน ปากอ้าค้างพยายามโกยเอาอากาศเข้าปอดท่านเจ้าคุณระดมกระแทกกระทั้นเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง แรงจ้วงทะลวงที่ทั้งลึกและรุนแรงทำให้จำปาตาเหลือกลอย นางกระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ท่านจับมันพลิกซ้ายขวาแล้วกระหน่ำแทงต่ออย่างไม่ปราณี ท่านเร่งจังหวะสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง จำปารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่าง นางเกร็งกระตุกจิกเล็บลงบนหลังท่านเจ้าคุณจนเลือดซิบ จนท่านเจ้าคุณระเบิดน้ำรักอุ่นซ่านเข้าสู่กายสาวระลอกแล้วระลอกเล่าจนเอ่อล้นออกมาเต็มง่ามขา จำปาอ้าปากค้างกรีดร้องสุดเสียงทว่าไร้ซึ่งสุ้มเสียง กลับมีเพียงเสียงครางแผ่วสั่นที่ถูกกักเก็บไว้ในลำคอ เพราะนางต้องใช้มือปิดปากตนเองไว้แน่นด้วยเกรงว่าเสียงจะดังไปถึงคุณหญิงบนเรือนใหญ่

ท่านเจ้าคุณกอดร่างสั่นเทาของเด็กสาวไว้ด้วยความพึงใจ ราตรีนี้ท่านได้ลิ้มรสความสดใหม่ที่เผ็ดร้อนจนอิ่มเอมใจยิ่งนัก

.....

บ่ายคล้อย...แสงแดดรำไรทอดผ่านบานหน้าต่างไม้สักสลักลาย ห้องโถงกว้างของคุณหญิงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมและน้ำอบในยามนี้ จำปา นั่งคุดคู้หมอบกราบอยู่บนพื้นกระดานที่ขัดจนเงาวับ ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความหวั่นเกรงต่อบารมีของเมียเอก แต่ทว่าในดวงตาคู่สวยนั้นกลับแฝงไปด้วยประกายไฟรักที่เพิ่งถูกจุดติดมาจากเมื่อคืน

“เงยหน้าขึ้นเถิดอีจำปา... มาใกล้ๆ ข้านี่”

คุณหญิงเอ่ยเสียงเรียบพลางโบกมือให้อีหนูและอีเอื้องขยับเข้าไปใกล้ๆนาง

“ข้าอยากจะเห็นนักว่า มัดกล้ามเนื้อ ผิวกาย และน้ำนวล ของลูกสาวช่างตีดาบ มันจะแน่นหนึบงามเปล่งปลั่งเหมือนดาบที่พ่อมึงตีมาถวายท่านพี่จริงหรือไม่”

อีหนูและอีเอื้องขยับเข้าประคองร่างจำปาให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะบรรจงปลดผ้าสไบและผ้าแถบออกจนหลุดลุ่ยลงไปกองกับพื้น เผยให้เห็นรูปโฉมวัยแรกแย้มที่สะคราญตา ผิวพรรณของนางมิได้ขาวนวลเหมือนคุณหญิง ทว่ากลับเป็นสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดและเต่งตึงไปทุกสัดส่วน ปทุมถันคู่เล็กทรงหยดน้ำชูชันปลายยอดสีระเรื่อรับกับช่วงเอวที่คอดกิ่วและสะโพกที่ผายออกอย่างสมบูรณ์แบบ

“รูปร่างมึงช่างหมดจดนัก... มิน่าเล่าท่านพี่ถึงได้พร่ำเพ้อไม่ขาดปาก”

คุณหญิงลุกจากตั่ง เดินวนรอบร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาว พลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและท่อนขาขาวผ่อง

“ข้างนอกงามเพียงนี้... ข้างในกายมึงรัดรึงท่านพี่ได้ขนาดไหน ข้าต้องพิสูจน์ด้วยมือข้าเอง”

คุณหญิงทรุดกายลงนั่งบนตั่งไม้แกะสลัก สั่งให้จำปาแยกขาออกกว้างท่ามกลางสายตาจดจ้องของอีหนูและอีเอื้อง มือเรียวของคุณหญิงค่อยๆ แหวกความชุ่มฉ่ำที่ซ่อนเร้นเผยให้เห็นกลีบกุหลาบสีสดที่ยังบวมช้ำน้อยๆ จากศึกเมื่อคืน คุณหญิงสอดนิ้วกลางเข้าสู่ร่องรูสวาทของเด็กสาวในทันที

“อ๊ะ... คุณหญิงเจ้าขา...”

จำปาสะดุ้งเฮือก พยายามจะรวบขาเข้าหากันด้วยความอายทว่าถูกอีหนูกับอีเอื้องช่วยกันรั้งไว้

“มึงขมิบสิ... ขมิบให้นิ้วข้าหักไปเลยยิ่งดี!”

คุณหญิงสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เมื่อจำปาพยายามปฏิบัติตาม นิ้วของคุณหญิงก็ถูกบีบรัดอย่างหนักหน่วงจนนางถึงกับรำพึงในลำคอ

“หนึบแน่นนัก! มิน่าเล่า... มึงดูดนิ้วข้าเสียจนขยับแทบมิออกเยี่ยงนี้ ท่านพี่คงจะสุขสมจนสำลักน้ำกามเป็นแน่”

ความรู้สึกที่นิ้วแล่นมาถึงในอกของคุณหญิงความรัญจวนก่อตัวขึ้นจนนางเริ่มมีอารมณ์ใคร่ตามไปด้วย นางถอนนิ้วออกแล้วปลดผ้านุ่งของตนลงเผยให้เห็นเนินเนื้อโหนกนูนที่ไร้การปิดบัง นางเอนกายลงพลางสั่งจำปาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยตัณหา

“มานี่... ข้าอยากรู้นักว่าลิ้นของมึงจะช่ำชองหรือไม่เลียเม็ดสวาทข้าเสียอีจำปา ทำเหมือนที่มึงทำกับท่านพี่เมื่อคืน... อย่าให้ข้าต้องรอนาน”

จำปาคลานเข้าไปหมอบลงระหว่างขาของคุณหญิง นางใช้เรียวลิ้นชมพูละเลียดวนรอบเม็ดสวาทที่ชูชันเข็งเป็นไต สลับกับการห่อริมฝีปากดูดดึงอย่างรุนแรงตามสัญชาตญาณที่เพิ่งตื่นรู้ ลิ้นของนางตวัดรัวเร็วและนุ่มนวลอย่างประหลาดจนคุณหญิงบิดกายเร่า สองมือจิกเกร็งลงบนบ่าของอีหนูและอีเอื้อง เสียงหอบหายใจของคุณหญิงดังระงมไปทั่วห้องหอ

“อื้มมม... ดีนักอีจำปา... ลิ้นมึงช่างร้ายกาจนัก... อ๊ะ... แรงอีก!”

คุณหญิงหวีดร้องแผ่วเบา ยามที่ลิ้นของเด็กสาวรัวตวัดจนนางบรรลุถึงจุดสุดยอดในพริบตา น้ำรักที่หวานฉ่ำรินรดเต็มใบหน้าจำปา แต่นางกลับมิถอยหนี กลับยิ่งดูดชิมรสชาติเหล่านั้นอย่างโหยหิว

คุณหญิงหอบตัวโยน พลางลูบหัวอจำปาอย่างเอ็นดู

“ผ่าน... มึงผ่านเกณฑ์ของกูแล้วอีจำปา เตรียมตัวให้ดี เย็นนี้ข้าจะให้มึงไปรับใช้ท่านพี่พร้อมกับพวกข้าทั้งสามคน!”

......

พายุสวาทบนเรือนใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้นจากความสัมพันธ์อันแนบแน่นของสี่นวลนาง ก่อนที่ท่านเจ้าคุณจะก้าวเข้ามา สมรภูมิรักบนเตียงกว้างถูกปูทางไว้ด้วยกลิ่นกายและน้ำหวานที่รินรด อีหนูโน้มตัวลงบีบเค้นเต้าปทุมถันของจำปา พลางก้มลงดูดดึงยอดอกที่ชูชันอย่างหิวกระหาย ในขณะที่อีเอื้องหมอบลงเบื้องล่าง ใช้เรียวลิ้นรัวตวัดเม็ดสวาทของจำปาจนเด็กสาวชาวบ้านบิดส่ายสะโพกเร่า ส่วนจำปาเองก็มิยอมน้อยหน้า นางซบหน้าลงกับโคกอวบนูนของคุณหญิง ทั้งเลียทั้งดูดกลืนน้ำรักในร่องสวาทอย่างหิวกระหายจนคุณหญิงครางกระเส่า มือเรียวของคุณหญิงมิได้ว่างเปล่า นางสอดนิ้วเข้าเขี่ยบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของอีหนูและอีเอื้องสลับไปมา จนทั้งห้องหออวลไปด้วยเสียงหอบหายใจและกลิ่นกามคุณที่เข้มข้น

เมื่อท่านเจ้าคุณก้าวขึ้นสู่เตียงตั่ง สายตาของท่านวาวโรจน์ยามเห็นภาพนารีเริงระบำ ท่านขยับเข้าหาคุณหญิงเป็นคนแรกเพื่อยกย่องในฐานะเมียเอก ท่านบรรจงจูบตามไรผมและซอกคออย่างอ่อนหวาน พลางพร่ำบอกคำรักชิดใบหน้า จังหวะการสอดแทรกกายเข้าสู่คุณหญิงนั้นเป็นไปอย่างละเมียดละไม ทะนุถนอมทว่าหนักแน่นในทุกแรงส่ง ท่านค่อยๆ ขยับกายเนิบนาบให้คุณหญิงได้ซึมซับความใหญ่โตอย่างช้าๆ สร้างความรัญจวนใจที่ล้ำลึกจนคุณหญิงน้ำตาคลอด้วยความสุขสม ท่านเจ้าคุณโหมกระพือไฟรักจนคุณหญิงแอ่นกายรับแรงกระแทกสุดท้าย พลางหวีดร้องแผ่วเบาซบหน้าลงกับอกแกร่ง บรรลุถึงสรวงสวรรค์ชั้นฟ้าอย่างสมศักดิ์ศรีเมียเอกผู้เป็นใหญ่ในเรือน

ทันทีที่คุณหญิงอ่อนระทวยลง เหล่าเมียบ่าวทั้งสามก็รุมล้อมเข้าหาท่านเจ้าคุณประดุจฝูงผึ้งรุมตอมเกสร อีหนูและอีเอื้องผลัดกันดูดเลียแก่นกายแกร่งจนมันพองโตขยายขนาดขึ้นอีกเท่าตัว ส่วนจำปาขยับขึ้นคร่อมหน้าท่านเจ้าคุณ ให้ท่านได้ลิ้มรสความสดใหม่จากร่องรูของนางอย่างใกล้ชิด ท่านเจ้าคุณเริ่มบรรเลงบทรักที่ดุดันขึ้น ท่านกระหน่ำแทงเข้าสู่ร่องรูสวาทของอีหนูจนนางระเบิดความสุขสมออกมาเป็นคนแรก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องไปทั้งเรือน

จากนั้นท่านพลิกกายเข้าหาอีเอื้อง ทะลวงความแข็งแกร่งเข้าสู่ความนุ่มนวลอย่างไม่ยั้งแรง จนอีเอื้องตาเหลือกลอย กระตุกเกร็งจนน้ำรักทะลักท่วมเตียงตามพี่สาวไปอีกคน

"มานี่อีจำปา... ถึงทีของมึงแล้ว..."

ท่านเจ้าคุณคำรามพลางกระชากร่างเด็กสาวชาวบ้านมาไว้ใต้ร่าง ท่านสอดแทรกกายเข้าสู่ความหนึบแน่นที่แสนรัดรึงของจำปา ท่ามกลางสายตาของคุณหญิงและเมียบ่าวรุ่นพี่ที่คอยบีบนวดและเลียปลุกเร้าตามร่างกายของท่าน ท่านระดมกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่งเน้นย้ำความรุนแรงในทุกจังหวะ จนจำปาร้องโหยกวนขอชีวิต..แต่ไร้สุ้มเสียง ร่างกายของนางบีบรัดท่านไว้แน่นหนึบประดุจคีมเหล็ก จนในที่สุดท่านเจ้าคุณก็ระเบิดน้ำกามระลอกมหาศาลเข้าสู่กายอีจำปาจนเปี่ยมล้น ทั้งห้าร่างล้มลงหอบหายใจสอดประสานกันท่ามกลางกองน้ำรักที่ท่วมท้น เป็นราตรีที่ไม่มีวันลืมเลือนของเรือนใหญ่แห่งนี้

.....

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 29 สงครามการค้าเริ่มขึ้น

    ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 28 สิ้นสุดราชการรักจากปักษ์ใต้

    ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 27 รับขวัญนารีในเรือน

    เมื่อพายุสวาทรอบแรกสงบลง คุณหญิงนวลที่บัดนี้อิ่มเอมด้วยน้ำรักจนผิวพรรณดูเปล่งปลั่งก็ลุกขึ้นแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง นางหันมามองท่านเจ้าคุณที่นอนทอดกายอยู่บนฟูกด้วยสายตาที่รู้ใจพยัคฆ์ดีกว่าใคร นางมิได้หึงหวงจนปิดกั้น ทว่ากลับเรียกบ่าวคนสนิทให้ยกสำรับยาบำรุงที่ปรุงจากโสมคนและกำลังเสือโคร่งเคี่ยวกับน้ำผึ้งป่ามาวางไว้ข้างเตียง “รับประทานเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะท่านพี่” คุณหญิงนวลยิ้มกริ่มพลางส่งถ้วยยาให้ “นวลน่ะอิ่มแล้ว ทว่าแม่พวกที่เหลือเขายังหิวกันนัก เห็นมาด้อมๆ มองๆ กันอยู่ที่หน้าเรือน นวลจึงจัดให้แม่ลำดวนกับแม่บัวคำเข้ามาปรนนิบัติท่านพี่พร้อมกันเสียเลย จะได้มิเสียเวลาเจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณดื่มยาบำรุงรสเข้มข้นจนหมดถ้วย พลันรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด พลังแกร่งที่เพิ่งจะหลั่งไหลไปกลับดีดตัวขึ้นมาผงาดง้ำอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่คุณหญิงนวลก้าวพ้นประตูออกไป สตรีสองนางที่งามเด่นคนละแบบก็คลานเข่าเข้ามาในห้อง แม่หญิงลำดวน อนุภรรยาผู้อ่อนหวานมาในชุดผ้าสไบสีเหลืองอ่อนบางเบา ส่วน แม่บัวคำนักรบหญิงแกร่งที่คุณหญิงให้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุอีกคนหนึ่งนั้นมาในชุดนุ

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 26 รอยสวาท

    ท่ามกลางแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาเรือนพิกุล แม่หญิงสร้อยแอบซุ่มดูอยู่หลังม่านไม้ระแนงถึงกับใจสั่นสะท้านไปทั้งทรวง นางเห็นทุกจังหวะจะโคน เห็นร่างของพี่สาวบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำของท่านเจ้าคุณ เห็นความยิ่งใหญ่ที่นางเคยสัมผัสกำลังจ้วงทะลวงเข้าออกในกายของจันทราจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น กลิ่นคาวรักที่อบอวลปนกับกลิ่นดอกพิกุลและเสียงครางระงมของพี่สาว ทำให้ความสาวในกายของสร้อยที่เพิ่งจะมอดไปเมื่อไม่นานกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง นางเอามือกุมหน้าอกที่กระเพื่อมไหว กายส่วนล่างของนางเริ่มหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่มสไบ มือที่กุมหน้าอกเผลอไผลบีบเค้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใต้ผ้าแพรแถบที่พันหน้าอกไว้ถูกปลายถันดันขึ้นมาจนเห็นเป็นเม็ดชัดเจน มันแข็งเป็นไตบ่งยอกอารมณ์ภายในที่ถวิลหาแก่นกายของท่านอีกครั้ง เมื่อท่านเจ้าคุณระเบิดน้ำรักเฮือกสุดท้ายฉีดอัดเข้าสู่กายแม่หญิงจันทราจนนางเหลือกตาโพลงแล้วสลบเหมือดไปนั้น ท่านเจ้าคุณที่หอบหายใจถี่ด้วยความซ่านเสียวก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเงาร่างอรชรเดินสั่นเทาออกมาจากมุมมืด “ท่านเจ้าขา... ฉันทนดูเฉยๆ มิไหวแล้วเจ้าค่ะ” แม่หญิงสร้อยคลานเข่าเข้ามาหาท

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 25 กลับสู่พระนคร

    พริบตาที่น้ำรักอาคมของท่านเจ้าคุณฉีดพุ่งเข้าสู่ร่องรูสวาทของแม่มดร้ายแสงดาวจนล้นปรี่ ร่างที่เคยดูอวบอัดเย้ายวนด้วยมนต์ดำพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสยดสยอง ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงเริ่มเหี่ยวย่น แห้งกรัง ปริแตกลอกออกเป็นสะเก็ดสีดำ กลายเป็นไอควันเหม็นไหม้คละคลุ้ง พุ่งออกจากทวารทั้งเก้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณชั่วร้ายที่ถูกขับไล่ “อ๊ากกกกกก!!!” เสียงทุ้มต่ำของแม่มดที่ซ้อนอยู่ภายในค่อยๆ แหบแห้งลง ก่อนจะสลายกลายเป็นเพียงเศษเถ้าถ่านที่ปลิวหายไปในอากาศ ที่เหลืออยู่บนแท่นหินมิใช่แม่มดแสงดาวผู้โหดเหี้ยมอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็นร่างของเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ดูอ่อนเยาว์และบอบบาง นางนอนหายใจรวยริน ผิวพรรณกลับมานวลเนียนเป็นธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น แม้จะดูอิดโรยแต่ร่องรอยแห่งอาคมโฉดได้มลายสิ้นไปแล้ว สายลับสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ถึงกับทิ้งดาบในมือแล้วโผเข้าไปหาเด็กสาวผู้นั้นด้วยอาการตื่นตะลึง “นารี... นารีจริงๆ ด้วย...!!!” นางช้อนร่างสาวน้อยขึ้นมากอดแนบอกด้วยหยาดน้ำตาที่นองหน้า “ท่านเจ้าขา... นี่คือลูกพี่ลูกน้องของฉันที่ถูกลักตัวหายไปเมื่อปีกลาย น้องยอมทิ้งเกียรต

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 24 ปราบแม่มดดำ

    นางสายลับก็เป็นพวกมีดีมีวิชาเช่นกัน เมื่อแก่นกายอาคมถูกแทรกแซงเข้าสู่ร่างเพียงครึ่งลำ พลังอำนาจจากพระเวทที่ท่านเจ้าคุณประจุไว้ก็แผ่ซ่านเข้าหักล้างกับอักขระสีเลือดทันที รอยยันต์ปีศาจบนผิวกายของสายลับสาวค่อยๆ จางหายไปดุจหิมะต้องแสงตะวัน ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มกลับมาสม่ำเสมอ กายที่เคยร้อนรุ่มปานไฟสุมกลับกลายเป็นอุ่นละมุนทว่าในใจของยอดขุนศึกกลับเริ่มสั่นคลอนเสียเอง ความคับแน่นและตอดรัดภายในร่องรูสวาทของนางนั้นมันช่างอร่อยโอชะ และซาบซ่านเกินกว่าสตรีใดที่ท่านเคยพานพบมา รสสัมผัสของหญิงผู้มีวิชาอาคมนั้นช่างลึกลับหนึบหนับประดุจแรงดึงดูดจากห้วงลึก ท่านเจ้าคุณกัดฟันกรอด สติฝ่ายดีเตือนว่านางคือสายลับผู้จงรักภักดี ทำงานอยูภายใต้สังกัดของท่าน งานราชการสงครามที่รออยู่เบื้องหน้ามิควรเอาเรื่องกามคุณมาทำให้เสียขบวน ท่านตัดสินใจเกร็งกล้ามเนื้อขา เตรียมจะรั้งกายถอนแก่นกายออกมาเพื่อรักษาระยะห่างทหารและสายลับ ทว่าในจังหวะที่หัวมังกรยักษ์กำลังจะหลุดพ้นจากปากทางสวาท มือเรียวบางของสายลับสาวที่เคยอ่อนแรงกลับตะปบเข้าที่สะโพกสอบของท่านอย่างแรง “อย่าเพิ่ง... อย่าได้รบถอดถอนออกเจ้าค่ะท่าน” เสียงขอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status