LOGINที่เรือนของท่านเจ้าคุณผู้เป็นบุตรชาย บรรยากาศยามสายเต็มไปด้วยความเงียบเหงาผิดกับความรุ่มร้อนเมื่อวันวาน คุณหญิงนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งเตียงด้วยอาการปวดเมื่อยระบมไปทั้งกาย ผลจากการศึกหนักสามหญิงหนึ่งชายทำเอาธาตุในกายแปรปรวนจนครั่นเนื้อครั่นตัว ท่านเจ้าคุณสั่งกำชับให้อีหนูคอยดูแลปรนนิบัติคุณหญิงอย่าให้ห่าง ส่วนอีเอื้องให้ไปกำกับบ่าวไพร่ดูแลความเรียบร้อยบนเรือน ก่อนที่ท่านจะก้าวลงเรือบดลำน้อยเพื่อไปราชการ
เรือลัดเลาะไปตามคุ้งน้ำที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ สองฟากฝั่งคือวิถีชีวิตชาวน้ำอันงดงาม เรือนไทยใต้ถุนสูงเรียงรายสลับกับเรือนแพที่มีควันไฟกรุ่นจากการทำกับข้าว ชาวบ้านพายเรือขายขนมเบื้องและผลหมากรากไม้เสียงเจื้อยแจ้ว บ่าวไพร่กำลังก้มหน้าก้มตาหาบน้ำขึ้นตลิ่งกันอย่างขะมักเขม้น ขณะที่เรือกำลังเข้าเทียบท่าที่คุ้งน้ำช่างตีดาบ สายตาของท่านเจ้าคุณก็ปะทะเข้ากับ "จำปา" ลูกสาวช่างตีดาบวัยเพิ่งแตกเนื้อสาว สาวจำปาเนื้อตัวดูเล็กทว่าเนื้อหนังมังสาแน่นเปรี๊ยะ ผ้านุ่งที่รั้งขึ้นสูงเผยให้เห็นปลีน่องขาวนวล นางกำลังจะยกหาบน้ำทว่าดินเลนริมตลิ่งกลับลื่นไถลจนร่างบางหงายหลังลงมา "ว้าย...อกอีแป้นร่วง..." ท่านเจ้าคุณถลาเข้ามารับร่างนางไว้ได้ทันท่วงที ด้วยความกระทันหัน ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านกลับโอบกอดรัดรึงไปโดนปทุมถันที่ตั้งเต้าชูชันอยู่ภายใต้ผ้าแถบผืนบาง กลิ่นสาวรุ่นที่หอมกรุ่นดั่งดอกจำปายามเช้าโชยเตะจมูก ผ้านุ่งที่เปิดขึ้นตามแรงกระแทกเผยให้เห็นขาขาวผ่องจนถึงโคนขา ทำเอาท่อนสวรรค์ของท่านเจ้าคุณที่สงบอยู่กลับแข็งขืนขึ้นมาทันควัน "เป็นกระไรหรือไม่แม่หนู" ท่านเอ่ยเสียงพร่า ในขณะที่มือยังมิยอมถอนออกจากนวลเนื้อ "อีจำปา! เกิดกระไรขึ้นวะ!" เสียงตะโกนเข้มของช่างตีดาบดังลงมาจากบนตลิ่ง ท่านเจ้าคุณรีบพยุงนางให้ทรงตัว พลางกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูในจังหวะที่พ่อของนางยังเดินมาไม่ถึง "คืนนี้... ยามสอง ข้าจะพายเรือมารอที่ท่ากลางคุ้งน้ำ เจ้าจงแอบออกมาหาข้า ข้ามีรางวัลให้อย่างงาม...อยากให้เจ้าช่วยข้าบางเรื่อง จงช่วยเป็นนางสวรรค์บนเรือคืนนี้ให้ข้าที หากเจ้าเต็มใจก็จงออกมา ข้าจะรออยู่ตามที่บอกไว้" จำปาหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น นางพยักหน้าตอบรับแผ่วเบาก่อนจะรีบจัดแจงผ้านุ่งแล้ววิ่งขึ้นตลิ่งไปหาพ่อ ทิ้งให้ท่านเจ้าคุณยืนมองตามด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระหาย นึกถึงศึกรักกลางลำน้ำที่กำลังจะเกิดขึ้นภายใต้แสงจันทร์ในค่ำคืนนี้ ..... เมื่อท่านเจ้าคุณเอ่ยปากบอกความจริงเรื่องจะไปหาความสำราญกับลูกสาวช่างตีดาบ คุณหญิงที่นอนเอกเขนกอยู่บนตั่งกลับมิได้แสดงกิริยาหึงหวง นางยิ้มกริ่มพลางกล่าวว่า "ตามใจคุณพี่เถิดเจ้าค่ะ น้องกำลังไม่สบายตัว มีเด็กสาวมาช่วยผ่อนแรงพี่ท่าน น้องก็จะได้พักผ่อนให้เต็มที่" ท่านเจ้าคุณประทับใจในความใจกว้างจึงโน้มลงจุมพิตที่หน้าผากเป็นการขอบคุณ ทว่าคุณหญิงกลับซุกซน เอื้อมมือไปลูบของลับใต้ผ้านุ่งของสามีเพื่อหยอกเย้า "ไหนดูซิ... จะออกไปรบข้างนอก อาวุธของท่านพี่พร้อมหรือยังเจ้าคะ" มือเรียวของคุณหญิงรูดรั้งแก่นกายที่เริ่มขยายพองโตขึ้นตามแรงอารมณ์ จนหัวมันแดงก่ำแท่งลำปูดโปนด้วยเส้นเอ็น นางเปรี้ยวปากอยากชิมรสชาติที่คุ้นเคยจึงโน้มศีรษะลงใช้เรียวลิ้นละเลียดวนรอบรอยหยักสลับกับการดูดดึงอย่างหิวกระหาย ท่านเจ้าคุณครางกระหึ่มพลางแอ่นกายรับสัมผัสสวาทจากปากเมียรัก ขยับกายแอ่นเอวเบาๆตามจังหวะ จนในที่สุดน้ำกามขาวขุ่นก็พุ่งทะลักลงสู่ลำคอคุณหญิง นางกลืนกินมันอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวาน ท่านเจ้าคุณบีบเค้นทรวงอกนางเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว "ฝากไว้ก่อนเถิดแม่นวล พรุ่งนี้เจ้าหายดีเมื่อไหร่ พี่จะพาเจ้าขึ้นสวรรค์สักสิบเที่ยวให้สมใจ" "น้องรับฝากไว้เจ้าค่ะ...อย่าลืมแบ่งสักสองสามเที่ยวให้อีหนูกับอีเอื้องด้วยนะเจ้าคะ" คุณหญิงนวลว่าแล้วก็หัวเราะร่วนด้วยอารมณ์ดี... ..... ท่านเจ้าคุณลงเรือบดที่มีประทุนและมีม่านบังตามิดชิด พายเรือฝ่าความมืดออกไปรอนัดหมายที่ท่าน้ำอันเงียบสงัด เมื่ออีจำปาแอบลงเรือมาได้ ร่างเล็กๆ ของเด็กสาวที่สวมเพียงผ้ากระโจมอกก็สั่นเทาด้วยความตื่นเต้น ท่านเจ้าคุณรั้งร่างนางเข้ามาจุมพิตปลอบประโลม ก่อนจะเริ่มบทรักเปิดพรมจรรย์ท่ามกลางเสียงน้ำพริ้วไหว ท่านรู้ดีถึงความสั่นกลัวในครั้งแรกของสาวน้อยที่จะโดนพรากพรหมจรรย์ จึงค่อยๆกอดแล้วลูบศีรษะเบาๆ เขยคางนางขึ้นมาจูบ ริมฝีปากบางๆถูกจูบด้วยริมฝีปากหนาๆของท่าน แต่อีจำปากลับไม่รู้สึกถึงความหยาบกระด้างใดๆ มันรู้สกอ่อนนุ่มละมุน การบรรจงจูบอย่างอ่อนโยนของท่านทำให้กายหายสั่นเทา ความรู้สึกอบอุ่นเชื่อใจในผู้ใหญ่อย่างท่านเจ้าคุณทำให้มันค่อยๆกอดรัดตัวท่าน หน้าอกมันเบียดกับแผงอกท่าน ปทุมถันที่เพิ่งตั้งเต้าตูมปลายยอดเมล็ดค่อยๆแข็งชูชัน ท่านเจ้าคุณสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของมัน ปลายยอดทุมถันของมันดันผืนผ้ากระโจมอกจนท่านรู้สึกได้ ท่านเปลื้อง ผ้าผืนบงๆนั้นออกแบ้วตะโบมบีบสองเต้าน้อยๆ ค่อนๆคั้นให้ยอดปทุมถันชี้เด่นขึ้นไปอีก แล้วท่าก็ก้มหน้าลงบรรจงจูบเต้าน้อยๆ ประกบปากที่ปลายยอดดูดดื่มราวทารกหิวกระหาย แต่ลิ้นท่านไม่อยู่เฉย วนรอบๆลายยอดจนอีจำปาสะท้านซ่านเสียว มันทนอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว ปากพร่ำรำพึงรำพันบอกท่าน.. "ท่านเจ้าขา..จำปาไม่ไหวแล้ว..ท่านเอาฉันเถอะเจ้าค่ะ ฉันยอมท่านทุกอย่างแล้ว" ท่านเจ้าคุณไม่ว่ากระไร จับมือมันมาลูบคลำลำลึงค์ขนาดข้อมือเด็กของท่าน อีจำปาถึงกับอุทาน "โอย..อีจำปาตายแน่ ท่านจะใช้ไอ้นี่ใส่เข้าไปในของจำปาจริงๆหรือ จำปาจะไหวหรือเจ้าคะ" "ธรรมชาติสร้างให้มันเข้ากันได้จ๊ะแม่จำปา ครั้งแรกของเธออาจจะเจ็บนิดหน่อย ฉันจะเบามือที่สุด..แต่ก่อนอื่นต้องทำให้ของจำปาพร้อมที่จะรับของฉันก่อน" "ทำอย่างไรหรือเจ้าคะ" แทนคำตอบ..ท่านเจ้าคุณใช้มือลูบของสงวนของอีจำปา ค่อยๆบดฝ่ามือคลึงให้โหนกนูนที่เพิ่งมีไรขนอ่อนๆอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ นิ้วกลางท่านลากผ่านร่องรูถูไถจนไอชื้นแฉะก่อตัวขึ้น เม็ดสวาทเหนือร่องรักโดนคลึงจนหน้าอีจำปาบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน นางกอดท่านแน่นบดเอวเข้ากับฝ่ามือท่าน ร้องระงมได้แค่เพียง.. "ท่านเจ้าขา.. ใจจะขาดแล้ว จำปารักท่าน.. รีบเป็นผัวอีจำปาเร็วๆเถอะเจ้าค่ะ" จังหวะที่อีจำปาโก่งเอวออกท่านตั้งนิ้วจ่อรอ พอเอวมันสวนกลับมา..นิ้วท่านก็สอดสวมเข้าร่องรูจนมิดนิ้วกลางของท่าน อีจำปาถึงกับสะดุ้ง ซี้ดปากด้วยความเสียวจี้ด กอดท่านเจ้าคุณแน่นหนับ ระล่ำระลักบอกท่านว่า "ท่านเอาอีจำปาแล้ว..โอย..มันจี้ดด..มันเสียวเหลือเกิน ใจจะขาดเจ้าค่ะท่าน.." ท่านก้มลงจูบมัน กระซิบบอกข้างหูเบาๆ "ยังดอกจำปาเอ๋ย..นี่แค่นิ้วมือข้าดอก ในร่องรักเอ็งยังไม่พร้อมให้ของข้าเข้าไป แต่อีกประเดี๋ยวหนึ่งยามมันลื่นไหลดีแล้ว เอ็งจะได้เจอสวรรค์ที่ยิ่งกว่านี้" ยามนั้นอีจำปาได้แต่หนีบขาเกร็งด้วยความเสียว นี่แค่นิ้วท่านมันยังเสียวใจจะขาดขนาดนี้ ถ้าท่านใช้ของท่านยัดเข้ามาในร่องรูสวาท มันจะไม่เสียวจนขาดใจตายไปจริงๆหรือ.. คิดยังไม่ทันไรท่านก็งอนิ้วแล้วดึงรูดจนมันต้องแอ่นเอวตามปลายนิ้ว น้ำสวาทมันพร่างพรูตามนิ้วท่านออกไป เสียงมันร้องด้วยความเสียวแทบไม่เป็นภาษาคน.. "อื้ยยยย." ทั้งรูสวาทรูก้นขมิบมิบ ด้วยความเสียวปนเสียดายที่นิ้วท่านหลุดออกจากปากร่องรูไปเสีย แต่ไม่ทันชั่วอึดใจ มันก็สะดุ้งเฮือกใหญ่.. ปลายลำลึงค์ของท่านเจ้าคุณชำแรกเข้ามาในร่องรูรักของมันแทนที่นิ้ว ส่วนปลายหัวที่บานนุ่มดูใหญ่โตแต่อ่อนโยน ค่อยๆแทรกกายเข้าสู่ความคับแน่นที่บริสุทธิ์อย่างช้าๆ อีจำปาจิกเล็บลงบนท่อนแขนแกร่งด้วยความเจ็บแปลบที่แสนเสียวซ่าน จังหวะโยกคลอนของเรือที่โคลงเคลงตามแรงรักทำให้นางรู้สึกประหนึ่งกำลังล่องลอยอยู่บนวิมานชั้นฟ้า ท่านเจ้าคุณกระหน่ำรักกระแทกลำเข้าออกร่องสวาทอีจำปาอย่างเร็ว ร่องรักเต็มไปด้วยน้ำสวาทลื่น ลำขนาดข้อมือเด็กของท่านจึงไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้อีจำปา กลับเป็นความสุขเสียวที่ดูหน่วงๆตื้อๆ ยิ่งท่านเร่งจังหวะในตอนท้าย ท่านกดลำลึงค์ลงร่องมันลึกๆแน่นๆเร็วๆ มันถึงกับหายใจแทบไม่ทันในความความเสียวที่ค่อยๆเอ่อล้นขึ้นมาเรื่อยๆ มันมีแต่เสียงอู้อี้ในลำคอ บอกท่าด้วยเสียงสั่นเจียนใจจะขาด "ท่านผัวเจ้าขา อีจำปาเหมือนตัวจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ มันปวดเบาเหมือนจะราดออกมาแล้วเจ้าค่ะ" "อีจำปาเอ๋ย..อย่าไปอั้นมัน มันจะออกก็ให้มันออกมา" "ฉันอาย.. ฉันกลัวเลอะเปรอะเปื้อนท่าน" "หึๆๆ อีจำปา..มันไม่ใช่เยี่ยวดอก มันเป็นน้ำแห่งความรัก น้ำสวาทที่ข้ากับเอ็งทำร่วมกันอยู่นี่กระไร" "เจ้าค่ะท่าน.. อีจำปาเชื่อท่าน..โอยยย จำปาไม่ไหวแล้ววว..เยี่ยวๆๆๆแตกแล้ว" ท่านเจ้าคุณก็สุดจะทานทน ด้วยภายในร่องรูอีจำปาทั้งบีบรัดขมิบตอด เสียงร้องระงมแบบไม่กล้าออกเสียงทำให้มันกับท่านกอดกันแน่น ท่านเจ้าคุณทั้งดึงทั้งดันท่อนลำอย่างแรงเร็วสุดความสามารถเท่าที่จะทำได้ จนน้ำแรกพุ่งรินรดนางกลางลำน้ำ อีจำปา..น้ำตาไหลรินอาบแก้ม มันร่ำไห้มิใช่ด้วยความเสียใจ แต่เป็นด้วยความยินดีที่มันเพิ่งพานพบความเสียวสุขสุดยอดที่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอมาก่อนทว่าความกระหายของทั้งสองคนยังมิมอดดับ..ด้วยความเอร็ดอร่อยแห่งรสกาม ท่านจึงพานางขึ้นฝั่งมายังเรือนเล็กหลังสวนเพื่อสานต่อความใคร่ให้สุดใจสุดความใคร่เสน่หา ......แสงเทียนในห้องโถงสลัวรางสะท้อนกับผนังกระดาษสีขาวนวล กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาเขียวมัทฉะที่โอฮานะบรรจงชงด้วยท่วงท่าเนิบนาบดุจดั่งงานศิลปะแห่งการเคลื่อนไหว ผสมผสานกับเสียงสายซามิเซ็ง ที่ดีดเพลงสะท้อนอารมณ์เปลี่ยวเหงาและเย้ายวนใจ บรรยากาศโดยรอบที่เงียบสงัดทำให้ภายในเรือนไม้ไผ่ส่งให้การจิบชาของท่านเจ้าคุณส่งเสียงดังเป็นจังหวะเหมือนการจูบจุมพิตผิวน้ำจากบุรุษสยามไปยังชาหอมๆ ของสตรีแดนอาทิตย์อุทัย เมื่อถ้วยชาถูกวางลง ความนิ่งสงบก็พังทลายกลายเป็นม่านสวาท โอฮานะค่อยๆ ปลดปมสายคาดเอวโอบิอย่างแช่มช้า กิโมโนผ้าไหมสีดอกซากุระหลุดร่วงจากไหล่เนียนละเอียด เผยให้เห็นท่อนบนที่ขาวผ่องราวกับสลักจากงาช้าง ทรวงอกอิ่มที่ชูชันประดับด้วยยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อสั่นไหวตามจังหวะการร่ายรำที่เน้นการบิดสะโพกและโยกย้ายสรีระอย่างจงใจ ท่านเจ้าคุณรู้สึกได้ถึงจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้น มันถูกหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันทั้งผู้ร่ายรำ ผู้ชม และเสียงดนตรี มังกรยักษ์ตาเดียวภายใต้โจงกระเบนขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะ แข็งขืนท้าทายทุกโสตสัมผัสที่ถูกปลุกเร้า โอฮานะมองเห็นความปรารถนาที่พุ่งพล่านนั้นผ่านแววตาของท่านเจ้าคุณ นางจึงคล
ภารกิจที่เกาะสีชังครานี้ช่างวิกฤตนัก เพราะหากฝิ่นมหาศาลเหล่านั้นหลุดรอดเข้าสู่พระนคร แผ่นดินสยามคงต้องเผชิญกับหายนะยิ่งกว่าสงครามครั้งไหนๆ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงครามมิรอช้า หลังจากกำราบเหมยลี่จนสิ้นฤทธิ์ ท่านก็ผลัดผ้าสวมชุดรัดกุมสีเข้ม ลอบลงเรือเร็วสายฟ้ามุ่งหน้าสู่เกาะสีชังท่ามกลางความมืดมิด ณ อ่าวลับหลังเกาะสีชัง เรือสำเภาจีนสามลำจอดนิ่งสงบ ทว่าบนดาดฟ้ากลับเต็มไปด้วยเวรยามอาวุธครบมือ ท่านเจ้าคุณใช้พละกำลังและวิชาตัวเบาลอบขึ้นเรือลำประธาน ท่านพบว่าผู้ที่ควบคุมเรือมิใช่ชายฉกรรจ์เพียงอย่างเดียว แต่มีสิบนางพยัคฆ์สมุทรนักรบหญิงจากสำนักคุ้มภัยแดนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องการต่อสู้ด้วยร่างกายและพิษสง ท่านเจ้าคุณลอบเข้าไปถึงห้องเก็บสินค้าใต้ท้องเรือ กลิ่นดิบชื้นของฝิ่นดิบหลายร้อยหีบโชยมาปะทะจมูก ทว่าก่อนที่จะลงมือทำลาย ท่านกลับถูกล้อมไว้โดยนางพยัคฆ์สาวห้านางในชุดผ้าป่านสีดำสั้น พวกนางมิได้ใช้ดาบ แต่ใช้เชือกไหมคล้องวิญญาณพยายามพันธนาการร่างกายของท่านไว้ “คิดจะมาทำลายสมบัติขององค์จักรพรรดิรึ... ข้ามศพพวกเราไปก่อนเถิด!” หัวหน้านางพยัคฆ์นาม ซูชิง... ตวาดก้องก่อนจะกระโจนเข้าหา ทว่าท่านเ
ภายในห้องลับหลังม่านมุกของโรงน้ำชาเมฆาหอม บรรยากาศเงียบสงัดและเย็นเยือกจนผิดปกติ แสงเทียนสลัวสะท้อนลงบนเตียงหยกขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง หยกก้อนเดียวสีเขียวมรกตที่ถูกขัดจนเงาวาวประดุจกระจก ทอประกายไอเย็นจางๆ ออกมาตลอดเวลา เหมยลี่นางมังกรสาวในชุดกี่เพ้าผ้าไหมบางเบาเดินนำท่านเจ้าคุณเข้าไปใกล้เตียงหยกนั้น “ท่านเจ้าคุณเจ้าขา... นี่คือเตียงหยกเย็นที่ส่งตรงมาจากเขาเทียนซาน แห่งจีนแผ่นดินใหญ่” เสียงของเหมยลี่กระซิบแผ่วเบาพลางปลดกระดุมกี่เพ้าออกทีละเม็ดเผยให้เห็นไหล่เนียนขาวประดุจหิมะ แต่ดูช่างร้อนแรงพอที่จะละลายใจชายชาวสยามได้ทุกคน “มันมิใช่เพียงเครื่องเรือน ทว่าคืออุปกรณ์ฝึกปรือวิชาหยกแช่น้ำแข็ง... ที่ใช้ความเย็นสุดขั้วกระตุ้นกำหนัดและมัดกายบุรุษให้สยบยอม” ท่านเจ้าคุณยิ้มกริ่ม แววตาคมกริบฉายประกายท้าทาย ท่านมิเคยกลัวความเย็น ทว่ากลับปรารถนาจะพิสูจน์กำลังของตนว่าจะต้านทานศาสตร์เร้นลับนี้ได้เพียงใด ท่านจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นกายแกร่งกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่อัดอั้นด้วยไฟราคะ ท่านก้าวขึ้นไปบนเตียงหยก ทันทีที่ผิวเนื้อสัมผัสกับพื้นหยก ไอเย
นางรานี นามเต็มคือ "รานี ซูไลกา" มิใช่เพียงบุตรีเศรษฐีเดินเรือธรรมดา แต่เป็นถึงสตรีสูงศักดิ์สายเลือดขัตติยาจากแคว้นกุจราตทางตอนเหนือของอินเดีย นางคือกุญแจดอกสำคัญที่ถือครองแผนที่เส้นทางเดินเรือลับและการกระจายสินค้าที่เปอร์เซียพยายามช่วงชิง การที่นางถูกสลัดแขกอินเดียยึดเรือและกักขังไว้นั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนการตัดหน้าในเจรจากับสยาม เพื่อให้เปอร์เซียกลายเป็นผู้ถือดุลอำนาจทางการค้าแต่เพียงผู้เดียว รานี ซูไลกา นั้นงามหยาดเยิ้มประดุจรูปปั้นหินอ่อนในวิหารโบราณ นางมีผิวพรรณสีน้ำผึ้งนวลละเอียดมีกลิ่นหอมกรุ่นของดอกมะลิและเครื่องหอมชั้นสูงที่ล้ำค่า นัยน์ตาคมกริบสีอำพันซ่อนแววฉลาดเฉลียวและเย่อหยิ่งไว้ภายใต้แพขนตายาวงอน อาภรณ์ชุดส่าหรีสีแดงปักดิ้นทองที่หลุดลุ่ยรุงรังยิ่งขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้ดูยั่วยวน โดยเฉพาะทรวงอกอิ่มที่ใหญ่โตเกินตัวและเอวคอดกิ่วที่รับกับสะโพกผึ่งผายประดุจเหยือกเหล้าชั้นดี ท่านเจ้าคุณมองเห็นและสัมผัสรัศมีพิเศษทางเพศที่แผ่ออกมาจากตัวนาง นางถูกฝึกปรือศาสตร์แห่งกามสูตร ขั้นสูงมาตั้งแต่ยังเยาว์ เป็นวิชาที่ใช้ควบคุมลมหายใจและจังหวะของร่างกายให้สอดประสานกับบุรุษเพศจนสาม
ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ
ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต







