LOGINที่เรือนของท่านเจ้าคุณผู้เป็นบุตรชาย บรรยากาศยามสายเต็มไปด้วยความเงียบเหงาผิดกับความรุ่มร้อนเมื่อวันวาน คุณหญิงนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งเตียงด้วยอาการปวดเมื่อยระบมไปทั้งกาย ผลจากการศึกหนักสามหญิงหนึ่งชายทำเอาธาตุในกายแปรปรวนจนครั่นเนื้อครั่นตัว ท่านเจ้าคุณสั่งกำชับให้อีหนูคอยดูแลปรนนิบัติคุณหญิงอย่าให้ห่าง ส่วนอีเอื้องให้ไปกำกับบ่าวไพร่ดูแลความเรียบร้อยบนเรือน ก่อนที่ท่านจะก้าวลงเรือบดลำน้อยเพื่อไปราชการ
เรือลัดเลาะไปตามคุ้งน้ำที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ สองฟากฝั่งคือวิถีชีวิตชาวน้ำอันงดงาม เรือนไทยใต้ถุนสูงเรียงรายสลับกับเรือนแพที่มีควันไฟกรุ่นจากการทำกับข้าว ชาวบ้านพายเรือขายขนมเบื้องและผลหมากรากไม้เสียงเจื้อยแจ้ว บ่าวไพร่กำลังก้มหน้าก้มตาหาบน้ำขึ้นตลิ่งกันอย่างขะมักเขม้น ขณะที่เรือกำลังเข้าเทียบท่าที่คุ้งน้ำช่างตีดาบ สายตาของท่านเจ้าคุณก็ปะทะเข้ากับ "จำปา" ลูกสาวช่างตีดาบวัยเพิ่งแตกเนื้อสาว สาวจำปาเนื้อตัวดูเล็กทว่าเนื้อหนังมังสาแน่นเปรี๊ยะ ผ้านุ่งที่รั้งขึ้นสูงเผยให้เห็นปลีน่องขาวนวล นางกำลังจะยกหาบน้ำทว่าดินเลนริมตลิ่งกลับลื่นไถลจนร่างบางหงายหลังลงมา "ว้าย...อกอีแป้นร่วง..." ท่านเจ้าคุณถลาเข้ามารับร่างนางไว้ได้ทันท่วงที ด้วยความกระทันหัน ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านกลับโอบกอดรัดรึงไปโดนปทุมถันที่ตั้งเต้าชูชันอยู่ภายใต้ผ้าแถบผืนบาง กลิ่นสาวรุ่นที่หอมกรุ่นดั่งดอกจำปายามเช้าโชยเตะจมูก ผ้านุ่งที่เปิดขึ้นตามแรงกระแทกเผยให้เห็นขาขาวผ่องจนถึงโคนขา ทำเอาท่อนสวรรค์ของท่านเจ้าคุณที่สงบอยู่กลับแข็งขืนขึ้นมาทันควัน "เป็นกระไรหรือไม่แม่หนู" ท่านเอ่ยเสียงพร่า ในขณะที่มือยังมิยอมถอนออกจากนวลเนื้อ "อีจำปา! เกิดกระไรขึ้นวะ!" เสียงตะโกนเข้มของช่างตีดาบดังลงมาจากบนตลิ่ง ท่านเจ้าคุณรีบพยุงนางให้ทรงตัว พลางกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูในจังหวะที่พ่อของนางยังเดินมาไม่ถึง "คืนนี้... ยามสอง ข้าจะพายเรือมารอที่ท่ากลางคุ้งน้ำ เจ้าจงแอบออกมาหาข้า ข้ามีรางวัลให้อย่างงาม...อยากให้เจ้าช่วยข้าบางเรื่อง จงช่วยเป็นนางสวรรค์บนเรือคืนนี้ให้ข้าที หากเจ้าเต็มใจก็จงออกมา ข้าจะรออยู่ตามที่บอกไว้" จำปาหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น นางพยักหน้าตอบรับแผ่วเบาก่อนจะรีบจัดแจงผ้านุ่งแล้ววิ่งขึ้นตลิ่งไปหาพ่อ ทิ้งให้ท่านเจ้าคุณยืนมองตามด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระหาย นึกถึงศึกรักกลางลำน้ำที่กำลังจะเกิดขึ้นภายใต้แสงจันทร์ในค่ำคืนนี้ ..... เมื่อท่านเจ้าคุณเอ่ยปากบอกความจริงเรื่องจะไปหาความสำราญกับลูกสาวช่างตีดาบ คุณหญิงที่นอนเอกเขนกอยู่บนตั่งกลับมิได้แสดงกิริยาหึงหวง นางยิ้มกริ่มพลางกล่าวว่า "ตามใจคุณพี่เถิดเจ้าค่ะ น้องกำลังไม่สบายตัว มีเด็กสาวมาช่วยผ่อนแรงพี่ท่าน น้องก็จะได้พักผ่อนให้เต็มที่" ท่านเจ้าคุณประทับใจในความใจกว้างจึงโน้มลงจุมพิตที่หน้าผากเป็นการขอบคุณ ทว่าคุณหญิงกลับซุกซน เอื้อมมือไปลูบของลับใต้ผ้านุ่งของสามีเพื่อหยอกเย้า "ไหนดูซิ... จะออกไปรบข้างนอก อาวุธของท่านพี่พร้อมหรือยังเจ้าคะ" มือเรียวของคุณหญิงรูดรั้งแก่นกายที่เริ่มขยายพองโตขึ้นตามแรงอารมณ์ จนหัวมันแดงก่ำแท่งลำปูดโปนด้วยเส้นเอ็น นางเปรี้ยวปากอยากชิมรสชาติที่คุ้นเคยจึงโน้มศีรษะลงใช้เรียวลิ้นละเลียดวนรอบรอยหยักสลับกับการดูดดึงอย่างหิวกระหาย ท่านเจ้าคุณครางกระหึ่มพลางแอ่นกายรับสัมผัสสวาทจากปากเมียรัก ขยับกายแอ่นเอวเบาๆตามจังหวะ จนในที่สุดน้ำกามขาวขุ่นก็พุ่งทะลักลงสู่ลำคอคุณหญิง นางกลืนกินมันอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวาน ท่านเจ้าคุณบีบเค้นทรวงอกนางเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว "ฝากไว้ก่อนเถิดแม่นวล พรุ่งนี้เจ้าหายดีเมื่อไหร่ พี่จะพาเจ้าขึ้นสวรรค์สักสิบเที่ยวให้สมใจ" "น้องรับฝากไว้เจ้าค่ะ...อย่าลืมแบ่งสักสองสามเที่ยวให้อีหนูกับอีเอื้องด้วยนะเจ้าคะ" คุณหญิงนวลว่าแล้วก็หัวเราะร่วนด้วยอารมณ์ดี... ..... ท่านเจ้าคุณลงเรือบดที่มีประทุนและมีม่านบังตามิดชิด พายเรือฝ่าความมืดออกไปรอนัดหมายที่ท่าน้ำอันเงียบสงัด เมื่ออีจำปาแอบลงเรือมาได้ ร่างเล็กๆ ของเด็กสาวที่สวมเพียงผ้ากระโจมอกก็สั่นเทาด้วยความตื่นเต้น ท่านเจ้าคุณรั้งร่างนางเข้ามาจุมพิตปลอบประโลม ก่อนจะเริ่มบทรักเปิดพรมจรรย์ท่ามกลางเสียงน้ำพริ้วไหว ท่านรู้ดีถึงความสั่นกลัวในครั้งแรกของสาวน้อยที่จะโดนพรากพรหมจรรย์ จึงค่อยๆกอดแล้วลูบศีรษะเบาๆ เขยคางนางขึ้นมาจูบ ริมฝีปากบางๆถูกจูบด้วยริมฝีปากหนาๆของท่าน แต่อีจำปากลับไม่รู้สึกถึงความหยาบกระด้างใดๆ มันรู้สกอ่อนนุ่มละมุน การบรรจงจูบอย่างอ่อนโยนของท่านทำให้กายหายสั่นเทา ความรู้สึกอบอุ่นเชื่อใจในผู้ใหญ่อย่างท่านเจ้าคุณทำให้มันค่อยๆกอดรัดตัวท่าน หน้าอกมันเบียดกับแผงอกท่าน ปทุมถันที่เพิ่งตั้งเต้าตูมปลายยอดเมล็ดค่อยๆแข็งชูชัน ท่านเจ้าคุณสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของมัน ปลายยอดทุมถันของมันดันผืนผ้ากระโจมอกจนท่านรู้สึกได้ ท่านเปลื้อง ผ้าผืนบงๆนั้นออกแบ้วตะโบมบีบสองเต้าน้อยๆ ค่อนๆคั้นให้ยอดปทุมถันชี้เด่นขึ้นไปอีก แล้วท่าก็ก้มหน้าลงบรรจงจูบเต้าน้อยๆ ประกบปากที่ปลายยอดดูดดื่มราวทารกหิวกระหาย แต่ลิ้นท่านไม่อยู่เฉย วนรอบๆลายยอดจนอีจำปาสะท้านซ่านเสียว มันทนอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว ปากพร่ำรำพึงรำพันบอกท่าน.. "ท่านเจ้าขา..จำปาไม่ไหวแล้ว..ท่านเอาฉันเถอะเจ้าค่ะ ฉันยอมท่านทุกอย่างแล้ว" ท่านเจ้าคุณไม่ว่ากระไร จับมือมันมาลูบคลำลำลึงค์ขนาดข้อมือเด็กของท่าน อีจำปาถึงกับอุทาน "โอย..อีจำปาตายแน่ ท่านจะใช้ไอ้นี่ใส่เข้าไปในของจำปาจริงๆหรือ จำปาจะไหวหรือเจ้าคะ" "ธรรมชาติสร้างให้มันเข้ากันได้จ๊ะแม่จำปา ครั้งแรกของเธออาจจะเจ็บนิดหน่อย ฉันจะเบามือที่สุด..แต่ก่อนอื่นต้องทำให้ของจำปาพร้อมที่จะรับของฉันก่อน" "ทำอย่างไรหรือเจ้าคะ" แทนคำตอบ..ท่านเจ้าคุณใช้มือลูบของสงวนของอีจำปา ค่อยๆบดฝ่ามือคลึงให้โหนกนูนที่เพิ่งมีไรขนอ่อนๆอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ นิ้วกลางท่านลากผ่านร่องรูถูไถจนไอชื้นแฉะก่อตัวขึ้น เม็ดสวาทเหนือร่องรักโดนคลึงจนหน้าอีจำปาบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน นางกอดท่านแน่นบดเอวเข้ากับฝ่ามือท่าน ร้องระงมได้แค่เพียง.. "ท่านเจ้าขา.. ใจจะขาดแล้ว จำปารักท่าน.. รีบเป็นผัวอีจำปาเร็วๆเถอะเจ้าค่ะ" จังหวะที่อีจำปาโก่งเอวออกท่านตั้งนิ้วจ่อรอ พอเอวมันสวนกลับมา..นิ้วท่านก็สอดสวมเข้าร่องรูจนมิดนิ้วกลางของท่าน อีจำปาถึงกับสะดุ้ง ซี้ดปากด้วยความเสียวจี้ด กอดท่านเจ้าคุณแน่นหนับ ระล่ำระลักบอกท่านว่า "ท่านเอาอีจำปาแล้ว..โอย..มันจี้ดด..มันเสียวเหลือเกิน ใจจะขาดเจ้าค่ะท่าน.." ท่านก้มลงจูบมัน กระซิบบอกข้างหูเบาๆ "ยังดอกจำปาเอ๋ย..นี่แค่นิ้วมือข้าดอก ในร่องรักเอ็งยังไม่พร้อมให้ของข้าเข้าไป แต่อีกประเดี๋ยวหนึ่งยามมันลื่นไหลดีแล้ว เอ็งจะได้เจอสวรรค์ที่ยิ่งกว่านี้" ยามนั้นอีจำปาได้แต่หนีบขาเกร็งด้วยความเสียว นี่แค่นิ้วท่านมันยังเสียวใจจะขาดขนาดนี้ ถ้าท่านใช้ของท่านยัดเข้ามาในร่องรูสวาท มันจะไม่เสียวจนขาดใจตายไปจริงๆหรือ.. คิดยังไม่ทันไรท่านก็งอนิ้วแล้วดึงรูดจนมันต้องแอ่นเอวตามปลายนิ้ว น้ำสวาทมันพร่างพรูตามนิ้วท่านออกไป เสียงมันร้องด้วยความเสียวแทบไม่เป็นภาษาคน.. "อื้ยยยย." ทั้งรูสวาทรูก้นขมิบมิบ ด้วยความเสียวปนเสียดายที่นิ้วท่านหลุดออกจากปากร่องรูไปเสีย แต่ไม่ทันชั่วอึดใจ มันก็สะดุ้งเฮือกใหญ่.. ปลายลำลึงค์ของท่านเจ้าคุณชำแรกเข้ามาในร่องรูรักของมันแทนที่นิ้ว ส่วนปลายหัวที่บานนุ่มดูใหญ่โตแต่อ่อนโยน ค่อยๆแทรกกายเข้าสู่ความคับแน่นที่บริสุทธิ์อย่างช้าๆ อีจำปาจิกเล็บลงบนท่อนแขนแกร่งด้วยความเจ็บแปลบที่แสนเสียวซ่าน จังหวะโยกคลอนของเรือที่โคลงเคลงตามแรงรักทำให้นางรู้สึกประหนึ่งกำลังล่องลอยอยู่บนวิมานชั้นฟ้า ท่านเจ้าคุณกระหน่ำรักกระแทกลำเข้าออกร่องสวาทอีจำปาอย่างเร็ว ร่องรักเต็มไปด้วยน้ำสวาทลื่น ลำขนาดข้อมือเด็กของท่านจึงไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้อีจำปา กลับเป็นความสุขเสียวที่ดูหน่วงๆตื้อๆ ยิ่งท่านเร่งจังหวะในตอนท้าย ท่านกดลำลึงค์ลงร่องมันลึกๆแน่นๆเร็วๆ มันถึงกับหายใจแทบไม่ทันในความความเสียวที่ค่อยๆเอ่อล้นขึ้นมาเรื่อยๆ มันมีแต่เสียงอู้อี้ในลำคอ บอกท่าด้วยเสียงสั่นเจียนใจจะขาด "ท่านผัวเจ้าขา อีจำปาเหมือนตัวจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ มันปวดเบาเหมือนจะราดออกมาแล้วเจ้าค่ะ" "อีจำปาเอ๋ย..อย่าไปอั้นมัน มันจะออกก็ให้มันออกมา" "ฉันอาย.. ฉันกลัวเลอะเปรอะเปื้อนท่าน" "หึๆๆ อีจำปา..มันไม่ใช่เยี่ยวดอก มันเป็นน้ำแห่งความรัก น้ำสวาทที่ข้ากับเอ็งทำร่วมกันอยู่นี่กระไร" "เจ้าค่ะท่าน.. อีจำปาเชื่อท่าน..โอยยย จำปาไม่ไหวแล้ววว..เยี่ยวๆๆๆแตกแล้ว" ท่านเจ้าคุณก็สุดจะทานทน ด้วยภายในร่องรูอีจำปาทั้งบีบรัดขมิบตอด เสียงร้องระงมแบบไม่กล้าออกเสียงทำให้มันกับท่านกอดกันแน่น ท่านเจ้าคุณทั้งดึงทั้งดันท่อนลำอย่างแรงเร็วสุดความสามารถเท่าที่จะทำได้ จนน้ำแรกพุ่งรินรดนางกลางลำน้ำ อีจำปา..น้ำตาไหลรินอาบแก้ม มันร่ำไห้มิใช่ด้วยความเสียใจ แต่เป็นด้วยความยินดีที่มันเพิ่งพานพบความเสียวสุขสุดยอดที่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอมาก่อนทว่าความกระหายของทั้งสองคนยังมิมอดดับ..ด้วยความเอร็ดอร่อยแห่งรสกาม ท่านจึงพานางขึ้นฝั่งมายังเรือนเล็กหลังสวนเพื่อสานต่อความใคร่ให้สุดใจสุดความใคร่เสน่หา ......ยามบ่ายแก่ แสงแดดรำไรลอดผ่านพุ่มพฤกษาหนาทึบในป่าละเมาะหลังเรือนพระยาพิชัยยุทธ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงนกกระปูดร้องก้องและเสียงใบไม้ไหว แม่หญิงบัวคำ ในชุดนุ่งโจงกระเบนสั้นทะมัดทะแมง เผยให้เห็นเรียวขาแกร่งสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด กำลังยืนทบทวนกระบวนดาบอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ ทว่าแววตาของนางกลับวอกแวก ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครบางคน “นึกว่าเจ้าจะมัวแต่ฝึกดาบ จนลืมรสรักของพี่เสียแล้วแม่บัวคำ” เสียงทุ้มต่ำของ ท่านเจ้าคุณ ดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่รวบกอดเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่น บัวคำสะดุ้งตัวน้อยๆ ทว่ามิได้ขัดขืน นางพิงแผ่นหลังเข้ากับอกกว้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายบุรุษ “ท่านพี่มาเงียบเชียบเยี่ยงนักรบ... น้องหรืออุตส่าห์แอบหนีบ่าวไพร่มาที่นี่ เพราะรู้ว่าท่านพี่คงมิชอบรสรักที่จำเจบนเตียงในหอนอนบนเรือน” ท่านเจ้าคุณมิปล่อยให้เสียเวลา ท่านพลิกร่างของนางเสือสาวให้หันมาเผชิญหน้า พลางรั้งผ้าคาดเอวของนางออกจนเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบนวลเนียนขึ้นไปจนถึงปทุมถันคู่งามที่ชูชันท้าลมหนาว ท่านก้มลงบรรจงจูบซอกคอหอมกรุ่นปนกลิ่นเหงื่อจางๆ ของนางอย่างหิวกระหาย สองมือหนาฟอนเฟ้นบั
เมื่อบานประตูเรือนเล็กชายน้ำเปิดออก กลิ่นธูปหอมดอกราตรีโชยมาปะทะนาสิกพร้อมกับภาพที่ทำเอาท่านเจ้าคุณถึงกับแทบหยุดหายใจ แม่หญิงลำดวน ในยามนี้มิได้สวมอาภรณ์ชิ้นใดติดกาย นางนอนเอนหลังอยู่บนฟูกหนาในท่ากึ่งตะแคง กายอวบอัดสะท้อนแสงเทียนสีสลัวเป็นเงาวาวระยับ ขาข้างหนึ่งของนางชันขึ้นเผยให้เห็นเนินเนื้อโหนกนูนที่มีไรขนอ่อนบางปกคลุมอย่างยั่วยวน ร่องรูที่เพิ่งผ่านศึกหนักเมื่อเช้ายังคงแดงระเรื่อและดูเหมือนจะฉ่ำเยิ้มรอรับการเติมเต็มอีกครา “ท่านพี่เจ้าขา... น้องนึกว่าคุณหญิงจะขังท่านไว้บนเรือนใหญ่เสียแล้ว” ลำดวนเอ่ยเสียงพร่า พลางส่งสายตาหยาดเยิ้ม นางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามยอดอกอวบหยุ่นของตนเอง แล้วค่อยๆบดบี้จนมันแข็งเป็นไตสู้มือ ท่านเจ้าคุณก้าวเข้าไปหาประดุจพยัคฆ์ร้ายที่กระหายเหยื่อ ทว่ายังมิทันจะได้โน้มตัวลงกอดรัดม่ายสาว อีหนู และ อีเอื้อง ก็ก้าวออกมาจากหลังม่านบังตา ทั้งคู่เปลื้องผ้าออกจนเปลือยเปล่าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อีหนูคลานเข้าหาท่านเจ้าคุณพลางปลดผ้านุ่งของท่านออกอย่างรวดเร็ว ส่วนอีเอื้องขยับไปประคองร่างลำดวนให้ชันตัวขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน “พวกน้องจะช่วยแม่ลำดวน ‘รับมือ’ ท่านพี
เมื่อท่านเจ้าคุณก้าวเท้าขึ้นเรือนใหญ่ด้วยท่าทางอิดโรยและขาสั่นปานประหนึ่งนกปีกหัก ท่านก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็น คุณหญิง นั่งเป็นประธานอยู่บนตั่งไม้สัก ล้อมรอบด้วย อีหนู อีเอื้อง ยางจำปา ที่มารวมตัวกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึมทว่าแฝงประกายตาเจ้าเล่ห์ กลิ่นน้ำหอมอบร่ำโชยมาเตะจมูกท่านพร้อมกับบรรยากาศที่คุกรุ่นอย่างแปลกประหลาด “กลับมาเสียทีนะเจ้าคะคุณพี่...” คุณหญิงเอ่ยเสียงเรียบพลางจิบน้ำชา “ไปธุระราชการที่คุ้งน้ำไหนมาหรือเจ้าคะ ถึงได้กลับมาในสภาพเหมือนคนโดนรีดน้ำเค้นเนื้อจนหมดตัวเช่นนี้ อีอิ่มมันไปสืบมาหมดแล้วว่าท่านแอบไปกกแม่ม่ายลำดวนมาทั้งคืน หนำซ้ำยัง ‘เล่นพิเรนทร์’ กับร่องรูทวารหลังของนางอีกด้วย.." ท่านเจ้าคุณหน้าถอดสี จะอ้าปากอธิบายก็พูดไม่ออก เมื่อสี่สาวขยับเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ท่านโดนกักขังไว้กลางวงล้อมของเมียรัก “ในเมื่อท่านพี่มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือไปแจกจ่ายนางข้างนอก พวกน้องทั้งสี่ก็คงต้องขอ ‘เก็บภาษี’ คืนให้หนักหนากว่าที่ท่านไปเสียมาเจ้าค่ะ” คุณหญิงประกาศกร้าว พลางสั่งให้อีหนูกับอีเอื้องช่วยกันรั้งตัวท่านเจ้าคุณลงบนฟูกกว้างกลางห้อง คุณหญิงเริ่มลงทัณฑ์ด้วยการขึ้น
แม่หญิงบัวคำไม่ต้องการมาเป็นเมียในเรือนท่านเจ้าคุณ แต่พอใจที่จะมีอะไรกันด้วยความใคร่ตามความต้องการที่เกิดขึ้นมากกว่า นางขออยู่เรือนเดิม แต่พร้อมที่จะมีอะไรกับท่านได้เสมอ ท่านก็ไม่ได้ขัดใจอะไรนาง ท่านพยักหน้ายอมรับในความเด็ดเดี่ยวของแม่หญิงบัวคำ การมีเมียลับที่เก่งกาจอยู่ต่างเรือนก็เร้าใจไปอีกแบบ ทว่าในจังหวะที่ท่านกำลังจะลงเรือกลับนั้น สายตาของท่านก็ไปสะดุดเข้ากับ "แม่หญิงลำดวน" หญิงม่ายทรงเครื่องที่ยืนรอเรืออยู่ที่ท่าลัดตลิ่ง นางสวมสไบสีม่วงอ่อนบางเบาจนเห็นรอยรัดของผ้านมที่โอบอุ้มปทุมถันคู่อวบใหญ่จนแทบจะล้นทะลัก ทรวดทรงเอวองค์ของนางนั้นผุดผ่องดั่งคนอิ่มกามแต่กลับแฝงความนิ่งสงบที่ยั่วยวน ยามนางเดินบิดสะโพกขึ้นจากน้ำ ผ้านุ่งที่เปียกหมาดรัดรึงไปตามง่ามขาและเนินเนื้อที่หนาแน่น จนท่านเจ้าคุณถึงกับลอบกลืนน้ำลาย แข็งขืนขึ้นมาทันควันด้วยความอยากลำพองในเนื้อหนังมังสาที่สุกงอมเต็มที่เช่นนี้ ในเรือนเงียบสงัด แม่ลำดวนนอนกระสับกระส่ายบนที่นอน ภาพชายร่างกำยำที่มีสง่าราศี (ท่านเจ้าคุณ) ที่นางสบตาที่ท่าเรือยังติดตา นางจินตนาการถึงแผงอกกว้างและกลิ่นกายบุรุษจนกลางกายสาวเริ่มแฉะชื้น มือเรียวส
พายุกามกิจเพิ่งสงบลง แต่ดูเหมือน "พยัคฆ์ร้าย" อย่างท่านเจ้าคุณจะยังมิยอมคืนร่างเป็นแมวเชื่อง เมื่อคุณหญิงเหลือบมองลงไปเห็นท่อนสวรรค์ที่ยังคงตั้งตระหง่านชูชัน แม้จะผ่านศึกหนักกับสี่นางมาจนน้ำกามแทบเหือดแห้ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าหยอกสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ท่านพี่เจ้าขา... ของรักของท่านยังขยับเขยื้อนลำพองใจปานนี้ เห็นทีเรือนเราคงต้องขยับขยายที่หลับที่นอนเสียใหม่มั้งเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่อยากจะได้ 'นางไหน' มาช่วยพวกน้องผ่อนแรงเพิ่มอีกสักคน?" ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่าในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของท่านทำให้เมียบ่าวทั้งสามที่กำลังนอนหอบระรินต้องเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก ท่านเชยคางคุณหญิงขึ้นมาสบตา แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความต้องการที่ "พิสดาร" ยิ่งกว่าเดิม "หากเจ้าถามว่าอยากได้เมียแบบไหน... ข้าก็ชักจะเบื่อพวกสาวชาวบ้าน หรือสาววัยใสที่ยังมิประสีประสาเสียแล้วล่ะแม่นวล" ท่านเจ้าคุณเว้นจังหวะ พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยของคุณหญิง "คราวหน้า... ข้าอยากได้ นางรำแช่มช้อย หรือไม่ก็ แม่ครูจากสำนักนางใน ที่ช่ำชองกลเม็ดเผด็จศึก หรือถ้าจะให้เร้าใจกว่านั้น... ข้าอยากได้ เมียท
ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงริบหรี่ส่องสะท้อนผนังไม้สักจนเป็นเงาไหวระริก จำปาในยามนี้มิใช่เด็กสาวชาวบ้านที่ซื่อเซ่ออีกต่อไป ความสุขสมเสียวซ่านรัญจวนใจจากบทรักกลางลำน้ำได้ปลุกวิญญาณนางยั่วสวาทในกายให้ตื่น นางขึ้นมาคร่อมอยู่เบื้องบนกายท่านเจ้าคุณ ใช้ปากเลียปลายหัวบานของลำแกร่งท่านอันเป็นจุดอ่อนไหวอย่างไม่ประสีประสาแต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก แล้วคร่อมทับลำแกร่งพร้อมกับใช้ฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างยันลงบนอกที่มีมัดกล้ามแน่นหนา พลางโยกย้ายส่ายสะโพกวนเป็นวงกลมบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของท่านอย่างเร่าร้อน "โอ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ท่อนลำสวาทของท่านช่างแข็งแกร่งอุ่นร้อนยิ่งนัก จำปาอยากจะบดบี้มันอย่างนี้ไปทั้งวันทั้งคืน" นางกระซิบเสียงพร่าพลางโน้มตัวลงไป ใช้ปทุมถันคู่สวยที่เพิ่งตั้งเต้าเต่งตึงบดเบียดกับใบหน้าท่าน ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอด้วยความซ่านสยิว สองมือหนาตะโบมบีบเค้นตะโพกผายของนางอย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มขึ้นรอยนิ้ว ท่านพลิกกายจำปาให้ลงไปนอนหงายราบกับฟูก ยกขาทั้งสองข้างของนางขึ้นพาดบ่า แล้วโถมกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ดุดันรุนแรงประดุจพายุ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังสะท้อนก้องห้องหอ







